รักจรดใจ

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2.1 ผู้ดูแลลับๆ รีไรท์จ้ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

                                                          

“ไอ้ลูกหมาเอ๊ย! เล่นกับใครไม่เล่น อุ้ย...ขอโทษครับคุณปุ่น” ดลภพมีสีหน้าขยาด เมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยของเจ้านายตัวเอง

          “ขับต่อไปเถอะ” คำเอ่ยมีเท่านั้น แต่รอยกังวลที่ใบหน้าฉายชัด มือข้างที่อุ่นจัดเนื่องจากคอยประครองใบหน้าละมุนมาตลอดทางเริ่มชานิดหน่อย เขาใช้นิ้วชี้อีกข้างเกลี่ยแก้มนวลเล่นเบาๆ ราวกับกำลังเล่นตุ๊กตาเจ้าหญิง

          “คุณปุ่นจะพาคุณเอิงไปส่งที่ไหนครับ”

          “โรงแรม...”

          “หา! คุณปุ่นเอาจริงเหรอครับ”

          “ข้างโรงแรมมีซอยเล็กๆ ตรงนั้นมีทางลัดออกนอกเมือง ทำเวลาหน่อย ตัวเย็นหมดแล้ว” ถ้อยคำเอ่ยเรียบ คนฟังเกือบคิดว่าเป็นมุกอยู่แล้วเชียว

          “ดีนะที่คุณปุ่นไปทัน ไม่อย่างนั้นคุณเอิงแย่แน่”

          ปฏิรพเผลอกำมืออีกข้างแน่น ดวงจิตนี้เป็นของเขา ใครกล้าท้าทายก็ลองดู ปฏิรพมัวแต่มองใบหน้าละมุน จนกระทั่งรถจอดสนิทแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองดูรอบๆ

          รอบบริเวณบ้านสวนมืดและวังเวงพอควร แต่การเคลื่อนไหวของปฏิรพก็เบาพอที่จะไม่ทำให้คนในบ้านตื่น เขาเปิดประตูได้อย่างง่ายดาย แล้ววางร่างเล็กลงบนที่นอน จากนั้นจึงกลับออกไปอย่างเงียบกริบ ทว่าพอลับร่างสูงเสียงกระดิ่งแววกังวานก็ได้แทรกขึ้นเพียงเบาๆ

 

เหมี้ยว! เสียงร้องเหมียวๆ ปลุกให้พลอยโพยมตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล ดวงตาคู่หวานสบเข้ากับแมวขนปุย มันยืนจ้องหน้าเธอด้วยความสงสัยใคร่รู้ หญิงสาวชั่งใจอยู่นานจึงเริ่มขยับตัว และโบกมือทักทายมันเล่นๆ และเจ้าแมวขยับส่งเสียงกระดิ่งทักทายกลับมาแทน

          “แกมาจากไหน มาที่นี่ได้ยังไง แกหลงทางมาเหรอ มานี่สิ”

          ใครจะเชื่อว่าพอเธอเรียกมัน มันก็กระโจนลงจากหน้าต่างเข้าสู่อ้อมกอดของเธอทันที ตอนนี้นี่เองที่พลอยโพยมตระหนักได้ว่า เตียงของเธอขยับมาชิดที่ขอบหน้าต่างอีกแล้ว แต่เธอไม่มีเวลากังวลเรื่องนี้นานนัก

          ก็อกๆ

          “ตื่นแล้วค่ะพี่โอ่ง วันนี้ไม่ไปทำงานหรือคะ”

          “มาเคาะบอกว่าจะไปแล้ว วันนี้เอิงมีตรวจคนไข้ไหม”

          “มีค่ะ พี่โอ่งไปก่อนเลยไม่ต้องห่วงเอิงนะ” อันที่จริงวันนี้เธอไม่มีตรวจหรอก หมอจิตที่เรียนไม่จบเฉพาะด้าน จะมีผู้ป่วยให้รักษาสักกี่คนกัน” หญิงสาวบ่นพึมพำ          

          “จ้ะ งั้นพี่ไปแล้วนะ”

          “ค่ะ” เธอบอกแล้วหันมาพูดกับแมวต่อ “แมวพันธุ์ไหนเนี่ย มีชื่อด้วยนี่เรา เป็นแมวแต่ชื่อหมู ก็ไม่แปลกหรอกตัวแกอ้วนจ้ำม่ำอย่างกับหมูแน่ะ เอ๊ะ! มีเบอร์โทรด้านหลังป้ายชื่อนี่นา” หญิงสาวรีบวางแมวเหมียวไว้ แล้วรีบโทร.หาเจ้าของของมันทันที ป่านนี้คงหาตัวกันแย่แล้วมั้ง

 

“บ้านหรือว่าคฤหาสน์กันแน่เนี่ย ใหญ่โตมโหฬาร บ้านสวนของเรานี่กลายเป็นกระท่อมดีๆ นี่เอง” หญิงสาวเอ่ยพลางกดกริ่ง และสักพักประตูก็เปิดออกด้วยโปรแกรมรีโมต ร่างเล็กอุ้มแมวเดินเข้าไปในบ้าน ดวงตาคูหวานกวาดมองไปทั่ว บ้านหลังนี้กินพื้นที่ถึงไหนเธอคงไม่มีโอกาสได้รู้หรอก

          พอพลอยโพยมเดินไปได้สักพักก็มีคนวิ่งออกมาต้อนรับ และพาเธอเข้ามาในบ้าน จากนั้นก็ทิ้งเธอไว้ตามลำพัง หญิงสาวจึงถือโอกาสสำรวจความโอ่อ่าของบ้านเสียเลย เอ๊ะ!

          “นั่นมันรูปพี่แพรนี่นา” หรือเราจะตาฝาด รูปพี่แพรมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หญิงสาวยกมือข้างที่วางขยี้ตา เพื่อตั้งใจดูใหม่อีกรอบ ทว่า

          “เชิญนั่งก่อนสิครับ” เสียงเอ่ยเรียกให้คนตัวเล็กหันควับมาทันที ดวงตาคู่หวานเบิกขึ้นเล็กน้อยขณะสบตาเข้ากับผู้ที่ทักทายตนเอง

          “สวัสดีค่ะ ฉันเอาแมวมาส่ง” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับนั่งลง พลางคิดว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ดูดีมากเลยทีเดียว ขณะที่คิดเจ้าหมูที่นอนนิ่งๆ ในอ้อมแขนของเธอก็ดิ้นขลุกขลักอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันที แล้วกระโจนพรวดวิ่งไปทางบันได

          พลอยโพยมมองตามไปกระทั่ง...พบกับชายหนุ่มอีกคน เขาดูดีกว่าคนแรกมากมายจนหญิงสาวตะลึงในความหล่อเหลาของเขา เธอไม่สามารถถอนสายตาจากเขาได้ พอรู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเธอแล้ว

          “ทำไมแมวหายไกลจัง ไกลถึงบ้านเราเลย” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง

          “ของที่หาย เราระบุพิกัดไม่ได้หรอกว่าหายจากตรงไหน เพราะถ้าจำได้ก็แสดงว่าตั้งใจทิ้งไว้ แบบนั้นเขาไม่เรียกว่าหาย” เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ

          “แหม...ตาคนนี้ เอาแมวมาคืนแท้ๆ นะ คนรวยนี่พูดด้วยยากจริงๆ”

          “แต่ก็ขอบใจนะ” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แม้ในขณะที่ยืนขึ้นก็จ้องดวงตาคู่หวานไม่คลาดสายตา

          “ไม่เป็นไรฉันไม่ได้ลำบากอะไร เสร็จธุระแล้วงั้นฉันกลับเลยก็แล้วกันนะคะ” พลอยโพยมเตรียมลุกขึ้นพลางเอ่ยเบาๆ “ฉันกลับแล้วนะหมูอ้วน” หญิงสาวบอกลาแมวที่แอบตั้งชื่อเพิ่มให้กับมัน แต่ว่าจู่ๆ เธอก็รู้สึกหมดแรงขึ้นมา และสักพักร่างเล็กก็โงนเงนหลับกลางอากาศ

          “อีกนานไหมครับกว่าเราจะเคลื่อนย้ายเขตเวลาได้” ดลภพเอ่ยกับคนตัวสูงที่ตอนนี้เปลี่ยนไปนั่งอีกฝั่งเรียบร้อยแล้ว

          “ก็จนกว่าไสย์จะซ่อมเขตเวลาเสร็จ” คนตัวสูงพึมพำ มืออุ่นลูบเรือนผมหยักศกด้วยความอาทร หลายเดือนก่อน เขาต้องสูญเสียดาราพรรณไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ พลอยโพยมคือความทรงจำแห่งความเศร้าโศกเสียใจในครั้งนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #5 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 09:53

    ชอบมากๆคะ

    #5
    0