รักจรดใจ

ตอนที่ 38 : ตอน 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    31 ก.ค. 61

“เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่ทางไปอัมพวานี่คะ” พลอยโพยมที่นั่งเงียบมาตลอดทางเอ่ยเตือนปฏิรพที่วันนี้ทำหน้าที่ขับรถเอง

         “เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระที่เพชรบุรี แต่คงปล่อยลงกลางทางไม่ได้”

         “แต่ว่า...” พลอยโพยมไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่กับการต้องนั่งรถไปไกลๆ กับผู้ชายสองต่อสองเช่นนี้

         กระทั่งปฏิรพหยิบมือถือที่วางตรงถาดใส่ของคอนโซลกลาง แล้วต่อสายไปยังใครสักคน

         “สวัสดีจ้ะ”

         “เสียงแม่นี่คะ มีเบอร์แม่ได้ยังไง” คนตัวเล็กหันมาทางเขา แล้วรีบพูดทันที “แม่จ๋า นี่เอิงนะแม่”

         “ว่าไงลูก”

         พอถูกถามกลับแบบนี้คนตัวเล็กก็ได้แต่มองหน้าคนขับ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

         “คุณอาครับ ผมปุ่นนะครับ ตอนนี้เอิงอยู่กับผม เรากำลังจะกลับบ้านกัน แต่ผมนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ก็เลยต้องพาเขามาด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะต้องค้างสักคืนสองคืน”

         “ได้จ้ะ อาฝากดูแลน้องด้วยนะปุ่น”

         “ครับ” เขาเอ่ยแล้ววางสาย

         “เอ้า ได้ไงคะ ไปรู้จักจนได้เบอร์ เรียกชื่อกันสนิทสนมแบบนี้ตอนไหนกัน”

         “ก็ตอนที่คุณหลับนั่นแหละ ขี้เซาอย่างกับแมว จะรู้เรื่องอะไร” เขาเอ่ยหน้าตาเฉย

         “แต่ฉันนอนยากจะตายไป แต่ละคืนกว่าจะหลับตาลงได้”

         “แต่ก็นอนง่ายทุกครั้งเวลากลับมาอัมพวา”

         หญิงสาวฟัง แล้วพยักหน้าหงึกหงัก

         “ก็จริง ว่าแล้วก็น่าแปลกนะคะ บ้านสวนที่กรุงเทพฯ นอนหลับย้ากๆ ทั้งที่อากาศก็ดี้ดี แต่ฉันนอนที่นั่นไม่ค่อยหลับ ไม่เหมือนที่บ้านแม่เลย”

         “ต่อไปก็คงนอนหลับง่ายแล้ว”

         “พูดเหมือนรู้ดี”

         “ไม่เชื่อคอยดู”

         “แล้วถ้านอนไม่หลับล่ะ”

         ปฏิรพใช้นิ้วเคาะต้นขาตัวเองเบาๆ แทนคำตอบ ท่าทางเฉยๆ มองไปข้างหน้าไม่ค่อยใส่ใจคนถามนัก

         แต่พลอยโพยมถึงกับหน้าแดง ทำท่าอย่างนี้มันก็คิดได้สองอย่าง หนึ่งคือคันเนื้อแล้วไม่กล้าเกา กับสอง ให้เธอนอนตักเขา ซึ่ง...แค่คิดก็ใจสั่นแล้ว

 

ธุระของปฏิรพอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเขาพารถเลี้ยวเข้าจอดไว้ในโรงเก็บรถเรียบร้อย ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง พลอยโพยมก้าวลงจากรถ แล้วตามเขาเข้าบ้านโดยที่เขาไม่ต้องเชื้อเชิญให้ยุ่งยาก

         “โห...บ้านใครคะ สวยจัง หลังบ้านติดทะเลซะด้วย”

         “บ้านผม”

         “นอกจากจะเป็นหมอแล้ว คุณปุ่นยังจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยเหรอคะ ตกลงคุณปุ่นมีบ้านกี่หลังกันแน่”

         “คนบ้าอะไรจะทำงานเยอะขนาดนั้น ทำกับข้าวเป็นไหม”

         “คะ” คนตัวเล็กเอ่ยตาปริบๆ ไม่เข้าใจคำถามเขา

         “ก็ที่พามาด้วยไม่ใช่ให้มานอนรอเฉยๆ ต้องการคนทำกับข้าวด้วย”

         “หา...คุณปุ่นแน่ใจหรือคะ ไหนบอกมาทำธุระไงล่ะ แล้วทำไมทำเหมือนมาพักตากอากาศเลย”

         “ก็มีธุระ จะทำงานในห้องเงียบๆ เราก็ไปทำกับข้าว ช่วยเหลือแค่นี้ไม่ได้หรือไง”

         “หู้ย...พูดอย่างนี้คงใจดำไม่ลงหรอกค่ะ ไข่เจียวละกันนะ ฉันทำกับข้าวไม่ค่อยเก่ง แต่มันก็น่าแปลกนะคะ เวลาฉันดูรายการทำอาหารทีไรจะรู้สึกเหมือนตัวเองทำกับข้าวเก่งมากทุกที ทั้งที่ทำไม่เป็นเลย”

         เรา...รู้สึกดีกับคำนี้จัง พลอยโพยมอมยิ้มในหน้า

         “ก็ลองทำดูสิ เผื่อเอาดีด้านนี้”

         “แต่ฉันเป็นหมอ” หญิงสาวบ่นไม่จริงจังนัก ยังรู้สึกดีกับคำว่า เราไม่หายเลย

         “หมอ พอแต่งงานก็ต้องทำกับข้าวให้สามีกิน”

         “อะไรของคุณปุ่นเนี่ย มาพูดเรื่องนี้ตอนนี้” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบหนีเข้าครัว เพื่อหนีหน้าคนที่บทจะช่างพูดก็พูดซะเธอทำตัวไม่ถูกเลย

         “แล้วจะกินข้าวกี่โมงคะ ไข่เจียวต้องกินตอนร้อนๆ จะได้เสิร์ฟถูก”

         “สักสองทุ่มดีไหม” คราวนี้เขาให้เธอมีส่วนร่วมด้วย

         “ดีค่ะ ถ้างั้นขอไปเดินเล่นก่อนได้ไหม”

         “ก็ไปสิ”

         ปฏิรพส่ายหน้าเมื่อเห็นคนตัวเล็กยิ้มแก้มแทบปริ ราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นทะเล ชายหนุ่มไม่ได้หลบไปทำงานอย่างที่บอก แต่ยืนแอบอิงตรงระเบียง มองดูคนตัวเล็กที่เดินเรียบเลาะชายหาดไปเรื่อยๆ ทะเลเปลี่ยนไปมาก แต่บรรยากาศตอนพลบค่ำยังน่าเดินเล่นอยู่ และคนภาพที่จับตาจับใจเขามากที่สุด ก็คือภาพพลอยโพยม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ภาพยายตาหวานก็ยังคงตราตรึงที่ใจเขาไม่เคยเลือนหาย

 

“ข้าวไข่เจียวเสร็จแล้วค่ะ” พลอยโพยมเยี่ยมหน้าเข้ามาในห้องทำงานของปฏิรพ

         “ใกล้เสร็จแล้วจ้ะ เดี๋ยวตามลงไป”

         “พูดจ้ะกับเราด้วยแฮะ อย่างกับสนิทกันมาก” พลอยโพยมคิดพลางเดินกลับมานั่งรอที่โต๊ะอาหาร แล้วพอปฏิรพลงมาจานข้าวก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขาทันที

         “มีอย่างอื่นด้วยเหรอ” เขาแปลกใจที่มีต้มจืดอีกหนึ่งชาม

         “จะได้ซดคล่องคอค่ะ ในตู้เย็นมีผักเยอะ คุณปุ่นมาที่นี่บ่อยหรือคะ ทำไมมีของสดติดตู้เยอะจังเลย”

         “ไม่บ่อยหรอก แต่ถ้าจะมาวันไหน จะโทร.บอกแม่บ้านให้เขาเตรียมไว้ให้”

         “อ้าว มีแม่บ้านแล้วทำไมไม่ให้เขาทำกับข้าวให้ละคะ”

         “ก็กินฝีมือแม่บ้านมันไม่อร่อยเหมือนกันฝีมือ...ช่างเถอะ พูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจหรอก”

         “สรรพนามแยกชนชั้นอีกแระ เรียกเธอทีไรรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กทุกที” หญิงสาวบ่นกับจานข้าว แล้วก้มหน้าก้มตากินจนอิ่ม พลอยโพยมให้เจ้าของบ้านกลับไปทำงานต่อ ส่วนตัวเธอก็เก็บกวาดทำความสะอาดถ้วยชามไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #41 banidin (@banidin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    ปมใกล้จะคลายแล้ว...อยากรู้จังค่ะ..ลุ้นๆๆ
    #41
    0