รักจรดใจ

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 15.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 ก.ค. 61

บรรยากาศภายในสวนรักใจยังคงเหมือนเดิม ยกเว้นอุณหภูมิที่เย็นกว่าทุกครั้ง อาจเป็นเพราะว่าเริ่มเข้าสู้ต้นฤดูหนาวแล้วกระมัง จึงเห็นกระจกทึบไปด้วยฝ้าขาว

         มาแล้วหรือครับ เสียงทักนี้พลอยโพยมจำได้ดี

         ค่ะ"

         เชิญด้านในครับ ศิขรจำได้ว่าเธอเคยมาที่นี่แล้ว เขาต้อนรับขับสู้แขกได้ดีทีเดียว โดยการนำชาอุ่นๆ มาให้ดื่ม จากนั้นก็พาเดินชมแปลงที่ปลูกต้นโรสแมรี่ ซึ่งตอนนี้มีดอกให้เห็นแล้ว ถึงจะมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ดอกก็เถอะ

         ผมขอตัวก่อนนะครับ ศิขรไม่อยากรบกวนแขก เขาเอ่ยแล้วเลี่ยงออกไปเงียบๆ ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม และใจดี ปรากฏรอยหม่นขึ้น ซึ่งพลอยโพยมไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะเธอมัวแต่สูดดมกลิ่นตามใบของโรสแมรี่อยู่

         ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าเราจะมาเจอกันที่นี่ได้

         เสียงทักจากทางด้านหลัง พลอยโพยมสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับตอนที่หันมาเจอคามภีร์

         คุณคามภีร์

         ครับ

         มาที่นี่ได้ยังไงคะ

         ผมมาที่นี่ออกจะบ่อย เราน่าจะคลาดกันหลายครั้งแล้วนะ ว่าแต่...คุณหมอมาที่นี่ทำไมเหรอ คามภีร์สบตาคนตัวเล็ก ราวกับรู้ทัน

         ฉัน...ฉันมาที่นี่เพราะต้นนี้ค่ะ เธอชี้ไปที่โรสแมรี่ ขืนให้คามภีร์รู้ว่าเธอมาพบจิตแพทย์ ศูนย์เอื้อใจก็จะกลายเป็นศูนย์ที่ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป ใครจะอยากมารักษาใจกับจิตแพทย์ที่มีปัญหาทางด้านจิตเช่นเธอ

         แล้วทำไมต้องเป็นที่นี่ละครับ เขาถาม น้ำเสียงเจือรอยขำขันที่คนตัวเล็กทำท่าทางตื่นตกใจตอนที่ตอบคำถามเขา

         บังเอิญว่าฉันรู้จักคนที่สวนรักใจค่ะ ก็เลยเข้าออกที่นี่ได้อย่างไม่มีปัญหา ฉันไปนะคะ เธอปดเขาไม่ค่อยแนบเนียนนัก ก็เลยคิดว่าจากไปเสียตั้งแต่ตอนนี้น่าจะดีกว่ามายืนคอยตอบคำถามที่เขาคอยซักไซ้ไล่เลียง

         ทว่าคล้อยหลังพลอยโพยมนั้น

         คุณคามจะเอายังไงต่อดีครับ

         ช่วงนี้อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น คามภีร์มองตามร่างเล็กไปจนลับตา ทุกคนสูญเสียไม่ต่างกันเลย เพียงแต่เขารู้สึกสูญเสียยิ่งกว่าใครทั้งนั้น สูญเสียทั้งเพื่อน สูญเสียทั้งคนรัก

 

พลอยโพยมไม่มีที่ไป จึงมาหาเภาลีนาที่โรงพยาบาล แต่ก็พบว่าเพื่อนรักออกจากโรงพยาบาลแล้ว จึงโทรศัพท์หาเพื่อถามข่าวคราว แต่เภาลีนาก็ไม่รับโทรศัพท์ หญิงสาวจึงลองเสี่ยงตามมาที่บ้าน แล้วก็ต้องผิดหวังอีกจนได้ เพราะพ่อกับแม่ของเภาลีนาบอกว่าลูกสาวไม่อยู่บ้าน

         ไปไหนของเขานะ ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เห็นบอกกันสักนิด เมื่อไม่พบแล้ว พลอยโพยมก็รีบออกมาเลย เนื่องจากลูกค้าในร้านค่อนข้างเยอะ เธอจึงไม่อยากรบกวนทุกคน

         ไปดูความเรียบร้อยที่บ้านพี่โอ่งก่อนดีกว่า

         พลอยโพยมนั่งรถเมล์ไม่นานนักก็มาถึงบ้านสวน หญิงสาวเดินลัดเลาะมาตามท้องร่องซึ่งเป็นทางลัดเข้าสู่ตัวบ้าน ขณะที่เดินก็ได้ยินเสียงเพลงแว่วเข้าหู พลอยโพยมยิ้มด้วยความดีใจ เพราะคุ้นเคยกับเพลงบทนี้มาก ช่างโชคดีเสียจริง แสดงว่าวันนี้เพชรเพทายอยู่บ้าน ร่างเล็กเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนถึงที่หมาย

         พี่โอ่ง!”

         ไม่ใช่โอ่งได้ไหม วันนี้เจ้าของบ้านไม่อยู่จ้ะ

         พลอยโพยมชะงักเท้า รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เป็นเภาลีนา หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปทักทายด้วยความงุนงง

         เภา...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

         มาตรวจดูสินทรัพย์ ว่าเหลือครบไหม ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันเลยเนอะ คิดถึง เภาลีนาเดินมาลูบแก้มเพื่อนรัก แล้วยิ้มแฉ่งด้วยความภูมิใจ ไม่ต้องงงหรอก ผู้เช่าหนีตายไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่เภาบอกว่าต่อให้ไปไหน ยังไงตอนเย็นก็ต้องกลับมาบ้านด้วย ไม่งั้นดอกเบี้ยพุ่งทะลุเพดานแน่

         ขู่กันหนักอย่างนี้เลยเหรอ เอิงเป็นน้องพี่โอ่งก็เท่ากับเป็นลูกหนี้ด้วยนะ

         ไม่ต้องห่วงยังไงก็ไม่เก็บเงินกับเอิงแน่นอน

         แล้ว... คนตัวเล็กพูด พลางสำรวจภายในบ้านอีกครั้ง อย่าบอกนะว่านอนที่นี่ด้วย

         โอ๊ย...ไม่เหลือ มานอนที่นี่ได้หลายวันแล้ว แต่ไม่ได้นอนในบ้านนะ โน่น...ตรงโน้นเลย พลอยโพยมมองตามออกไปข้างนอก จึงเห็นเต้นท์กางเด่นอยู่ห่างจากตัวบ้านไม่ไกลนัก

         โห...ลำบากแย่

         พูดแค่เนี้ย เภาลีนายักไหล่ข้องใจ

         แล้วจะให้พูดแค่ไหนล่ะ นอนข้างนอกมันก็เหมาะสมดีกว่านอนในบ้านกับผู้ชายสองต่อสองนะ

         โธ่...รมณ์เสีย เจอแต่พวกหัวโบราณ พี่โอ่งก็พูดอย่างนี้แหละ ไม่รู้จะหวงตัวอะไรนักหนา พอแต่งกันไปแล้วก็ต้องลอกคราบหมดตัวอยู่ดี โอ๊ย! เจ็บนะเอิง

         ดูพูดจาเข้า บอกเหตุผลแท้จริงที่มาคอยตามพี่โอ่งให้เอิงฟังหน่อยได้ไหมถ้อยคำถามชวนคุยมากกว่าจะคาดคั้นเอาผิด

         แหม...ก็ไม่มีอะไรนี่นา แค่มาเฝ้าสมบัติเฉยๆ จริงจริ้งปากแข็งจริงจัง

         เภาก็รู้ว่าปิดเอิงไม่ได้ ยังจะมาโกหกกันอีก ปิดบังกันอย่างนี้รู้สึกไม่สบายใจเลยรู้ไหมกระแสเสียงอ่อยอ่อน บอกชัดว่ารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

         รางสังหรณ์บางอย่างบอกกับพลอยโพยมว่าเรื่องราวที่เภาลีนาปิดบังอยู่นั้นอาจเกี่ยวข้องกับเธอก็เป็นได้ ทำอย่างไรเธอจึงจะรู้ความจริง เธอสามารถสอบถามเรื่องนี้ได้จากใครได้บ้าง

 

ตั้งแต่ยกเลิกโครงการกู้ใจไป พลอยโพยมก็ไม่ค่อยมีตารางตรวจอย่างใครเขา บางทีเธอก็นึกๆ อยู่ว่าจะกลับไปเรียนต่อเฉพาะทางดีไหม แต่พอมาคิดๆ ดูอีกที หากความจำเธอเป็นอย่างนี้คงเรียนไม่จบเป็นแน่แท้ ทุกวันนี้ก็มีแต่คอยช่วยอยู่เวรแทนสัจจะเท่านั้น

         “เธอ...”

         “เหมือนมีใครเรียกเลยแฮะ”

         “ผมเรียกคุณนั่นแหละ”

         หญิงสาวหันตามเสียงเรียก แล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

         “คุณปุ่น...” พลอยโพยมมีท่าทีลังเลนิดหน่อยตอนที่ทักเขา “มาทำอะไรที่นี่คะ” เธอเอ่ยต่อเมื่อเห็นว่าเขามองมานิ่งๆ

         “ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาถามว่าจะกลับอัมพวาพร้อมกันเลยไหม” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ในใจนั้นรอคอยคำตอบของคนตัวเล็กอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว

         ดวงตาคู่หวานที่จ้องมองเขาอย่างใสซื่อนั้น ทำให้ปฏิรพสรุปในทันทีว่าความห่างที่สิปปะเคยบอกเอาไว้นั้น แท้จริงแล้วก็คือความหวั่นไหวของพลอยโพยมนั่นเอง

         “กลับเลยก็ได้ค่ะ เอิงว่างยาวไปจนกว่าจะมีคำสั่งลงมาแหละค่ะ ช่วงนี้เลยเป็นหมอว่างงาน”

         “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา ดีซะอีกจะได้มีเวลานอน”

         “คุณปุ่น” หญิงสาวค้อนทีเล่นทีจริง

         ท่าทีที่หญิงสาวคุยกับเขาราวกับคนแค่รู้จักกันนั้นทำให้ปฏิรพได้แต่ปลงในอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

49 ความคิดเห็น