รักจรดใจ

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 14.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 ก.ค. 61

“ตายจริง ทำไมหลับคอพับคออ่อนมาแบบนี้ละคะ” นางโฉมฉายตกใจไม่น้อยที่เห็นบุตรสาวตัวเองหลับอยู่ในอ้อมแขนของปฏิรพ

         “แกล้งหลับครับ ทีนี้เลยหลับจริงๆ” น้ำเสียงเย้าแหย่คนในอ้อมแขน

         “หนักแย่เลยสิคะ ปุ่นน่าจะปลุกน้องนะลูก อุ้มมาซะไกลเลย” นางมองไปที่หน้าบ้านก็พอจะเข้าใจความลำบากของปฏิรพพอสมควร

         “ไม่หนักครับ ตัวเบากว่าที่คิดไว้ซะอีก น่าจะกินน้อยลงกว่าเดิม”

         “แม่ว่าพาไปข้างบนเถอะจ้ะ อุ้มนานแบบนี้แขนได้หมดเรี่ยวแรงกันพอดี แล้วปุ่นจะทานอะไรก่อนกลับไหมเดี๋ยวแม่เตรียมให้”

         “ดึกแล้วคงไม่กวนครับ ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” ปฏิรพพาคนตัวเล็กขึ้นข้างบน

         นางโฉมฉายมองตามหลังปฏิรพ หลายเดือนมานี้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย คนที่จมอยู่ในความทุกข์ไม่ใช่แค่บุตรชายของตนเองเท่านั้น แต่ยังมีอีกคนที่น่าสงสารเหลือเกิน

 

ปฏิรพวางร่างเล็กน่าทะนุถนอมลงบนเตียงนอน เขาเดินไปเลื่อนผ้าม่านให้ปิดลง แล้วกลับมานั่งมองคนหลับเงียบๆ ตลอดความทรงจำแสนยาวนานของเขานั้นมีพลอยโพยมแทรกซึมอยู่ทุกพื้นที่หัวใจ เรื่องที่น่าเจ็บปวดที่สุดก็คือการได้พบ แต่ไม่สามารถที่จะเอ่ยเอื้อนคำที่ต้องการบอกได้อย่างเต็มปาก

         คิดถึง... สิ่งที่เขากล้ำกลืนไว้ไม่ใช่เพียงแค่ความเจ็บปวดของตัวเองเท่านั้น แต่มันคือความเจ็บปวดของพลอยโพยมทั้งใจ ปฏิรพโน้มตัวซุกหน้าเข้ากับฝ่ามือเล็กเผลอร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นไม่รู้ตัวเองเลยสักนิด

         เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ถ้าปุ่นจะโกรธก็โกรธตาโอ่งเถอะนางโฉมฉายตามเข้ามาดูในห้อง นางเห็นปฏิรพนั่งเศร้า แล้วอดที่จะเอ่ยปลอบไม่ได้

         เพื่อปกป้องพรรณ เราเกือบทำร้ายเอิง

         อย่าโทษตัวเองเลยปุ่น แม่ว่าเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ยายเอิงเลยสบายคนเดียว ไม่เจ็บไม่ทุกข์ร้อนอะไรอย่างคนอื่น มีแต่เราๆ ที่รู้เรื่องดีนี่แหละที่อยู่กับความเจ็บมานานเหลือเกิน แต่คนที่เจ็บมากหน่อยก็คงเป็นปุ่นนั่นแหละ แม่เห็นทีไรก็ไม่สบายใจทุกที

         ว่าจะไม่คิด แต่พออยู่นิ่งๆ ก็เริ่มคิดทุกทีครับ เขาเงยหน้าจากฝ่ามือ

         คิดเสียใจไปก็เท่านั้น ทำวันนี้ให้ดีเถอะนะ ชีวิตคนเราใช่ว่าจะยืนยาวนัก แค่แม่รู้ว่าปุ่นคอยดูแล คอยเป็นห่วงน้องเสมอ แค่นี้แม่ก็ไม่ห่วงแล้วล่ะจ้ะ

         ปฏิรพนิ่งคิด เหตุการณ์วันนั้นเขายังจำติดตามาจนถึงวันนี้ ไม่มีใครที่ได้มาโดยไม่สูญเสีย เขาเก็บร่างไร้วิญญาณของดาราพรรณเอาไว้ในผนึก เพื่อรักษาความรักไม่ให้จางหาย...

 

ในฝันนั้นพลอยโพยมรู้สึกว่าตัวเองถูกขังไว้ในห้องมืด อากาศไม่พอสำหรับหายใจ ภาพประหลาดเกิดขึ้นแล้วดับวูบอย่างรวดเร็ว ไม่ทันแม้จะได้จดจำภาพนั้นไว้ในหัว หญิงสาวพยายามเพ่งมองภาพสีขาวสุดท้ายที่เกิดขึ้นหลังม่านกระจก ทว่า...

         เอิง ตื่นได้แล้วลูก

         ร่างเล็กพลิกตัวไปตามที่นอนก่อนจะตอบกลับไป

         จ้ะแม่ ขออาบน้ำก่อน

         จ้ะ

         พลอยโพยมงัวเงียลุกขึ้นจากที่นอน เมื่อครู่นี้ฝันถึงอะไรก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าหายใจไม่ค่อยออก โชคดีที่มารดามาปลุกได้ทันเวลาพอดี

 

แม่ทำมื้อเช้าไว้ เอิงช่วยเอาไปให้หมอปุ่นทีนะลูก นางเอ่ยเมื่อเห็นบุตรสาวเดินลงมาข้างล่าง

         จ้ะ เมื่อคืนเอิงไม่รู้ตัวเลยว่าไปหลับอยู่บนเตียงได้ยังไง สงสัยต้องกินยาบำรุงสมองเพิ่มแล้วล่ะ

         ไปเองนะสิ ใครจะพาไป โตแล้วแม่อุ้มไม่ไหวแน่ๆ

         แต่เอิงอุ้มแม่ไหวนะจ๊ะ ต่อไปเอิงจะอุ้มแม่เอง

         ปากหวานแต่เช้า เอากับข้าวไปได้แล้วจ้ะ ป่านนี้คงหิวแย่แล้วล่ะ

         เอิงก็หิวเหมือนกัน ไม่เห็นแม่ห่วงเลย

         อย่างเรานะไม่มีวันอดหรอก แม่ไม่ห่วงเลยสักนิดเดียว แล้วก็นี่จ้ะ ผัดคะน้าหมูกรอบ ยำไข่เค็ม แล้วก็...

         ที่บ้านคุณปุ่นเขาหุงข้าวไม่เป็นเหรอจ๊ะแม่ ทำไมต้องเตรียมข้าวใส่ปิ่นโตไปด้วยล่ะ หญิงสาวถามก่อนที่แม่จะแนะนำเมนูข้าวสวยร้อนๆ

         แม่ก็เตรียมไว้เฉยๆ แหละจ้ะ

         งั้นเอาไปแค่นี้พอ เธอไม่ได้หวงของกิน แต่คิดว่ามันออกจะเกินไปหน่อย

         “เอ้า ลูกคนนี้นี่ยังไง”

         “เอิงไปแล้วนะจ๊ะ” หญิงสาวรีบออกจากบ้านโดยไม่ฟังคำท้วงติงของแม่เลย พลอยโพยมคิดไปเองว่าหากต้องเดินส่งข้าวบ่อยๆ บ้านโน้นเขาคงพากันคิดว่าแม่โฉมฉายนี่ยังไง หรืออาจจะพาลว่าแม่หวังขายลูกสาวกินเสียก็ไม่รู้ ใจคนยิ่งยากแท้หยั่งถึงอยู่ด้วย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

49 ความคิดเห็น