รักจรดใจ

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    29 ก.ค. 61

ได้ยินว่าวันนี้จะมีคนจากโรงพยาบาลมาที่ศูนย์นะคะ ถ้าเป็นคนเดิมพี่นิคงไม่แคล้วขอตามเข้าไปฟังด้วยแน่ๆ อรนิดาเล่าด้วยสีหน้าเคลิ้ม

         งั้นพี่นิก็ต้องรีบไปลงทะเบียนเลย เดี๋ยวจะอดเข้าฟัง

         งานนี้ไม่ต้องลงทะเบียนก็เข้าฟังได้ค่ะ อรนิดายิ้มอย่างมีเลศนัย

         ทำไมหรือคะ หรือว่ามีเส้นสาย หรืออะไรลับๆ ที่เอิงไม่รู้หรือเปล่า

         มีค่ะ ผู้ชวยบรรยายวันนี้ก็คือ หมอเอิง...พี่นิก็เลยมีสิทธิ์เข้าฟังด้วย อรนิดาต้องเข้าไปช่วยพลอยโพยมจัดเตรียมเอกสารการบรรยาย

         พี่นิเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ เธอไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่เห็นมีคำสั่งลงมาเลย

         คำสั่งเพิ่งมาค่ะ อีกสั่งครู่คงมาถึงแน่นอนค่ะ นับเลขในใจรอเลยค่ะ

         พลอยโพยมรู้สึกท้อแท้ตั้งแต่ตอนที่อรนิดาบอกให้นับเลขแล้วล่ะ เพราะหากเป็นเช่นนี้คนที่นำคำสั่งมาให้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพีรดา

         ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเพียงสองครั้ง แล้วจากนั้นผู้ที่ทั้งสองคนรอคอยก็เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง

         คำสั่งจากโรงพยาบาล ประโยคนี้พีรดาตั้งใจเอ่ยกับพลอยโพยม ส่วนเธอ...ว่างๆ ก็เดินไปดูความเรียบร้อยในห้องบรรยายหน่อยนะ ป่านนี้คงจัดใกล้เสร็จแล้วล่ะ

         ถ้อยคำกระแนะกระแหนทำให้อรนิดาปลีกตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

         โชคดีของเธอนะที่ทางโรงพยาบาลส่งเรื่องลงมา ไม่งั้นก็อย่างหวังเลยว่าเธอจะได้ทำหน้าที่นี้ ส่วนคนที่เธอต้องช่วยในการบรรยายคือด็อกเตอร์นายแพทย์ปฏิรพ

         พลอยโพยมเกือบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เมื่อพีรดาเรียกผู้บรรยายเสียเต็มยศขนาดนั้น ยังดีที่ไม่พ่วงนามสกลุที่แสนจะยาวเหยียดของเขามาด้วย ทว่า...

         เอ๊ะ...ชื่อนี้คุ้นๆ หรือว่าเมื่อกี้เธอได้ยินผิดไปหรือเปล่า ที่หมอดาบอกว่าคุณปฏิรพ เอิงไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองฟังถูกหรือผิดกันแน่ รบกวนพูดอีกรอบได้ไหม

         เสียมารยาท เธอต้องเรียกเขาว่าด็อกเตอร์ ดีใจจนเนื้อเต้นเรียกผิดเรียกถูก รักษากิริยาไว้เสียบ้าง เธอไม่อายแต่ฉันอายมาก

         ค่ะ

         ดีแล้วที่เข้าใจ

         ค่ะ

         นี่เธอกำลังยอกย้อนฉันหรือเปล่าพลอยโพยม

         เปล่าค่ะ

         โอ๊ย! หัดพูดคำอื่นบ้างก็ได้นะ พีรดาออกจากห้องไปด้วยอาการหัวเสียอย่างหนัก

         พลอยโพยมยิ้มอ่อนใจ ต่อให้เธอพูดประโยคอื่น หรือพูดยาวกว่านี้พีรดาก็คงหาเรื่องว่าเธออยู่ดี เรื่องของเรื่องคือหล่อนกำลังโมโหอยู่ต่างหากล่ะ คงขัดใจเรื่องคำสั่งจากทางโรงพยาบาลแน่ๆ เธอเองก็ไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่หรอก เป็นไปได้ก็อยากให้พีรดาเป็นคนทำเองนั่นแหละ

 

พลอยโพยมอ่านคำสั่งแล้วขมวดคิ้วมุ่น คำสั่งไม่มีหัวข้อที่จะบรรยาย หญิงสาวก็เลยได้แต่เดาเอาว่าเขาจะบรรยายเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่ที่ทราบตอนนี้ก็คือ ศูนย์การแพทย์แห่งนี้คือศูนย์เพื่องานด้านจิตเวช เหตุใดปฏิรพซึ่งเป็นหมอชำนาญด้านการผ่าตัดจึงต้องมาให้คำบรรยายพิเศษที่นี่ด้วย   

         “ด็อกเตอร์น่าจะมาถึงที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมง หมอเอิงรีบเตรียมตัวเถอะค่ะ เข้าสายจะถูกว่าเอาได้หมอดายิ่งเขม่นจะหาเรื่องอยู่ด้วย” อรนิดาเอ่ยขณะมองนาฬิกาบนข้อมือ

         “ค่ะ แล้วพี่นิพอจะทราบหัวข้อการบรรยายในวันนี้ไหมคะ”

         “ไม่ทราบค่ะ เดี๋ยวไปถึงคงรู้เอง”

         “แต่ว่าเราต้องเตรียมข้อมูลนะคะ ถ้าไม่ทราบว่าจะบรรยายอะไรแล้วจะเตรียมข้อมูลถูกได้ยังไง”

         “แต่คราวที่แล้วด็อกเตอร์มาบรรยายเกี่ยวกับจิตพาสุขนะคะ”

         “อ้าว...” พลอยโพยมรู้สึกแปลกใจไม่น้อยทีเดียว “แต่หมอปุ่นเป็นหมอชำนาญด้านการผ่าตัดไม่ใช่หรือคะ”

         “ทำไมหมอเอิงเรียกด็อกเตอร์อย่างนั้นล่ะคะ ถ้าหมอดามาได้ยินเข้าเดี๋ยวก็โดนหาเรื่องอีกหรอก แล้วไปทราบได้ยังไงคะว่าท่านมีชื่อเล่นว่าปุ่น”

         “อ้อ...ได้ยินใครๆ เขาพูดถึงกันน่ะค่ะ” พลอยโพยมปดหน้าตาเฉย

         “อ๋อ แล้วไป นึกว่ามีอะไรที่พี่นิไม่รู้ซะอีก”

         “ไม่มีค่ะ พูดเรื่องความชำนาญของหมอ...ด็อกเตอร์นายแพทย์ปฏิรพต่อดีกว่าค่ะ” พลอยโพยมเรียกเสียเต็มยศ แต่ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของอรนิดาไม่น้อย หล่อนจึงรีบเล่าด้วยน้ำเสียงสดใสว่า

         “พี่นิก็ได้ข่าวมาแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แต่เราน่าจะเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ เลย เห็นว่าเชี่ยวชาญด้านจิตเวชนะคะ ที่สำคัญหนังสือที่ด็อกเตอร์เขียนนั้นขายดีมากค่ะ”

         “คะ...ที่พี่นิพูดเมื่อกี้นี้ เป็นเรื่องจริงเหรอคะ”

         “จริงยิ่งกว่าจริงค่ะ พี่ยังมีหนังสือเรื่องจิตพาสุขอยู่เลยนะ เดี๋ยววันหลังหยิบมาให้ดู”

         พลอยโพยมรู้สึกตกใจอีกรอบ หรือว่าหมอปุ่นจะชำนาญการรักษาถึงสองด้าน เขาเป็นประเภทที่เธอคาดไม่ถึงมาก่อน แม้ว่าความชำนาญนั้นจะมีส่วนพึ่งพากัน เพราะบางครั้งหมอผ่าตัดก็ต้องการจิตแพทย์เพื่อช่วยปลอบโยนคนไข้

         ความจริงหมอคนหนึ่งสามารถจบเฉพาะทางได้มากกว่าหนึ่งด้าน แต่ในกรณีของหมอปุ่นหากเป็นเรื่องจริง เธอคงช็อกหนักกว่าเดิมแน่ๆ

 

หัวข้อการบรรยายเรื่องจิตพาสุข พลอยโพยมรู้สึกตาลายกับหัวข้อที่เธอเฝ้าครุ่นคิดถึงหลายครั้ง มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม เขาเอาเวลาที่ไหนไปเรียนเยอะแยะ เมื่อคิดถึงจุดนี้หญิงสาวก็ตาโต เธอลืมคิดถึงจุดนี้ไปเลย เรื่องที่ว่าบ้านหมอปุ่นหลังใหญ่มาก คนธรรมดาซื้อบ้านแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ

         “คุณคือผู้ช่วยบรรยายวันนี้ใช่ไหม” เสียงทักขึ้นทางด้านหลัง

         “ค่ะ...ด็อกเตอร์นายแพทย์ปฏิรพจบชำนาญสองด้านหรือคะ” เธอถามโดยไม่หันมามองเขา

         “ใช่”

         พลอยโพยมรู้สึกว่าร่างกายเซไปด้านข้างเล็กน้อย “ด็อกเตอร์นายแพทย์ปฏิรพทำฉันตกใจมาก ไปเรียนได้ยังไง ทำไมถึงได้เรียน แล้ว...”

         “เลิกเรียกเต็มยศเสียที เคยเรียกคุณปุ่นเฉยๆ อย่ากวน คุณได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการบรรยายไว้หรือเปล่า”

         พลอยโพยมหดคอเมื่อเขาทำหน้าเข้ม คล้ายรำคาญที่เธอถาม

         “แหม...ก็ใครๆ เขาบอกว่าให้เรียกท่านอย่างสมเกียรติหน่อย อย่างไรเสียท่านก็เป็นถึงด็อกเตอร์ ฉันกลัวเสียมารยาทนี่คะ” ประกายตาวิบวับขณะเอ่ย

         “แต่ที่คุณกำลังพูดอยู่ตอนนี้มันเหมือนล้อเลียนผมมากกว่านะ”

         “แฮะๆ งั้นฉันเรียกเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ”

         “ตามใจ”

         “ขอบคุณค่ะ ส่วนเรื่องข้อมูล ฉันเพิ่งรู้หัวข้อบรรยาย ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลยค่ะ”

         “ไม่เป็นไร หน้าที่ของคุณก็แค่ฟัง แล้วก็ใช้เครื่องชี้แสงเลเซอร์ให้ตรงหัวข้อเท่านั้น ทำได้หรือเปล่า”

         พลอยโพยมขบฟันพยักหน้าหงึกหงัก ที่เขาพูดทำนองเหมือนเธอเป็นเด็กไม่ค่อยรู้เรื่องการงานของผู้ใหญ่ เครื่องชี้นี่ตอนเรียนก็ใช้ประจำ ยังจะมาถามให้เสียอารมณ์อีก

         “แต่คุณปุ่นสุดยอดมากนะคะที่เรียนหนักขนาดนี้”

         “มันจะสุดยอดกว่านี้นะถ้าคุณจะเริ่มเตรียมตัวยืนประจำที่ได้แล้ว” เขาเตือนขณะมองนาฬิกาบนข้อมือ

         พลอยโพยมยืนนิ่ง วางสีหน้าขรึม ขณะที่ประตูเปิดอ้าออก และผู้ฟังบรรยายเริ่มทยอยเข้ามาทีละคนๆ จนเต็มห้อง จากนั้นการบรรยายจึงเริ่มขึ้น พลอยโพยมได้เห็นอีกด้านของปฏิรพ ด้านที่เธอออกจะทึ่งเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าเขาจะซ่อนมุมที่น่านับถือไว้ด้วย

         จิตพาสุข ความสุขไม่ได้สุดอยู่ที่หัวใจเท่านั้น การทำตามหัวใจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ขับเคลื่อนชีวิตไปในทุกๆ วัน หัวใจสั่งให้ทำ และก้าวตามหาความสุขที่มีอยู่ทุกมุมของโลกใบนี้ เราควรใช้หัวใจนำทางเพื่อนำไปสู่ความสุข และใช้หัวใจเป็นเกราะป้องกันความทุกข์ หัวใจที่แกร่งคือหัวใจที่ผ่านความทุข์ยาก ผ่านร้อนผ่านหนาวฤดูแล้วฤดูเล่า ผ่านการกลั้นกรองความรู้สึกจากหลายเรื่องราว จนกลายเป็นความเข้มแข็ง

       “หัวใจไม่ได้อ่อนแออย่างที่เราคิด แต่เราต่างหากที่สั่งให้มันอ่อนแอ และเก็บทุกอย่างไว้จนกลายเป็นความกดดันในใจ ถ้าอยากให้จิตเป็นสุข ก็แค่ปล่อยวางความทุกข์ อันหลังนี้อาจจะทำได้ยากหน่อย แต่ก็ไม่เสียหายที่จะลองใช่ไหมครับ ผู้ช่วยบรรยายกรุณาชี้ตรงหัวข้อด้วยครับ เดี๋ยวคนฟังสับสน” เขาเอ่ยเมื่อเห็นว่าผู้ช่วยในการบรรยายลดมือลงจากหัวข้อบรรยาย

         พลอยโพยมซึมซับประโยคคำพูดเหล่านั้นมาที่ใจจนล้นปรี่ เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ฟังคำพูดที่แสนธรรมดาแต่มีความหมายอย่างนี้ ปฏิรพเป็นผู้ชายที่เกินคาดเดาจริงๆ และเธอรู้สึกว่าหัวใจกำลังตกหลุมรักเป็นครั้งแรก

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #39 banidin (@banidin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 20:34
    แน้...หมอปุ่นมีแซวผู้ช่วยด้วย..จุ๊ๆอย่าเอ็ดไป หมอเอิงกำลังเคลิ้มอยู่คร้า
    #39
    0