รักจรดใจ

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ผู้ดูแลลับๆ รีไรท์จ้ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

โครงการกู้ใจ! เอิงเนี่ยนะ!’

        มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนี่นา ทางโน้นเขามีคำสั่งมา ยังไงก็ต้องทำ

        ‘แต่ว่า

        ‘ไม่มีต่งไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นแหละ เธออย่าลืมนะ ว่าเธอได้ทำงานที่นี่ เพราะได้รับความเมตตาจากท่าน หมอที่เรียนเฉพาะทางไม่จบอย่างเธอ ได้งานทำที่นี่ก็ถือว่าดีเกินไปด้วยซ้ำ

        คำพูดของหมอดาเสียดแทงใจเธอทุกครั้ง ทำไมเธอถึงเรียนไม่จบ แล้วทำไมเธอถึงเรียนต่อไม่ได้ นั่นเป็นเพราะความจำเธอมันไม่ค่อยดี ปัญหานี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนนั้น เธอก็จำไม่ได้อีกเหมือนกัน

             “ถ้ามันง่ายนักทำไมไม่มาทำเองซะเลย รู้ไหมว่าสังคมตอนนี้โหดร้ายเกินกว่าจะให้ผู้หญิงมาเดินแถวนี้คนเดียว” คุณหมอสาวเอ่ยพึมพำกับตัวเอง พลางกดมือถือหาแนวร่วมชะตากรรมในครั้งนี้ ทว่า...

          “กดจนมือจะหงิกอยู่แล้ว ทำไมเภาถึงไม่รับสายนะ คงไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ”

          ร่างเล็กในชุดเอี้ยมยีนกางเกง ยืนเก้กังอยู่หน้าผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ผมสั้นประบ่าถูกรวบไว้เป็นหางม้า อวดต้นคอระหง ดวงตาคู่หวานกวาดมองประตูทางเข้าที่มีนักท่องราตรีเดินเข้าออกอย่างชั่งใจ

          “ชุดไม่ผ่าน หน้าไม่ผ่าน เอ่าน่า เพื่อผู้ป่วย” หญิงสาวเอ่ยพลางถูมือไปมาเพื่อขจัดความเครียดในหัว ก่อนก้าวเท้ามุ่งตรงไปข้างหน้า

          เสียงเพลงดังกระหึ่มจนคลื่นความถี่ในสมองของเธอทำงานสับสน ร่างเล็กโยกหัวส่ายเอวเข้ากับจังหวะเพลงเล็กน้อย เพื่อเรียกความกล้าในตัว พลอยโพยมท่องคำพูดไว้ในหัวซ้ำไปซ้ำมาว่า เธอทำได้ๆพลางสอดส่ายสายตาหากลุ่มเป้าหมายที่พีรดาให้ไว้ และแล้วเธอก็พบเขา

          ร่างเล็กเดินปรี่เข้าไปทันที แต่ทว่า!

          “ขอโทษนะครับ ขอดูบัตรประชาชนหน่อย” ชายใส่ชุดดำเอ่ยแทบจะเป็นเสียงตะโกน

          “ตาย! ต้องดูด้วยเหรอคะ ฉันอายุ 23 ปีแล้วนะ รอยตีนกาก็เริ่มมีเยอะแล้วด้วย” หญิงสาวยิ้มกว้างเพื่อเรียกรอยตีนกาบนใบหน้าให้มารวมกัน

          “มืดอย่างนี้ไม่เห็นหรอกคุณ”

          “ฉันลืมเอาบัตรมาค่ะ ขอเที่ยวขอดื่มก่อนแล้วค่อยไปโรงพักด้วยกันไหมคะ เงินในกระเป๋ายังไม่ได้ใช้เลยค่ะ” หญิงสาวตบกระเป๋าสะพายตัวเอง “ไม่งั้นก็ไปเอาหมายค้นมา” หญิงสาวขู่เมื่อเขาไม่ยอมล่าถอย ให้มันรู้กันไปสิว่าใครจะแน่กว่ากัน ใช่ว่าอยากค้นก็ค้นได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่

          “งั้นก็ได้” เขาเอ่ยแล้วล่าถอยไป

          หลังจากที่เป็นอิสระแล้ว พลอยโพยมก็รีบมองหาเป้าหมายทันที เป้าหมายของเธอนั่งก้มหน้ามีหมวกแก้ปสีดำคลุมไว้อีกทีจนมองหน้าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

          “ยกซดอย่างกับน้ำเปล่า ระวังติดคอนะคะ” เธอเอ่ยแล้วรีบยื่นนามบัตรให้เขาอ่าน

          “แพรนภาเหรอ”

          คนตัวเล็กส่ายหน้า คงเมาได้ที่แล้วกระมั่ง

          “พลอยโพยมค่ะ ไม่ใช่แพรนภา” ตัวหนังสือต่างกันลิบลับเลย แพรนภานั่นมันชื่อว่าที่พี่สะใภ้ของเธอต่างหาก แต่น่าเสียดายที่หล่อนอายุสั้นไปหน่อย คิดถึงไปก็เท่านั้น คนตายไม่อาจหวนคืนกลับมาได้

          “ไม่ใช่ก็เกือบใช่” เขาเอ่ยพึมพำ “คุณคงเป็นหมอจากศูนย์เอื้อใจสินะ”

          “ค่ะ คุณคามภีร์ ชื่อเหมือนพระเอกชื่อดังเลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยยิ้ม ทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นหญิงสาวก็เผลอครางในลำคอ “ตัวจริง เสียงจริง”

          “ผมต้องการยานอนหลับ”  เขาเอ่ย ไม่สนใจท่าทางตกใจของหญิงสาว

          “กินเหล้าเข้าไปเดี๋ยวก็หลับค่ะ นี่คุณมาคนเดียวหรือคะ” เธอไม่ได้ประชดนะ แต่ถ้าเขายังซดเหล้าแทนน้ำอยู่อย่างนี้ สักพักคงหลับแน่นอน หวังว่าคงไม่ต้องแบกเขากลับด้วยหรอกนะ

          “ผมไม่ได้หลับมา 2 วันแล้ว แต่ถ้ามีคนสะกดจิตได้คงดี”

          “ทำไมคะ”

          “ก็คงให้เขาทำให้หลับ คุณเชื่อเรื่องการสะกดจิตไหม”

          “ก็นิดหน่อย”

          “คนที่สะกดจิตเป็น แค่ยกไอ้นี่แกว่งๆ คนที่ถูกสะกดจิตก็จะหลับทันที” เขาเอ่ยแล้วแกว่งคล้ายทีเล่นทีจริง ทว่า

          พลอยโพยมรู้สึกหัวหมุน และก่อนที่ศีรษะของเธอจะฟุบลงกระแทกพื้น เสียงเอ่ยแว่วก็ดังขึ้น

          “นายเข้าใจอะไรผิดไปนะ การสะกดจิตเขาต้องทำแบบนี้” เสียงขู่ครางต่ำ ในขณะที่เสียงเพลงสะดุด แล้วจากนั้นไม่กี่วินาทีทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ

         

“ไอ้ลูกหมาเอ๊ย! เล่นกับใครไม่เล่น อุ้ย...ขอโทษครับคุณปุ่น” ดลภพมีสีหน้าขยาด เมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยของเจ้านายตัวเอง

          “ขับต่อไปเถอะ” คำเอ่ยมีเท่านั้น แต่รอยกังวลที่ใบหน้าฉายชัด มือข้างที่อุ่นจัดเนื่องจากคอยประครองใบหน้าละมุนมาตลอดทางเริ่มชานิดหน่อย เขาใช้นิ้วชี้อีกข้างเกลี่ยแก้มนวลเล่นเบาๆ ราวกับกำลังเล่นตุ๊กตาเจ้าหญิง

          “คุณปุ่นจะพาคุณเอิงไปส่งที่ไหนครับ”

          “โรงแรม...”

          “หา! คุณปุ่นเอาจริงเหรอครับ”

          “ข้างโรงแรมมีซอยเล็กๆ ตรงนั้นมีทางลัดออกนอกเมือง ทำเวลาหน่อย ตัวเย็นหมดแล้ว” ถ้อยคำเอ่ยเรียบ คนฟังเกือบคิดว่าเป็นมุกอยู่แล้วเชียว

          “ดีนะที่คุณปุ่นไปทัน ไม่อย่างนั้นคุณเอิงแย่แน่”

          ปฏิรพเผลอกำมืออีกข้างแน่น ดวงจิตนี้เป็นของเขา ใครกล้าท้าทายก็ลองดู ปฏิรพมัวแต่มองใบหน้าละมุน จนกระทั่งรถจอดสนิทแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองดูรอบๆ

            รอบบริเวณบ้านสวนมืดและวังเวงพอควร แต่การเคลื่อนไหวของปฏิรพก็เบาพอที่จะไม่ทำให้คนในบ้านตื่น เขาเปิดประตูได้อย่างง่ายดาย แล้ววางร่างเล็กลงบนที่นอน จากนั้นจึงกลับออกไปอย่างเงียบกริบ ทว่าพอลับร่างสูงเสียงกระดิ่งแววกังวานก็ได้แทรกขึ้นเพียงเบาๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #18 Rich99 (@Rich99) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:57

    ไรเนี่ย เอิงโดนไรมาคะ

    #18
    0
  2. #4 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 09:48

    สงสารผู้กองเลย

    #4
    0