รักจรดใจ

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 9.1 เสียงลึกลับ กับอ้อมกอดอุ่นๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61

บรรยากาศช่างน่าอึดอัด ความหนาวเย็นค่อยๆ ซึมไปตามผิวเนื้อ พลอยโพยมตะเกียกตะกายหาทางออก เธอฝันร้าย หญิงสาวพยายามบอกตัวเองว่าฝัน แต่ไม่สามารถตื่นจากฝันร้ายนั้นได้

         “มีคนต้องการความทรงจำของเธอ” เสียงนั้นดังอยู่ในกระแสจิต

         “ตอนนี้เธออยู่ไหน”

         “จุดเริ่มต้น” เสียงกระซิบราวกับสายลม แต่ชัดเจนสำหรับคนฟังซึ่งนั่งหลับตาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปฏิรพไม่อยากทำสิ่งนี้เลย แต่เขาไม่มีทางเลือก มีเวลาแค่นาทีเดียว เขาตัดสินใจรวดเร็วเพื่อหยุดเวลา กระแสจิตที่ส่งไปอย่างฉับพลันมีผลทำให้เวลาเดินช้าลงหนึ่งนาที แต่ไม่มีผลต่อผู้ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

         พลอยโพยมเคยถูกกันออกจากเหตุการณ์ฆาตกรรม ครั้งนั้นปฏิรพยอมเสียหลักฐานสำคัญไปหนึ่งชิ้น ถ้าไม่ใช่เพราะเธอป่านนี้เขาคงได้เบาะแสของเวทิศแล้ว

         “หัวใจเธอเต้นแผ่วลง น่าจะเป็นเพราะกลิ่นของดอกพญาสัตบรรณแน่เลย นายมีเวลาเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นนะปุ่น”

         “ฉันรู้” ปฏิรพใช้เวลาเพียงเสี้ยวเดียวของเวลาที่มีเพื่อตัดกระแสจิตของพลอยโพยม

         “ฉันโอเคไสย์ นายโอเคหรือเปล่า”

         “ฉันจะเปิดผนึก นายมีเวลาแค่ห้านาทีเท่านั้นที่จะพาพลอยโพยมออกจากผนึกนี้ นายเข้าใจไหม”

         “จัดการเลย เธอไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มคลำชีพจรตรงข้อมือเล็ก

         “งั้นเตรียมตัวได้เลย!” ผนึกซึ่งมองดูผิวเผินคล้ายสายหมอก ค่อยๆ สลายกลายเป็นกระจกใสหลายชั้น “โอม...วิวะริโต” สิปปะเปิดผนึกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ปฏิรพพาทุกคนเดินทางผ่านช่วงเวลาไปยังที่ปลอดภัย

         ทันทีที่ทั้งสามคนข้ามเวลาไปแล้วสิปปะจึงทำการปิดผนึก “โอม...ปิทะหัต” เสียงทรงอำนาจลอยลิบพร้อมกับมิติถูกปิด ในห้วงของความสลัวซึ่งเต็มไปด้วยสายหมอก โลกหมุนไปตามปกติ มีเพียงปฏิรพ สิปปะ แล้วก็ดลภพเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

        

“หนาว...”

         เสียงเพ้อยามที่ไม่รู้สึกตัว ทำให้ผู้ที่นั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ขยับตัวหลังจากที่นั่งนิ่งในท่าเดิมนานหลายชั่วโมง ปฏิรพกลัวว่าการตัดกระแสจิตของพลอยโพยมอย่างฉับพลันนั้นจะมีผลต่อระบบความจำของหญิงสาว เขาจึงสะกดจิตที่แสนอ่อนแรงนั้นให้ดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา กระทั่งหญิงสาวรู้สึกตัว

         “เอิง...” เขาเรียกเมื่อเห็นคนตัวเล็กลืมตา แล้วเอาแต่จ้องที่เพดาน

         “ที่นี่ที่ไหนคะ”

         “บ้านของผมเอง เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ผมจึงต้องพาคุณมาที่นี่แทน”

         “แล้วแม่รู้เรื่องนี้รึเปล่าคะ เอิงให้แม่รู้เรื่องวันนี้ไม่ได้”

         “ผมโทร.ไปบอกท่านว่าคุณติดคนไข้ คงต้องพักอยู่ที่ศูนย์หลายคืน”

         “แล้วทำไมเราไม่ไปโรงพยาบาลคะ มาที่นี่ทำไม”

         “ที่นี่ปลอดภัยกว่า” คำอธิบายนั้นมีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้คนตัวเล็กพยักหน้าน้อยๆ

         “นอกจากเอิงแล้วมีใครเป็นอะไรไหมคะ คุณเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า”

         “ผมไม่เป็นไร หิวรึเปล่า”

         “นิดหน่อยค่ะ”

         “งั้นสักพักค่อยกินก็แล้วกัน กำลังเตรียมมื้อค่ำอยู่ น่าจะใกล้เสร็จแล้วล่ะ”

         “พูดไปก็คงไม่มีใครเข้าใจ แต่ตอนที่ฉันหลับ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างมากเลยค่ะ มันรู้สึกเหมือนโดนผลักลงไปในเหว หายใจก็ไม่ค่อยออก โชคดีที่ตื่นขึ้นมาได้” หญิงสาวเปรยขึ้นมาราวกับต้องการระบายเรื่องราวที่อัดอั้นอยู่ในใจ

         ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ปฏิรพรู้สึกผิดที่เธอต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องราวของตนเอง เขาไม่อาจปลอบขวัญเธอได้อย่างสนิทใจ แม้อยากจะทำอย่างนั้นก็เถอะ

         “อยากนอนอีกนิดไหม” กระแสเสียงเจือความอาทรอยู่บ้าง

         “ไม่ดีกว่าค่ะ” ถ้อยคำเอ่ยแปร่งปร่า ถ้าเวลานี้มีแม่หรือไม่ก็พี่ชายอยู่ด้วยเธอคงโผเข้ากอดพวกเขา แล้วร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ความกลัวมันมีอยู่มากก็จริง แต่ไม่เทียบเท่ากับความโดดเดี่ยวที่รู้สึกได้ในตอนนี้เลย พลอยโพยมกลั้นสะอื้นไม่ไหว

         “เรื่องวันนี้ทำให้คุณตกใจไม่น้อย ผมต้องขอโทษด้วย”

         “มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ จู่ๆ ฉันก็รู้สึกขึ้นมา น่าจะเป็นอาการเซกานิกส์แน่ๆ เลย หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าฉันฝันร้ายก็ได้ ฝันถึงอะไรก็ไม่รู้”

         พลอยโพยมต่อต้านการสะกดจิตของเขา ปฏิรพจับมือเล็กๆ มากุมไว้ เขาไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้นอกจากลูบที่มือนุ่มๆ นั่น “ผมก็เคยมีช่วงเวลาที่ลำบาก แล้วก็เจ็บปวดเหมือนกัน ผมเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำใจได้ แต่ไม่ว่ามันจะโดดเดี่ยว จะเหงาแค่ไหนเราก็ต้องทนอยู่กับมันอยู่ดี อย่าร้องไห้เลยนะ”

         นัยน์ตาสีนิลที่แลสบมานั้นช่างอ่อนโยนนัก “แล้วคุณทนได้ยังไงคะ”

         “ผมมีสิ่งหนึ่งที่ต้องปกป้อง บางทีก็เลยลืมไปเหมือนกันว่าเคยเจ็บปวด” ถ้อยคำเอ่ยเรียบเรื่อย แต่แฝงไว้ซึ่งความหมายซึ่งพลอยโพยมไม่อาจเข้าใจได้

เด็กๆ ยังไม่ออกจากถ้ำเลย ส่วนเค้าเพิ่งออกจากถ้ำ เดี๋ยวจะส่งหมอปุ่นกับด็อกเตอร์ไสย์เข้าถ้ำไปด้วย แต่ก็กลัวว่าจะโดนเหมือนท่านศรีเฮอๆ เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนปลอดภัยเนอะ 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาตามนิยายของเค้า เราทำหน้าที่ต่างกัน แต่รักในสิ่งเดียวกัน ขอต้อนรับแฟนคลับรายใหม่จ้า ฝากหมอปุ่นผู้หน้าสงสารที่ไม่เคยได้แอ้มสาวสักทีด้วยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

49 ความคิดเห็น