รักจรดใจ

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1.1 บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61

“ที่นี่คือห้องกักใจ” เขาแนะนำด้วยน้ำเสียงสุภาพ พลอยโพยมเกือบคิดแล้วด้วยซ้ำว่าเขานอบน้อมต่อเธอมากเลยทีเดียว

          ห้องกักใจเป็นห้องสี่เหลี่ยมโทนสีครีม มีภาพติดผนังห้องเป็นภาพต้นไม้สีเขียว สีเหลือง คนที่เข้ามาในห้องนี้คงรู้สึกคล้ายกัน สบายใจหญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้กับหน้าต่าง สายตาจดจ่ออยู่ที่ต้นโรสแมรี่ที่อยู่ภายนอกเรือนกระจกอย่างเพลิดเพลิน

          “ดื่มชาสักหน่อยไหมครับ”

          พลอยโพยมรู้ตัวเมื่อมีเสียงทักมาจากหลังม่าน แสดงว่าคุณหมอรอเธออยู่นานแล้ว

          “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่ดื่มชาค่ะ” เธอเอ่ยเมื่อเห็นถ้วยชาเลื่อนจากอีกด้าน เปลี่ยนมาวางด้านที่เธอสามารถหยิบขึ้นมาดื่มได้สะดวกยิ่งขึ้น ดวงตาคู่สวยมองตามมือที่หายไปหลังม่าน มือของเขามีสุขภาพดี บอกถึงอายุที่ยังหนุ่มแน่น เสียงของเขาทุ้มน่าฟัง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้พลอยโพยมถึงกับครุ่นคิด เหมือนเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหน

          “นี่ไม่ใช่ชาอย่างที่คุณเคยดื่มหรอกครับ มันทำมาจากใบโรสแมรี่ ที่นี่เราตากเองรับรองว่าไม่ได้ใส่สารกระตุ้นอย่างอื่นลงไปแน่นอน ดื่มแล้วจะช่วยให้อาการเครียดลดลงนะครับ”

          พลอยโพยมไม่อยากเชื่อ ขึ้นชื่อว่าชาแล้วยังไงก็มีสรรพคุณเหมือนกัน หรือจะหลอกขายชาให้กันเสียก็ไม่รู้

          “ถ้าชิมแล้วติดใจ ที่นี่ให้ฟรีนะครับ” เขาเอ่ยราวกับรู้ทันคนคิดมาก

          แม้จะมองไม่เห็นหน้าคนที่อยู่หลังม่าน แต่พลอยโพยมก็รู้สึกเสียหน้าจนต้องรีบยกชาขึ้นดื่มแก้เก้อ แต่รสชาติของชาทำให้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชมออกมา

          “หือ...อร่อยดีนะคะ กลิ่นก็ห้อมหอม แต่ตอนกลืนมีรสขมนิดๆ” หญิงสาวชมตามที่รู้สึก ไม่ได้หวังจะเอาใจเจ้าของชาแต่อย่างใด แต่ทำไมไม่รู้ พลอยโพยมคล้ายได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนฝั่งนั้น หญิงสาวเผลอยื่นหน้าเข้าใกล้ม่านราวกับว่าการทำอย่างนั้นจะสามารถมองเห็นอีกฝ่ายได้

          “รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ”

          เสียงขัดจังหวะทำให้คนตัวเล็กรีบหดคอกลับทันที ทั้งๆ ที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่กลับรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว พลอยโพยมส่ายหน้าเมื่อพบว่าตนเองเกิดอาการเซกานิกส์อีกแล้ว

          “ค่ะ...” เอ่ยคล้ายละเมอ หลังจากดื่มชาแล้ว เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาดเลยทีเดียว

          “ผู้ป่วยมาพบหมอเพราะอะไรหรือครับ”

          พลอยโพยมวางถ้วยชาลง แต่ยังเอามือแตะวัดความอุ่นของชาขณะที่เอ่ยกับคุณหมอ

          “ช่วงนี้ฉันมีอาการนอนไม่ค่อยหลับค่ะ มีอาการเซกานิกส์บ่อยๆ” ซึ่งมันน่ากลัวมาก เพราะอาการเพิ่งเกิดขึ้นที่นี่ เมื่อครู่นี้เอง “ฉันเคยตรวจอัลไซเมอร์แล้วด้วย แต่ผลออกมาว่าการทำงานของสมองฉันดีมากค่ะ มันสวนทางกับอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือ...ฉันไม่รู้จะอธิบายอาการของตัวเองยังไงเหมือนกัน” แม้จะกังวลกับอาการตัวเอง แต่ยามเอ่ยน้ำเสียงก็ยังมีแววสดใส

          “คุณเลยคิดว่าตัวเองมีอาการทางจิตผิดปกติใช่ไหมครับ”

          “ก็...อะไรทำนองนั้นค่ะ” น้ำเสียงเอ่ยคล้ายไม่แน่ใจ

          “คุณไม่ได้มีอาการทางจิตหรอกครับ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณนั้น ไม่สามารถหาเหตุผลและเล่าให้ใครฟังไม่ได้เท่านั้นเอง”

          “คะ...”

          “คุณหมอสรุปเลยหรือคะ”

          “ครับ”

          “ง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอคะ”

          “คุณแค่ต้องการใครสักคนที่ฟังเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณ หรือเรื่องราวที่หาเหตุผลมาอ้างอิงไม่ได้”

          เขาเดาถูกมาก หากไม่ใช่ผีก็อาจเป็นพลังงานอะไรสักอย่างที่สามารถขยับเตียงนอนของเธอได้

          “คุณหมอเชื่อเรื่องลึกลับที่พิสูจน์ไม่ได้ไหมคะ”

          “ก็อาจมีอยู่จริง แต่ที่แน่ๆ คุณมีปัญหาเกี่ยวกับอาการเซกานิกซ์แน่นอน”

          “คุณหมอก็คิดเหมือนกันใช่ไหมคะ แล้วคุณหมอรู้ได้ยังไง”

          “ตอนที่คุณยกถ้วยชาขึ้นดื่ม คุณไม่มีอาการลังเล แต่ตอนที่จิบน้ำชา เหมือนคุณกำลังนึกถึงบางอย่าง ผมเห็นคุณส่ายหน้า ซึ่งก็แปลว่าคุณนึกตำหนิตัวเอง แต่ก็ไม่ได้เสียใจกับการตำหนินั้น แสดงว่าคุณเป็นแบบนี้บ่อย คุณกำลังคิดว่าเคยดื่มชานี้มาก่อนหรือเปล่า ถูกไหมครับ”

          เขาอาจจะเดาถูกอีกนั่นแหละ แต่เอ๊ะ!

          “คุณหมอเห็นฉันส่ายหน้าหรือคะ” เธอกำลังคิดว่าเขาเห็นได้ยังไง ในเมื่อมีม่านกั้น

          ไม่มีคำตอบจากคุณหมอ และพลอยโพยมเพิ่งสังเกตเห็นตอนนี้เองว่า ฝั่งที่เธอนั่งอยู่นั้นสว่างกว่าฝั่งที่คุณหมอนั่งอยู่มาก

          สังเกตจากเงาหรอกหรือ เขาต้องเป็นคนที่เก็บรายละเอียดเก่งมาก พลอยโพยมนั่งคิดโดยที่ไม่มีเสียงแทรกทำลายสมาธิ ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่าความคิดเริ่มช้าลง มือสองข้างค่อยๆ อ่อนแรง หลังที่เคยตั้งตรงอย่างสง่าตลอดเวลาเอนพิงพนักเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว และวินาทีต่อมาสติก็วูบดับไป

 

แม้ตอนหลับเธอก็ยังได้กลิ่นโรสแมรี่ ในความฝันยังพร่าเลือน เธอรู้สึกเหมือนอยู่บนปุยเมฆ ล่องลอย สบายตัวสบายใจ และไร้แรงดึงดูดจนอยากอยู่ที่นี่ต่อไปนานๆ แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ เมื่อมีเสียงดังติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ก็จำต้องลืมตาขึ้นมา

          “ฉันหลับได้ยังไง” หญิงสาวนั่งตัวตรงรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น คงไม่มีเรื่องอย่างว่าใช่ไหม ประเภทแบบวางยาแล้วข่มขืน คงเป็นไปไม่ได้หรอก เธอเข้าไปดูคอมเม้นในเวบไซต์แล้ว แม้แต่อาจารย์หมอชื่อดังยังพูดถึงสวนรักใจแห่งนี้ แสดงว่าที่นี่เชื่อถือได้ คุณหมอเชื่อถือได้ แล้ว...

          หญิงสาวสำรวจดูว่าร่างกายตัวเองมีส่วนไหนผิดปกติบ้างหรือเปล่า

          “คุณหลับไปสิบนาที”

          เสียงเอ่ยจากผู้ที่อยู่หลังม่านดึงสติของพลอยโพยมคืนมา

          “สิบนาที”  ไม่จริงหรอก เธอคิดว่าตัวเองหลับลึกมาก ไม่มีทางแค่สิบนาทีแน่นอน หญิงสาวค้นนาฬิกาซึ่งถอดไว้ในกระเป๋า “สิบนาทีจริงๆ ด้วย” ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็น พลอยโพยมเผลอแตะผ้าม่าน ทว่าถูกคนที่อยู่หลังม่านหยุดมือเธอไว้เสียก่อน รอยอุ่นที่ประทับลงผิวเนื้ออย่างไม่ตั้งใจทำให้พลอยโพยมหัวใจเต้นตึกตัก

          “หมดเวลาแล้ว”

          “ตอนลงทะเบียนบอกว่าให้เวลาพูดคุยนานกว่านี้นี่คะ”

          “คนตั้งกฏเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้เสมอ”

          ก็จริงของคุณหมอ ก่อนกลับพลอยโพยมดื่มชาที่เหลือจนหมด เธอขอเด็ดใบโรสแมรี่จากสวนรักใจกลับไปด้วย เพราะติดใจกลิ่นของมัน ตั้งใจว่าจะเอาไปไว้ที่ห้องนอน จะได้รู้สึกผ่อนคลายยามหลับ

          ก่อนกลับหญิงสาวมิวายหันมาดูที่เรือนกระจกอีกรอบ ดวงตาคู่หวานกวาดมองโดยรอบเหมือนกำลังระลึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายเลือนรางราวความฝัน ดอกโรสแมรี่มีความหอมอ่อนๆ ปนหวาน แต่ทำไมเธอจึงรู้สึกขมขื่นเวลามองไปที่มัน ก็แค่ดอกไม้จะอะไรนักหนา หญิงสาวตำหนิตัวเองที่เริ่มฟุ้งซ่าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #17 Rich99 (@Rich99) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:52

    แนวนี้ก็ดีค่ะ น่าติดตามสุดๆ

    #17
    0
  2. #3 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 09:42

    น่าติดตามมากค่ะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคะ

    #3
    0