รักจรดใจ

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 5.1 เพื่อเธอฉันยอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

น้ำค้างเริ่มโปรยปรายปกคลุมทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบๆ เย็นลงอย่างรวดเร็ว ความแปรปรวนนี้ไม่สามารถอธิบายผลทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ ทว่าด้วยความจงรักภักดีต่อเจ้านาย จึงทำให้ศิขรยังคงเฝ้ายามอยู่ที่เดิม ความหนาวเย็นไม่ได้ทำให้เขาถอดใจแม้แต่น้อย

          “ทำไมอากาศถึงได้เย็นลงเรื่อยๆ อย่างนี้นะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” ศิขรลูบใบหน้าที่เริ่มชาจนเกือบไร้ความรู้สึก ศิขรติดสอยห้อยตามดลภพมาเป็นเวลานานถึงสามปี จนเขาได้รับความไว้วางใจให้เฝ้าสถานที่แห่งนี้ ทุกครั้งหากได้รับหน้าที่ เขาจะทำงานด้วยความเบิกบาน แต่คืนนี้อากาศกลับหนาวเย็นกว่าทุกครั้ง

          เรือนกระจกที่ถูกปกคลุมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ข้างในนั้นชายผู้หนึ่งกำลังรอคอยเวลาอย่างสงบ ดลภพมองไปยังเก้าอี้ที่ทำจากหวายด้วยความห่วงใย ขนาดความยาวของเก้าอี้ทอดรับร่างที่กำลังหลับใหลซึ่งไร้วี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาตอนไหน

           ดลภพกลัวเหลือเกินว่าอากาศที่เย็นลงอย่างรวดเร็วจะมีผลต่อผู้ที่หลับอยู่ตรงนั้น แต่ก็ไม่กล้าแม้จะหยิบยื่นผ้าห่มให้ เพราะรู้ดีว่าหากไปกระทบร่างนั้นเข้า ผลที่ตามมาอาจใหญ่หลวงเกินกว่าคนอย่างเขาจะรับผิดชอบไหว ทว่าการรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

          “คุณปุ่น” ดลภพเรียกแผ่วเบาเมื่อเห็นว่าร่างที่หลับอยู่นั้นเริ่มขยับตัว “คุณทำให้ผมตกใจแทบแย่ ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะครับ” เขาตำหนิด้วยความห่วงใย

          “ผมหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว”

          “ราวสองชั่วโมงได้ครับ คุณปุ่นไปที่นั่นมาอีกแล้วใช่ไหม”

          “อย่าบอกเรื่องนี้กับไสย์ ผมไม่อยากให้เขากังวล” คำขอนั้นแทนคำตอบทั้งหมด

          “คุณปุ่นไปที่นั่นอีกทำไมครับ ด็อกเตอร์ไสย์ห้ามแล้วห้ามอีกว่าไม่ให้หมอไปที่เขตเวลา”

          “ไม่รู้สิ จู่ๆ ก็อยากไปขึ้นมา” ปฏิรพลุกนั่งอย่างช้าๆ เขาวางมือไว้ข้างตัวในท่านั่งสบาย

          “มือคุณหมอไปโดนอะไรมาครับ” ดลภพเห็นหลังมือของเจ้านายเป็นรอยปื้นแดงราวกับไปกระทบของแข็งบางอย่างมา

          “คงโดนอะไรกระแทกเข้า”

          “อะไรของคุณหมอ หมายถึงอะไรครับ” ดลภพอยากทราบคำตอบที่แท้จริง

          ปฏิรพไม่ตอบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ทำให้เขานึกถึงดาราพรรณ ร่างเธอจมหายไปจากเรือ หลังจากที่โดนผู้ร้ายลอบฆ่า ความสูญเสียครั้งนั้นเขาไม่มีวันลืมเด็ดขาด

 ดึกๆ จะมาต่อให้อีกจ้ะ 

“วิญญาณฉันรอที่ทางช้างเผือก...” เสียงร้องเพลงหายไปแค่นั้น แล้วแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก “หันมาเจอหน้าเภาแล้วหมดอารมณ์ ถ้าโกโบริจะหน้าบานอย่างนี้ เอิงขอไปรอที่ดาวลูกไก่ดีกว่า”

          “ไปทำไมแถวนั้น” คนที่กินเก่งจนหน้าเริ่มกลมเข้าไปทุกทีถามขณะที่มองหาดาวลูกไก่

          “ก็ไปดูซิว่าพอจะมีไก่ตัวไหนอ้วนๆ บ้าง จะได้จับเอามาให้แม่ทำไก่ต้มใบมะขามอ่อนกินนะสิ”

          “แล้วอย่างนี้เอิงจะให้เภาเลิกกิน เมนูแต่ละอย่างของโปรดทั้งนั้น ถ้ามีแม่อย่างคุณนายโฉมฉาย ชีวิตนี้คงสบายท้องไปทั้งชาติ” เภาลีนาแอบเรียกแม่ของพลอยโพยมว่าคุณนายตามเพชรเพทาย อันที่จริงแล้วครอบครัวของพลอยไม่ได้รำรวยเงินทองเท่าที่บ้านของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับเภาลีนานั้นที่นี่กลับร่ำรวยอาหารอร่อยๆ มากมายหลายเมนู

          “บ้านตัวก็ทำร้านอาหาร ของกินเยอะกว่าที่นี่อีก”

          “อาหารอาจถูกปากแต่ไม่ถูกใจ” พ่อแม่เธอทำแต่งาน เอาใจลูกค้าจนลืมจดจำว่าลูกสาวของตนเองนั้นกินอาหารชนิดไหน ไม่กินอะไรบ้าง

          “อย่าคิดจะมาเป็นส่วนเกิน แค่เอิงกับพี่โอ่งแม่ก็จะเลี้ยงไม่ไหวแล้ว ขืนเพิ่มมาอีกคนเหนื่อยแย่”

          “ดูพูดเข้า ไม่เคยรักษาน้ำใจกันเลย ไม่พูดด้วยแล้ว ร้องเพลงเรียกหิ่งห้อยดีกว่า” แล้วบทเพลงที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีก็บรรเลงขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศยามค่ำคืนให้ครื้นเครง

          แสงจันทร์ลอดกิ่งต้นลำภูต้องร่างเล็กที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ บางจังหวะก็คอยปรบมือให้กำลังใจเพื่อน พร้อมกับส่งน้ำให้ดื่มเพื่อแก้กระหาย

          “คืนนี้จะนอนกันกี่ทุ่ม” คนตัวเล็กถามพร้อมกับล้มตัวลงนอนที่เสื่อ มือเล็กๆ หยิบไฟฉายมาส่องขึ้นฟ้า แล้วควงให้เหมือนกับว่าตอนนี้พวกเธอกำลังนั่งดื่มดำบรรยากาศในผับดัง

          “เอิงว่าเภาไปร้องเพลงแข่งกับคามภีร์ดีไหม”

          “เอิงว่าอย่าไปทำให้วงการเขาแปดเปื้อนเลย อยู่เฉยๆ น่ะดีแล้ว” พูดกลั้วหัวเราะ

          “เอิงนี่ไม่น่าเป็นหมอจิตเลยเนอะ ไม่เคยให้กำลังใจเพื่อน”

          “หมอก็คนน่า การพูดความจริงก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราสามารถดูปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้ามได้” โดยปกติคนเรามักอยากฟังเรื่องที่สบายใจ มากกว่าความจริง และความจริงตอนนี้ก็คือ แม้เธอจะได้รักษาผู้ป่วยทางจิตตามที่ฝัน แต่เธอก็ไม่ได้เป็นจิตแพทย์จริงๆ

          “งั้น...ถ้าเภาถามอะไรเอิงสักอย่าง จะตอบจริงๆ ไหม”

          “ถามอะไร”

          “เอิงว่าคุณหมอเป็นคนยังไง”

          “หมอไหน รู้จักตั้งหลายหมอ”

          “ก็หมอปฏิรพไง เคยเจอแล้วไม่ใช่เหรอ”

          “ออ แกชื่อปฏิรพนี่เอง เจอกันไม่กี่ครั้ง ถามงี้ก็ตอบยากสิ”

          “ตอบตามหลักจิตวิทยาสิ เช่นลักษณะท่าทาง รูปร่างบอกอะไรได้บ้าง” เภาลีนาเอ่ยนัยน์ตาพราว เธอชื่นชมคุณหมอมานานแล้ว

          “ภาพลักษณ์โดยรวมก็ดีนะ แต่เหมือนคนมีปมอะไรสักอย่าง”

          “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”

          คนตัวเล็กนิ่งคิดอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบ

          “ไม่รู้สิ ไว้ให้เจออีกทีคงตอบได้” คำตอบคลุมเครือสำหรับคนฟัง แม้แต่คนพูดเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอจะตอบเภาลีนาได้ไหม

          “แต่คุณหมอมีช็อกโกแล็ตอร่อยๆ เยอะนะ” เภาลีนาเอ่ยชี้แน่ะ

          “ก็คงเอาไว้หลอกเด็กมั้ง” คนตัวเล็กสรุป

          แค่กๆ เภาลีนาเกิดอาการสำลักน้ำลายทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

          “นี่ตั้งใจจะว่าเภาเป็นเด็กหรือเปล่า”

          “ไม่ใช่ซะหน่อย แต่เป็นผู้ใหญ่ที่ติดช็อกโกแล็ตต่างหาก ไม่รู้แหละ เอิงว่าภายใต้สีหน้าเรียบๆ ยิ้มอ่อนๆ แบบนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆ ”

          “ไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากความหล่อ นอกจาพี่โอ่งแล้ว เภาว่าคุณหมอนี่แหละที่โอเคที่สุด เภานี่อยากจะสิงร่างเขาทุกครั้งที่เจอเลย” พูดแล้วเคลิ้มจนต้องล้มตัวลงไปนอนฝันเคียงข้างคนตัวเล็ก ที่นอนฟังด้วยสายตาไม่ค่อยเชื่อถือในความคิดของตนเองเท่าไหร่

          “อย่าเพิ่งนอน อย่าเพิ่งฝัน ถ้าเอิงไม่หลับเภาก็ห้ามหลับเข้าใจไหม” คนตัวเล็กยกมือตีอากาศ เพื่อทำลายจิตนาการที่ไม่มีวันเป็นจริงของเพื่อนรัก แล้วผุดลุกนั่ง มองเพื่อนที่เพ้อถึงขั้นหนักมาก และก่อนที่เพื่อนจะเพ้อหนักไปกว่านี้เจ้าตัวจึงฉุดให้ลุกมานั่งดูดาวเป็นเพื่อนกันต่อ

มาอัพต่อแล้วจ้า เมื่อไหร่พรหมลิขิตจะบังเอิญบัญดาลก็ไม่รู้เนอะ เดี๋ยวตอนหน้าบันดาลให้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #22 aunya22 (@poonim22) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 10:09
    รออ่านค่ะ
    #22
    0
  2. #14 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 08:31

    เอิงกับหมอปุ่นเจอกันตอนไหนทำไมเราไม่รู้ ต้องกลับไปอ่านใหม่ล่ะ เราอ่านตกไปตอนไหน รออ่านตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ

    #14
    0
  3. #12 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 21:39

    รออ่านอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่่ะ

    #12
    0