รักจรดใจ

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4.1 ภาพที่หายไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

“กลับด้วยกันเลยไหมเภา” เอ่ยถามขณะที่สายตายังจับอยู่ที่จอทีวี ส่วนมือก็เก็บกระเป๋าไปพลาง วันนี้มีแต่ข่าวอุบัติเหตุทั้งนั้น

          “ไม่หรอก อยู่ที่นี่ก็ดี สบายจะตาย”

          “ชอบจังเลยนะโรงพยาบาลนี้เนี่ย ดีอะไรนักหนาเชียว”

          “ดีก็แล้วกัน เอิงน่าจะได้ประจำอยู่ที่นี่เนอะ น่าเสียดายจัง”

          “ใช่ น่าเสียดาย แต่ที่นี่มีแต่หมอหัวกะทิ ระดับด็อกเตอร์ทั้งนั้นเลยนะ”

          “วันนี้มีแต่ข่าวน่ากลัวเนอะ” เภาลีนาไม่ได้สนใจฟังที่เพื่อนพูดเลย เธอกำลังสนใจข่าวในทีวีมากกว่า

          “ใช่...เอ๊ะ! นั่นมัน...” พลอยโพยมสั่นไปทั้งตัว

          “น่าสงสารเนอะ ผูกคอตายเพราะช้ำรัก”

          “ไม่ใช่นะเภา”

          “ไม่ใช่อะไร ก็เขารายงานเมื่อกี้ว่าเพิ่งฆ่าตัวตาย เหตุเพราะช้ำรัก”

          “ไม่ใช่เรื่องนั้น ผู้หญิงคนนี้ตายมาหลายวันแล้วนะ ทำไมเขาถึงรายงานว่าเพิ่งตายวันนี้ล่ะ” เสียงพึมพำอย่างประหลาดใจ

          “ข่าวจะเพิ่งออกได้ยังไง เขารายงานไปเมื่อกี้ว่าเพิ่งตาย” เภาลีนาหันมาเถียงคอเป็นเอ็น

          “ไม่จริงนะ ก็เอิง...” เธอไม่ได้ลืม ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เธอพบที่โรงแรม แม้จะย้ำกับตัวเองอย่างนั้น แต่ก็รู้สึกสับสน เพราะความจริงที่เธอเห็นกับความจริงที่เภาลีนาเห็นนั้นช่างต่างกันนัก

          “เอิงเป็นอะไรหรือเปล่า ปวดหัวเหรอ ให้หมอตรวจสักหน่อยดีไหม” เภาลีนาเริ่มเป็นห่วงเพื่อน

          “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่...” ถึงอธิบายไปเภาลีนาก็คงไม่เข้าใจที่เธอพูดหรอก มีแต่เธอเท่านั้นที่ต้องพิสูจน์เองว่า มันคือเรื่องจริงหรือเป็นเพียงแค่...พลอยโพยมอยากหลอกตัวเองว่ามันเป็นความฝัน แต่ภาพที่ตามติดเธอมาหลายคืนนั้นทำให้ไม่สามารถวางใจลงได้จริงๆ ว่าการตายนั้นเพิ่งเกิดขึ้น

          เภาลีนาปิดทีวี เมื่อช่องเปลี่ยนเป็นช่วงข่าวบันเทิง เวลานี้กระแสของรุ้งร่วงกำลังมาแรง โดยเฉพาะเรื่องที่หล่อนเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น ผู้จัดการส่วนตัวเช่นเธอเห็นแล้วเพลียใจยิ่งนัก

 

บรรยากาศภายในโรงแรมค่อนข้างวุ่นวาย สีหน้าผู้คนยังเจือไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ บางคนยังจับกลุ่มคุยกัน พลอยโพยมเป็นเพียงผู้เดียวที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ และอยู่ผิดที่ผิดทาง หัวสมองของเธอถูกบีบรัดด้วยความเครียดจนหายใจติดขัด

          เธอต้องการใครสักคนที่สามารถระบายเรื่องราวต่างๆ โดยไม่ถูกมองว่าบ้า หญิงสาวเดินออกจากโรงแรมด้วยความรู้สึกอ่อนหล้า หัวใจหนักอึ้งราวกับโดนถ่วงด้วยก้อนหินซึ่งไม่มีวันยกออกไปได้ แรงกดทับที่อยู่ในใจทำให้ขาเธอก้าวไม่ออก

          “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

          ใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เขาพยุงร่างเล็กไม่ให้ทรุดลงไปกับพื้น

          “ขอบคุณค่ะ”

          “ไปโรงพยาบาลไหมครับ ท่าทางคุณเหมือนไม่สบายเลย เดี๋ยวผมไปส่งละกัน”

          “ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ กรุณาเรียกรถแท็กซี่ให้ก็พอค่ะ”

          ชายผู้ใจดีทำตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาโบกรถให้ และรอจนเธอขึ้นรถแล้วจึงจากไป

          อารมณ์อ่อนไหวที่ถูกกดไว้ในส่วนลึกของจิตใจพุ่งขึ้นมาจนพลอยโพยมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เธอรู้สึกว้าเหว่อย่างบอกไม่ถูก ทว่า...เหตุการณ์นี้นอกจากเธอแล้วยังมีอีกคนที่รู้เรื่องดี พลอยโพยมตัดสินใจไปพบพีรดา แม้ไม่ค่อยอยากเจอนักก็ตาม

         

“อ้าวเอิง ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังเลย คนไข้เป็นไงบ้าง” คำทักทายรื่นหู ราวกับไม่มีเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้น แถมพีรดายังใจดีชวนพลอยโพยมทานขนมเค็กด้วยกันอีกต่างหาก

          พลอยโพยมยืนนิ่ง พลางเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา

          “วันนี้วันที่เท่าไหร่คะพี่ดา”

          “ วันที่เก้า เดือนกันยายน เอาปีพุทธศักราชด้วยไหม เดี๋ยวนี้ลืมวันลืมคืนสินะเรา” พีรดาเย้าแหย่

          วัน และเวลายังคงเดินไปอย่างเที่ยงตรง แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นล่ะ? คำตอบดังขึ้นในใจทันที เรื่องราวเปลี่ยน!

          “นอกจากแก็งลูกเป็ดแล้ว มีคนไข้รายอื่นที่เอิงต้องไปพบไหมคะ เช่นลูกค้าที่เป็นผู้หญิง สถานที่นัดพบคือโรงแรม อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ”

          “ไม่มีนี่นา เป็นอะไรมากหรือเปล่าเรา หรือจะทำงานหนักเกินไป วันนี้ไม่มีคนไข้แล้ว ถ้าจะกลับไปพักผ่อนก็กลับได้เลยนะ เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”

          “ขอบคุณค่ะ” พลอยโพยมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า หญิงสาวกลับไปพร้อมกับความรู้สึกสับสน เธอควรจะดีใจที่ยังมีงานทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกหมดอาลัยตายอยากอย่างนี้นะ

           กดแอดแฟน คอมเม้นต์ ให้กำลังกันด้วยน้าจ๊ะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

49 ความคิดเห็น