ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [Fic] 2U :: ม่านทราย

    ลำดับตอนที่ #4 : ม่านทราย :: Part 3

    • อัปเดตล่าสุด 12 ม.ค. 54


    Part  3

    “ล้มเหลว ......... การเจรจาของเจ้าล้มเหลว”

    “อะไรกัน!!  ข้ายื่นข้อเสนอให้เจ้าดีออกขนาดนั้นทำไมถึงปฏิเสธ  หรือจะเอามากกว่านั้นข้าก็ให้ได้”

    “ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่   ใครจะปล่อยให้เชลยอย่างเจ้ากลับออกไปจากที่นี่ทั้งๆที่เจ้าเดินสำรวจไปทั่วหมู่บ้านขนาดนี้   ข้าปล่อยเจ้าไปก็โง่เต็มที”

    “แม้ข้าจะเสนอเงินให้เจ้ามากมายขนาดนั้นน่ะนะ  มันมากจนกองโจรอย่างพวกเจ้าย้ายไปอยู่ต่างประเทศได้สบายๆเลยนะ!!!

    “ข้าไม่แคร์   ที่นี่คือที่ของข้าทำไมข้าต้องย้ายไปที่อื่น  เงินที่เจ้าเสนอมามันมากก็จริง  แต่ข้าไม่เอา!!  หยุดต่อรองได้แล้วและข้าจะให้คนยกอาหารเข้ามาให้ถ้าไม่กินดีๆ ....  อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”สั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจแล้วเดินออกไปแบบไม่เหลียวหลังกลับมาดู

    “บ้าจริง!!!  บ้าไปใหญ่แล้วเป็นโจรประสาอะไรเสนอเงินให้ขนาดนั้นแล้วยังไม่สนอีก   เหอะ ....   แล้วจะทำยังไงดีเนี่ย   ท่าน ไม่น่าเอาของแบบนั้นมาฝากไว้ที่ข้าเลย  ไม่น่าจริงๆ”ส่ายหน้าไปมาทั้งด้วยความหงุดหงิดและอ่อนแรง

    เห้อ.....  เจรจาให้ปล่อยตัวเราไปด้วยเงินก้อนโตขนาดที่คิดว่าคงไม่มีทางถูกปฏิเสธได้แน่ๆ   แต่ทำไมเจ้าคนวิปริตที่อยู่ดีๆก็กลายเป็นเจ้าแห่งทะเลทรายนั่นถึงปฏิเสธไม่เอาเสียอย่างนั้น    โง่จนไม่รู้จะด่ายังไงดี

    .

    .

    .

    “จ้าวครับฟารีมาร์มารายงานว่าเชลยของจ้าวไม่ยอมกิน  ไม่ยอมนอน  แถมยังทำท่าจะอาละวาทอีกแล้วครับ”การีมคนสนิทของเจ้าแห่งทะเลทรายเข้ามารายงานในสายของวันต่อมา   

    “ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ยอมนอนอีกหรอ ......  ดื้อจริงๆ  เดี๋ยวข้าไปจัดการเอง    บอกพวกนางที่คอยดูแลเชลยไปพักผ่อนเถอะ  ส่วนอาหารให้เอามาที่นี่เราจะยกไปเอง”

    “ครับจ้าว”

    .

    .

    .

    “กินข้าวซะเดี๋ยวจะไม่มีแรงอาละวาทเอา”เสียงทรงอำนาจเอ่ยแหย่ทันทีที่ก้าวขาเข้าในกระโจม

    “ไม่กินไม่หิว”เชลยกล่าวอย่างดื้อดึง

    “เจ้าจะมาอดข้าวตายในกระโจมข้าไม่ได้นะ    ข้าขี้เกียจเอาเจ้าไปฝังน่ะ”

    “ก็ในเมื่อข้าไปจากที่นี่ไม่ได้   ข้าก็จะอดข้าวตายในนี้มันเนี่ยแหละ”

    “ดื้อ .....”

    “ว่าไงนะ!!”ด้วยเพราะไม่แน่ใจว่าหูฝาดหรือเปล่าจึงถามย้ำ

    “ข้าบอกว่าเจ้าน่ะดื้อ   ข้าบอก  ข้าพูดดีด้วยเจ้าไม่ชอบ   ชอบให้ข้าโมโหขึ้นเสียงและใช้กำลังงั้นหรือ   มากินข้าวดีๆหรือให้ข้าป้อนเจ้าก็ได้นะ”ยกถาดอาหารมาวางข้างเตียงที่เชลยแสนดื้อนั่งเชิดคางใส่อยู่

    “ไม่กิน”

    “สงสัยอยากให้ป้อน”ทำเป็นไม่ใส่ใจความดื้อดึงของเชลยแล้วตักอาหารเตรียมป้อนให้  หากแต่เชลยกับปัดช้อนทิ้งเสียจนข้าวกระจายเต็มพื้น

    “ข้าบอกว่าไม่กินก็คือไม่กิน!!!

    “แต่ข้าจะให้กินเจ้าก็ต้องกิน!!!   เคยเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าทำให้ข้าโมโห  ชอบลองดีนักใช่ไหมคราวนี้จะมาร้องขอให้ข้าใจดีด้วยคงไม่ได้ล่ะ”น้ำเสียงดุดันขึ้นจนเชลยตัวหด   ร่างกำยำยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วคว้าแขนเรียวเล็กกำไว้แน่น    มืออีกข้างหยิบถาดอาหารที่เพิ่งยกเข้ามาไว้ตรงตำแหน่งสายตาของเชลย

    “ข้าให้เจ้ากินดีๆไม่กิน ....  ก็กินที่มันสกปรกๆไปแล้วกัน”มือหนาเทอาหารให้ตกลงไปตามแรงโน้มถ่วงทำให้จานชามตกลงกระทบพื้นเกิดเสียงดังโครมครามก่อนจะปล่อยถาดที่อยู่ในมือให้ล่วงหล่นเป็นชิ้นสุดท้าย

    เคร้ง!!!

    “เกิดอะไรขึ้นครับจ้าว .....”การีมคนสนิทรีบเข้ามาในกระโจมพร้อมกับเอ่ยถาม

    “ไม่มีอะไร  ออกไปก่อน”เจ้าแห่งทะเลทรายสั่งโดยที่สายตาไม่ละไปจากหน้าเชลยสักนิด

    “ครับจ้าว”ร่างคนสนิทรีบจรลีหายไปอย่างรวดเร็วด้วยรู้ว่าตอนนี้กำลังเกิดลมพายุขึ้นในกระโจมเชลยคนนี้แน่ๆ    ออกไปก่อนที่จะไม่ได้ออกนั่นแหละดีที่สุด

    กินซะยูชอน!!!”เอ่ยสั่งเสียงเฉียบขาด  ใบหน้าดื้อดึงมองเจ้าแห่งทะเลทรายด้วยความตกใจก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ  ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างสุดกลั้นไม่ต้องเดาก้รู้ว่าอาการอย่างนี้คนดื้อดึงได้แผลงฤทธิ์อีกรอบแน่นอน

    ไอ้คนบ้า  ไอ้วิปริต!!  นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะเจ้ากล้าสั่งให้ข้ากินของสกปรกๆอย่างนี้หรอ   ถ้าเจ้ารู้ว่าข้าเป็นใครเจ้าจะไม่มีทางพูดอย่างนี้เด็ดขาดไอ้โจรห้าร้อย!!!”พูดจบแขนเรียวก็ถูกกระชากเข้าไปประชิดตัวร่างสูงใหญ่

    ที่อื่นเจ้ายิ่งใหญ่มาจากไหนข้าไม่สน   แต่ที่นี่ .... ไม่ใช่ที่ๆเจ้าจะมาออกคำสั่งได้เสียงทรงอำนาจทุ้มต่ำลงส่งผลให้รับรู้ได้ถึงรังศีอำมหิตที่ไม่น่าเข้าใกล้

    ฮึก ....  มันเจ็บนะ  ปล่อยสิ .....เชลยแสนดื้อดึงยังไม่ยอมสงบปากสงบคำแต่เพราะว่าแรงบีบที่ต้นแขนมีมากจริงๆสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุดจึงได้หลุดปากต่อกรกลับไป

    ข้าสั่งให้เจ้ากิน .....เมื่อปล่อยแขนเชลยตัวบางแล้วร่างสูงใหญ่ก็ออกคำสั่งทันที

    ก็ข้าไม่กิน   ใครจะไปกินเล่าอาหารนั่นมันสก กะ .....

    ข้าสั่งเจ้าให้กินคำสั่งหลุดออกมาจากใบหน้าหล่อเข้มอีกหน

    ข้าไม่กิน ....ถึงจะกลัวจนตัวสั่นขนาดไหนเชลยแสนดื้อดึงก็ไม่ยอมกินเด็ดขาด   ใบหน้าขาวๆหันหนีไปทางอื่นด้วยทั้งกลัวและพยายามซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังไหลลงมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    .........................ไม่มีเสียงบังคับขู่เข็ญอีกจนน่าแปลกใจ   ใบหน้าขาวที่ขึ้นสีเรื่อน้อยๆหันไปมองร่างสูงใหญ่ก็เห็นว่าใบหน้าคมเข้มคร้ามแดดนั้นกำลังหงุดหงิดงุ่นง่านเพียงใด

    ไม่กินก็ไม่ต้องกิน  หยุดร้องไห้ได้แล้วนี่เจ้าอายุเท่าไหร่กันถึงได้ร้องไห้เพราะโดนบังคับให้กินข้าวเจ้าแห่งทะเลทรายสบถออกมาแล้วใช้มือหนาเสยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าคร้ามแดด    ยูชอนสังเกตใบหน้าของเจ้าแห่งทะเลทรายอย่างตั้งใจเป็นครั้งแรก   ใบหน้าของหัวหน้ากองโจรถ้าหากพินิจให้ดีๆแล้วก็ดูหล่อเอาเรื่องเช่นกัน   จมูกโด่ง  เครื่องหน้าคมเข้ม  คิ้วดกหนา  ปากได้รูป   จะเสียเพียงอย่างเดียวที่ยูชอนไม่ชอบใจ .....  ก็ดวงตาดุดันราวกับเหยี่ยวทะเลทรายนั่นน่ะสิ    มองเพียงแค่แวบเดียวก็ชวนให้นึกหวาดกลัวอย่างไรไม่รู้   แถมยังชอบทำหน้ายักษ์ไม่ยอมยิ้มง่ายๆนั่นอีก   ไม่น่าคบหาและไม่น่าผูกมิตรเอาเสียเลย

    เห้ย!!!   ไอ้วิปริตนี่มันเจ้าแห่งทะเลทรายนะจะมาคิดว่าน่าคบหาได้ยังไงกันยูชอน   บ้าไปแล้ว .....

    เชลยแสนดื้อมัวแต่คิดโน้นคิดนี่วุ่นวายไปหมดจนไม่ทันสังเกตุว่ามีข้ารับใช้เข้ามาเก็บกวาดอาหาร   ใบหน้าขาวของเชลยมองสาวใช้ที่หน้าตาคุ้นๆก่อนจะร้องอ้อขึ้นในใจ   พลันตากลมใสก็มองไปเห็นรอยถลอกฟกช้ำตามตัวของสาวรับใช้คนนั้นก็นึกว่าตนเองอาละวาทไว้มากเหมือนกันไม่แปลกหรอกที่เจ้านายของคนพวกนี้จะโมโหและสั่งห้ามให้เขาทำตัวเหมือนเชลยเสียบ้าง

    เจ้าชื่ออะไรน่ะ .....เชลยเอ่ยถามเสียงนุ่มนวลหากแต่ปฏิกิริยาที่ได้รับคืออาการตกใจจนผวาถอยร่นไปของสาวรับใช้

    .............

    คือ ......  ข้าขอโทษนะที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวแบบนี้    คือว่า ......  ข้าไม่ได้ตั้งใจน่ะเชลยที่เคยแต่อาละวาทจนข้ารับใช้ของเจ้าแห่งทะเลทรายต้องหวาดกลัว   ตอนนี้กลับเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้ใครก็ไม่รู้ต้องมาเจ็บตัว

    อื้อ  อื้อ ......สาวรับใช้รับคำพร้อมพยักหน้าหงึกหงักแล้วก็ส่ายหน้าไปมาบอกใบ้แทนคำว่าไม่เป็นไรๆ  นางไม่ถือโทษ   เท่านั้นก็เรียกรอยยิ้มโล่งอกจากเชลยร่างเพรียว

    เจ้าก็ยิ้มได้หนิ  แต่ทำไมชอบอาละวาททำร้ายคนอื่นอยู่เรื่อย ....ไม่รู้ว่าลืมนึกไปหรือไรทำให้เชลยลืมไปว่าเจ้าแห่งทะเลทรายยังอยู่ในกระโจมนี้ร่วมกับตน     เมื่อได้ยินเสียงคนขัดจังหวะจากที่กำลังยิ้มๆอยู่นั้นริมฝีปากอิ่มก็หุบลงทันทีราวกับใครมาปิดสวิซไฟ

    เจ้ายังไม่ออกไปอีกหรือ ......คอขาวๆเชิดขึ้นอย่างเคยชินเป็นภาพที่เจ้าแห่งทะเลทรายเห็นจนชินตาและเป็นเอกลักษณ์ของเชลยคนนี้ไปเสียแล้ว

    หึ ......  ข้ายังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหนเสียด้วยซ้ำ   เจ้าต่างหากมัวแต่ละเมอหรือเพ้ออะไรอยู่ถึงได้คิดว่าข้าออกไปจากกระโจมนี้

    เห้อ .....  นี่ก็ดึกแล้วได้เวลาที่เชลยอย่างข้าควรพักผ่อนเสียที     เชิญเจ้าแห่งทะเลทรายออกไปจากกระโจมที่แสนต่ำต้อยนี่เถิดข้าผู้เป็นเชลยไม่มิบังอาจหายใจกับท่านผู้สูงส่งได้เชลยแสนดื้อรั้นจีบปากจีบคอพูดประชดร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่นเรียกรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าคนถูกประชดได้อย่างดี  เพียงแต่คนพูดมัวแต่ประชดประชันจึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มพราวนั่น

    งั้นรึ .....  ข้าสูงส่งขนาดนั้นเชียว   ว่าแต่กระโจมนี่จะต่ำต้อยได้อย่างไรกัน   ในเมื่อก่อนเชลยแสนต่ำต้อยอย่างเจ้าจะมาอยู่ที่นี่  ข้าเองก็นั่งก็นอนก็กินที่นี่และมันก็เป็นกระโจมของข้า   อย่างนี้มันคงไม่ต่ำต้อยจนข้ามาพักผ่อนที่นี่ไม่ได้หรอกมั้ง   เอาเถอะ ....  คืนนี้ข้าคงไม่ไปนอนที่อื่นหรอก   จะให้เกียรตินอนกับเชลยต้อยต่ำอย่างเจ้าสักวันแล้วกัน

    ไอ้บ้า .....!!!”เตรียมด่ายาวหากแต่มือหนากับปรามไว้เสียก่อน

    มาสิ .......  ข้านอนที่นี่ถือว่าเป็นเกียรติกับเจ้ามากเชียวล่ะ    หึหึร่างสูงใหญ่ตบปุๆลงบนผ้าขนแกะเนื้อดีที่เชลยจับจองเป็นที่ของตนเสียหลายวัน

    กระโจมที่ข้านอนมันคือที่พักของเจ้าหรือ .......  มะ  ไม่เป็นไรล่ะ   ถ้าเจ้าอยากนอนบนเตียงข้านอนบนพื้นพรหมก็ได้เชลยแสนดื้อเอ่ยอย่างเกรงๆเนื่องจากเหตุการณ์บนหลังม้าและที่โอเอซิสยังตามหลอนขืนไปนอนร่วมเตียงมีหวังได้พ่วงตำแหน่งทั้งเชลยทั้ง ...............  บรื๋ออออ

    หึหึ    บนพรหมมันสกปรกเพราะเจ้าเป็นคนปัดอาหารตกลงไปเอง   อย่ามาหาข้ออ้างเลยรีบมานอนบนเตียงนี่กับข้าเร็วๆ   อย่าให้ข้าต้องไปอัญเชิญเจ้าเองนะยูชอนถึงน้ำเสียงจะติดหยอกเย้ายั่วอารมณ์แต่หลายๆเรื่องที่ผ่านมาก็ทำให้ร่างสมส่วนรู้ว่าอย่าให้คนตรงหน้าพูดหลายๆรอบเลยดีกว่า   ร่างสมส่วนจึงเดินเข้าไปใกล้เตียงช้าๆราวกับจะขาดใจตาย

    ข้าอยากพักผ่อนเจ้าก็รีบนอนได้แล้วเดี๋ยวจะไม่มีแรงเอานะพรุ่งนี้น่ะอยู่ๆก็นึกอยากหวังดีกับเจ้าแห่งทะเลทรายขึ้นมาเสียอย่างนั้น

    เจ้ากลัวข้าหรือ .....  กลัวว่าข้าจะทำกับเจ้าเหมือนตอน ......

    นอน  นอนได้แล้วข้าง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย!!!”เชลยร่างเพรียวรีบตัดบทแล้วล้มตัวลงนอนที่ขอบเตียงและคล้ายกับว่าจะตกลงไปเพราะนอนหมิ่นเหม่ขอบเตียงเสียเหลือเกิน    มือหนาจึงรวบเอาเอวบางให้เข้ามาประชิดกับอกแกร่ง   รับรู้ได้ถึงแรงเกร็งตัวของเชลยแสนดื้อ    น่าแกล้งเสียนี่กระไร ......

    อืม .....  คืนนี้อากาศหนาวเนอะเจ้าว่าไหมเสียงทรงอำนาจเอ่ยกระซิบใกล้ๆต้นคอขาว    เชลยจึงหลับตาปี๋ด้วยเพราะรู้สึกแปลกๆเนื่องจากบริเวณลำคอเป็นจุดอ่อน

    มะ .....  ไม่หนาวสักนิดออกไปทางร้อนเสียด้วยซ้ำ   อย่ามาถูกตัวข้าสิมัน  เอ่อ .....  เหนอะหนะจะตายไป

    เจ้าร้อนงั้นหรือ ......  ถอดเสื้อเจ้าออกสิมันช่วยได้เยอะเลยนะไม่รู้ว่าร่างสูงใหญ่แกล้งหรือว่าเป็นห่วงเชลยจริงๆกันแน่หากแต่ไม่น่าไว้ใจสักหนทางเดียว

    ง่ะ ......  ไม่เอาล่ะ  ข้า .....  ข้าไม่ชอบนอนถอดเสื้อน่ะ  ที่จริงร้อนๆอย่างนี้ข้าชอบยิ่งพูดก็ดูเหมือนจะส่งผลทางลบเสียมากกว่า  ยูชอนอยากจะตบปากตัวเองนักแต่หากหยุดเจ้าของวงแขนปลาหมึกนี่ได้คงจะดีเสียกว่า

    จริงรึ .....  ข้าเองก็ชอบร้อนมากกว่าหนาวนะ   อย่างนี้ข้ามานอนกับเจ้าทุกคืนดีกว่าแถมยังให้การีมได้พักผ่อนในตัวด้วย    รู้ไหมว่าคนสนิทข้าแทบไม่ได้พักผ่อนเพราะคอยดูแลเจ้าน่ะเสียงที่ได้ยินยังคงดังอยู่ไม่ไกลจากลำคอขาวยิ่งทำให้ร่างในอ้อมกอดเกร็งตัวจนร่างสูงกลัวว่าเชลยแสนดื้อจะเป็นตะคริว

    คอยดูแลหรือคอยจับตาดูข้ากันแน่ ......ยังมิวายบ่นใส่ร่างสูง

    หึหึ  ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ    เชลยอย่างเจ้าคลาดสายตาได้เสียทีไหนกัน

    อย่าให้คลาดสายตาก็แล้วกันข้าไม่พลาดโอกาสไปจากที่นี่แน่พูดจบแขนแกร่งที่โอบกอดร่างเชลยไว้หลวมๆก็รัดแน่นขึ้นทันทีจนคนตัวบางนิ่วหน้า

    ข้าไม่ให้เจ้าหนีไปได้หรอกยูชอน  ต่อให้เจ้าหนีไปได้ข้าก็จะชิงตัวเจ้ากลับมาที่นี่อีก  เจ้าหนีไปอีกข้าก็จะตาม  แล้วถ้าหนีไปอีกข้าก็จะตามเอาตัวเจ้ากลับมาอีก   จะทำจนกว่าเจ้าจะเบื่อที่จะหนีไปจากข้าเลยเสียงที่พูดครั้งนี้ดังก้องไปทั่วทั้งกระโจม  ไม่ใช่คำตะคอกไม่ใช่น้ำเสียงที่ใส่อารมณ์  หากแต่มันหนักแน่นราวกับคนพูดตั้งใจแน่วแน่ให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

    ทำไม........  ชีวิตนี้เป็นของข้า   เจ้าจะมาตัดสินจองจำข้าไว้ที่นี่ไม่ได้   ถึงเจ้าจะเป็นเจ้าชีวิตของคนที่นี่แต่กับข้า  ข้าเป็นเจ้าชีวิตของตัวข้าเอง

    ที่นี่ข้าเป็นเจ้าชีวิตของทุกสรรพสิ่ง   หากเพียงเจ้ามาที่นี่เพื่อหมายจะเดินผ่านไป   แต่เมื่อเข้ามาที่แห่งนี้แล้ว   ทุกๆอย่างที่เป็นตัวเจ้า  กลิ่นอาย  รอยยิ้ม  น้ำตา เสียงหัวเราะ  ร่างกายหรือแม้แต่หัวใจของเจ้า ......  ทุกสิ่งนั้นข้าจะครอบครองให้หมดสัมผัสละเมียดละไมที่ลำคอขาวชวนให้หมดเรี่ยวแรงที่จะต่อกรด้วยคำพูดใดๆกับร่างสูงใหญ่   มือหนากอดกระชับรั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิดกายมากขึ้น    ริมฝีปากได้รูปของเจ้าแห่งทะเลทรายไล้ผ่านลำคอขาวราวกับหยอกเย้าให้ร่างเล็กละลาย   ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านไปทุกครั้งที่ริมฝีปากได้รูปนั่นลากผ่าน   เสียงลมหายใจของเชลยแสนดื้อติดขัดก่อนจะสะดุ้งน้อยๆเมื่อลำคอขาวถูกขบกัดเบาๆอย่างหยอกเอิน

    อย่า .....  อื้อ ......เอ่ยปรามด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิดหากมันราวกับยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงใหญ่กระทำการให้มากขึ้น

    อย่าอะไรหรือยูชอน ......  บอกข้าสิ .....  อย่าสัมผัสตัวเจ้าตรงนี้มือหนาสอดเข้าไปในผ้าเนื้อดีแล้วบีบเอวบางอย่างกระตุ้นอารมณ์หรือให้ข้าสัมผัสตัวเจ้ามากกว่านี้ .....  ตรงนี้เลื่อนมือหนาขึ้นไปสะกิดยอดอกของเชลยอย่างนึกสนุก    ปากได้รูปก็กระซิบแถวลำคอขาวไปเรื่อยเพราะรู้ว่าจุดนี้เป็นจุดอ่อนที่น่ากลั่นแกล้งมากที่สุด

    ฮ้าาาาา .....  อย่าสิ ....  อื้อ ....ร่างสมส่วนบิดไปมาอย่างทรมานและเสียวซ่าน    สมองสั่งการให้ห้ามแต่เรี่ยวแรงกลับหดหายด้วยเพราะถูกจู่โจมที่จุดอ่อนและกำลังถูกกลั่นแกล้งด้วยเพลิงอารมณ์ที่ไม่คุ้นชินนัก

    บอกก่อนสิว่าเจ้าต้องการข้า  จะไม่หนีไปจากข้า    แล้วข้าจะไม่ทำอะไรเจ้าต่อ .......เสียงทรงอำนาจกระซิบที่ข้างหูพร้อมกับขบเม้มใบหูของเชลยอย่างยั่วเย้า

    อ่ะ .....  อย่า .....  อื้อ .....  เจ้ามันน่าเกลียดที่สุด   อื้อ ......เชลยแสนดื้อยังไม่วายหมดฤทธิ์แม้จะถูกกระตุ้นจากมือหนามากเพียงใดก็ยังรั้นไม่ยอมทำตามที่ร่างสูงบอกง่ายๆ

    เด็กดื้อ ......ร่างสูงกระซิบบอกอีกครั้งหากน้ำเสียงไม่ได้ดูต่อว่าต่อขานแต่กลับดูจะชอบอกชอบใจเสียด้วยซ้ำ   มือหนาเลื่อนต่ำลงมาแกล้งหยอกเย้าบริเวณหน้าท้องไร้ไขมันของเชลยจนร่างเพรียวต้องกลั่นลมหายใจอย่างหวั่นๆ

    ข้าจะพูดในสิ่งที่เจ้าให้พูด  แต่เจ้าจำไว้ว่าข้าจะไม่ทำตามที่เจ้าบอกให้พูดหรอกนะ ......  อื้อ ....

    พูดสิ .......  ถ้าเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าพูดง่ายๆน่ะ

    ข้าจะไม่ไป  ....  อื้อ .... อุ้บร่างสูงพลิกกายขึ้นคร่อมร่างเพรียวทันทีก่อนจะประกบริมฝีปากดูดกลืนคำพูดของเชลยไปสิ้น    ริมฝีปากอุ่นร้อนสัมผัสปากอิ่มอย่างอ่อนโยน .....  อีกฝ่ายรุกรานหากอีกฝ่ายกลับร่นหนี  กระนั้นผู้ด้อยประสบการณ์หรือจะสู้ผู้เจนจัดได้   ลิ้นร้อนของเจ้าแห่งทะเลทรายควานสำรวจความหอมหวานของเชลยอย่างถือสิทธิ์หากแต่ครั้งนี้ไม่รุนแรงกลับเต็มไปด้วยสัมผัสเรียกร้องให้คนใต้ร่างตอบสนองตนบ้าง    มือหนารั้งเอวบางให้ขึ้นมาแนบอกแกร่งแล้วบีบกระตุ้นเนื้อตัวขาวผ่องไปมา   แขนเรียวที่ตอนแรกพยายามผลักไสก็เริ่มอ่อนแรงลงกลายมาเป็นโอบหลวมๆอยู่รอบลำคอหนา  

    หวาน ......ริมฝีปากได้รูปผละออกมาพูด   แต่ถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาถึงโสตประสาทของเชลยสักนิดเนื่องจากอารมณ์ตอนนี้ถูกฉุดให้ดิ่งเข้าสู่วังวนแปลกใหม่ที่ดึงดูดทุกประสาทสัมผัสเขาไปเสียหมด

    อื้อ ..... อืม .....เสียงนุ่มนวลครางอื้อไปอย่างเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ได้รับ    เรียวลิ้นหวานพยายามตอบสนองการรุกรานของเจ้าแห่งทะเลทราย

    เกิดเรื่องแล้วครับจะ ...  จ้าว!!!”การิมคนสนิทพรวดพราดเข้ามาในกระโจมก่อนจะก้มหน้าลงต่ำมองพื้น

    มีอะไร ....ร่างสูงใหญ่ถามหลังจากถูกเชลยตัวเล็กผลักออกแล้วร่างขาวผ่องก็หันหลังให้ผู้มาเยือนโดยซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำน่าเอ็นดูไว้

    เอ่อ ...  กะ  เกิดเรื่องแล้วครับจ้าว  คงต้องให้จ้าวไปจัดการตอนนี้เลยการิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนทำให้เจ้าแห่งทะเลทรายพยักหน้ารับแล้วส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปก่อน   หลังจากการิมผละไปจากกระโจมแล้วเชลยร่างเพรียวก็หันขวับมาทันที

    ไอ้วิปริต  ไอ้โรคจิต!!  ข้าเป็นชายนะเจ้ามาทำแบบนี้ได้ยังไง  ฮึ่ย ....!!”มือขาวผ่องถูไปมาที่ปากอวบอิ่ม  จากที่มันแดงน่ามองอยู่แล้วก็แดงสุกราวกับผลสตอเบอร์รี่จนร่างสูงใหญ่เผลอกลืนน้ำลาย

    หึ .... คิดว่าข้าสนนักหรือกับเรื่องแบบนั้น   ที่นี่ข้าเป็นนายเหนือหัวของทุกชีวิต  สิ่งที่ข้าทำไม่ใช่เรื่องผิด ........  ข้าต้องไปแล้วล่ะยูชอน    ไว้ข้ากลับมา .... จะมาต่อนะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากร่างสูงใหญ่ก่อนมือหนาจะยืนมาแตะปลายคางเรียวของเชลยอย่างเย้าแหย่    มือขาวๆก็รีบปัดการกระทำนั้นทันทีราวกับรังเกียจหากแต่ใบหน้าขาวที่แดงนวลขึ้นมานั้นไม่ทำให้ร่างสูงนึกติดใจ   

    จะไปไหนก็ไปเลย!!!”ใบหน้าขาวผ่องก้มหน้าหลบมองพื้น  ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้แสดงปกฺกิริยาเช่นนี้  หากคิดดูแล้วก็ราวกับพ่อแง่แม่งอนอย่างนั้นล่ะ

    อยู่ที่นี่ก็ทำตัวเป็นเชลยที่ดีอย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้าก่อเรื่อง .......ร่างสูงใหญ่กล่าวพร้อมกับเดินไปที่หน้ากระโจม  ใบหน้าหล่อเข้มหันกลับมามองเพื่อรอฟังคำยืนยัน

    ข้า ....  ข้า ....เมื่อตากลมใสสบกับสายตาดุดันราวกับเหยี่ยวทะเลทรายก็ทำให้ใบหน้าขาวเสมองพื้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    ...............

    จะพยายามแล้วกัน ......เสียงนุ่มนวลของเชลยกล่าวจบร่างสูงกำยำจึงเดินอาดๆออกไปจากกระโจมทิ้งไว้แต่เพียงลมหนาวยามกลางคืนพัดเบาๆเข้ามาในกระโจม   เป็นหลักฐานที่ทำให้รู้ว่าเจ้าแห่งทะเลทรายผละไปแล้ว

    ชิ ..... บ้าจริง!!!”
    .
    .
    .

    TBC

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×