แสนร้ายพ่ายรัก (ปองรัก) E-BOOK และหนังสือวางแผงทั่วประเทศแล้วค่ะ

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 เอาคืน1 100% 24 08 2559 19:39

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    24 ส.ค. 59


แสนร้ายพ่ายรัก

บทที่สี่ เอาคืน1

          เวลาพักกลางวันมาถึง

มณีจันทร์รีบวิ่งออกจากห้องเรียนก่อนใครเพื่อนเพื่อไปรอพี่สาวสองคนยังโต๊ะอาหารริมขอบระเบียง

โต๊ะประจำที่สามสาวพี่น้องมักจะมานั่งกินข้าวกัน จนคนทั้งโรงเรียนต่างก็รู้ดีว่าโต๊ะตัวนี้จะมีสามสาวพี่น้องมานั่งเป็นประจำทุกวัน เหมือนที่เด็กๆ ส่วนใหญ่มักจะนั่งกินข้าวกันที่โต๊ะประจำของตัวเอง

แต่เมื่อมาถึงเด็กหญิงพบว่าบนโต๊ะประจำตัวนั้นมีปิ่นโตของพวกเธอวางอยู่ก่อนแล้ว

มณีจันทร์กวาดสายตาไปยังกลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังเข้าแถวรับอาหารอยู่กับครูพี่เลี้ยงก็ได้พบว่าสาวิตรีกำลังต่อแถวรับอาหารอยู่ก่อนแล้ว

          “แปลกแฮะ วันนี้พี่สาลงมาต่อแถวก่อนใครเพื่อน ปกติมัวแต่ทำงานกว่าจะได้ลงมากินข้าวก็ปาไปเกือบหมดเวลาพักเที่ยง”

          “พูดอะไรอยู่คนเดียวยายจันทร์”

พี่สาวคนกลางที่เพิ่งเดินมาถึงถามน้องนุชสุดท้องที่เธอเห็นว่ากำลังยืนพูดงึมงำอยู่คนเดียว

          “ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะพี่ดวง จันทร์แค่แปลกใจที่วันนี้พี่สามาพักเที่ยงเร็วน่ะ”

น้องสาวคนสุดท้องพูดแล้วก็พยักพเยิดให้พี่สาวหันไปดูที่แถวนักเรียนซึ่งกำลังเข้าคิวรับอาหาร

          “คงทำงานเสร็จเร็วละมั้งจันทร์มานั่งเถอะพี่หิวแล้ว ดูสิวันนี้พี่สาทำอะไรพิเศษมาให้กินกันบ้าง”

ดวงมาลีพูดพลางถอดเถาปิ่นโตออกแล้วดึงชั้นปิ่นโตออกมาทีละชั้น

          “มีไข่ต้มยางมะตูมที่พี่ชอบแล้วก็แกงกะทิสายบัวที่แม่มาลีทำเอาไว้เมื่อคืน”

ดวงมาลีร่ายรายการอาหารพิเศษที่นอกเหนือจากอาหารของโรงเรียนในวันนี้

          “แกงกะทิสายบัวยังไม่หมดอีกหรือจ๊ะ จันทร์ยังรู้สึกอร่อยอยู่เลยเมื่อคืนกินข้าวไปตั้งสามจานแน่ะ วันนี้ยังมีเหลือให้ได้อร่อยแทนอาหารโรงเรียนอีก ดีจริงๆ เลย”

          มณีจันทร์พูดบ้างเด็กหญิงนั่งลงช่วยพี่สาวจัดสำรับอาหาร ทันกับที่สาวิตรีเดินถือผัดพริกหมูเข้ามาสมทบพอดิบพอดี

          “อ้าว มากันแล้วเหรอ”

สาวิตรีทักทายน้องสาวสองคน

          “แหงละสิ ใครจะเหมือนพี่สา ทุกทีกว่าจะมาได้คนอื่นเขากินข้าวกันเสร็จหมดแล้ว”

มณีจันทร์หันไปทำหน้าทะเล้นตอบพี่สาวคนโต

          “พูดมากน่าจันทร์ มากินข้าวกันเร็วๆ เดี๋ยวจะได้ไปตีวอลเลย์ต่อ” ดวงมาลีส่งเสียงเร่ง เธอห่วงเล่นมากกว่าห่วงกินอยู่แล้ว

          “ก็ได้ๆ”

มณีจันทร์ไม่เคยขัดใจพี่สาวคนรองอยู่แล้ว เด็กหญิงรีบรับจานผัดพริกหมูจากพี่สาวคนโตมาตั้งกลางโต๊ะแล้วลงมือแจกช้อนให้กับทุกคนทันที

          “ขอบใจจ้ะ

สาวิตรีหันมาพูดกับมณีจันทร์ที่ยิ้มร่า

ขณะที่ดวงมาลีรับช้อนไปตักข้าวเปล่าเข้าปากกินเป็นคำแรกก่อนจะเลื่อนมือมาตักไข่ต้มยางมะตูมและน้ำปลาหวานที่สาวิตรีทำมาพร้อมราดลงไปบนไข่ที่ใช้ช้อนแบะออกจนเห็นไข่แดงเยิ้ม

โหย ของพี่ดวงน่ากินอะ”

ไม่พูดเปล่าแต่มณีจันทร์รีบหยิบช้อนของตัวเองไปเจาะไข่แดงเยิ้มๆ ที่ราดรดด้วยน้ำปลาหวานอย่างดีมาเข้าปากตนเองทันที

อื้ม อร่อย”

สาวิตรีส่ายหัวกับความทะเล้นของน้องสาวคนเล็ก

ขณะที่ดวงมาลีกลับไม่ได้พูดอะไรเมื่อถูกน้องสาวฉกไข่แดงไปต่อหน้าต่อตา ทั้งๆ ที่หากเป็นคนอื่นคงได้มีการวางมวยกันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

มือเรียวเล็กนั้นทำเพียงเอื้อมช้อนมาตักไข่ขาวที่เหลือติดไข่แดงอยู่บางส่วนเข้าปากเคี้ยวโดยไม่บ่นสักคำ

มณีจันทร์เห็นพี่สาวกินแต่ไข่ขาวกับน้ำปลาหวานจึงเอื้อมมือไปตักไข่ต้มฟองของตัวเองมาแบ่งครึ่งแล้วตักกลับไปคืนในจานของพี่สาวคนรองอีกครั้ง

ดวงมาลีเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวแล้วเอื้อมช้อนไปตักน้ำปลาหวานมาราดใหม่อีกครั้งแล้วคลุกข้าวสวยเข้าปากไปเงียบๆ

          ในระหว่างมื้ออาหารน้องนุชคนสุดท้องนั่งจดๆ จ้องๆ มองหน้าพี่สาวคนกลาง ซึ่งตลอดมานั่งกินข้าวของตัวเองไปเงียบๆ ไม่ยอมพูดยอมจา

ปกติ…

ดวงมาลีก็มักจะเป็นคนฟังและไม่พูดมากอยู่แล้วยกเว้นเวลาที่เธอถูกใจใครหรืออยากจะแกล้งใครเป็นพิเศษ ยิ่งพอดวงมาลีไม่พูด…

ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบเป็นเป่าสากเข้าไปใหญ่

          “พี่ดวง”

น้องเล็กถามขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว

          คนเป็นพี่ไม่ตอบในทีแรกจนน้องสาวต้องเรียกเป็นคำรบสอง

          “พี่ดวง”

          คราวนี้พี่สาวคนกลางของมณีจันทร์ ตวัดสายตาดุๆ หันกลับมามองจนคนเรียกถึงกับยิ้มแหย

พี่คนรองของเธอเวลาทำหน้าดุนี่น่ากลัวยิ่งกว่าพ่อกำนันเสียอีกนะ!

          “มีอะไร เรียกอยู่ได้ จะพูดก็พูดมาเลยไม่ต้องทำท่าทางอยากรู้ขนาดนั้นหรอก”

          เมื่อโดนว่าเข้าให้มณีจันทร์เลยเสหันไปยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม น้ำเก๊กฮวยเย็นๆ ที่เธอไปซื้อมาจากแม่ค้าที่เข้ามาขายในโรงอาหารสำหรับสามพี่น้องจากเงินที่เหลือเก็บเมื่อวานและหยิบติดมาในวันนี้ด้วย

          “คือ...จันทร์อยากรู้ว่าครูแทนเป็นยังไงบ้าง เขาดุไหม… แล้วเขาว่าอะไรพี่ดวงอีกหรือเปล่า”

          เมื่อสบโอกาสคนเป็นน้องก็ถามถี่ยิบจนพี่สาวอย่างดวงมาลีไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี แต่นั่นแหละ…

ทุกคำถามต้องเกี่ยวข้องกับครูคนใหม่

คนที่อยู่ในความคิดของเธอ

          ดวงมาลีไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่า…

ทำไมครูแทนไทถึงไม่คาดคั้นให้เธอแนะนำตัวในชั้นเรียนเหมือนกับครูคนอื่นๆ แถมเวลาที่ให้อ่านหนังสือให้เขาฟังเธอก็ยังไม่ต้องอ่านคนเดียวเหมือนเพื่อนๆ ในห้องที่อ่านไปแล้วก่อนหน้านี้

          มีเหตุผลอะไรที่ครูคนใหม่จะต้องทำเช่นนั้น?

          เขาไม่โกรธที่เธอชกหน้า!

แถมยังวิ่งหนี!

ถลกกระโปรงเข้าใส่!

ทั้งยังปีนต้นไม้พร้อมกับข่มขู่เขาอีกต่างหาก!

          ความผิดของเธอแต่ละกระทง ถ้าเป็นครูคนอื่นคงจะต่อว่าเธอไปแล้ว ดวงมาลีแน่ใจว่า…

ถ้าหากเมื่อเช้าครูแทนไทต่อว่าเธอสักนิดหรือแม้แต่จะคาดคั้นให้เธอตอบคำถามบ้าบอเธออาจจะไม่ยอมตอบ

          แต่...

จะไม่วิ่งหนีถ้าเขาจะตี ไม่วิ่ง ไม่ปีนขึ้นต้นไม้อีกด้วย!

          หนึ่งเทอมที่เหลืออยู่ของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า…คงจะมีเรื่องที่เธอคาดเดาไม่ออกให้ได้เห็นกันอีกหลายเรื่องกระมัง

…………………………..

          “ก็ไม่มีอะไร” พี่สาวคนกลางตอบ

          “หา ไม่มีอะไร เป็นไปได้ยังไงขยายความหน่อยสิพี่ดวง”

น้องสาวคนสุดท้องไม่ยอมให้จบเพียงแค่นั้นมณีจันทร์ยังคงคาดคั้นพี่สาวต่อไปอีกจนดวงมาลีชักจะเริ่มรำคาญขึ้นมา

          “ไม่มีก็คือไม่มี จะให้ขยายอะไรเล่ายายจันทร์นี่ รีบๆ กินข้าวไปเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปซื้อขนมกินกัน” ดวงมาลีว่าไปอย่างนั้น แต่ดูเหมือนมณีจันทร์จะไม่ยอมเชื่อ

          “ไม่มีอะไรได้ยังไง เมื่อวานพี่ดวงแสบ… เอ่อ จันทร์หมายถึงทำกับครูแทนเอาไว้ตั้งขนาดนั้น เขาไม่พูดอะไรเลยเหรอ หมายถึงไม่พูดเรื่องเมื่อวานอีกเลยเหรอ วันนี้เขาเข้าสอนหรือยังพี่ดวง” น้องสาวยังสงสัยไม่เลิก

          “สอนแล้ว”

          “สอนแล้ว…ก็สอนเฉยๆ โดยไม่พูดอะไรเนี่ยนะ ไม่ว่าพี่ดวงสักคำหรือเขาหาเรื่องแกล้งอะไรพี่ดวงหรือเปล่า” คนเป็นน้องชักจะเริ่มจะเป็นห่วงพี่สาวขึ้นมาตงิดๆ

          “สอนเฉยๆ ไม่ได้แกล้งอะไร”

พี่สาวคนรองตอบอย่างเสียไม่ได้ เริ่มจะนึกรำคาญขึ้นมาอีกครั้ง

          “แล้วเขาพูดกับพี่บ้างหรือเปล่า วันแรกน่าจะมีการแนะนำตัวกัน เขาให้พี่แนะนำตัวด้วยไหม”

          มณีจันทร์ถามถึงประเด็นสำคัญ…

ครูคนใหม่เพิ่งเข้ามามักจะไม่รู้และหัวเสียกับการที่เด็กนักเรียนคนเดียวในห้องไม่ยอมแนะนำตัวเหมือนเพื่อนๆ คนอื่น

หากท้ายที่สุดชื่อของเด็กคนนั้นก็จะเป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องแนะนำตัวเลยสักราย

          “เขาว่า เขารู้จักพี่อยู่แล้ว” ดวงมาลีตอบเรียบๆ

          “แปลกจัง ครูแทนคนนี้แปลก… จันทร์นึกว่าการเข้าสอนวันแรกของเขาจะเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันสนุกปากของพวกนักเรียนแล้วก็ครูที่นี่เสียอีก นี่หรือเปล่าที่ครูใหญ่ตั้งใจส่งครูแทนให้มาประจำชั้นห้องพี่”

          “ไม่รู้”

พี่สาวคนกลางตอบอย่างตัดรำคาญก่อนหันไปจ้องหน้าเหม่อๆ ของสาวิตรี

ที่ปกติเธอจะไม่ปล่อยให้มณีจันทร์รวบการซักถามเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว จะผิดกันก็ตรงที่มณีจันทร์ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในขณะที่สาวิตรีจะถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

          “พี่สา ทำไมเงียบไป”

          น้องคนกลางที่มีทีท่าไม่อยากจะพูดกับใครเป็นฝ่ายต้องถามขึ้นมาบ้าง อะไรก็ตาม…

หากเป็นเรื่องทุกข์ร้อนของคนในครอบครัว ดวงมาลีไม่เคยปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ

          “เปล่าจ้ะ พอดีพี่เห็นเด็กคนนั้นที่ชื่อลอยใช่ไหม…เขานั่งกินน้ำเปล่าอยู่ตรงโต๊ะนั้น ไม่เห็นเขาจะกินข้าวพี่ก็เลยสงสัยน่ะ เห็นนั่งเฉยๆ อยู่นานแล้ว”

          คำของพี่สาวคนโตทำให้น้องสาวอีกสองคนหันตามไปดูทันที

          เป็นความฉลาดของสาวิตรีที่จะไม่ต้องตอบคำถามของดวงมาลี เพราะไม่อย่างนั้น

อีกไม่นานน้องของเธอจะต้องจับได้ว่าเธอเอาเงินให้ดาวเด่นไปทั้งหมด

ทีนี้ละเป็นเรื่องใหญ่แน่!

          “ใช่ ลอยเพื่อนในห้องของดวงเอง สงสัยไม่ได้เอาข้าวมา งั้นเดี๋ยวดวงมานะ ไปถามเขาก่อน”

          เมื่อพี่สาวคนโตพยักหน้าดวงมาลีจึงรีบลุกออกไปทันที

ไม่นานนักก็ลากข้อมือเพื่อนชายให้ตามติดมาด้วยกัน แล้วกดไหล่เพื่อนชายที่มีท่าที่ขัดเขินให้นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เธอ ซึ่งมณีจันทร์กระวีกระวาดไปหยิบมาให้อย่างมีน้ำใจ

          “ลอยไม่ได้เอาข้าวมาน่ะ ดวงเลยชวนมากินข้าวกับเราด้วย” ดวงมาลีหันไปพูดกับพี่น้องของตัวเอง

          “กินด้วยกันสิ เรามีข้าวเยอะแยะเดี๋ยวพี่ไปขอจานจากครูมาให้นะ” สาวิตรีพูดพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะครูเวรทันที

          เมื่อสาวิตรีกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง มณีจันทร์เป็นฝ่ายกุลีกุจอตักข้าวให้เพื่อนของพี่สาว

สามพี่น้องเป็นอย่างนี้เสมอ โดยเฉพาะดวงมาลีถึงเป็นเด็กที่ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร แต่ก็มีน้ำใจและเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนทุกคนตลอดเวลา

          เช่นนี้เด็กชั้นประถมห้าทุกคนจึงไม่มีใครเกลียดดวงมาลีได้เลย ออกจะเป็นพวกของเธอด้วยซ้ำเพราะชอบใจในความมีน้ำใจและความกล้าไม่กลัวใครของเด็กหญิงนั่นเอง

          “อิ่มแล้ว จันทร์ไปซื้อขนมหวานดีกว่า พี่ดวง พี่ลอยแล้วก็พี่สาจะเอาอะไรไหมจ๊ะ”

          ลอยนั้นเป็นคนแรกที่ส่ายหน้าด้วยความเกรงใจ บ้านของเขาไม่ค่อยมีเงินพ่อกับแม่จึงไม่ได้ให้เงินมาโรงเรียนทุกวัน

หลายครั้งแล้วที่เขาได้รับความช่วยเหลือจากดวงมาลี อย่างน้อยที่สุดก็เรื่องชุดกีฬาของเขาที่ดวงมาลีเก็บเงินค่าขนมของตัวเองช่วยซื้อให้

          “มีขนมอะไรบ้างล่ะ จันทร์ซื้อมาเถอะพี่กินได้ทั้งนั้นขออย่างเดียวอย่าใส่ลูกชิดเป็นพอ”

ดวงมาลีตอบน้องสาวก่อนจะนั่งเขี่ยกับข้าวที่เหลือกินเล่น

          “พี่สาล่ะคะ”

          “พี่ เอ่อ พี่ก็ไม่จ้ะ” สาวิตรีก้มหน้าตอบ

          “แปลกจัง ปกติพี่สาชอบกินขนมหวานทำไมวันนี้ไม่กิน…”

มณีจันทร์เปรยขึ้นเบาๆ เลิกคิ้วมองพี่สาวที่นั่งก้มหน้าไม่ยอมสบตาด้วย

          “เอ่อ คือ วันนี้พี่ว่า…เรางดขนมหวานจะดีกว่านะ เพราะว่า… พี่… พี่ลืมหยิบเงินใส่กระเป๋ามานะจ๊ะ”

สาวิตรีพยายามบังคับไม่ให้น้ำเสียงตัวเองสั่น กลัวว่าน้องสาวจะจับได้

ปกติดวงมาลีกับมณีจันทร์มักจะไม่ได้พกเงินมาโรงเรียนเนื่องจากมีข้าวกินอยู่แล้ว เงินที่นำติดตัวมาก็เผื่อกินขนมหวานถ้วยละสามบาทกับน้ำหวานแก้วละสองบาทเท่านั้น

เงินจำนวนยี่สิบบาทจึงถือว่ามากพอสำหรับสามพี่น้องและเธอจะต้องเป็นคนถือเงินมาโรงเรียนทุกครั้ง

อ้าวเหรอจ๊ะ งั้นก็ไม่เป็นไรหรอกดีเสียอีกเงินของวันนี้จะไปสมทบกับพรุ่งนี้ด้วย ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเราจะได้ซื้อขนมกินให้เต็มที่”

มณีจันทร์วาดฝันค่าขนมมื้อใหญ่ที่ถูกยกยอดไปในวันพรุ่งนี้ ในขณะที่ดวงมาลีขมวดคิ้ว หรี่ตามองใบหน้าของพี่สาวคนโตอย่างพินิจ

แต่ดวงว่า…เมื่อเช้าพี่สาหยิบเงินใส่กระเป๋ามาแล้วนะ ดวงเห็น”

ดวงมาลีพูดเสียงเรียบๆ พลางเหล่มองไปยังโต๊ะของดาวเด่นและเดือนฉายที่ตอนนี้มีขนมกองอยู่จนเต็มโต๊ะ

ดวง...”

สาวิตรีเรียกน้องสาวเสียงอ่อน ที่เธอให้เงินกับพวกของดาวเด่นไปก็เพราะไม่อยากมีเรื่องด้วยแต่ดูเหมือนดวงมาลีจะไม่ค่อยเข้าใจ

นี่พี่สาเอาเงินค่าขนมของเราไปให้พวกประธานนักเรียนหรือจ๊ะ”

มณีจันทร์ถามพลางหันไปมองสีหน้าเยาะเย้ยของเดือนฉายที่นั่งกินกล้วยทอดอยู่ข้างๆ ดาวเด่นผู้เป็นพี่สาว

เท่านั้น มณีจันทร์ก็ทำท่าจะเดินไปยังโต๊ะฝั่งตรงข้ามทันที

แต่มือของพี่สาวคนกลางมาจับไว้ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน สาวิตรีถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในขณะที่ลอยมองเพื่อนอย่างคลางแคลง

ส่วนมณีจันทร์ถึงกับหันมาถามพี่สาวทันที

“ทำไมล่ะพี่ดวง จันทร์ไม่กลัวคนพวกนั้นหรอก”

มีความสุขกับการอ่านค่า

ระฆังเงิน

24 08 2559 19:37

     

          ใครต้องการเล่มแสนร้ายพ่ายรักสามารถติดต่อมาที่กล่องข้อความของเพจระฆังเงินได้เลยค่ะ ส่วน e-book ก็กดตามลิงค์ไปที่ meb ได้เลยเช่นกัน ^^


          รัก

          ระฆังเงิน

          19 08 2559 21:53

    Coming soon.

ขอบคุณทุกคนที่พาตัวคุณฮั่นกลับบ้านนะคะ รวมถึงทุกยอดโหลดอีบุ๊คด้วย

ตอนนี้คุณฮั่นติดท๊อปทุกหน้าแล้ว ทั้ง TOP PAD, TOP HIT, TOP OF DAY, TOP OF WEEKและ TOP OF MONTH และตอนนี้ติดป้าย BESTSELLER เรียบร้อยแล้ว

ขอกรี๊ดเพิ่มเติม ตอนนี้วิมานมธุรสติดอันดับขายดีอันดับที่ 90 ของร้านหนังสือ SE-ED ประจำวันที่ 23 กค.-29 กค. 2559

อันดับที่ 92 ประจำวันที่ 25 กค.- 31 กค. 2559

อันดับที่ 94 ประจำวันที่ 26 กค.- 1 สค. 2559


 

ติดอันดับร้านขายดีอันดับที่ 99 หน้าร้านนายอินทร์ ประจำวันที่ 25-31กค.2559


กราบอกตู๊มๆ ของแม่ยกทุกคนค่ะ

รัก                                                  

ระฆังเงิน

12 08 2559 0:24


วิมานมธุรส
ระฆังเงิน
www.mebmarket.com
เพราะอิสระที่เธอใฝ่หามาทั้งชีวิต...ทำให้มธุรส รัศมี ยื่นข้อเสนอกับ หันตรา ศิรากานต์...เธอขอเขาแต่งงาน! นักเขียนสาวถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวหนังสืออย่างไ...


      

      

          



ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ ขอบคุณทุกคนมากที่ช่วยพาคุณฮั่นกับน้ำผึ้งขึ้นไปแตะTOP2ในหทวดรักคอเมดี้เด็กดีได้แล้ว แต่หนูดวงยังอยู่ที่TOP7น้า อย่าลืมมาพาเล็กพริกขี้หนูไปด้วยยยเด้อค่า


ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าเนาะ

รัก

ระฆังเงิน

26 05 2558

.................................................

28 4 2558

…………………………………..

ว่าจะมาอัพ แต่กำลังรีไรท์เรื่องอยู่คะ ไม่แน่ว่าส่วนที่อัพไปอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ยังไงถ้าเปลี่ยนแปลงจะเอามาลงให้อ่านใหม่อีกครั้งนะคะ แต่ถ้าหากโครงไม่มีอะไรเปลี่ยน แค่ดูสำนวนก็ขอใช้ฉบับนี้ในเน็ตเลย ไม่ว่ากันเนาะ มีคำผิดบ้าง ใช้ผิดบ้าง เคาะบอกกันได้นะคะ อยากแก้ไขให้ถูกต้องที่สุดในต้นฉบับ

ขอบคุณทุกคนที่รัก เจ้าเม็ดพริกกับครูแทนค่ะ

25 04 2558

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ

ระฆังเงิน

14 10 2558

ระฆังเงิน 14 10 2558

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

530 ความคิดเห็น

  1. #276 Kamuningka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 01:52
    สนุกค่ะ ชอบมาก ชอบนางเอกแบบนี้ แต่ขออย่าให้พระเอกโง่ล่ะกัน แต่เท่าที่อ่านไม่โง่นะ ไม่หูเบาดี ออกจะทันกันทั้งสองคน
    #276
    1
    • #276-1 ตึ๋งหนืด(จากตอนที่ 8)
      29 เมษายน 2558 / 10:44
      ดีใจที่ชอบค่ะ
      #276-1
  2. #263 ยัย เตี้ำำยเอ๋ย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 01:29
    สนุกดี ขอบคุณจ้า
    #263
    1
    • #263-1 ตึ๋งหนืด(จากตอนที่ 8)
      29 เมษายน 2558 / 10:46
      ดีใจที่ชอบค่ะ
      #263-1
  3. #261 ยัย เตี้ำำยเอ๋ย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 01:23
    สนุกดี สะใจมาก
    #261
    0
  4. #64 Vaseline13 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2554 / 14:07
    สวัสดีค่ะเจ้ภางค์ ~
    หนูไม่ทันอ่านตอนสองสาม เยอะนะนั่น =[]=!!
    แต่ไม่เป็นไร หนูอ่านตอนนี้ก็ได้ หรือไม่ก็รอหนังสือตีพิมพ์เลย 5555

    หัดชิงดีชิงเด่นกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย หนูโมโห ~~
    พูดถึง .. ตอนปอหนึ่งหนูเคยโดนเพื่อนรีดไถเงินด้วย คนอื่นก็โดน
    หนูก็โง่ให้มันเก็บตั้งนาน -____-
    ปอหกก็เคยเจอเพื่อนขู่ด้วย เพราะหนูไปคุยกับคนที่มันไม่ชอบหน้า
    นักเลงแต่เด็ก = =
    เทียบกับเรื่องนี้ ถึงมันจะมาคนละแบบ แต่มันก็ .. ไม่ดีเหมือนกัน =0=
    ความรวยไม่ได้ช่วยอะไร การศึกษาก็ช่วยไม่ได้มากเช่นกัน
    สาวิตรีคนกลางใช่มั้ยคะ :o ... ไม่สิ คนโต =.=
    สงสารคนพี่อะ เรียบร้อยเกินไปและ ไม่สู้คนเลย คนดี๊คนดี T_T

    วันนี้วันเสาร์ แต่หนูต้องไปโรงเรียนอะค่ะ
    ครูใหญ่เชิญอาจารย์จากกรุงเทพมาติวให้มอปลายเจ็ดวัน (เสาร์อาทิตย์ก็นับ)
    หนูอยากจะตื่นสายๆ หนูก็ทำไม่ได้ รันทดดด ~
    แต่ไม่เป็นไร หนูต้องทนเพื่ออนาคตอันสดใสของหนู 55555

    เจ้ภางค์สบายดีใช่มั้ยคะ ? หนูเองไม่ค่อยสบายหรอก เรียนหนักเป็นบ้า งานก็เยอะ -  -
    แต่หนูก็ร่างกายแข็งแรงดีนะ 55555
    เป็นกำลังใจให้เจ้ภางค์ ^-^v
    ...นางมารร้ายใจดี...


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กันยายน 2554 / 14:17
    #64
    0
  5. #63 MAPRANG-Ka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2554 / 16:57
    ค่อยๆน่ารักเบาๆ
    #63
    0
  6. #62 ชื่นชีวัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2554 / 14:02
    ฮ่าฮ่า เดี๋ยวยัยดาวเด่น เจอดีแหง่มๆ
    #62
    0
  7. #61 Potae Jung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 09:22
    สนุกมากค่ะ มาเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ
    #61
    0