Human in the Dark วิกฤตอันตรายคนกลายพันธุ์

ตอนที่ 5 : บทที่ 02 : คุณหมอในชุดกาวน์... ผู้น่ากลัว (REWRITE 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 พ.ค. 57

 

บทที่ 2

คุณหมอในชุดกาวน์... ผู้น่ากลัว

เพล้ง!!

แจกันที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดงสดซึ่งอยู่ใกล้มือเกรย์ที่สุด ถูกเขาคว้ามันขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

“ฉันอนุญาตให้ชาร์เลทก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์หลังนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!

“อ้าว...ก็ไม่เห็นคุณเกรย์สั่งไว้นี่ครับ ว่าห้ามคุณหนูชาร์เลทออกไปไหน”

“นายนี่มัน...” เกรย์กัดฟันกรอด “นายก็รู้ว่าพวก B-29 เป็นยังไง ยังจะปล่อยชาร์เลทไปหาเจ้าพวกบ้านั่นอีก!”    

“คุณเกรย์ควรปล่อยให้คุณหนูชาร์เลทเผชิญกับโลกใบนี้ด้วยตัวเองบ้างนะครับ... เพราะคุณเกรย์ดูแลคุณหนูยิ่งกว่าไข่ในหิน คุณหนูเลยใสซื่อและบริสุทธิ์จนเกิน...”

คำพูดของคาร์ลตันหยุดชะงักลงกลางคัน จู่ๆ จมูกของเขาก็ไม่อาจรับรู้กลิ่นของคุณหนูชาร์เลทได้ ราวกับว่า... คุณหนูหายตัวไปจากโลกใบนี้เสียเฉยๆ และดูเหมือนเกรย์จะรู้สึกได้ถึงความผิดปกตินี้เช่นเดียวกัน...

“ถ้าชาร์เลทมีแม้แต่รอยข่วน ฉันจะเอามีดจ้วงไส้นาย คาร์ลตัน!

 

ห้องสอบสัมภาษณ์ (?) , สำนักงานย่อย B-29

ก๊อก! ก๊อก!

ผมเคาะประตูก่อนจะหมุนลูกบิดเปิดออกด้วยความตื่นเต้น ทว่าสิ่งแรกที่เห็นผ่านช่องประตูกลับทำให้ความสับสนเข้ามาแทนที่ เมื่อภายในห้องมีคนในเครื่องแบบสีดำหกคนยืนแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งด้วยท่วงท่าดุดัน พวกเขาสวมเสื้อเกราะ ถุงมือหนัง และหมวกกันน็อคแบบคลุมทั้งศีรษะยังกับจะไปแข่งรถ

เอิ่ม...ขอเปลี่ยนเป็น ยังกับจะไปออกรบ แล้วกัน

ผมก้าวเท้าเข้าไปในห้องด้วยหัวใจเต้นระทึกพร้อมกับปิดประตูลง และในจังหวะนั้นเอง...

“อ๊ะ!” ผมหลุดเสียงร้องออกมาเบาๆ เมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอ

            “ที่ฉันฉีดให้นายเมื่อกี้นี้คือสารซิมมิเคิลหกจุดแปดมิลลิกรัม สารนี่ออกฤทธิ์ประมาณสี่สิบแปดชั่วโมง มันจะช่วยไม่ให้มีพวกกลายพันธุ์คนไหนได้กลิ่นเลือดของนาย” เสียงพูดดังขึ้นจากด้านหลัง

ผมหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาว ก่อนหน้านี้ที่ผมไม่เห็นเขา คงเพราะเขาถูกบานประตูบังไว้ เขามีเส้นผมขาวฟูฟ่อง นัยน์ตาสีเทาหม่น สวมแว่นตากรอบกลม เขากำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ในมือ ซึ่งคงเป็นอันเดียวกับที่ทิ่มเข้าไปในคอของผมก่อนหน้านี้

            “แล้วทำไมต้องทำให้พวกเขาไม่ได้กลิ่นเลือดของผมด้วยล่ะครับ” ผมถามด้วยสีหน้างงงวย มือลูบรอยเข็มฉีดยาบนลำคอป้อยๆ

            “เดี๋ยวก็รู้” ชายคนนั้นตอบ เขาปลดตัวเข็มออกจากกระบอกฉีด ทิ้งเข็มลงถังขยะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอันใหม่ แล้วเงยหน้าขึ้นมองผม

“....”

ราวกับเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ภายในห้องเงียบกริบ คุณหมอ (ผมคิดว่าคงจะเป็นหมอ เพราะเขาสวมชุดกาวน์สีขาว) ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ด้วยท่าเดิมกว่าสิบวินาที จากนั้นสายตาของเขาก็เริ่มกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า...เท้าจรดหัว

ดูเหมือนว่าเขาไม่พอใจอะไรสักอย่างในตัวผม เพราะเขาเดินไปหยิบแฟ้มจากโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านด้วยท่าทางหัวเสีย จากนั้นก็ทิ้งมันลงบนตำแหน่งเดิมเสียงดังปัง! ก่อนจะใช้มือขยี้เส้นผมฟูฟ่องของตัวเองให้ดูยุ่งเหยิงเข้าไปอีก

“แน่ใจนะว่าไอ้เด็กนี่คือชาร์เลท มัทสึดะ?” เขาแหงนหน้าคุยกับเพดานห้อง

ทีแรก ผมคิดว่าเขาคงเป็นพวกหมอสติเฟื่องเสียอีก แต่พอสังเกตดีๆ ถึงเห็นว่าตรงจุดที่เขาแหงนหน้ามองนั้น มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ และที่หูของเขาก็เสียบหูฟังเอาไว้ ผมจึงมั่นใจว่าเขาคงกำลังคุยกับใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้

“ทำไมรูปในแฟ้มประวัติมันถึงดูต่างจากตัวจริงขนาดนี้”

ผมพูดแทรกขึ้นว่า “เอ่อ คือ... ผมใช้โปรแกรมแต่งภาพช่วยน่ะครับ มีกล้ามเป็นมัดๆ แบบในรูปก็ดูหล่อดีใช่ไหมล่ะ?” ผมยิ้มจนตาเป็นสระอิ

คุณหมอตวัดสายตากลับมามองผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “แล้วไอ้ส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสองเซนติเมตร ในประวัตินายนี่มันหมายความว่าไงหา!?

“เอ้อ...จริงๆ ผมสูงร้อยหกสิบแปดเซนติเมตรครับ แต่คุณสมบัติของผู้สมัครชาย ต้องมีส่วนสูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผมกลัวจะไม่ผ่าน เลยกรอกมางั้นอะ”

“แ_งเอ้ย! แสดงว่านายต้องโกงน้ำหนักด้วยใช่รึเปล่า!? ไอ้ที่ฉันฉีดให้นายเมื่อกี้ตั้งหกจุดแปดมิลลิกรัมมันก็เสียเปล่าน่ะสิ รู้ไหมว่ามันแพง!

ถ้าสารซิมมิเคิลที่เขาฉีดให้ผมขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ซึ่งผมกรอกน้ำหนักในประวัติไป 68 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า ต้องใช้สารซิมมิเคิล 0.1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ดังนั้นผมจึงควรรับสารซิมมิเคิลเพียง 4.9 มิลลิกรัมตามน้ำหนักตัวจริง 49 กิโลกกรัม สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็ว

แต่พอพูดถึงซิมมิเคิล 4.9 มิลลิกรัมแล้ว... มันทำให้ผมคิดได้ว่า ผมมันทั้งผอมแห้งแล้วยังเตี้ยอีก รู้สึกแย่ชะมัด!

“นี่โกงอายุด้วยใช่รึเปล่า!?” คุณหมอตะคอกถามขึ้นอีกครั้ง

“ไม่ใช่นะ ผมอายุสิบเก้าแล้วจริงๆ ครับ” ผมรีบปฏิเสธ

อาจเพราะส่วนสูงที่ต่ำกว่ามาตรฐาน รูปร่างที่ดูผอมบางกว่าเด็กผู้ชายทั่วไป ผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีน้ำตาล กับใบหน้าที่ติดจะหวานไปสักหน่อย เลยทำให้ผมดูอ่อนกว่าอายุจริงราวสามปี

“หือ...ว่าไงนะ?” คุณหมอกดหูฟังให้แน่นขึ้น คงกำลังคุยกับใครสักคนทางวิทยุสื่อสาร โดยไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลย “เจ๋งขนาดนั้นเชียว” เขาพยักหน้าเข้าใจอยู่คนเดียว จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองผม แล้วพูดด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับว่า...

“โอเค ทางหน่วยยืนยันมาแล้วว่านายคือชาร์เลท มัทสึดะ...ตอนนี้ปัญหาของนายคือ ฝ่ายตรวจสอบไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของนายได้ และเพราะนายสามารถโกงใบสมัครจนมายืนอยู่ในห้องนี้ ดังนั้นนายจะต้องรับการทดสอบขั้นต่อไปเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ผ่านมา”

“ครับ เอาสิ” ผมยิ้มกว้าง

“เมื่อกี้นายถามว่า ทำไมเราต้องฉีดสารที่ทำให้พวกแฟตแมนไม่ได้กลิ่นเลือดของนาย” เขาอธิบายพลางโบกมือส่งสัญญาณให้กับชายในเครื่องแบบดำ “ก็เพราะเราไม่แน่ใจว่านายจะเป็นคนที่ฝ่ายกบฏแฟตแมนส่งมารึเปล่านะสิ และเพื่อเป็นการพิสูจน์ รวมถึงทดสอบความอดทนไปในตัว ก็ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันบ้างเล็กน้อย”

มนุษย์ที่ทำงานให้กับกบฏแฟตแมนจะต้องถูกพวกนั้นดื่มเลือดมาก่อน เพราะการดื่มเลือดสามารถทำให้แฟตแมนระบุตำแหน่งของมนุษย์คนนั้นได้ ซึ่งแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนที่ถูกกบฏแฟตแมนส่งตัวมา แต่ผมก็เคยถูกแฟตแมน (คุณเกรย์) ดื่มเลือด ดังนั้นการต้องเสียเลือดหรือเสียเนื้อจะทำให้คุณเกรย์ได้กลิ่นเลือดของผมแรงกว่าปกติ และเขาจะรู้ได้ทันทีว่าผมกำลังบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นดีแล้วล่ะที่คุณหมอฉีดสารซิมมิเคิลให้ผม

แต่ไอ้เสียเลือดเสียเนื้อที่ว่า...มันต้องเสียด้วยวิธีไหนล่ะ?

“เสียเลือดเสียเนื้อ?” ผมย้อนถามด้วยความสงสัย

“ใช้กำลังทดสอบความอดทน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ซ้อมน่ะ เคยได้ยินไหม?

เขาอยากซ้อมผมเหรอ งั้นแสดงว่าผมต้องยืนเฉยๆ ห้ามป้องกันตัวหรือตอบโต้กลับน่ะสิ?

หนึ่งในชายทั้งหกที่ยืนตั้งแถวหน้ากระดานตั้งแต่ผมย่างเท้าเข้ามาในห้อง สาวเท้ามาหยุดตรงหน้าผมก่อนที่...

ผัวะ!

กำปั้นของเขาซัดลงมาบนใบหน้าซีกขวาของผม ด้วยแรงปะทะมหาศาลนั้นทำเอาร่างของผมล้มกลิ้งไปกับพื้น หูอื้ออึงและสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ

รู้สึกเหมือนกรามจะเบี้ยวเลยแฮะ

ผมลองขยับคาง แต่ก็ต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บราวกับกระดูกทุกชิ้นบนใบหน้าร้าว ลิ้นลิ้มรสเลือดเค็มปร่าในปาก อดคิดไม่ได้ว่าพวกแฟตแมนดื่มเลือดมนุษย์เข้าไปได้ยังไงกัน กลิ่นเหม็นเหมือนสนิมแถมรสชาติยังเลวร้ายเสียขนาดนี้

ผมยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ทว่าไม่ทันที่เท้าทั้งสองข้างจะยืนได้อย่างมั่นคง ท้องของผมก็รับกำปั้นเข้าไปอีกหนึ่งหมัด ตามด้วยอีกหลายสิบกำปั้นบนร่างกายจากคนเพียงคนเดียว

“อึก! ผมชักจะโมโหแล้วนะ!” ผมฝืนทนตะเบ็งเสียงออกมา ในขณะที่เอามือกุมท้อง ตัวงอด้วยความจุก 

 

50%
v
v
v

แม้ว่าผมต้องการผ่านการทดสอบเพื่อเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วย B-29 แต่จะให้ผมยืนนิ่งเฉย ปล่อยให้คนอื่นซ้อมแบบนี้คงไม่ไหวหรอก รู้ไหมว่าการที่ร่างกายหรือใบหน้าของผมเป็นแผลเพียงเล็กน้อย มันทำให้คุณเกรย์โมโหขนาดไหน

จำได้ว่าตอนผมอายุหกขวบ ผมเอานิ้วแหย่ลงไปในตู้ปลาแล้วโดนมันงับจนได้เลือด เย็นวันนั้น อาหารจานหลักของผมเลยเป็นปลาย่างที่คาร์ลตันเลี้ยงมากับมือ (แอบเห็นคาร์ลตันร้องไห้กระซิกๆ ในมุมมืดด้วยแน่ะ) และผมก็ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ปลา (เป็นๆ) อีกเลย

ตอนอายุได้สิบขวบ ผมขี่จักรยานในสวนหลังคฤหาสน์ แต่ดันเกิดอุบัติเหตุทำให้เป็นแผลถลอก (นิดเดียวจริงๆ) ตั้งแต่วันนั้นจักรยานทุกคันในคฤหาสน์ก็ถูกบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากรอลุ้นหรอกว่า...ถ้าคุณเกรย์เห็นบาดแผลบนตัวผมแล้ว เขาจะระบายโทสะของตัวเองด้วยวิธีไหน

“ใครส่งนายมา?” คุณหมอยืนกอดอกพิงผนัง ถามผมด้วยน้ำเสียงเนิบช้าอย่างไม่รู้สึกทุกร้อน

“อึก...ม...ไม่มี” ผมเปล่งเสียงตอบเขาอย่างยากลำบาก

คุณหมอยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าแล้วโบกไปมาซ้ายขวาราวกับว่าผมตอบผิด

“อาวุธ” เขาอออกคำสั่งสั้นๆ

ชายในเครื่องแบบที่ลงมือซ้อมผมเมื่อครู่ถอยกลับไปยืนในแถว พร้อมกับที่ชายอีกคนเดินออกจากแถวมาหยุดตรงหน้าผม เขาชักมีด...ซึ่งผมเพิ่งเห็นว่ามันคือสปาต้า ออกมาจากปลอกที่แขวนไว้กับตะเข็บเข็มขัด แล้วใช้ปลายนิ้วโป้งสำรวจความคมของมัน

ฝึบ!

เขาฟันมีดลงมาบริเวณไหล่ซ้ายของผมอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ผมตั้งตัว ยังดีที่ว่าตั้งแต่เด็กผมถูกฝึกการต่อสู้มาโดยคาร์ลตัน ผู้เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุดสองหมื่นสี่พันเมตรต่อวินาที ซึ่งในสายตามนุษย์มันไม่ต่างจากการหายตัว ผมจึงมองเห็นวิถีมีดเป็นภาพสโลโมชั่น และสามารถเบี่ยงตัวหลบมัน ราวกับตัวเองเป็นนีโอในหนังเรื่อง The Matrix

เอ่อ...ความจริงแล้ว ผมก็เปรียบเทียบเกินจริงไปนิดหน่อย เพราะนอกจากผมจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบฉับไว อาศัยร่างกายที่กะทัดรัดเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียว และมีความสามารถในการต่อสู้ติดตัวอยู่บ้าง ผมก็แทบไม่มีความสามารถด้านอื่นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านพละกำลัง

ฝึบ! ฝึบ! ฝึบ!

ผมเบี่ยงตัวหลบได้ทุกครั้งที่ชายคนนั้นฟันหรือแทงมีดเข้าใส่ จนคุณหมอทำเสียงจิจ๊ะอย่างขัดใจ ก่อนจะยกมือห้ามให้เขาหยุดลงมือ

“กรอกน้ำ” คุณหมอออกคำสั่งอีกครั้ง

ชายคนเดิมไม่ปล่อยให้ผมได้ตั้งตัว เขาก็พุ่งเข้ามาแบกร่างของผมขึ้นพาดบ่าในท่าแบกกระสอบ เป้สะพายหลังสีเหลืองอ๋อยเลื่อนหลุดออกทางหัว ตกลงบนพื้น

ไม่นะ! เจ้าบ๊อบบี้อยู่ในนั้น! ไม่อยากอยู่ห่างเจ้าบ๊อบบี้เลยให้ตายสิ...

ผมได้แต่มองเป้สะพายหลังที่ตกอยู่บนพื้นตาละห้อย  แต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนมากนัก เพราะใจหนึ่งก็แอบลุ้นว่าพวกเขาจะทำอะไรกับผมต่อ จึงปล่อยให้ชายคนนั้นแบกผมเดินเข้าไปยังด้านในสุดของห้อง

ตึง!

ร่างของผมถูกโยนลงบนเตียงคนไข้อย่างแรง ที่แท้ชายในเครื่องแบบดำยืนแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งกันเมื่อครู่ มีจุดประสงค์เพื่อบดบังสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของพวกเขา

เตียงคนไข้... อุปกรณ์ทางการแพทย์... ชั้นวางเครื่องมือที่เต็มไปด้วยเครื่องทรมานสารพัดรูปแบบ

ของพวกนี้นี่มันอะไร กัน!?

ชายในเครื่องแบบดำตรึงร่างของผมไว้กับเตียง พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถรัดข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างของผมกับราวเหล็กด้วยสายหนัง ชายในเครื่องแบบดำคนหนึ่งยืนอยู่เหนือศีรษะของผม ใช้มือกดไหล่ของผมเพื่อไม่ให้ดิ้นหนี ส่วนอีกห้าคนที่เหลือยืนอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของเตียง

คุณหมอในชุดกาวน์สีขาวค่อยๆ ย่างเท้าเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว...ทีละก้าว...พลางดึงหน้ากากคาร์บอนขึ้นปิดปากกับจมูก ก่อนจะสวมถุงมือยางแล้วดีดให้เข้าที่

            น่ากลัวยิ่งกว่าดูหนังสยองขวัญ...

            คุณหมอเอาผ้าเปียกมาปิดหน้าของผมไว้ นี่เขารู้รึเปล่าว่าเขาทำให้ผมหายใจไม่ออกน่ะ ผมพยายามอ้าปากเอาอากาศเข้าปอด สายตามองผ่านผ้าสีขาวที่ปิดหน้า ซึ่งมันทำให้ผมเห็นสิ่งรอบด้านเป็นเพียงเงารางเลือนเท่านั้น

            ซ่าาา!

            น้ำถังใหญ่ถูกราดลงบนใบหน้าของผม มันทะลักเข้าทางปากกับจมูก ซึ่งผมได้แต่ดิ้นทุรนทุรายเพราะหายใจไม่ออก...น้ำในถังหมดลง และก่อนที่ผมจะขาดใจตาย ใครสักคนก็กระชากผ้าเปียกโชกออกจากใบหน้าของผม

            “เฮือกกก!” ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

            “ทำไมนายถึงสมัครเข้าหน่วย B-29?” คุณหมอถาม เขาคงต้องการเค้นความจริงจากปากผมด้วยยุทธวิธีทางการทหาร...ซ้อมจนกว่าจะยอมพูดความจริง

            “แฮ่กๆ ผมแค่อยากช่วยเหลือ...อึก! มนุษย์จากพวกกบฏแฟตแมนครับ” ผมตอบปนเสียงหอบ

            ดูเหมือนคุณหมอจะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของผมเท่าไหร่ เขาหยิบมีดผ่าตัดจากถาดเครื่องมือจ่อที่คอหอยของผม น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมถูกเอ่ยจากปากของเขา

            “นายถูกส่งมาเป็นสายสืบในหน่วยเราใช่ไหม?

            “ไม่...อึก!

            คมมีดบาดลึกเข้าไปในลำคอของผม ผมรู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลออกมาจากรอยแผล โธ่... มีแผลเพิ่มขึ้นอีกจนได้ ถ้ารู้แบบนี้ไม่ยอมให้พวกเขาจับผมมัดกับเตียงตั้งแต่แรกก็ดีหรอก

            “ฉันให้โอกาสนายแก้ตัวอีกครั้ง ตอบมา!

            “ผมไม่...”

            เคร้ง!

            คุณหมอขว้างมีดผ่าตัดทิ้ง ผมไม่อาจมองเห็นใบหน้าครึ่งล่างของเขาได้เพราะเขาสวมหน้ากากไว้ แต่เพียงแค่เห็นแววตาดุดันกับหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนยุ่งเหยิง ก็บอกได้แล้วว่าเขาอยู่ในอารมณ์ใด

            “ทำไมฉันต้องมาเล่นละครให้เด็กพวกนี้ดูด้วยเนี่ย น่าเบื่อชะมัด!

ผมชะโงกคอมองคุณหมอ เขากำลังบ่นพึมพำขณะเดินไปที่ชั้นวางเครื่องเมือง ซึ่งบนนั้นมีทั้งคีมเหล็ก ของมีคม และอะไรต่างๆ นานา ที่ผมไม่รู้จัก แต่เพียงแค่มองก็รู้แล้วว่า ถ้าหากถูกใช้กับร่างกายคงเจ็บน่าดู 

“เมื่อกี้มันก็แค่บทสอบความอดทน แต่หลังจากนี้ต่างหากล่ะของจริง...” เขาลากเสียงพลางหยิบเครื่องมือเหล่านั้นขึ้นมาพิจารณา

ผมคิดว่าเขาคงเลือกเครื่องมือที่สามารถสร้างความเจ็บปวดให้ผมได้มากที่สุด แต่เปล่าเลย เขากลับหยิบแค่กระป๋องสเปรย์ แล้วเดินกลับมายืนข้างๆ เตียงคนไข้ที่มีร่างของผมนอนอยู่

            “นายคิดว่าไอ้นี่คืออะไร?

            “ยาพิษ...มั้งครับ?

            “อุ๊บ...ฮ่าๆ” คุณหมอกุมท้องหัวเราะชอบใจ แต่ผมมองแล้วคล้ายคนสติฟั่นเฟือน “ยานี่น่ะ เขาเรียก ยาเค้นความจริง รูปแบบใหม่ ใช้สะดวก ไม่ต้องฉีดให้เปลืองเข็ม แค่พ่น...” พูดจบเขาก็จัดการพ่นสเปรย์นั่นใส่หน้าผม

            ยาเค้นความจริง เขาคงหมายถึง ตัวยาที่มีส่วนผสมของโซเดียมเพนโทธาล  (Sodium Pentothal) สารกล่อมประสาทประเภทหนึ่ง ซึ่งทางการแพทย์มีไว้สำหรับทำให้คนไข้ผ่อนคลายก่อนผ่านตัด แต่พวกตำรวจในหนังสืบสวนมักจะนำมันมาใช้ซักฟอกผู้ต้องหา เพราะจะทำให้สติของผู้ได้รับยาเกิดการสับสนและชักจูงได้ง่าย

            นั่นล่ะ...ดูเหมือนตอนนี้สมองของผมก็ทำงานได้ไม่ค่อยเป็นปกตินัก

            “ทีนี้นายบอกได้รึยังว่า...ทำไมนายถึงสมัครเข้าหน่วย B-29?

            ต่อจากนั้นผมก็จำไม่ได้หรอกว่าผมพูดอะไรออกไปบ้าง แต่สิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนสติของผมจะดับวูบลง คือเสียงของคุณหมอ ที่บอกกับชายในเครื่องแบบดำว่า...

            “คนต่อไป”

-P.I.E Area-

 

.........................................................................................................................................................

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

638 ความคิดเห็น

  1. #617 ๑ชาซีลอน๑ (@hackerhac) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 12:31
    คือ ขำอ่ะ เกรย หวงเกินไปมะ ถึงกับเอาปลามาย่าง ฮ๋าๆ
    #617
    0
  2. #552 คิเทร่า (@vkikpojk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 21:10
    เกรย์อย่างหวงอ่ะ 5555
    ชอบค่ะ
    #552
    0
  3. #425 มเหสีซองมิน (@princekyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 14:57
    5555โกงกันเห็นๆ
    #425
    0
  4. #382 Sel2aMOon (@sel2amoon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 20:57
    น่ารักอะ โกงส่วนสูง แต่งรูป 55 บอกตอนหน้าชาร์เลทน่าสงสาร ตอนนี้คือไม่น่าสงสารเรอะ T-T
    #382
    0
  5. #364 Meannn (@bearpianobear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 13:24
    ชาเลทพูดอะไรออกไปน่ะ O.o
    #364
    0
  6. #236 "K_Y" (@ktouchy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 14:53
    อย่าทำร้ายชาร์เลทเซ่ - -+ เค้าออกจะน่ารัก 
    #236
    0
  7. วันที่ 14 เมษายน 2556 / 19:55
    สนุกมาก
    #208
    0
  8. #179 MoNsTer_P (@pinkwon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 10:34
    อ่านแล้วเหมือนจะเป็นโชตะค่อนเบาๆ ฮ่าๆๆๆ >< ชาร์เลทน่ารักเวอร์อะ อยากให้ตุ๊กตามีชีวิตจัง แล้วลุกขึ้นมาช่วยปกป้องนายตัวเอง แล้วคุณเกรย์ไปอยู่ที่หนายยย รีบมาช่วยนายเอกของเราด่วนๆ ปล่อยให้โดนคนอื่นเค้าวางยาไปแล้วงิ 
    #179
    0
  9. #160 fevor (@medium6) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 19:24
    เม้นท์ๆๆๆๆๆๆ
    #160
    0
  10. #157 Fern (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 16:44
    เกรย์จะระบาย ยังไงน้อ

    ถึงจะสาสม 5555
    #157
    0
  11. #123 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 20:32
    บังอาจ! แยกบ๊อบบี้ออกจากชาร์เลทได้ไง! (รู้สึกโกรธผิดเรื่อง?)
    #123
    0
  12. #116 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 10:32
    อ้าย.....................

    บังอาญมากมาซ้อมนายเอกเราได้ไงอ่ะ
    #116
    0
  13. #97 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 17:50
    เจ้าหมอคนนี้ จะโดนเกรย์ทำอะไรไหมหนอเนี่ย ปกติก็น่าจะใช้ยานั่นแต่แรกแล้วสิ ไม่ต้องเสียเวลาซ้อม
    #97
    0
  14. #96 FERN6 (@chotika6) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 17:29
    จะอ่านครับ จะอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆ #อัพไวๆนะ - -
    #96
    0
  15. #94 NUTJ (@nutj) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 23:31
    กรี้ดดดดด
    ซาดิสมากค่าา
    ชอบสุดๆ ทั้งตัวเอกผู้น่ารักและคนรอบตัวที่ดูรุนแรงกันจัง><
    มาอัพต่อไวๆนะคะ
    #94
    0
  16. #92 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 18:42
    เฮีย!!!! ทำไมชอบทำให้ค้างล่ะค่ะ!? เฮียเอาตอน 3 มาน้า!!!!!!! - -+++++ // ลงไปดิ้น
    #92
    0
  17. #91 noname (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 17:10
    -*- มาอัพบทสามไวๆนะครับผมรออยู่
    #91
    0
  18. #90 Borich (@zenbcc164) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 16:42
    หมอโรคจิต อย่าให้เจอนะ .....
    #90
    0
  19. #89 พารา (@myidme) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 16:12
    โหดร้ายมาก ข้าจะไปฟ้องเกรย์ // เผ่น
    #89
    0
  20. #88 ~Love Fantasy~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 15:34
    พี่พายมันมากเลยยยยย^^
    #88
    0
  21. #87 Nal_1234 (@-nal) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 15:24
    อีคุณหมอเถื่อนนนนนนนน =A=
    B-29 โหดร้ายยย ทดสอบโหดไปแล้วว แต่ก็นะ คงเพราะเพื่อทดสอบว่าถูกส่งมาจริงมั้ย หรือให้ทนกับการทรมานของพวกแฟตแมนก็ได้ กรั๊กๆ =w= //บ้าเอง
    ชาร์เลทน่าสงสารง่าา ได้เข้าทำงานมั้ยเนี่ย แล้วคุณเกรย์จะไม่มาบุกทำลายองค์กรเร้ออ รีบอัพนะเฮีย อยากอ่านต่ออ >0<
    หนุกมากๆ ดำเนินเรื่องได้ลุ้นตั้งแต่ต้นละ ตอนนี้ยิ่งลุ้น สุดยอดๆ >
    เม้นยาวที่สุดในชีวิตในเด็กดีอะ 55555
    #87
    0
  22. #86 PHoeNiX (@lovelovefran) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 15:21
    ทำไมต้องทำร้ายชาร์เลทด้วย T^T แงๆๆๆๆ คุณเกยร์มาช่วยชาร์เลทเลยน้า!!!!
    พี่พายคะ อัพด่วนๆเลยนะคะ ค้างงงงง >O<

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 เมษายน 2556 / 15:46
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 2 เมษายน 2556 / 15:49
    #86
    0
  23. #82 !- - pandora - -! (@narak-mew) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 15:01
    เอาอีก เอาอีก
    อัพไวๆจิ
    ตอนต่อๆไป
    ห้ามลงทีละ 50 เปอร์ฯนะ
    มันค้างงงงงงงงงงงงงง
    #82
    0
  24. วันที่ 2 เมษายน 2556 / 14:57
    จะอ่านต่อ อ่านต่อ >_<
    #81
    0
  25. #80 kunglolo (@kung-cartoon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 13:58
    น่าติดตามค่ะ
    #80
    0