Human in the Dark วิกฤตอันตรายคนกลายพันธุ์

ตอนที่ 4 : บทที่ 01 : ตัวตนของ... เกรย์ เวนดายน์ (REWRITE 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 พ.ค. 57


 

บทที่ 1

ตัวตนของ... เกรย์ เวนดายน์

“คุณเกรย์ครับ อุ้มเด็กที่ไหนมาด้วยครับนั่น?

คาร์ลตัน พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ตระกูลเวนดายน์เอ่ยถามเจ้านาย เมื่อเห็น เกรย์ เวนดายน์ ย่างเท้าเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กผู้ชายที่กำลังหลับสนิทในอ้อมแขน

“เก็บได้แถวๆ นิวเจอร์ซีย์เมื่อยี่สิบนาทีก่อน”

เอ่อ... จำได้ว่าคฤหาสน์ของเราอยู่รัฐแคลิฟอร์เนียร์นะครับ

“กลิ่นเหมือนกับคุณคนนั้นเลยนะครับ แถมหน้าตายังคล้ายกันมากด้วย” คาร์ลตันทำจมูกฟุดฟิดพลางมองเด็กผู้ชายคนนั้นอย่างพิจารณา “น่ารักน่าชังเชียว”

“อืม...” เกรย์รับคำ มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว “...เหมือนมาก จนฉันยังแปลกใจ” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไปยังห้องนอน

อย่างไรก็ตาม... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสิบหกปีก่อน ซึ่งปัจจุบันเด็กผู้ชายที่เกรย์ เวนดายน์เก็บมาเลี้ยงไว้ดูเล่น ได้โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว

 

9 สิงหาคม 2018

คฤหาสน์เวนดายน์, ย่านเบเวอร์ลี ฮิลล์ส, มลรัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน...

ความรู้สึกเย็นเฉียบที่ลากผ่านแก้มทำให้ผมรู้สึกตัวตื่น...

“อือ... จะออกไปทำงานแล้วเหรอครับ?” ผมถามคุณเกรย์ที่นั่งอยู่บนขอบเตียงด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

คุณเกรย์มักจะใช้เวลาอยู่ในคฤหาสน์ช่วงกลางวัน และออกไปทำงานตอนกลางคืน... มันอาจจะฟังดูแปลก แต่เขาไม่ค่อยชอบแสงแดดน่ะครับ คือเขามีอาการแพ้รังสียูวีขั้นรุนแรง เวลาออกข้างนอกตอนกลางวันจึงต้องสวมเสื้อโค้ท แว่นตากันแดดสีดำ และถุงมือหนัง ทั้งยังต้องทาครีมกันแดดชนิด SPF 150 PA+++ ด้วย

“อืม” คุณเกรย์รับคำในลำคอ

“แล้วคุณเกรย์จะกลับมาทันมื้อเช้ารึเปล่าครับ?” ผมถามพลางดึงเจ้าหมา (เน่า) บ๊อบบี้ขนนุ่มนิ่มที่วางอยู่ข้างๆ ตัวมากอด

พวกคุณคงอยากรู้ใช่ไหมล่ะว่าบ๊อบบี้ของผมน่ารักขนาดไหน? โอเค ผมจะบรรยายให้ฟัง...

เจ้าบ๊อบบี้เป็นตุ๊กตาหมาน้อยพันธุ์บีเกิ้ล หูยาวปรกหน้า มีขนสีน้ำตาลนุ่มนิ่ม ตาสีดำกลมโต มีหางเล็กๆ กับรอยเย็บที่ก้นอีกเล็กน้อย สวมปลอกคอซึ่งมีป้ายชื่อสลักไว้ว่า ‘Bobby’ มันดูเก่านิดหน่อยแต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี และที่ผมชอบมากที่สุดคือกลิ่นนมบูดที่ติดตัวมันตลอดเวลา เนื่องจากผมดื่มนมก่อนนอนทุกวัน แล้วเวลานอนกอดมันก็ชอบทำน้ำลายหกใส่บ่อยๆ ผมจึงไม่เคยซักมันเลยเพราะกลัวกลิ่นจะหายไป

“ทันสิ” คุณเกรย์ยิ้มบาง ก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวผม

ผมมองเห็นใบหน้าของคุณเกรย์ได้ชัดเจนเพราะแสงสีส้มจากโคมไฟบนหัวเตียง มันถูกเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนผมเข้านอน... ผมไม่ได้กลัวความมืดเหมือนตอนเด็กๆ แต่ก็ยังไม่ชอบมันอยู่ดี

คุณเกรย์ดูไม่แตกต่างจากเมื่อสิบหกปีก่อนเลยสักนิด รูปลักษณ์ของเขาคือชายหนุ่มมาดแบดบอยอายุยี่สิบต้นๆ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ผิวสีแทนอ่อน ใบหน้าคมเข้ม คิ้วและเส้นผมดำสนิทตัดทรงสกินเฮดไถลวดลายข้างศีรษะ มีรอยสักสีดำที่ไหล่ซ้าย แถมยังเจาะหูกับคิ้วอีกด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด... นัยน์ตาสีนิลของเขามักกลายเป็นสีแดงฉานเรืองรองเมื่ออยู่ในความมืด

สิ่งที่ผมกล่าวมา ทั้งเรื่องผิวกายที่เย็นเฉียบ อาการแพ้แสงแดด และดวงตาสีแดงที่สามารถมองเห็นในที่มืด ล้วนเป็นคุณสมบัติของพวกแฟตแมน... มนุษย์กลายพันธุ์ผู้เป็นอำมตะไม่มีวันแก่เฒ่า ซึ่งหากจะถามว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือเจอคุณเกรย์ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่ คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสิบหกปีก่อน ในย่านเล็กๆ ของรัฐนิวเจอร์ซีย์...

 

“เอาหนังสือของผมคืนมานะ!

พี่ชายยกหนังสือในมือชูขึ้นจนสุดแขน ผมเขย่งปลายเท้า พยายามคว้าหนังสือคืนมาแต่ก็ไม่ได้ผล พี่ชายตัวสูงกว่าผมเกินหนึ่งช่วงหัวทั้งที่เราอายุห่างกันแค่สี่ปี

“พี่บอกว่าไม่ได้ไง เล่มนี้มันไม่เหมาะกับเด็กนะ อีกอย่างนี่เป็นหนังสือของคุณพ่อ ไม่ใช่ของนายซะหน่อย”

“ฮึก! ผมไม่คุยกับพี่แล้ว ฮือออ...”

ผมวิ่งตึงตังออกจากบ้านทั้งที่ข้างนอกมืดสนิท คืนนี้พ่อกับแม่ติดงานต้องกลับบ้านดึกกว่าปกติ จึงมีเพียงพี่ชายกับพี่เลี้ยงเด็กที่คอยดูแลผม และตอนนี้สองคนนั้นก็กำลังวิ่งตามผมออกมา

“ชาร์เลททท!” พี่ชายป้องปากเรียกชื่อผม

ผมรีบเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ รอจนพี่ชายกับพี่เลี้ยงเด็กเดินผ่านไป ผมจึงออกจากที่ซ่อนแล้ววิ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม ไม่กี่นาทีต่อมาผมก็มาถึงสวนสาธารณะ ซึ่งอีกด้านหนึ่งของมันเป็นสนามเด็กเล่น

แสงไฟจากถนนช่วยให้สนามเด็กเล่นไม่มืดนัก แต่บรรยากาศวังเวงและอากาศเย็นจัดเกินกว่าจะเล่นสนุกได้ ผมคิดจะเข้าไปนั่งแกว่งชิงช้าเพื่อรอพ่อกับแม่กลับจากทำงาน เพราะสนามเด็กเล่นเป็นทางผ่านเข้าบ้านของพวกเรา แต่ที่เสาชิงช้าต้นหนึ่งดันมีผู้ชายตัวโตยืนพิงอยู่ เขาก้มหน้านิ่ง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางน่ากลัวมากๆ

ผมลังเลไม่รู้ว่าควรจะเดินเข้าไปหรือย้อนกลับบ้านดี แต่ในระหว่างที่ผมยืนจ้องเขาอย่างพิจารณาอยู่นั้น เขาก็หันมามองผม!

ผมสะดุ้งโหยง

นัยน์ตาของเขามีสีแดงเรืองรอง แต่เมื่อเขาเดินออกมาจากเงามืดและไฟจากถนนส่องโดนใบหน้า ผมถึงเห็นว่าจริงๆ แล้วมันเป็นสีดำสนิทไม่ต่างจากสีผมของเขา

เมื่อกี้ผมคงตาฝาดไป...

“กลิ่นนาย...” เขาพูดแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ก่อนจะย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้า ดวงตาดุดันจ้องมองผมไม่วางตา จากนั้นมือใหญ่โตทั้งสองข้างของเขาก็จับไหล่ของผมดึงเข้าไปใกล้ “ชื่ออะไร?” เขาถามด้วยเสียงที่เบาหวิวจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ

“ชาร์เลท ครับ”

อ่า... ผมจะตอบเค้าไปทำไมเนี่ย?

“ชาร์เลท... นามสกุลล่ะ?

“มัทสึดะ ครับ”

นามสกุล มัทสึดะอาจฟังประหลาดหูสำหรับคนอเมริกัน แต่เพราะพ่อของผมเป็นคนญี่ปุ่น นามสกุลที่ผมใช้จึงเป็นนามสกุลของคุณพ่อ

“มัทสึดะ...” เขาทวนคำ จากนั้นก็ปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากไหล่ของผมเลื่อนไปจับล็อคเก็ตที่ห้อยไว้กับสร้อยคอของตัวเอง แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือลูบมันราวกับเคยทำบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย “ขอโทษนะ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาโดยที่ผมได้แต่ขมวดคิ้วงุนงง

ผมจ้องมองดวงตาของเขาด้วยความอยากรู้ เมื่อลองสังเกตชัดๆ ก็พบว่านัยน์ตาสีนิลของเขามีประกายสีแดงจางๆ อยู่จริง ทว่าระหว่างที่ผมเอาแต่จ้องมองด้วยความสงสัยอยู่นั้น มือใหญ่โตทั้งคู่ของเขาก็ยื่นมาจับหัวของผมไม่ให้ขยับหนี ก่อนที่เขาจะเอียงคอลง พร้อมกับอ้าปากออก ชั่วพริบตานั้น เขี้ยวคู่หนึ่งพลันงอกยาวโผล่พ้นริมฝีปากของเขา และก่อนที่ผมจะตั้งสติได้...

เขาก็โน้มใบหน้าเข้ามากัดลำคอของผม!

“เฮือก!

ผมสะดุ้งตกใจ เจ็บจนร้องไม่ออก รู้สึกได้ถึงคมเขี้ยวเย็นเฉียบที่ค่อยๆ ฝังลึกลงไปในเนื้อ ตามมาด้วยความรู้สึกราวกับว่ามันกำลังสูบเอาเลือดออกจากตัวผม

แข้งขาของผมอ่อนแรง ภาพที่เห็นค่อยๆ เลือนรางลง สิ่งที่รับรู้ก่อนจะหมดสติไปคือเสียงร้องเรียกชื่อผมและเสียงฝีเท้าของพี่ชายที่ดังใกล้ข้ามา...

 

ใช่แล้วล่ะ...คุณเกรย์คือชายลึกลับในสนามเด็กเล่น

เมื่อก่อนผมเคยถามคุณเกรย์บ่อยๆ ว่า “ตอนนั้นคุณเกรย์ดื่มเลือดผมทำไมครับ? แล้วคุณเกรย์ก็ตอบเพียงแค่ “ถ้าฉันไม่ดื่มเลือดนายวันนั้น ฉันก็คงไม่รู้ว่านายถูกทำร้ายแล้วตามไปช่วยนายได้ทัน”

...เป็นเพราะคุณเกรย์ดื่มเลือดของผม ตอนผมถูกทำร้ายเขาถึงได้กลิ่นมันชัดเจน

การดื่มเลือด ทำให้แฟตแมนจดจำกลิ่นเลือดที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของเลือดได้ เขาสามารถแยกแยะกลิ่นเลือดของผมออกจากกลิ่นเลือดของมนุษย์คนอื่นๆ และระบุตำแหน่งของผมได้จากการติดตามกลิ่น

ผมลูบรอยแผลเป็นสองจุดที่ลำคออย่างลืมตัว

คุณเกรย์ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงในตำแหน่งเดิม บนลำคอของเขาสวมสร้อยทองคำขาว ห้อยจี้ล็อคเก็ตทรงกลมรีสลักลวดลายสวยงาม ซึ่งมันดูเหมือนสร้อยของผู้หญิงมากกว่า แถมยังสวยแบบคลาสสิค ไม่เข้ากับสไตล์การแต่งตัวของคุณเกรย์เลยสักนิด แต่เขากลับสวมติดตัวไว้ตลอดเวลา

“ฉันไปทำงานก่อนนะ” เขาละมือออกจากศีรษะของผม ก่อนจะลุกออกจากเตียง

“เดี๋ยวก่อนครับ...” คุณเกรย์หันกลับมามองด้วยท่าทางงงๆ ผมจึงรีบพูดต่อว่า “พรุ่งนี้ผมต้องไปยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกเข้าหน่วย B-29 (บีทเวนตี้ไนน์) ผมจองตั๋วเครื่องบินไว้สองที่นั่ง เที่ยวสิบโมงเช้า คุณจะไปไหมครับ?

“อืม จะไปแล้วกัน”

“คุณเกรย์รู้ใช่ไหมครับ ว่ามันสำคัญกับผมมาก”

“รู้น่า” เขาบอกแค่นั้นก่อนจะกระโดดออกทางหน้าต่าง

พวกคุณอาจกำลังสงสัยว่า B-29 คืออะไร?

B-29 มาจากชื่อเต็มว่า B-29 Superfortress ซึ่งเป็นรุ่นของเครื่องบินที่สหรัฐอเมริกาใช้ทิ้งระเบิดปรมาณู Mark 3 หรือที่รู้จักกันในชื่อรหัสระเบิดอีกชื่อหนึ่งคือ Fat Man ลงในประเทศญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงแน่นอนว่าหน่วย B-29 เกี่ยวข้องกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์

B-29 เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่จัดตั้งขึ้นโดยสหประชาชาติ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องโลกจาก กบฏแฟตแมน รวมถึงป้องกันและปราบปรามเหตุอาชญากรรมอันเกิดจากแฟตแมนโดยเฉพาะ ซึ่งทุกปีหน่วย B-29 จะคัดเลือกผู้สมัครจากทั่วโลกเข้าทำการทดสอบ โดยจะมีผู้ผ่านการทดสอบเพียงปีละเจ็ดคนเท่านั้น คุณสมบัติของผู้สมัครที่สำคัญคือมีอายุตั้งแต่สิบเก้าถึงยี่สิบห้าปี

พูดถึงกลุ่มกบฏแฟตแมน ผมขออธิบายเลยแล้วกัน กบฏแฟตแมน คือกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไม่พอใจในสหประชาชาติและรังเกียจการถูกเหยียดหยามจากมนุษย์ พวกเขารวมตัวกันเพื่อก่อกบฏต่อต้านสหประชาชาติ จึงแน่นอนว่ากบฏแฟตแมนคือศัตรูตัวฉกาจของหน่วย B-29 ทว่ายังมีแฟตแมนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ถึงขั้นต่อต้าน แต่ก็ไม่ได้คล้อยตามสหประชาชาติเสียทีเดียว ทว่าแฟตแมนกลุ่มนี้กลับไม่ถูกสหประชาชาติ กำจัด  

นั่นคือกลุ่ม ดาร์คมาส์ก เครือข่ายของดาร์คมาส์กแฝงตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก พวกเขามีอิทธิพลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสหประชาชาติ ดาร์คมาส์กคอยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างสหประชาชาติกับกบฏแฟตแมนอย่างลับๆ ทุกครั้งที่ดาร์คมาส์กออกปฏิบัติการ พวกเขาจะซ่อนใบหน้าครึ่งบนของตัวเองเอาไว้ภายใต้หน้ากากสีดำ นั่นทำให้สหประชาชาติรวมถึงหน่วย B-29 ไม่อาจล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของสมาชิกในกลุ่มดาร์คมาส์ก

ย้อนกลับมาที่เรื่องของผมอีกครั้ง... วันนี้ผมอายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ และผมมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเข้าเป็นหนึ่งในหน่วย B-29 ให้ได้! มันสำคัญกับผมมากๆ เชียวล่ะ!

“ว้า... คุณเกรย์ลืมวันเกิดผมอีกละ” ผมบ่นแล้วกำลังจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่พอเหลือบไปเห็นว่าบนหัวเตียงมีพับกระดาษสีเหลืองกรอบบ่งบอกอายุความเก๋าวางไว้ ผมก็รีบหยิบมันมาดูทันที

มันเป็นหนังสือพิมพ์อเมริกันซึ่งตีพิมพ์ในปีค.ศ. 1945 ที่หาอ่านยากมาก ว้าว! นับเป็นของขวัญที่เจ๋งไม่เบาเลยแฮะ! ขอบคุณมากๆ เลยครับคุณเกรย์

ผมลองเปิดหนังสือพิมพ์ในมืออ่าน ข่าวที่ขึ้นหน้าหนึ่งส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง และเหตุระเบิดปรมาณูที่ถล่มเมืองนะงะซะกิในประเทศญี่ปุ่น ผมเพียงแค่กวาดสายตาผ่านๆ เพราะข้อมูลพวกนี้เป็นข้อมูลที่ผมรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ดันสะดุดตรงข้อความบรรทัดหนึ่ง

“แรงระเบิดทำให้โรงงานผลิตอาวุธเวนดายน์อินดัสทรีย์กลายเป็นผุยผง เกรย์ เวนดายน์ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลดังในสหรัฐฯ หายสาบสูญ...”

ช่วยบอกทีว่าตอนนี้ผมไม่ได้กำลังอ้าปากหวอจนน่าเกลียด นี่มันหนังสือพิมพ์ปีค.ศ. 1945 นะ ทำไมถึงมีชื่อคุณเกรย์ได้...คุณเกรย์อายุเท่าไหร่กัน!?

            “เฮ้อออ” ผมถอนหายใจ แล้วตัดสินใจวางหนังสือพิมพ์เล่มนั้นไว้บนหัวเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอน

ความง่วงงุนเข้ามาแทนที่ความอยากรู้ สุดท้ายผมก็ผล็อยหลับไป โดยไม่มีโอกาสได้พบกับใครอีกคน...คนที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมไม่อาจลบเขาออกจากความทรงจำได้เลย

ผู้ซึ่งคอย...เฝ้ามองผมในทุกค่ำคืน
 

50%

v

v

            ผมเคาะตั๋วเครื่องบิน แคลิฟอร์เนีย-นิวยอร์กซิตี้ สองใบในมืออย่างรอคอย...

            ตอนนี้เลยแปดโมงมาแล้ว ซึ่งผมเหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงกว่าเพื่อเดินทางไปสนามบินและเช็คอินผู้โดยสารขาออก อย่างไรก็ตามผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบิดลัดฟ้าไปมหานครนิวยอร์กเพื่อยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกเข้าหน่วย B-29 ในครั้งนี้จะไม่ล่มกลางคันเหมือนครั้งก่อนๆ

            ห้าปีก่อนคุณเกรย์รับปากว่าจะพาผมไปสมัครเข้าเรียน ผมรอเขาตลอดทั้งวัน แต่สุดท้ายผมก็กลายเป็นหนึ่งในเด็กผู้ชายที่ไม่ได้เรียนไฮสกูล...สามปีก่อนคุณเกรย์รับปากว่าจะพาผมไปสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายวันนั้นผมก็รอเก้อ

ผมต้องติดแหง็กอยู่ในคฤหาสน์เวนดายน์ แทบจะไม่ได้ย่างเท้าออกไปข้างนอกตลอดเวลาสิบหกปี ที่ผ่านมาผมศึกษาเรียนรู้ทุกอย่างจากหนังสือและอาจารย์สอนพิเศษ ซึ่งผมจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเป็นอันขาด

            เอาล่ะ...ถ้าวันนี้คุณเกรย์ลืมนัดของผมอีกละก็ ผมจะไปด้วยตัวเอง

            “ยังไม่ออกเดินทางอีกเหรอครับ?

            คาร์ลตัน พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ที่ดูไม่ค่อยจะเหมือนพ่อบ้านสักเท่าไหร่ เดินลงบันไดมาด้วยท่าทางอิดโรย เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง ดูอายุราวยี่สิบปลายๆ (มาหลายสิบปีแล้ว) ดวงตาดำคล้ำซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบสี่เหลี่ยม ใบหน้าซูบตอบและซีดเซียวไร้สีเลือด บุคลิกคล้ายกับซากศพเดินได้นั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครอยากเลียนแบบ

            ที่คาร์ลตันต้องกลายเป็นแบบนี้ เพราะคฤหาสน์ที่แสนจะใหญ่โตโอ่อ่ามีผู้อยู่อาศัยเพียงสามคนเท่านั้น ดังนั้นนอกจากเขาจะเป็นพ่อบ้านเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เวนดายน์แล้ว เขายังเป็นทั้งคนขับรถ เลขา บอดี้การ์ดส่วนตัวของคุณเกรย์ คนรับใช้ของผม (ฯลฯ)

            “ผมกำลังรอคุณเกรย์มารับน่ะครับ” ผมตอบ อดขมวดคิ้วแสดงสีหน้ายุ่งยากใจไม่ได้

            “ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปส่งจะดีกว่าครับ” คาร์ลตันบอกด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่ความหมายในประโยคแฝงคำตำหนิเล็กๆ เขาคงรู้ว่าโอกาสที่คุณเกรย์จะมาตามนัดนั้นเป็นไปได้น้อยยิ่งกว่าศูนย์ นั่นคือติดลบ

            “แหะๆ ไม่เป็นไรครับ” ผมหัวเราะแห้งๆ “ผมจะรออีกสักสิบห้านาที ถ้าคุณเกรย์ยังไม่มา ผมจะโทรเรียกแท็กซี่ครับ”

จะมีใครใจร้ายถึงขนาดรบกวนคนที่งานรัดตัว จนแทบไม่มีเวลาจะหายใจอย่างคุณพ่อบ้านคาร์ลตันกันล่ะ

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปสะสางงานที่บริษัทก่อนนะครับ”

“เชิญครับ” ผมรีบตอบทันทีด้วยความเกรงใจอย่างสุดซึ้ง ซึ่งไม่ทันที่คำพูดของผมจะจบลง เงาร่างของคุณคาร์ลตันก็พุ่งผ่านหน้าของผมไปถึงประตูคฤหาสน์แล้ว

และใช่...เขาคืออีกคนที่เป็นหนึ่งในพวกแฟตแมน

 

สำนักงานย่อย B-29,  เกาะแมนฮัตตัน, นครนิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา

ผมในชุดเสื้อยืดสีส้ม สวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีฟ้าสดใสแบบมีฮูด กางเกงยีนส์สีขาว รองเท้าผ้าใบสีเขียวแสบตา และเป้สะพายหลังใบเขื่องสีเหลืองสด ยืนด้วยท่าทางซื่อ (บื้อ) ๆ  อยู่ในสำนักงานย่อยของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ B-29 บนชั้นที่แปดสิบสองในตึกเอ็มไพร์สเตท

และแน่นอนว่าคุณเกรย์ไม่ได้มาด้วย (มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นสินะ)

รอบด้านเต็มไปด้วยผู้สมัครกว่าหนึ่งร้อยคน ทำเอาสำนักงานที่ใหญ่กินพื้นที่หนึ่งในสี่ของชั้นแคบลงถนัดตา ซึ่งหนึ่งร้อยยี่สิบชีวิตผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับผม ล้วนผ่านการคัดเลือกในขั้นตอนแรกมาแล้ว

สมัยนี้อินเตอร์เน็ตมันครอบคลุมนะครับ เพียงแค่ยื่นประวัติ ทำแบบสอบถาม และแบบทดสอบอีกเล็กน้อยผ่านทางเว็บไซต์ หนึ่งเดือนต่อมา ทางสำนักงานก็ส่งอีเมล์ถึงผมว่า...

 

สวัสดี มิสเตอร์. ชาร์เลท มัทสึดะ

ยินดีด้วย คุณผ่านการคัดเลือกในขั้นแรกจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ B-29 แล้ว โปรดชำระค่าสำรองที่นั่ง ค่าธรรมเนียม และค่าอาหารว่างเป็นจำนวนเงินรวม $200 (สองร้อยดอลลาร์สหรัฐถ้วน) ผ่านทาง Bank of America ภายในวันที่ 9 สิงหาคม 2013 สามารถดาวโหลดเอกสารชำระเงินและอ่านรายละเอียดอื่นๆ ได้ทางเว็บไซด์ www.b29-team.bsg

ฝ่ายประสานงาน B-29

 

อื้ม... นั่นล่ะ

แล้วผมก็มาที่นี่พร้อมกับเจ้าบ๊อบบี้ (เน่า) กระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดอยู่ห้าร้อยดอลลาร์กับบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินอีกหนึ่งใบ มือถือที่คุณเกรย์ซื้อให้ ปากกาอีกหนึ่งด้าม และหนังสือดาราศาสตร์เล่มใหม่ล่าสุด ซึ่งทุกอย่างถูกยัดลงในเป้สะพายหลังสีเหลืองสดใส (ใบเบ้อเริ่ม)

การเผชิญโลกด้วยตัวเองครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีช่างน่าตื่นเต้น!

เก้าอี้ร้อยยี่สิบตัวถูกจัดเรียงไว้เป็นระเบียบตามแถวหน้ากระดานเรียงสี่ บนเก้าอี้ทุกตัวมีป้ายหมายเลขแปะไว้ที่พนักพิง ผมมองหาเก้าอี้ของตัวเองพลางมอบรอยยิ้มใสซื่อให้กับทุกคนที่ผมเดินผ่าน เมื่อพบเก้าอี้ที่มีหมายเลขเดียวกับรหัสประจำตัวบนบัตรติดหน้าอกที่เพิ่งได้รับมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ผมก็รีบเดินไปนั่งลงอย่างรวดเร็ว ทางซ้ายมือของผมมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว แต่ด้านขวายังว่างเปล่า

เบื้องหน้าของพวกเราคือโต๊ะทำงานของคนในสำนักงานที่ตั้งเบียดเสียดกันเพื่อไม่ให้กีดขวางพื้นที่ ลึกเข้าไปด้านในมีห้องอีกสี่ห้อง ผู้สมัครแต่ละรายค่อยๆ ทยอยเข้าไปในห้องตามลำดับรหัสประจำตัว แต่น่าแปลกที่ผู้สมัครรายเดิมยังไม่ได้ออกมา ชื่อของผู้สมัครรายใหม่ก็ถูกเรียกเข้าไปอีก ตอนนี้ในห้องทั้งสี่คงแออัดน่าดู

แต่เอ...วันนี้พวกเราแค่มายื่นใบสมัครเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ? ไม่ยักรู้ว่าจะมีสัมภาษณ์ด้วย

“หมายเลขศูนย์สองสาม...หมายเลขศูนย์สองสาม...เชิญคุณ ฟิทซ์ฮัก เดเวียตาร์ ที่ห้องหมายเลขหนึ่ง”

สิ้นเสียงประกาศ ผู้ชายตัวสูงราวหกฟุตสองนิ้วก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง เขามีผมสีอัลมอนด์ นัยน์ตาสีเขียวมรกต ใบหน้าจัดว่าโดดเด่นถึงขนาดที่ผู้หญิงทุกคนที่นั่งอยู่พากันมองเหลียวหลัง น่าเสียดายที่เขาเอาแต่ก้มหน้าพึมพำกับไม้กางเขนเงินของตัวเอง พลางจ้ำอ้าวไปยังประตูห้องหมายเลขหนึ่ง โดยไม่สนใจผู้หญิงสวยๆ พวกนั้น

อย่างไรก็ตาม... ไม้กางเขนของเขาขนาดเกือบหนึ่งฟุต และเขาก็ห้อยมันไว้กับสร้อยคอ!

รหัสประจำตัวของผมคือหมายเลข 027 ยิ่งใกล้ถึงเวลาที่ผมต้องเข้าไปในห้องใดห้องหนึ่งในสี่ห้องนั้น ผมก็ยิ่งอยากหยิบเจ้าบ๊อบบี้ (เน่า) ออกจากเป้ (ใบใหญ่มาก) มากอดเพื่อคลายความตื่นเต้น คิดแล้วผมก็จัดการรูปซิบกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนหน้าตัก ก่อนจะดึงเจ้าบ๊อบบี้ออกมา ผู้ชายที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของผมผงะเล็กน้อย

อะไรกัน! เจ้าบ๊อบบี้ (ย้ำว่าเน่ามาก) ของผมน่ารักจะตายไป ชิ!

“บ๊อบบี้น่าตื่นเต้นจังเลยเนอะ!” ผมบอกกับบ๊อบบี้แล้วกอดมันแนบอก สงสัยว่าผมคงตัวโตเกินไปถึงได้รู้สึกว่าเจ้าบ๊อบบี้ตัวเล็กลง เพราะมันมีความยาวจากหน้าตักถึงปลายคางของผมเท่านั้น ทั้งที่เมื่อก่อนมันสูงเกือบเท่าตัวผมแน่ะ

คนรอบข้างเริ่มหันมามองทางผมด้วยสายตาประหลาดๆ เอ๊ะ! หรือว่า...ที่นี่เขาห้ามเอาสัตว์เลี้ยงเข้ามา แต่เจ้าบ๊อบบี้เป็นแค่ตุ๊กตาหมาเท่านั้น อีกอย่างพนักงานก็ไม่เห็นมาไล่ผมเลยนี่นา ผมเลยลอยหน้าลอยตากอดเจ้าบ๊อบบี้ต่อไป

“ตุ๊กตานายน่ารักจังนะ...” น้ำเสียงยานคางดังมาจากคนที่นั่งอยู่ทางขวามือของผม ซึ่งผมจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เก้าอี้ตัวนั้นยังคงว่างเปล่า

ผมหันไปส่งยิ้มให้เขา และให้ตาย! ผมเพิ่งเคยเจอคนที่ผิวขาวซีดยิ่งกว่าพ่อบ้านคาร์ลตันเป็นครั้งแรก แต่จะว่าไปผมก็ไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนเลยนี่นา...งั้นก็ช่างเถอะ

ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทรงสี่เหลี่ยมบางเฉียบที่ดูคล้ายสมาร์ทโฟนลงในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันมาจ้องมองเจ้าบ๊อบบี้ในอ้อมกอดของผมอย่างจริงจัง เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างค่อนข้างผอม นัยน์ตาสีเทาดูปรือปรอยราวกับคนง่วงนอนตลอดเวลา มีไฝเม็ดเล็กๆ ใต้ตาซ้าย และเส้นผมสีควันบุหรี่ดูนุ่มนิ่มไม่ต่างจากขนของเจ้าบ๊อบบี้

“มันชื่อบ๊อบบี้ครับ” ผมยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ อวดลักยิ้มบุ๋มสองข้างแก้ม “มันน่ารักใช่ไหมล่ะ? ลองดมดูสิ มันมีกลิ่นตุๆ ด้วยนะ”

ผมยื่นเจ้าบ๊อบบี้ไปตรงหน้าเขา เขาก้มหน้าลงใช้จมูกดมฟุดฟิดๆ บนหัวเจ้าบ๊อบบี้ แล้วเงยหน้ามองผมด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย พร้อมที่จะฟุบหลับได้ทุกเมื่อ

“กลิ่นคล้ายๆ นมบูด... ฉันชอบนะ” เขาบอก

ดีใจจัง! เขาชอบเจ้าบ๊อบบี้ด้วย! ถึงท่าทางเขาจะดูเอื่อยเฉื่อยและพูดยานคางไปนิด แต่ผมก็ชอบเขานะ เพราะเขาชอบเจ้าบ๊อบบี้

“ผมชื่อชาร์เลท มัทสึดะ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ผมยื่นมือขวาส่งให้เขา

“ฉันอีมิล วอชิงตัน... ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาจับมือผมแล้วเขย่าเบาๆ ก่อนจะปล่อยออก

“เอ๋? แต่คุณไม่ใช่คนผิวสีนี่ ส่วนใหญ่คนที่ใช้นามสกุลวอชิงตันกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในอเมริกาเป็นคนผิวสีนะครับ” ผมเท้าคางกับหัวเจ้าบ๊อบบี้รอฟังเขาตอบ

“อืม จริงๆ ฉันก็อยากมีสีเหมือนเมล็ดกาแฟนะ น่าจะลองเข้าตู้พ่นสีผิวดูสักที”

“หมายเลขศูนย์สองเจ็ด... หมายเลขศูนย์สองเจ็ด...  เชิญคุณชาร์เลท มัทสึดะ ที่ห้องหมายเลขสอง”

“อ๊ะ! ผมต้องไปแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ผมรีบยัดเจ้าบ๊อบบี้เก็บเข้าเป้สีเหลืองอ๋อยของตัวเองพลางพูดกับเขาว่า “ไว้เจอกันใหม่ครับ บ้ายบาย” ผมโบกมือลา แล้วรีบสาวเท้าเร็วๆ ไปทางประตูห้องหมายเลขสอง...

 

-P.I.E Area-


 

.............................................................................................................................................................

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

638 ความคิดเห็น

  1. #616 ๑ชาซีลอน๑ (@hackerhac) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 12:23
    555น่ารักอ่ะ *^* บ๊อบบี้เอาไปซักบ้างก้ได้นะลูกเอ๋ย 
    #616
    0
  2. #613 Risa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 20:12
    กลับมาอ่าน อีก รอบ ตอนแรกเห็น วันที่ ลง เอ๋ นิยาย เรื่องนี้ มันลง เมื่อ พ.ศ. 57 ทุกตอนเลยเหรอ จำได้ว่า ไม่ใช่ นะ หรือ ว่าเราลืม แล้วเรา ก็มาเข้า ใจ ตอนที่ เราอ่าน อ๋า.... เข้า ใจแล้ว จะอ่าน ต่อไปนะ
    #613
    0
  3. #598 แมวน้อน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 22:03
    นมบูด...
    #598
    0
  4. #596 TheLastManStanding137 (@punjabra) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2556 / 18:55
    กลิ่นนมบูด...?? อยากลองดมสุกครั้ง ไหนๆก็มีคนชอบตั้ง...2 คน(?)
    ตามต่อจ้าอิอิอิ
    #596
    0
  5. #551 คิเทร่า (@vkikpojk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 21:04
    ชาร์เลทน่ารักก
    ตื่นเต้นจังค่าา หุหุหุ
    #551
    0
  6. #449 Ketos (@170265) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 21:55
    พี่ชายใช่มั้ยล่ะ? ที่แอบดูตอนนอนอ่ะ

    เพราะพี่ชายเขียนบันทึกไว้ในวันเกิดปีที่ 7 ของชาร์เลทนี่
    #449
    0
  7. #424 มเหสีซองมิน (@princekyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 14:46
    เราก็มีน้องเน่าอยู่ตัวนึง
    เป็นหมีนะได้มาตั้งแต่2-3ขวบนะรักมากเลย
    #424
    0
  8. #411 rokudo kiri (@182544) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 20:52
    ชาร์เลท ชุดจะแจ่มไปไหน?
    #411
    0
  9. #381 Sel2aMOon (@sel2amoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 20:50
    อ่านบท 00 แล้วยังงงอยู่อ่ะค่ะ แหะๆ ม่ายข้าวจ๋ายยยย +.+
    #381
    0
  10. #363 Meannn (@bearpianobear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 13:12
    กลิ่นนมบูด อยากดมจังงง >..< 555555555
    #363
    0
  11. #299 เอร่า (@mylove-kyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 09:00
    555+ มีกลิ่นนมบูด  นี่แสดงว่าชาร์เลทของเรา"ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสินะ"  ^.,^
    #299
    0
  12. #274 knamza (@knamza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 08:28
    ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #274
    0
  13. #235 "K_Y" (@ktouchy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 14:47
    ชุดนายมันช่าง...สว่างสไหวจิงๆ -0-
    #235
    0
  14. #209 Gril In Shadow (@lovery1859) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 19:59
    นม...บุด..ห๊ะ???
    #209
    0
  15. วันที่ 14 เมษายน 2556 / 19:50
    สนุกมก
    #206
    0
  16. #156 Fern (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 16:32
    โอ้ ชาร์เลท...

    เริ่มจะจิ้นล่ะ 5555
    #156
    0
  17. #139 mewmykring (@mewkring) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 16:38
    พระเอกแบ๋วอ่าา น่ารัก>< 
    #139
    0
  18. #120 iluminat (@iluminat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 14:20
    ยังอุตส่าห์มีคนชอบกลิ่นนมบูดอีกคน
    น่าดีใจกับเจ้าบ็อบบี้จริง
    #120
    0
  19. #85 PHoeNiX (@lovelovefran) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 15:17
    อีมิล ตอนหลังต้องมีบทบาทสำคัญแน่ๆเลย >O #85
    0
  20. #77 amm597 (@porn597) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 13:11
    น่ารักง่าาาา >////<
    #77
    0
  21. #74 ^^Kanun (@kanongangster) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 11:09
    ชุดชาร์เลท .....Colorful..... มากเลยค่ะ 
    #74
    0
  22. #71 Le Je (@le-je) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 21:43
    ลุ่นค่ะลุ่น บรรยายสนุกมากค่ะ
    #71
    0
  23. #64 เเมวเดียวดาย (@gafiwgafew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 15:30
    สนุกค่ะ  มาอัพด้วยนะค่ะ
    #64
    0
  24. #59 neonna (@neonna) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 23:00
    โอ โอ๋. กำลังงงจ้าว่าพี่ชายเป็นแวมไพร แต่ทำไมจึงโนแวมดูดเลือดได้ด้วย. แต่ก็สนุกมากค่ะ
    #59
    0
  25. #58 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 21:42
    อ๊ายๆๆๆ มาแล้วววววว ตัวเล็กน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก *-*  // กอดบ๊อบบี๊ โดนชาร์เลทบีบคอ
    #58
    0