[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 9 : Chapter 08 :: เพื่อนใหม่ ศัตรูเก่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    23 ต.ค. 60

Chapter 8

เพื่อนใหม่ ศัตรูเก่า

 

            ผ่านมาเดือนกว่า เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์เพิ่งจะขึ้นบทที่สอง อันที่จริงเมื่อเทอมก่อนผมต้องติวเข้มคณิตเพื่อสอบแข่งขัน โจทย์ที่ฝึกทำยากกว่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจารย์กำลังสอนอยู่บนกระดาน มันจึงไม่น่าสนใจและทำให้รู้สึกง่วง ยิ่งเป็นเวลาหลังมื้อเที่ยงด้วยแล้ว เสียงพูดของอาจารย์ไม่ต่างจากเสียงเพลงกล่อมเด็กเลย

            พอหนังตาเริ่มหนักจนฝืนถ่างไว้ไม่ไหว ผมจึงฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ผล็อยหลับไปแทบจะทันที มาสะดุ้งตื่นอีกครั้งก็ตอนที่ถูกอะไรบางอย่างกระทบเข้ากลางหัว ลืมตามองถึงเห็นว่ามีชอล์กเขียนกระดานสั้นๆ แท่งหนึ่งตกอยู่บนโต๊ะ

            โดนแล้วไง...

            “วายุ...ออกมาแสดงวิธีทำข้อนี้หน้ากระดานซิ”

            ผมถอนหายใจกับตัวเอง ก่อนจะผุดลุกจากเก้าอี้ เดินไปหน้ากระดานด้วยสมองที่ยังเบลอๆ แล้วหยิบชอล์กขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ วิธีหาค่าความน่าจะเป็นในการหยิบสุ่มลูกบอลสามสีจากกล่อง ได้คำตอบแล้วจึงขออนุญาตอาจารย์ออกมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งอาจารย์ทำเพียงพยักหน้ารับ และไม่ได้ตำหนิผมอีก

            “มึงนี่ชอบทำตัวเด่นจริงนะ” ตอนกำลังล้างหน้าให้หายง่วง จู่ๆ ก็มีเสียงพูดจาเหน็บแนมดังมาจากนอกห้องน้ำ ตามด้วยเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาประชิดทางด้านหลัง

            ผมลูบหยดน้ำออกจากใบหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นจากอ่าง มองเงาสะท้อนของคู่อริบนบานกระจก ช่วงนี้ไอ้ต้นดูจะขยันเรียนเป็นพิเศษ ถึงได้เจอมันในโรงเรียนเกือบทุกวัน แต่มันก็ไม่เคยมาหาเรื่องผมอีกตั้งแต่วันนั้น ไม่คิดว่าจู่ๆ จะมาพูดจากวนตีนใส่

            อ่อ...แล้วผมก็ไม่แปลกใจหรอกที่ไอ้ต้นรู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกย่างก้าว เพราะคงมีเพื่อนร่วมห้องบางคนคอยรายงายมัน

            “แล้วแต่จะคิด” ด้วยไม่อยากมีบาดแผลฟกช้ำให้ต้องหาคำแก้ตัวมาอธิบายกับพ่อแม่และพี่เมฆฟัง เลี่ยงเรื่องชกต่อยได้จึงควรเลี่ยง เลยแค่พูดสวนไปสั้นๆ ก่อนจะก้าวเท้าผ่านหน้าอีกฝ่ายไป

            “เฮ้ย! เดี๋ยวดิวะ” ยังเดินไม่ถึงประตูก็ถูกคนด้านหลังกระชากไหล่ไว้

            “อย่าหา...” ผมหมุนตัวกลับ อ้าปากจะด่า แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเหลือบเห็นบางอย่างเข้า

            “อะไร” ไอ้ต้นขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะหันมองทางด้านหลังตัวเอง “มึงมองอะไรวะ”

            “.....”

            “มึงเห็น...ใช่ไหมวะ” เหงื่อมันเริ่มซึมที่ขมับ ดูจากแววตาแล้วกลัวมากกว่าผมเสียอีก

            “เออ! จะหาเรื่องกูก็ตามออกมาข้างนอก” ผมทำใจแข็ง ฝืนพูดกับมันต่ออีกประโยค แล้วรีบเดินไปทางประตูห้องน้ำ ที่บังคับตัวเองไม่ให้วิ่งเพราะกลัวจะเสียฟอร์ม แต่เพิ่งก้าวเท้าได้แค่ครึ่งก้าว เสียงกระพือปีกด้วยความไวแสงก็พุ่งมาจากข้างหลัง ก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบลงพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาบนต้นคอ

            ขาของผมแข็งทื่อจนก้าวไม่ออก ยืนนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน รู้สึกขนลุกขนพองไปทั้งตัว

            “ป...ปัดออกให้หน่อย” ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด แต่มันก็ยังไม่ปกติพออยู่ดี

            “แม่ง กูก็นึกว่าผี ตกใจหมด” ไอ้ต้นถอนหายใจ “ที่มึงเห็นเมื่อกี้นี่คือแมลงสาบ?

            “…อืม

            ผมกำลังยืนหันหลังคุยกับมัน เลยไม่รู้ว่าไอ้ต้นทำสีหน้าแบบไหน อาจจะทั้งขำทั้งสมน้ำหน้า แต่ในเวลานี้สมองของผมโฟกัสอยู่กับสิ่งมีชีวิตสีน้ำตาลบนต้นคอเท่านั้น จึงเผลอเอาศักดิ์ศรีลูกผู้ชายขว้างทิ้งไปชั่วขณะ เพราะแค่จินตนาการถึงขาที่เต็มไปด้วยขน กับก้นเป็นปล้องๆ สีน้ำตาลบนคอตัวเองแล้ว ผมก็แข้งขาอ่อนจนแทบทรุด

            “เร็วๆ ดิวะ”     

            “เออๆ”

            พอโดนเร่ง ผมถึงได้ยินเสียงฝีเท้าคนด้านหลังก้าวเข้ามาประชิด และก่อนที่แมลงสาบตัวนั้นจะไต่ไปตามร่างกายของผม มันก็ถูกฝ่ามือหยาบๆ ปัดร่วงตุบลงบนพื้น...ร่วงลงตรงหน้าผม!       

“อ้าก!” ผมหวีดออกมาด้วยความตกใจ รีบกระโดดก้าวถอยหลัง กระแทกเข้ากับผู้มีพระคุณที่ยืนปักหลักอยู่

“เหี้ย”

สิ้นคำสบถหยาบคายของไอ้ต้น เหมือนภาพรอบตัวจะเคลื่อนไหวช้าลง ผมมองแมลงสาบวิ่งหนีมุดลงท่อใต้อ่างล้างหน้า ขณะเดียวกันจากทางหางตาผมเห็นไอ้ต้นยื่นมือซ้ายไปคว้าบางอย่างไว้เพื่อพยุงตัว...ตำแหน่งตรงนั้นน่าจะเป็นก๊อกน้ำ

ฟู่ววว!

สายน้ำสาดพุ่งใส่เราสองคนจนเปียกโชก ไม่ใช่เพราะก๊อกน้ำถูกเปิด แต่เพราะมันหัก ข้อต่อท่อ PVC สีฟ้าคงผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน จึงผุพังได้ง่าย (?) เป็นพิเศษ ถึงหักติดมือไอ้ต้นมาแบบนั้น...

“เชี่ยละ” เสียงสบถเบาหวิวดังขึ้นข้างหู ดึงให้ผมผู้กำลังยืนอึ้งจ้องสายน้ำที่ยังไหลพุ่งไม่หยุดได้สติคืนมา

“เอาไงดีวะ” ผมแหงนหน้าถามคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง พอมันก้มหน้ามามองด้วยสีหน้าเครียดๆ จึงเพิ่งสังเกตว่าพวกเรายืนใกล้กันแค่ไหน...ใกล้ขนาดว่าแผ่นหลังของผมแนบชิดอยู่กับลำตัวทุกส่วนของมัน แขนแข็งแรงข้างหนึ่งโอบเอวผมเอาไว้ และปลายจมูกเราสองคนแทบจะแตะกันอยู่รอมร่อ

“…..”

“แม่ง...ขนลุก ขยับออกไปดิ๊” ผมผลักมันออกห่าง แล้วหันหน้าไปคุยกับมันอย่างจริงจัง ซึ่งไอ้ต้นก็แทบจะกระโดดเหยงถอยหลังในทันที ดูรังเกียจผมพอๆ กับขี้ในโถส้วม “เดี๋ยวกูตามภารโรงมาซ่อมเอง ถือเป็นความผิดกูเองที่ตกใจจนถอยไปชนถึง”

“ไม่ต้อง กูมีเบอร์ลุงเขา” พูดจบมันก็ล้วงเอา iPhone 6 สีดำในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดโทร อธิบายให้คนปลายสายฟังไม่กี่ประโยคก็กดวาง “ไม่มีปัญหาละ ลุงภารโรงกับกูสนิทกัน เขาจะไม่บอกใคร อ้างเอาว่าเดินผ่านมาเห็น แต่ไม่เจอตัวคนทำพัง...รีบไปเหอะ กูขี้เกียจไปอธิบายให้ฝ่ายปกครองฟัง ยิ่งมีเรื่องชกต่อยบ่อยๆ ด้วย เดี๋ยวได้โทษว่ากูกับมึงทะเลาะกันจนทำก๊อกหัก”

“เออๆ”

ผมเดินตามไอ้ต้นออกจากห้องน้ำ โชคดีว่าอาคารที่ผมเรียนวันนี้เป็นตึกใหม่ ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ และแยกออกมาค่อนข้างไกล บริเวณนี้เลยไม่มีนักเรียนพลุกพล่าน โดยเฉพาะห้องน้ำชายนี่เรียกได้ว่าเงียบวังเวง ไอ้ต้นถึงได้นึกกลัวผีขึ้นมา

            “รอให้ตัวแห้งก่อน แล้วค่อยกลับขึ้นห้องกัน” คนที่อยู่ด้านหน้าหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า ผมเลยหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ ก่อนจะมองสำรวจรอบด้าน

บริเวณนี้อยู่ด้านข้างอาคารเรียน มีต้นไม้ใหญ่ช่วยให้ร่มเงา และลมโกรกตลอดเวลา ที่สำคัญคือเงียบสงบ ไม่มีใครเลยนอกจากพวกเราสองคน บรรยากาศน่านอนสุดๆ คราวหลังถ้านึกอยากโดดเรียน ผมจะแวะมานอนที่นี่

“มึงนี่ไม่เคยตากแดดบ้างเลยเหรอวะ”

“ทำไม” ผมหันมองไอ้ต้นที่นั่งอยู่ข้างกันอย่างงงๆ มันกำลังมองนู่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย

“ขาวสัด”

            หือ...พอก้มลงดูตัวเองผมถึงเข้าใจ เสื้อนักเรียนที่สวมอยู่เปียกชุ่มและติดแนบเนื้อ จนเห็นลำตัวท่อนบนแทบทั้งหมดตั้งแต่หน้าอกถึงสะดือ และด้วยเป็นคนผิวขาวจัดอยู่แล้ว อะไรๆ ที่อยู่ใต้ร่มผ้าเลยขาวซีดกว่าภายนอกเพราะไม่เคยได้สัมผัสแสงแดดเลย ลองดูสีผิวคนข้างๆ แม้จะนับว่าขาวเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน แต่ก็ยังคล้ำกว่าผมเล็กน้อย เรียกให้ถูกคือผิวสีแทนอ่อนสุขภาพดี

            “ใครจะบ้าถอดเสื้อเตะบอลกลางแดดเปรี้ยงๆ อย่างมึงล่ะ”

            “มึงเคยดูกูเตะบอล?

            “เปล่า กูแค่เดินผ่านสนามแล้วเห็น”

            “อ่อ” ไอ้ต้นเหลือบมามองผมแค่แวบเดียว แล้วรีบเสมองทางอื่น พูดกับผมไม่มีมองหน้าผมสักนิด โคตรจริงใจ (ประชด) “ว่างๆ ก็มาเตะบอลด้วยกันดิ ออกแดดเสียบ้าง อะไรที่มันขาวๆ ชมพูๆ จะได้สีคล้ำลง หุ่นแม่งก็ผอมแห้ง ฟิตๆ ให้มันมีกล้ามสมกับเป็นผู้ชายหน่อยเหอะ”

            “พล่ามอะไรของมึง”

            “แม่ง...” มันเหลือบมองผมอีกรอบ แล้วสะบัดหน้าหันไปอีกทาง เสยผมด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะเอาเสื้อแจ็กเกตในกระเป๋าออกมาขว้างใส่หน้าผม “ถอดเสื้อนักเรียนมึงไปตากแล้วใส่เสื้อแจ็กเกตกูแทน”

            “แล้วทำไมมึงไม่ใส่วะ” ผมดึงเสื้อแจ็กเกตออกจากหน้า แล้วโยนคืนให้เจ้าของ

            “หัวนมกูไม่ชมพูเหมือนของมึงไง พวกผู้ชายมาเห็นของขึ้นกันพอดี แม่ง...เปลี่ยนๆ ไปเหอะ”

            “ฮ้ะ?

            “ไม่รีบเปลี่ยน เดี๋ยวกูปล้ำ”

            “ไอ้สัด!” มือผมกระตุกฟาดลงบนกบาลมันจังๆ ไปที แต่ไอ้ต้นดันไม่ถือสา แค่โยนเสื้อแจ็กเกตกลับมาให้ นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงโดนกระทืบกองติดพื้น ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะมานั่งคุยกันดีๆ ได้ จะว่าไป...มันก็มีน้ำใจพอตัว เห็นผมนั่งหนาวก็ให้ยืมเสื้อใส่ แต่คงกลัวเสียฟอร์มเลยอ้างเหตุผลบ้าบอมาพูด

            “เออนี่...มึงช่วยอะไรกูเรื่องได้ป่ะ แลกกับที่กูช่วยชีวิตมึงจากแมลงสาบ” ไอ้ต้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังระหว่างที่ผมกำลังถอดเสื้อนักเรียนออก

“เรื่อง” ผมลุกเอาเสื้อไปแขวนไว้กับกิ่งไม้ เปลี่ยนมาสวมเสื้อแจ็กเกตแทน แล้วกลับไปนั่งลงข้างมัน พอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็เห็นว่าเหลืออีกห้านาทีจะหมดคาบ แต่ช่างเถอะ กำลังเบื่อๆ พอดี โดดยาวเลยแล้วกัน

“ช่วยติวคณิตกับอังกฤษให้กูหน่อย”

“อ่อ ที่ตามกูไปถึงห้องน้ำเพราะเรื่องนี้?

“เออ”

“แปลก...จู่ๆ ทำไมนึกขยันขึ้นมาวะ”

“หลายเหตุผลว่ะ...หลักๆ เลยคือพ่อกูป่วยเรื้อรัง ไปตัดยางไม่ได้ เลยต้องจ้างให้คนอื่นทำแทน รายได้ก็ลดลงครึ่งหนึ่ง แถมราคายางแม่งถูกลงทุกวัน ทุกวันนี้จะใช้จ่ายอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ไหนจะค่าผ่าตัดพ่อกูอีก...กูไม่อยากทำให้พ่อเครียดหนักกว่าเดิมว่ะ แล้วกูก็อยากเป็นที่พึ่งให้พ่อได้ในอนาคต”

“แล้วแม่มึงอะ”

“เสียไปนานแล้ว”

“อืม...สรุปคร่าวๆ คือ มึงอยากตั้งใจเรียน แต่ตามเพื่อนในชั้นเรียนไม่ทัน และไม่มีปัญญาจะจ่ายค่าติวเตอร์แพงๆ ว่างั้น”

“เออ” มันมองผมด้วยหางตา สีหน้าเคืองๆ

“แล้วการที่มึงตั้งใจเรียนจะเป็นที่พึ่งให้พ่อมึงในอนาคตได้ไงวะ หรือมึงคิดว่าถ้ามึงตั้งใจเรียนให้จบสูงๆ มึงจะได้หางานดีๆ ทำ หาเงินมาเลี้ยงดูพ่อมึง?

“ประมาณนั้น แต่ก็ไม่เชิง...ทั้งชีวิตนี้กูไม่เคยทำอะไรให้พ่อภูมิใจ ในเมื่อพ่อกูคาดหวังอยากให้กูเรียนจบมหาลัย แล้วกูก็เห็นว่าการเรียนมันช่วยปูทางให้กูเดินไปหาเป้าหมายได้ราบรื่นขึ้น กูเลยอยากลองดู”

“คิดดี” ผมตบบ่ามัน “หลายคนอาจจะประสบความสำเร็จได้ทั้งที่เรียนไม่จบ แต่ส่วนมาก คนที่ประสบความสำเร็จถูกเอามาพูด ส่วนคนที่ล้มเหลวไม่ถูกพูดถึง...อย่างที่มึงบอก การเรียนเป็นหลักประกันให้ชีวิตมึงได้ ตั้งใจไว้ดีแล้ว”

“สรุปคือ?

“กูจะช่วยติวให้...เป็นเย็นวันศุกร์กับเช้าวันเสาร์แล้วกัน เวลาไว้นัดกันอีกที”

 

Pie2Na

คล้ายๆ ว่าพี่เมฆจะมีคู่แข่ง ?

เอาเดะพี่เมฆ เผลอทำร้ายน้องมะไหร่ เดี๋ยะให้ไปซบอกแน่นๆ ของต้นแทน ><

คอมเม้นให้กำลังใจเขาหน่อย

ขอบคุณครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #137 Aunchiree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 13:30
    ต้นกับวา น่ารักโครต
    #137
    0
  2. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:36
    โอ้ะโอ ทำไมชอบต้นวะเนี่ยเรา5555
    #79
    0
  3. #73 Noey_CHP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:07
    พี่เมฆมีคู่แข่งละค่ะ555555
    #73
    0
  4. #53 asfl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:28
    ย้ายเรือแปป เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นไรชอบขึ้นเรือพระรองตลอดดด ทำไงได้ก็ในเมื่อน้องต้นมันมาแรงแซงหลักกิโลขนาดนี้
    #ปล้ำเจ้แทนวาก็ได้ค่ะ
    #53
    0
  5. #52 'นมชมพู' (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 00:21
    ขำตรงเดี๋ยวกูปล้ำ555555 สรุปก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน พี่เมฆนี่ตกลงยังไงคะ อยากได้น้องในแง่ไหน อิ_อิ
    #52
    0
  6. #51 song0 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 21:25
    อ๊าาาาส์ ต้นเกิดอารมณ์เพราะหัวนมสีชมพูใช่ม้าาาา ><
    #51
    0
  7. #50 ลักส์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:04
    ใจสั่นกับรูปร่างแน่นๆของน้องต้น
    #50
    0
  8. #49 foreverkyungsoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 01:36
    ทีมน้องต้น5555555
    #49
    0
  9. #48 palmy3050 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 00:36
    ทีมต้นนนน
    #48
    0
  10. #46 kalapakr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 12:07
    ต้นนี่เปนม้ามืดแน่ๆเรยแซงพี่เมฆซะขนาดนี้
    #46
    0
  11. #45 0848316524 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 11:26
    อะไรยังไงเนี้ยคู่นี้555555
    #45
    0