[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 5 : Chapter 04 :: ของแทนใจ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 ก.ย. 60

Chapter 4  

ของแทนใจ


หลักแกรมม่าภาษาอังกฤษที่อาจารย์พร่ำสอนอยู่หน้าชั้นเรียน น่าเบื่อจนผมเริ่มตาปรือด้วยความง่วง วิชาคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษของโรงเรียนนี้มีเนื้อหาง่ายกว่าที่ผมเคยเรียน ผมเลยไม่ใส่ใจกับการเรียนเท่าที่ควร เน้นอ่านเองเสียส่วนใหญ่

            หมุนปากกาเล่น รอจนหมดคาบ ผมก็คว้ากระเป๋าเป้ที่มีแค่ปากกาสองแท่งด้านใน เดินออกไปรอรถข้างประตูรั้วโรงเรียน ผ่านมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ผมเริ่มปรับตัวได้บ้าง แน่นอนว่าเด็กเกเรพวกนั้นยังไม่หยุดกลั่นแกล้งผม แต่การไม่ขับรถยนต์มาเองก็ทำให้โดนเพื่อนหมั่นไส้น้อยลง และเริ่มมองผมด้วยสายตาสงสารมากกว่าสมน้ำหน้า

            พูดถึงโจโฉ โจโฉก็โผล่มา ยังไม่ทันจะหลบกลับเข้าโรงเรียน รถมอเตอร์ไซค์สามคันก็เบรกเอี๊ยดลงตรงหน้า ก่อนที่วัยรุ่นผู้ชายสองคนในชุดยูนิฟอร์มนักเรียนมัธยมปลายแบบเดียวกับผม จะเดินมาขนาบหน้าหลังผมเอาไว้ ส่วนอีกคนยังกวมขาอยู่บนรถ Honda MSX สีแดงดำ และกำลังถอดหมวกกันน็อกออกอย่างไม่เร่งรีบ

            โดดเรียน แต่ดันมาดักรอผมช่วงเลิกเรียนได้ตรงเวลาทุกวัน...แม่ง

            “มึงอยากได้มือถือคืนไหม?” ไอ้อิฐล้วงไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มันเอาของผมไปเมื่อหลายวันก่อนออกมาจากกระเป๋ากางเกง โบกไปมาตรงหน้าผมเหมือนจะยั่ว

            อะไรของมัน...ปกติเจอหน้าเป็นคว้าเป้ผมไปรูดซิบหาของที่อยากได้ ดักขา เตะ ต่อย ผมถึงเลิกพกของมีค่ามาโรงเรียน เอาเงินติดตัวมาแค่วันละร้อย ให้ทางบ้านรับส่งแทนที่จะขับรถเอง แล้วโกหกพวกมันว่าพ่อแม่เป็นหนี้ รถโดนยึด บ้านถูกจำนอง พวกมันเลยไม่เคยรีดไถอะไรจากผมอีก ทำได้แค่กลั่นแกล้งให้สะใจ

            เรื่องรถกับแผลฟกช้ำตามตัว ผมบอกแม่ไปตามตรงว่าเกิดจากอะไรเพราะคงปิดไม่ได้ ส่วนเรื่องมือถือก็โกหกว่าทำหาย...ถึงพ่อกับแม่อยากเอาเรื่อง แต่ผมหุบปากเงียบไม่บอกว่าพวกที่ทำคือใคร...ผู้ใหญ่มีวิธีจัดการของพวกเขา ผมเองมีวิธีของผม

            “ว่าไง อยากได้คืนรึเปล่า” มันย้ำ ยื่นไอโฟนมาใกล้หน้าผมมากกว่าเดิม

            “ไม่เป็นไร” ผมตอบพร้อมกับปัดมืออีกฝ่ายออก แล้วเดินเบียดไหล่ผ่านพวกมันไปยังรถ BMW ที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาจอดใกล้ๆ

            “เดี๋ยวดิวะ!” ท่าทางไม่ใยดีของผมคงทำให้ไอ้อิฐหงุดหงิด มันถึงได้คว้าคอเสื้อ กระชากแรงจนผมแทบจะหงายหลังล้ม ดีที่หมุนตัวกลับได้ทัน

            “อะไรอีก!” ผมตะคอกใส่ด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กันจนมันผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปส่งสายตาบอกคนขับรถไม่ให้เข้ามาห้าม

            “เฮ้ย พูดกันดีๆ ก็ได้” ไอ้อิฐหัวเราะกลบเกลื่อน ระหว่างนั้นยังแอบเหลือบตาไปมองหัวโจกที่เพิ่งเหวี่ยงเท้าลงจากรถแวบหนึ่ง          

“.....”

            ไอ้ต้นที่เพิ่งเดินลงจากรถมายืนข้างๆ เพื่อนมัน เลิกคิ้วมองผม “ไหนมึงบอกที่บ้านมีปัญหาไง จะเอาตังค์ที่ไหนซื้อเครื่องใหม่ เอาคืนไปดิ” ไอโฟนสีดำถูกดึงจากมือไอ้อิฐ โยนมาให้ ซึ่งผมก็คว้ารับไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วได้แต่มองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างหงุดหงิด

            “เลือกเอา...เข้าแก๊งกู หรือโดนแกล้งจนกว่าจะเรียนจบ”

            นี่ใช่ไหมเหตุผลที่พวกมันมาทำดีกับผม

“อยากแกล้งก็แกล้งไป แต่กูไม่มีทางเข้าแก๊งมึง” ผมกล้าท้าเพราะรู้ว่าไอ้ต้นกับพวกไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงที่ไอ้อิฐแอบชอบมาตามจีบผม พวกมันก็คงไม่มายุ่งกับผมตั้งแต่แรก ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อสองวันก่อนตอนที่ไอ้อิฐหลุดปากด่าออกมา

            มองคนตรงหน้าที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อยด้วยสายตาเบื่อหน่ายแล้ว ผมจึงหมุนตัวจะเดินไปที่รถ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาดันถูกถีบเข้ากลางหลังอย่างจังจนล้มหน้าคะมำกับพื้น พลิกตัวหันกลับในท่ากึ่งนั่งกึงนอนก็เห็นไอ้ต้นกำลังยืนมองผมด้วยสีหน้าโมโห

            “อย่าคิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนอื่น มึงกับกูก็คนเหมือนกัน”

ไอ้ต้นคิดว่าที่ผมไม่ยอมเข้าแก๊ง เพราะดูถูกพวกมัน?

            ทิ้งคำพูดชวนหงุดหงิดนั่นไว้ มันกับพวกก็พากันกลับไปที่รถ แล้วขี่ออกไปท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของนักเรียนหลายสิบคนที่ยืนต่อคิวซื้อของกินกันอยู่ข้างถนน

            ผมละสายตาจากภาพเบื้องหน้า ก้มสำรวจบาดแผลตามร่างกาย ในตอนนั้นเองมือข้างหนึ่งได้ยื่นส่งมาให้ ผมจึงคว้าจับไว้แล้วยันตัวลุกจากพื้น แต่พอเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าเจ้าของมือข้างนั้นไม่ใช่คนขับรถ แต่เป็นพี่เมฆที่หายหน้าไปเกือบอาทิตย์และไม่ได้ติดต่อมาเลย

            “.....” ด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรก่อนดี ผมเลยได้แต่ลอบสำรวจคนตรงหน้าเงียบๆ อีกฝ่ายอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงยีนขาดๆ กับรองเท้าผ้าใบเก่ากึก แต่ยังดูโดดเด่นสะดุดตาจนเด็กสาวรอบด้านพากันเหลียวมอง          

“พี่ผ่านมาทางนี้พอดี...มีคนมารับรึยัง ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม” จู่ๆ พี่เมฆก็พูดขึ้น ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดระหว่างเราหายวับไป

            “เอ่อ...” ผมเหลือบมองพี่ขุนคนขับรถที่ยืนห่างออกไปแค่ไม่กี่ก้าวด้วยความเกรงใจเล็กน้อย แต่เพราะนิสัยเงียบขรึม ไม่ชอบยุ่งเรื่องเจ้านาย (ไม่อยากหาเหาใส่หัว) พี่เขาเลยมักทำตัวเป็นหุ่นยนต์ รอรับคำสั่งอย่างเดียว ไม่เคยขัดหรือสร้างปัญหา “ยังครับ วากำลังรอรถสองแถวอยู่”

            “งั้นมาสิ เดี๋ยวพี่พาไปส่ง” จบประโยคนั้น คนตัวสูงกว่าก็เดินนำผมไปยังรถบิ๊กไบค์รุ่นโบราณที่จอดต่อท้ายรถ BMW ของผมเอง ซึ่งพอก้าวผ่านหน้าคนขับรถประจำบ้าน พี่เขาทำเพียงถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไร

            “ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างโรงเรียนวาอร่อยดีนะ เคยลองกินรึยัง” พี่เมฆพูดพลางสวมหมวกกันน็อคที่มีอยู่แค่ใบเดียวลงบนหัวผม ช่วยปรับสายรัดให้ ก่อนจะขึ้นกวมรถบิ๊กไบค์ บิดกุญแจแล้วกดปุ่มสตาร์ทด้วยนิ้วหัวแม่มือ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นทันที มันค่อนข้างดังกว่ารถมอเตอร์ไซด์ทั่วไป แต่ไม่ได้น่าหนวกหู กลับให้อารมณ์คลาสสิกอย่างบอกไม่ถูก

            “ยังเลยครับ กำลังหิวอยู่พอดี พี่เมฆพาไปกินหน่อยสิ”

            “เอาสิ”

            รอจนผมเหวี่ยงขาขึ้นนั่งซ้อนท้ายเรียบร้อย พี่เมฆก็บิดคันเร่งขี่ออกไป พอเหลียวมองทางด้านหลังถึงเห็นว่าพี่ขุนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม อาจจะกำลังรอดูให้แน่ใจว่ามีคนพาผมไปส่งบ้านจริงๆ

            หวังว่าพี่เขาจะมีคำอธิบายดีๆ ให้พ่อกับแม่ผมฟังนะ...

           

            ถึงร้านอาหารตามสั่งสภาพเก่ากึก ติดถนนลาดยาง พวกเราพากันมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนซึ่งเหลือว่างเพียงตัวเดียวในร้าน ระหว่างรอก๋วยเตี๋ยวต้มยำเส้นเล็กที่สั่งไปทั้งสองชาม ผมก็มองสำรวจรอบด้านไปพลางๆ ด้วยความไม่ไว้ใจ

หลังคามุงสังกะสี พื้นปูนสกปรกไม่ปูกระเบื้อง โต๊ะหินอ่อนสลับกับโต๊ะไม้ห้าหกตัววางเรียงกันภายในร้านแบบเปิดโล่ง ซึ่งทุกโต๊ะถูกจับจองด้วยเด็กนักเรียนกับผู้ปกครองที่กำลังพูดคุยกันเสียงดังอย่างไม่รักษามารยาท ถึงจะแออัดไปหน่อย แต่เพราะร้านตั้งอยู่บริเวณสวนยางซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบและมีลมโกรกตลอดเวลา เลยไม่ทำให้รู้สึกร้อน

            “วางใจได้ อาหารที่นี่สะอาดปลอดภัย” พี่เมฆพูดยังกับมานั่งอยู่ในหัวผม “ถ้าอยากกินร้านหรูๆ ต้องเข้าไปในตัวเมือง แถวนี้ไม่มีหรอก”

“วาแค่ไม่เคยมานั่งร้านแบบนี้เลย...สนใจอยากดูรอบๆ”

คนตรงหน้ายิ้มขำอย่างไม่ถือสากับคำแก้ตัวครึ่งๆ กลางๆ พี่เขามองตามแขนและข้อศอกของผม ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วคว้าเหยือกน้ำดื่มไปถือไว้ “ตามมานี่มา เดี๋ยวพี่ล้างแผลให้” พูดประโยคนั้นมืออีกข้างที่ว่างก็ดึงข้อมือผมให้ลุกเดินตามออกไปข้างร้าน

“เดี๋ยววากลับไปทำแผลที่บ้านเองดีกว่าครับ” ผมดึงแขนหลบเมื่อพี่เมฆจับต้นแขนผมให้ยกขึ้น แล้วตั้งท่าจะรินน้ำจากเหยือกลงบนแผลถลอกที่ข้อศอก

“น้ำสะอาด ต้มฆ่าเชื้อแล้ว” พี่เมฆบอกด้วยสีหน้าขรึมลง “ถ้าไม่รีบล้างเดี๋ยวแผลก็อักเสบเป็นหนอง”

น้ำเสียงที่ติดจะดุนั่นทำให้ผมยอมยื่นแขนออกไป ยืนนิ่งให้พี่เมฆเทน้ำราดลงบนแผลที่ข้อศอกข้างซ้าย ตามด้วยฝ่ามือขวาจนเสร็จ แล้วเพิ่งได้สติว่าตัวเองทำตัวว่าง่ายผิดวิสัย ทำไมผมจะต้องเชื่อฟังคำพูดของเขาด้วย อีกอย่างเขามีสิทธิ์อะไรมาดุผม? พ่อกับแม่ยังไม่เคยบังคับผมเลย

การที่ผม ชอบพี่เมฆ ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องยอมทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการนี่

“มีแผลตรงไหนอีกไหม ให้พี่ดูแขนหน่อย”

“ไม่มี”

“.....”

ผมคงพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างเกินไป คิ้วเข้มๆ ของคนฟังจึงขมวดเข้าหากัน ใบหน้าคมคายที่ดูดุอยู่แล้วเลยยิ่งดูน่ากลัวกว่าเดิม

“เข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ ก๋วยเตี๋ยวที่สั่งไว้คงได้แล้ว” ไม่รอให้พี่เมฆตอบ ผมก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาในร้านทันที ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่กล้ามองหน้าตาดุๆ ของพี่เขา มันไม่ได้ทำให้ผมกลัว แต่เป็นความรู้สึก...เสียใจ ตกใจ หรืออาจจะน้อยใจ? บอกไม่ถูกเหมือนกัน

กลับเข้ามาในร้านผมยังรู้สึกเกร็งๆ อยู่ เลยนั่งก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวไปเงียบๆ ตักเข้าปากได้สองคำ แก้วน้ำแข็งเปล่าที่วางอยู่ข้างชามก็ถูกรินน้ำให้จนเต็ม

“กินได้ไหม”

“ก็...อร่อยดี” ผมอ้อมแอ้มตอบ ไม่เคยรู้เลยว่าความรู้สึกชอบใครสักคนมันจะเกิดขึ้นได้เร็วขนาดนี้ และการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเขาก็ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นจนลืมความอึดอัดเมื่อกี้ไปจนหมด

“สั่งอย่างอื่นอีกสิ ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวจะอิ่มเหรอ”

มองก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ของตัวเองแล้ว ผมยังสงสัยว่าจะยัดลงกระเพาะได้หมดรึเปล่า แต่พี่เมฆกลับกลัวจะไม่อิ่ม แต่พอเห็นเส้นเล็กต้มยำที่พร่องไปเกินครึ่งชามตรงหน้าอีกฝ่ายจึงเริ่มเข้าใจ...พี่เขาตัวโต กินเยอะเป็นปกติเลยคิดว่าคนอื่นจะกินปริมาณเท่าตัวเอง

“นี่วาก็จะกินไม่หมดแล้ว พี่เมฆไม่อิ่มก็สั่งเพิ่มสิ”

“พี่กินอย่างอื่นมาแล้ว” นี่ขนาดกินมาก่อนนะ “วากินน้อยแค่นี้ถึงไม่ยอมโตสักที”

“วาน่ะโตตามมาตรฐาน พี่อย่าเอาคนอื่นไปเทียบกับตัวเองสิ”

คนฟังยิ้มส่ายหน้าแล้วใช้ตะเกียบคีบหมูในชามตัวเองมาใส่ชามผม “เอาเถอะ พี่ไม่เถียง”

ผมยิ้ม คีบหมูชิ้นนั้นกินพลางเปิดกระเป๋า ควานหาไอโฟนที่ได้คืนมาจากไอ้อิฐ ลองเปิดเครื่องเช็กดูถึงรู้ว่ายังใช้ได้ปกติ แถมซิมการ์ดก็เป็นเบอร์เดิมของผม ข้อมูลในเครื่องไม่มีอะไรถูกลบหรือเพิ่มเติมเข้ามา เหมือนพวกนั้นไม่เคยเปิดใช้เลยด้วยซ้ำ

ผมจัดการลบลายนิ้วมือตัวเองที่ถูกบันทึกไว้ในเครื่อง แล้วคว้าเอาหัวแม่มือพี่เมฆมาสแกนลายนิ้วมือลงไป ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่มองอย่างงงๆ ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ จนกระทั่งการตั้งค่าใหม่เสร็จสมบูรณ์ ผมจึงค่อยยื่นไอโฟนเครื่องนั้นให้พี่เมฆ

“วาให้”

“.....”

“ที่เคยบอกไงว่ามือถือหาย วาซื้อเครื่องใหม่แล้ว ได้เครื่องนี้คืนเลยไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี” ผมอธิบายต่อเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมรับไปสักที

“มือถือพี่เองก็มีใช้อยู่ เก็บไว้ให้คนอื่นเถอะ”

“น่าพี่เมฆ ถึงมีก็คงคนละแบบกัน เอาไว้ใช้นะครับ”

โดนผมยัดไอโฟนสีดำเครื่องนั้นใส่มือ พี่เมฆถึงยอมเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกง ท่าทีที่ดูไม่ยินดียินร้ายของเขาทำให้ผมแปลกใจนิดหน่อย อย่างน้อยถ้าไม่ทำสีหน้าลำบากใจก็ควรดีใจที่ได้ของแพงขนาดนั้นสิ ราคาไอโฟนนั่นเกือบสี่หมื่น คนหาชาวกินค่ำอย่างพี่เมฆต้องทำงานกี่เดือนถึงจะเก็บเงินซื้อได้

แต่สุดท้าย เรื่องมือถือเครื่องนั้นก็ไม่ถูกหยิบมาพูดถึงอีก พี่เขาถามถึงชีวิตในรั้วโรงเรียนใหม่ของผม งานอดิเรก สิ่งที่ผมชอบและไม่ชอบ ผมเองทั้งตอบและถามเขาในเรื่องที่อยากรู้ เผลอคุยกันเพลินจนเลยเวลาเลิกเรียนมาเกือบสองชั่วโมง พี่เมฆก็ชวนผมกลับเพราะกลัวพ่อแม่ของผมจะเป็นห่วง

            ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสิบห้านาที รถบิ๊กไบค์สุดคลาสสิกก็มาจอดตรงหน้าบ้านผม ตอนที่ถอดหมวกกันน็อคคืนให้ อีกฝ่ายกลับเอามันไปแขวนไว้กับกระจกรถ แล้วบิดกุญแจดับเครื่องยนต์

            “ขอพี่เข้าห้องน้ำหน่อยสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นฟังดูเรียบเรื่อยพอๆ กับสีหน้าคนพูด

 

Pie2Na

ฮั่นแน่ จะเข้าบ้านน้องทำไมหรา

แต่จะสปอยล์หน่อยว่า แก๊งอันธพาลนี่มีดีนะ ฮ่าๆ (หัวหน้าแก๊งอย่างหล่อ) ><


ตอบเม้น (เลือกมาบ้างเม้นเนาะ)

ใจไม่ดีเลย หวั่นไหวกับพี่เมฆมาก กลัวจริงๆ อย่าเปลี่ยนไปเลย อิน้องใจจะวาย

>>เดี๋ยวได้วาย มาแบบทั้งรักทั้งหวง SM 5 5 5 5

พี่เมฆอบอุ่นมากแต่พอย้อนไปอ่านอินโทรก็แบบเอ๊ะ55555”

>>เอ๊ะ!! อบอุ่นจนร้อนรุ่ม :P

เราจะพยายามเม้นทุกตอนเลยครับ ฮื่อออ พิเมฆอบอุ่บจัง นานไปจะอบอุ่นแบบนี้อยู่ไหมน้า กลัวใจ

>>พายก็กลัวใจตัวเอง 55555 ขอบคุณมากน้า น่ารักสุด ><


อ่านแล้วฝากคอมเม้นหน่อยน้า พายจะรีบอัพไวๆ ^^

ขอบคุณครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #266 - Rain Mist - (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 01:22
    พี่ขุนและน้องต้นมีแววว่จะหล่ออะ
    #266
    0
  2. #96 Tance (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 16:49
    แอบเห็นสปอยล์แล้วขอจองหัวหน้าอันพาลคนนั้นได้ไหมคะ มีแววว่าจะกร๊าวใจอิแม่อยู่ไวๆ
    #96
    0
  3. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:39
    อ้าว จะเริ่มแล้วหรอพี่เมฆ
    #77
    0
  4. #69 Noey_CHP (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 23:08
    พี่เมฆกำลังจะทำอะไร
    #69
    0
  5. #40 luzia atiria (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 00:34
    พี่เมฆนี่เป็น พ่อ น้า หรือลุงกันหว่าาาา
    #40
    0
  6. #20 หนู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 08:50
    สนุกจัง 😊
    #20
    0
  7. #18 Jirachaya Ketsantea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 10:07
    มีแผนการอะไร ร้ายกาจนะเราเนี่ย
    #18
    0
  8. #17 DESIMO-SAMA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 00:02
    หล่อ....หล่อใช่มั้ยอยากเห็นหน้า!แอร๊ย คิดทำไรอะพี่เมฆอย่าทำน้องเชียว...หรือให้ทำดี
    #17
    0
  9. #16 ลักส์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 23:01
    วรั้ยยย? ถ้าหัวหน้าแก๊งค์หล่อคือน้องยอมศิโรราบค่า
    #16
    0