[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 33 : Chapter 26 :: หวั่นไหว (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    9 ก.พ. 61

Chapter 26

หวั่นไหว

 

 

มือถือยังสั่นครืดไม่หยุดตั้งแต่ผมวิ่งหนีออกจากบ้านมา คราวนี้เป็นเบอร์พ่อที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอ และผมรู้ดีว่าพ่อกับแม่คงยังโทรมาเรื่อยๆ จนกว่าผมจะยอมกดรับ หรือเลวร้ายกว่านั้น อาจจะออกมาตามหาผมกันทั้งบ้าน แต่ที่น่าปวดใจคือ...จำนวนสายไม่ได้รับเกือบสองร้อยสาย มีแค่สองสายที่เป็นของคนใจร้ายนั่น

ที่ผ่านมาทุกคำพูด ทุกการกระทำของพี่เมฆคงไม่มีความจริงใจอยู่เลย...แม้แต่คำว่ารักที่เขาเคยพร่ำบอก

ผมผ่อนลมหายใจ กลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมาอีกครั้งก่อนจะแตะนิ้วลงบนหน้าจอ...

ครับพ่อ

เด็กดื้อของพ่อเป็นยังไงบ้างน้ำเสียงของพ่อเรียบเรื่อย ไม่ได้ร้อนรนแต่ผมรู้ดีว่าพ่อเป็นห่วงผมแค่ไหน “...ดีขึ้นรึยังครับ

ถ้าถามถึงอาการป่วย ดีขึ้นแล้วครับ

พ่อหมายถึงใจวา...ดีขึ้นรึยัง

“.....”

กลับมาบ้านนะครับ...

วายังไม่อยากกลับผมพูดอย่างเอาแต่ใจคืนนี้วาขอค้างข้างนอกนะ

ครับ

งั้นบอกพ่อหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้เราอยู่ไหน

“...อ่างเก็บน้ำหมู่บ้านข้างๆ ครับชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งผมก็ยอมบอก เพราะกลัวว่าพ่อจะเป็นห่วงจนต้องออกมาตามหาต้นก็อยู่กับวาด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงนะ คืนนี้วาคงไปค้างบ้านต้น พรุ่งนี้เช้าก็กลับ

หลังจากตอบคำถามนั้น พ่อยังซักต่ออีกพักใหญ่จนวางใจขึ้นแล้วถึงยอมวางสายไป

ไง พ่อโทรมาตาม?”

อือ แต่กูบอกไปละว่าวันนี้จะไม่กลับผมตอบเพื่อนที่นอนราบบนพื้นหญ้า หนุนแขนตัวเองต่างหมอนอยู่ข้างๆ ก่อนจะทอดสายตามองเงาสะท้อนของพระอาทิตย์สีส้มบนผิวน้ำ รอบด้านเริ่มมืดสลัวลงแล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงดวงจันทร์คงขึ้นมาแทนที่นอนนี่ได้ป่ะวะ

มึงยังไม่หายป่วยดี นอนตากน้ำค้างเดี๋ยวก็ไข้ขึ้นอีกหรอกไอ้ต้นบ่น มันผุดลุกขึ้นนั่งชันเข่าท่าเดียวกับผม ก่อนจะรื้อหาของกินกับเครื่องดื่มในถุงพลาสติกใบใหญ่ที่พวกเราแวะซื้อมาจากร้านโชห่วยในหมู่บ้านอ่ะ กินหน่อย จะได้กินยามันยื่นแซนด์วิชไข่ น้ำเปล่า กับแผงยาพารามาให้ แต่ตัวเองกลับเปิดเบียร์ขวดเล็กยกดื่ม

ไม่เอาอะบอกพลางเก็บแซนด์วิชกลับเข้าถุงแล้วเปิดฝาเบียร์อีกขวด หยิบเลย์มาแกะห่อ ดื่มเบียร์แกล้มขนมอร่อยดีมึงอะอย่าดื่มเยอะ เดี๋ยวขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ตรงทาง

มึงป่วยอยู่จะดื่มเบียร์ได้ไงขวดเบียร์ในมือผมถูกแย่งไป คนแย่งทำหน้าเครียด

เข้าใจกันหน่อยดิวะ...เห็นกูยิ้มๆ ข้างในกูนี่พังเละเลยนะ ขอแค่เบียร์ปลอบใจไม่ได้ไง

เออๆ ดื่มก็ดื่ม ป่วยตายขึ้นมาเดี๋ยวกูฝังเองต้นยอมคืนให้ ตัวเองก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกอึกๆ เลยกลายเป็นว่าพวกเราสองนั่งดื่มกันเงียบๆ จนเบียร์ขวดแรกหมด ต่อด้วยขวดที่สอง

ฟ้ามืดแล้วแต่ผมกับต้นยังนั่งกันอยู่ริมอ่างที่เดิม ไม่รู้ว่าเพราะแอลกอฮอล์ที่อยู่ในกระแสเลือดรึเปล่าที่ทำให้ผมรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีก ทั้งที่ไม่อยากร้องไห้แต่น้ำตาดันไหลไม่หยุด

ต้น...กูนอนกับพี่ชายตัวเองว่ะ ตลกไหม...ที่น่าขำกว่านั้นคือ กูแม่งโคตรรักเขาเลย รักคนที่หลอกคบกูแค่เพื่อแก้แค้นแม่ตัวเอง

งั้นมึงก็เลิกรักเขาดิวะ

เลิกรัก...ทำไงวะ

ก็…” ต้นหันมามองผม ยื่นมือมาช่วยเช็ดน้ำตาพลางพูดต่อ “...มารักกูแทน

“.....”

กูจะทำให้มึงลืมเขาเอง

ง่ายอย่างนั้นก็ดีสิผมดึงมือมันออก เอียงหัวลงซบไหล่ ใช้เสื้อมันซับน้ำตาจนเปียกชุ่ม

มึงยังไม่ลอง แล้วจะรู้ได้ไง

ลอง...ยังไง?” ทำไมเสียงผมมันยืดยานอย่างนี้วะ พูดเองรำคาญเอง ผมแหงนหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท ทั้งที่หัวยังเอียงซบไหล่มันอยู่ รู้สึกหัวหนักๆ มึนๆ จนแทบยกไม่ขึ้น ถ้าไม่เมาก็คงทั้งไข้ขึ้นทั้งเมา แต่เขาบอกว่าคนเมาจะไม่ยอมรับว่าตัวเองเมา...งั้นผมก็ยังไม่เมา

เดี๋ยวกูทำให้ดู...มึงทำตามแล้วกันต้นพูดเสียงแผ่ว มันผินหน้ามาหา ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองผมแน่นิ่ง รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนจากจมูกของอีกฝ่ายที่แตะโดนโหนกแก้ม และก่อนที่ผมจะถามว่ามันจะทำอะไร เพื่อนข้างตัวก็ก้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม แล้วแตะปากตัวเองลงบนปากผม

หัวใจของผมกระตุก...สัมผัสนุ่มนิ่มนั่นทำให้รู้สึกแปลกๆ ไม่รู้หรอกว่าเผลอหวั่นไหวกับเพื่อนตัวเองรึเปล่า แต่ที่รู้คือจูบของมันแตกต่างจากจูบของใครอีกคน ไม่ได้ชวนให้ร้อนวาบแต่อุ่นซ่านในใจ

ถ้าพี่เมฆจริงใจกับผมบ้าง ให้ความรักผมบ้าง...คอยอยู่ข้างๆ คอยปลอบโยนผมเหมือนที่ต้นทำก็คงดี

ริมฝีปากที่ทาบทับอยู่บนปากผม ขยับแตะเม้มเชื่องช้า สัมผัสอ่อนโยนนั่นทำให้ผมเผลอไผลไปกับมัน ผมขยับปากจูบตอบ เอียงหัวให้ได้องศาที่พอเหมาะพลางยกแขนโอบคออีกฝ่าย ค่อยๆ ไล้เล็มริมฝีปากนุ่มหยุ่นนั้นทีละนิด เกิดเสียงดูดเม้มดังขึ้นแผ่วเบาประสานกับเสียงน้ำไหลและลมที่พัดผ่านใบหน้า

ผมหลับตาลง อ้าปากให้ปลายลิ้นอุ่นร้อนล่วงล้ำเข้ามาภายใน กวาดต้อนไปทั่ว และกว่าจะรู้ตัวผมก็ถูกดันให้นอนราบลงกับพื้นหญ้า ก่อนที่คนด้านบนจะถอนจูบออก มองตาผมแน่นิ่ง แววตาดำสนิทส่องประกายในความมืด มันมีร่องรอยของความเจ็บปวดไม่ต่างจากผม

วา...กูขอโทษเสียงทุ้มต่ำจากคนด้านบนไม่ต่างจากลมที่พัดผ่านหู

ผมกดคอต้นลงมาจูบอีกครั้ง ลูบฝ่ามือไปตามเรือนร่างอีกฝ่ายผ่านเนื้อผ้า อากาศยามค่ำคืนเย็นชื้น แต่ร่างกายของพวกเรากลับร้อนผ่าว เสื้อนักเรียนบนตัวเพื่อนสนิทกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญจนผมต้องช่วยถอดมันออก ก่อนจะซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอ อ้าปากขบเม้มลงบนผิว

วา…” ต้นส่งเสียงปราม แต่น้ำเสียงที่ใช้พูดกลับแหบพร่า กึ่งกลางลำตัวที่ดุนดันโดนหน้าขาบอกผมว่าอีกฝ่ายเริ่มเกิดอารมณ์แล้วเหมือนกัน

ไหนบอกจะทำให้ดูริมฝีปากของผมยังคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอ ขณะที่ฝ่ามือเลื่อนขึ้นลูบแผงอก จงใจแตะโดนติ่งเนื้อที่กำลังชูชัน “...ทำสิ

มึงเมาแล้ว

ไม่ได้เมาผมบอกแล้วผงกหัวขึ้นให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ก่อนจะกดท้ายทอยคนด้านบนลงมาจูบซ้ำ ต้นไม่ได้พยายามจะหยุดผมอีก มันเริ่มจูบตอบ รสจูบของเราร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงดูดดึงขบเม้มดังกลบเสียงรอบด้าน เสื้อนักเรียนของผมถูกปลดกระดุมเม็ดบนออก ริมฝีปากอุ่นร้อนไล่จูบตามซอกคอ ต่ำลงมาที่หน้าอก ฝากรอยไปทั่ว แต่ก่อนที่จะได้ทำมากกว่านั้น คนด้านบนก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปนอนหงายอยู่บนพื้นหญ้า ตามด้วยร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งโถมตัวขึ้นคร่อมทับ ต่อยเพื่อนผมจนหน้าหัน

ต้น…” อาการเมาแทบจะสร่างในทันที ผมครางชื่อเพื่อน ยังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สมองสั่งให้ผมเข้าไปห้ามไม่ให้ต้นถูกทำร้ายหนักกว่าเดิม

ผมรีบผุดลุกขึ้น เข้าไปกระชากแขนที่กำลังจะซัดหมัดใส่หน้าเพื่อนตัวเองเป็นครั้งที่สาม แต่กลับทำให้ผู้ชายคนนั้นชะงักเพียงเล็กน้อย เรี่ยวแรงของผมไม่มากพอจะหยุดเขาได้ จังหวะที่หมัดง้างขึ้นอีกหน ผมจึงเอาตัวเข้าไปบัง กอดหัวเพื่อนเอาไว้แนบอก ตะโกนห้ามเสียงลั่น

หยุด! เป็นบ้าไปแล้วรึไง!

 

[Special Part: Make]

หัวสมองผมอื้ออึงเพราะเสียงตะโกนของคนที่ผมขับรถตามหามาตลอดวัน ภาพที่น้องเข้าไปกอดปกป้องผู้ชายอีกคนทำให้ผมรู้สึกเหมือนหัวใจโดนกระชากจากอก แทบบ้าที่เห็นว่าเมื่อกี้น้องถูกคนอื่นกอดจูบ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการยินยอมพร้อมใจไม่ได้ถูกบังคับ

ผมยกมือเสยผม ผ่อนลมหายใจ พยายามตั้งสติ ถึงจะอยากกระชากตัวน้องออก  แล้วเข้าไปกระทืบไอ้เด็กบ้าที่กล้าทำรุ่มร่ามกับวาให้ตายคาเท้า แต่ผมต้องยั้งตัวเองไว้...ยังมีวิธีอื่นที่ทำให้มันทรมานมากกว่านั้น

ผมล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมากดโทรหาหิน กรอกเสียงบอกสั้นๆ ทันทีที่อกฝ่ายรับสายเด็กแกมายุ่งกับน้องชายพี่ ตอนนี้อยู่ที่อ่างเก็บน้ำใกล้หมู่บ้าน...สั่งสอนมันด้วยล่ะ ไม่งั้นพี่จะจัดการเอง

ต้นเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บมากไหมคำพูดปลอบโยนของวาและท่าทางเป็นห่วงเป็นใยไอ้เด็กบ้านั่น ทำให้ผมโมโหจนต้องเข้าไปกระชากแขนเรียวเล็กให้ลุกออกห่าง ก่อนจะเหวี่ยงเท้าเตะเข้าที่ท้องคนบนพื้นเต็มแรง มันครางเสียงต่ำ นอนตัวงอดูท่าจะเจ็บหนัก คงลุกไม่ขึ้นอีกพักใหญ่

พี่มันบ้าวาตะคอก สีหน้าโมโหสุดขีด กำหมัดทุบลงบนอกผมพี่ทำเพื่อนวาทำไม! พี่จะเอาอะไรกับวาอีกวะ!?”

กลับบ้าน!ผมกระชากแขนน้องให้เดินตามมาที่รถ โชคดีแค่ไหนที่น้าอาทิตย์ยอมบอกผมว่าวาอยู่ที่ไหน และผมหาน้องเจอก่อนที่จะถูกไอ้เด็กเวรนั่นทำอะไรไปมากกว่านี้

พี่มีสิทธิ์อะไรมาบังคับวาวะ อ๋อ...จะทำในฐานะพี่?” เสียงพูดยียวนพร้อมกับแรงสะบัดจากแขนเรียวเล็กทำให้ผมยิ่งประสาทเสีย วาไม่เคยดื้อกับผมขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยแม้แต่แสดงท่าทางรังเกียจเหมือนที่กำลังทำอยู่ตอนนี้วาไม่มีวันนับคนอย่างพี่เป็นพี่ชาย ปล่อย!

พี่ไม่ได้ทำในฐานะพี่…” ผมพูดเสียงลอดไรฟัน จ้องมองใบหน้าหวานที่ทำให้ผมหลงจนแทบคลั่ง “...แต่ทำในฐานะผัว

คนฟังนิ่งอึ้งราวกับคาดไม่ถึง ก่อนจะเริ่มโวยวายและดิ้นหนีอีก แต่คราวนี้ผมตัดปัญหาด้วยการอุ้มร่างผอมบางขึ้นพาดบ่า เดินดุ่มไปที่รถก่อนจะเปิดประตูยัดคนตัวเล็กเข้าไปด้านใน

จะยอมนั่งดีๆ หรือจะให้พี่จับมัดผมเอามือค้ำกรอบประตู ก้มหัวพูด

กับเด็กที่พยายามผลักตัวผมออกให้พ้นทางเพื่อจะลงจากรถ

วาไม่ไปไหนกับพี่ทั้งนั้น! หลีก! วาจะลง

ไม่เสียเวลาเถียงกับเด็กดื้ออีก ผมเอื้อมมือหยิบเชือกในกระบะท้ายรถมาพันรอบข้อมือเรียวเล็ก แน่นอนน้องดิ้น แต่ด้วยตัวเล็กกว่าและไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะต่อต้านผมได้ ข้อมืออีกฝ่ายจึงถูกมัดอย่างง่ายดาย ตามด้วยข้อเท้าที่ถูกผมใช้เข็มขัดรัดไว้ ก่อนจะเดินอ้อมกระโปรงรถมาขึ้นอีกฝั่ง

เด็กข้างๆ ยังพยายามใช้ปากแก้มัดปมเชือกที่ข้อมือตัวเอง แต่มันแน่นหนาพอจะพันธนาการอีกฝ่ายไว้กระทั่งผมสตาร์ทรถและขับมาถึงบ้านตัวเองโดยที่ยังไม่หลุดออก

 

รถจิ๊บจอดลงหน้าบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ที่อยู่ลึกกลางป่า แยกตัวโดดเดี่ยวจากบ้านหลังอื่น ผมแบกตัววาไปที่ลานอาบน้ำกลางแจ้งทางสวนหลังบ้าน เสียงแหกปากโวยวายของน้องถูกกลบด้วยเสียงแมลงยามค่ำคืนและกลืนหายไปในผืนป่าโดยไม่มีใครอื่นได้ยิน

อาบน้ำซะผมสั่งหลังจากวางเด็กบนบ่าลงบนพื้นหินข้างโอ่งมังกร แสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟอัตโนมัติที่ถูกติดไว้ตามเสาบ้านส่องกระทบผิวขาวจัด กระดุมสองเม็ดบนถูกปลดค้างไว้ อกเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นรอยจูบแดงช้ำกระจายอยู่ทั่วซอกคอและหน้าอก...แต่มันไม่ใช่ของผมทั้งหมด

ไม่คำปฏิเสธนั่นทำให้เส้นความอดทนบางๆ ของผมขาดผึง ผมกระชากสาบเสื้อเปิดออกจนกระดุมหลุดกระเด็น ก่อนจะคว้าขันในโอ่ง ตักน้ำราดบนตัวน้องโดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามและไม่สนว่าตัวของน้องกำลังสั่น อยากจะล้างรอยสัมผัสพวกนั้นออกไปให้หมด

พี่เป็นบ้าอะไร ปล่อยวานะ!

ใช่พี่มันบ้า แล้วพี่ก็จะทำให้วารู้ด้วยว่า...พี่บ้าได้แค่ไหนถ้าวากล้ายุ่ง

กับคนอื่น

ภาพที่วาถูกคนอื่นกอดมันทำให้ผมสำนึกได้ว่าไม่มีทางจะมองวาเป็น

แค่น้องชาย และทนยอมให้ใครสัมผัสตัวน้องอีก ผมเคยผลักไสน้องและขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ขึ้นมา แต่วันนี้ผมจะเป็นคนลบมันด้วยมือตัวเอง

ผมปล่อยขันในมือทิ้ง รวบเอวน้องมากอดไว้ ล้างออกเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกว่าตัวน้องไม่สะอาดพอจึงใช้ปากจูบทับรอยพวกนั้นเสีย ทั้งดูดเม้มและกัดแรงๆ ฝากรอยฟันไว้บนผิว ตรีตราลงบนร่างกายนี้ ตอกย้ำว่ามันเป็นของผมเพียงคนเดียว

โอ๊ย! พี่เมฆวาเจ็บ...หยุด…” เด็กในอ้อมแขนผมร้องห้ามเสียงสั่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอน้ำมองผมด้วยความหวาดกลัว พยายามใช้แขนผลักผมออกห่าง แต่ทั้งมือเท้ายังถูกมัดไว้เลยทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น

ตะโบมจูบตามซอกคอและหน้าอกจนพอใจ ผมจับตัวน้องพลิกหันหลัง ผลักร่างผอมบางเข้ากับโอ่งมังกรใบใหญ่ ก่อนจะกระชากกางเกงนักเรียนขาสั้นกับชั้นในสีขาวลงไปกองที่ข้อเท้า ขณะที่น้องยังคงพยายามดิ้น ตะโกนห้ามปรามจนเสียงแหบแห้ง

สะโพกขาวนวลล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า เสียงร้องไห้สะอื้นฮักของน้องยิ่งปลุกเร้าความต้องการของผมให้พุ่งสูง มือหนึ่งจับเอวผอมไม่ให้ดิ้นหนี อีกมือใช้น้ำมันมะพร้าวสำหรับหมักผมชโลมลงบนแก่นกาย แล้วสอดใส่ความแข็งขืนเข้าไปในช่องทางอุ่นร้อนที่บีบรัดผมจนแทบคลั่ง

เด็กตัวผอมผวาเฮือกเกาะก่ายปากโอ่ง สองขาเรียวยาวยืดตรงเบียดชิด โก่งสะโพกขึ้นรับแรงกระแทกหนักหน่วง จำยอมด้วยไร้ทางสู้ ไม่แม้แต่ขัดขืนหรือโวยวายอีก ปล่อยให้ผมสวนกายเข้าออกครั้งแล้วครั้งเล่า มีเพียงน้ำตาสองสายบนแก้มและเสียงสะอื้นปนเสียงครางแผ่วที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ยินยอม...

[End Make’s Part]

 

Pie2Na

พี่เมฆมันจิตอ่า TT

แต่มันก็จิตแบบมีที่มาที่ไปนะ มีเฉลยอยู่ในตอนพิเศษ

เสียดายไม่ได้เฉลยไว้ในตอนหลักเพราะหาจังหวะจะเอามาใส่ไม่เจอ TT

สปอยล์เลยแล้วกัน....สรุปสั้นๆ ว่า พี่เมฆมันโตมาแบบโดดเดี่ยว ไม่มีคนดูแล

พอมีวา เลยยึดติดกับน้อง ห่วงแบบเข้าขั้นโรคจิต รักแต่ก็อยากลงโทษให้สำนึก จะได้เป็นของเราคนเดียว ซื่อสัตว์กับเราแค่คนเดียว

แต่ทำไมไม่รู้...เรากับชอบความจิตของพี่เมฆนะ

เพราะพายใต้ความซาดิสม์ พี่มันสปอร์ต อบอุ่น รักเดียว ทุ่มเท หนักมากอ่า วาเสียอีก หลายใจ เหอะ 555

พรุ่งนี้มะรืนนี้ไว้เจอกานน

ถ้าหายไปนาน มาตามในเพจได้นะ บางทีก็ลืมจริงๆ ช่วงนี้ยุ่งๆ T^T

ขอบคุณครับ

 

ปล รักร้ายเดียงสา เปิดจองรอบรีปริ้นแล้วนะครับ เข้าไปส่องในเพจ Pie2Na ได้น้อ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #231 P-Aresia (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:04
    อย่ารุนแรงกับน้องงง >< 
    #231
    0
  2. #226 Ampme (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:06
    รอ หิน ดิน ต้นอยู่น้า
    อ่านสเปเชี่ยลแล้วอยากอ่านเรื่องเต็มๆไวๆ
    #226
    0
  3. #225 Nannapas Peerasakmatee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:53
    รออ่านจ้าา
    #225
    0
  4. #224 xiao li (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:14
    รุนแรงไปไหมงะ
    #224
    0
  5. #223 nanthanatw2519 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:26
    พี่เมฆ....ทำน้องวารุนแรงไปแล้วนะ
    #223
    0
  6. #222 benefex (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:21
    เกร้วกราดดด
    #222
    0
  7. #221 foreverkyungsoo (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:36
    ถ้าถ้าพวกดินรู้.....
    #221
    0
  8. #220 P-Aresia (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:12
    ทำไมเราชอบคู่นี้ วากับต้น 55 >< 
    สู้ๆนะคะไรท์ ติดตามเสมอน้าาา 
    #220
    0
  9. #219 Nannapas Peerasakmatee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:29
    รออ่านค่ะ..ติดตาม...
    #219
    0