[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 31 : Chapter 25 :: ปลอบโยน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    5 ก.พ. 61

Chapter 25

ปลอบโยน

 

[Special Part: Make]

ผมกับฝ้ายเรารู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี เริ่มจากความเป็นเพื่อน ก่อนที่ฝ้ายจะขอผมเป็นแฟนตอนปีสาม ตกลงคบกันง่ายๆ เพราะเห็นว่าไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถึงจะใช้คำว่าแฟน ความรู้สึกกลับไม่เคยเกินเลยมากกว่านั้น ยิ่งพอเรียนจบฝ้ายต้องไปทำงานจังหวัดอื่น เรายิ่งเริ่มห่างกัน มาเจอหน้าแค่นานๆ ครั้งและโทรหาบ้างเวลามีปัญหาต้องปรึกษา เราไม่ได้บอกเลิกอย่างชัดเจนและทุกคนเข้าใจว่ายังคบกัน แต่พวกเราสองคนรู้ดีว่าความสัมพันธ์อยู่ในขอบเขตคำว่าเพื่อน

            สำหรับผมวาสำคัญที่สุด...สำคัญมากกว่าฝ้ายและทุกคน เพราะเขาเป็นน้องชายเพียงคนเดียวที่ผมมี

            แต่พอวาถาม ความคิดที่อยากให้พวกเรากลับมาเป็นพี่น้องกันอย่างที่ควรเป็น ทำให้ผมจงใจพูดโกหก และกลายเป็นผมเองที่เสียใจจนแทบบ้าเมื่อเห็นน้องร้องไห้ เข้ามากอด อ้อนวอนให้ผมเลือกเขาแทนที่ฝ้าย

            ผมจงใจพูดเสียงดังใส่น้อง ทั้งที่น้องไม่ได้ทำอะไรผิด แกล้งทำเป็นห่วงฝ้าย ทั้งที่ผมเป็นห่วงน้องมากกว่าใครทั้งหมด บังคับตัวเองไม่ให้ดึงวาเข้ามากอดและได้แต่มองร่างเล็กๆ นั่นวิ่งออกจากบ้านไปโดยไม่รั้งไว้

            ผมเคยคิดว่าสามารถควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน แต่กลายเป็นผมเองที่ยิ่งถลำลึก ที่ทำได้ตอนนี้คือรอให้วาตัดใจ ส่วนผมก็ต้องพยายามหักห้ามใจตัวเอง มองวาเป็นแค่น้องชายคนหนึ่ง ถึงจะไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้ก็ตาม

            “ไม่มีอะไรแล้ว กลับไปกินข้าวเถอะ” ผมปล่อยมือฝ้ายแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

[End Make’s Part]

 

“ถึงแล้ว” เสียงพูดจากคนด้านหน้าปลุกผมจากภวังค์ พอเหวี่ยงขาลงจากรถถึงเพิ่งสังเกตว่าพวกเรายืนอยู่บนสะพานคอนกรีตแคบๆ ที่สองข้างทางเป็นป่า ใต้สะพานมีลำธารกว้างราวสองเมตร แสงอาทิตย์ยามบ่ายถูกร่มเงาต้นไม้บดบังจนแทบไม่มีแดดส่องถึง อากาศเย็นสบายแต่ใจผมไม่ได้เย็นตาม

“กูจะกลับบ้าน มึงพากูมาที่ไหนวะเนี่ย” ผมบ่นไม่จริงจังนัก น้ำตาหยุดไหลลงชั่วขณะ แต่พอคิดถึงภาพที่พี่เมฆดูแลผู้หญิงคนนั้น มันก็ไหลลงมาอีกจนต้องเบี่ยงหน้ามองไปที่ลำธารเพราะไม่อยากให้ต้นเห็น

            “พามาชมธรรมชาติ...ร้องไห้ขนาดนี้หลังกูเปียกน้ำตาเปียกขี้มูกหมดแล้วมั้ง”

            “.....” ผมไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยเลยยืนร้องไห้เงียบๆ ไม่สนที่จะถูกเพื่อนมองว่าอ่อนแอ ในหัวผมมันมีแต่ภาพพี่เมฆเต็มไปหมดจนไม่เหลือพื้นที่ให้กังวลเรื่องอื่น คนด้านข้างก็คงรู้ว่าผมยังไม่พร้อมจะคุยด้วย มันเลยเงียบตาม แล้วฉุดแขนผมให้นั่งห้อยขาลงตรงขอบสะพาน ก่อนจะดึงหัวไปซบกับไหล่มัน

            “เวลาที่มึงมีความสุข มึงจะลืมกูก็ได้...แต่เวลาที่เสียใจ อย่าลืมนึกถึงกูนะ” เงียบอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง จู่ๆ ต้นก็พูดขึ้นพลางยกแขนมาโอบไหล่ผมแล้วดึงตัวเข้าไปกอด แถมยังลูบหลังให้ยังกับผมเป็นเด็กน้อย ทั้งที่ต้นสูงกว่าแค่สามเซ็นฯ และตัวพอๆ กัน แต่ผมกลับรู้สึกว่าอ้อมแขนของมันก็อุ่นดี “...กูจะคอยอยู่ข้างๆ มึง”

            “เลี่ยนว่ะ”

“วุ้ย เสียบรรยากาศหมด” ต้นบ่นปนขำก่อนจะละมือข้างหนึ่งมาช่วยเกลี่ยเช็ดน้ำตาบนแก้มให้

            “เออ แต่ยังไงก็...ขอบใจนะ”

            “ไม่ต้องขอบใจหรอก มึงก็น่าจะรู้ว่ากูทำไปเพื่ออะไร”

            “.....

            “ถึงมึงจะไม่ให้โอกาสกู แต่ขอแค่ให้กูได้อยู่ข้างๆ มึงก็พอ”

            “พูดมาก” ผมซุกหน้ากับไหล่เพื่อน บ่นเสียงอู้อี้พลางจับมือที่ยังวุ่นวายอยู่กับแก้มตัวเอง ดึงลงมาวางบนตัก กุมเอาไว้ถ่ายทอดความอบอุ่น...ผมกำลังเสียใจและต้นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

 

ผมยังไม่เจอหน้าพี่เมฆเลยตั้งแต่เมื่อวาน เขาคงยังไม่พร้อมจะคุยกับผม เมื่อเช้าพี่ขุนเลยเป็นคนไปส่งที่โรงเรียนแทน พอเลิกเรียนผมก็ติดรถต้นกลับมาบ้าน ตอนที่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดในโรงจอดรถ ผมทันเห็นเรือนร่างสูงกำยำของคนที่เฝ้าคิดถึงหายลับไปหลังบานประตูบ้านพอดี

เอาไง จะเข้าไปไหมต้นคงเห็นรถจิ๊บสีดำของพี่เมฆจอดอยู่ใกล้ๆ กันเลยหันมาถาม มันยังนั่งกวมอยู่บนรถโดยมีผมซ้อนท้ายด้านหลัง

อืม...เขามาแล้วก็คุยๆ กันให้เคลียร์ดีกว่าผมถอดหมวกกันน็อกยื่นให้เจ้าของ แล้วเหวี่ยงเท้าลงจากรถ เดินนำเข้าไปในบ้าน

มาถึงหน้าห้องรับแขก ได้ยินเสียงพี่เมฆกับแม่คุยกันดังมาจากด้านใน แต่เพราะยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้าอีกฝ่ายทันที เลยชะงักเท้า ก้าวไปหลบอยู่หลังกำแพง ต้นเองก็พอเข้าใจเลยยืนเป็นเพื่อนเงียบๆ

วาบอกว่าติดรถเพื่อนกลับมา อีกเดี๋ยวคงถึง...ดูน้องอารมณ์ไม่ค่อยดีตั้งแต่เมื่อวาน พอถามถึงเมฆก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าวันนี้ถึงไม่ไปรับไปส่งน้องที่โรงเรียนเอง

นิดหน่อยครับ

ตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่พอได้ยินเรื่องตัวเอง มันก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าพี่เมฆจะพูดถึงผมยังไง

น้องยังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อวันก่อนเหรอ

เปล่า

แล้วมันเรื่องอะไร บอกแม่ได้ไหม

อย่ามาใช้คำว่าแม่กับผม ผมไม่ชอบ

แต่ยังไงวันนี้ แม่ก็ตั้งใจจะบอกวาแล้วว่าเมฆเป็นลูกแม่อีกคน...ผมแอบมอง เห็นแม่ยื่นมือไปจับมือพี่เมฆ พูดเสียงอ้อนวอนแม่ขอเรียกแทนตัวเองแบบนี้ได้ไหม

ผมยินดีรับวาเป็นน้องชาย...แต่กับคุณผมยอมรับในฐานะแม่ไม่ได้

สองคนนั้นพูดเรื่องอะไรกัน

แม่รู้ว่าเคยทำผิดกับเมฆมาก แต่ที่แม่ทิ้งเมฆไปเพราะแม่ทนอยู่กับพ่อลูกต่อไปไม่ได้...แม่ทนไม่ได้แม่เริ่มร้องไห้ ผมเองก็ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ

ประวัติพี่เมฆจากหน้านิตยสาร คำพูดแปลกๆ ของทุกคน และท่าทีของพ่อกับแม่ที่มีต่อเขา เป็นเหมือนจิ๊กซอที่ต่อเข้าหากัน ทำให้ผมคิดตกในที่สุดว่าเรื่องทุกอย่างเป็นมายังไง...

          ผมกับพี่เมฆ...พวกเราเป็นพี่น้องกัน



[Special Part: Make]

อย่ามาโกหก!คำพูดของผู้หญิงตรงหน้าทำให้ผมโมโหจนหลุดตะคอกใส่เธอเสียงดัง โดยไม่คำนึงว่าใครในบ้านนี้จะได้ยินเรื่องที่เราทะเลาะกัน ผมดึงมือของเธอที่กุมมือผมไว้ออก พูดความจริงจากสิ่งที่เข้าใจและเห็นมากับตาตัวเองตั้งแต่เพิ่งรู้ความ

ฐานะทางบ้านเราตอนนั้นเรียกได้ว่าร่ำรวยถ้าเทียบกับคนอื่นในหมู่บ้าน พ่อดูแลคุณดีทุกอย่าง งานบ้านแทบไม่เคยต้องแตะ มีหน้าทีแค่เลี้ยงดูผม...ถ้าคุณไม่แต่งเข้าบ้านพ่อก็คงต้องอยู่กับแม่จนๆ หามื้อกินมื้อ ลำบากกว่านี้...อยู่กับพ่อมีอะไรที่คุณต้องทนงั้นเหรอ!?” ยิ่งพูด ผมก็ยิ่งอารมณ์ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เธอ เอาแต่ยกมือขึ้นปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น

“.....”

พ่อดีกับคุณมาก ดีจนไม่มีใครคิดว่าพอจบงานศพยายแล้วคุณจะหอบเสื้อผ้าหนีไป...คุณคงยังไม่รู้ว่าคืนนั้นพ่อขับรถออกไปตามคุณจนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผมต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เจ็ดขวบผมจับไหล่คนตรงหน้า บีบแรงจนเส้นเอ็นปูดโปนตามแขน

ตอนนั้นผมไม่เหลือใคร ปู่ย่าตายายเสียไปหมดแล้ว แถมพ่อกับแม่ยังเป็นลูกคนเดียว จะมีก็แต่พวกญาติห่างๆ ทางฝั่งพ่อที่หวังรับผมไปเลี้ยงเพื่อฮุบเอาสมบัติ ผมเลยไม่ยอมตกลงไปอยู่กับใคร

โชคดีที่คนบ้านใกล้เคียงเห็นผมเป็นลูกหลาน แวะเวียนหิ้วกับข้าวมาเยี่ยมเกือบทุกวัน และผู้ใหญ่บ้านนึกสงสาร เข้ามาดูแลเรื่องมรดกให้ เวลานั้นเรื่องสิทธิถือครองที่ดินตามเขตชนบทไม่ใช่อะไรที่ยุ่งยาก ทรัพย์สินทุกอย่างจึงกลายเป็นของผมอย่างชอบธรรมในที่สุด

ขนาดชีวิต พ่อยังให้คุณ ยังมีอะไรที่คุณต้องการจากพ่ออีก

เมฆ...ก่อนหน้านี้แม่ไม่เคยพูดถึงเรื่องในอดีตเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจลูก แต่แม่ทนไม่ได้ที่ลูกจะเกลียดแม่แบบนี้ ถ้าแม่ไม่พูดลูกคงไม่มีวันให้อภัยเธอสะอื้นไห้ ยื่นมือที่เคยผลักไสผมออกจากชีวิต ดึงมือผมไปกุมไว้อีกครั้ง

อะไรล่ะที่ผมควรรู้ ลองเล่ามาสิ เผื่อผมจะเกลียดคุณน้อยลง

ผู้หญิงตรงหน้ายกหลังมือปาดน้ำตา พยายามกลั้นสะอื้น สงบสติอารมณ์ตัวเองแล้วเริ่มพูดพ่อของลูกแก่กว่าแม่เกือบยี่สิบปี ตอนที่แต่งงานกัน พ่ออายุสามสิบกว่าแล้ว แต่แม่เพิ่งจะอายุสิบหก

นี่เหรอเหตุผลที่คุณหนีไป...คุณรังเกียจที่พ่อแก่กว่าคุณ?”

ไม่ใช่นะเมฆเธอส่ายหน้าแม่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น...แต่แม่ไม่เคยรักเขา

แล้วมาแต่งงานกับพ่อทำไม ยายขายคุณให้พ่อหรือไงสมัยนั้นการถูกคลุมถุงชนเกิดขึ้นทั่วไป แต่ถ้าเธอคิดหนี ก็ควรหนีไปตั้งแต่ต้น ไม่ใช่อยู่กินกับพ่อจนคลอดผมออกมา!

ไม่ใช่ยายไม่เคยบังคับแม่

งั้นเพราะอะไร...ผมยกมือลูบหน้า บอกตัวเองให้ใจเย็นลง ฟังเธอเล่าต่อ

พ่อเมฆเจอแม่ครั้งแรกในงานศพปู่ของลูกตอนแม่อายุสิบห้า พ่อเขาเพิ่งย้ายกลับมาหมู่บ้านเราหลังจากไปทำงานที่กรุงเทพฯ นานหลายปี...เขาเข้ามาคุยกับแม่ เริ่มชอบแม่ตั้งแต่ตอนนั้นเวลาพูดถึงพ่อแววตาของเธอไม่มีความสุขอยู่เลย ดูคล้ายคนที่โกรธแค้นและหวาดกลัวกับอดีต มันไม่ใช่การเสแสร้ง จนผมนึกกลัวสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะเล่าต่อไป

เมื่อก่อนยายไม่มีเงินพอจะซื้อจักรยานให้แม่ เวลาไปโรงเรียนแม่ต้องเดินเข้าป่าผ่านกระท่อมหลังนั้นเพราะมันเป็นทางลัด พ่อของลูกเขาชอบไปที่นั่น เอาแต่ดื่มเหล้า เมาหนักแทบทุกวัน ใช้เงินใช้สมบัติที่มี ไม่ยอมทำงาน”

“.....”

“มีอยู่วันหนึ่งแม่กลับจากโรงเรียน เจอพ่อของลูกดื่มเหล้าเมาอยู่ที่กระท่อมเหมือนทุกที...แต่วันนั้นเขากลับเข้ามาหาแม่ จับตัวแม่...บังคับให้เป็นของเขา...แม่ท้อง เขาเลยรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน”

สิ่งที่เพิ่งได้ยินทำให้หัวใจของผมเย็นเยียบ...

“แม่เพิ่งจะรู้หลังจากเราแต่งงานกัน ว่าพ่อของลูกย้ายกลับมาเพราะอกหักจากแฟนที่คบกันนานหลายปี...เขาไม่เคยรักแม่เลยเมฆ เขารักผู้หญิงอีกคนมาตลอด เขาใช้แม่เป็นตัวแทนคนอื่น” ผู้หญิงตรงหน้าผมเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนักอีกครั้ง และน้ำเสียงกับแววตาของเธอบอกผมว่าทุกอย่างเป็นความจริง

“แม่เองก็ไม่เคยรักเขา แต่ทั้งที่รังเกียจ ไม่อยากให้เขามาแตะต้องตัวแม่ เขากลับยังบังคับแม่ทุกครั้งที่เขาต้องการ...ทำเหมือนแม่ไม่ใช่คน”

“.....”

“แม่ทนใช้ชีวิตแบบนั้นมาหลายปีเพราะยังต้องดูแลยายของเมฆที่ป่วยเป็นมะเร็ง กระทั่งยายเสีย...ยอมรับว่าตอนนั้นแม่เกลียดพ่อมากพอที่จะเห็นแก่ตัว ตัดสินใจทิ้งลูกแล้วหนีไป”

“ที่ผมโกรธยิ่งกว่าคุณหนีไป คือคุณไม่เคยใช้ใจมองในสิ่งที่พ่อทำ...หลังจากที่ผมเกิดมา คุณเคยเห็นพ่อดื่มเหล้าเมาอีกงั้นเหรอ”

“.....” เธอไม่พูด แต่กลับก้มหน้าหลบแล้วส่ายหน้าเบาๆ ทั้งน้ำตาแทนคำตอบ

“ผมรู้ว่าพ่อทำผิดต่อคุณ แต่ถ้าคุณลองลบความเกลียดชังแล้วมองดูให้ดี คุณคงเห็น...พ่ออาจจะเคยใช้คุณเป็นตัวแทนคนอื่น แต่ผมรับรู้ได้จากแววตาที่พ่อมองคุณ ว่าพ่อรักคุณมากแค่ไหน”

“.....”

“เวลาที่คุณหลับ พ่อเข้าไปจูบ เข้าไปลูบหัวคุณ ก่อนที่จะจูบผม...ตอนที่คุณสอนผมขี่จักรยานแล้วเราสองคนล้มลงพร้อมกัน คนที่พ่อรีบวิ่งไปช่วยพยุงก็คือคุณ...เวลาที่คุณมัวแต่ป้อนข้าวผม คนที่ตักข้าวให้คุณกินไม่ใช่สามีคุณหรือไง...

หัวใจในอกคล้ายถูกบีบรัด...ภาพความทรงจำมากมายไหลวนเข้ามาในหัว ภาพที่พ่อมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง แสดงให้ผมเห็นว่าเขารักเธอมากแค่ไหน ภาพที่พวกเขาคอยดูแลผม กอดผมไว้ในอ้อมแขน และภาพในวันสุดท้ายของพ่อ...มันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเห็นพ่อร้องไห้ ทรุดลงกับพื้นราวกับทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง เหมือนหัวใจของเขาแหลกสลาย...พ่อรีบหุนหันออกจากบ้านเพื่อตามหาผู้หญิงที่ทิ้งพวกเราไป จากวันนั้นก็ไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย

“ผมยังจำทุกอย่างได้ดี แต่คุณกลับไม่มีความทรงจำพวกนั้นอยู่เลย เพราะคุณเกลียดพ่อจนมองผ่านทุกสิ่งที่เขาพยายามทำเพื่อคุณ”

“ใช่...ไม่ว่าเขาดีกับแม่มากแค่ไหน แต่มันก็ลบความเกลียดชังที่แม่มีต่อเขาไม่ได้...แม่ถึงต้องหนีไป” แขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบกอดรอบตัวผม ซบหน้าลงกับอก “แม่เกลียดพ่อของเมฆ แต่แม่ไม่เคยลืมลูกได้เลย พอแม่ได้อ่านนิตยสารเล่มนั้นแล้วรู้ว่าพ่อของลูกตาย แม่ถึงกลับมาที่นี่ทันที...แม่คิดถึงลูกมาตลอดนะเมฆ

คุณคิดถึงผม?” ผมเค้นเสียง รู้สึกได้เลยว่ามือของตัวเองกำลังสั่น...ทั้งจากความเสียใจ โกรธ และผิดหวัง “คุณไม่ได้ตั้งใจอยากให้ผมเกิดมาตั้งแต่แรก คุณหนีไปแล้วทิ้งผมไว้คนเดียว...นั่นเหรอความคิดถึงของคุณ

“แม่ขอโทษ” ฝนทิพย์พูดคำเดิมซ้ำๆ มือเรียวลูบแผ่นหลังของผม คล้ายต้องการปลอบโยน ทำราวกับผมเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ เมื่อหลายปีก่อน น่าเสียดายที่ผมโตเกินกว่าจะอ่อนไหวกับคำพูดไม่กี่คำของเธอ...ผมอาจจะรู้สึกเกลียดเธอน้อยลง แต่ความจริงที่ว่าเธอทิ้งผมไปและผมต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาเกือบยี่สิบปี ทำให้ผมยอมรับเธอในฐานะแม่ไม่ได้

            “ผมยกโทษให้คุณไม่ได้” ผมพูด ปล่อยให้เธอกอดโดยไม่พยายามผลักออก “คุณพรากพ่อไปจากผม...ผมก็จะแย่งสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคุณไปเหมือนกัน”

            “เมฆหมายถึงอะไร...” ใบหน้าสวยหวานที่คล้ายคลึงกับวาราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกันแหงนขึ้นมองผม ดวงตากลมโตของเธอยังเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำ ทำให้ผมนึกถึงเด็กอีกคนที่คงกำลังร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่ง

            “ลูกชายคุณ...ผมจะแย่งมาเป็นของผม”

            “เพราะแบบนี้เองเหรอครับ” เสียงทุ้มหวานสั่นเครือที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ตัวของผมชาดิก

            “วา...” ฝนทิพย์คราง เธอรีบปล่อยแขนออกจากตัวผม มองคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องรับแขกด้วยสีหน้าตกใจ

            “แค่เพราะอยากแก้แค้นแม่ใช่ไหม พี่เมฆถึงทำเหมือนรักวา เข้ามาดูแลวา...ทำให้วาเป็นของพี่” ผมหันไปเผชิญหน้ากับน้อง ดวงตากลมโตนั่นแห้งเหือดปราศจากน้ำตา แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ผิดหวัง...เสียใจ และเกลียดชัง

            “.....”

            ผมรู้ดี...เวลาที่คนเรารักใครสักคนมากพอ ถ้าต้องถูกหักหลัง ความรักกลับเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างง่ายดาย

วาเกลียดพี่นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่น้องจะหันหลังวิ่งหนีไป นาทีนั้นในอกของผมวูบโหวงเหมือนเพิ่งทำสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตหล่นหาย สมองอื้ออึง ได้แต่นิ่งมองแผ่นหลังผอมบางหายลับจากสายตา โดยไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี

            [End Make’s Part]

 

Pie2Na

มันไม่ได้จะมาม่ามากมายอะไรนะ

อย่าไปกลัว เตรียมไข่เตรียมผักไว้รอ 555

ปล. พายซึ้งฉากแม่ มีใครซึ้งเหมือนกันมั่งอะ 5555

หนังสือยังเปิดจองอยู่นะ กำลังรอภาพเล่มตัวอย่างจากโรงพิมพ์ เดี๋ยวจะโพสต์ลงเพจในดูน้า ^^

ติดตามข่าวสารได้จากเพจ Pie2Na นะครับ

ขอบคุณครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #215 xiao li (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:38
    ง่าาาาตอนท้ายยี้กินใจงะวาบไปทั้งตัว น้องวาลูก
    #215
    0
  2. #214 Nannapas Peerasakmatee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:16
    รออ่านอยู่น้าค่ะ
    #214
    0
  3. #213 matchar_r (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:35
    หัวใจวูบเลยค่ะ55555
    #213
    0
  4. #212 Ampme (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:53
    ตามตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้เลย
    #212
    0
  5. #211 Annelida (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:46
    แล้วเมฆจะทำยังไงต่อไป
    #211
    0
  6. #210 P-Aresia (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:27
    ยังรออ่านอยู่นะคะ ><~~ 
    #210
    0
  7. #209 CL_badgirl (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:38
    อ้าาา ค้าางงงจริงไรจริง
    #209
    0
  8. #208 palmy3050 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:23
    อ้าวนพี่ ทำน้องงงได้งั้ย
    #208
    0
  9. #207 lkminjluvluv (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:12
    ยังตามอ่านค่ะㅜㅜ
    #207
    0
  10. #206 pui_songsri (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:12
    เมฆรู้แต่แรกว่าวาเป็นน้องแท้ๆ ยังถลำลึกไม่บอกวา เราว่าคนที่สงสารที่สุดคือวา
    #206
    0
  11. #205 IradaKiawsantia (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:11
    พี่สับสนได้ แต่อย่าใจร้ายกับน้องสิ
    #205
    0
  12. #204 seal blue (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:10
    พี่เมฆสับสนไม่เป็นไร แต่อย่าทิ้งน้องวานะT0T(ดราม่าอีกแระ)
    #204
    0