[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 3 : Chapter 02 :: เพราะอากาศหนาว (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    20 ก.ย. 60

Chapter 2

เพราะอากาศหนาว

 

 

เลยเที่ยงคืนมาแล้ว ฝนยังตกกระหน่ำลงมาไม่หยุด เสียงฟ้าร้องครืนครางที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราวทำให้ผมไม่ค่อยสบายใจนัก กลัวว่ามันจะผ่าใส่กระท่อมเข้าสักที

นอนเถอะ ไว้พรุ่งนี้พี่ค่อยไปส่ง

ผมหันมองคนที่กำลังเอนตัวนอนลงบนฟูก แล้วต้องถอนหายใจกับตัวเองเงียบๆ มันดูนุ่มสบายอยู่หรอก แต่กว้างแค่สามฟุตครึ่ง แทบไม่พอให้ผู้ชายตัวโตอย่างพี่เมฆนอนด้วยซ้ำ จะไปขอเบียดด้วยอีกคนก็เกรงใจ ส่วนพื้นไม้นี่ทั้งแข็งทั้งเย็น ขืนนอนบนนี้มีหวังได้ปวดหลังจนหลับไม่ลงทั้งคืน

ทำไมยังนั่งนิ่ง มานี่สิคนตัวสูงกำยำพลิกตัวตะแคงข้าง แล้วตบฝ่ามือลงบนพื้นที่ว่างน้อยนิดบนฟูก

พี่จะให้ผมนอนกับพี่บนนั้นเหรอ

หรือจะให้พี่นอนพื้น

“ไม่ใช่...ผมแค่เกรงใจ ฟูกมันแคบ”

ไม่ได้กลัวจะอึดอัดหรอก แค่มันรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องนอนใกล้กันขนาดนั้น ถึงเราสองคนจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ แต่รสนิยมของผมค่อนข้างแตกต่างจากผู้ชายทั่วไป

พูดให้ง่ายขึ้น...อย่างพี่เมฆน่ะ คือแบบที่ผมชอบ

“ไม่เป็นไร อากาศหนาวๆ แบบนี้ นอนเบียดกันอุ่นดี” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกับคำพูดกำกวมพวกนั้นทำให้ใบหน้าผมเห่อร้อนแทบไหม้ เลยต้องรีบก้มหลบ พยักหน้าเออออ เพราะขี้เกียจเถียงกันให้มากความ อีกอย่าง...อากาศหนาวๆ นอนเบียดกันก็อุ่นดีเหมือนที่พี่เขาว่า แต่พอผมลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันก้าวขา แสงส้มจากตะเกียงกลับดับวูบ

“สงสัยก๊าดหมด” พี่เมฆบ่นงึมงำ มีเสียงกุกกักดังขึ้นเบาๆ จากบริเวณที่พี่เขานอนอยู่ก่อนจะเงียบลง

ผมยืนเคว้ง มองสำรวจรอบด้านที่มืดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง จึงเริ่มเดินไปข้างหน้าอย่างคนตาบอด หนึ่งก้าว...สองก้าว จากความคิดจะถึงฟูกพอดี แต่ผมคงกะระยะห่างผิดไปเล็กน้อย เลยเหยียบลงบนแขนหรืออาจจะขาคนที่นอนอยู่เข้าเต็มเท้า

“เฮ้ย!”                                                    

ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้องด้วยความตกใจของผม ทั้งร่างก็ร่วงตุบ! ลงไปกองอยู่กับพื้น พอจะขยับลุกขึ้น ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าขากำลังพาดอยู่บนหน้าท้องแข็งเกร็งของใครอีกคนในกระท่อม

“ขอโทษครับ” ผมรีบขยับออกห่าง แต่พี่เมฆกลับแค่หัวเราะขำอย่างไม่ถือสา ก่อนจะคว้าเอวผม ดึงเอาทั้งตัวเข้าไปเบียดชิดร่างกายกำยำ ความรู้สึกที่แผ่นหลังตัวเองแนบสนิทกับแผงอกแกร่งและหน้าท้องแข็งตึง ทำให้สติของผมเตลิดเปิดเปิงไปชั่วขณะ

“พ...พี่จะทำอะไร”

“ทำอะไร”

“มากอดผมทำไม”

“กอด?” พี่เมฆย้อนถามน้ำเสียงงงๆ แล้วหัวเราะขึ้นอีก “โทษที แรงพี่เยอะไปหน่อย พี่แค่จะดึงเรามานอนบนฟูกดีๆ กลัวจะล้มหงายหลังลงไปอีก”

“.....”

นั่นสิ พี่เมฆไม่ได้มีรสนิยมแบบเดียวกับผมสักหน่อย จะอยากกอดผมไปทำไม...อายชะมัด

           

            “วา...”

            น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เรียกชื่อผมซ้ำๆ อยู่ข้างหู ปลุกให้ผมงัวเงียตื่น พอลืมตาขึ้นมาจึงพบว่าตัวเองแทบจะนอนเกยอยู่บนร่างกายกำยำของใครบางคนทั้งตัว ใช้เวลาอึ้งอยู่เกือบหลายวินาทีถึงรวบรวมสติได้แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง ถามปนเขินหน่อยๆ “กี่โมงแล้วครับ”

            พี่เมฆลุกเดินไปที่ชั้นวางของ หยิบนาฬิกาข้อมือที่วางทิ้งไว้บนนั้นขึ้นดู ก่อนจะสวม “เกือบเจ็ดโมงแล้ว ที่จริงพี่ตื่นตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน แต่เห็นเรากำลังกอดพี่หลับสบาย เลยไม่อยากรีบปลุก”

            “เอ่อ...พาวากลับบ้านหน่อย สายมากแล้ว” อาจเพราะกำลังรู้สึกเขิน หลังจากอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบกลับบ้าน เลยเผลอเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น

            “วันนี้วันเสาร์ เราไม่ต้องรีบไปเรียนนี่ ทำไมถึงบอกว่าสาย หรือว่าต้องไปเรียนพิเศษในตัวเมือง”

            “พ่อกับแม่ไปต่างจังหวัดน่ะครับ กลับเช้านี้ กลัวมาถึงแล้วไม่เจอผม จะเป็นห่วงเอา”

            “งั้นก็รีบเก็บของ พี่ล้างหน้าแปลงฟันเสร็จจะไปส่ง” พี่เมฆบอก ก่อนจะรื้อหาเสื้อตัวใหม่ในตู้ไม้ไผ่สานมาเปลี่ยน ระหว่างนั้นอีกฝ่ายหันมายิ้มพูดกับผมว่า “อ้อ...เรียกแทนตัวเองว่า วาก็น่ารักดี”

          อืม...งั้นต่อไป ผมจะเลิกแทนตัวเองว่า ผมแล้วเปลี่ยนมาใช้ชื่อเล่นแทน

            “.....” ให้ตอบไปอย่างที่คิดก็ออกจะแปลกๆ ผมเลยได้แต่พับเสื้อผ้าเปียกแฉะของตัวเองยัดใส่กระเป๋าเป้ไปเงียบๆ ขณะเดียวกัน พี่เมฆกำลังถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก มันช่วยไม่ได้ที่เขายืนหันหลังอยู่ตรงหน้าผมพอดี สายตาของผมเลยเผลอเหลือบมองแผ่นหลังกำยำนั่นตามสัญชาตญาณ แล้วก็ถูกผิวสีแทนเข้มกับกล้ามเนื้อแข็งแกร่งได้รูปทำให้หน้าเห่อร้อนจนต้องเสมองไปทางอื่น

พวกเราเป็นผู้ชายเหมือนกันก็จริง แต่รูปร่างพี่เมฆแตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง...ดูแข็งแรงน่าเกรงขามจนผมอิจฉา

            ขณะที่ผมนึกชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ในใจ เจ้าตัวก็คว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่แขวนไว้กับตะขอหน้าตู้ ก้าวฉับๆ ออกจากกระท่อมไป ระหว่างนั้นผมเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเป้ที่ยังเปียกชื้น นั่งรออยู่ไม่ถึงห้านาทีประตูก็ถูกผลักเปิดอีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าคมคายของพี่เมฆที่โผล่มาให้เห็น

            “เก็บของเรียบร้อยรึยัง”

            “ครับ” ผมเหวี่ยงเป้ขึ้นสะพายบ่าแล้วรีบเดินออกจากประตู ตามผู้ชายตัวสูงไปยังรถบิ๊กไบค์รุ่นโบราณที่จอดอยู่ข้างกระท่อม เห็นแล้วชวนให้นึกถึงรถที่พระเอกใช้ขี่ในหนังไทยย้อนยุค สภาพของมันไม่ได้ดูย่ำแย่ อะไหล่หลายชิ้นถูกเปลี่ยนใหม่ ตัวถังสีดำวาววับน่าจะเพิ่งทำสีมา ดูสวยแบบคลาสสิกดี  

            บรืนๆ

            เสียงเร่งเครื่องยนต์ดึงให้ผมหลุดจากความคิดเรื่อยเปื่อย เหวี่ยงขาก้าวขึ้นรถบิ๊กไบค์นั่งซ้อนท้ายคนด้านหน้า ทันทีที่รถพุ่งตัวออกไปตามเส้นทางเล็กๆ ในป่า ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากน้ำค้าง และสายลมที่พัดผ่านหน้า ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าปอดรู้สึกสดชื่นจนต้องยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

            อากาศในหมู่บ้านสะอาดมาก ไม่มีฝุ่นควันอย่างในเมืองที่ผมเคยอยู่ กลางคืนเย็นสบายโดยไม่ต้องต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ จริงๆ แล้วที่นี่ก็น่าอยู่ดี จะติดก็แค่ชีวิตในโรงเรียน เพราะนอกจากเพื่อนร่วมชั้นจะไม่มีใครคุยกับผมแล้ว ยังมีพวกกลุ่มเด็กเกเรที่เจอหน้ากันเป็นต้องหาเรื่องมากลั่นแกล้งตลอด

            “ชอบที่นี่ไหม”

            คนด้านหน้าเอ่ยถามเป็นจังหวะเดียวกับที่รถวิ่งผ่านสะพานแคบๆ ทำจากท่อนไม้มัดต่อกัน ใต้สะพานคือลำธารขนาดเล็ก กว้างประมาณหนึ่งก้าวและลึกแค่ตาตุ่ม สายน้ำใสแจ๋วจนเห็นตัวปลา

            “ก็ชอบนะ...” ผมบอกพลางยกมือบังแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมาแยงตา เพิ่งเจ็ดโมงเช้า พอมีแดดให้อุ่นกำลังดี

            “ชอบก็แวะมาบ่อยๆ สิ”

            “หือ?

            ที่นี่ ที่พี่เขาหมายถึงคือบริเวณนี้ ไม่ได้เหมารวมทั้งหมู่บ้าน?

            “สังเกตไหมว่าที่ดินผืนนี้มีแต่ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้พวกนี้ขึ้นเองตามธรรมชาติ จะมีแค่สวนประมาณห้าไร่ตรงด้านหลังที่เราขี่รถผ่านมาเป็นสวนผลไม้”

            คิดตามคำที่พี่เมฆพูดแล้วมองสำรวจรอบด้านไปด้วย ผมก็เริ่มสังเกตว่ารอบด้านป่าจริง มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ เงยมองยอดไม้รู้สึกราวกับว่ามันสูงเสียดฟ้า ตามพื้นดินนอกจากส่วนที่เป็นทางไว้ให้รถวิ่งแคบๆ ประมาณหนึ่งฟุตแล้ว ทุกพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นเฟิร์นขึ้นสูงท่วมเข่า ถ้าเดินลุยเข้าไปน่ากลัวว่าจะถูกงูฉกเอา ดูสวยงามแบบลี้ลับ สงบแต่ก็น่าตื่นเต้น

            “ที่ดินตรงนี้ไม่มีเจ้าของเหรอครับ ทำไมปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นป่า”

            “มีสิ...ตัดผ่านที่ดินผืนนี้ไปก็เป็นถนนลาดยางเส้นหลักที่ใช้ขับเข้าหมู่บ้าน ถ้าเอาไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจคงทำกำไรได้ดี แต่เจ้าของอยากเก็บไว้เป็นมรดกทางใจมากกว่า”

            “เขาดูเป็นคนดีนะครับ...พี่รู้จักกับเขาเหรอ”

            พูดมาถึงตรงนี้รถก็วิ่งผ่านมาเกือบจะถึงถนนแล้ว และทางเริ่มชันขึ้นเล็กน้อย ผมจึงต้องยื่นมือไปเกาะเอวคนด้านหน้าไว้เบาๆ ซึ่งการกระทำนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายหันมามองแวบหนึ่ง

            “อืม...จับให้แน่นๆ สิ เดี๋ยวก็ตกลงไป”

            .....” ผมก้มหน้ากัดปากตัวเอง พยายามกลั้นยิ้มเพราะกลัวว่าพี่เมฆจะมองเห็นผ่านกระจก 

            นี่ผมคงบ้าไปแล้ว...เขินกับแค่ได้เกาะเอวผู้ชายด้วยกัน

 

Pie2Na

พี่เมฆเขาอบอุ่นใช่ไหมล่า น้องเมฆถึงเขิลเอาๆ

แต่เป็นพายก็เขินนะได้กอดเอวฟิตๆ ซิกแพ็กแน่นๆ 5 5 5 5

ถ้าชอบเรื่องนี้แนะนำเพื่อนมาอ่านบ้างน้า

คือพายหายไปนานหรือเรื่องนี้ไม่สนุก ตอนนึงมีมาสองเม้น 5 5 5 5

จะพยายามปรับปรุงงานเขียนให้ดีขึ้นครับ

ขอบคุณที่ติดตามผลงานจ้า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #264 - Rain Mist - (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:32
    ภาษาดีจังค่ะ น้องวาน่ารักกก
    #264
    0
  2. #93 qazbbnielk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 01:40
    อ่านแล้วจินตนาการตามได้ง่าย ภาษาอ่านแล้วเพลินดีค่ะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ ที่ทำให้พวกเราได้ฟิน =]
    #93
    0
  3. #66 Noey_CHP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:39
    น้องวาเริ่มหวั่นไหวกับพี่เมฆแล้ว
    #66
    0
  4. #12 Xing yè (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 22:38
    ใจไม่ดีเลย หวั่นไหวกับพี่เมฆมาก กลัวจริงๆ อย่าเปลี่ยนไปเลย อิน้องใจจะวาย.
    #12
    0
  5. #11 mammoe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 08:45
    ขอพี่เมฆแบบนี้ตลอดปายยย 5555
    #11
    0
  6. #10 ลักส์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 05:28
    พี่เมฆอบอุ่นมากแต่พอย้อนไปอ่านอินโทรก็แบบเอ๊ะ55555
    #10
    0
  7. #9 my_markbam9397 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 22:41
    เราจะพยายามเม้นทุกตอนเลยครับ ฮื่อออ พิเมฆอบอุ่บจัง นานไปจะอบอุ่นแบบนี้อยู่ไหมน้า กลัวใจ
    #9
    0