[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 19 : Chapter 17 :: หลอกล่อ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    29 ธ.ค. 60

Chapter 17

หลอกล่อ

 

[Special Part: Make]

เย็นนี้วาว่างรึเปล่าผมถามวาที่นั่งอยู่ข้างๆ หลังจากขับรถออกห่างโรงเรียนมาได้ระยะหนึ่ง ดูน้องเงียบๆ ผิดปกติ ตั้งแต่ขึ้นรถมายังไม่พูดสักคำ คงจะโกรธที่ผมไปต่างจังหวัดโดยไม่บอกล่วงหน้า แถมเมื่อเช้ายังกลับมาไม่ทันรับน้องไปโรงเรียน

อันที่จริงผมไม่ได้มีงานด่วนอะไร แค่จู่ๆ ก็นึกอยากไปตรวจดูความเรียบร้อยที่โรงงานในต่างจังหวัดขึ้นมา เพราะไม่รู้จะวางตัวต่อหน้าวายังไง

ยอมรับว่าผมหนี...ออกห่างเพื่อจะได้ทบทวนความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง

“.....” รออยู่เกือบนาทีวายังไม่ตอบ พอหันไปหาน้องกลับเบือนหน้าหนีมองออกนอกหน้าต่าง ทำทีเป็นไม่สนใจ เมื่อวานตอนคุยโทรศัพท์กันก็พูดแค่ไม่กี่ประโยคแล้วชิงวางสายไปก่อน ท่าทางมึนตึงของน้องทำให้ผมรู้สึกหนักใจ

ถ้าว่างก็ไปงานวันเกิดไอ้ดินเป็นเพื่อนพี่หน่อยผมชวนคุยตามปกติ หวังว่าน้องจะหายโกรธได้เองอยากกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนไหม หรือจะไปทั้งชุดนี้?”

“.....”

วา…” ผมเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงแล้วยื่นมือไปหวังจะลูบหัว แต่กลับถูกน้องยกแขนขึ้นมาขวาง

อย่ามาทำดีกับวาได้ไหมคนด้านข้างหันกลับมาจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าโกรธๆอย่ามาทำเหมือนให้ความหวัง แล้วถ้ามีงานยุ่งมาก ต่อไปไม่ต้องคอยรับส่งวาหรอก วาเกรงใจ

คำพูดของวาทำให้ผมต้องเบี่ยงรถเข้าจอดข้างทางเพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง ฟังดูก็รู้ว่าน้องแค่ประชด ถ้าไม่อยากมาด้วยกันน้องคงกลับไปก่อนแล้ว แต่นี่อุตส่าห์ยืนรอผมอยู่ที่เดิมตั้งนาน แล้วที่ประชดแบบนี้ก็คงเพราะน้อยใจ

งั้นพี่ควรทำยังไง เลิกคุยกับเราไปเลย?” ผมไม่ยกเอาเรื่องรับส่งน้องมาเป็นประเด็น

“.....”

ถ้าวาต้องการอย่างนั้นพี่คงทำให้ไม่ได้ เพราะพี่ยังอยากเจอ อยากคุยกับวา...วาเป็นน้องชายคนเดียวของพี่นะ

ก็แค่...น้องชายน้ำเสียงของวาฟังดูน้อยใจผิดจากสีหน้ามึนตึง ดวงตากลมโตที่จ้องมองผมเริ่มมีน้ำคลอ แต่น้องคงไม่อยากร้องไห้ให้เห็นเลยพยายามกลั้นไว้แล้วเสหลบตา

พี่ต้องทำยังไงวาถึงจะยอมกลับมาคุยกับพี่เหมือนเดิม

ไม่รู้น้องพูดโดยไม่ยอมหันมามอง และถึงจะตอบว่าไม่รู้แต่ผมพอเดาออกว่าน้องต้องการอะไร

น้องอยากให้ผมทำกับเขา...เหมือนที่เขาทำต่อผม อยากให้ผมรักในแบบเดียวกัน

ไม่รู้?” ผมแกล้งถามย้ำ ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยแล้วจับคางน้อง บังคับให้หันมาจ้องหน้ากันตรงๆแต่พี่ว่าพี่รู้นะ

ผมโน้มตัวเข้าหา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ จากอีกฝ่าย ดูน้องจะตกใจกับพฤติกรรมแปลกๆ ของผม เอาแต่เบิ่งตาโตมองผมอย่างทำอะไรไม่ถูก

ผมยกยิ้มบาง ก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากนุ่มหยุ่น ไล้เล็มดูดเม้มเชื่องช้า ค่อยเป็นค่อยไป พยายามปรามตัวเองไม่ให้เผลอล้วงล้ำเข้าไปในโพรงปากอุ่นชื้นเมื่อน้องเริ่มจูบตอบ แต่กลิ่นหอมละมุนจากร่างในอ้อมแขนทำให้ผมหักห้ามใจได้ยากเหลือเกิน ทันทีที่รู้ตัวว่ามือเริ่มปัดป่ายไปตามเรือนร่างผอมบาง ผมก็ตัดใจถอนจูบออก มองเรียวปากอวบอิ่มนั้นอย่างเสียดาย

พี่รักวา...ริมฝีปากของผมคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ น้ำเสียงที่ใช้พูดฟังดูอ่อนโยนกว่าทุกทีจนผมเองยังแปลกใจ

รักแบบไหนสีหน้าของน้องดูสับสน

รักแบบไหนไม่สำคัญผมกดจูบเบาๆ ลงบนริมฝีปากอิ่มซ้ำอีกครั้ง กระซิบบอกคำหวานก่อนจะผละห่าง “...รู้แค่ว่ารักก็พอ

ใช่...มันไม่สำคัญหรอก ตอนนี้วายังเด็ก น้องคงเข้าใจผิดว่ารักผมในแง่นั้น โตขึ้นความรู้สึกน้องอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ตราบใดที่ผมยังควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ให้เลยเถิด ย่อมไม่เป็นไร

อาจจะเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว แต่ในเมื่อผมอยากได้วา ไม่ว่าน้องจะรักผมในรูปแบบไหน ขอแค่ผมเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขาก็พอแล้วนิ เพราะสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ของมันไม่ได้ต่างกัน...

ในเมื่อสิ่งที่ผมต้องการคือ ทำให้วายุกลายมาเป็นของผมเพียงคนเดียว

[End Make’s Part]

 

พี่เมฆทำเหมือนกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของผม เขาบอกว่าคิดกับผมแค่น้องชาย แต่ดันจูบกันแล้วบอกรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขนาดนั้น ผมไม่รู้เลยว่าพี่เมฆทำทั้งหมดนั่นไปเพื่ออะไร ถ้าแค่หวงก้างไม่อยากเสียผมไปทั้งที่ไม่ต้องการจะคบกัน คงต้องบอกว่าเขาทำสำเร็จ เพราะผมหลงเขายิ่งกว่าเดิมจนถอนตัวไม่ขึ้น

ถ้าผมขอเชื่อคำพูดของพี่เมฆ รับรู้แค่ว่าเขารักผมก็พอ และทำตามความรู้สึกตัวเอง กอบโกยความสุขจากสิ่งที่เป็นอยู่ โดยไม่ต้องสนว่าเราคบกันในฐานะอะไร จะได้ไหม...

ผมเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง เขาคงรู้สึกตัวว่าโดนจ้องเลยหันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้ มือที่จับพวงมาลัยอยู่เมื่อครู่ เลื่อนมากอบกุมมือผม ใช้นิ้วโป้งนวดคลึงบนหลังมือเบาๆ

เป็นอะไรไป ทำไมมองพี่แบบนั้นเสียงทุ้มต่ำถาม ก่อนที่สายตาคมกล้าจะกลับไปจดจ่อบนถนน

มองแบบไหน

มองเหมือนพี่เป็นคนร้ายที่ปล้นหัวใจเรามาไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างพี่เมฆจะเล่นมุกอะไรแบบนี้...แต่มันก็ทำให้ผมต้องกลั้นยิ้มจนเมื่อยแก้ม

มีถุงไหมครับ...วาคลื่นไส้

ฮึๆพี่เมฆหัวเราะขำ บรรยากาศในรถผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากที่เราสองคนพากันเงียบตั้งแต่ฉากจูบดูดดื่มนั่นจบลงจนกระทั่งขับรถมาถึงตัวเมือง

จะว่าไป...พี่เมฆก็เป็นคนร้ายจริงๆ นั่นแหละผมขมุบขมิบปากพูดเสียงเบา เหมือนบ่นงึมงำกับตัวเองมากกว่าจะบอกให้คนด้านข้างได้ยิน

หืม...

ได้หัวใจวาไปแล้วก็ดูแลให้ดีด้วยนะ

ประโยคนี้พี่เมฆคงได้ยินชัดเจน เพราะอีกฝ่ายกระชับมือที่กุมกันไว้แน่นขึ้น พวกเราต่างคนต่างเงียบกันไปอีกครั้ง จนกระทั่งรถจิ๊บเลี้ยวเข้ามาจอดในเขตรั้วบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลาง ประมาณด้วยสายตาพื้นที่โดยรวมคงเกือบสามไร่ หน้าบ้านจัดสวนได้อย่างลงตัวและร่มรื่นน่าอยู่

ดูท่าพี่ดินคงมีฐานะระดับหนึ่ง เพราะบ้านหลังนี้อยู่ในย่านธุรกิจที่รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร ตึกแถว โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ราคาที่ดินสูงลิ่วจนแทบไม่มีบ้านเดี่ยวหลังอื่นในละแวกใกล้เคียง

ผมก้าวลงมาจากรถ เดินตามคนตัวสูงไปยังตัวบ้าน ประตูบานคู่ที่ทำจากไม้แกะสลักไม่ได้ถูกล็อกไว้ เขาพาผมเข้าไปด้านในโดยไม่ขออนุญาตเจ้าบ้าน เดินผ่านห้องรับแขกมาถึงห้องนั่งเล่นที่มีประตูกระจกทะลุไปยังสระว่ายน้ำด้านนอก

ริมสระมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งห้อยขาแช่น้ำ เขาไม่ได้สวมเสื้อและหันหลังให้พวกเราอยู่ คาดเดาจากทรงผม แผ่นหลังกำยำ กับรอยสักมังกรบนต้นแขนซ้ายตั้งแต่หัวไหล่จนเกือบถึงข้อศอก เขาคงเป็นเจ้าของวันเกิด แต่ผมไม่เห็นคนอื่นอยู่บริเวณนั้นเลย บางทีงานคงยังไม่เริ่มเพราะตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงครึ่ง

นั่งก่อนสิพี่เมฆบอกอย่างกับเป็นเจ้าบ้าน ขณะที่ตัวเองเดินไปเลื่อนประตูกระจกเปิดค้างไว้ แล้วตะโกนสั่งคนที่นั่งชมบรรยากาศอยู่ด้านนอกไอ้ดิน มาเสิร์ฟน้ำให้แขก

พี่ดินเหลียวกลับมามองก่อนจะลุกเดินมาหา พอถึงตัวเพื่อนสนิทก็กอดคอลากมานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผม

อยากดื่มอะไร บริการตัวเองเลยเพื่อนเขาบอกพี่เมฆพลางพยักพเยิดมาที่โต๊ะกระจกทรงเตี้ยตรงหน้าพวกเราซึ่งมีน้ำเปล่า น้ำอัดลม กับแอลกอฮอล์นานาชนิดวางอยู่ ส่วนกระติกน้ำแข็งตั้งอยู่บนพื้นข้างกันน้องวาหิวรึยังครับ

นิดหน่อยครับ

รอหน่อยนะ พี่สั่งพิซซ่ามาแล้ว ตอนนี้ที่บ้านมีแต่ขนมขบเคี้ยว กินรองท้องก่อนไหม

ไม่เป็นไรครับ

งั้นนั่งคุยกันไปก่อน เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนชุดเสร็จจะลงมาพี่ดินบอกก่อนจะลุกเดินไปทางบันไดขึ้นชั้นสอง

ผมมองสำรวจรอบห้อง ไม่มีของตกแต่งอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นงานปาร์ตี้เลย เครื่องดื่มที่เตรียมไว้ก็มีพอสำหรับแค่สิบถึงสิบห้าคน น่าจะแค่นัดกินดื่มกันไม่มีอะไรพิเศษ

ที่นี่ไม่มีแม่บ้านเหรอครับผมสงสัยตั้งแต่พี่ดินกดรีโมทเปิดประตูรั้วเอง จนกระทั่งเดินเข้ามาในบ้านแล้ว บ้านที่มีพื้นที่กว้างขนาดนี้แต่กลับไม่เห็นแม่บ้านหรือคนสวนเลย

ดินมันชอบความเป็นส่วนตัว แม่บ้าน คนสวนมาทำงานแค่ช่วงบ่าย เสร็จงานก็แยกย้ายกลับบ้านตัวเอง

งั้น...พี่เขาอยู่คนเดียวเหรอครับ

เปล่า อยู่กับน้องชายอีกคน

“.....”

ดูเราสนใจเพื่อนพี่นะพี่เมฆถามพลางรินน้ำเปล่าใส่แก้วยื่นมาให้

ก็...นิดหน่อยครับ

ถ้าน้องชายพี่ดินคือคนเดียวกับที่ผมเจอที่โรงเรียน ผมก็ควรรู้ข้อมูลของคนบ้านนี้เอาไว้หน่อย เพราะเขาดันมาทำท่าทีแปลกๆ กับเพื่อนสนิทคนเดียวของผม

ทำไมถึงสนใจสีหน้าพี่เมฆดูเคร่งขรึมลงพี่นึกว่าวาไม่ค่อยชอบเพื่อนพี่เสียอีก

ก็…”

นินทาอะไรเพื่อนวะเสียงพี่ดินดังขัดขึ้น มองจากมุมนี้เห็นแค่ขายาวๆ กำลังก้าวลงบันไดมาจากชั้นบน จากที่ผมคิดจะซักเรื่องน้องชายอีกฝ่ายต่อ เลยต้องหุบปากเงียบพิซซ่ามาส่งแล้วมั้งพอพี่ดินเดินมาถึงโต๊ะที่พวกเรานั่งกันอยู่ก็มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านพอดี

พนักงานพิซซ่าไม่น่าจะขับรถยนต์มาส่งหรอกมั้ง?

ขณะที่ผมกำลังสงสัย คำตอบก็โผล่หน้ามาให้เห็น คนส่งพิซซ่าที่ว่าคือผู้ชายสวมเสื้อกาวน์คณะวิศวะ เขาถอดแบบมาจากพี่ดินแทบทุกกระเบียดนิ้ว ในมือถือถุงใส่กล่องพิซซ่าซ้อนกันสี่ถาด กำลังเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ข้างหลังยังมีผู้ชายอีกคนตามมาด้วย แต่เพราะถูกร่างกายใหญ่โตของคนด้านหน้าบังไว้ ผมจึงเห็นแค่ว่าอีกฝ่ายใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลาย จนทั้งสองเดินมาเกือบถึงโต๊ะ ถึงเห็นหน้าชัดๆ

อ้าวต้น?”

วา...มาไงเนี่ย

กูสิต้องถาม ทำไมจู่ๆ มึงโผล่มาได้

หืม...พี่ดินรู้จักเด็กนี่ด้วยเหรอครับผู้ชายที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นน้องชายพี่ดินเลิกคิ้วถาม

น้องชายไอ้เมฆน่ะ...พี่ก็ลืมไปเลยว่าวาเรียนโรงเรียนเดียวกับต้นขณะพูด พี่ดินจ้องมองเพื่อนผมด้วยแววตาวับวาวจนผมเองรู้สึกแปลกๆ แทน ยิ่งอีกฝ่ายไล่มองต่ำลงช้าๆ ก่อนจะวกกลับมาที่ใบหน้า มันเหมือนกับเขาลวนลามต้นทางสายตา ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่พอใจตัวสูงขึ้นนิดหน่อยรึเปล่าปากว่ามือก็ยื่นไปยีหัวคนตรงหน้าเบาๆ ในขณะที่ต้นเอาแต่ยืนเงียบปล่อยให้คนไม่น่าไว้ใจอย่างพี่ดินแตะเนื้อต้องตัว

ต้นมานั่งข้างกูนี่มาผมกระชากแขนเพื่อนให้นั่งลงบนโซฟาข้างกัน สีหน้าที่คงแสดงออกว่าไม่พอใจทำให้พี่ดินหัวเราะในลำคอ เขาทรุดตัวลงนั่งข้างพี่เมฆ ส่วนน้องชายที่ดูไม่ได้นิสัยดีกว่ากันสักเท่าไหร่ วางพิซซ่าลงกลางโต๊ะ แล้วนั่งบนโซฟาเดี่ยวที่กั้นกลางระหว่างต้นกับพี่ชายตัวเอง

ต้น มึงไปสนิทกับสองพี่น้องนี่ได้ไงกระซิบถามพลางเหลือบมองสองพี่น้องที่กำลังคุยกัน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตากวาดผ่านผู้ชายอีกคน เขานั่งนิ่งขรึมกว่าปกติ ขมวดคิ้วมองมือผมที่จับแขนเพื่อนอยู่ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังทำผิดจนต้องรีบปล่อยออก

พี่เป็นคนหวงของถ้าต้องแบ่งของชิ้นนั้นให้คนอื่น พี่ยอมทำให้มันพังดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีใครมาอยากได้ของๆ พี่อีก จู่ๆ ผมก็นึกถึงคำพูดคลุมเครือนั่นขึ้นมา อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าของที่พี่เมฆหมายถึงคือตัวผม และไม่ว่าเขาจะหวงกันในฐานะอะไร มันก็ทำให้รู้สึกดีอยู่ดี

ไม่ได้สนิท...แค่รู้จักกันเสียงคนข้างๆ ดึงให้ผมกลับไปสนใจมันอีกครั้ง สีหน้าไอ้ต้นดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนกำลังเครียดและคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

มึงเป็นอะไรรึเปล่า ดูแปลกๆ ตั้งแต่เจอน้องพี่ดินแล้วนะ

พี่หินน่ะเหรอมันตอบเสียงเรียบๆไม่มีอะไร...กูแค่เครียดๆ เรื่องรายงานกลุ่มนิดหน่อย

คนแบบไอ้ต้นน่ะเหรอจะเครียดเรื่องการบ้าน...โกหก

ซุบซิบอะไรกัน ไหนบอกว่าหิว พิซซ่าร้านนี้อร่อยนะ รีบกินตอนร้อนๆ สิพี่ดินพูดแทรกขึ้น เขายกกล่องพิซซ่าออกจากถุงแล้วเปิดฝากออก หยิบชิ้นหนึ่งส่งมาให้ผม ก่อนจะหยิบอีกชิ้นให้ไอ้ต้น ท่าทางมันไม่ค่อยอยากกิน แต่ก็รับมาถือไว้ต้นอยากดื่มอะไร โค้กไหม หรือน้ำเปล่า?”

อะไรก็ได้

วันนี้น้องมันเป็นอะไร ว่าง่ายผิดปกติสายตาคมกล้าเหลือบมองน้องชาย คิ้วเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม

เป็นแบบนี้ก็น่ารักดีนี่ หรือพี่ชอบให้พยศมากกว่า?” พี่หินหัวเราะหึ เปิดกระติกที่ตั้งอยู่บนพื้นชิดขาโต๊ะ ตักน้ำแข็งใส่แก้วแล้วรินน้ำเปล่าวางให้ตรงหน้าต้นท้องว่าง ซดน้ำเปล่าไปก่อน

ดูแลกันดีจริง

ผมมองสองพี่น้องที่กำลังนั่งจ้องหน้ากันไปมา ปฏิกิริยาที่สองคนนี้มีต่อเพื่อนผมมันชวนให้ตงิดใจ พอจะหันไปกระซิบถามเจ้าตัวว่ามีความสัมพันธ์ยังไงกับสองคนนี้แน่ พี่ดินดันชวนคุยเรื่องอื่นขึ้นมาเสียก่อน ผมเลยต้องยกพิซซ่าในมือขึ้นมากินเงียบๆ พูดตอบบ้างเวลาถูกถาม แต่ไม่ได้สนใจกับหัวข้อสนทนามากนัก จนหกโมงกว่าคนอื่นถึงทยอยกันมา นับรวมพวกเราแล้วมีแค่แปดคนซึ่งสองคนในนี้เป็นผู้หญิง

น่าแปลกที่พี่ดินจะจัดปาร์ตี้วันเกิดได้เรียบง่ายขนาดนี้ บุคลิกอย่างเขาน่าจะไปฉลองอยู่ในผับมากกว่า ยิ่งกว่านั้นทุกคนที่มาไม่มีใครถือของขวัญติดมือมาด้วย ราวกับเป็นธรรมเนียมที่รู้กัน

ในห้องเริ่มครึกครื้นขึ้น พี่ดินเปิดเพลงสากลคลอเบาๆ ทุกคนทักทายพูดคุยตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันบ่อยนัก ผมกับต้นที่ไม่รู้จักคนอื่นๆ เหมือนถูกกันออกมาอยู่นอกวงกลายๆ ถ้าเป็นปกติผมคงหยิบมือถือขึ้นมาเล่น หรือไม่ก็ชวนเพื่อนด้านข้างคุย แต่วันนี้มีเรื่องให้คิดเลยอยากอยู่กับตัวเองมากกว่า

เบื่อรึเปล่าเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยหัวเราะของคนรอบข้าง ก่อนจะยื่นมือมาเช็ดมุมปากที่เลอะซอสให้มานั่งข้างพี่ไหม

ผมเหลือบมองต้นที่เอาแต่เงียบพอกัน แล้ววางพิซซ่าในมือที่กัดจนเหลือแต่ขอบแป้งลงบนจานกระดาษไม่เป็นไรครับ

แหม แค่น้องข้างบ้านต้องดูแลดีขนาดนี้เชียว ทีกับยัยฝ้ายไม่เห็นจะสนใจ

ฝ้าย...ใคร?

จู่ๆ พี่ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มก็พูดเปรียบเทียบผมกับคนอื่นขึ้นมา ถ้าจำไม่ผิดเธอน่าจะชื่อแพร เท่าที่สังเกตผมเห็นเธอแอบมองพี่เมฆอยู่ตลอด สายตาดูจะพึงพอใจเกินฐานะเพื่อน แต่ผมพยายามไม่ใส่ใจจนกระทั่งถูกพูดจาใส่ด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน

ผู้ชายที่ไหนเขาเช็ดปากให้กัน? นี่อย่าบอกนะว่าแกชอบอะไรแบบนี้ด้วยพี่แพรยังคงพูดต่อ ดูจากปริมาณเหล้าที่ดื่มเข้าไปกับน้ำเสียงยานคางเล็กน้อย เธอคงเริ่มเมาแล้ว

แพร เมาแล้วพล่ามไปเรื่อยนะแก เมฆมันจะชอบแบบไหนยังไงก็เรื่องของมัน แกไปยุ่งอะไรด้วยพี่ผู้หญิงอีกคนปราม ขณะที่คนที่ถูกพูดกระทบถึงเอาแต่นั่งจิบเหล้าเงียบๆ ไม่คิดจะโต้ตอบหรืออธิบายอะไร

เอ้า จะไม่ยุ่งได้ยังไงก็ยัยฝ้ายมันเป็นเพื่อนฉัน แล้วมันก็เป็น...

พอๆ อย่าพูดมาก ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์ กูจะเป่าเค้กไม่ทันที่พี่แพรจะพูดจบประโยคก็ถูกเจ้าของวันเกิดขัดขึ้นเสียก่อน เค้กช็อกโกแลตที่เพื่อนคนหนึ่งหิ้วมาฝากถูกยกมาวางบนโต๊ะ แกะกล่องและปักเทียน พี่เมฆที่นั่งจิบเหล้าอยู่เมื่อครู่ลุกไปปิดไฟ เสียงเพลงอวยพรวันเกิดดังขึ้นสั้นๆ ยังไม่จบท่อนสองเปลวเทียนก็ถูกเป่าดับ ก่อนเค้กจะถูกตัดแบ่งให้ทุกคนรอบโต๊ะ

พี่เมฆเดินกลับมายืนอยู่ข้างโต๊ะพักใหญ่แล้ว เขามองโซฟาตัวยาวสำหรับสี่คนที่ผมนั่งอยู่ ก่อนจะเดินแทรกผ่านเพื่อนคนหนึ่งเข้ามา ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างผมขยับให้พี่เมฆนั่งลงแทนเพราะยังเหลือที่ว่างพอ ผมเหลือบมองพี่แพร สีหน้าเธอดูไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม แต่เธอคงพอมีสติรับรู้ว่าไม่ควรพูดให้เสียบรรยากาศอีก จึงทำเพียงยกเหล้าขึ้นดื่มเงียบๆ

คนชื่อฝ้ายเป็นใครเหรอครับความนัยจากประโยคที่พี่แพรพูดมันชวนให้ผมคิดไม่ตก และเผลอใช้น้ำเสียงขุ่นมัวถามคนข้างๆ ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์หึงหวง ในเมื่อพี่เมฆแค่บอกรักแต่ไม่เคยพูดว่าผมเป็นแฟนหรืออยู่ในฐานะอะไร

ทำไม...หวงพี่เหรอแขนกำยำยกขึ้นโอบไหล่ผม ใช้มือยีหัวจนผมยุ่งเหยิงไว้พี่ฝ้ายเขากลับมาพี่จะแนะนำให้รู้จัก

เขาเป็นอะไรกับพี่ครับผมถามย้ำอีก

เพื่อนสนิทพี่ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี

พี่เมฆเรียนจบปริญญาตรี?...ก่อนหน้านี้ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าพี่เมฆจบแค่ชั้นมัธยม เพราะแม่เคยเล่าว่าเมื่อก่อนคนในหมู่บ้านไม่ใส่ใจกับการศึกษามากนัก คนหนุ่มรุ่นเดียวกับพี่เมฆในหมู่บ้านเราจึงมีส่วนน้อยที่ได้เรียนต่อ เลยไม่คิดว่าพี่เมฆที่พื้นฐานฐานะไม่ดีแถมยังตัวคนเดียวจะจบระดับปริญญาตรี

เห็นผมเงียบไปพี่เมฆก็ชวนคุยเรื่องอื่น สลับกับโต้ตอบเพื่อนๆ บ้าง จนเกือบสามทุ่มพี่ดินก็ออกปากไล่แขกทุกคนกลับบ้าน ผมชวนให้ต้นกลับด้วยกัน แต่มันบอกว่าจะอยู่ช่วยเก็บกวาดก่อนแล้วเดี๋ยวพี่ดินจะไปส่ง

ผมเดินตามพี่เมฆมาที่ประตูหน้า ขณะที่คนอื่นๆ ขึ้นรถของตัวเองและขับออกไปกันแล้ว แต่ก่อนจะก้าวออกจากประตูก็นึกได้ว่าลืมมือถือทิ้งไว้บนโซฟาเลยให้พี่เมฆไปสตาร์ทรถรอ ส่วนตัวเองเดินย้อนกลับเข้ามาในบ้าน

เกือบถึงห้องนั่งเล่น ผมได้ยินเสียงคนพูดคุยกันดังแว่วมา คำพูดแปลกๆ พวกนั้นทำให้ผมต้องขวดคิ้ว แล้วก่อนที่เท้าจะก้าวเข้าไปด้านใน ตัวของผมก็แข็งทื่อกับภาพที่เห็น ได้แต่ยืนมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ต้นกำลังยืนจูบดูดดื่มอยู่กับพี่ดิน ในขณะที่ถูกน้องชายฝ่ายนั้นยืนประกบแผ่นหลัง ซุกไซร้ใบหน้าเข้ากับซอกคอและกำลังใช้ฝ่ามือลูบไล้ตามหน้าท้อง ก่อนจะสอดเข้าไปในกางเกง เสียงดูดกลืนชวนวาบหวามและเสียงครางเครือที่ดังสะท้อนมาจากด้านในทำให้ผมรู้สึกปั่นป่วน

ของขวัญน่ารักดี...พี่ชอบ

พี่ดินกระซิบกระซาบน้ำเสียงต่ำพร่าหลังจากถอนจูบออก ดวงตาหลุบต่ำมองคนในอ้อมแขนครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบขึ้น สายตาวามวาวจ้องมาทางผม

เท้าของผมก้าวหลบไปด้านหลังกำแพงทันทีโดยสัญชาตญาณ พอได้สติจึงพาตัวเองกลับมาที่ประตูหน้า ถ้าออกไปตอนนี้คนในนั้นต้องรู้แน่ว่ามีคนเห็น และมือถือบนโซฟาที่ผมลืมเอาไว้จะบอกพวกเขาว่าเป็นใคร

ผมไม่อยากให้ต้นลำบากใจ

ยืนรวบรวมความคิดอยู่ครู่หนึ่งผมจึงหมุนลูกบิดเปิดประตูออกแล้วปิดลงอีกครั้ง ก่อนจะเดินลึกเข้าไปในบ้าน จงใจลากเท้าเสียงดังให้คนทั้งสามได้ยิน

เข้ามาในห้องนั่งเล่น สามคนนั้นไม่ได้กอดรัดกันอย่างตอนแรก แต่สภาพกระดุมหลุด เสื้อผ้ายับยู่ก็ชวนให้คิดเตลิดถึงไหนต่อไหน พวกเขาเอาแต่ยืนนิ่งมองผมเดินไปหยิบไอโฟนบนโซฟา บรรยากาศชวนน่าอึดอัดจนผมอยากจะวิ่งหนีออกไปเร็วๆ ซึ่งแน่นอนว่าผมจะทำตัวส่อพิรุธแบบนั้นไม่ได้ หลังจากยัดมือถือใส่กระเป๋ากางเกงจึงทำเพียงสาวเท้าจากมาเงียบๆ ตอนที่เดินสวนกับพี่ดิน สายตาวับวาวที่พี่เขาใช้มองผม มันทำให้ผมรู้สึกราวกับถูกจับได้ว่าแอบยืนมองพวกเขากอดจูบกัน...

 

Pie2Na

เอ๊ะต้น แกยังไงแน่ มาเหมือนจะรุก...ทำไมไปถูกขนาบเป็นแซนวิชซะงั้น

ตัวไปอยู่กับเขา ใจอยู่ที่น้องวารึเปล๊าาา

ความลับของสามคนนี้มีเฉลยในตอนพิเศษแหละ เซอร์วิสให้คนซื้อหนังสือ (แอบขายของ หาเงินซื้อข้าวกิน ฮ่า)

รออ่านเม้นอยู่น้า ขอบคุณทุกกำลังใจ และขอบคุณที่สนับสนุนผลงานพายนะครับ

ซึ้งใจ TT

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #146 Aunchiree (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 15:28
    ดินต้นหิน
    #146
    0
  2. #123 gronchawan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 07:40
    ต้นซักคนสิ
    #123
    0
  3. #122 palmy3050 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 13:30
    ขอเรื่องแยก ชอบบบฮือออ
    #122
    0
  4. #121 foreverkyungsoo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 01:01
    โอ้ยยยยเรื่องแยกเลยกว่าชอบ!!! ซื้อ!!! รัก!!!
    #121
    0
  5. #120 Noo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 19:09
    ชอบที่พี่เมฆอ่อนโยน ><
    #120
    0