[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 10 : Chapter 09 :: เหตุผลที่ 'หวง' (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    5 พ.ย. 60

Chapter 9

เหตุผลที่ หวง

 

            จบคาบสุดท้าย ผมมายืนรอพี่เมฆข้างรั้วโรงเรียนตรงตำแหน่งเดิมที่เคยรอเป็นประจำทุกวัน ตอนแรกผมดีใจนะที่พี่เมฆทำตามสัญญา คอยรับส่งผมไปโรงเรียนทุกวันตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่พักหลังๆ ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่า...พี่เขาทำเพราะอยากดูแลผมจริงๆ หรือใช้หน้าที่นี้เป็นข้ออ้างเพื่อให้ได้เจอแม่ทุกวันกันแน่  

            ใช่...สองคนนั้นเจอหน้ากันทุกวัน ทั้งเช้าเย็น และมันทำให้ผมอึดอัดแทบบ้าที่ต้องเห็นแม่ตัวเอง มองผู้ชายคนอื่นด้วยสายตาห่วงใย แบบเดียวกับที่ใช้มองพ่อกับผม

            ผมรู้สึกตัวเองเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย...ไม่รู้ว่าสิ่งคิดเป็นความจริงหรือเปล่า แม่กับพี่เมฆมีสัมพันธ์กันแบบไหน ที่แย่กว่านั้น...ถึงผมจะโกรธพี่เมฆ แต่ในขณะเดียวกัน ทุกอย่างที่เป็นตัวเขากลับทำให้ผมสนใจ ทำให้อยากรู้ และชอบเขามากขึ้นทุกวัน  

            ไม่แปลกใจเลยถ้าแม่คิดจะนอกใจพ่อเพราะคนแบบนั้น...

            ความคิดวุ่นวายในหัวผมหยุดชะงักลง เมื่อรถจิ๊บสีดำจอดแล่นเข้ามาจอดเทียบริมฟุพาธห่างจากจุดที่ผมยืนอยู่ไม่กี่เมตร ไม่รอให้คนขับบีบแตรเรียก ผมก็รีบพาตัวเองขึ้นไปนั่งในรถ ก่อนจะยกมือสวัสดีผู้ชายหน้าตาคมคายที่นั่งอยู่ด้านข้าง

            “เพื่อนพี่เปิดร้านกาแฟสาขาใหม่วันแรก พี่ว่าจะแวะเข้าเมืองไปอุดหนุนร้านมันหน่อย วาอยากไปกับพี่ไหม”

            “เอาสิครับ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่นี่ วาเคยเข้าไปในตัวเมืองแค่ครั้งเดียวเอง”

            “วาอยากไปเที่ยวที่ไหนต่อไหม พี่พาไปได้นะ”

            “อืม...ไปดูหนังกันไหมครับ หนังที่วาอยากดูเข้าวันนี้พอดี”

            พี่เมฆยกนาฬิกาขึ้นดู “ถ้าดูหนังคงกลับดึกเลยนะ แม่เราไม่ห่วงแย่เหรอ”

            “ไม่หรอกครับ ทุกทีเวลาบอกว่าจะไปไหนกับพี่เมฆ ดูแม่จะดีใจด้วยซ้ำ”

            สายตาคมกริบเหลือบมองผมเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับถนน “งั้นเดี๋ยวพี่โทรบอกแม่เราให้แล้วกันว่าวันนี้จะกลับดึกหน่อย”

            “เรื่องในครอบครัวไม่ต้องรบกวนพี่หรอก เดี๋ยววาจัดการเอง” ขณะอ้าปากพูด มือก็ล้วงไอโฟนในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์ ระหว่างนั้นผมเห็นจากทางหางตาว่าคนข้างๆ หันมา จึงเงยหน้าจากจอมือถือ วินาทีที่เราสบตากัน พี่เมฆขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับเอะใจในสิ่งที่ผมพูด

            ...ซึ่งผมคาดหวังให้เป็นอย่างนั้น

 

            ตอนที่พวกเราลงจากรถมาเดินข้างกัน ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าการแต่งตัวของพี่เมฆดูแปลกตาจากปกติ...นาฬิกาข้อมือโรเล็กซ์ เสื้อกล้ามสีขาวลายกราฟฟิก กางเกงยีนเข้ารูปสีเทา และรองเท้าผ้าใบสีดำแบรนด์อามานี่ ทั้งเนื้อทั้งตัวรวมมูลค่าหลักล้าน คิดว่าพี่เขาเอาเงินจากไหนมาซื้อของแพงๆ พวกนี้กัน?

            “พี่เมฆ...นาฬิกาเรือนนี้ราคาเท่าไหร่ครับ”

“หือ?” พี่เมฆขมวดคิ้ว ท่าทางแปลกใจ ขณะเดียวกันก็ล้วงไอโฟนออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาพิมพ์ข้อความตอบใครสักคนผ่าน WhatsApp

ระหว่างเดินเข้าร้านกาแฟ ผมก้มมองไอโฟนในมือพี่เมฆอีกครั้ง ไม่ได้อยากอ่านข้อความยาวๆ พวกนั้น แต่สนใจสามาร์ทโฟนสีดำรุ่นใหม่ล่าสุดของพี่เขาต่างหาก...มันไม่ใช่เครื่องเดียวกับที่ผมให้ เพราะเป็นรุ่นที่เพิ่งวางขายเมื่อวาน

“นาฬิกาเหรอ...” คนตัวสูงถามย้ำอีกครั้งหลังจากเงยหน้าขึ้นจากจอไอโฟน ปกติพี่เมฆไม่ติดโซเชียล แทบไม่ค่อยพกมือถือติดตัวด้วยซ้ำ ข้อความที่ส่งมาคงสำคัญพอควรจึงดึงความสนใจพี่เขาจากโลกความเป็นจริงได้ชั่วขณะ “พี่ซื้อไว้นานแล้ว จำราคาไม่ได้เหมือนกัน”

            นาฬิกาข้อมือราคาเจ็ดหลัก...ถ้าไม่ใช่เป็นพวกเศรษฐีที่ซื้อเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นหรือมีคนอื่นให้มาก็ควรจำราคาได้ แต่ผมว่า...อย่างพี่เมฆน่าจะเป็นเหตุผลหลังมากกว่า

            แล้วใครในหมู่บ้านเราจะรวยขนาดให้นาฬิกาโรเล็กซ์เป็นของขวัญได้ล่ะ?

            “ไงเพื่อน ไม่เจอกันแค่เดือนกว่า ไปแอบมีลูกโตขนาดนี้แล้วเหรอวะ” เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายมาจากทางเคาน์เตอร์บาร์ ดึงให้ผมกลับมาสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า คนพูดเป็นผู้ชายตัวสูงกำยำพอๆ กับพี่เมฆ ผิวขาวจัด หน้าตาออกตี๋ แต่ดูแบดบอยสุดโต่งด้วยบุคลิกห่ามๆ กับรอยสักมังกรที่ต้นแขน เขายิ้มมุมปาก ยักคิ้วข้างเดียวส่งให้ผมทีหนึ่ง แล้วสาวเท้าเข้ามาหาเราสองคน

            “นี่น้องกู ชื่อวายุ” บอกกับคนตรงหน้าแล้ว พี่เมฆก็หันมาแนะนำอีกฝ่ายให้ผมรู้จัก “ส่วนนี่พี่ดิน เพื่อนสนิทพี่เอง”

            “น้อง?” พี่ดินเลิกคิ้ว มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา “อ้อ...คนที่มึงเล่าให้ฟังอะนะ หน้าตาไม่เห็นเหมือนมึงเลยนี่หว่า”

            แน่สิ...น้องในนาม ไม่ได้คลานตามกันออกมาจะหน้าตาเหมือนกันได้ยังไง

ขณะคิดค้านอีกฝ่ายในใจ สายตาก็มองสำรวจรอบๆ ร้าน แล้วอดทึ่งไม่ได้...ที่นี่ดูเหมือนอู่แต่งรถมากกว่าร้านกาแฟเสียอีก เพราะใช้อะไหล่รถยนต์มาดัดแปลงเป็นเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และของตกแต่งร้าน แม้แต่พนักงานชงกาแฟกับพนักงานเสิร์ฟยังสวมชุดหนัง ทุกอย่างดูลงตัวในโทนสีดำ เทา ตัดน้ำเงิน สะท้อนตัวตนของเจ้าของร้านได้อย่างดี

            “อืม วายุหน้าตาเหมือนแม่ กูหน้าเหมือนพ่อ”

            คราวนี้ผมเป็นฝ่ายเลิกคิ้วบ้าง แปลกใจที่พี่เมฆรับมุกด้วยสีหน้าตายด้าน ปกติพี่เขาก็ไม่ใช่คนชอบยิงมุกตลกสักเท่าไหร่ ไม่นึกว่าจะเล่นตามน้ำไปกับเพื่อนด้วย แต่อย่างที่เขาพูดกันนั่นล่ะ คนเราจะเป็นตัวเองมากที่สุดก็เวลาอยู่กับเพื่อนฝูงคนสนิท พี่เมฆอาจจะมีอีกหลายด้านที่ผมไม่เคยเห็น

            “เออว่ะ หน้าหวานอย่างกับผู้หญิง” มือหยาบกร้านยื่นมาจับแก้มผม ออกแรงบีบจนผมต้องนิ่วหน้า ก่อนที่เจ้าของมือข้างนั้นจะโน้มตัวลงต่ำ ยื่นใบหน้าหล่อร้ายเข้ามาใกล้ ในระยะที่สามารถได้กลิ่นกาแฟกับบุหรี่จากลมหายใจอีกฝ่าย “หน้าตาน่ารักดีนิ”

            “อย่ามายุ่งกับน้องกู” พี่เมฆพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยืนนิ่งเฉย ไม่ได้มีท่าทีคุกคาม แต่คนตรงหน้ากลับยอมปล่อยมือออกจากแก้มผมอย่างว่าง่าย แล้วยกมือขึ้นข้างหัวทำท่ายอมแพ้

            “เออๆ หวงจังวะ” เขาขมวดคิ้ว แสดงสีหน้าขัดใจเล็กน้อย “ของมึงเอาอเมริกาโน่ร้อนเหมือนเดิมใช่ไหม แล้วน้องมึงอยากดื่มอะไร สั่งมา เดี๋ยวกูชงให้”

            “ช็อกโกแลตปั่น”

            “ขนมหน่อยไหม”

            “อะไรก็ได้ที่มีกล้วยหอม”

            อย่างที่บอกว่าพี่เมฆคอยรับส่งผมไปโรงเรียนมาอาทิตย์กว่าแล้ว และเกือบทุกวันช่วงเย็นจนถึงค่ำมืด พวกเรามักจะใช้เวลาด้วยกันที่บ้านของผม พี่เมฆคงสังเกตได้จากขนมหวานกับเครื่องดื่มที่แม่บ้านทำมาให้ทานว่าผมชอบอะไรเป็นพิเศษ แต่ผมก็อดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่คิดว่าคนท่าทางนิ่งขรึมอย่างพี่เมฆ จะใส่ใจรายละเอียดคนรอบข้างขนาดนี้

            “.....” พี่ดินขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขาเหลือบมองผมอีกครั้ง แล้วพูดด้วยทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์บาร์ “ชอบมุมไหนก็หาที่นั่งเอา เดี๋ยวตามไป”

 

            [Special Part: Make]

            ไอ้ดินเป็นเสือไบ และมันก็นิยมชมชอบเด็กผู้ชายรูปร่างผอมบาง หน้าตาหวานๆ มากกว่าพวกผู้หญิงหุ่นสะบึมซะอีก...ผมรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และไม่เคยคิดรังเกียจ แต่มาวันนี้ความเป็นตัวมันกลับทำให้ผมหงุดหงิดใจ

            “อยากเก็บตาไว้มองอย่างอื่น ก็เลิกจ้องก้นน้องกูสักที”

            “โทษที กูเผลอ ไม่ได้ตั้งใจมองหรอก แต่มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ”

            ผมเหลือบมองไปทางน้องชายอีกครั้ง รอจนแผ่นหลังผอมบางหายลับไปหลังบานประตูห้องน้ำจึงเริ่มพูดสิ่งที่ค้างคาใจ “ดิน กูไม่เคยรังเกียจนะที่มึงชอบเด็กผู้ชาย แต่นั่นน้องกู กูขอ”

            “กูว่าแปลกว่ะ” มันเปลี่ยนเรื่อง ก้มมองไปบนโต๊ะ หยิบช้อนเขี่ยเครปกล้วยหอมที่ยังเหลืออยู่เกินครึ่งในจาน “มึงบอกน้องเขาชอบกินกล้วยหอม แต่ทำไมแทบไม่กินกล้วยในเครปเลยวะ”

            ผมเลิกคิ้ว มองตาม “วาชอบกินขนมที่ผสมกล้วยหอม แต่ไม่ชอบกินกล้วยสดๆ”

            “อ้อ! มึงก็ไม่บอกให้ละเอียด...เอาจานนี้ไปเก็บ แล้วขอมัฟฟินบานานามาเพิ่มที่นึง” ประโยคแรกดินบ่นกับผม ส่วนประโยคหลังมันหันไปสั่งพนักงานผู้หญิงในชุดนักแข่งรถสีดำน้ำเงิน ที่ยืนสอดส่องลูกค้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์

            “.....” ผมยกกาแฟขึ้นจิบ ไม่ได้ว่าอะไร ฝ่ายเจ้าของร้านก็นั่งมองผมเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง จนพนักงานเอาขนมมาเสิร์ฟถึงเริ่มพูดต่อ

“เมฆ...ที่กูว่าแปลก ไม่ใช่น้องมึงหรอก แต่เป็นมึงต่างหาก”

            “แปลกยังไง”

            “ช็อกโกแลตปั่น กล้วยหอม...ทีกับ เมีย มึงยังไม่ใส่ใจขนาดนี้เลย”

            “วาเป็นคนในครอบครัว อย่าเอาไปเปรียบเทียบกัน”

            “เหรอ? ประมาณว่าเมียจะหาอีกกี่คนก็ได้ แต่น้องมีคนเดียว? พี่บ้านไหนดูแลน้องชายดีขนาดนี้วะ แล้วดูจากสายตามึงเนี่ย...กูว่ามากกว่านั้นว่ะ” ไอ้ดินกอดอก เอนหลังพิงพนักโซฟา

            “มึงหมายความว่าไง”

            “กูยังต้องอธิบาย...” เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นจากมุมในสุดของร้าน หยุดคำพูดของคู่สนทนาตรงหน้าลงชั่วขณะ “วันนี้ไปติดต่องานลูกค้าต่างชาติมาเป็นไงบ้าง” มันวกเข้าเรื่องงาน เมื่อคนที่ถูกกล่าวถึงกำลังเดินมาที่โต๊ะ  

            “ก็ราบรื่นดี”

            “ลูกค้าตกลงเซ็นสัญญากับมึงได้ไงวะ ดูสภาพ โคตรน่าเชื่อถือ”

            “ในตู้เสื้อผ้ากูไม่มีชุดสูท”

            “เยี่ยม” ไอ้ดินประชด

ยังไม่ทันที่เราจะพูดอะไรต่อ วายุก็เดินมาถึงโต๊ะพอดี น้องเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆ ผม ไม่พูดไม่จาก็ก้มหน้าจดจ่อกับสมาร์ทโฟนในมือ เห็นหน้าจอโชว์รูปนาฬิกาโรแล็กซ์รุ่นต่างๆ ดูท่าทางจะสนใจนาฬิกาแบรนด์นี้เป็นพิเศษ เมื่อกี้ที่หายเข้าห้องน้ำนานก็คงมัวแต่เล่นมือถืออยู่

"วาชอบนาฬิกาโรเล็กซ์เหรอ"

"เปล่าหรอกครับ...พอดีครูให้ทำรายงานเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์เนม" น้องกดปิดหน้าจอ แล้วคว้าช็อกโกแลตปั่นในแก้วพลาสติกมาดื่ม ทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นบานานามัฟฟินบนโต๊ะ

"เมฆมันบอกว่าไม่ชอบเครป พี่เลยสั่งขนมมาให้ใหม่"

"...ขอบคุณครับ"

"ลองชิมดูสิ"

โดนเจ้าของร้านคะยั้นคะยอ วาเลยตักกินคำหนึ่ง เพิ่งจะวางช้อนลง คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ยื่นมาจับแก้ม ใช้นิ้วโป้งเช็ดมุมปากให้ ในขณะที่เจ้าตัวได้แต่นั่งนิ่ง นิ่วหน้าเหมือนไม่ชอบใจ แต่กลับไม่ยอมขยับตัวหนี

"ปากเลอะ" ไอ้ดินบอกพลางดึงมือกลับ น้อยครั้งที่มันจะยั่วโมโหผมได้ แต่วันนี้มันทำสำเร็จ...ผมกำลังหงุดหงิด ทั้งเพราะเพื่อนสนิทมาทำรุ่มร่ามกับน้องชาย และเพราะวายุยอมให้คนอื่นถูกเนื้อต้องตัวง่ายๆ

"ดิน อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ"

"มึงจะอารมณ์เสียไปทำไมวะ มึงก็รู้ว่ากูแค่แกล้งน้องมึงเล่น"

"กูไม่ไว้ใจ"

"มึงไม่ไว้ใจเพราะรสนิยมส่วนตัวของกู? แต่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นไม่เป็นไร?"

ผมขมวดคิ้ว จะผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหน ผมก็ไม่ยอมให้มาแตะตัววาทั้งนั้น ต่อให้เป็นน้าอาทิตย์ พ่อของวาเอง ผมยังอดหงุดหงิดไม่ได้ที่เห็นเขาทำตัวสนิทสนมหรือลูบหัววา

"เห็นไหม..." ไอ้ดินลุกขึ้นยืน โน้มตัวเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบข้างๆ หูผมให้เราได้ยินกันแค่สองคน "ลองดูความรู้สึกตัวเองดีๆ ว่าที่มึงหวงวาขนาดนี้ เพราะอะไร"

"....."

 

ทำไมผมถึงหวงวาขนาดนั้น

คำตอบง่ายนิดเดียว...ผมใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาเกือบยี่สิบปี พอจู่ๆ วันหนึ่งได้รู้ว่าตัวเองมีน้องชายร่วมสายเลือด ที่เป็นเด็กฉลาด จิตใจดี ทั้งหน้าตายังน่ารักน่าเอ็นดู ย่อมต้องหวงน้องชายคนนี้มากเป็นพิเศษ

ซึ่งด้วยรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณที่สวยยิ่งกว่าผู้หญิงของวา อาจจะทำให้ผมเคยเผลอคิดอกุศลกับน้องบ้าง เพราะเราไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่มันเป็นธรรมดาที่ผู้ชายจะเกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่าย ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม โดยเฉพาะผู้ชายแบบผมที่ไม่ได้สัมผัสผู้หญิงมาเกือบสามเดือน 

ไอ้ดินอาจจะคิดว่าผมรู้สึกกับวาเกินกว่าน้องชาย เลยอยากเตือน แต่มันคงลืมไปว่าผมไม่ได้มีรสนิยมเหมือนมัน...ผมชอบผู้หญิง ไม่ได้นิยมชมชอบเด็กผู้ชายตัวผอมบาง และผมก็ไม่เคยพลาดท่าคว้าเด็กผู้ชายทำคู่นอนมาก่อน ซึ่งการที่ผมคอยเป็นห่วงวา หวงไม่อยากให้ใครแตะต้อง นั่นเพราะน้องเป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่ผมมี และแน่นอนว่าผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับอดีตคู่ควงคนไหน

วายุ เป็นน้องชาย...ผมไม่เคยคิดเกินเลยกว่านั้น

“พี่เมฆหิวรึยัง ไปหาอะไรกินกันก่อนไหมครับ กว่าหนังจะฉายอีกเกือบสองชั่วโมง” เสียงพูดของวาดึงให้ผมหลุดจากความคิดวุ่นวายในหัว หันมาสนใจน้องชายตัวผอมแห้งตรงหน้า ในมือวามีตั๋วอยู่สองใบที่เพิ่งซื้อมาจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติเมื่อครู่ โดยที่น้องเป็นคนอาสาออกเงินเองทั้งหมด

ใช่...วาเข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะของผม และผมไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น

“เอาสิ วาอยากกินอะไรล่ะ” ผมถามพลางโอบไหล่น้อง พาเดินออกจากโซนโรงหนัง 

“อืม...สเต๊กดีไหมครับ”

ความจริงผมชอบอาหารไทยมากกว่า แต่เวลาต้องเดินทางไปติดต่องานในแถบยุโรป สเต๊กมักเป็นอาหารอย่างแรกที่ผมเลือก

“อยากกินร้านไหน วาเลือกเลยแล้วกัน”

“งั้น... Wine Xxxx แล้วกันครับ”

แล้วพวกเราก็เข้าไปในร้านสเต๊กที่ว่า ซึ่งห้างนี้มีตัวเลือกอยู่แค่ไม่กี่ร้าน

น้องมองอย่างแปลกใจเล็กน้อย ตอนผมเอ่ยปากสั่งสเต๊กกับพนักงาน อาจเพราะคนบ้านนอกแบบผมที่ดูไม่น่าจะคุ้นเคยกับเมนูพวกนี้ กลับพูดได้คล่องปาก ซึ่งนอกเหนือจากอาหารสี่ห้าอย่าง วายังสั่งไวน์มาด้วยหนึ่งขวด ทีแรกผมไม่ได้ขัด เพราะคิดว่าน้องคงอยากจิบไวน์เพิ่มรสชาติอาหาร แต่นี่กลับดื่มหมดไปหลายแก้วทั้งที่แทบไม่ได้แตะสเต๊กในจาน

“หมดแก้วนี้ ห้ามดื่มต่อ”

“.....” วาชะงักมอง ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ และทำตรงกันข้ามกับที่ผมบอก พอไวน์ในแก้วหมด ไม่รอให้พนักงานเดินมา น้องก็รินเพิ่มด้วยตัวเอง ดื่มแก้วต่อแก้วจนหน้าแดงก่ำ

“วา พี่บอกว่าพอได้แล้ว”

“อย่ามาสั่ง อย่าทำหน้าที่แทนพ่อวา พี่ไม่มีสิทธิ์”

ทั้งท่าทาง น้ำเสียง บ่งบอกชัดเจนว่าน้องเมามาก แต่เจ้าตัวยังดื่มต่อจนของเหลวสีแดงในขวดว่างเปล่า ก่อนจะสั่งมาเพิ่ม จากตอนแรกที่ผมเริ่มอารมณ์ไม่ดี เลยยิ่งหัวร้อนกว่าเดิมเมื่อไวน์ขวดใหม่ถูกนำมาเสิร์ฟ

            “เอาไปเก็บ ไม่เห็นรึไงว่าน้องผมใส่ชุดนักเรียน” ผมบอกเสียงเรียบโดยไม่ได้หันมองพนักงาน ขณะที่คนโดนขัดใจแสดงสีหน้าหงุดหงิด “เป็นอะไร ไหนบอกพี่ว่าอยากดูหนัง ทำไมถึงดื่มจนเมา”

“วาไม่ได้เมา”

ดูท่าตัวหนังที่ซื้อมาวันนี้คงเป็นหม้าย...

ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปส่งสายตาบอกให้พนักงานมาเก็บเงิน

[End Make’s Part]

 

Pie2Na

พี่เมฆ นี่พี่ยังไม่รู้ใจตัวเองหรือพี่ชอบวาแบบน้องชายจริงๆ?

แล้วแบบนี้จะได้รักกันตอนไหน นี่เขียนไปลุ้นไป 5555

ตอนหน้าน้องเมาแล้ว คนเมาต้องขี้อ่อย แฮร่

อ่านแล้วเม้นเป็นกำลังใจเขาบ้างน้า จะรับมาอัพครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #138 Aunchiree (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 13:39
    น้องชายจริงเหรอคะ
    #138
    0
  2. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:55
    เอิ่มมม พี่เมฆ..เมื่อไหร่น้องจะรู้ว่าเป็นพี่น้องกันนน ถถถถ วาอย่าคิดไปเองสิ..เขาเป็นแม่ลูกกันนน55555
    #80
    0
  3. #74 Noey_CHP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:25
    พี่เมฆรู้ใจตัวเองบ้าง
    #74
    0
  4. #58 Vocationa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:56
    ชอบอ่ะ
    #58
    0
  5. #57 'นมชมพู' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 03:36
    รออ่านคนขี้อ่อยยยยย
    #57
    0
  6. #56 foreverkyungsoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:20
    กรี้สสสสสสสรอฉากนั้นนน
    #56
    0
  7. #55 palmy3050 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 19:57
    นี้ชอบดิน ช่วยด้วยยย เง้ ดินของน้องง ดูเถื่อน
    #55
    0