(Not) Innocent รัก 'ร้าย' เดียงสา :3P: [เปิดจอง]

ตอนที่ 6 : Chapter 05 :: พี่ชายกับความห่างเหิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    21 ต.ค. 59

Chapter 5
พี่ชายกับความห่างเหิน





          “อ๊ะ”

            ผมร้องออกมาเบาๆ เมื่อชนเข้ากับแผ่นหลังของพี่ภูที่จู่ๆ ก็หยุดเดินกะทันหัน ส่วนสูงที่ต่างกันค่อนข้างมากทำให้หัวของผมอยู่แค่ระดับไหล่ของพี่ภูเท่านั้น จมูกเลยกระแทกกับหลังพี่ภูจังๆ เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด

พี่ภูวางกระเป๋าเดินทางที่หิ้วเข้ามาลงกับพื้นห้อง เหวี่ยงเป้อีกใบไปบนเตียง ก่อนจะถอดเสื้อโยนทิ้ง อวดกล้ามแขนกับซิกแพ็กที่เด็กหนุ่มวัยสิบเก้าคนอื่นๆ ได้เห็นคงอิจฉา แล้วกระโดดขึ้นเตียงนอนโดยไม่สนใจผมที่ยังยืนหัวโด่อยู่ในห้องนี้อีกคน

            “พี่ภู...”

            “ออกไปแล้วปิดประตูห้องให้ด้วย”

            ผมกัดปากอย่างลังเล แต่ก็เลือกที่จะปิดประตูแล้วเดินมาหยุดยืนข้างๆ เตียงแทนที่จะออกจากห้องตามคำสั่ง มองพี่ภูที่นอนหงายใช้แขนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงโดยไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรก่อนดี พวกเราไม่เจอกันนานเกินไปจนเกิดความรู้สึกห่างเหิน ผมเลยไม่กล้าทำตัวสนิทสนมกับพี่ภูเหมือนตอนเด็กๆ

            แปดปีแล้วที่พวกเราไม่ได้เจอกัน ตอนแรกเพราะถูกกีดกันจากพ่อแม่ ซึ่งพอผมเริ่มโตขึ้นพ่อกับแม่ก็ยอมให้ผมติดต่อกับพี่ แต่ดันกลายเป็นพี่ภูเองที่พยายามหลบหน้าผม เขายอมคุยโทรศัพท์กับผมแค่ไม่กี่ครั้งจากนั้นก็ไม่เคยรับสายผมอีก ส่งอีเมล์ไปกี่ฉบับก็ไม่เคยตอบกลับ แอดเฟสบุ๊คไปก็ไม่รับ แถมยังโดนบล็อกอีกต่างหาก พอไปหาถึงต่างประเทศ พี่ภูก็ดันหนีหายไป หลังจากนั้นผมเลยไม่พยายามที่จะติดต่อหาพี่อีก

ผมไม่รู้ว่าทำไมพี่ต้องหลบหน้าผม พอกลับมาเจอกันก็ทำเฉยชาใส่ พี่ภูแค่รำคาญน้องชายคนนี้หรือเพราะผมทำอะไรผิดกันแน่?

“พี่ภู คุยกันก่อนสิ”

            “พี่เหนื่อย อยากพัก” พี่ภูเหลือบมองผมแวบหนึ่งแล้วหลับตาลงอย่างไม่สนใจ

            “งั้นไว้พี่ภูตื่น ธารจะมาคุยด้วยใหม่” ผมหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ต้องหันกลับมาอีกครั้ง “พี่ภูกินอะไรมารึยังครับ ถ้ายัง เดี๋ยวธารหาอะไรมาให้กินแล้วค่อยนอนนะ”

            “พี่ไม่หิว”

            ฟังจากน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญนิดๆ ถ้าขืนผมยังถามอะไรต่ออีกสักประโยคคงทำให้พี่ภูหงุดหงิดแน่ๆ ผมเลยตัดใจเดินไปที่ประตูทั้งที่อยากยืนอยู่ในห้องนี้ต่ออีกสักหน่อย แต่พอผมกำลังจะหมุนลูกบิด เสียงพี่ภูก็ดังมาจากข้างหลัง

            “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

            “ใครครับ?” ผมหันกลับไปคุยกับคนที่ยังนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียง

            “วันก่อนที่ผับ พี่เห็นนายออกไปกับผู้ชายคนนึง” พี่ภูผุดลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง แล้วหันมาคุยกันดีๆ

            ผมเบิ่งตากว้างขึ้นเล็กน้อย พี่ภูเจอผมที่ผับงั้นเหรอ? จะว่าไปผมก็รู้สึกคุ้นหน้าพี่ภูจริงๆ ไม่ใช่เพราะคุ้นเคยกับใบหน้าตอนเด็กของพี่ แต่คุ้นเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน พอลองนึกๆ ดู...

            “เอ๊ะ พี่คือคนที่อาสาจะไปส่งผมนี่”

พี่ภูกลับไทยมาตั้งแต่สองวันก่อนงั้นเหรอ? ผมจำได้ว่าในผับคืนนั้นพี่ภูนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อน พอผมจะกลับเขาก็เข้ามาหาบอกว่าจะพาไปส่ง ถึงจะได้เห็นหน้ากันแค่แวบๆ แต่เพราะพี่ภูค่อนข้างสะดุดตาและดูโดดเด่นกว่าคนอื่น ผมเลยยังพอจำเค้าหน้าของเขาได้ เพียงแต่ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาคือพี่ชายของผม ไม่งั้นผมคงไม่ปฏิเสธที่จะไปกับพี่ภูแล้วถูกพี่อติณหอบกลับบ้านแทน

...นี่แสดงว่าพี่ภูรู้ว่านั่นคือผมถึงได้อาสาจะพาไปส่ง?

            “อืม ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นน้องชายตัวเอง ที่หัดดื่มเหล้าเที่ยวผับตั้งแต่อายุสิบสี่”

            เคยไหม เวลาถูกจับได้ว่าทำผิดแล้วมันรู้สึกหวิวๆ กลัวที่จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้น

            “คือผม...”

            “ช่างเหอะ”

            “งั้นผม...” ผมยกนิ้วโป้งชี้ไปทางประตูห้อง

            “เดี๋ยว”

            “ครับ?

            “นายยังไม่ตอบพี่ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เขาดูแก่เกินกว่าจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับนายนะ ญาติก็ไม่ใช่นี่”

            “คือ...” ผมยกมือเกาแก้ม “จริงๆ ผมก็ไม่รู้จักหรอกครับ เขาแค่ใจดีเห็นผมเมาแอ๋เลยพากลับไปนอนที่บ้าน”

            “.....”

“พี่...จะไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อใช่ไหม”

            “หึ” พี่ภูเค้นเสียง เขายกมือเสยผมพลางพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ โดยไม่ได้หันมามองหน้าผมว่า “คราวหลังถ้าอยากไปก็บอกพี่สิ”

            คราวหลังถ้าอยากไปก็บอกพี่สิ...ประโยคนี้หมายถึงพี่ภูจะพาผมไปใช่ไหม?

            “ครับ” ผมยิ้มตอบอย่างดีใจ

“ออกไปได้ละ”

           

ผมเดินออกจากห้องมาด้วยอารมณ์ดีกว่าตอนที่เข้าไป พอปิดประตูลงแล้วเดินไปทางบันไดก็เห็นพ่อกำลังขึ้นมาพอดี

            “เห็นขึ้นมานานพ่อเลยมาตาม หิวรึยังครับ ลงไปกินข้าวเช้ากัน”

            “ธารอยากรอกินพร้อมพี่ภูอะครับ” ผมยืนคุยกับพ่ออยู่ที่บันไดขั้นบนสุด ขณะที่พ่ออยู่ต่ำกว่าสองขั้น

            “พี่ภูทำอะไรอยู่ล่ะ”

            “นอนพักครับ อีกเดี๋ยวคงตื่น”

            “งั้นลงไปกินกันก่อน ถ้าพี่ภูตื่นบ่ายธารไม่หิวแย่เหรอครับ”

            ผมส่ายหน้า “ธารยังไม่หิวเลย อยากรอกินพร้อมพี่ภูอะ”

            พ่อยิ้มแล้วยื่นมือมาลูบหัวผม “ดื้อนะ รู้ตัวไหม”

            ผมส่ายหน้าปฏิเสธ ถึงจะดื้อจริงอย่างที่พ่อว่าผมก็ไม่ยอมรับหรอก

            “โอเคครับ ไม่กินข้าวก็ได้ แต่ต้องกินอย่างอื่นร้องท้องนะ”

            ผมอ้าปากกำลังจะตอบ มือถือในกระเป๋ากางเกงขาสั้นก็แผดเสียงขัดขึ้นมาเสียก่อน “แป๊บนึงนะครับ” ผมบอกพ่อ แล้วล้วงมือถือออกมากดรับสาย ชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคือบาส “ว่าไง?

          “เสาร์อาทิตย์ว่างป่ะ จะชวนไปเรียนว่ายน้ำ”

“เรียนว่ายน้ำ? นึกไงอยากเรียนเนี่ย แล้วจะเริ่มเรียนเมื่อไหร่”

“วันนี้”

“โทษทีว่ะ พอดีช่วงนี้กูโดนกักบริเวณอยู่” ผมเหลือบตามองพ่อ

พ่อยิ้ม พูดว่า “จะเรียนก็ได้นะ แต่พ่อจะไปนั่งเฝ้าริมสระ”

“นั่นไง พ่อมึงอนุญาตละ”

“แต่ยังไงวันนี้ก็ไม่ได้อยู่ดีว่ะ พอดีพี่กูกลับมา กูอยากอยู่คุยกับพี่ ไม่ได้เจอกันนานละ”

“พี่มึง? คนที่มึงบอกว่าไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กอะนะ”

“เออ นั่นแหละ”

“นี่ยังเช้าอยู่ เริ่มเรียนสี่โมงเย็น มึงลองชวนพี่มึงมาด้วยกันดิ อยู่บ้านไม่เบื่อเหรอวะ”

“โอเค เดี๋ยวลองชวนดู”

“ดีมาก แค่นี้แหละ พวกนั้นไปด้วยนะ กูไลน์บอกในแชทกลุ่มตั้งแต่เมื่อคืนละ มีมึงคนเดียวเนี่ยที่ไม่ตอบ”

“โทษทีว่ะ เพิ่งจะได้จับมือถือเนี่ย งั้นแค่นี้แหละ บาย” พูดจบผมก็กดตัดสายทันที แล้วรีบบอกพ่อ “เริ่มเรียนเย็นนี้นะครับ ธารอยากชวนพี่ภูไปด้วย แต่ถ้าพี่ภูไม่ไป ธารก็คงอยู่บ้าน ไม่เจอกันนาน อยากอยู่คุยกับพี่ภูสักหน่อย”

“โอเคครับ” พ่อจับมือผมแล้วดึงให้เดินลงบันไดไปด้วยกัน “อยากออกไปข้างนอกงั้นก็ต้องทำตัวเป็นเด็กดีหน่อย ทานอะไรรองท้องก่อนนะ กว่าพี่ภูของลูกจะตื่นคงอีกพักใหญ่”

“รักพ่อที่สุดอะ” ผมเอาหัวถูกับไหล่พ่อ อ้อนเหมือนลูกแมว

“ถ้ารักพ่อคืนนี้ก็ต้องให้พ่อกอดนะครับ”

            “แน่นอนอยู่แล้ว”

ผมเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้พ่อ แต่ทำไมรอยยิ้มที่พ่อตอบกลับมามันถึงดูเจ้าเล่ห์จังนะ
 



 

            05: 34 A.M.

@KL Sports Club

            สุดท้ายผมก็ต้องมาที่ยิมกับพ่อแค่สองคนเพราะพี่ภูออกจากบ้านไปตั้งแต่บ่ายโมง กว่าจะกลับก็คงดึกๆ ผมเลยไม่รู้สึกสนุกกับการเรียนว่ายน้ำในวันนี้สักเท่าไหร่ มีโอกาสได้เจอพี่ชายที่ไม่พบหน้ากันมานานหลายปี แต่ดันได้คุยกันแค่ไม่กี่ประโยค คิดแล้วก็น่าน้อยใจจริงๆ ที่พี่ภูอยากออกไปพบเพื่อนมากว่าใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

            “วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้อาทิตย์หน้าพี่จะเริ่มสอนท่าฟรีสไตล์ เพราะพื้นฐานทุกคนดีอยู่แล้ว”

            “ขอบคุณครับพี่ธีร์” บาสบอก ก่อนที่พวกเราทุกคนจะยกมือไหว้ครูสอนว่ายน้ำ

            พ่อที่นั่งรออยู่ริมสระเห็นพวกเราไหว้ลาพี่ธีร์ก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวสี่ผืนในมือ ระหว่างที่เดินมาจนกระทั่งนั่งยองๆ ลงริมสระ สายตาหลายคู่ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างจ้องมองมาที่พ่อ

จะว่าไปวันนี้พ่อของผมดูฮอทไม่เบาเลยล่ะ รูปร่างกำยำ สูงชะลูดราวกับนายแบบมีกางเกงว่ายน้ำขาสั้นแค่ตัวเดียวปิดท่อนล่างไว้ อวดกล้ามแขนกับซิกซ์แพ็กส์ที่เซ็กส์ซี่สุดๆ ในสายตาคนมอง รวมถึงผมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่พ่อยกมือเสยผมสีดำสนิทของตัวเองเหมือนที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

            นี่ผมเป็นลูกชายแบบไหนกันนะถึงได้รู้สึกว่าพ่อของตัวเองน่าหลงใหล...

            “ไงเด็กๆ อยากขึ้นจากสระกันรึยัง”

            “ผมขอว่ายน้ำต่ออีกหน่อยดีกว่า” ผมบอก  กลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรทำ อยู่เล่นน้ำต่ออีกหน่อยก็ดี

            “โอเค งั้นพ่อเอาผ้าเช็ดตัวไปเก็บก่อน เดี๋ยวจะตามลงสระด้วย” พ่อลุกเดินไปที่ม้านั่งข้างสระ

            “ธาร พ่อมึงนี่โคตรเท่เลย โตขึ้นกูอยากมีกล้ามแบบนั้นบ้างว่ะ ต้องเริ่มเข้าฟิตเนสละ” ตั้มพูดด้วยน้ำเสียงเพ้อๆ

            “ใช่ป่ะ กูก็อยากมีบ้าง แต่ก่อนเข้าฟิสเนตคงต้องอัดนมให้สูงก่อน ฮ่าๆ” ผมหัวเราะเฮฮากับตั้ม แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นโจ้ยังมองตามพ่อของผมโดยไม่ละสายตา พอเผลอหันมาสบตากับผมเข้าก็รีบเบนหลบ ท่าทางแบบนี้มันทะแม่งๆ แฮะ “ฮั่นแน่โจ้ มองพ่อกูขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าแอบคิดอะไรแผลงๆ นะ” ผมแซวเล่น

            “เฮ้ย คิดอะไร กูเปล่าคิด” โจ้รีบโบกมือปฏิเสธพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            “ก็คิดจะไปเข้าฟิตเนส ฟิตกล้ามแบบกูไง อะไรของมึงเนี่ยโจ้ ทำจริงจังไปได้” ตั้มวักน้ำสาดใส่หน้าโจ้แต่ก็กระเด็นมาโดนผมกับบาสด้วย พวกเราเลยเล่นสาดน้ำกันใหญ่

            “พี่ธารรร!

            พวกเราสี่คนหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ร้องเรียกผม หันไปก็เห็นเด็กชายตัวเล็กป้อมในชุดกางเกงว่ายน้ำตัวเดียว อวดพุงกลมๆ กำลังวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา

            “น้องตุลย์ อย่าวิ่งสิครับ!” ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนห้าม ก่อนที่มือแข็งแรงสองข้างจะคว้าตัวเด็กชาย ยกลอยขึ้นจากพื้น “มันอันตรายนะครับ” น้ำเสียงดุๆ ดังลอยมา

            “พี่ธาร!!น้องตุลย์ ชี้นิ้วกลมป้อมมาที่ผม “พี่ธารฮะพ่อ”

            เห็นลูกชายชี้ พี่ติณก็มองตาม พอเจอเข้ากับผมที่กำลังลอยคออยู่ใกล้ขอบสระ เขาก็ส่งยิ้มมาให้ “อ้าว ธาร บังเอิญจัง” พี่ติณพูดพลางเดินมานั่งยองๆ ริมขอบสระ แล้ววางลูกชายตัวป้อมให้ยืนตรงหว่างขาตัวเอง แต่ไม่วายต้องจับเอวกลมๆ เอาไว้ เพราะกลัวเด็กชายซุกซนจะกระโจนลงสระ

            พี่ติณที่สวมแค่กางเกงวายน้ำตัวเดียว มีผ้าขนหนูพาดอยู่บนบ่า ดึงดูดสายตาของผมได้ไม่ยาก ตามตัวของเขามีหยดน้ำเกาะพราว มัดกล้ามและซิกซ์แพ็กส์ได้รูปสวยไม่ด้อยไปกว่าของพ่อเลย สองคนนี้ถ้าจะไปสมัครเป็นนายแบบละก็ คงดังได้ไม่ยาก

            คราวก่อนที่ได้เจอกัน ผมไม่ได้ตั้งใจมองหน้าพี่ติณชัดๆ พอมาเห็นใกล้ๆ แบบนี้ ถึงได้เพิ่งสังเกตว่าโครงหน้าพี่ติณก็มีเค้าลางของคนยุโรปอยู่บ้าง โดยเฉพาะจมูกที่โด่งเป็นสันชัดเจน กับเส้นผมสีน้ำตาลที่เข้มกว่าของน้องตุลย์เล็กน้อย ยิ่งได้มองใกล้ๆ ก็ยิ่งดูดีจนไร้ที่ติ

            “สวัสดีครับพี่ติณ” ผมยกมือไหว้ เผลอเหลือบมองซิกซ์แพ็กส์กับกล้ามแขนล่ำๆ ของพี่ติณแล้วต้องรีบเบนสายตามาที่น้องตุลย์แทน ถึงจะเห็นของพ่อจนชินตาแต่มันก็ไม่รู้สึกชินกับของคนอื่นสักที จะว่าไป...พักหลังๆ ดูของพ่อก็ไม่ค่อยจะชินสักเท่าไหร่หรอก “พาน้องตุลย์มาว่ายน้ำเหรอครับ”

            “อืม น้องตุลย์มีเรียนว่ายน้ำน่ะ นี่เรียนเสร็จพอดี...ไหนน้องตุลย์ สวัสดีพี่ธารรึยัง”

“หวัดดีฮับ” น้องตุลย์พุ้มมือไว้

“ธารมาออกกำลังกายเหรอ” พี่ติณถาม

            “ผมมาเรียนว่ายน้ำกับเพื่อนๆ ครับ มีเรียนเสาร์อาทิตย์ นี่ก็เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน” ผมพยักพเยิดไปทางเพื่อนอีกสามคนที่ลอยคออยู่ใกล้ๆ พวกนั้นก็รีบยกมือไหว้อย่างมีมารยาท

            “แปลกจัง ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเคยเจอ”

            “ธารเพิ่งมาเรียนวันแรกครับ”

            “อ่อ ถึงว่าสิ”

กำลังคุยกันอยู่น้องตุลย์ก็ยื่นนิ้วชี้มาจิ้มๆ ที่แก้มผม สงสัยคงจะเบื่อ ผมเลยแกล้งอ้าปากงับนิ้วน้องตุลย์เบาๆ เด็กชายรีบดึงนิ้วกลับแล้วส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างอารมณ์ดี

            “คุยกับใครอยู่ครับ” เสียงของพ่อตะวันดังขึ้นเหนือหัว พร้อมๆ กับที่เท้าคู่หนึ่งเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ พี่ติณกับน้องตุลย์ พ่อก้มลงมองสองพ่อลูกเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ติณเงยหน้าขึ้น ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันชะงักไปทั้งคู่

“เอ่อ...พ่อกับพี่อติณรู้จักกันมาก่อนเหรอครับ”

            “พ่อเหรอ?” พี่ติณถามย้ำ เขาขมวดคิ้วมองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ

            “ใช่ครับ นี่พ่อธารเอง”

            “ไปรู้จักกันได้ยังไง” พ่อย่อตัวลงนั่ง ไม่ได้ตอบคำถามของผม แต่กลับย้อนถามด้วยสีหน้ากังวลแทน

            “เอ่อ...” จะบอกว่าเจอกันในผับก็ไม่ได้ด้วยสิ ผมเหลือบมองพี่ติณเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามของพ่อ “พอดีวันก่อนธารทำกระเป๋าตังค์ตกแล้วพี่ติณเขาช่วยเก็บให้น่ะครับ เลยได้คุยกันนิดหน่อย”

            พี่ติณทำเพียงแค่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจโดยไม่ได้พูดแก้

            “.....” พ่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับผมว่า “กลับกันดีกว่าครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว”

            “ไหนพ่อบอกว่าอยากว่ายน้ำ”

            “ไว้คราวหน้าแล้วกัน พ่อต้องรีบกลับไปเคลียร์งาน”

            “ครับ” ผมรับก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อนๆ “กูกลับละนะ พวกมึงจะกลับกันยัง”

            “ถ้ามึงกลับกูก็จะกลับละ ขี้เกียจอยู่ต่อเหมือนกัน” บาสว่า

            “เออ กลับๆ พวกมึงไม่อยู่กูก็ไม่รู้จะคุยกับใคร” ตั้มพูด

            พวกเราพากันขึ้นจากสระ เห็นอย่างนั้นพี่ติณเลยลุกตามพร้อมกับอุ้มน้องตุลย์ขึ้นมาด้วย จริงๆ พี่ติณดูไม่ค่อยจะโอ๋น้องตุลย์สักเท่าไหร่ แต่ที่ไม่ปล่อยให้น้องตุลย์เดินเอง คงกลัวว่าน้องจะวิ่งซนจนเกิดอันตราย

            “มีใครจะให้น้าไปส่งไหม” พ่อถามพวกเพื่อนๆ

            “ไม่เป็นไรครับ พวกเราพารถมา” บาสเป็นคนตอบ

            “โอเคครับ ผ้าเช็ดตัวกับของๆ พวกเราอยู่นั่นนะ” พ่อชี้ไปบนเก้าอี้ยาวข้างสระ แล้วยกแขนโอบไหล่ผมให้เดินไปพร้อมกัน แต่ผมกลับชะงักเท้า หันไปไหว้ลาพี่ติณก่อน

“ธารกลับก่อนนะครับ”

            “พี่ก็ว่าจะกลับเหมือนกัน ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” พี่ติณยิ้ม

เจอกันพรุ่งนี้? งั้นน้องตุลย์ก็คงมีเรียนเสาร์อาทิตย์เหมือนกันน่ะสิ

“ครับ ไว้เจอกัน” ผมยิ้มตอบ รู้สึกได้ว่ามือของพ่อที่วางอยู่บนหัวไหล่ กุมแน่นขึ้นจนผมรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

พี่ติณบอกให้น้องตุลย์โบกมือลา ก่อนจะอุ้มลูกชายเดินไปทางล็อกเกอร์เก็บของ ส่วนผมกับพ่อต้องไปเอาของที่เก้าอี้ก่อน ถึงจะเข้าไปล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องอาบน้ำรวม

“มีอะไรรึเปล่าครับ” ผมถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของพ่อที่มองตามแผ่นหลังสองพ่อลูกไปจนสุดทางเดิน

“เปล่าครับ พ่อแค่เครียดๆ กับเรื่องงานนิดหน่อยน่ะ” พ่อลูบหัวผม

            พ่อโกหก เห็นอยู่ชัดๆ ว่าท่าทีของพ่อแปลกไปเพราะพี่ติณ อืม...แต่บางทีพ่ออาจจะแค่เป็นห่วง และคิดว่าพี่ติณไม่ค่อยน่าไว้ใจล่ะมั้ง

 

            @Than’s House

            11: 12 P.M.

            ผมนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง หูก็เงี่ยฟังเสียงจากนอกห้องไปด้วย ป่านนี้แล้วพี่ภูยังไม่กลับมาอีก ไม่แน่อาจจะไปเที่ยวผับเหมือนอย่างคืนนั้นก็ได้ ทั้งที่กลับไทยมาตั้งหลายวันแล้วแต่เพิ่งเข้ามาที่บ้าน ไม่คิดถึงครอบครัวบ้างเลย มันน่าน้อยใจไหมล่ะ

            ครืด...

            แรงสั่นจากมือถือในมือดึงให้ผมหลุดจากภวังค์ แถบสีดำที่บนหน้าจอเตือนว่าบาสเพิ่งไลน์มาหา ผมเลยรีบกดเข้าไปอ่าน

            Thanapon Bas : กูได้เฟสพี่ภูมาละ

            เมื่อเย็นหลังจากกลับมาผมก็แชทบอกบาสว่าอยากได้เฟสพี่ภู เพราะเฟสเก่าพี่ภูปิดไปนานแล้ว เสิร์จหาจากชื่อเล่นชื่อจริงก็ไม่เจอ พอดีบาสสนิทกับรุ่นพี่โรงเรียนเก่าพี่ภูเลยให้ลองไปถามดู

            Thara Than : เร็วเชี่ย

Thanapon Bas : ก็เพื่อนพี่ภู คนที่กูบอกว่ารู้จักอะ ออนเฟสอยู่พอดี กูเลยขอมา แต่ถ้ากูให้เฟสพี่ภูไปแล้ว มึงก็อย่าตกใจล่ะ

Thara Than : ทำไมวะ

Thanapon Bas : เปิดเข้าไปดูเองแล้วกัน

บาสส่งลิงค์เฟสบุ๊คมาให้ ผมเลยกดเข้าไปดู รูปโปรไฟล์เป็นรูปพี่ภูสวมเสื้อกล้ามสีดำอวดรอยสัก นั่งก้มหน้าดูดกาแฟ ชื่อเฟสเป็นภาษาอังกฤษที่สลับตัวอักษร จาก Phupha กลายเป็น Ahpuhp ถึงว่าสิผมเลยเสิร์จหาไม่เจอ ที่น่าตกใจคือจำนวนคนกดติดตามเกือบหกหมื่นกับเพื่อนอีกสี่พันกว่าคน ผมเองก็อยากแอดเฟรนไปแต่เฟสพี่ภูถูกตั้งค่าให้กดติดตามได้อย่างเดียว เลยต้องกดติดตามแทน จากนั้นจึงค่อยเลื่อนดูสเตตัส

อืม...เช็คอินที่ 1000F Pub เมื่อห้านาทีก่อนนี่เอง เห็นทีคืนนี้กว่าจะกลับคงอีกนาน เลื่อนลงมาดูโพสต่อๆ มา ส่วนใหญ่ก็เป็นเช็คอินสถานที่ต่างๆ กับรูปพี่ภู อย่างโพสของสามวันก่อนก็เป็นรูปพี่ภูนอนอวดหุ่นอยู่บนหาดทรายที่พัทยา แต่โพสเก่าจากนั้นนี่สิ...ภาพพี่ภูจูบปากกับผู้ชายหน้าหวานในผับทำเอาผมอึ้ง

นี่พี่ภู...เป็นเกย์?

แกร็ก

เสียงหมุนลูกบิดทำให้ผมต้องรีบกดล็อคหน้าจอ แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้พ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา

“ยังไม่นอนอีกเหรอธาร” พ่อพูดพลางเดินมานั่งบนเตียง “รอพ่ออยู่รึเปล่า พ่อบอกแล้วไงว่าต้องเคลียร์งานให้ธารนอนไปก่อน”

ผมส่ายหน้า “ธารไม่ได้รอพ่อสักหน่อย ธารแค่เล่นมือถือเพลิน”

“น่าตีจริงๆ” พ่อพูดขำๆ แล้วดึงมือถือของผมไป ทำเอาผมเผลอขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างกังวล แต่ก็นึกขึ้นได้ทีหลังว่าผมตั้งรหัสปลดล็อคหน้าจอเอาไว้ ถึงพ่อเอาไปก็เปิดดูไม่ได้อยู่ดี แต่สุดท้ายพ่อก็แค่ปิดเครื่องแล้ววางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงเท่านั้น พ่อยังเชื่อใจและให้ความเป็นส่วนตัวกับผมเสมอ “ถ้ารอพี่ภูละก็ ไม่ต้องรอแล้วครับ กว่าพี่ภูจะกลับคงเลยเที่ยงคืน กลับมาก็คงง่วงจนไม่มีแรงจะคุยกับเรา” พ่อบอกอย่างรู้ทัน

“งั้นธารนอนก็ได้” ผมล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย ก่อนจะดึงผ้าห่มมาห่มถึงหน้าอก

พ่อสอดตัวเข้ามานอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ก่อนจะกดปิดโคมไฟบนหัวเตียง จากนั้นก็ดึงผมเข้าไปกอด “หนาวไหม ให้พ่อปรับแอร์ให้รึเปล่า”

“ไม่หนาวครับ ไม่ร้อนด้วย กำลังพอดี”

“แต่อีกเดี๋ยวน่าจะร้อนนะ” พ่อพูดปนหัวเราะ

 

 

[--------------------CUT NC-----------------]

สารบัญ NC อยู่ในโน้ตเพจ Pie2Na นะครับ >>คลิก<<

เกือบตีสาม...

ผมรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงลูกบิดประตูห้องนอนดังแกร็กๆ สองสามครั้ง มีใครบางคนพยายามจะเปิดประตูเข้ามาแต่มันถูกล็อคเอาไว้ แม่ยังไม่กลับจากฝรั่งเศส และแม่บ้านก็คงไม่มารบกวนผมตอนตีสามแน่ๆ จะเหลือก็แต่พี่ภู ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพ่อลืมล็อคประตู แล้วพี่ภูเข้ามาเห็นผมกับพ่อนอนกอดกันแนบแน่นจนแทบจะกลืนเป็นร่างเดียว เขาจะคิดยังไง

ผมค่อยๆ ยกแขนของพ่อออกจากเอว แล้วขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ พ่อยังคงหลับสนิทอาจเพราะเมื่อเย็นต้องนั่งทำงานอยู่หลายชั่วโมงจนเหนื่อย เห็นดังนั้นผมจึงเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ มาหยุดยืนหน้าประตูห้องนอนห้องข้างๆ

ก๊อก ก๊อก

ผมยกมือเคาะประตูเบาๆ สองครั้งก่อนจะเปิดเข้าไปด้านใน

พี่ภูนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงทั้งที่ยังไม่ได้ถอดรองเท้า สภาพนี้คงดื่มมาเยอะจนเมาแอ๋ ผมเดินเข้าไปใกล้ก็ได้กลิ่นทั้งเหล้าทั้งบุหรี่โชยเข้าจมูก เดาผิดเสียที่ไหนกันล่ะ

“ผมเช็ดตัวให้นะครับ” ผมบอกคนบนเตียง

พี่ภูผงกหัวมองผมแล้วกลับไปนอนนิ่งอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงยานคางทั้งที่ยังหลับตาว่า “ไม่ต้อง ออกไป พี่จะนอน”

ถ้าตอนมีสติดีผมก็คงเชื่อฟังอยู่หรอก แต่ตอนนี้ไม่

ผมจัดการถอดร้องเท้ากับถุงเท้าให้พี่ภู ก่อนจะไปรื้อเอาผ้าสะอาดผืนเล็กในตู้เสื้อผ้า ชุบน้ำอุ่นจากฝักบัวในห้องน้ำ แล้วมานั่งลงข้างๆ เตียง เช็ดหน้าเช็ดตาให้กับคนที่กำลังเมาไม่ได้สติอย่างเบามือ

“บอกว่าไม่ต้องไง” พี่ภูตวาดพร้อมกับผลักมือของผมออก

“เฮ้อ ก็ได้ครับ” ผมถอนหายใจ วางผ้าไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างยอมแพ้ “...แต่พี่ช่วยตอบคำถามผมสักสองสามข้อได้ไหม แล้วผมจะออกไป”

“......”

“เมื่อกี้พี่เป็นคนมาเปิดประตูห้องผมใช่ไหม”

“......”

“ทำไมล่ะ หรือแค่อยากเข้ามาดูว่าผมนอนหลับสบายดี...ถ้าพี่เป็นห่วงทำไมพี่ถึงไม่แสดงออกอะไรให้ผมรับรู้บ้าง ทำไมพี่ต้องทำเหมือนเกลียดผมด้วย”

“ก็เพราะว่าพี่เกลียดนาย”

“ผมไม่เชื่อ!

“กลับห้องของนายไปซะ” พี่ภูยกมือก่ายหน้าผาก พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญเต็มที “อยู่ห่างๆ พี่ไว้ดีกว่า นายไม่รู้หรอกว่าพี่ลงมือทำอะไรกับนายได้บ้าง”

“ถ้าพี่เกลียดผมขนาดนั้นก็ทำเลยสิ” ผมพูดอย่างท้าทาย “ผมไม่เชื่อหรอกว่าพี่จะกล้าทำร้ายน้องชายตัวเอง”

“มั่นใจจังนะ”

พี่ภูกระชากแขนผมอย่างแรงจนผมเสียหลักล้มลงนอนทับบนตัวเขา ก่อนที่เขาจะพลิกตัวเป็นฝ่ายขึ้นมาอยู่ด้านบน มือข้างหนึ่งของพี่ภูตรึงข้อมือของผมไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างบีบคอของผมเอาไว้แน่น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ

“แค่กๆ พี่ภู ธ...ธาร...” หายใจไม่ออก ผมพยายามดึงมือของพี่ภูออกจากคอตัวเองด้วยมืออีกข้างที่ยังว่าง แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะต่อกรกับเขา

“ไง เริ่มกลัวกูขึ้นมาแล้วสิ” พี่ภูพูดเสียงลอดไรฟัน หน้าตาของเขาเฉยชาจนผมรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ “ถ้ายังไม่อยากตายก็อย่ามากวนใจกูอีก จำไว้!” จบประโยคนั้นพี่ภูก็ยอมปล่อยมือออก

 ทันทีที่ผมเป็นอิสระ ผมก็ผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับผลักเขาออกห่างสุดแรง ขณะเดียวกันก็รีบสูดเอาอากาศเข้าปอด...นี่พี่ภูคิดจะฆ่าผมจริงๆ งั้นเหรอ เขาคิดจะฆ่าผม! น้ำตาของผมไหลซึมออกมาด้วยความกลัว มองพี่ภูด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

พี่ภูคนเดิม...คนที่ไม่เคยทำให้ผมต้องเจ็บตัวและคอยดูแลผมมาตลอดไม่มีอีกแล้ว เวลาแปดปีคงนานพอที่จะเปลี่ยนคนๆ หนึ่งที่ผมคุ้ยเคยเป็นอย่างดีให้กลายเป็นคนแปลกหน้า

แต่ทำไมกันนะ...ทำไมสายตาที่พี่ภูใช้มองผมมันถึงได้ดูเจ็บปวด ไม่ใช่สะใจ

“ออกไปได้แล้ว” พี่ภูพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา

ผมก้าวขาที่สั่นเทาลงจากเตียงแต่ก็ถูกพี่ภูกระชากแขนไว้อีกหน สายตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งมาที่คอของผม ก่อนจะขมวดคิ้วถามว่า “นายมีแฟนแล้วเหรอ”

“.....” ผมมองพี่ภูอย่างลังเล ทำไมจู่ๆ เขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมานะ

จริงสิ...

ผมลูบต้นคอของตัวเอง ยังรู้สึกปวดหนึบเล็กน้อย แต่รอยนิ้วจากฝ่ามือของพี่ภู คงไม่เข้มพอจะปกปิดรอยคิสมาร์คที่พ่อทำเอาไว้ได้

“ผู้หญิงรุ่นพี่เหรอ” พี่ภูเริ่มมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วชะงักไปนิดเมื่อเห็นรอยคิสมาร์คตรงต้นขาซึ่งอยู่ตำกว่าขอบกางเกงบ็อกเซอร์เล็กน้อย “ดูท่าจะร้อนแรงไม่เบานะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

“ปล่อย” แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นจนผมรู้สึกเจ็บจึงพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่พี่ภูกลับไม่ยอมปล่อย ตกลงนี่เขาอยากจะไล่ผมกลับห้องหรือต้องการให้อยู่ต่อกันแน่

“เหอะ อายุแค่สิบสี่สิบสี่ก็หัดมีเซ็กส์แล้วเหรอ”

“ผมไม่ได้...”

ถึงจะยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ที่ผมกับพ่อทำมันก็เรียกได้ว่า เซ็กส์ 

ผมมีเซ็กส์กับพ่อตัวเอง...

“เป็นอะไร ทำไมไม่เถียงให้จบล่ะ” พี่ภูปล่อยมือออกจากแขนของผม ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนไม่ได้สนใจใยดีอะไร “ถ้าจะทำอีกก็อย่าลืมป้องกัน เพราะถ้าพลาดขึ้นมาบ้านนี้คงจะวุ่นวายน่าดู แค่ที่เป็นอยู่ก็น่ารำคาญจะแย่”

“เรื่องนั้นคงไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกครับ” ผมพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินไปทางประตูห้อง

“หรือว่าแฟนนาย...” คำพูดของพี่ภูทำให้ผมต้องชะงักเท้า “เป็นผู้ชาย?

“...ก็คงเหมือนกับพี่ภูมั้งคับ”

ผมออกจากห้องแล้วปิดประตูลง

Pie2Na

 

พูดคุยถึงเรื่องนี้ แอบนินทาพี่กฤษ ธาร อติณ พี่ภู พ่อตะวัน ใครก็แล้วแต่!

ติดแท็ก #ฮาเร็มของธาร ในเฟสบุ๊คกับทวิสเตอร์นะครับบบ

ไว้พายจะเข้าไปอ่านบ้างงง เล่นกันเยอะๆนะ อยากรู้ววว!

ขอบคุณครับ  ^^





ชอบเรื่องนี้ กด โหวตให้ดาว ที่รูปอติณ  กดAdd Favที่รูปพี่ภูครับ ^^
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,085 ความคิดเห็น

  1. #1078 นักฆ่าในแสงสว่าง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:18
    อ่านncไม่ได้อ่ะ
    #1,078
    0
  2. #387 Yoontha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 11:08
    เป็นเรื่องที่ซับซ้อนดีค่ะ น่าติดตามมากกกกกกกกกกกกก
    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นว่าความสัมพันธ์แต่ละคนมันต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ แต่คุณพ่อแซ่บนะ แซ่บแรง ส่วนพี่ภูดูโหดเถื่อนดีจัง แต่ก็ชอบนะ มีแต่ผู้ชายหล่อๆ เต็มไปโหมดโลยยยยย
    #387
    0
  3. #340 A-sujiGoZziii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 14:46
    พ่อร้อนแรงมากอ่ะ 
    เห็นไรท์บรรยายแบบ โอ้ยย-///-
    #340
    0
  4. #295 Geezer.r (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 14:47
    กรี้ดดดด อยากอ่านต่อแล้วววว มาต่อไวๆนะค้าา
    #295
    0
  5. #293 Reprayz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 00:17
    รออยู่น้าาา แซ่บทั้งเรื่องจริงงๆๆๆ
    #293
    0
  6. #292 เดะดอย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 23:00
    รอๆๆๆๆ อัพต่อน้าาาา
    #292
    0
  7. #291 after (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 19:31
    ก็คงเหมือนกับพี่ภูมั้งครับ... หึๆๆเอ้าเส้555
    #291
    0
  8. #290 AiNe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 18:24
    เหอะๆ พี่ภูก็ช็อคหรอ ที่ธารก็เหมือนพี่ภู

    เดี๋ยวพี่ภูจะช็อคกว่านี้ ถ้าพี่ภูรู้ว่าธารกับพ่อ

    ก็ด้วยเหมือนกัน. 
    #290
    0
  9. #289 Ortrak (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 18:05
    ทำไมเค้ารู้สึกสงสารพี่ภูแปลกๆ รู้สึกได้ว่าพี่ภูกำลังหักห้ามใจตัวเอง ฮ้าาา คุณพ่อนี่ร้ายจริงน้าา เค้าคิดว่าคุณพ่อกับพี่ติณต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง แบบว่าพี่ติณรู้ความลับคุณพ่ออะไรประมาณนี้ 555 เดาาา มาต่อไวๆน้าา รอค่าา สู้ๆ
    #289
    0
  10. #288 somelight (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 18:02
    เปิดเข้าเด็กดีแล้วเห็นว่าเรื่องอัพนีร ถึงกับกรี๊ดจนแม่เข้ามาดู 555555
    #288
    0
  11. #287 คิมดงจุน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 17:53
    ขุ่นพ่อนี่เน้อ~
    #287
    0
  12. #286 ChulSungJoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 17:42
    รออยู่นะคะะะ >~<
    #286
    0
  13. #285 Ortrak (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 08:31
    ชอบทุกคนนนน จะรออย่างจดจ่อนะคะ 555
    #285
    0
  14. #284 Geezer.r (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 06:22
    ขุ่นพ่อกับพี่อติณเคยมีซำติงกันมาก่อนรึเปล่าคะ -.,- #ทีมทุกคน 5555555
    #284
    0
  15. #283 เดะดอย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 04:13
    ชอบอ่ะๆๆๆ รออัพต่อคับ
    #283
    0
  16. #282 S e L u O n l y (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 20:58
    พี่ภูอย่าทำร้ายจิตใจน้องสิ กลับมาหาน้องหน่อยยย คุยกับน้องบ้างงง
    #282
    0
  17. #281 nooonnin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 17:44
    มาทีนี้ทำใหค้างเป็นอาทิตอะ
    #281
    0
  18. #280 BBMJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 17:17
    มาทีละนิดๆ โอ้ยย ใจจะขาด
    #280
    0
  19. #279 Triple.M (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 16:56
    เชียร์พี่ภูอ่ะ ไม่โอเคกับคุณพ่อ แหมๆ ตอนเด็กมาทำเป็นห้ามพี่ภู ทำไมผ่านไปมาทำเองล่ะเนี่ยยยยย #ทีมพี่ภู 5555555555 #ไม่โอเคกับคุณพ่อ แต่เวลาอ่านก็ฟินดี อิอิ ><
    #279
    0
  20. #278 คิมดงจุน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 16:46
    พ่อจะทำอะไรรร555(ไม่รู้แน่เร้ออ)
    #278
    0
  21. #277 tadwong170 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 16:43
    ทีมพ่อตะวัน
    #277
    0
  22. #276 nong2547 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 16:23
    สนุกมากเลย  ตอนแรกที่เข้ามาอ่านก็ไม่หวังอัลไล  แต่พออ่านแล้ว  แม่เจ้า  สนุกม้ากกก  เรื่องนี้จะมีพระเอกหลายคนมั้ยอ่ะ  เพราะเราชอบทุกคน ยกเว้นแฟนเก่า  เราไม่เอา  เกลียดอ่ะ  บอกเรย
    #276
    0
  23. #275 Akane View (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 16:22
    แบบ น้องเราใสว่ะ
    #275
    0
  24. #274 ลักส์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 03:20
    ทีมภูผาาา กรี๊สสส
    #274
    0
  25. #273 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 19:37
    ขุ่นพ่อมาเนียนๆอีกแระ แต่คุณพ่อกับพี่ติณนี่ต้องรุ้จักกันแน่เลย อื้อหือแต่ละหนุ่มนี่แซ่บๆทั้งนั้นอิจฉาน้องธาร
    #273
    0