(Not) Innocent รัก 'ร้าย' เดียงสา :3P: [เปิดจอง]

ตอนที่ 19 : Chapter 18 :: แผนพังไม่เป็นท่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    11 ต.ค. 59

Chapter 18 

แผนพังไม่เป็นท่า

 

            9: 15 A.M.

@The Attribute Condominium

            ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้วตอนที่ผมสะลึมสะลือตื่น แต่ในห้องยังมืดสนิทเพราะม่านหนาทึบช่วยกันแสงแดดได้อย่างดี พอสติเริ่มเข้าที่เข้าทาง ผมก็รู้สึกได้ว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนี้คนเดียว ร่างกายกำยำของใครบางคนนอนซ้อนอยู่ด้านหลัง โอบกอดผมด้วยวงแขนแข็งแกร่ง ถ่ายทอดความอดอุ่นมาให้ผ่านผิวเนื้อที่แนบสนิทกัน

            ลมหายใจอุ่นร้อนของอีกฝ่ายเป่ารดอยู่ที่ต้นคอ ทำให้ผมรู้ว่าเขานอนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ปลายคางที่เต็มไปด้วยตอหนวดเล็กๆ ครูดลงกับผิวจนผมชักจะจั๊กจี้นิดๆ

            ในห้องนอนของผม ตอนเช้าแบบนี้...คนที่นอนอยู่ข้างหลังจะเป็นใครไปได้นอกจากเจ้าของคอนโด

            พี่ภูเข้ามาในห้องผมตอนกลางดึกแล้วเผลอหลับไปเหรอ?

            ผมไม่ได้ส่งเสียงปลุกคนที่ยังหลับสนิท แต่ใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปบนท่อนแขนกำยำนั้นแทน จากนั้นก็ค่อยๆ พลิกตัวหันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย ใบหน้าคมคายนั้นซุกอยู่กับหน้าอกของผม เขาขยับตัวเล็กน้อยเหมือนเริ่มจะรู้สึกตัว แต่ยังคงไม่ผละออกห่าง นั่นทำให้ผมกล้าที่จะโอบกอดพี่ภูกลับ ลูบไล้ฝ่ามือไปบนแผ่นหลังแกร่ง ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา

            “ทำไมมานอนอยู่นี่ครับ” ผมกระซิบถามด้วยน้ำเสียงแหบนิดๆ เวลาเพิ่งตื่นเสียงของผมจะเป็นแบบนี้ตลอด แต่ผมก็ชอบนะ เพราะพ่อเคยบอกว่าเซ็กซี่ดี

            “.....” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ยังนอนซุกหน้าอยู่กับแผ่นอกของผม ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นรึยัง แต่ถ้าตื่นแล้ว คนอย่างพี่ภูคงไม่ยอมนอนนิ่งๆ ให้ผมกอดอยู่แบบนี้หรอก

            “ถ้ายังไม่ลุกออกไป อย่ามาว่ากันทีหลังนะ”

            “.....”

            ด้วยความอยากแหย่ให้พี่ภูโกรธ ผมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดของอีกฝ่าย สัมผัสผิวกายที่แข็งเกร็งไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นตรงๆ ลูบไล้จากแผนหลังมายังหน้าท้องที่เต็มไปด้วยซิกซ์แพ็กส์ ขณะเดียวกันริมฝีปากก็ไล่จูบตั้งแต่หน้าผากลงมายังแก้ม ก่อนจะครอบครองริมฝีปากนุ่ม บดคลึงเบาๆ

            พี่ภูตื่นแล้ว ผมรู้ตอนที่เขาเริ่มจูบตอบ แล้วเมื่อเราตะโบมจูบกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ผมถึงได้รู้สึกตัวว่าวิธีการจูบของเขาเปลี่ยนไป ฝ่ามือที่กำลังเค้นคลึงสะโพกผมก็ด้วย มันให้ความรู้สึกเร่าร้อนแต่กลับเอาอกเอาใจ ต่างจากสัมผัสเอาแต่ใจที่พี่ภูชอบทำโดยสิ้นเชิง

            “ด...เดี๋ยว...” ผมผละริมฝีปากออกห่างอย่างยากลำบาก ใช้ฝ่ามือผลักดันแผงอกแกร่งเอาไว้ ขณะหอบหายใจและพยายามเพ่งมองผ่านความมืด แต่มือปลาหมึกคู่นั้นกลับไม่ฟังคำห้ามปราม ยังนวดคลึงบีบเคล้นไปตามร่างกายของผม “พี่ภ...”

            ชื่อของพี่ภูยังไม่ทันหลุดจากปาก ผมก็ต้องเบิ่งตากว้างและชะงักค้าง เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งจูบกันไปเมื่อครู่ อีกฝ่ายก็เหมือนจะชะงักไปนิดที่ได้ยินผมเรียกชื่อคนอื่น...

            หมอนี่ไม่ใช่พี่ภู แต่เป็นพี่กฤษ!

            เขาเข้ามาในห้องผมได้ยังไง!?

            “ย...หยุดก่อน”

            กว่าจะตั้งสติได้และหาเสียงตัวเองเจอ มือของพี่กฤษก็จับไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ฝ่ามือข้างหนึ่งล้วงผ่านกางเกงทางด้านหลัง เกือบจะสอดนิ้วเข้ามาในตัวผมด้วยซ้ำ ส่วนมืออีกข้างกำลังปัดป่ายไปทั่วหน้าอกของผม

            ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้น...เสียงของผมมันฟังวาบหวิวสิ้นดี เหมือนกำลังบอกให้อีกฝ่ายทำตรงข้ามกับสิ่งที่พูด

            “แน่ใจนะว่าอยากให้หยุด”

            “.....”

            ผมหายใจติดขัด ตัวร้อนผ่าวไปหมด ร่างกายของผมต้องการอะไรผมรู้ดี แต่ความรู้สึกที่ว่า...อยากให้คนที่สองของผมคือพ่อ มันช่วยให้ผมหักห้ามใจได้ง่ายขึ้น

            “ธารไม่อยากทำ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม

            ฝ่ามือของพี่กฤษยังปัดป่ายไปทั่ว เขาไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยสักนิด สัมผัสที่ร้อนเร่าและเอาอกเอาใจแบบนั้นมันทำให้ลมหายใจของผมขาดห้วง ความคิดอยากจะต่อต้านหายวับไปเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นร้อนดูดเม้มที่ยอดอก ในหัวของผมขาวโพลนไปหมด และยังเผลอหลุดเสียงครางหวิวน่าอายออกมา

            ในตอนที่ทุกอย่างกำลังจะเลยเถิด ประตูก็ถูกผลักเข้ามาจากภายนอก

            “อาหารมาส่งแล้ว”

            คนที่ยืนอยู่หน้าประตูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พี่กฤษหยุดชะงักการกระทำทุกอย่าง เขาสบถออกมาคำหนึ่ง แล้วผละออกจากตัวผมเพื่อลุกขึ้นนั่งดีๆ

สภาพของเราทั้งคู่ตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมด เสื้อผ้าของผมหลุดลุ่ยจนเกือบเปลือย แต่ผมยังคงนอนค้างอยู่ท่าเดิม ไม่ได้รีบร้อนจะแต่งตัวให้เรียบร้อย เป็นพี่กฤษเสียอีกที่คว้าผ้านวมมาคลุมตัวผมไว้ ก่อนที่เขาจะขยี้ผมตัวเองแรงๆ ด้วยท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน

            “จะเข้าห้องคนอื่นก็หัดเคาะประตูบ้างดิวะ” พี่กฤษสั่งสอนคนที่ยังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องอยู่ เป็นคนอื่นคงรีบปิดประตูแล้วเดินหนีไป แต่นี่นอกจากจะไม่ยอมไปแล้ว พี่ภูยังมองสำรวจพวกเราสองคนด้วยสายตาเฉยชาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น

“นี่คอนโดกู”

            “สัตว์”

            “ออกมากูหิวแล้ว”

            “เออ!

           

            [Krit’s Part]

            ผมเดินออกมานอกห้องนอนโดยไม่ลืมที่จะกระแทกประตูปิดดังๆ ให้ไอ้ภูมันรู้ว่าผมหงุดหงิดแค่ไหนที่ถูกขัดจังหวะ ไอ้ภูมันกอดอก หันมามองด้วยหน้าตาแบดๆ ตามสันดานของมัน สีหน้าตอนนี้เหมือนกำลังถามผมแบบหาเรื่องว่า มึงจะทำไม!?’

            “คนเป็นแฟนกัน อยู่ในห้องนอนสองต่อสองนี่มึงเดาไม่ออกเหรอว่าเขาทำอะไรกัน มึงเสือกเปิดประตูเข้ามาเนี่ยนะ!

            “นั่นน้องกู แล้วถ้ากูจำไม่ผิด...มึงเลิกกับน้องกูแล้ว”

            “เออ! กูง้ออยู่นี่ไง มึงอะ แทนที่จะช่วยเพื่อน เสือกมาขัด” พูดไปแล้วผมก็ชักหงุดหงิดกว่าเดิม พาลคิดไปถึงตอนอยู่บนเตียงกับธาร กำลังคลอเคลียกันอยู่น้องก็เรียกชื่อคนๆ นึงออกมา ถึงจะชะงักไปกลางคัน แต่ผมฟังออกว่าไม่ใช่ชื่อตัวเอง เพราะไม่ได้ออกเสียงตัว ’ แต่เป็น ’ หรือ... 

            ?...ภู!?

 

50%
v
v

ไม่หรอก...ไม่มีทาง จะเป็นไอ้ภูได้ไงในเมื่อธารกับภูเป็นพี่น้องกัน แต่อะไรรู้ไหม...ท่าทางของสองคนนี้ หรือแม้แต่สายตาที่ไอ้ภูใช้มองธาร มันทำให้ผมคิดไม่ตก

            แล้วผมก็คงไม่คิดมากขนาดนี้แน่ถ้าเมื่อคืน ตอนที่ออกมาจากห้องนอนธาร ผมไม่เห็นไอ้ภูยืดกอดอกพิงกำแพงอยู่ข้างประตูห้อง จ้องผมด้วยสีหน้าเหมือนหมาถูกแย่งกระดูก เมื่อเช้าที่ขอเข้าไปในห้องน้อง ถึงมันจะยอมให้ผมเข้าไป แต่ก็แทบจะกัดฟันพยักหน้าด้วยซ้ำ ยังกับไอ้ภูทั้งหึงทั้งหวงธารแต่ทำอะไรไม่ได้

            บอกทีว่าทั้งหมดนี่ผมคิดมากไปเอง!?

            “.....”

            “กูถามจริง ที่มึงเปิดประตูเข้ามาเมื่อกี้มึงตั้งใจใช่ไหม!?

            “อืม”

            “...!?”ผมคว้าคอเสื้อมัน จ้องนัยน์ตาสีดำสนิทด้วยท่าทางเอาเรื่อง “มึงทำแบบนั้นเพราะหวงน้องมากถ้าธารเป็นผู้หญิงกูคงไม่แปลกใจหรอกเว่ย แต่นี่น้องมึงเป็นผู้ชาย...กูว่ามึงหวงมากเกินฐานะพี่ชายไปเปล่าวะ?

            ไอ้ภูดึงมือผมออกจากคอเสื้อมัน หันหลังเดินไปที่โต๊ะกินข้าว พลางพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญๆ ว่า “มึงคิดว่าคนสันดานแบบมึง กูควรไว้ใจ?

            “งั้นแสดงว่าถ้าเป็นคนอื่นไม่เป็นไร?” ผมเดินตามไอ้ภูไปที่โต๊ะ กระชากไหล่มันให้หันกลับมา แต่พอสบเข้ากับสายตาไม่สบอารมณ์ มือของผมก็ปล่อยออกจากไหล่อีกฝ่ายอย่างอัตโนมัติ

            ภูมันอารมณ์ร้ายแค่ไหน เพื่อนในมหาลัยรู้กันดี ถ้ามันโกรธจริงจังขึ้นมาคงต้องคุยกันด้วยหมัดแทนคำพูด

            “มึงคิดอะไรอยู่วะกฤษ” น้ำเสียงของไอ้ภูแทบจะตะคอก “ธารเป็นน้องกู เราเป็นพี่น้องกัน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น” ประโยคนี้เหมือนมันกำลังย้ำกับตัวเองมากกว่าจะบอกผม

            [End Krit’s Part]

 

            ผมล้างหน้าแปรงฟันเสร็จสักพักแล้ว แต่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้อง รอจนเสียงพูดคุยด้านนอกเงียบลงถึงได้เปิดประตูออกไป

            พี่ภูกับพี่กฤษยืนอยู่หน้าโต๊ะบาร์ตรงห้องครัว คนหนึ่งสวมแค่กางเกงนอนขายาวลายสก็อต เปลือยท่อนบน ผมเผ้ายุ่งเหยิงสภาพเหมือนเพิ่งตื่นนอน ส่วนอีกคนแต่งตัวด้วยชุดเท่ห์ๆ พร้อมสำหรับออกไปข้างนอก เสียดายที่เสื้อยับไปหน่อย และผมที่ถูกเซ็ตไว้ต้องเสียทรงเพราะกิจกรรมบนเตียงก่อนหน้านี้ 

สองคนนั้นหันมามองทางผม ก่อนที่พี่กฤษจะนั่งลงบนเก้าอี้โดยไม่ได้พูดอะไร ส่วนพี่ภูยังจ้องผมอยู่ ดวงตาคมกริบของเขามองต่ำลงมาที่ลำคอของผม สีหน้าเหมือนกำลังไม่พอใจ แต่เมื่อผมแสร้งยกมือลูบต้นคอเพื่อบดบังรอยจ้ำแดงจากสายตาอีกฝ่าย เขาจึงเสมองไปมองทางอื่นคล้ายกับเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอจ้องผมนานเกินไป

            สีหน้าแบบนั้นของพี่ภูมันหมายความว่ายังไง เขาหวงผมงั้นเหรอแต่ก็เป็นพี่ภูเองนี่ที่ปล่อยให้พี่กฤษเข้ามาในห้องนอนผม ที่คอของผมถึงได้มีรอยคิสมาร์กเด่นหราขนาดนี้ รอยหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน ส่วนอีกรอยเพิ่งจะได้มาเมื่อเช้า นี่ยังไม่นับบริเวณอื่นภายใต้ร่มผ้านะ

            คิดแล้วก็หงุดหงิดพี่กฤษชะมัด หมอนั่นจงใจทำรอยพวกนี้เพื่อให้ใครก็ตามที่เห็นมันรู้ว่าผมมีเจ้าของ!

            ผมเดินไปนั่งลงข้างพี่ภู เนื่องจากโต๊ะกินข้าวเป็นแบบบาร์เหมือนในร้านอาหารที่ต้องนั่งเรียงกัน พี่กฤษเลยนั่งถัดไปจากพี่ภูอีกที

            “ธารมานั่งข้างพี่สิ” โต๊ะบาร์นี้สำหรับสี่ที่นั่ง ข้างพี่กฤษจึงยังมีเก้าอี้ว่างอีกตัว

            “ขี้เกียจลุก” ผมบอกปัด แล้วคว้าช้อนซ้อมขึ้นมาตักอาหารเข้าปาก

บนโต๊ะมีอาหารเช้าหน้าตาน่าทานที่ยังอยู่ในกล่องพลาสติก (พี่ภูขี้เกียจแม้กระทั่งเอาพวกมันออกมาใส่จาน) ทั้งไข่ออมเล็ต ฮอทด็อก แซนวิช กับสลัดปลาแซลมอนย่าง ซึ่งน่าจะเป็นอาหารที่สั่งมาจากร้านอาหารใต้คอนโด ความคิดที่จะทานมื้อเช้าด้วยกันคงเป็นไอเดียของพี่กฤษ แต่ที่แปลกคือพี่ภูยอมนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเรา

            “ไม่เป็นไร งั้นพี่ลุกเอง” พี่กฤษทำอย่างที่บอก เขาลากเก้าอี้มานั่งตรงหัวโต๊ะข้างๆ ผม แล้วจึงเริ่มลงมือทานอาหาร

            พี่ภูเหลือบมองมาที่เราสองคนก่อนจะโยนส้อมในมือทิ้ง เสียง เคร้ง!’ ดังขึ้นพร้อมกับที่อีกฝ่ายลุกเดินไปยังตู้เย็นแบบสองประตูขนาดสูงเลยศีรษะ

ผมมองตามไปก็เห็นว่าเขากำลังเปิดฝาตู้แล้วคว้านมจืดทั้งแกนลอนออกมา เปิดฝายกขึ้นดื่มอึกๆ

            เนื่องจากพี่ภูไม่ได้สวมเสื้อ จากมุมที่ผมนั่งอยู่พี่ภูเลยดูเซ็กซี่สุดๆ เขายืนเอียงทำมุมสี่สิบห้าองศา ทำให้เห็นกล้ามหน้าท้องอย่างชัดเจน ไหนจะกล้ามอก กล้ามแขน กับลูกกระเดือกที่กำลังขยับขึ้นลงตอนดื่มนมนั่นอีก มันทำให้ผมนึกถึงฉากที่พวกพระเอกอเมริกันซีรี่เปิดหาเครื่องดื่มในตู้เย็น

            เสียงริงโทนมือถือดึงผมออกมาจากภาพตรงหน้า หันไปมองทางพี่กฤษ เห็นอีกฝ่ายคว้ามือถือบนโต๊ะขึ้นมากดรับสาย พูดอืมๆ สองสามคำก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้

             “เพื่อนพี่มารับแล้ว พี่ไปก่อนนะ พอดีนัดทำโปรเจ็กต์กับเพื่อนไว้” ร่างสูงกำยำเดินมาหยุดตรงหน้าผม ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูว่า “ไว้เย็นนี้พี่กลับมา เราค่อยมาต่อที่ค้างไว้นะครับ”

            “.....” ประโยคชวนขนลุกนั่นทำให้ผมต้องขมวดคิ้วมองเขาด้วยความหงุดหงิด แต่พี่กฤษกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี

            “เฮ้ยภู กูไปก่อนนะ”

            พี่ภูดึงขวดแกลลอนออกจากปาก พยักหน้าแทนคำตอบ แล้วเก็บนมพาสเจอร์ไรส์ที่เหลืออยู่ครึ่งแกลลอนกลับเข้าไปในตู้เย็น

            เสียงปิดประตูดังขึ้นหลังจากพี่ภูเดินกลับมาที่โต๊ะ ผมกำลังจะตักอาหารกินต่อ แต่ดันเหลือบไปเห็นกระเป๋าตังค์ที่วางอยู่บนโต๊ะบาร์เข้าซะก่อน

            “เดี๋ยวธารมานะครับ”

ด้วยความเร่งรีบ ผมคว้ากระเป๋าตังค์ราคาแพงไว้ในมือ แล้วรีบวิ่งออกจากห้องทั้งที่ยังสวมแค่สลิปเปอร์ กำลังจะตะโกนเรียกพี่กฤษที่อยู่ในลิฟท์ ประตูลิฟท์ก็เลื่อนปิดพอดี ผมจึงได้แต่เดินไปกดปุ่มบนกำแพง ยืนรอให้ลิฟท์อีกตัวเคลื่อนลงมา พอเข้าไปในลิฟท์แล้วถึงเพิ่งนึกออกว่าตัวเองไม่ได้เอามือถือติดตัวมาด้วย แม้แต่คีย์การ์ดก็ลืมทิ้งไว้บนห้อง จะโทรหาพี่กฤษก็ไม่ได้ ถ้าตามไปไม่ทันก็ค่อยโทรบอกให้ย้อนกลับมาเอาละกัน

            มาถึงด้านล่าง ผมเห็นหลังพี่กฤษไวๆ อยู่ที่หน้าประตูคอนโดเลยรีบวิ่งตามออกไป

            “พี่กฤษ! กระเป๋าตังค์!” พอผลักประตูคอนโดเปิดออก ผมก็รีบตะโกนบอกคนที่กำลังจะก้าวขึ้นรถพร้อมกับวิ่งเข้าไปหา

            “อ้าว พี่ลืมเอาไว้เหรอ” สีหน้าพี่กฤษดูไม่ดีเท่าไหร่ตอนที่หันมาเห็นผม เขารีบปิดประตูรถแล้วยื่นมือมารับของ “ขอบคุณมากนะ อุตส่าห์เอาลงมาให้”

            “อือ”

จริงๆ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอาลงมาให้หรอก แค่ตกใจแล้วรีบวิ่งตามมา รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในลิฟท์แล้ว

            “งั้นพี่ไปก่อนนะ”

            “ครับ”

            ยังไม่ทันที่พี่กฤษจะกลับขึ้นรถ ประตูฝั่งคนขับก็เปิดออก คนที่ก้าวลงมาจากรถหันมาส่งยิ้มเหยียดๆ ให้ผม

            “ไงธาร ไม่เจอกันนานนะ”

            ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่กฤษที่ยังยืนค้างอยู่กับที่ ในเมื่อพี่กฤษดันรู้ทันว่าผมคิดจะเอาคืนเขา งั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทนเก็บความรู้สึกแย่ๆ แล้วแกล้งทำตัวโง่เง่าอีกต่อไป

“อ๋อ...จะไปทำโปรเจ็กต์กับเพื่อน?” ผมยกมือขึ้นกอดอก “พี่ณัฐนี่เขาเรียนคณะเดียวกับพี่กฤษด้วยเหรอ”

            วันก่อนสองคนนี้ยังทะเลาะกันเพราะผมอยู่เลย แต่นี่คืนดีกันแล้ว? ความสัมพันธ์แนบแน่นดีจังนะ

            พี่กฤษฉวยมือผมไปกุมไว้ ใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ บนหลังมือ “ไว้กลับมาพี่จะอธิบายให้ฟังนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้อง

            “ไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกครับ เพราะแต่ละอย่างที่พี่อ้าง มันก็เรื่องโกหกทั้งนั้น”

ได้ยินผมพูดแบบนั้นพี่ณัฐก็ยิ้มมุมปาก สีหน้าเหมือนกำลังเยาะเย้ยผมอยู่ ด้วยความหมั่นไส้ ผมเลยแกล้งเอียงหัวแล้วยกมือขึ้นเกาที่คอ พอสายตาหมอนั่นเหลือบมองตามมือของผม หน้าตาจากดีๆ ก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอย่างกับเพิ่งอมบอระเพ็ดเข้าไป

“ธาร พี่เคยบอกแล้วไงว่าพี่จะไม่โกหกธารอีก”

            “แล้วไอ้ที่บอกว่าจะไปทำโปรเจ็กต์กับเพื่อนนี่คือ?

            พี่กฤษอ้าปากจะแก้ตัวต่อ ผมเลยดึงมือข้างที่ถูกกุมเอาไว้ออก แล้วยกขึ้นปิดปากเขา “อมวัดมาพูดก็ไม่เชื่อ เอาปากไปจูบกิ๊กพี่เหอะ”

            พูดจบผมก็ผลักพี่กฤษออกห่าง แล้วหันหลังเดินหนีกลับเข้ามาในคอนโด ไม่ได้เหลียวกลับไปมองว่าพี่กฤษกำลังทำสีหน้ายังไง หรือพี่ณัฐได้อาละวาดอยู่รึเปล่า ผมไม่แคร์เลยสักนิด ก็แผนที่ผมจะหลอกปั่นหัวพี่กฤษมันพังไปแล้ว ผมยังต้องแคร์อะไรอีก?

            แต่พี่กฤษนี่ก็มั่นใจในตัวเองเกินเหลือเกินนะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าผมกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา แต่ก็ยังจะอยากคืนดีกับผมอีก เขาคิดจริงๆ เหรอว่าผมยังมีใจให้ หรือจะทำให้ผมกลับไปรักเขาเหมือนเดิมได้?

ถ้าพี่กฤษทนพฤติกรรมแย่ๆ ของผมได้ ก็ทนต่อไป เพราะผมเองก็ยังอยากใช้เขายั่วโมโหพี่ภูเหมือนกัน!

Pie2Na
ตอนหน้าพี่อติณจะได้ออกโรงละนะะะ มาอย่างแซ่บเลยครับ

ปล. ทำไมยอดวิวตอนใหม่หดลงเรื่อยๆเลย เนื้อเรื่องมันสนุกน้อยลงใช่เปล่า
ส่วนตัวก็รู้สึกนะว่ามันมีแต่ฉากน้ำหลากมากเกินไป แต่อารมณ์มันพาไปอะนะ 5 5 5 5 
อ่านเรื่องนี้แล้วชอบก็ชวนเพื่อนๆ มาอ่านกันบ้างนะครับ 
ถือว่าช่วยเป็นกำลังให้คนเขียนเนอะ เอาจริงๆ นี่เข้ามาอ่านเม้นทุกวันเลย แต่ไม่มีเม้นใหม่เลย 5 5  5 
ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามนะครับ
และขอบคุณทุกคอมเม้นด้วย ^^

ปล1. สำหรับคนที่อ่านในแอพ จะไม่เห็นเพจพายเนอะ
จะติดตามข่าว เข้ามาที่เพจ Pie2Na นะครับ
คลิก>>Pie2Na


 

พูดคุยถึงเรื่องนี้ แอบนินทาพี่กฤษ ธาร อติณ พี่ภู พ่อตะวัน ใครก็แล้วแต่!

ติดแท็ก #ฮาเร็มของธาร ในเฟสบุ๊คกับทวิสเตอร์นะครับบบ



 

 ชอบเรื่องนี้ กด โหวตให้ดาว ที่รูปอติณ  กดAdd Favที่รูปพี่ภูครับ ^^

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,085 ความคิดเห็น

  1. #1072 Kun Kuna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 13:34

    รำคาญพี่กฤษ

    #1,072
    0
  2. วันที่ 30 มกราคม 2560 / 20:36
    ไรท์เขียนได้แบบแสดงความรู้สึกตัวละครมาถึงคนอ่านเลยค่ะ รู้สึกไม่อะไรกับกฤษมานานแล้วอะ รำคาญด้วยซ้ำ ยังไงไม่รู้
    #1,048
    0
  3. #831 thehappymoon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 00:34
    ไม่นะคะยิ่งอ่านยิ่งสนุกขึ้น รี้ดคนนี้โอเคค่ะ555555
    #831
    0
  4. #749 Lookky'z Wawa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 06:55
    เดวพี่กฤษจะเจอของจริง 5555 #ทีมภู
    #749
    0
  5. วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 12:05
    พี่กฤษยังไม่รู้จักด้านร้ายของธารสินะ
    #748
    0
  6. #747 Kath' (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 02:05
    ไรท์อัพบ่อยๆสิ เค้าสัญญาจะมาอ่านตลอด #ทีมคุณพ่อ #ทีมพี่อติน
    #747
    0
  7. #746 The Lost One (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 14:47
    ตัวเองหายไปนานไงงง ยังสนุกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเสน่ห์ของธาร 5555555
    #746
    0
  8. #745 ....DisPlay.... (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 13:26
    ตกลงธารรักใครอ่าาาาาา#เชียร์พี่ภู ส่วนพ่อตะวันยกให้พี่กฤษปายยยย
    #745
    0
  9. #744 aaaaaa-24 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 09:52
    พี่กฤษนี่ยังไง55555
    #744
    0
  10. #743 Popularpong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 01:55
    อ่าห์..อยากลูบอยากไล้
    #743
    0
  11. #742 IAZNABIOAY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 01:03
    ม่ายยยนะ เนื้อเรื่องยังหนุกเหมือนเดิมนะคะ ..นี่ยังเข้ามาเช็คตลอดว่าอัพยัง งี้อ่ะ สู้ๆค่าาา????
    #742
    0
  12. #741 luzia atiria (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 23:32
    ขอพี่ภู~~~~~~
    #741
    0
  13. #740 เหวิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 23:02
    ขอบคุณค่าา พี่กฤษเกือบดีละ มาเจอแบบนี้ติดลบรัวๆเลย
    #740
    0
  14. #739 Reprayz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 22:54
    สู้ๆ นะไรท์ ^^
    #739
    0
  15. วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 11:56
    น้องธารเกือบไปแล้วเสน่ห์แรงสุดๆ
    #738
    0
  16. #737 Kath' (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 12:09
    กฤษคะ เจ้ไม่ปลื้มมมม เจ้รอคุณพ่อกับอติณค่ะ ส่วนภูเจ้จะไม่เชียร์ล้ะนะถ้ายังซึนอยู่แบบเนนนนน้
    #737
    0
  17. #735 Mangalover (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 08:49
    พี่ภูหึงเหรอค--//โดนคนขี้หึงแต่ซึนเตะ
    #735
    0
  18. #733 Reprayz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 23:59
    รออยู่เด้อออออออออ
    #733
    0
  19. #732 IAZNABIOAY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 23:23
    อู้ววว *0* พี่ภูแอบหวงน้องอยู่ใช่ม้ะ แล้วอีพี่กฤษนี่น่าจะกลับห้องไปได้แล้วนะ ปล่อยให้2พี่น้องเขาได้สวีทกันบ้างเด่5555555 มาต่อเร็วๆนะคะ จะรอเลย อยากอ่านต่อมากกกก ขอบคุณนะคะ:D
    #732
    0
  20. #731 เหวิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 23:00
    โว้ๆพี่กฤษเล่นงี้เลยหรอ แต่เดาเก่งแหะ ธารจะรอดถึงพ่อไหมนี่
    #731
    0