(Not) Innocent รัก 'ร้าย' เดียงสา :3P: [เปิดจอง]

ตอนที่ 16 : Chapter 15 :: เปรียบเทียบ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    20 ก.ย. 59

Chapter 15 

เปรียบเทียบ

 

4: 02 P.M.

@The Attribute Condominium

“พ่อไม่เคยทำร้าย ไม่เคยบังคับธาร เราแค่รักกัน...ถ้าพี่ภูยังคิดว่าสิ่งที่พ่อทำมันผิด...ธารก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าตอนที่พี่ภูเป็นคนทำมันเองอีกครั้ง ตอนนั้นพี่ภูจะรู้สึกยังไง”

หลังจากที่ผมพูดประโยคนั้น พวกเราต่างก็นิ่งเงียบอยู่หลายนาที ก่อนที่เสียงถอนหายใจจะดังขึ้นเบาๆ จากคนข้างตัว

“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ” พี่ภูบอกแล้วผุดลุกขึ้นยืน คว้ากะละมังเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเดินเข้าหองน้ำไป

ผมนั่งรออยู่บนเตียงจนพี่ภูออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับกะละมังใบเติม มองเขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อินขนาดใหญ่ ใช้เท้าเขี่ยเปิดประตูบานเลื่อน หยิบผ้าขนหนูผืนใหม่กับเสื้อผ้าด้วยมืออีกข้างที่ว่าง ก่อนจะสาวเท้ากลับมาที่เตียงอีกครั้ง แล้ววางของทั้งหมดลงบนโต๊ะตัวเดิม 

“ถ้ามีแรงแล้วก็เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ พี่จะออกไปเอาข้าวเอายามาให้กิน”

“ธารยังไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน”

“ธารกินไม่ลง” ผมขมวดคิ้วมองคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมาบังคับกันด้วย กับแค่เรื่องกินข้าว จะกินไม่กินมันก็ท้องของผมรึเปล่า “เอามือถือธารมา ธารจะโทรหาพ่อ”

“พี่ไม่ได้หยิบมือถือธารติดมาด้วย”

“งั้นของพี่ภูล่ะ ขอยืมของพี่ภูก่อนก็ได้”

“กินข้าวกินยาก่อนแล้วพี่จะให้ยืม”

ผมเม้มปาก มองพี่ภูอย่างโกรธๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้จะแคร์หรอกว่าผมรู้สึกยังไง ย้ำให้ผมรีบเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไปเลย แต่ยังไม่ทันที่พี่ภูจะกลับเข้ามา เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น มันไม่ใช่ประตูห้องนอนห้องนี้ แต่เป็นประตูบานไหนสักบานในคอนโด ตามด้วยเสียงพูดคุยของคนสองคนดังแว่วมาให้ได้ยิน ถึงจะไม่เห็นหน้าแต่ผมก็จำได้ว่านั่นเป็นเสียงของใคร

“ธารอยู่ไหน”

“คุณเข้ามาในนี้ได้ยัง”

พ่อมาที่นี่...ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่พ่อเข้ามาได้โดยไม่ต้องกดออดเรียกพี่ภูไปเปิด ในเมื่อพ่อเคยบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของโครงการคอนโดนี้ จะเรียกเอาคีย์การ์ดสำรองคงทำได้ไม่ยาก ดีแค่ไหนที่คราวก่อนพ่อไม่ได้บุกเข้ามาในคอนโดของพี่กฤษแล้วเห็นผมคลอเคลียอยู่กับอีกฝ่ายบนโซฟา

            ผมเหวี่ยงเท้าลงจากเตียง กัดฟันทนก้าวขาสั่นๆ ไปทางประตูห้อง แต่พอเดินผ่านตู้เสื้อผ้าก็ต้องชะงัก มองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่กับบานเลื่อน เกือบลืมไปเลยว่าเนื้อตัวของผมมีร่องรอยเต็มไปหมด ถึงจะใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นอยู่ แต่ก็ปิดรอยคิสมาร์กตรงซอกคอกับต้นขาไม่ได้

            จะให้พ่อเห็นสภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด...

            คิดได้อย่างนั้นผมก็รื้อเสื้อผ้าในตู้ แต่ก็หาเสื้อผ้าที่พอดีตัวและปกปิดมิดชิดโดยไม่ทำให้ตัวเองดูประหลาดไม่ได้เลยสักชุด จึงทำได้แค่เดินย้อนกลับไปที่เตียง มุดตัวเข้าไปใต้ผ้านวม ดึงมาปิดจนถึงคอ แล้วเงี่ยหูฟังเสียงพูดคุยที่ดังมาจากด้านนอก

            “แม่ยอมให้คุณมาที่นี่เหรอ”

            “ฉันกับน้ำตกลงกันแล้ว ถ้าธารอยู่ที่นี่ ฉันจะมาหาธารเมื่อไหร่ก็ได้”   

            “ได้...แต่ต้องให้อยู่ในสายตาของผมใช่รึเปล่า”

            “อย่าให้มันมากนักนะภูผา...อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าแกคิดอะไรกับลูกฉัน อย่าคิดว่าฉันหูตาฝ้าฟางจนไม่เห็น ไม่ได้เย็นว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”

            หัวของผมอื้ออึงจนจับใจความอะไรไม่ได้อีก...พ่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แล้วรีบออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า ทำไมต้องทำแบบนั้น พ่อคิดอะไรอยู่...ความเครียดบวกกับความกดดันก่อนหน้านี้ทำให้น้ำตาของผมไหลออกมาทั้งที่ไม่อยากร้องไห้ ผมกลัวไปหมด กลัวว่าพ่อจะรังเกียจ กลัวว่าแม่จะเกลียดผม

            ...เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ความผิดของพี่ภูหรอก มันเพราะผมเองต่างหาก ตัวผมเอง!

            ประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามา ทำให้ผมต้องรีบหลับตาลง แกล้งทำเป็นหลับเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับพ่อในเวลานี้ ในใจได้แค่ภาวนาว่าเจ้าของเสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงคือพี่ภู แต่เมื่อคนๆ นั้นทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แล้วยื่นมือมาลูบหัวผม ผมก็รับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่...

            “ร้องไห้ทำไมครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม พร้อมกับนิ้วมือที่ป้ายเช็ดน้ำตาให้ผมอย่างอ่อนโยน หัวใจของผมสั่นไหวเมื่อเขาคนนั้นทรุดตัวลงนอนเคียงข้างแล้วดึงผมเข้าไปกอดแนบอก “ป่วยเหรอ ทำไมตัวอุ่นๆ ปวดหัวรึเปล่า”

            “พ่อ...ฮึก...”

            “ว่าไง ตอบพ่อหน่อยสิ”

            “พ่อรังเกียจธารไหม” ผมไม่ตอบแต่กลับถามไปอีกเรื่อง

            มือที่ป้ายเช็ดน้ำตาให้ผมเปลี่ยนมาลูบแผ่นหลัง ฝ่ามือที่ทั้งใหญ่โตแหละหยาบกระด้างลูบขึ้นลงหนักๆ ผ่านเนื้อผ้าบางเบา ส่งความอบอุ่นมาให้ น้ำตาของผมยิ่งไหลออกมาเหมือนน้ำในถังรั่วๆ แค่สัมผัสจากฝ่ามือของพ่อ ไม่ต้องใช้คำพูดแม้สักคำ ผมก็รับรู้ได้ว่าพ่อรักและทะนุถนอมผมมากแค่ไหน

            “ทำไมพ่อต้องรังเกียจธารล่ะครับ พ่อจะรังเกียจลูกชายคนเดียวของพ่อได้ยังไง...เราเคยพูดเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ”

            “ธารได้ยินที่พ่อคุยกับพี่ภู” ผมเงยหน้าขึ้นจากอกพ่อ ได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าคมคายที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ความกลัว ความกังวลก่อนหน้านี้ค่อยลดลงบ้าง “พ่อรู้ว่าธารกับพี่ภู...”

            “อุตส่าห์แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ถูกธารจับได้ซะแล้วสิ”

            “ทำไมต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”

            ฝ่ามือเล็กๆ ของผมที่วางอยู่บนอกของพ่อ กำเสื้อเชิ้ตสีขาวจนยับยู่ ความคิดของพ่อซับซ้อนจนผมตามไม่ทัน ในเมื่อรักทำไมต้องทนเห็นคนที่เรารักกอดกับคนอื่น เหตุผลที่บอกว่าอยากให้ผมลองคบหากับคนอื่นดู จะได้รู้ว่าไม่มีใครจริงใจและรักผมได้เท่ากับที่พ่อรัก มันใช้ได้เหรอ

            นั่นมันครั้งแรกของผมนะ...พ่อควรจะหวงมันเอาไว้ให้ตัวเองไม่ใช่รึไง

            “ถ้าพ่อเข้าไปห้าม ถ้าพ่อดุด่าธารหรือทำร้ายภู เรื่องมันก็คงไม่เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้...กลายเป็นธารโกรธพ่อแล้วหนีเตลิดไปกับภูแทน” ผมคิดตาม สิ่งที่พ่อพูดถูกทุกอย่าง คนอย่างผมยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งอยากเอาชนะ พ่อรู้จักผมดียิ่งกว่าตัวผมเองเสียอีก “เด็กที่รั้นอย่างธารคิดว่าพ่อจะห้ามได้เหรอ...ถึงเรื่องจะไม่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก็คงเกิดขึ้นสักวันลับหลังพ่ออยู่ดี”

            “.....” ผมได้แต่เงียบ ไม่มีแม้แต่คำขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะผมละอายใจเกินกว่าจะพูดออกไป ละอายที่จะให้พ่อยกโทษให้ง่ายๆ กับความผิดซ้ำๆ ซากๆ ที่ผมทำ

            “คราวนี้รู้แล้วใช่ไหม...กอดของพ่อกับกอดของคนอื่น ต่างกันยังไง”

            “.....”

            รู้สิครับ...รู้ซึ้งเลยล่ะ

เซ็กซ์ที่หนักหน่วงแต่ก็โอนโยนในทุกสัมผัส กับเซ็กซ์ที่รุนแรงมีแต่ความตระกุมตระกาม ได้รับความสุขอยู่ฝ่ายเดียว...ไม่ว่าจะแบบไหนมันก็คือเซ็กซ์ แต่ที่ต่างกันคงเป็นความรู้สึก

            เซ็กซ์ของพ่อมันทำให้ผมทั้งตื่นเต้น อบอุ่น และสัมผัสได้ถึงความรัก ต่างจากเซ็กซ์ของพี่ภูโดยสิ้นเชิง

            “...ความรักของพ่อก็เหมือนกัน” พ่อกระซิบต่อที่ข้างหูผม ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผาก เรายังกอดกันอยู่อย่างนั้นบนเตียงไม่ยอมขยับไปไหน

            คำพูดของพ่อทำให้น้ำตาของผมเหือดแห้งไปจนหมด ผมผงกหัวขึ้นเล็กน้อยไม่ให้พ่อรู้ตัว ก่อนจะลอบมองผ่านไหล่กำยำไปที่ประตูห้อง...ประตูยังถูกเปิดค้างไว้ เจ้าของห้องกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู มองมาที่เราทั้งคู่บนเตียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย พี่ภูคงเดินมาพร้อมกับพ่อและยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าผมแอบมองอยู่ เขาก็ผละจากไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ

            “ธารไม่อยากอยู่ที่นี่” ผมพูดขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้าของพี่ภูเงียบหายไป “ธารอยากอยู่ที่บ้านกับพ่อ”

            “พ่อตกลงกับแม่เอาไว้แล้ว ถ้าเรายังดื้อจะกลับบ้าน แม่ต้องโกรธพ่อมากแน่ๆ”

            พูดถึงแม่ ผมเกือบลืมไปเลยว่ายังมีเรื่องให้กังวลอีกเรื่อง

            “พ่อกับแม่ทะเลาะกันรึเปล่าครับ แล้วแม่...โกรธธารมากไหม”

            “แม่เข้าใจครับ พ่อกับแม่คุยกันเข้าใจแล้ว ธารไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้นะ” พ่อยังคงลูบหลังผมอยู่ ทำให้ผมสบายจนเกือบจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบ อยู่ใกล้พ่อแล้วความกังวลใจหายไปเกือบหมด

            “ง่วงอีกแล้วเหรอ ลุกขึ้นมากินข้าวกินยาก่อนนะครับ ค่อยนอนต่อ”

            “ธารยังไม่หิว”

            “ฝืนกินหน่อยนะครับ ไม่งั้นคืนนี้พ่อคงนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงเรา” พ่อคลายอ้อมกอดออก ลูบหัวผมเบาๆ แล้วขยับตัวลุกออกจากเตียง “เดี๋ยวพ่อไปเอาโจ๊กกับยามาให้นะครับ”

ผมมองตามแผ่นหลังของพ่อที่หายลับไปจากบานประตู ก็อดคิดถึงคำพูดของพี่ภูก่อนหน้านี้ไม่ได้ “ไม่หิวก็ต้องกิน” เจ็บหน่วงในอกแปลกๆ แฮะ คุยเรื่องเดียวกันแต่ทำไมคำพูดมันต่างกันลิบลับ เขาเอาตัวผมมาที่นี่ บังคับให้ผมอยู่ด้วยกัน บังคับให้ผมกินข้าว ที่คอยดูแลผมก็คงทำไปตามหน้าที่ของพี่ชาย ผมไม่เห็นจะรับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่แบบที่พ่อทำเลยสักนิด

ผมคงคาดหวังมากเกินไปที่อยากให้พี่ภูรักและแคร์ผมมากกว่านี้ อ่อนโยนกับผมมากขึ้นอีกนิด อย่างน้อยให้ได้สักเศษเสี้ยวของพ่อก็ยังดี

“รู้ใช้ไหมว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก จะมีใครต้องรับรู้บ้าง แล้วเธอจะต้องย้ายไปอยู่ที่ไหน”

“ผมรับปาก...แต่คุณก็ต้องรับปากด้วย”

เสียงของพ่อกับพี่ภูดังมาจากด้านนอก ผมที่ฟังอยู่เงียบๆ ทำได้แค่ฟุบหน้าลงกับหมอนและคิดต่อต้านอยู่ในใจ

ยังไงคำพูดมันก็เป็นแค่ลมปากผ่านหู...จับต้องได้ที่ไหนกัน

 

10: 20 P.M.

คอนโดหลังนี้เป็นแบบ Duplex มีสองชั้น สองห้องนอน สามห้องน้ำ ห้องที่ผมนอนเมื่อตอนบ่ายเป็นห้องนอนของพี่ภูที่อยู่ชั้นล่าง ส่วนห้องของผมอยู่ชั้นบน

ใช้แล้ว...เราแยกห้องนอนกัน และตอนนี้ผมก็นอนอยู่คนเดียวบนเตียงในห้องนอนห้องใหม่ ส่วนพ่อกลับไปตั้งแต่สองทุ่ม พร้อมกับพวกแม่บ้านที่มาทำความสะอาด และจัดข้าวของของผมมาไว้ในห้องนี้

ถึงห้องนี้จะแคบกว่าห้องนอนที่บ้าน แต่ก็หรูหราน่าอยู่สมกับที่เป็นคอนโดราคาเหยียบสามสิบล้าน ทุกอย่างสะดวกสบายไปหมด แอร์เย็นฉ่ำ เตียงนุ่ม วิวสวย ดีไซน์ทันสมัยตามแบบที่ผมชอบ ติดแค่อย่างเดียว คือต่อให้มันสบายแค่ไหน ผมก็ยังนอนไม่หลับ

ไม่ใช่เพราะแปลกที่ หรือเพราะวันนี้ผมนอนกลางวันมากเกินไป แต่เพราะผมชินกับการมีพ่อนอนอยู่ข้างๆ ไปแล้ว ถึงพวกเราจะไม่ได้เข้านอนพร้อมกันทุกคืน แต่พ่อก็จะตามมานอนด้วยตอนดึก ปลุกให้ผมงัวเงียตื่นด้วยการดึงเข้าไปกอด จูบที่หัว หน้าผาก หรือไม่ก็แก้ม แล้วหลับไปอีกรอบในอ้อมกอดของพ่อ ต่างจากคืนนี้ที่ผมต้องนอนคนเดียวจนถึงเช้า

ผมคิดถึงพ่อ...หลังจากนอนพลิกไปพลิกมาอยู่เกือบชั่วโมง เลยติดสินใจลุกขึ้นนั่ง เปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วคว้ามือถือขึ้นมากดวิดีโอคอลหาพ่อให้หายคิดถึง รออยู่ไม่กี่วิฯ คนปลายสายก็กดรับ พร้อมกับส่งยิ้มผ่านหน้าจอมาให้

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”

พ่อพูดไปด้วยเดินไปด้วย กล้องเลยสั่นนิดๆ ดูจากข้าวของทางด้านหลัง ผมก็รู้ว่าพ่อเพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำในห้องนอนของผมและกำลังเดินไปที่เตียง  พ่อยังสวมแว่นอยู่ แต่ก็สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวลายทาง สภาพพร้อมเข้านอนแล้ว

“เข้านอนแล้วครับ แต่นอนไม่หลับ” ผมบอกยิ้มๆ “ทำไมพ่อมานอนห้องธารล่ะ ไม่นอนกับแม่เหรอ”

“แยกกันนอนน่ะครับ...พ่อคิดถึงธารนี่ ได้มานอนห้องนี้เผื่อจะหายคิดถึงบ้าง”

ผมยิ้มกว้างกว่าเดิม “ธารก็คิดถึงพ่อมากๆ คิดถึงจนนอนไม่หลับเลยเนี่ย”

“คราวก่อนยังหนีเที่ยวไม่ยอมกลับบ้านอยู่เลย นี่มาอ้อนบอกคิดถึงจนนอนไม่หลับ พ่อจะเชื่อดีไหม”

“ก็ตอนนั้นมันไม่เหมือนกันนี่ ตอนนั้นธารกับพ่อยังไม่ได้...” นึกถึงครั้งแรกที่ผมกับพ่อมีอะไรเกินเลยกัน ผมก็อายจนไม่กล้าพูดต่อ

            “หึๆ” พ่อหัวเราะขำ “แสดงว่าเมื่อก่อนไม่รักพ่อเท่าตอนนี้เหรอ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย เมื่อก่อนก็รัก...รักมากด้วย แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่” ผมไม่กล้าจ้องหน้าพ่อตรงๆ เลยก้มมองลายใบไม้บนผ้านวมแทน “พ่อ ธารถามอะไรหน่อยสิ”

            “อะไรครับ”

            “ตอนนั้นธารไม่แน่ใจว่าตัวเองฝัน หรือว่ามันคือเรื่องจริง...ครั้งแรกที่เรา...เอ่อ...ม...มีอะไรกัน” ผมอึกๆ อักๆ เพราะไม่รู้จะพูดออกมายังไงดีไม่ให้มันฟังดูลามก “...มันคือตอนที่ธารนอนอยู่บนเตียง แล้วพ่อช่วย...”

            “ช่วยทำให้ธารใช่ไหม” ผมเหลือบมองหน้าจอ เห็นพ่อยกยิ้มมุมปากดูเจ้าเล่ห์ ก็ทำให้ผมเขินจนต้องรีบหลบตาอีกรอบ “พ่อนึกว่าเราจะหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวซะอีก”

            “ธารก็หลับลึกจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้สงสัยว่าเรื่องจริงหรือความฝันไง”

            “......” พอพ่อเงียบ ผมเลยเงยหน้าขึ้นมอง ถึงเห็นว่าพ่ออมยิ้มมองผมอยู่แต่ดันไม่ยอมตอบ “คุยกับพ่อก็มองหน้าพ่อสิ

“ก็ธารเขินนี่”

ทั้งที่ปกติผมกล้าพูดเรื่องใต้สะดือกับคนอื่นโดยไม่คิดอะไร แต่พอเป็นพ่อกลับทำให้ผมเขินได้ ไม่รู้ว่าเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล หรือเพราะหัวใจของผมที่มันหวั่นไหวไปกับสายตาและคำพูดของพ่อกันแน่

“เขิน แต่ชวนพ่อคุยเรื่องแบบนี้ตอนดึก...นึกว่าเราจะยั่วพ่ออยู่ซะอีก”

“ไม่ได้ยั่วสักหน่อย!” มือนึงของผมยังกำมือถือเอาไว้ ขณะที่อีกมือรีบดึงผ้านวมขึ้นปิดหน้าให้เหลือแค่ดวงตา เพราะไม่อยากให้พ่อเห็นว่าหน้าของผมเห่อแดงมากแค่ไหน...ดันรู้ทันผมซะได้ ตั้งใจจะยั่วแบบอ้อมๆ แล้วแท้ๆ “พ่อ มาหาธารไม่ได้เหรอ หรือให้ธารไปหาพ่อก็ได้...นะครับ ธารไม่อยากนอนคนเดียว”

ป่านนี้พี่ภูน่าจะเข้าห้องนอนไปแล้ว ถ้าผมแอบย่องออกจากคอนโด ก็คงไม่เป็นรู้หรอกมั้ง...

“พ่อออกไปหาธารไม่ได้ แล้วธารก็ห้ามมาหาพ่อด้วยครับ ถ้าแม่หรือพี่ภูรู้เข้า ธารกับพ่อคงต้องอยู่ห่างกันมากกว่านี้...ตอนนี้ธารเพิ่งจะสิบสี่ ไม่มีสิทธิ์จะตัดสินใจอะไรเองจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ถ้ามีเรื่องขึ้นศาลขึ้นมา แม่จะได้สิทธิ์เต็มที่ในการเลี้ยงดูธาร”

ผมพอเข้าใจที่พ่อพูดนะ...ที่พ่อต้องยอมทำตามข้อตกลงและระมัดระวังตัวขนาดนี้ ก็เพราะถ้าแม่คิดเอาเรื่อง โดยการฟ้องหย่าและแจ้งความจับพ่อที่ทำแบบนั้นกับผม ไม่ต้องฟังศาลตัดสิทธิ์ก็รู้ได้เลยว่าแม่ต้องชนะคดีและได้สิทธิ์เต็มที่ในการเลี้ยงดูลูกชาย

ส่วนพ่อนอกจากจะต้องเสียค่าเลี้ยงดูแล้ว ยังอาจจะต้องติดคุกด้วย...แต่ที่แม่ปล่อยให้เรื่องเงียบ แล้วจับผมแยกกับพ่อแทน คงเพราะแม่รักหรือผูกพันกับพ่อมากพอ เลยเลือกที่จะมองผ่านความผิดพลาดครั้งนี้ และรักษาความสัมพันธ์ที่อยู่ร่วมกันมาเกินสิบปีไม่ให้พังลงเพราะปัญหาที่เกิดขึ้น

“ไม่เอาแล้วครับ อย่าพูดเรื่องนี้กันตอนดึกดีกว่า เดี๋ยวจะเครียดจนนอนไม่หลับเปล่าๆ”

“งั้นมาพูดเรื่องเดิมดีไหม...ที่ยั่วพ่อเนี่ย เพราะอยากให้พ่อไปหาเหรอ”

“ก็บอกว่าไม่ได้ยั่วไง” ยังจะย้ำให้ผมอายอีก

พ่อถอดแว่นวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วเอนตัวลงนอน สอดมือข้างที่ว่างไว้ใต้หัว ยิ้มพูดกับผม “โอเคครับ พ่อไม่แซวแล้ว...แต่พ่อจะยั่วกลับแล้วกัน จะได้แฟร์ๆ” พูดจบ พ่อก็ถลกเสื้อยืดสีขาวขึ้นมาถึงหน้าอก อวดหน้าท้องแน่นๆ กับกล้ามอกแข็งปั้กจนทำเอาผมเลือดกำเดาแทบพุ่ง

ให้ตายเหอะ...นี่พวกเรากำลังเล่นเซ็กส์โฟนกันรึไง แต่จะว่าไป...ผมก็ชอบนะ

“ธารไม่ยอมเสียเปรียบหรอก”

ผมดึงผ้านวมออกจากตัว ปล่อยให้พ่อเห็นใบหน้าที่คงเห่อแดงลามถึงใบหู หลุบตาต่ำ และเม้มปากเล็กน้อยแบบที่พี่กฤษเคยชมว่าน่ารัก แล้วค่อยๆ ถลกเสื้อของตัวเองขึ้นบ้าง...อวดหน้าท้องแบนราบขาวเนียนกับกล้อง ขึ้นมาจนถึงหน้าอกที่มีตุ่มไตสีแดงอมชมพูดเด่นชัดอยู่สองจุด

“นี่จะยั่วให้พ่อตบะแตกเลยรึไง”

“ถ้าจะยั่วให้ตบะแตกจริงๆ ก็ต้องเห็นมากกว่านี้” ผมยกยิ้มมุมปาก เลียนแบบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ๆ ของพ่อ แล้วค่อยๆ ดึงขอบกางเกงลงต่ำ จนเห็นท้องน้อยกับวีไลน์

เสียงสูดลมหายใจเบาๆ ดังมาจากปลายสาย สีหน้าของพ่อตอนนี้ไม่ต่างจากเวลาที่กำลังนอนคล่อมอยู่บนร่างของผม แววตาลุกโชนเหมือนพร้อมเผาร่างผมให้ไหม้เป็นจุล

“ธารง่วงแล้วครับ” ผมปล่อยมือออกจากขอบกางเกง นอนอวดหน้าท้องขาวเนียนกับหน้าอกแบนราบต่อหน้ากล้องด้วยความอายที่ลดลง “ไว้ถ้าพ่ออยากเห็น...พรุ่งนี้ก็มารับธารไปเรียนว่ายน้ำสิ ธารจะถอดให้ดูทั้งตัวเลย”

พรุ่งนี้วันเสาร์ ผมมีเรียนวายน้ำตอนเย็น ที่จริงอยากให้พ่อมารับหลังเลิกเรียนด้วย แต่ผมนัดกับพี่อติณเอาไว้ว่าจะไปกินไอติมกับน้องตุลย์ เลยต้องกลับเอง เพราะกลัวพ่อรู้แล้วจะโดนดุอีก

“ร้ายนะเรา” พ่อยกมือลูบหน้าพร้อมกับถอนหายใจยาวๆ “โอเค พรุ่งนี้พ่อไปรับนะครับ...ตั้งแต่เก้าโมงเช้าเลยแล้วกัน จะได้ใช้เวลาให้เต็มที่”

ผมยิ้มกว้างจนตาโค้งเป็นสระอิ ถ้าออกไปกับพ่อตั้งแต่เช้าก็จะได้ทานมือเช้ากับมือเที่ยงด้วยกันเลย แบบนี้ค่อยหายคิดถึงหน่อย ไว้พรุ่งนี้ค่อยหาข้ออ้างดีๆ มาบอกพี่ภูแล้วกัน “ธารจะรอนะครับ”

“โอเคครับ” พ่อส่ายหน้าหัวเราะ “ฝันดีนะครับคนดีของพ่อ”

“ฝันดีครับ...พ่อครับ” บอกฝันดีแล้ว ผมก็รีบเรียกพ่อไว้ เพราะกลัวพ่อจะชิงวางสายไปซะก่อน “เปิดวิดีโอเอาไว้ได้ไหมครับ ธารไม่อยากนอนคนเดียว”

“ทำตัวเป็นเด็กติดพ่อไปได้” พ่อยิ้มขำ “เอามือถือไว้ข้างหัวมันไม่ดีนะครับ มันรบกวนคลื่นสมองนะรู้ไหม”

ผมยู่หน้า “ก็ได้ครับ เดี๋ยวธารวางสายแล้วจะปิดเครื่อง โยนมือถือไว้ให้ห่างๆ เตียงเลย”

“ดีครับ”

“งั้นธารนอนแล้วนะ...ธารรักพ่อนะครับ”

“พ่อรักธารที่สุดครับ”

หลังจากวางสาย ผมก็เอามือถือไปเก็บแล้วกระโดดขึ้นเตียง ถึงจะยังไม่รู้สึกง่วง แต่ก็มั่นใจว่าคืนนี้ต้องหลับฝันดีเพราะเสียงกระซิบทุ้มต่ำชองพ่อที่บอกรักผมก่อนนอน

 

เช้าวันต่อมา

อาการป่วยของผมดีขึ้นมาก ไม่ได้รู้สึกปวดหัวอีกแล้ว แต่ก็ยังปวดระบมสะโพกและรู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย ไม่ถึงกับเดินไม่ไหวจนต้องนั่งนิ่งอยู่กับที่เหมือนเมื่อวาน

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็ออกจากห้องนอนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ตามหาพี่ภูทั้งในห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก แต่ก็ไม่พบ บางทีน่าจะยังหลับอยู่ เพราะปกติถ้าไม่มีเรียนเช้าพี่ภูจะตื่นสาย ตอนนี้ยังไม่เก้าโมง คงจะตื่นอีกทีเกือบสิบเอ็ดโมงโน่นล่ะ

ตาม ข้อตกลง ระหว่างพ่อกับแม่ ถ้าผมจะไปไหนในวันหยุดหรือหลังเลิกเรียนก็ต้องขออนุญาตพี่ภูก่อน แล้วผมไม่อยากให้พ่อมีปัญหาก็ต้องทำตาม ข้อตกลง’ หรือ กฎ’ บ้าๆ นั่นอย่างเคร่งครัด จะแค่เขียนโน้ตทิ้งไว้เฉยๆ ก็คงไม่ได้ ผมเลยต้องเดินไปเคาะห้องพี่ภู ปลุกให้คนด้านในตื่น แต่เคาะอยู่นานก็ไม่มีได้ยินตอบรับ

“พี่ภู!” ผมตะโกนเรียกดังๆ เป็นครั้งที่สาม ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้อง เดินเข้าไปหาพี่ภูที่ยังนอนหลับเป็นตายอยู่บนเตียง เขย่าแขนเรียกอยู่เกือบนาที กว่าอีกฝ่ายจะสะลึมสะลือตื่นขึ้นมามองผม เมื่อคืนคงจะนอนดึกมากล่ะมั้งถึงได้หลับลึกขนาดนี้

“มีอะไร” พี่ภูถามเสียงงัวเงีย แล้วหยิบชะโงกขึ้นมองนาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะทิ้งหัวลงหมอนอีกรอบ “พี่เพิ่งจะนอนตอนตีสี่เองนะ มาปลุกทำไมแต่เช้า”

“ธารจะออกไปข้างนอก เลยมาขอพี่ภูก่อน”

“ออกไปไหนกับใคร” พี่ภูขยับตัวลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางหัวเสียนิดๆ ท่าทางเหมือนอยากจะตอนต่อ แต่ก็นอนไม่ได้เพราะมีน้องชายยืนหัวโด่อยู่ในห้องอีกคน

“ไปทำรายงานบ้านเพื่อน เสร็จแล้วก็ไปเรียนว่ายน้ำ แล้วก็ไปหาไรกินกับเพื่อนต่อ”

ถ้าบอกไปตรงๆ ว่าออกไปกินข้าวกับพ่อก็กลัวจะโดนห้าม เพราะพี่ภูคงไม่ปล่อยให้ผมกับพ่อไปไหนด้วยกันสองต่อสองทั้งวัน เลยต้องโกหก

“อืม ถึงบ้านเพื่อนแล้วก็ถ่ายรูปส่งมาให้พี่ดูด้วยแล้วกัน”

“โอเค”

“จะกลับกี่โมง เดี๋ยวพี่ไปรับ”

“ค่ำๆ ครับ ยังไม่ชัวร์ว่ากี่โมง”

“จะกลับก็แชร์โลเคชั่นมาแล้วกัน แต่อย่าให้เกินสองทุ่มล่ะ”

“.....” ผมพยักหน้ารับ ยืนมองพี่ภูอย่างลังเล ไม่ได้ออกจากห้องไปทันที ส่วนพี่ภูก็ขมวดคิ้วมองผมเหมือนจะถามว่าทำไมถึงยังยืนอยู่อีก

เอาน่า...ไหนๆ ก็ไหนแล้ว

            ผมขยับตัวเข้าไปยืนตรงหน้าพี่ภู ยกแขนขึ้นคล้องคออีกฝ่าย แล้วโน้มหน้าลงกดจูบบนริมฝีปากหยักได้รูป พี่ภูชะงักไปนิดที่ผมทำแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ผลักผมออกห่าง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้จูบตอบ แล้วก็ไม่ได้เปิดปากให้ผมมีโอกาสได้สอดลิ้นเข้าไป ทั้งที่ผมทั้งขบเม้มและดูดดึงริมฝีปากของเขา

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก” พี่ภูบอกหลังจากผมถอนจูบออก

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงเสียใจกับคำพูดไร้เยื่อไยของพี่ภู แต่ตอนนี้มันต่างกัน ในเมื่อผมรู้ความรู้สึกของพี่ภูและคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเขาจะตอบสนองต่อการกระทำของผมยังไง ผมเลยแค่ผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ตกลงไปในหลุมพรางที่ผมขุดเอาไว้ง่ายๆ

“ทำมากกว่านี้ก็เคยมาแล้ว กับแค่จูบคงไม่เป็นไรมั้งครับ” พูดจบผมก็เดินออกมาจากห้อง ไม่ได้หันกลับไปมองว่าพี่ภูทำสีหน้าแบบไหน

อย่างที่บอก...ผมอยากรู้ว่าพี่ภูจะรู้สึกยังไง ถ้าเขาทำในสิ่งที่คิดว่ามันผิด อีกครั้ง แล้วผมก็จะไม่รอดูอยู่นิ่งๆ แต่จะเร่งให้เรื่องนั้นมันเกิดเร็วขึ้น

 

Pie2Na

 


 

พูดคุยถึงเรื่องนี้ แอบนินทาพี่กฤษ ธาร อติณ พี่ภู พ่อตะวัน ใครก็แล้วแต่!

ติดแท็ก #ฮาเร็มของธาร ในเฟสบุ๊คกับทวิสเตอร์นะครับบบ



 

 ชอบเรื่องนี้ กด โหวตให้ดาว ที่รูปอติณ  กดAdd Favที่รูปพี่ภูครับ ^^

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,085 ความคิดเห็น

  1. #1070 Kun Kuna (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 00:48
    ฉันว่าฉันเข้าใจคำว่าร้ายเดียงสาของธารนะ ไม่ใช่ฉลาดอะไรมากมายหรอก ก็แค่เด็กคนหนึ่งที่แบบร้ายอะ จากการทำอะไรหลายๆอย่างก็ดูเป็นเด็กแสบที่ไม่ได้อ่อนต่อโลก แต่ในคว่ม14แต่ก็ผ่านผช.มาพอสมควร ไม่เรียบร้ิยเขินอายกับเรื่องอย่าว่า แต่กล้าทำเลยอะ อธิบายๆม่ถูกแต่ประมาณนี้แหละ
    #1,070
    0
  2. #830 thehappymoon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 00:17
    คือชอบเรื่องนี้มากกกกไรต์เขียนดีมีสตอรี่ หนุ่มมากมายบรรยายเลิศสู้ๆนะคะ
    #830
    0
  3. #798 Sed leo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 00:42
    นี่เริ่มคิดว่าธารเป็นแบบนี้เพราะคิดว่าแม่ไม่รักรึป่าว555555
    #798
    0
  4. #700 Eventually Kiss (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 23:47
    ธารเป็นเด็กที่อารมณ์แปรปรวนมาก คุ้มดีคุ้มร้าย แปปๆเศร้า แปปๆเสียใจ แปปๆยั่วพ่อต่อได้อีก แปปๆยั่วภู เดาอารมณ์ไม่ถูกเลย จะว่าเอาแต่ใจก็ดูไม่ใช่ เด็กแปปนี้เหมือนโรคไบโพร่าเลย #อินจัด
    #700
    0
  5. วันที่ 29 เมษายน 2559 / 12:46
    ยังรออยู่
    #697
    0
  6. #696 nooonnin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 17:04
    หายไปนานมากอะ
    ตกลงธารตะเอาหมดเลยหรอลูก
    #696
    0
  7. #695 after (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 14:58
    ธารมันร้าย!!!! นางร้ายมากกกแต่ก็ชอบนะ55555
    #695
    0
  8. #693 kladcamz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 11:47
    ไม่ลืมมมมม รอตลอดดดด
    #693
    0
  9. #692 อลิสแสบ>////< (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 11:17
    ไม่ลืมมมมมมมม เราชอบบบบบบอ่านมากตลอดดดดดยิ่งธัญวลัยncดีมาก55555รออ่านนนนนสู้สู้
    #692
    0
  10. #691 Chiaki04 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 10:12
    ธารขี้อ่อย
    #691
    0
  11. #690 Reprayz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 09:53
    ตอนแรกกูทีมพี่ภูนะคะ แต่ซีนนี้อยากเปลี่ยนทีมทันไหมคะ 55555
    #690
    0
  12. #689 amorae (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 09:06
    สงสารพ่อตะวันค่ะ รักของเค้าอยู่ดีๆก็ต้องแยกกัน ดีนะที่ยังเจอกันได้ ฮืออออ
    #689
    0
  13. #688 IAZNABIOAY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 08:53
    ฟฟฟฟดีใจมากกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆค่ะที่อัพ รอนานมั้กๆ55555 เกือบลืมเนื้อเรื่องบางส่วนแล้วด้วยถถ ขอบคุณที่อัพนะคะ ...ห้ามหายไปอีกนะคะไรท์????
    #688
    0
  14. #687 S e L u O n l y (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 07:42
    ธารนี่อ่อยไปทั่วมาก5555
    #687
    0
  15. #684 Bank_Punnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 21:22
    เค้ารอนานแล้วนะเตงงงงง
    #684
    0
  16. #683 ยัยปีโป้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 15:18
    รั้นๆแบบธารต้องให้เรียนรู้ด้วยตัวเองเนาะพ่อ เอาจริงๆแม่ธารก็ดีนะ ที่ว่าความรู้สึกของลูกต้องมาก่อนอ่ะ มันดีมากเลยยย
    #683
    0
  17. #680 เกรชี่ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:00
    ชอบคุณพ่อรักธารจริงยอมทุกอย่างใครจะว่ายังไงก็ช่างเข้าใจธารที่สุด
    #680
    0
  18. #679 เหวิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:15
    อย่าว่าแต่ธารลังเลเลย คนอ่านก้อเริ่มไม่แน่ใจละ ว่าแต่จำได้ว่าธารมีนัดกับพี่อติณวันเสาร์(รึป่าวนะ)เมื่อไหร่ถึงเนี่ยจะได้เปลี่ยนบรรยากาศผ่อนคลายบ้าง รู้สึก พ่อกะพี่ภูหนักหน่วงเกิ๊น (ไม่ถนัดดราม่า น้ำตาจิ่ไหล)
    #679
    0
  19. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:34
    พ่อแห่งปี ดีงามล้ำเลิศ สุดท้ายพ่อก็ดีกว่าพี่ภูใช่มั้ยฟธาร คิดถึงพี่ตฤณมากกกกก
    #678
    0
  20. #677 ohmeiikharr (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:09
    Super amazing ka xxx sorry na can't type Thai a si, your fan club from London naaaa jerm jerm jerm, waitin for the completion na xxx
    #677
    0
  21. #676 nooonnin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:28
    ออคนอ่อนโยนมันต่างกันมากเลยอะ
    #676
    0
  22. #675 wangmy8522 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:31
    ให้ธารคู่กับพ่อตะวันนะะะะ เชียร์คู่นี้
    #675
    0
  23. #674 Atk. S. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:44
    เย็น=ยิน
    รอออออ
    #674
    0
  24. #673 Geezer.r (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:49
    เเรายังปักป้าย#ทีมพ่อตะวัน อ่อนโยนอ่ะละมุนมากกก ยอมใจ ><
    #673
    0
  25. #672 Chiaki04 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:27
    พ่อดีกับธารมาก
    #672
    0