Ghost Effect รักจะตายนาย (เห็น) ผี : [Yaoi]

ตอนที่ 5 : Chapter 4 :: รุกหนักไปก็ทำให้รำคาญได้ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    2 พ.ค. 59

Chapter 4

รุกหนักไปก็ทำให้รำคาญได้

 

            3: 58 P.M.

            ธนาคาร IBN

“เอ่อ...ให้ไนท์วางไว้ตรงไหนดีครับ” ไนท์มองโต๊ะของหัวหน้าแผนกที่รกไปด้วยแฟ้มงาน จนไม่รู้ว่าจะวางเอกสารในมือตัวเองลงตรงไหน

เสียงเคาะนิ้วลงบนคีย์บอร์ดหยุดลงเมื่อมิกซ์ละจากงานตรงหน้า หันมาจัดของบนโต๊ะจนเหลือพื้นที่วางพอให้เด็กใหม่วางเอกสารได้

“ตรงนี้เลยจ่ะ” หญิงสาวร่างอวบบอกยิ้มๆ แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา “จะสี่โมงแล้วนี่ เดี๋ยวไนท์ช่วยเอาเอกสารปึกนี้ไปให้ผู้จัดการ แล้วกลับได้เลยนะคะ” เธอหยิบเอกสารปึกใหญ่จากในลิ้นชักยื่นส่งให้

            “ครับ”

ไนท์รับมาถือไว้ก่อนจะเดินเร็วๆ ไปยังประตูทางขึ้นชั้นสอง แต่ด้วยความไม่ระวังและรีบร้อน จังหวะนั้นเอง...

            ปึก!

            “โอ๊ย!” เด็กหนุ่มผงะถอยหลัง กุมจมูกน้ำตาเล็ด บนกระจกใสมีรอยฝ้าตรงตำแหน่ง หน้าผาก จมูก ปาก คาง ชัดเจน

            “อุ้ย! น้องไนท์เป็นอะไรรึเปล่าคะ” พี่นุ่น รุ่นพี่แผนก MO. ที่นั่งอยู่ใกล้ประตูซักถามอย่างเป็นห่วง แต่ก็อดหัวเราะคิกกับความซุ่มซ่ามของไนท์ไม่ได้

            “น้องไนท์เดินชนประตูเหรอคะ” พี่มิกซ์ชะโงกศีรษะมามองแล้วยิ้มขำ “เจ็บมากรึเปล่านั่น หน้าผากกับจมูกแดงแจ๋เลย”

            “ใครมาปิดประตูล่ะนี่ เด็กฝึกงานเรามาวันแรกก็เจ็บตัวเลย” น้ายามพูดพลางเดินไปผลักประตูกระจกให้ไนท์ ซึ่งปกติประตูบานนี้มักจะถูกเปิดค้างไว้ แต่คราวนี้ดันมีคนหวังดีมาปิดมันซะได้

            “ขอบคุณมากครับ น้ายาม” เด็กหนุ่มผงกหัวขอบคุณ แล้วเดินก้มหน้าผ่านประตูไปอย่างอายๆ

            “เอ๋ เมื่อกี้ป้าเห็นยังเปิดอยู่เลยนะ” ป้าแม่บ้าน (ตัวจริงเสียงจริง เป็นคน ไม่ใช่ผี) ที่กำลังถูพื้นอยู่หลังบานประตูบอก เธอมองเด็กฝึกงานตัวผอมบางด้วยสายตาเอ็นดูปนสงสาร “เจ็บมากไหมลูก”

            “นิดหน่อยครับ” ไนท์ลูบจมูกตัวเองป้อยๆ

            “คราวหลังอย่าแอบเล่นมือถืออีกล่ะ”

เสียงพูดยานคางคล้ายเสียงคนแก่ที่ดังแว่วขึ้นข้างหูทำให้ขนคอของไนท์ลุกชัน เด็กหนุ่มรีบวิ่งขึ้นบันไดไปทันที แต่เพราะเอาแต่ก้มหน้าจ้องปลายเท้าตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นวิญญาณป้าแม่บ้าน เขาเลยชนเข้าจังๆ อีกครั้งกับคนที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน กองเอกสารที่หอบไว้หล่นกระจัดกระจายลงสู่พื้น เท้าข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มพลัดตกจากขั้นบันได ตัวเอนเอียงล้มไปทางด้านหลัง

            “เหวอออ” ไนท์หลับตาปี๋ คิดว่าคราวนี้คงเจ็บตัวแน่แล้ว แต่แล้วแขนแข็งแกร่งของคนที่ยืนอยู่ข้างบนก็รวบเอวของเขาเอาไว้ได้ทันท่วงที

            “ระวังหน่อยสิ” เนวินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงดุๆ ขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มในอ้อมแขนด้วยสายตาเป็นห่วง นี่ถ้าเกิดเขาคว้าเอาไว้ไม่ทัน คงต้องไปส่งไนท์ที่โรงพยาบาลแทนที่จะพาไปร้านอาหาร

            “แฮะๆ ขอโทษครับ” ดวงตากลมโตที่หลับปี๋ก่อนหน้านี้เหลือบมองรอบตัว เมื่อเห็นชัดว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว เด็กหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก          

“แล้วนี่หน้าไปโดนอะไรมา” เนวินขมวดคิ้วมองรอยแดงบนหน้าผากขาวเนียนกับจมูกเล็กๆ ที่อยู่ใกล้จนแทบจะสัมผัสกับคางของเขา มันเป็นปื้นแดงชัดเจนจนต้องเอ่ยทัก

“เดินชนกระจกข้างล่างครับ”

            “ระวังหน่อยสิ” ชายหนุ่มพูดประโยคเดิมเป็นครั้งที่สอง อดส่ายหน้ากับความซุ่มซ่ามของไนท์ไม่ได้

            “ขอโทษนะครับ” ไนท์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำอกเสื้อของเนวินไว้แน่นจนมันยับยู่ รีบปล่อยมือออกจากเสื้อของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยขอโทษ 

            “ไม่เป็นไร”

อ้อมแขนที่กอดเอวผอมบางเอาไว้รีบคลายออก ชายหนุ่มก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าเผลอกอดไนท์ซะแน่น แถมยังแอบเลื่อนมือไปจับสะโพกนุ่มนิ่มนั่นด้วย เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ หวังว่าลูกแกะน้อยจะยังไม่ทันรู้ตัวว่าถูกจับตรงส่วนไหนไปบ้าง

แต่อย่างไนท์...ความรู้สึกช้าขนาดนั้น ต่อให้ชายหนุ่มขยำสะโพกน่ารักๆ นั่นจนเต็มแรง อีกฝ่ายก็อาจจะยังงงๆ ว่ามีอะไรติดก้นตัวเองแล้วเขาช่วยปัดให้ด้วยซ้ำ

“แล้วนี่เจ็บรึเปล่า” เนวินถามพร้อมกับยื่นมือไปลูบรอยแดงบนหน้าผากของไนท์ด้วยท่าทีเป็นห่วง

“นิดหน่อยครับ” เด็กหนุ่มยิ้มแหย เอียงศีรษะหลบเพราะกลัวเจ็บ

“รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่เอาเอกสารไปเก็บแล้วเราออกไปกินข้าวเย็นกัน”

“ครับ”

เนวินก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนบันได ไนท์ที่ลืมหน้าที่ของตัวเองไปชั่วขณะรีบก้มลงช่วยเก็บอย่างรวดเร็ว

“พี่วินไปรอข้างล่างเถอะครับ เดี๋ยวไนท์จัดการเอง” เด็กหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน รู้สึกผิดจริงๆ ที่ปล่อยให้คนที่มีตำแหน่งถึงผู้จัดการต้องมาทำหน้าที่แทนตัวเอง

“ไม่เป็นไรครับ พี่ช่วยเอง อย่าเกรงใจพี่นักเลย คิดซะว่าพี่เป็นพี่ชายของเราก็ได้” เนวินพูดประโยคนี้แล้วแกล้งทำเป็นหยิบกระดาษใบเดียวกับไนท์ ทำให้มือทั้งสองคนสัมผัสกัน ชายหนุ่มจึงถือโอกาสนั้นลูบปลายนิ้วเรียวเล็กอย่างเนียนๆ

มือเย็นแฮะ เขาก้มหน้า ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ให้เด็กหนุ่มสังเกตเห็น

“จะดีเหรอครับ”

“ดีสิ”

เมื่อเก็บเอกสารบนพื้นจนหมด เนวินก็แย่งเอกสารจากไนท์มาถือไว้เสียเอง หลังจากเอาเอกสารไปวางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็เดินออกจากธนาคารทางด้านหลัง ซึ่งอันที่จริง ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานของเนวิน แต่วันนี้เขาเคลียร์งานเสร็จเร็วเพราะไม่อยากให้ไนท์รอ

“ไนท์”

ไนท์ที่เดินก้มหน้าออกมาจากประตูรั้วสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงเรียกที่ดังขึ้นในระยะประชิด เมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับซันไชน์ที่ยืนรอเขาอยู่

“อ้าว ซัน เราบอกแล้วไงว่าให้กลับไปก่อนเลย”

“มีอะไรกันรึเปล่า” เนวินที่เดินตามไนท์ออกมาติดๆ เอ่ยทัก

“จะพาไนท์ไปกินข้าวใช่ไหม ผมจะไปด้วย” ซันไชน์บอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ก่อนจะหันมาพูดกับไนท์ “ซันส่งข้อความไปตั้งเยอะทำไมไนท์ไม่เปิดอ่าน”

“เราใช้มือถือในที่ทำงานไม่ได้นี่” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองเพื่อนตัวสูงอย่างงงๆ สังเกตจากสีหน้าที่ไม่ยิ้มแย้มเหมือนทุกที กับน้ำเสียงเรียบนิ่งนั้นแล้ว ก็นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายหงุดหงิดอะไรมา แล้วที่มาหาถึงนี่แค่เพราะเขาไม่ตอบข้อความงั้นเหรอ?

“ช่างเถอะ” ซันไชน์ถอนหายใจเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายขึ้น “วันนี้เราไปด้วยนะ”

“เอ่อ...จะดีเหรอ”

เห็นไนท์เหลือบมองเนวิน ซันไชน์ก็รู้ตัวว่าเขาทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ แล้วก็คงเกรงใจคนเลี้ยงมากด้วย แต่ความเป็นห่วงมันมีมากกว่า ชายหนุ่มเลยมองข้ามคำว่า มารยาทไปซะ

“เหอะน่า เราเป็นห่วง...เดี๋ยวส่วนของเรา เราจ่ายเอง” ประโยคแรกซันไชน์บอกกับเพื่อนของเขา (ที่อาจจะพัฒนาไปเป็นแฟนในอนาคต) ส่วนประโยคหลังชายหนุ่มตั้งใจพูดให้เนวินได้ยิน

“ซันคิดมากไปรึเปล่า ไม่มีอะไรหรอก เมื่อวานเรายังไปซื้อต้นไม้กับซันสองคนเลย”

“มันเหมือนกันที่ไหน” น้ำเสียงของซันไชน์ฟังดูหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม

เพิ่งรู้จักกันแค่สองวัน ซันไชน์ก็ทั้งคิดถึง กังวล และเป็นห่วงไนท์จนร้อนรนขนาดนี้ ความรู้สึกที่เขามีต่อไนท์มันมากมายจนเขาเองยังตกใจ ส่วนหนึ่งคงเพราะไนท์ซื่อ (บื้อ) จนตามคนอื่นไม่ทัน ทำให้ชายหนุ่มกลัวว่าไนท์จะโดนหลอก แต่ส่วนที่สำคัญกว่าคือเขารักไนท์ไปแล้ว รักมากแบบไร้เหตุผล...

“แล้วมันต่างกันยังไง เรางงนะเนี่ย ซันกลับไปก่อนนะ เราคงกลับห้องไม่เกินหกโมงเย็น ไม่มีอะไรอันตรายหรอก” ยังไงไนท์ก็ไม่ชอบอยู่ข้างนอกเวลากลางคืนอยู่แล้ว เด็กหนุ่มจึงบอกไปแบบนั้น เพื่อหวังให้ซันไชน์สบายใจขึ้น

“ไนท์...ไนท์เพิ่งรู้จักพี่เขาเองนะ ยังไงก็ไม่ควรออกไปด้วยกันสองต่อสอง โดนมอมเหล้า ลากเข้าโรงแรมไปจะทำไง”

“ฮ้ะ!?

คำพูดพวกนี้ถึงพวกเขาจะคุยกันสองคน แต่เนวินที่ยืนอยู่ด้วยต้องได้ยินชัดเต็มสองหู แล้วมันก็เสียมารยาทมากที่พูดถึงชายหนุ่มในทางแย่ๆ ...อันที่จริงที่พูดมามันก็ไม่มีอะไรฟังดูดีตั้งแต่ต้นนั่นล่ะ แต่ไอ้ที่บอกว่าเขาจะโดนมอมเหล้าลากเข้าโรงแรมนี่ยังไง เห็นผู้จัดการมาดเนี้ยบเป็นพวกชอบหลอกเคี้ยวเด็กหนุ่มงั้นเหรอ

ไนท์อยากจะเหลือบมองสีหน้าคนที่ถูกพูดพาดพิงถึง แต่เด็กหนุ่มก็ไม่กล้าพอ จึงได้แต่ส่งสายตาดุๆ ให้ซันไชน์แทน

“ซัน อย่าเยอะได้ป่ะ เราชักจะรำคาญแล้วเนี่ย”

“.....”

ซันไชน์นิ่งอึ้ง ชายหนุ่มเพิ่งรู้ตัวว่าเขาแสดงออกมากเกินไป เพิ่งจะรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน แต่เขาดันทำยังกับเป็นเพื่อนสนิทไนท์ที่คบกันมาหลายปี

“วันนี้ไนท์กลับไปกับซันก่อนดีกว่า พี่ไม่อยากให้เรามีปัญหากับเพื่อน ไว้พี่จะพาเราไปเลี้ยงวันหลัง” เนวินบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้แสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาให้เห็น ซึ่งมันทำให้เขาดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่ ต่างจากซันไชน์ที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง

“เอางั้นก็ได้ครับ” ไนท์บอกเนวินด้วยน้ำเสียงเกรงใจแล้วหันไปชวนเพื่อนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ “กลับกันเถอะ” ท่าทางนิ่งๆ ของเด็กหนุ่มบอกชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ

“อืม” ซันไชน์ครางรับในลำคอ เขายกมือเสยผมอย่างเซ็งๆ ถึงจะโล่งใจที่ไนท์ไม่ได้ไปกับเนวิน แต่ก็หงุดหงิดตัวเองที่ดันทำตัวงี่เง่าจนน่ารำคาญ แล้วชายหนุ่มก็ได้แต่หวังว่าไนท์จะหายโกรธเขาไวๆ

 

ตลอดทางที่ทั้งสองเดินกลับมายังห้องพัก ต่างฝ่ายต่างเงียบ จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ฝ่ายซันไชน์นั้นมัวแต่คิดกังวลว่าไนท์จะโกรธจนไม่ยอมคุยด้วยรึเปล่า ต่างจากไนท์ที่ลืมเรื่องเมื่อครู่ไปหมดแล้ว

ไนท์ไม่ได้รู้สึกโกรธซันไชน์เลยสักนิด แค่รำคาญกับการกระทำของอีกฝ่ายเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้เด็กหนุ่มจึงเอาแต่มองสำรวจไปรอบตัวอย่างลุ้นๆ เมื่อเช้าเขายังเจอผีชายแก่นั่งอยู่ตรงทางขึ้นสะพานลอยอยู่เลย แต่พอเดินกลับมาพร้อมซันไชน์ก็ไม่เจอผีตนนั้นอีก กระทั่งมาถึงอพาร์ตเมนต์ เด็กหนุ่มก็ทำใจเงยหน้าขึ้นมองที่ระเบียงห้อง 213

ในตอนนั้นเองที่เขาได้เห็น...

หญิงสาวร่างกายสีเทาซีด สวมชุดนอนลูกไม้สีแดงสด ผมยาวเหยียดตรงปิดใบหน้า กำลังยืนจ้องมองเด็กหนุ่มมาจากระเบียง ทว่าเงาร่างนั้นก็สลายหายไปในเสี้ยววินาที แต่ไ นท์ที่ตกใจจนขวัญหาย กลับรีบก้มหน้าหลับตาปี๋ ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินด้วยความกลัว

“ไนท์ เป็นอะไรรึเปล่า” ซันไชน์หยุดเดิน เมื่อเห็นว่าคนข้างๆ ชะงักเท้า ยืนหลับตานิ่งอยู่กับที่ “มีอะไรเข้าตาเหรอ ให้เราดูให้ไหม” ไม่รอให้คนตัวเล็กกว่าตอบรับ ชายหนุ่มก็ก้าวไปยืนตรงหน้าอีกฝ่ายในระยะประชิด แล้วจับใบหน้าขาวเนียนให้เงยขึ้น “ลืมตาสิ”

“อื้อ” ไนท์ส่ายหน้าทั้งที่ยังหลับตาปี๋

“เจ็บเหรอ”

“.....”

เด็กหนุ่มไม่ตอบ ทำใจอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยๆ เผยอเปลือกตาขึ้น เหลือบมองไปที่ระเบียงห้องของซันไชน์ เมื่อเห็นว่าไม่มีหญิงสาวตนนั้นยืนอยู่ก็ถอนหายใจโล่งอก อดแปลกใจไม่ได้ที่เธอหายไป ทั้งที่ปกติแล้ว ดวงวิญญาณทุกดวงมักจะหาทางพูดคุยกับไนท์อยู่เสมอ เรียกว่าตามตื้อไม่ยอมปล่อย อย่างดวงวิญญาณของหญิงสาวตนนี้ ก็มักจะจ้องมองเขาแบบตาไม่กระพริบทุกครั้งที่เดินเข้า-ออกอพาร์ตเมนต์

“มองอะไรเหรอ” ซันชันไชน์มองตามสายตาอีกฝ่าย ก็พบแค่ระเบียงห้องที่ว่างเปล่าของตัวเอง

“เปล่านะ” ไนท์หันกลับมามองคนพูด แล้วก็ต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว เมื่อเห็นว่าหน้าของซันไชน์อยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน จะถอยห่างมากกว่านี้ก็ทำไม่ได้ เพราะมือคู่โตจับใบหน้าของเขาไว้

“แก้มไนท์นุ่มจัง” เสียงทุ้มกระซิบบอก สายตาที่จ้องมองไนท์เปล่งประกายอย่างมีความหมาย “ตัวก็หอมด้วย กลิ่นเหมือนผลไม้เลย”

จบประโยคนี้ ซันไชน์ก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ไนท์ทีละนิดอย่างไม่รู้ตัว...

“เล่นอะไรเนี่ย ขนลุกชะมัด” ฝ่ามือนุ่มนิ่มผลักหน้าชายหนุ่มออกอย่างแรงจนแทบหงายหลังล้ม  

“โหย ไนท์ ผลักมาได้ ปวดคอเลย” ซันไชน์บ่นอย่างไม่จริงจังนัก เขานวดต้นคอของตัวเองพลางแอบเหลือบมองไนท์ เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเล็กไม่มีท่าทีระแวงสงสัยอะไร เขาก็ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อกี้ถ้าเผลอจูบไนท์เข้าละก็ มีหวังโดนหมัดอัดหน้าจนดั้งยุบแน่ๆ

“โทษที ออกแรงเยอะไปหน่อย ฮ่าๆ”

เสียงหัวเราะสดใสกับใบหน้าน่ารักที่ดูมีความสุขจนโอเวอร์ทำให้ซันไชน์อดยิ้มตามไม่ได้ เขายกมือโอบไหล่ผอมบางแล้วพาเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์พร้อมกัน ก่อนจะก้มลงถามอย่างใส่ใจ

“แล้วนี่ตาเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม”

ไนท์ส่ายหน้าโดยไม่ได้บอกปฏิเสธไปว่า ไม่มีอะไรเข้าตาเขาสักหน่อย...

Pie2Na

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

451 ความคิดเห็น

  1. #311 jaja_wanwisa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 15:10
    ใครทำไนทอ่ะ
    #311
    0
  2. #68 Hye_kiki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 08:15
    นี้ใช่ไหมๆเหตุการณ์ร้ายๆ อร๊ายยย ซันแอบชอบไนท์หลายปีมากกกกก
    #68
    0
  3. #39 ✏Ma Mata● (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 12:29
    อย่าเป็นอะไรนะ หนูไนท์เอ๊ยยย
    #39
    0
  4. #38 zenbongsakura (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 04:20
    ไนท์จะเป็นอะไรมากมั้ย (' ' )
    #38
    0
  5. #37 Nest (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 00:33
    เห้ยยยยยจะเฉลยปมความรู้จักแล้ว
    #37
    0
  6. #36 Lilly June (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 22:16
    โหย โดนแทงเลยวะ สงสารจังเลย รออ่านตอนต่อไปนะคะ มาอัพไวๆน้าา
    #36
    0
  7. #35 ขีจเขียน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 21:44
    ....งง
    #35
    1
    • #35-1 P.I.E Area(จากตอนที่ 5)
      19 มีนาคม 2558 / 22:06
      ไว้มาเฉลยตอนหน้านะครับ
      #35-1
  8. #34 Nest (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 16:18
    ทำไมผู้ชายเรื่องนี้มันสาวได้สาวเอาวะ5555555
    #34
    0
  9. วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 22:37
    มาต่อด้วยนะ
    #33
    0
  10. #32 ning :3 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 17:51
    ไนท์น่ารัก >0< 
    เเต่เข้าใจเลย เวลารีบๆไม่มองอะไรเเล้วชนกระจกใสนี่เป็นโมเม้นต์ที่เเบบ ... มากก
    #32
    1
    • #32-1 P.I.E Area(จากตอนที่ 5)
      19 มีนาคม 2558 / 22:05
      เรื่องนี้เขียนอิงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นช่วงฝึกงานครับ
      ชนกระจกนี่...
      พายชนจริงครับ เลยรู้ว่าชนแล้วเป็นยังไง = =;;
      #32-1
  11. #31 ชาบู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 17:27
    ทำไมวินเนียนอย่างนี้~ ซันอยู่ไหนน
    #31
    0
  12. #30 Lilly June (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 15:59
    โอ้ยย ถ้าเราเป็นนางเอกเราจะไม่ทนเจออะไรแบบนี้บ่อยๆ หัวใจวายตายพอดี รออ่านต่อนะคะ พี่พายยยยย
    #30
    0
  13. #29 Nest (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 14:40
    พี่วินนี่แม่งหาโอกาสตลอดเลยเว้ย!55
    #29
    0