ต้านรัก CEO จอมบงการ

ตอนที่ 5 : Chapter 2 : จูบแรกในคืนอันไม่คาดฝัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    5 ก.ค. 60


Chapter 2 : จูบแรกในคืนอันไม่คาดฝัน (First Kiss in the Unexpected Night)


ทันทีที่วางสายจากมิสเตอร์กรีน ชาร์ลส์ก็รีบออกจากห้องทำงานตรงไปยังลิฟต์ ก่อนหน้านี้เขาวานให้แอนนาลงไปรับแองจี้แทน เนื่องจากมิสเตอร์กรีนเป็นคู่ค้ารายสำคัญที่ไม่อาจปฏิเสธการรับสายได้ หวังว่าตอนนี้ผู้หญิงชื่อเวณิกาจะยังอยู่ เพราะเขาฝากแอนนาให้ช่วยบอกเธอว่ารอพบเขาก่อน

        ประตูลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่ง ชาร์ลส์เดินไปยังบริเวณล็อบบี้และกวาดตามองหาแองจี้ ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายเจิดจ้าเมื่อเห็นลูกสาวนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งกับผู้ช่วยสาว

        “แดดดี๊!” แองจี้วิ่งเข้ามาหาเขาและร้องอย่างดีใจ

ความหล่อเหลาโดดเด่นและทรงอำนาจของชาร์ลส์ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ต่างมองมายังจุดที่เขายืนอยู่พลางส่งสายตาหวานทอดไมตรี

        ทว่าชายหนุ่มไม่มีเวลาใส่ใจ ก้มลงอุ้มลูกสาวขึ้นหอมแก้มฟอดใหญ่ ทั้งโล่งใจและยินดีที่นางฟ้าตัวน้อยของเขาปลอดภัย

        “แดดดี๊ขอโทษนะคะที่ลงมาช้า แองจี้โกรธแดดดี๊ไหม” เขาเอ่ยเสียงอ่อน

        “ไม่ค่ะ หนูรู้ว่าแดดดี๊งานยุ่ง” คนตัวเล็กเอ่ยจบก็โน้มเข้าไปหอมแก้มสากที่มีหนวดเคราตามแนวสันกรามของคุณพ่ออย่างประจบ

        “แบบนี้ต้องหอมคืนหลายๆรอบเลย” ชาร์ลส์หอมแก้มยุ้ยด้วยความรักและเอ็นดู

        แองจี้หัวเราะร่าเริง ยิ้มกว้างจนดวงตาสีฟ้าใสยิบหยี แอนนาพลอยยิ้มตามไปด้วย เพราะในเวลางานเธอแทบไม่เห็นเจ้านายหนุ่มยิ้มและมีมุมผ่อนคลายแบบนี้เลย

        “ผู้หญิงที่มาส่งแองจี้ไปไหนแล้วล่ะคะ” เจ้าของร่างสูงหนาว่าพลางมองหา

        “พี่สาวกับเพื่อนไปแล้วค่ะ”

        ดวงตาสีควันบุหรี่ตวัดไปมองแอนนาเพื่อขอคำตอบ “ผมฝากคุณบอกให้เธอรอก่อนไม่ใช่เหรอ”

        “ค่ะ ดิฉันบอกเธอแล้ว แต่คุณเวณิกากับเพื่อนต้องรีบไปน่ะค่ะ” ผู้ช่วยสาวหน้าเสียเล็กน้อย เพราะกลัวจะทำให้ผู้บังคับบัญชาไม่พอใจ

        “พี่สาวพักที่นี่ค่ะ แดดดี๊ต้องได้เจอแน่นอน” เสียงเล็กใสบอก

        “จริงเหรอคะ แล้วพี่สาวคนนั้นรู้ไหมว่าแดดดี๊ของแองจี้เป็นเจ้าของโรงแรมนี้” ชาร์ลส์อยากรู้ว่าลูกเล่าอะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง

        “ไม่รู้ค่ะ หนูลืมบอก” แองจี้ยิ้มแห้งๆ ก่อนเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว “หนูรู้แต่ว่าพี่สาวสวยและใจดีมากๆค่ะ”

        “แดดดี๊อยากเจอเธอจัง จะได้รู้ว่าตัวจริงสวยแค่ไหน” คำพูดของลูกทำให้ชาร์ลส์ยิ่งอยากพบหญิงสาว หากได้เจอกันและสบตาชัดๆ เขาคงได้คำตอบให้กับอาการแปลกๆของตัวเอง

“เมื่อกี้หนูให้คุณแอนนาถ่ายรูปหนูกับพี่สาวด้วยค่ะ” ดวงตากลมเป็นประกายตื่นเต้นเมื่อหันไปมองผู้ช่วยของบิดา

แอนนายื่นสมาร์ทโฟนของเธอมาให้เจ้านายหนุ่ม ดวงตาสีเทาเป็นประกายแรงกล้าเมื่อเห็นรูปหญิงสาวใบหน้าหวานเหมือนตุ๊กตากำลังกอดลูกสาวเขาและยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตสีดำขลับสดใสนั้นเหมือนดวงตาคู่ที่เขาคุ้นเคย รอยยิ้มร่าเริงและเป็นมิตรของเธอไม่เคยลบจากความทรงจำ รวมถึงไฝเล็กๆสามเม็ดเรียงกันใต้ดวงตาข้างซ้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ  และสิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่าความรู้สึกเขาถูกต้องก็คือสร้อยข้อมือไพลินที่เขาเคยมอบให้เธอ!

ไม่น่าเชื่อว่ายัยเด็กกะโปโลหน้ามอมแมมจะเติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่งไม่มีที่ติและดูหอมหวานได้ขนาดนี้ แล้วเธอก็เป็นคนที่ทำให้หัวใจซึ่งถูกแช่แข็งของเขาหลอมละลายและสั่นคลอนได้อีกครั้งอย่างประหลาด

“พี่สาวสวยใช่ไหมคะ แดดดี๊ชอบไหมคะ” เสียงร่าเริงของแองจี้ทำให้ชาร์ลส์หลุดจากความคิด

“เธอช่วยลูกสาวของแดดดี๊นี่คะ แดดดี๊ก็ต้องชอบอยู่แล้ว” แววตาชายหนุ่มเป็นประกายพราวลึกล้ำ

“ถ้าแดดดี๊ชอบ ให้พี่สาวมาเป็นหม่ามี๊ของหนูได้ไหมคะ” หนูน้อยมองผู้เป็นพ่อตาละห้อย เธออยากมีแม่เหมือนเพื่อนคนอื่นบ้าง และเวลาไปเที่ยวก็อยากไปแบบพ่อแม่ลูก คงจะสนุกกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

“แองจี้ว่าไงนะคะ?” ผู้เป็นพ่อประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ๆลูกสาวก็พูดออกมาเช่นนั้น

“หนูอยากให้พี่สาวมาเป็นหม่ามี๊ค่ะ เพราะพี่สาวสวยและใจดีมาก ไม่เหมือนคุณเฮเลน คุณโรซี่ คุณเจนนิเฟอร์ที่ใจดีกับหนูต่อหน้าแดดดี๊เท่านั้น” แองจี้เอ่ยถึงบรรดากิ๊กของบิดา

ชาร์ลส์ไม่ตอบ แต่กระตุกยิ้มมุมปาก ตามธรรมชาติของเด็ก หากไม่ไว้ใจใครคงไม่พูดออกมาแบบนี้ แองจี้คงสัมผัสได้ว่าเวณิกาเป็นคนดีจริงๆ เพราะที่ผ่านมา แม้จะเคยเจอคู่ควงของเขาหลายคน แต่ลูกไม่เคยสนใจและแสดงท่าทีชื่นชมเหมือนที่มีต่อผู้หญิงคนนี้

ในเมื่อลูกขอร้องอย่างนั้น คนเป็นพ่ออย่างเขาจะขัดได้ยังไง อีกอย่างหัวใจบอกว่าการปล่อยให้เวณิกาเดินผ่านไปอีกครั้งเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยที่สุด!

 

เวณิกาและรัญชิดาปิดท้ายทริปคืนนี้ด้วยการมานั่งดื่มและฟังเพลงในผับของโรงแรมดิ แอชตัน วินเทอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องราตรีที่มาปลดปล่อยอารมณ์ แสงสีวูบวาบและเพลงจังหวะคึกคักจากดีเจทำให้ไม่ค่อยมีใครนั่งนิ่งอยู่กับโต๊ะ สองสาวมองฝรั่งตัวโตเต้นเบียดเสียดสุดเหวี่ยงพลางจิบไวน์ขาวรสละมุนลิ้น

        “ฉันอยากเต้นอะ” รัญชิดาซึ่งนั่งโยกอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์มาพักใหญ่หันไปชวนเพื่อน

        “ฉันเต้นไม่เป็น แกไปเถอะ” เวณิกาทำหน้าเหมือนถูกสั่งให้กินยาขม เธอไม่ค่อยชอบดื่มและเที่ยวหากไม่จำเป็น การแต่งหน้าที่โฉบเฉี่ยวและชุดแซกเกาะอกสั้นเหนือเข่าสุดเซ็กซี่ที่เพื่อนจัดหาให้ก็ไม่ใช่สไตล์ของเธอเลย แต่ที่ยอมมาก็เพราะทนคำรบเร้าของรัญชิดาไม่ไหว อีกอย่างถ้าให้อีกฝ่ายมาคนเดียวในที่แบบนี้จะอันตรายเกินไป

        “ไปเหอะน่า สนุกๆ ไม่มีใครจับผิดว่าเราเต้นเป็นหรือเปล่าหรอก หรือว่าดีกรียังไม่พอ เลยยังเขินอยู่” คนที่แก้มเริ่มเป็นสีแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์หรี่ตามองพลางยิ้มหวาน

        “จะสั่งอีกเหรอ นี่สามแก้วแล้วนะ กินพอเป็นพิธีก็พอ ถ้าฉันเมาอีกคนใครจะหิ้วแกกลับห้อง” หญิงสาวเสียงเข้มงวดเล็กน้อย คราวนี้ตื๊อแค่ไหนก็จะไม่ใจอ่อนแล้ว

        “ฉันยังไม่เมาสักหน่อย พูดช้าดขนาดนี้ จะเมาได้ไง” คนไม่เมาแต่ตาหวานเยิ้มว่า แล้วหันไปสั่งพนักงานหนุ่มผมทอง “ขอเบอร์เบิน วิสกี้[1]สองแก้ว”

        “แรงไปไหมแก แค่ไวน์ก็พอแล้ว” เวณิกาติงทันที

        อีกฝ่ายโบกมือไปมา “ไม่ได้ๆ มาถึงอเมริกาแล้ว จะพลาดเบอร์เบิน วิสกี้ได้ไง อีกอย่างสั่งไปแล้ว ถ้ายกเลิกน่าเกลียดตาย”

        “แต่ว่า

        “ไม่มีแต่ ยัยเวย์ มาเที่ยวแล้วก็สนุกให้สุดเหวี่ยงไปเลย จะมัวมานั่งกังวลนู่นนั่นนี่ไปทำไม”

        หญิงสาวเห็นท่าทางเพื่อนจะไม่ยอมเลิกยุ จึงยอมดื่มวิสกี้ต่ออีกแก้ว และบอกตัวเองว่านี่จะเป็นแก้วสุดท้ายสำหรับค่ำคืนนี้จริงๆ!

 

อีกด้านหนึ่งของผับ ชาร์ลส์นั่งแอบมองเวณิกามาระยะหนึ่งแล้ว มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ชั้นดีในมือไปมา ดวงตาสีเทาเป็นประกายพราวระยับหมายมาด

        ท่ามกลางแสงสีวูบวาบ ใบหน้าหวานเหมือนตุ๊กตาของหญิงสาวที่อยู่ในชุดแซกเกาะอกสีดำสั้นเหนือเข่าดูเย้ายวนจนละสายตาไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนความร้อนภายในกายเริ่มปะทุขึ้นมาทีละนิด เมื่อนึกว่าผิวกายเธอจะหวานละมุนแค่ไหน ชาร์ลส์ยอมรับว่าไม่เคยคิดมากกับการเข้าหาผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน ทั้งที่เตรียมแผนการทุกอย่างสำหรับรื้อฟื้นความทรงจำไว้หมดแล้ว

        “บ้าฉิบ!” มหาเศรษฐีหนุ่มสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมดวงตาที่กร้าวขึ้น เมื่อเห็นหนุ่มนักเที่ยวคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเวณิกาและเพื่อนของเธอที่เคาน์เตอร์บาร์ คุยกับสองสาวอย่างสนุกสนาน ก่อนยื่นแก้วเครื่องดื่มที่ถือมาให้เวณิกาและเพื่อน

        ชาร์ลส์หรี่ตาลงเมื่อสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจับตามองต่อไม่ให้คลาดสายตา

        เพื่อนของหญิงสาวที่ท่าทางเมามากหลังดวดเครื่องดื่มอะไรสักอย่างไปสามแก้วรวด คะยั้นคะยอเวณิกาให้รับแก้วเครื่องดื่ม ตอนแรกเวณิกาอิดออด แต่สุดท้ายก็รับมาดื่มอย่างเสียไม่ได้ ขณะที่เพื่อนเธอยังไม่ทันดื่มก็ทำแก้วคว่ำ แล้วก็หมอบฟุบไปกับเคาน์เตอร์บาร์

ดูเหมือนสัญชาตญาณของเขาจะแม่นยำเสมอ เวณิกาดื่มเข้าไปไม่ถึงห้านาทีก็ยกมือขึ้นกุมศีรษะ ผู้ชายคนนั้นหันไปส่งซิกกับเพื่อนและประคองเวณิกาออกไปก่อน เขาไม่รอช้าตามติดไปทันที ในจังหวะเดียวกับที่ลูกน้องเดินมาจากอีกด้าน

“นายพาผู้หญิงที่เคาน์เตอร์บาร์ไปส่งห้องพัก เดี๋ยวฉันจะตามไปช่วยผู้หญิงอีกคนเอง”

“ครับบอส!” ปกติแล้วชาร์ลส์จะให้ลูกน้องกระจายอยู่ในผับเพื่อดูแลความเรียบร้อย รวมทั้งสอดส่องดูแลนักท่องราตรี โดยเฉพาะสาวๆที่มาคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก เพราะเสี่ยงกับการถูกมอมยา ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ลูกน้องของเขาจะเข้าไปช่วย และทางโรงแรมจะแบนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก่อเหตุตลอดไป เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง

สั่งการเสร็จชาร์ลส์ใช้เวลาไม่นานก็เดินตามชายผู้ไม่ประสงค์ดีซึ่งกำลังจะพาเวณิกาออกจากผับทัน

“จะพาผู้หญิงไปไหน!” เสียงทุ้มห้าวมีอำนาจทำให้อีกฝ่ายชะงักและหันกลับมามอง

“นี่แฟนฉัน แกไม่เกี่ยว!” ชายชาวยุโรปใช้เสียงดังข่ม

เวณิกาอยู่ในสภาพตาปรือสะลึมสะลือ แก้มเป็นสีแดงจัดซึ่งคงเป็นผลจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์ผสมฤทธิ์ยาบางอย่างที่ดื่มเข้าไป

“แต่ฉันเห็นตั้งแต่แรกว่าผู้หญิงคนนี้มากับเพื่อน และนั่งดื่มอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์มาเกือบชั่วโมง ก่อนที่แกจะเข้าไปหาและมอมยาเธอ” ดวงตาสีควันบุหรี่ดุดันแข็งกร้าวจนทำให้คู่สนทนาหน้าซีดลง แต่ยังทำเก่ง

“อย่ามาเสือกไม่เข้าเรื่อง!

“ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ การดูแลลูกค้าเป็นสิ่งที่ควรทำ และถ้าแกไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงตำรวจละก็” ชาร์ลส์พูดไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็เอ่ยสวน

ฝ่ายนั้นอ้าปากหวอ “โอเคๆ ฉันไม่พาผู้หญิงคนนี้ไปแล้วก็ได้” แม้ปรารถนาในตัวสาวสวยคนนี้แค่ไหน แต่ถ้าต้องมีเรื่องกับชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์ เจ้าชายแห่งลาสเวกัส ย่อมไม่คุ้มกันเลย

ชาร์ลส์ยิ้มเหี้ยมเกรียม “แกตัดสินใจถูกแล้ว ส่งตัวผู้หญิงมา และอย่าให้ฉันเห็นหน้าแกที่นี่อีก!

ชายชาวยุโรปส่งตัวเวณิกาให้เขาแล้วรีบออกจากผับไป ก่อนที่เจ้าของโรงแรมจะเปลี่ยนใจเอาเรื่อง

แค่แรกสัมผัส ความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมละมุนจากตัวหญิงสาวก็ทำให้เลือดร้อนๆของชาร์ลส์แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ไม่คิดเลยว่ายัยเด็กกะโปโลจะทำให้ร่างกายเขาเกิดปฏิกิริยารุนแรงได้แบบนี้

“เดี๋ยวผมจะพาไปส่งที่ห้อง” เขาบอก แม้รู้ว่าเจ้าตัวอาจฟังไม่รู้เรื่อง

แต่แล้วจู่ๆ เวณิกาก็ยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาและโวยวายทั้งที่ยังหลับตา แขนขวาของเธอยังใส่สร้อยข้อมือไพลินที่เขาเคยมอบให้เมื่อหลายปีก่อน “ใครบอกว่าฉันจะกลับห้อง ฉันจะไปกับคุณ”

“คุณจะไปกับผม?” เธอพูดเพราะเมาหรือมาจากส่วนลึกของความต้องการกันแน่ ชาร์ลส์ไม่ทันได้คิดมากกว่านั้นเมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาถูกสาวไทยตัวเล็กเขย่งเท้าขึ้นฉกจูบแบบถี่ๆจนทำให้ความร้อนในกายที่ร้อนจัดอยู่แล้วพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นอีก

“เฮ้ เอาแบบนี้เลยเหรอ” ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายระยิบระยับ ไม่คิดเลยว่าเธอจะขโมยจูบจากเขาเอาดื้อๆ

“อือ ฉันร้อนจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว พาฉันออกไปจากที่นี่ที” หญิงสาวครางในลำคอเอ่ยแทบไม่ได้ศัพท์และเบียดกายเข้าหาเขามากกว่าเดิม ตัวเธอร้อนเหมือนไฟกองย่อมๆ ไรผมสีดำขลับชื้นไปด้วยเหงื่อ แก้มแดงเหมือนผลแอ๊ปเปิ้ล

“ไปไหน ห้องคุณเหรอ” เขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ตัวตนของเวณิกาเลย ถึงภาพเด็กกะโปโลจะเป็นอดีตหลายปีมาแล้ว แต่คนเราโตขึ้นนิสัยก็ไม่น่าจะเปลี่ยนเป็นอีกขั้วได้ขนาดนี้ ทว่าอะไรก็ไม่สำคัญไปกว่า เธอกำลังทำให้บางอย่างในร่างกายเขาเริ่มตื่นตัว

เวณิกาทำเสียงขึ้นจมูกอย่างขัดใจ ปรือตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยืนแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน “ห้องคุณสิ บอกแล้วไงว่าฉันไม่กลับห้อง ยังสนุกไม่พอเลย!

“แน่ใจ?” คิ้วหนาที่พาดเหนือดวงตาคมกริบเลิกขึ้น เห็นอาการแบบนี้ชักจะแน่ใจแล้วว่ายาที่ผสมในเครื่องดื่มซึ่งหญิงสาวดื่มเข้าไปคือยาอะไร มันไม่ใช่ยานอนหลับธรรมดา แต่เป็นยาปลุกเซ็กส์!

“แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีก คุณบอกว่าเราจะไปสนุกกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงจะให้ฉันกลับล่ะ” เสียงหญิงสาวแผ่วและกระเส่า กระตุ้นให้หัวใจเขายิ่งสูบฉีดเลือดรุนแรง

“รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา” ชาร์ลส์ถอนหายใจ กระต่ายตัวน้อยกำลังเดินเข้ามาหากรงเล็บของหมาป่าโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีอันตรายรออยู่

“รู้สิ ไปได้หรือยัง” เวณิกาช้อนตาขึ้นมองเขา แววตาหวานหยาดเยิ้มราวกับเชิญชวน

มหาเศรษฐีหนุ่มพยายามต้านทานเสียงหัวใจสุดความสามารถ ไม่ให้โน้มศีรษะลงไปสัมผัสกลีบปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงแวววาว เมื่อครู่นี้แม้เธอจะจูบถี่ๆ โดยแต่ละครั้งแตะลงมาไม่กี่วินาที แต่รสของเรียวปากนุ่มนั้นสุดหอมหวานราวกับน้ำผึ้งจนเขาอยากจะไล้ปลายลิ้นละเลียดชิมช้าๆไปมาให้ถ้วนทั่ว รวมทั้งรุกล้ำเข้าไปภายในเพื่อตักตวงความหวานล้ำที่มากกว่าจนเต็มอิ่ม

“แน่ใจนะว่าจะไปห้องผมจริงๆ” เขาถามย้ำอีกที เพราะการพาเธอไปที่ห้องในสภาพนี้สุ่มเสี่ยงไม่น้อย

“ฉันอยากออกจากที่นี่ ไม่รู้ทำไมร้อนไปหมด พาฉันออกไปนะ” หญิงสาวดูเบลอและไม่มีสติเอาเสียเลย

ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด ถ้าให้เธอกลับห้องตอนนี้ คงไม่มีใครดูแล เพราะเพื่อนของเวณิกาก็เมาไม่แพ้กัน แต่ดีที่เมาแล้วหลับ ไม่เหมือนเวณิกาที่ท่าทางจะไม่หมดฤทธิ์ง่ายๆ ถ้าหญิงสาวสะลึมสะลือออกจากห้องไปแล้วเจอผู้ชายคนอื่น เธออาจตกเป็นอันตรายได้ เพราะร้อยทั้งร้อยที่โดนยาปลุกเซ็กส์เข้าไปจะเลือดสูบฉีดแรงทำให้ร้อนเร่าไปทั้งตัว และไวต่อการสัมผัสซึ่งจะกระตุ้นให้ความปรารถนาทวีคูณมากขึ้นๆจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ใครจะจับจูงไปไหนก็ไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนกับที่เธอรบเร้าจะไปห้องเขา ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร “งั้นผมตามใจคุณ!” เขาจะไม่ปล่อยให้ใครมากล้ำกรายเวณิกาเด็ดขาด

เหตุผลของเขาฟังขึ้นใช่ไหมอย่างน้อยเขาก็ทำเพื่อช่วยเธอ

 

เพนท์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมดิ แอชตัน วินเทอร์มักจะเป็นสถานที่สุดท้ายของแต่ละค่ำคืนระหว่างชาร์ลส์และสาวๆเสมอ แต่วันนี้ต่างจากวันอื่นๆตรงที่เวณิกาไม่ใช่ผู้หญิงในคอลเลคชั่นของเขา และที่พาเธอมาที่นี่ก็เพื่อจะถอนพิษยา เพราะรู้ว่าใครก็ตามที่โดนยาชนิดนั้นเข้าไป ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างจะทรมานมากจนแทบคลั่ง แต่ปัญหาก็คือเขาไม่รู้ว่าเวณิกาโดนยามากน้อยแค่ไหน และต้องใช้เวลาเท่าไรจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์

        ห้องกว้างตกแต่งด้วยโทนสีขาวเทาดูเรียบขรึม และมีเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้น กระจกสีเข้มที่กรุรอบห้องทั้งสามร้อยหกสิบองศาทำให้มองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนเบื้องนอกของลาสเวกัสซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟได้สุดลูกหูลูกตา

ชาร์ลส์ประคองเธอมายังมุมโซฟานั่งเล่นหน้าจอทีวีขนาดยักษ์และวางหญิงสาวลง ทว่าเธอกลับดึงเขาลงไปด้วย แม้เขาจะตัวใหญ่กว่าแต่เพราะไม่ทันตั้งตัว ชาร์ลส์จึงเสียหลักล้มลงไปทาบทับร่างเล็กบนโซฟาสีเทาเข้มตัวยาว ริมฝีปากเขาและเธออยู่ห่างกันแค่ปลายนิ้วกั้น ส่วนท่อนล่างแนบสนิทกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งชายชุดแซกสีดำร่นขึ้นสูงจนเกือบถึงจุดหวาดเสียว ยิ่งทำให้ชาร์ลส์กลัวใจตัวเอง

        “ฉันหิวน้ำจังเลย” เวณิกามองด้วยดวงตาออดอ้อนพร้อมมือที่ตวัดขึ้นโอบรอบคอเขา รู้สึกลำคอแห้งผากเหมือนเคลือบด้วยผงทรายร้อนๆ

        ชาร์ลส์ร้อนวูบตรงหน้าขาเมื่อบางอย่างที่สงบลงไปแล้วถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นเมื่อบอก “เดี๋ยวผมไปเอามาให้”

        “ค่ะ” เธอพยักหน้าแช่มช้า

        “แต่ผมไปไม่ได้ ถ้าคุณไม่ปล่อย” ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายพราว พยายามควบคุมตัวเองอย่างหนักไม่ให้สติหลุดลอยไปกับความเย้ายวนของเธอ

        “ไม่รู้ทำไมฉันถึงอยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ” มือบางลากเลื่อนขึ้นไปยังท้ายทอยและขยุ้มเบาๆ บ่งบอกถึงแรงปรารถนาที่กำลังก่อตัวภายใน

        “คืนนี้เรายังมีเวลาอีกเยอะ ผมกับคุณมีความสุขจนถึงเช้ายังได้” ชาร์ลส์กระซิบเสียงพร่า สาบานได้ว่าเขาไม่ได้คิดจะทำอะไรทำนองนั้น เพราะการถอนพิษยาไม่ได้มีแค่วิธีเดียวสักหน่อย

        “อย่าไปนานนักนะ” เวณิกายอมปล่อยมือ

        ชาร์ลส์เป่าปากอย่างโล่งอก ดีใจที่ยังควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะถ้าอยู่ในท่านั้นนานกว่านี้อีกนิด บางส่วนในร่างกายเขาที่กำลังได้รับอิทธิพลจากการแนบชิดเรียวขาสวยอาจทำให้เธอตื่นตกใจได้

        เจ้าของโรงแรมหนุ่มกลับมาพร้อมแก้วและน้ำเย็นจัดในเหยือก เพราะหากดื่มน้ำเย็นเยอะๆจะช่วยลดอาการที่เกิดจากฤทธิ์ยาปลุกเร้าได้

        เขานั่งลงบนโซฟาเดี่ยวอีกตัวและรินน้ำจากเหยือกใส่แก้วทรงสวยยื่นให้คนที่กำลังนอนตาหวานเยิ้ม “ดื่มเยอะๆนะครับ”

        เวณิกาลุกขึ้นและรับแก้วจากเขาไปดื่มอึกๆ ก่อนจะยื่นกลับมา “ขออีกแก้วได้ไหมคะ” น้ำเย็นๆช่วยให้ความร้อนผากในลำคอบรรเทาลง และรู้สึกดีขึ้นมาก

        “ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ” ชาร์ลส์รินน้ำเต็มแก้วเช่นเดิม และหญิงสาวก็ดื่มหมดแก้วอีก “อีกสักแก้วไหม”

        “ถ้าไม่เป็นการรบกวน” คนพูดถือแก้วรออยู่แล้ว

        “ไม่เลย”

        เวณิการู้สึกว่าดื่มน้ำไปเท่าไรก็ไม่อิ่มสักที แต่คนรินน้ำกลัวว่าถ้าให้ดื่มหลายแก้วเกินไปอาจมีผลเสียตามมาจึงบอกให้เธอหยุดก่อน

        “คุณอยากอาบน้ำไหม” การแช่น้ำเย็นๆเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายที่รุ่มร้อนผ่อนคลายลงได้

        “ก็ดีเหมือนกันค่ะ แล้วคุณล่ะ”

ถ้าเธอตอบแค่ประโยคแรก ชาร์ลส์คงไม่ต้องลำบากใจเช่นนี้ สมองเขาคิดภาพไปไกลโดยอัตโนมัติกับคำถามของเธอ ยิ่งคิดเลือดร้อนๆของเขายิ่งสูบฉีด ทั้งที่ไม่ได้โดนวางยาอะไร

“ผมอาบทีหลังได้” เขายักไหล่ แม้ว่าอีกใจหนึ่งจะบอกว่า การเข้าไปดูแลเธอในห้องน้ำไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเวณิกาสติไม่เต็มร้อย เธออาจลื่นล้มได้ แต่อีกใจบอกว่าถ้าเข้าไปอยู่ในนั้นกับเธอสองต่อสองละก็ อาจทำให้เขาคลุ้มคลั่งแทบเสียสติได้เลยทีเดียว

“ก็ได้” คราวนี้หญิงสาวว่าง่ายกว่าที่คาด ทว่าดวงตาคู่สวยพราวไปด้วยแววซุกซน

“เดี๋ยวผมไปเปิดน้ำในอ่างอาบน้ำไว้ให้คุณนะ จะได้นอนแช่ให้สบาย” มหาเศรษฐีหนุ่มขยิบตา ก่อนจะผละจากมา พอเข้ามาถึงในห้องน้ำได้ ชาร์ลส์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ การรับมือกับคนโดนยาปลุกเซ็กส์นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ เพราะไหนจะต้องระวังการจู่โจมของเธอแล้ว เขายังต้องระวังใจตัวเองอีก

มือหนาเอื้อมไปเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำในห้องน้ำกว้างและโอ่โถง ตกแต่งหรูหราไม่แพ้ห้องข้างนอก กรุผนังด้วยกระจกสีเข้ม มองเห็นดวงดาวและทัศนียภาพภายนอกได้ชัดเจน

ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล หวังว่าเขาจะหักห้ามใจไม่ให้ถอนพิษด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดอย่างการ

ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มขัน เขาจะคิดทำไมวะเนี่ย ให้ตายเถอะ! ยิ่งคิดยิ่งเหมือนยั่วให้ตัวเองปั่นป่วน







P.S. มาแบบเต็มๆตอนให้อ่านกันจุใจเลย ^O^






[1] เบอร์เบิน วิสกี้ (Bourbon Whiskey) คือวิสกี้ที่ผลิตในประเทศอเมริกาเท่านั้น กลั่นจากข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ฯลฯ ก่อนนำไปหมักบ่มในถังไม้โอ๊คโดยใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ทำให้มีรสหวานนุ่มละมุนลิ้นและได้กลิ่นหอมของไม้โอ๊ค ยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งมีรสชาติดี โดยเฉพาะถ้าหมัก 25 ปีจะได้รสชาติที่เยี่ยมยอดที่สุด สูตรของเบอร์เบินอาจแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #147 Krisyeol_exo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 08:11
    อ๊ายยย ชอบจัง นางเอกเราโดนยาจนได้
    #147
    0
  2. #5 Poppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 20:19
    จะมีเป็นรูปเล่มหรือป่าวบอกหน่อยอยากรู้ค่ะ
    #5
    1
    • #5-1 pichayawaree(จากตอนที่ 5)
      29 พฤศจิกายน 2558 / 12:01
      ตอนนี้ยังไม่มีจ้า ยังไงฝากติดตามในเว็บก่อนเนอะ ^O^
      #5-1