ต้านรัก CEO จอมบงการ

ตอนที่ 3 : Chapter 1 : เจ้าชายแห่งลาสเวกัส 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

Chapter 1 : เจ้าชายแห่งลาสเวกัส (The Billionaire Prince of Las Vegas)




สนามบินนานาชาติ แมคคาร์แรน, รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา

       “มีงานด่วน! ให้ดาด้ากลับพรุ่งนี้เลยเหรอคะ” รัญชิดาทำหน้าเซ็ง เพราะทันทีที่เท้าแตะพื้นสนามบินก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการแผนกต้อนรับส่วนหน้าของโรงแรงซึ่งทำงานอยู่ แต่แม้จะอารมณ์เสียแค่ไหนก็ไม่แสดงออกทางน้ำเสียง เพราะไม่ใช่ความผิดของคนที่โทร.มา แต่เป็นซีอีโอหนุ่มผู้เอาแต่ใจนั่นต่างหาก “ค่า ขอบคุณพี่แจนมากนะคะที่โทร.มาบอก ดาด้าจะหาไฟลท์เช้าพรุ่งนี้แล้วกลับให้เร็วที่สุดค่ะ” หญิงสาววางสายพร้อมถอนหายใจเหยียดยาว

        “งานด่วนอะไรเหรอดาด้า” เวณิกาอดเห็นใจเพื่อนไม่ได้ เพราะเพิ่งมาถึงไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องเตรียมตัวเดินทางกลับเสียแล้ว

        “ก็อีตาแม็กน่ะสิ จะบินมาเยี่ยมโรงแรมแบบไม่แจ้งล่วงหน้า แล้วก็อยากประชุมกับผู้จัดการและผู้ช่วยผู้จัดการของทุกแผนก ห้ามใครไม่ว่างเด็ดขาด ถ้าใครลางานไปเที่ยวก็ให้บินกลับมาด่วน ซึ่งตอนนี้คนที่ลางานมีฉันคนเดียว ดีนะที่ชดเชยค่าเครื่องบินกับค่าที่พักที่จ่ายไปแล้วให้ ไม่งั้นจะโกรธกว่านี้” คนที่ถูกกล่าวถึงคือแม็กซิมิเลียน คีธ ไฟร์เยอร์ ผู้บริหารหนุ่มจอมบ้าอำนาจของโรงแรมเดอะ แกรนด์ ไฟร์เยอร์ รัญชิดาแสดงอาการหงุดหงิดเต็มที่ เพราะไม่จำเป็นต้องวางฟอร์มเมื่ออยู่กับเพื่อนสนิท

        “เอาเถอะน่า คิดเสียว่าเพื่ออนาคต” หญิงสาวให้กำลังใจเพื่อน

        “ก็เพราะอย่างนั้นแหละเลยต้องกลับ แต่ทำไมเขาต้องมาตอนฉันลาพักร้อนด้วยเนี่ย อีตาซีอีโอบ้า” เจ้าตัวยังอดบ่นไม่ได้

        “อย่าเผลอพูดแบบนี้ต่อหน้าเขาล่ะ โดนไล่ออกแน่” เวณิกาแซวพลางยิ้มขัน

        “รู้น่า ก็แค่อยากระบายบ้างเท่านั้นเอง” 

        เวณิกาส่ายหน้าไปมาและหัวเราะเสียงใส “อย่างน้อยแกก็มีเวลาเที่ยวหนึ่งวัน ไม่ต้องบินกลับทันที เดี๋ยวเราเอาของไปเก็บที่โรงแรมแล้วเริ่มเที่ยวกันเลยก็ได้”

        “โต้รุ่งไหมล่ะ เอาให้คุ้ม” รัญชิดาชวนอย่างนึกสนุก

        “ไหวเหรอ บินเช้านี่”

        “ไหวสิ แหม ทำเหมือนไม่เคยอดนอน งานของเราเนี่ย สำหรับคนอึด ถึก ทน และอดนอนได้เท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยกลั้วหัวเราะ

        “งั้นฉันก็ไม่มีปัญหา” เธอยิ้มกว้าง

        เวณิกาและรัญชิดาเรียนจบด้านการโรงแรมจากคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกัน เริ่มทำงานครั้งแรกก็ในโรงแรมเดียวกันอีก แต่ปัจจุบันทำงานคนละที่ แม้จะอายุเพียงยี่สิบเจ็ด แต่ความสามารถอันเป็นที่ยอมรับทำให้ปัจจุบันสองสาวเลื่อนตำแหน่งจากพนักงานต้อนรับมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแผนกต้อนรับส่วนหน้าทั้งคู่

        การมาลาสเวกัสเป็นความฝันของพวกเธอ เมื่อทำงานมีเงินเก็บมากพอ จึงถือโอกาสใช้วันพักร้อนสิบห้าวันให้คุ้มค่า หลังจากไม่เคยลากิจ ลาป่วย หรือลาพักร้อนเลยตั้งแต่เริ่มทำงาน

        สำหรับรัญชิดา เป้าหมายหลักคือเที่ยวสถานบันเทิง ใช้ชีวิตกลางคืน ดูโชว์สุดตระการตา เล่นคาสิโน และตามหาเนื้อคู่ในสเปก นั่นคือหนุ่มผมทอง ตัวสูง ตาสีฟ้า หน้าคม ยิ้มสวย และเป็นสุภาพบุรุษ

        ส่วนเวณิกาอยากมาดูโรงแรมในย่านลาสเวกัส สตริปซึ่งอยู่ในระดับสี่ถึงห้าดาว สัมผัสบรรยากาศและชื่นชมการตกแต่งที่แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูการบริการของพนักงานเพื่อนำไปปรับใช้กับงานตัวเอง และนอกเหนือจากนั้นคงตามรัญชิดาไป เพราะยังไงพวกเธอก็ต้องไปด้วยกันอยู่แล้ว แต่เรื่องหนึ่งที่เธอไม่เคยสนใจเลยก็คือการมีแฟนและการแต่งงานซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต จนรัญชิดาอดค่อนไม่ได้ว่า

ฉันไม่เข้าใจแกจริงๆเลยยัยเวย์ หน้าตาอย่างแกเนี่ยหาแฟนได้สบายมาก ผู้ชายเข้ามาหาก็แยะ แต่กลับอยากอยู่เฝ้าคานทอง

แค่ทำงานก็ไม่มีเวลาแล้วเวณิกาตอบเสียงเนือย

มันก็แค่ข้ออ้าง ถ้าอยากจะมีจริงๆทำไมจะมีไม่ได้ หรือว่ารอใครอยู่ถึงไม่ยอมมีฝ่ายนั้นหรี่ตามองจับผิด

เปล่าสักหน่อย ฉันก็แค่ไม่อยากมีใครจริงๆ โสดแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ถ้ามีแฟนอาจจะมีแต่เรื่องให้คิดมากก็ได้

ไม่อยากมีก็ตามใจ แต่ยังไงถ้าฉันแต่งงานมีลูก แกต้องมาช่วยฉันเลี้ยงลูกนะ เพราะฉันคนเดียวเอาไม่อยู่แน่ ฉันไม่ชอบเด็ก

แต่นั่นลูกแกนะ

เพราะเป็นลูกไงเลยทนได้ แต่ถ้าให้ดูแลคนเดียวก็คงไม่ไหวอยู่ดี

ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้เพื่อนเธอจะได้เจอพ่อเด็กสมใจหรือเปล่า

 

เวณิกาและรัญชิดาเดินออกมายังจุดนัดหมายที่รถโรงแรมจะมารับ ไม่นานก็เจอพนักงานขับรถเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วมท่าทางเป็นมิตร สวมชุดสูทสีเทาเข้มเรียบร้อย ติดป้ายชื่อซึ่งมีสัญลักษณ์ของโรงแรมดิ แอชตัน วินเทอร์บนหน้าอกด้านขวา

        รถเมอร์เซเดสเบนซ์อีคลาสสีดำคันหรูพาออกจากสนามบินแมคคาร์แรนไปยังลาสเวกัสซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณห้าไมล์ แม้จะบินหลายสิบชั่วโมง แต่ทั้งคู่ก็ชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางโดยไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อย กระทั่งรถแล่นเข้าสู่ถนนสตริป ป้ายเวลคัม ทู แฟบูลัส ลาสเวกัส เนวาดา (Welcome to Fabulous Las Vegas Nevada) อันโดดเด่นบ่งบอกว่าถึงลาสเวกัสอย่างแท้จริงแล้ว

        “เดี๋ยวเรามาถ่ายรูปที่นี่กันนะดาด้า” เวณิกาชวนอย่างกระตือรือร้น

        “แน่นอน เจ้าแม่เซลฟ์ฟี่แบบฉันไม่พลาด เดี๋ยวจะอัพลงอินสตาแกรมพร้อมแคปชั่นเก๋ๆให้คนอิจฉาเล่น” รัญชิดาหัวเราะคิกคัก

        รถหรูแล่นผ่านสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายทั้งห้าง โรงแรม คาสิโน ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ไฮ โรลเลอร์ซึ่งสูงที่สุดในโลกและเป็นจุดเด่นอีกอย่างของลาสเวกัส ทั้งสองฟากฝั่งของถนนมีผู้คนเดินสวนไปมาขวักไขว่ เวณิกาและรัญชิดาใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นกับเมืองอันยิ่งใหญ่แห่งนี้

        เวลาต่อมารถคันหรูก็เข้ามาจอดหน้าดิ แอชตัน วินเทอร์ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาว คนขับรถลงมาเปิดประตูให้พร้อมกับพนักงานยกกระเป๋าที่เข้ามาต้อนรับอย่างสุภาพ

        ตอนเช็กอินพวกเธอได้คีย์การ์ดคนละอันพร้อมแผนที่โรงแรมซึ่งกางออกแล้วมีขนาดใหญ่มาก ใช่! แผนที่โรงแรม ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะดิ แอชตัน วินเทอร์มีพื้นที่กว้างขวาง จนทั้งวันอาจเที่ยวในโรงแรมไม่ทั่วด้วยซ้ำ แล้วก็ยังมีวอยเชอร์ส่วนลดอีกหลายใบสำหรับใช้บริการส่วนต่างๆภายในโรงแรมด้วย ถ้าเทียบกับค่าห้องที่หารสองแล้ว นับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

        “ค่าโรงแรมไม่ได้แพงแบบที่คิดเลยเนอะ” รัญชิดาว่า เพราะตอนยังไม่หาข้อมูล พวกเธอคิดว่าค่าที่พักจะแพงหูฉี่

        “สงสัยอยากให้เราเอาเงินไปเล่นคาสิโนมากกว่ามั้ง ว่าแต่ไม่น่าเชื่อเลยนะว่ารัฐที่อยู่ติดกันแบบแคลิฟอร์เนียจะถือว่าการเล่นพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ยังกับอยู่คนละประเทศแน่ะ” เวณิกาเอ่ยเคล้าหัวเราะ

        “แหม ถ้าไม่มีการพนันก็ไม่มีลาสเวกัสที่ทันสมัยอย่างทุกวันนี้หรอก” ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าลาสเวกัสเติบโตอย่างรวดเร็วก็เพราะเม็ดเงินจากคาสิโนทั้งนั้น ครั้งหนึ่งประเทศไทยยังเคยมีนโยบายจะทำคาสิโนแบบถูกกฎหมาย แต่ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างจนปัจจุบัน

        ดิ แอชตัน วินเทอร์มีทั้งหมดสี่ตึก ห้องพักสี่พันสองร้อยห้อง ตกแต่งในสไตล์หรูหราตื่นตาตื่นใจ ห้องของพวกเธออยู่บนชั้นสามสิบห้าของตึกเอ หลังเอาของไปเก็บในห้องแล้ว สองสาวก็ลงมาทานอาหารบุฟเฟ่ต์ซึ่งเต็มไปด้วยเมนูคัดสรรอันยอดเยี่ยม ทว่าต้องรอคิวยาวพอสมควร รัญชิดาเลยขอฆ่าเวลาด้วยการไปเล่นตู้สล็อตแมตชีนที่มีตั้งไว้บริการแถวนั้น

        “โทษทีนะแก ไหนๆฉันก็ต้องกลับก่อน ต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่า”

        “ตามสบายเลยดาด้า เดี๋ยวฉันรอเอง ถึงคิวเมื่อไหร่จะเรียก” เวณิกาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

        เธอกับรัญชิดาได้เข้าไปทานอาหารในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังอิ่มท้องก็ชวนกันไปต่อที่มิราเคิลไมล์ ห้างขนาดใหญ่ซึ่งรวมสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายไว้สำหรับนักช็อป แต่พวกเธอคงไม่ซื้ออะไรมากนัก นอกจากเน้นเดินชมสนุกๆ เพราะราคาแต่ละอย่างแพงหูดับตับไหม้ทั้งสิ้น

ระหว่างเดินไปห้างรัญชิดาใช้กล้องของสมาร์ทโฟนถ่ายรูปเซลฟ์ฟี่กับบรรยากาศของลาสเวกัสอย่างมีความสุขและอัพโหลดลงอินสตาแกรม

เวณิกามีกล้อง DSLR ตัวกะทัดรัดสีชมพูคล้องคอ ในมือถือสมุดโน้ตและดินสอซึ่งยกขึ้นมาจดยุกยิกเป็นระยะ

เดินออกมาได้ไม่ถึงห้านาที สองสาวก็พบหนูน้อยเจ้าของผมสีทองเป็นลอนคลื่น ตาโตแป๋วสีฟ้า วัยประมาณห้าขวบ ใส่ชุดเสื้อติดกับกระโปรงฟูฟ่องสีขาวเหมือนนางฟ้า ยืนร้องไห้อยู่เพียงลำพังบนทางเท้า

        เวณิกาตรงเข้าไปหาเด็กน้อยทันทีและนั่งลงสอบถาม “มีอะไรให้พี่ช่วยไหมจ๊ะหนูน้อย โอ๋ๆ อย่าร้องไห้นะ” มือบางลูบศีรษะเล็กปลอบโยน

        “หนูฮึกอยากหาฮึกแดดดี๊ค่ะ” นางฟ้าตัวน้อยตอบทั้งสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้มยุ้ย

        แม้หนูน้อยจะกำลังร้องไห้ แต่ความน่ารักและพวงแก้มใสน่าหยิกทำให้คนปลอบอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ “หนูชื่ออะไรจ๊ะ แล้วแดดดี๊ของหนูรูปร่างหน้าตายังไง เดี๋ยวพี่ช่วยตามหาเอง”

        “หนูชื่อฮึกแองจี้ค่ะ แดดดี๊ตัวสูงแล้วก็ฮึกหล่อหล่อที่สุดในโลก” หนูน้อยแองจี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงและแววตาใสซื่อ

        “อื้อหือ หล่อที่สุดในโลกเลยเหรอ” น้ำเสียงของรัญชิดาชัดเจนว่าสนใจพ่อมากกว่าลูก

        “ยัยดาด้านี่ หื่นอีกแล้ว” เวณิกาเหลือบมองเพื่อนที่ตาเป็นประกายแพรวพราว

        “หื่นที่ไหน” เจ้าตัวแย้งเสียงสูงปรี๊ด “ก็แค่อยากพิสูจน์ว่าแม่หนูน้อยคนนี้พูดจริงหรือเปล่า”

“ถ้างั้นช่วยกันตามหาคุณพ่อให้น้องเร็วเข้า” เธอถือโอกาสใช้ความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนให้เป็นประโยชน์

“ก็ได้ๆ นี่เห็นแก่คุณพ่อ เอ๊ย หนูแองจี้นะ”

“ไปจ้ะ ไปตามหาคุณพ่อของหนูกัน” เวณิกาลูบกลุ่มผมนุ่มสีทองบนศีรษะเล็กพลางปลอบประโลม หนูแองจี้พยักหน้าหงึกหงักและยกมือจ้อยขึ้นเช็ดน้ำตา ดวงตาสีฟ้าใสฉายแววมุ่งมั่น จากนั้นภารกิจตามหาคุณพ่อที่หล่อที่สุดในโลกก็เริ่มต้นขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #145 Krisyeol_exo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 07:55
    แองจี้ทำไมน่ารักแบบนี้เนี่ย ยัยดาด้าเธอเก็บอาการหน่อยสิ555
    #145
    0
  2. #68 miwch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 12:30
    ภารกิจตามหาคุณพ่อ หรือภารกิจรักกันแน่ หนูน้อยแองจี้เริ่มแผลงศร แต่อยากรู้อยู่ๆหนูน้อยโผล่มาจากไหนเนี่ย
    #68
    1
    • #68-1 pichayawaree(จากตอนที่ 3)
      7 มกราคม 2559 / 23:52
      5555 สงสัยงานนี้จะได้ทั้งสองอย่างเลย ^O^
      #68-1
  3. #64 리민 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:51
    สนุกค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #64
    0
  4. #3 Poppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 00:46
    รีไรต์ใหม่หรือค่ะ
    #3
    1
    • #3-1 pichayawaree(จากตอนที่ 3)
      28 พฤศจิกายน 2558 / 00:58
      ใช่จ้า เดี๋ยวจะลงแบบรัวๆให้อ่านจุใจเลย
      #3-1