ต้านรัก CEO จอมบงการ

ตอนที่ 29 : Chapter 13 : งานแต่งงานที่ไม่คาดฝัน (The Unexpected Wedding) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

เพราะเป็นการแต่งงานแบบหลอกๆ เลยไม่มีการประกอบพิธีทางศาสนาใดๆ นอกจากให้คู่บ่าวสาวกล่าวคำสัญญาต่อหน้าพยานทั้งสามคนเท่านั้น

         เจ้าบ่าวจับมือเจ้าสาวทั้งสองข้างไว้อย่างทะนุถนอม ต่างคนต่างสบตากันนิ่งราวจะถ่ายทอดความรู้สึกอันลึกซึ้งถึงอีกฝ่าย ดวงตาสีควันบุหรี่เปล่งแสงแรงกล้าด้วยความปลื้มปีติ ทว่าดวงตาสีดำสนิทของหญิงสาวไม่ยินดียินร้าย

         “ผมสัญญาว่าจะรักผู้หญิงคนนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะสุข จะทุกข์ เราจะมีกันและกัน จับมือกัน อยู่เคียงข้าง ประคองกันไปทุกวันจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของชีวิต” ชาร์ลส์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่น ทุกถ้อยคำออกมาจากใจ ไม่ใช่แค่พูดให้เสร็จพิธีการ แต่ดูเหมือนเจ้าสาวจะไม่เชื่อ เลยทำหน้าเลี่ยนๆใส่

         “ขอเชิญทางฝ่ายเจ้าสาวกล่าวบ้างนะครับ” เกร็กที่เป็นคนดำเนินรายการผายมือไปยังเวณิกา

         คามิลล่าอดซาบซึ้งไปด้วยไม่ได้ ไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะมีโอกาสเจอผู้ชายดีๆอย่างชาร์ลส์บ้างหรือเปล่า เธอเชื่อว่าเขาเป็นผู้ชายในฝันของสาวๆทุกคนเลยละ เพราะทั้งหล่อ มีอำนาจ เฉียบขาดในด้านการทำงาน

         “เอ่อ” เวณิกาอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ตอนแรกก็ไม่ได้ตื่นเต้น แต่ไปๆมาๆกลับรู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทั้งที่มันไม่ใช่การแต่งงานจริงสักหน่อย

         ชาร์ลส์ยิ้มให้กำลังใจหญิงสาว ดวงตาสีเทาเข้มเปล่งประกายลึกซึ้ง

         เธอสูดหายใจเข้าลึก คิดว่ารีบพูดจะได้รีบจบ มัวยืนอ้ำอึ้งไปก็เสียเวลาเปล่า “ฉัน สัญญาว่า จะรักผู้ชายคนนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาในชีวิต จะสุขหรือเศร้าแค่ไหน เราก็จะอยู่เคียงข้างกัน ประคับประคองกันไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

         แขกสามคนปรบมือชื่นชมและส่งเสียงเฮใหญ่ จากนั้นเป็นเวลาของปาร์ตี้ฉลองงานแต่งของชาร์ลส์และเวณิกาซึ่งเป็นงานวิวาห์แบบลับเฉพาะ

         งานเลี้ยงมีอาหารและเครื่องดื่มจัดเตรียมไว้พรักพร้อม ในมือของผู้ใหญ่แต่ละคนซึ่งนั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะริมสระน้ำ ถือแก้วไวน์แดงชั้นดีและยกขึ้นจิบเป็นระยะระหว่างสนทนาท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงสุดโรแมนติกที่เปิดคลอเคล้าบรรยากาศ ส่วนแองจี้ที่ยังเด็กดื่มน้ำผลไม้รวมรสหวานชื่นใจด้วยความเอร็ดอร่อย

         ตอนแรกเวณิกาจะดื่มเหมือนหนูน้อย แต่ชาร์ลส์ก็ขัดว่างานแต่งทั้งที ดื่มไวน์จะดีกว่า เกร็กและคามิลล่าก็สนับสนุนเจ้านายอย่างพร้อมเพรียง

         “ฉันขอดื่มแค่แก้วเดียวนะ” เจ้าสาวต่อรอง

         “ทำไม” ดวงตาสีควันบุหรี่มีแววเย้าแหย่ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูอย่างรู้ทัน “กลัวจะเมาจนขาดสติเหมือนคืนนั้นเหรอ”

         เวณิกากัดริมฝีปากและมองเขาอย่างแค้นเคือง คนบ้า พรากพรหมจรรย์ของเธอไปแล้ว ยังมีหน้ามาล้ออีก ความผิดของเขาครั้งนี้ ต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืม!

         “บอสนี่ชอบยั่วโมโหคุณเวย์ตลอดเลยนะครับ” ผู้ช่วยหนุ่มแซวกลั้วยิ้ม ตั้งแต่อยู่ในงาน เกร็กก็เห็นเจ้าสาวฮึ่มฮั่มใส่เจ้าบ่าวหลายรอบแล้ว

         “ใครบอกว่ายั่วโมโหอย่างเดียว” ชาร์ลส์เอ่ยและยิ้มมีเลศนัย หันไปส่งสายตาหวานให้เจ้าสาว

         “ยั่วฝ่ามือด้วยค่ะ” เวณิกาเอ่ยเสียงเหี้ยม ใจจริงอยากบอกว่าชาร์ลส์ยั่วบาทา แต่กลัวจะหยาบคายไป

         “ฉันว่าคุณสองคนรักกันได้เพราะแบบนี้ละค่ะ” คามิลล่าออกความเห็น “คนนึงก็ช่างแกล้ง อีกคนก็น่าแกล้งจริงๆ”

         “ฉันไม่ยอมให้เขาแกล้งฝ่ายเดียวหรอกค่ะ” เจ้าสาวทำเสียงฮึในลำคอ

         “อย่างนี้เขาเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อครับ” เกร็กว่า

         “แองจี้อยากมีน้องไหมคะ” จู่ๆเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ถามผู้เป็นลูกสาวขึ้น

         “อยากค่ะ หนูอยากมีน้องหลายๆคนเลย จะได้มาเป็นเพื่อนเล่นกัน” เด็กหญิงผมทองหยิกเป็นลอนตอบเสียงเจื้อยแจ้ว

         “เอากี่คนดีคะ แดดดี๊กับหม่ามี้พร้อมเสมอ” ชาร์ลส์บอกโดยไม่ถามความเห็นฝ่ายหญิงสักคำ

         “สิบคนได้ไหมคะ มีน้องเยอะๆสนุกดีค่ะ หนูอยากได้น้องผู้หญิง จะได้แต่งตัวแล้วก็เปียผมให้น้องค่ะ” ดวงตาสีฟ้าใสไร้เดียงสาฉายแวววาดฝัน

         “สิบคนเหรอคะ สบายมาก” ผู้เป็นพ่อยิ้มกว้าง

         “เย้ หนูจะรอนะคะ น้องจะมาตอนไหนคะ” เด็กน้อยถามพาซื่อ ท่าทางใจร้อนอยากเห็นน้อง

         เกร็กกับคามิลล่าอมยิ้มกับความซื่อของหนูน้อย ส่วนเวณิกาหมั่นไส้เจ้าบ่าวจอมเจ้าเล่ห์ของตนที่สุด

         “ไม่นานค่ะ”

         “พรุ่งนี้ได้ไหมคะแดดดี๊ หนูอยากเล่นกับน้องไวๆ”

         “อันนี้ต้องถามหม่ามี้แล้วละ ว่าจะให้ความร่วมมือกับแดดดี๊หรือเปล่า” ชาร์ลส์บอกลูกสาวแล้วว่าให้เรียกเวณิกาว่าหม่ามี้แทนพี่

         แอนเจลิน่าหันขวับไปถามหม่ามี้โดยเร็ว “หม่ามี้คะ พรุ่งนี้หนูจะได้เจอน้องใช่ไหมคะ”

         เวณิกานิ่งอึ้ง เพราะมัวแต่นั่งเข่นเขี้ยวชาร์ลส์ พอถูกโยนให้ตอบคำถามอย่างไม่ทันตั้งตัว เลยไม่รู้จะตอบยังไงดี คำถามของแองจี้ตอบง่ายเสียเมื่อไหร่

         “เอ่อ”

         “หม่ามี้อย่าอ้ำอึ้งสิครับ” ผู้เป็นเจ้าบ่าวส่งสายตาวิบวับมาให้

         หญิงสาวทำปากขมุบขมิบ ก่อนจะหาทางเอาตัวรอด “แองจี้อย่าเพิ่งใจร้อนนะจ๊ะ น้องกำลังเดินทางมา แต่รถติด อาจจะมาไม่ทันพรุ่งนี้ อย่างน้อยก็คงหนึ่งปีขึ้นไป”

         ดวงตาสดใสเป็นประกายหม่นแสงลงแทบจะทันที ริมฝีปากแดงย้อยเบะเล็กน้อยเมื่อหันไปถามพ่อ “ไหนแดดดี๊บอกว่าไม่นานไงคะ”

         “เอ่อ” ชาร์ลส์เป็นฝ่ายอ้ำอึ้งบ้าง

         “เอาไงดีล่ะทีนี้ เจอปัญหาใหญ่แล้วครับบอส” เกร็กอดขำไม่ได้ คามิลล่าก็จนปัญญาจะช่วย

         “ช่วยกันหน่อยสิเวย์” เจ้าของโรงแรมหนุ่มหันไปอ้อนวอนเวณิกา

         “ใครเป็นคนเปิดประเด็นล่ะคะ” หญิงสาวยักไหล่

         “โธ่ ผมก็แค่อยากคุยสนุกๆ”

         “แต่แองจี้เอาจริง”

         “แดดดี๊กับหม่ามี้อย่าเพิ่งเถียงกันค่ะ ตอบหนูก่อน” เสียงเล็กๆบอก

         “อืม เอาไงดีเวย์ ถ้าจะให้น้องของแองจี้มาเร็วที่สุด เราก็คงต้องลงมือคืนนี้เลย” ชาร์ลส์เอ่ยเหมือนลืมสัญญาฉบับนั้นไปแล้ว

         “ได้ไงล่ะ ก็เราสองคน” เวณิกาเกือบจะหลุดปาก แต่ดีที่ยั้งไว้ทัน เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

         “แต่แองจี้อยากเจอน้องนะ”

         “แล้วจะทำยังไงล่ะคะ”

         “เราก็ต้องทำตามที่แกต้องการสิ เพื่อความสุขของแองจี้ จริงไหมเกร็ก มิลลี่” เมื่อเจ้าสาวเงียบ ชาร์ลส์ก็ใช้มุกเดิมคือขอเสียงสนับสนุนจากลูกน้อง

         “จริงครับ”

         “จริงค่ะ”

         ผู้ช่วยหนุ่มและพี่เลี้ยงสาวตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

         “ฉันว่าเราไปตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าค่ะ” เวณิกาลุกขึ้นจากเก้าอี้

         “แดดดี๊กับหม่ามี้อย่าทะเลาะกันนะคะ หนูจะใจเย็นๆค่ะ น้องมาถึงเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีปัญหาเลย” คนตัวเล็กบอกอย่างรู้ความ

         “จ้ะ เราจะไม่ทะเลาะกัน” หญิงสาวรับปาก “แต่ยังไงพี่ เอ้อ หม่ามี้ก็ต้องคุยกับแดดดี๊จ้ะ ขอตัวสักครู่นะคะคุณเกร็ก คุณมิลลี่ ส่วนคุณชาร์ลส์ ตามฉันมาข้างใน” เวณิกาเดินนำไปก่อน

         ชาร์ลส์ยังยิ้มได้ ร่างสูงหนาลุกขึ้นก่อนจะตามเข้าไปในห้องนั่งเล่นของเพนท์เฮาส์

         “ซีเรียสอีกแล้วนะเวย์” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ

         “คุณไม่ควรบอกแองจี้แบบนั้น เด็กความจำดีนะคะ แกจะรอ และถ้าน้องไม่มาสักที แองจี้ก็จะผิดหวัง เกิดเป็นแผลลึกๆในใจ คุณอาจมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับเด็ก การให้ความหวังแล้วไม่ทำให้เป็นไปตามนั้น มันมีผลกระทบต่อจิตใจมากนะ” จริงๆเรื่องที่ให้เธอเป็นหม่ามี้ของแองจี้ก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าตอนสิ้นสุดสัญญา หนูน้อยจะเสียใจมากแค่ไหนที่ครอบครัวหรรษาจะจบลงไปด้วย แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น เพราะชาร์ลส์จ้องแบล็กเมล์อยู่

         เธอผิด ผิดมากจริงๆ และไม่อยากทำร้ายจิตใจแองจี้ไปมากกว่านี้ แต่ก็ยกเลิกสัญญาไม่ได้ เพราะชื่อเสียงของเธอก็สำคัญ โอ๊ย! คิดแล้วก็อึดอัดที่ทำอะไรอย่างใจต้องการไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คงเป็นแค่ ไม่ให้ความหวังหนูน้อยมากขึ้นไปกว่านี้

         “วิธีแก้ไม่เห็นยากเลย” ชาร์ลส์ยักไหล่

         “ไม่ยากเหรอ? ไหนบอกมาซิว่าจะแก้ยังไง” เวณิกายกมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง

         “เราก็ทำลูกกันจริงๆเลยสิ!” ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายกรุ้มกริ่ม ขณะเดินเข้ามาประชิดตัวเธอ

         “นี่ คุณพูดเล่นใช่ไหม” หญิงสาวในชุดแต่งงานเกาะอกสีขาวก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ แม้ห้องโถงจะกว้างแค่ไหน แต่สุดท้ายก็หมดทางหนีเมื่อแผ่นหลังชนกับกำแพง และชาร์ลส์ก็ใช้มือสองข้างเท้ากำแพงล็อกตัวเธอเอาไว้ในวงแขนจนไม่อาจหลบหนีได้นอกจากจะหายตัววับไป

         “พูดเล่น แต่ทำจริง” ชายหนุ่มยิ้มร้าย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น