ต้านรัก CEO จอมบงการ

ตอนที่ 21 : Chapter 11 : ต่างสถานที่ ต่างเวลา ต่างความรู้สึก? (Still the same?) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    17 ส.ค. 60

เวณิกาอยู่ในชุดเสื้อไหมพรมถักสีฟ้าอ่อนและเลกกิ้งสีดำ ผมยาวรวบมัดเป็นหางม้าเพื่อความกระฉับกระเฉง ใบหน้าหวานรูปไข่แต่งแต้มเป็นธรรมชาติ หญิงสาวกำลังลงลิฟต์ไปยังชั้นล็อบบี้ของโรงแรมดิ แอชตัน วินเทอร์พร้อมซองเอกสารสีขาวในมือ

ไม่ถึงหนึ่งนาทีประตูก็เลื่อนเปิดออก ร่างเล็กก้าวตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยท่วงท่ามาดมั่น

เมื่อคืนหลังกลับถึงห้องพัก เธอก็นอนคิดแล้วคิดอีกหลายตลบ สุดท้ายคำตอบยังเหมือนเดิม เช้านี้จึงมาทำภารกิจ ลบล้างความผิดพลาดตามที่วางแผนไว้

“ขอพบมิสเตอร์วินเทอร์ค่ะ” เวณิกาแจ้งความต้องการกับพนักงานสาวผมบลอนด์

“นัดไว้หรือเปล่าคะ” อีกฝ่ายถามอย่างสุภาพ

“ค่ะ ดิฉันเวณิกา” แม้ไม่ได้นัด แต่ยังไงชาร์ลส์ก็คงไม่ปฏิเสธ นอกจากเขาจะติดงานสำคัญอย่างอื่น

“สักครู่นะคะ ดิฉันจะเรียนท่านประธานให้ค่ะ” เจ้าตัวยิ้มเป็นมิตรและต่อสายขึ้นไปยังห้องทำงานของผู้บริหาร ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นบอก “เชิญคุณเวณิกาได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันกดลิฟต์ให้นะคะ”

หญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมากะทันหัน แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ในเมื่อเลือกทางนี้แล้วก็ต้องเดินต่อจนสุดทาง จะมาล้มเลิกเอาง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด!

เวณิกาสูดหายใจลึกเรียกความมั่นใจ ก่อนเดินตามประชาสัมพันธ์สาวไปยังลิฟต์ซึ่งใช้ขึ้นไปบนห้องทำงานผู้บริหารโดยเฉพาะ สาวผมบลอนด์ใช้บัตรสี่เหลี่ยมสีขาวสแกนกับแผงวงจรในลิฟต์ กดหมายเลขชั้นให้ ก่อนค้อมศีรษะและยิ้มราวจะอวยพรให้เธอโชคดี

ประตูลิฟต์ปิดลง หัวใจเวณิกาเต้นตึกตักราวกับเสียงรัวกลอง จะตื่นเต้นทำไมล่ะเนี่ย แค่เซ็นสัญญาเล่นละครเป็นครอบครัวสุขสันต์เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นภรรยาเขาจริงๆสักหน่อย อีกอย่างสัญญาฉบับนี้ เธอได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่มีอะไรต้องคิดมากเลย หญิงสาวให้กำลังใจตัวเอง

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณดังขึ้นเมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่ต้องการ ประตูค่อยๆเคลื่อนเปิดออก และโดยไม่คาดคิด ดวงตากลมเบิกโตขึ้นเมื่อเห็นชาร์ลส์ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าลิฟต์นั่นเอง

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำพอดีตัวสง่างามเต็มไปด้วยรัศมีแกร่งกร้าวมีอำนาจ ใบหน้าหล่อเหลาตระการตาพาให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เขากระตุกยิ้มพราย ดวงตาคมกริบที่ล้อมรอบด้วยวงแหวนแพขนตาเปล่งประกายแพรวพราวชวนครั่นคร้าม

ไอร้อนวูบหวิวซ่านสยิวอยู่ในทรวงอกทั้งสองข้างของเธอ ก่อนแล่นต่ำลงสู่ท้องน้อย และต้นขาตามลำดับ ชาร์ลส์หล่อจนลืมหายใจสมฉายาเจ้าชายแห่งลาสเวกัส แต่ก็แสนอันตรายและร้ายกาจพอกัน

“คิดว่าจะไม่ได้เจอกันซะแล้ว” เสียงทุ้มมีแววพึงพอใจ

“ฉันสัญญาแล้วว่าจะให้คำตอบ ก็ต้องทำตามสัญญาสิคะ” เวณิกายืนหลังตรงแน่ว ควบคุมตัวเองไม่ให้หวั่นไหวกับเสน่ห์อันรุนแรงของฝ่ายตรงข้าม

“จะออกมาได้หรือยัง” รอยยิ้มยังคงแตะแต้มอยู่บนริมฝีปากหยักลึกสีระเรื่อ

หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกสั่งยังไงยังงั้น แต่ก็เดินออกจากลิฟต์ ก่อนประตูจะปิดลง

“เชิญครับ” เขาผายมือไปทางขวา

เวณิกาก้าวนำ ชาร์ลส์เดินตามมาไม่กี่ก้าวก็มาอยู่เคียงข้างกัน “มีซองเอกสารอะไรมาด้วยเหรอ”

“ใช่ค่ะ”

“แสดงว่าตกลงรับข้อเสนอของผมแน่ๆ และนั่นคงเป็นสัญญาที่คุณจะให้ผมเซ็น” ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายพราวระยับ

คนโดนรู้ทันไม่ตอบ ได้แต่กัดริมฝีปากอย่างหมั่นไส้คนกวนประสาทพลางถามตัวเองว่า นี่คิดถูกแล้วใช่ไหมที่จะเล่นเกมกับผู้ชายที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวแบบเขา

“อย่าคิดเปลี่ยนใจเลย ไม่ทันแล้วละ” ชาร์ลส์หัวเราะในลำคอ

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณมีเครื่องดักฟังความคิด!” เวณิกาถามอย่างจริงจัง

“ถ้ามีก็ดีสิ ผมจะได้รู้ทันคุณทุกอย่าง”

“ตกลงไม่มีใช่ไหม” เธอไม่ค่อยไว้ใจ เพราะสมัยเด็กชาร์ลส์มีความคิดสร้างสรรค์อยากประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้หลายอย่าง บางทีเขาอาจทำสำเร็จแล้วก็ได้

“มันจะมีได้ไงล่ะเวย์ ผมรวยมากก็จริง แต่เงินแค่ไหนก็สร้างเครื่องดักฟังความคิดไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มส่ายหน้าและยิ้มเอ็นดู ถึงเธอจะโตขึ้นแค่ไหน แต่ดูเหมือนสลัดคราบเด็กกะโปโลจอมโก๊ะที่เขาเคยรู้จักไม่ออก

“ไม่มีก็ดี”

เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงาน ชาร์ลส์ก็แนะนำให้เวณิการู้จักแอนนาเลขาของเขา ก่อนเปิดประตูเชิญเธอเข้าไปในห้องทำงานโอ่อ่า หรูหรา กว้างขวาง ตกแต่งในโทนสีเข้มขรึม ให้ความรู้สึกทั้งเท่และเป็นทางการ รอบด้านกรุด้วยกระจกทำให้มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของลาสเวกัสได้เกือบสามร้อยหกสิบองศา

หญิงสาวนั่งลงบนโซฟายาวสีเทาเข้ม ขณะที่ชาร์ลส์ยังไม่นั่ง

“คุณอยากดื่มอะไร ชา กาแฟ หรือน้ำผลไม้”

“น้ำเปล่าก็พอค่ะ”

“ของว่างล่ะ เค้ก คุกกี้ หรือแซนด์วิช อ้อ แต่ไม่มีเค้กทุเรียนนะ” เขายิ้มล้อพลางนึกถึงเรื่องราวในอดีต

“ไม่เอาค่ะ”

ดวงตาแวววาวหรี่แคบลง “เอ ไม่ยอมกินอะไรนอกจากน้ำเปล่าแบบนี้ คุณกำลังคิดว่าเราอาจมีอย่างอื่นต้องทำกันหลังจากเซ็นสัญญาใช่ไหม”

“อย่างอื่นอะไรของคุณ” หญิงสาวตามไม่ทัน

“ก็ คุณอาจจะไม่มั่นใจตอนผมจูบ” ชาร์ลส์เอ่ยเสียงแผ่วเซ็กซี่

น้ำเสียงและแววตาร้อนแรงของเขาทำให้แก้มเวณิการ้อนผ่าวขึ้นมาทันที แถมเลือดยังสูบฉีดขึ้นบนใบหน้าจนแดงจัดเป็นลูกมะเขือเทศ

“บ้า! ฉันไม่เคยคิดลามกแบบนั้น” เวณิกาตำหนิเขาเสียงเข้ม

“ไม่เป็นไร ผมคิดและทำคนเดียวก็ได้” มหาเศรษฐีหนุ่มยังไม่สะทกสะท้าน

“ในหัวคุณมีแต่เรื่องใต้สะดือตลอดเวลาเลยหรือไงนะ”

“เปล่าสักหน่อย จุดที่ผมจะจูบคุณอยู่เหนือสะดือตั้งเยอะ แต่ถ้า” ชาร์ลส์ทอดเสียงหวาน ยิ้มกรุ้มกริ่ม “อยากให้จูบต่ำกว่าสะดือ ผมก็ไม่ขัดนะ”

เวณิกาอยากจะด่าแรงๆ แต่พยายามควบคุมสติ เพราะถ้าแสดงให้เห็นว่าคำพูดของชายหนุ่มมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ เขาจะยิ่งได้ใจ

“เชิญอ่านสัญญาค่ะ” หญิงสาวดึงกลับเข้าประเด็น ให้ตายเถอะ ทำไมชาลีถึงโตขึ้นมาแล้วหื่นแบบนี้นะ!

“โธ่ คุณไม่สนุกไปกับผมเลย” เขานิ่วหน้าอย่างผิดหวัง

“คุณชาร์ลส์” เวณิกาปรามเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ

“โอเคๆ หลังจากน้ำเปล่าของคุณและกาแฟของผมมาถึง เราจะเริ่มคุยอย่างเป็นทางการ” ชาร์ลส์พูดจบก็เดินไปกดอินเตอร์คอมพ์สั่งเลขา

แอนนายกน้ำเปล่าและกาแฟเข้ามาเสิร์ฟในเวลาไม่นานต่อจากนั้น ก่อนจะปล่อยให้ผู้บริหารหนุ่มคุยกับแขกเพียงลำพัง

“ฉันตกลงจะเล่นละครตามที่คุณต้องการ”

“เล่นเป็นภรรยาผมและแม่ของแองจี้” ชาร์ลส์เสริมให้ชัดเจน ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายลึกล้ำ

ดวงตาเช่นนั้นทำให้วาบหวามในช่องท้องขึ้นมาฉับพลัน หนำซ้ำไอร้อนที่ไม่ปรารถนายังแล่นปราดไปทั่วทั้งตัว

“ค่ะ เล่นละครเท่านั้น” เวณิกาย้ำเสียงฉะฉาน เพราะกลัวเขาจะทำมากกว่าเล่นละคร “และทุกอย่างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาของฉัน นี่ค่ะ” หญิงสาวเลื่อนซองสีขาวบนโต๊ะรับแขกไปทางเขา

“ท่าทางผมจะเสียเปรียบทุกประตู” ชาร์ลส์เอ่ยพลางหยิบซองขึ้นมาเปิด

หญิงสาวทำปากขมุบขมิบ ไม่รู้ทันสักเรื่องได้ไหมเนี่ย!

เจ้าของโรงแรมหนุ่มเริ่มอ่านสัญญาทีละข้อจนจบ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนนั่งตรงข้าม เวณิกาแสบใช่ย่อย แต่อย่าคิดเลยว่าเขาจะยอมตกอยู่ใต้อาณัติ

ในเมื่อเธอมีแผนของเธอ เขาก็มีแผนของเขาเหมือนกัน!

“โอเคไหมคะ” เวณิกาถามเมื่อเขาเอาแต่สบตาเธอด้วยแววตาพราวพร่าง

          “ทำไมจะไม่โอเคล่ะ” ริมฝีปากหยักแย้มพราย

“นี่คุณอ่านสัญญาดีแล้วจริงๆใช่ไหม จะมาว่าฉันหน้าเลือดทีหลังไม่ได้นะ” หญิงสาวงงที่เห็นอีกฝ่ายยังหน้าระรื่น ดวงตาไม่มีแววไม่พอใจ

“ครับ อ่านดีแล้ว เดี๋ยวทวนให้ฟังก็ได้” ชาร์ลส์เอนหลังลงบนพนักโซฟาในท่วงท่าสบาย แต่ยังดูน่าเกรงขามไม่เปลี่ยน

เวณิกาลอบมองต้นขาแน่นแข็งแรงในกางเกงแสลคเข้ารูป พยายามไม่มองสูงไปกว่าต้นขา เพราะแค่นี้ลำคอก็ร้อนและแห้งผากเหมือนมีผงทรายเคลือบ แถมยังหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลย

“ดูเหมือนสายตาคุณกำลังซุกซน” ชายหนุ่มนั่งอ้าขากว้างกว่าเดิมราวจะแกล้ง ทำให้กางเกงที่ฟิตอยู่แล้วยิ่งรั้งส่วนนั้นชัดเจนขึ้นอีก

“ฉันไม่ได้แอบมองนะ” เธอเงยหน้าขึ้นแก้ตัว แม้จะทำจริงแบบที่เขากล่าวหา แต่ยังยืนกรานว่าไม่

“ไม่ต้องเขินหรอกน่า” เขามองหญิงสาวด้วยสายตาขันปนเอ็นดู

“พูดเรื่องสัญญาต่อได้แล้วค่ะ ไหนคุณทวนซิว่ามีอะไรบ้าง” เวณิกาไม่ปล่อยให้เขารุกไล่ไปมากกว่านี้ รีบดึงกลับเข้าเรื่อง และบังคับไม่ให้สายตามองตรงนั้นของเขาอีก

“โอเค สัญญาของคุณไม่ได้มีตรงไหนซับซ้อน” ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก เอ่ยด้วยเสียงทุ้มมีอำนาจ “ข้อหนึ่ง ผมต้องจ่ายค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าที่พักให้คุณทุกอย่าง รวมทั้งโบนัสอีกสามล้าน ข้อสอง การเล่นละครจะจบลงเมื่อถึงวันที่คุณเดินทางกลับไทย โดยห้ามผมตามตอแยอีก ข้อสาม ระหว่างที่เล่นละครเป็นครอบครัว ต้องมีแองจี้อยู่ด้วยทุกครั้ง”

“จำได้แม่นดีนี่คะ” เวณิกาชื่นชมจากใจจริง “แล้วข้อสุดท้ายล่ะ”

“ข้อนี้คุณทำผมอึ้งมาก คุณห้ามผมแตะเนื้อต้องตัวนอกจากจับมือเท่านั้น ถ้ากอดคุณหนึ่งครั้ง เท่ากับหนึ่งล้านบาท จูบหนึ่งครั้ง เท่ากับสองล้าน นอกเหนือจากนี้คุณจะพิจารณาจำนวนเงินที่ต้องจ่ายโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า คุณดักทุกทาง แล้วผมจะทำอะไรได้” ชาร์ลส์แบมือและยักไหล่

“ฉันต้องปกป้องตัวเองไว้ก่อน” หญิงสาวเชิดหน้า

“ไม่เป็นไร ผมตกลงเซ็น” เขาหยิบปากกาสีเงินด้ามหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทและจรดลงบนกระดาษสองใบซึ่งวางอยู่บนโต๊ะรับแขก ก่อนจะเลื่อนกระดาษคืนให้

“อย่าลืมทำตามข้อตกลงในสัญญาด้วยนะคะ” เวณิกาย้ำเตือนพลางเก็บสัญญาใบหนึ่งใส่ซอง “สัญญาอีกใบคุณเก็บไว้ได้เลยค่ะ”

“ได้ครับ แค่ข้อตกลงไม่กี่ข้อ ผมไม่มีปัญหา” ชาร์ลส์ยิ้มเจ้าเล่ห์พลางถอดเสื้อสูทออกพาดไว้บนพนักโซฟา

“ถอดทำไม” ดวงตาหญิงสาวระแวง

“ผมร้อน”

“ฉันว่าอากาศในห้องคุณไม่ได้ร้อนเลยนะคะ”

“คุณทำให้ผมร้อน” เจ้าของโรงแรมหนุ่มเอ่ยตรงไปตรงมา ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ

“นี่ คุณจะทำอะไร” เวณิกาถามด้วยแววตาหวาดหวั่น

“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมก็จะจ่ายสองล้านแรกให้คุณไงล่ะ” เขาดันร่างเล็กให้นอนราบลงบนโซฟาตัวยาวแล้วขึ้นคร่อมเอาไว้ ด้วยพละกำลังที่มากกว่าทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่ายดาย

“ไม่นะ!” หญิงสาวส่ายหน้า ที่เธอตั้งราคาไว้สูงขนาดนั้นก็เพื่อไม่ให้เขาคิดจูบ แต่กลายเป็นว่าไม่ได้ทำให้ชาร์ลส์สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาจนใบหน้าคมหล่อเหลาอยู่ห่างจากใบหน้าหวานไม่กี่นิ้ว ปลายจมูกโด่งจรดกับปลายจมูกเล็กเชิดรั้น ริมฝีปากห่างกันเพียงนิ้วกั้น ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดลงมาทำให้เวณิการู้สึกเหมือนโดนหลอมละลาย ร่างกายเธอไร้เรี่ยวแรงขัดขืนอย่างน่าเจ็บใจ แถมความวาบหวามยังเสียดแทรกขึ้นมาในกล้ามเนื้อทุกอณู

นี่เธอต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายร้ายกาจคนนี้อีกจริงเหรอเนี่ย!

“บอกผมสิว่าคุณต้องการ” ชาร์ลส์กระซิบเสียงแผ่วชิดริมฝีปาก

เขาเหมือนพ่อมดที่มีเวทมนตร์สะกดให้เธอหลงใหล หัวใจของเวณิกากำลังต่อต้านสมองอย่างหนักหน่วง

“ไม่!” เธอเอ่ยออกไปในที่สุด แม้แขนเรียวทั้งสองข้างถูกมือหนาแข็งแรงตรึงราบไว้กับโซฟา ไม่อาจขยับเขยื้อนได้

“ผมรู้ว่าคุณต้องการผม มากพอกับที่ผมต้องการคุณ” ดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายลึกล้ำ เอ่ยอย่างมั่นใจในตัวเอง

“อย่ามาทำเป็นรู้ความคิดคนอื่น”

“คุณนี่ปากแข็งจริงๆเลย”

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

“เดี๋ยวสิ อยู่อย่างนี้แล้วรู้สึกดีชะมัดเลย ว่าแต่หนึ่งจูบสองล้าน ผมคงต้องจูบต่อเนื่องนานๆให้คุ้ม ห้านาที สิบนาที หรือจะครึ่งชั่วโมงเลยดีนะ” เสียงทุ้มเซ็กซี่นั้นยั่วเย้าเหลือทน

“ถ้าคุณไม่ปล่อยภายในห้าวินาทีนี้ละก็” เวณิกาขู่เสียงเอาจริง

“ละก็อะไร” แต่ชาร์ลส์หาได้คร้ามครั่น

ยังไม่มีใครได้ทำอะไรมากกว่านั้น เสียงสัญญาณจากอินเตอร์คอมพ์ก็ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแอนนา

“บอสคะ คุณแองจี้มาค่ะ”

ชาร์ลส์จำต้องผละออกมาจากร่างเล็กอย่างแสนเสียดาย และเดินไปยังโต๊ะทำงานเพื่อกดปุ่มตอบ “ขอเวลาสองนาที”

ด้านเวณิกาเมื่อเป็นอิสระก็รีบลุกขึ้นนั่ง จัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เรียบร้อย เตรียมจะออกจากห้อง แต่เสียงมีอำนาจก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ผมยังไม่ได้บอกว่าไปได้เลยนะ” เขาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ

“ธุระของเราเสร็จแล้วนี่คะ สัญญาถูกเซ็นเรียบร้อย” หญิงสาวเอ่ยพลางก้าวตรงไปยังประตูห้องทำงาน

“เสร็จงั้นเหรอ เมื่อกี้มันเพิ่งเริ่มเท่านั้นเอง” เสียงกระเส่าของชาร์ลส์ทำให้หญิงสาวขนลุกวาบ

          “คุณกำลังคิดเรื่องลามกแน่ๆ”

          “ถ้าคุณรู้ว่าผมคิด แสดงว่าคุณก็กำลังคิดเรื่องเดียวกัน” เขายิ้มเย้า ดวงตาแกร่งกร้าวเป็นประกายวิบวับ

          “บ้า ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หน้าแดงแจ๋

          “แล้วทำไมต้องหลบตาด้วย มีพิรุธแบบนี้โกหกแน่” เจ้าของโรงแรมหนุ่มรุกไล่ไม่หยุด

          “จะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ที่แน่ๆ ฉันไม่อยู่ให้คุณแทะโลมต่อหรอก” เมื่อเดินไปถึงประตู มือเรียวก็คว้าลูกบิดจะหมุนเปิด ทว่าก็ต้องหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อชาร์ลส์เข้ามากอดจากทางด้านหลัง และรั้งตัวเธอออกห่างจากประตู “นี่! ทำอะไรของคุณ”

          “ไม่อยากรู้แล้วเหรอว่าทำไมผมถึงไม่ได้ไปเจอคุณในปีที่ห้า”

          “เอ้อ จริงด้วย!” เธอเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้

          “นี่คุณลืมไปแล้วจริงๆเหรอ” ชาร์ลส์หัวเราะในความเปิ่นของหญิงสาว

          ใช่สิ ก็ใครล่ะที่ทำเธอสติกระเจิดกระเจิงไปหมด เวณิกาไม่ตอบ แต่แอบจิกกัดในใจ

          “ว่าไง” เขาทวงคำตอบ

          “ฉันไม่อยากรู้แล้ว” เธอตอบตรงข้ามกับใจ “แล้วก็ปล่อยฉันด้วย!” เวณิกากระแทกเสียง พยายามใช้ศอกกระทุ้งหวังให้ชายหนุ่มจุก แต่เขาก็หลบได้ทันท่วงที น่าเจ็บใจนัก!

          “ยิ่งคุณกระทุ้งมากเท่าไหร่ ผมยิ่งต้องขยับตัวหลบมากเท่านั้น แต่อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่า” เขาทอดเสียงผะแผ่ว “บั้นท้ายแน่นๆของคุณกำลังทำให้บางอย่างของผมตื่นตัว”

          หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวแทบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เพราะเธอเริ่มสัมผัสได้เช่นกันว่า จุดกึ่งกลางร่างกายของชาร์ลส์ที่แนบชิดอยู่กับบั้นท้ายเธอกำลังมีการเปลี่ยนแปลง

          “นี่คุณ ปล่อยฉันเถอะ แองจี้กำลังมานะคะ” เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล หญิงสาวจึงใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

          “นั่นสินะ เพราะงั้นคุณยังไปไหนไม่ได้ เพราะผมจะบอกข่าวดีให้แองจี้รู้ว่าเย็นนี้เราสองคนจะแต่งงานกัน!” น้ำเสียงของมหาเศรษฐีหนุ่มไม่มีแววล้อเล่น



ตอนนี้มีอีบุ๊กสองเรื่องใหม่แล้วนะ ฝากด้วยจ้า


ต้านรัก CEO จอมบงการ
พิชญวารี/พิชชาธาร
www.mebmarket.com
“ในหัวคุณมีแต่เรื่องใต้สะดือตลอดเวลาเลยหรือไงนะ”“เปล่าสักหน่อย จุดที่ผมจะจูบคุณอยู่เหนือสะดือตั้งเยอะ แต่ถ้า” ชาร์ลส์ทอดเสียงหวาน ยิ้มกรุ้มกริ่ม “อยากให้จูบต่ำกว่าสะดือ ผมก็ไม่ขัดนะ”สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น... มันจะติดตามกลับมาถึงบ้านของเธอ!‘เวณิกา’ ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงาน และไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะใฝ่ฝันถึงเรื่องความรัก แต่ช่วงเวลาพักร้อนประจำปีกับการท่องเที่ยวในลาสเวกัสกับเพื่อนสนิทตามลำพังสองคนได้จบลงไปดื้อๆ เมื่อเธอดันตื่นขึ้นมาพร้อมกับแหวนแต่งงานและ ‘สามีแปลกหน้า’ ที่เธอไม่เคยคาดคิด เวณิกาจึงพร้อมจะทำอะไรก็ตามที่จะช่วยทำให้เธอลบล้างความผิดพลาดครั้งนี้ให้ได้ภายในสองสัปดาห์ก่อนหมดเวลาลาพักร้อน แม้ว่ามันจะเป็น ‘ความผิดพลาด’ ที่แสนจะหล่อเหลา ทรงเสน่ห์ และมีลูกสาวตัวน้อยแถมมาพร้อมกันด้วยก็ตาม แต่น่าเสียดายที่เจ้าบ่าวหมาดๆ มีแผนอื่นเอาไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้ว‘ชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์’ CEO เพลย์บอยมือฉกาจ ผู้ได้รับฉายา ‘เจ้าชายแห่งลาสเวกัส’ รู้ดีว่าเขาสามารถทำให้ ‘เจ้าสาวคนใหม่’ ตกหลุมรักเขาได้ เพียงแค่ต้องใช้เวลา ดังนั้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับการจบสัญญาแต่งงานให้เร็วที่สุด เวณิกาก็ต้องยอมใช้เวลาพักร้อนที่เหลือในอเมริกาอยู่กับมหาเศรษฐีหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์อย่างเสียไม่ได้ และไม่ว่าหญิงสาวจะชอบใจหรือไม่ ชาร์ลส์ก็ได้วางแผนเอาไว้แล้วที่จะใช้เวลาทุกวินาทีนั้นเอาชนะหัวใจเธอด้วยชั้นเชิงอันแสนเจ้าเล่ห์ที่เร่าร้อนที่สุด“คิดอะไรอยู่ครับ ตั้งแต่ออกมาจากบ้านก็ไม่พูดสักคำ ผมกำลังคิดว่างอนอยู่นะเนี่ย” ชาร์ลส์ทำลายความเงียบ เพราะเหงาปากชอบกล“จะงอนทำไมไม่ทราบ ชอบหาเรื่องจริงนะ”“ไม่งอนก็ดีแล้ว เพราะวิธีง้อของผมอาจทำให้คุณหมดแรง” ดวงตาสีเทาเปล่งแสงพราว*เรื่องนี้เคยตีพิมพ์แล้ว
คู่เดตร้อนจู่โจมรัก
พิชญวารี/พิชชาธาร
www.mebmarket.com
“ผมไม่คิดว่าการที่ผู้ชายกับผู้หญิงจูบกันเป็นเรื่องน่าเกลียด แล้วปากคุณออกจะน่าจูบอย่างนั้น ไม่ว่าสุภาพบุรุษคนไหนก็อดใจไม่ไหวหรอก”    ลีโอเนล ฮันเตอร์ ซีอีโอหนุ่มของ XES Group บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างตึกสูงระฟ้าระดับโลก เจ้าของดวงสีทองพราวสวยเร่าร้อน และใบหน้าหล่อเหลาราวพระเอกหนังฮอลลีวู้ด แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ขณะใช้โปรแกรมแอบดูหน้าจอพนักงานเพื่อสอดส่องพฤติกรรมแล้วพบว่าพนักงานสาวแผนกกฎหมายคนหนึ่งที่แต่งตัวสุดเชยราวกับครูฝ่ายปกครองกำลังแอบเล่นเว็บหาคู่เดตออนไลน์ ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือรูปเธอในเว็บที่เป็นสาวสวยเปรี้ยวหุ่นอึ๋มชวนให้ปลุกปล้ำ ลุคที่แตกต่างสุดขั้วทำให้ลีโอเนลนึกสนุกอยากจะลองจีบลูกน้องของตัวเองดูสักตั้ง จึงปลอมตัวสมัครเข้าไปคุยกับเธอโดยใช้นามแฝงเพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้ตัว    ใครจะรู้บ้างว่าอีกด้านหนึ่งของลิณลิตา สุทธิวารี นิติกรสาวชาวไทยร่างเล็กผู้จริงจังกับการทำงานคือ Miss L สาวสวยสุดฮ็อตในเว็บหาคู่ออนไลน์ หญิงสาวได้ฉายาจากพวกหนุ่มนักเดตว่า Ice Queen เพราะเธอแสนจะเย็นชา และไม่เคยมีใครได้แอ้มสักคน    ขณะลิณลิตากำลังตอบปฏิเสธพวกหนุ่มหื่นที่เข้ามาชวนออกเดตอยู่นั้น บุรุษปริศนาที่ใช้ชื่อว่า Mr.K ก็ทักเข้ามาและทิ้งความสงสัยไว้ให้เธออยากรู้อย่างติดหมัดว่าเขาเป็นใครกันแน่ ยิ่งคุยกัน หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนใกล้ตัว และอาจจะเป็นบอสหนุ่มผู้ Dark Tall and Dangerous ของเธอนั่นเอง!“คุณกำลังอยากชิมความหวานของปากฉันละสิ”     “คุณอนุญาตให้ผมชิมหรือเปล่าล่ะ”     “แล้วฉันควรอนุญาตหรือเปล่าคะ”     “สายตาคุณบอกว่าควรนะครับ” ดวงตาสีสวยแปลกเปล่งแสงพราว “เพราะงั้น…”  *เรื่องนี้เคยตีพิมพ์แล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น