ต้านรัก CEO จอมบงการ

ตอนที่ 17 : Chapter 8 : ความผิดพลาดที่จะตามติดไปทุกที่ (The Fault that will always Follow you) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 ก.ค. 60

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เวณิกาก็ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะร่าเริงดังแว่วมา ตามด้วยเสียงทุ้มอ่อนโยนที่เอ่ยอะไรบางอย่าง สองเสียงนั้นคุ้นหูอยู่ครามครัน หัวใจเธอเต้นรัวขณะก้าวออกจากลิฟต์ แล้วดวงตาคู่สวยก็ขยายกว้างเมื่อเห็นว่าร่างสูงสง่าของชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพักของเธอพร้อมกับอุ้มลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน

          ถ้ามาคนเดียวจะไม่ว่าเลย แต่นี่เขาพาแองจี้มาด้วย เธอคงพูดอะไรรุนแรงต่อหน้าเด็กไม่ได้ และเขารู้เลยเอาลูกมาเป็นตัวช่วยแบบนี้

          จอมบงการ บ้าอำนาจ เหลี่ยมจัด เจ้าชู้ กวนประสาท ชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์ไม่มีอะไรดีเลยยกเว้นความหล่อพิฆาต ความร่ำรวยติดอันดับต้นๆของโลก และลูกสาวผู้น่ารักที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีพ่อแบบนี้!

          เวณิกากัดริมฝีปากและพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ขณะก้าวไปตามโถงทางเดิน เขาเห็นเธอแล้ว ดวงตาคมจ้องมองมาจากระยะไกล แต่น่าประหลาดเหลือเกินที่เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงในดวงตาสีเทาคู่นั้น รวมทั้งรัศมีความมีอำนาจ ดุดัน กร้าวแกร่งอย่างบุรุษเพศที่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่ ทำเอาหัวใจสั่นคลอนอย่างห้ามไม่อยู่ และต้องยอมรับว่าเธอไม่เคยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจได้เลยสักครั้งตั้งแต่เจอผู้ชายคนนี้

          ชาร์ลส์ซึ่งอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มโบกมือทักทายเธอ ริมฝีปากหยักลึกเปิดยิ้มกว้าง ทำให้ใบหน้าคมแลดูกระจ่างและมีเสน่ห์มากขึ้นอีก เวณิกาเข้าใจคำว่าหล่อเกินต้านทานจริงๆก็วันนี้ เขามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้อยากเดินเข้าไปหา ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือร่างกายเธอกำลังเรียกร้องสัมผัสหวามไหวเร่าร้อนจากมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างทรยศ ราวกับติดใจเข้าให้แล้ว

          นี่ฤทธิ์ของยาปลุกอารมณ์ยังไม่หมดจากร่างกายเธอใช่ไหม ทำไมถึงได้มีปฏิกิริยาน่าขายหน้าเช่นนี้ หยุด หยุดรู้สึกแบบนี้กับเขาเดี๋ยวนี้ เธอต้องเกลียดชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์ คนที่ทำลายความบริสุทธิ์ของเธอ และกำลังพยายามเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตอันแสนสงบ

          เวณิกาตั้งสติให้มั่นคง สูดหายใจเข้าลึก เธอต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเขา เขาก็แค่ผู้ชายนิสัยไม่ดีคนหนึ่ง ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย อย่าปล่อยให้รูปลักษณ์ภายนอกมาทำให้ใจเผลอไผลได้

          หญิงสาวบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ถ้าใครไม่มาเป็นเธอตอนนี้ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่ามันยากแค่ไหนที่จะห้ามใจไม่ให้เคลิบเคลิ้มไปกับความหล่อเหลาและมีเสน่ห์อย่างรุนแรงของชาร์ลส์

          เขาดูมีเล่ห์เหลี่ยม เจ้าชู้ และมีรัศมีของความดุดันอันตราย แต่ไม่รู้ทำไมสิ่งเหล่านั้นถึงทำให้ชาร์ลส์ดูเร้าใจและร้อนแรงอย่างบอกไม่ถูก

          ไม่ได้การณ์แล้ว เธอต้องทำอะไรสักอย่างไม่ให้ตัวเองถูกหลอมละลายด้วยความหล่ออันร้ายกาจ เวณิกาตัดสินใจหยุดเดิน ทั้งที่อีกไม่กี่ก้าวจะถึงหน้าห้อง

          ดวงตาสีดำขลับฉายแววเด็ดเดี่ยวประสานกับดวงตาสีควันบุหรี่เป็นประกายแพรวพราว แล้วหญิงสาวก็หันหลังกลับ เดินไปยังลิฟต์อย่างรวดเร็ว เพราะหากไม่หนีตอนนี้ เรื่องที่ควรจบจะยุ่งเหยิงกว่าเดิม

          “แดดดี๊ พี่เวย์ไปไหนคะ” เสียงเล็กๆของแองจี้ดังตามหลังมา

          เวณิกาขอโทษหนูน้อยในใจที่ไม่ได้ยิ้มทักทาย ถ้าเธอเจอแองจี้โดยไม่มีชาร์ลส์อยู่ด้วย คงเล่นกับเจ้าตัวได้อย่างสบายใจ

          “เวย์ หยุดก่อน” ชาร์ลส์เรียกพลางเดินตามมา

          หญิงสาวเร่งฝีเท้าขึ้นอีก และกดลิฟต์รัวๆเพื่อให้ประตูเปิดเร็วๆ แต่ลิฟต์ก็ช่างชักช้าไม่ทันใจเอาเสียเลย

          “เร็วๆสิ” เวณิกามองลิฟต์สลับกับชายหนุ่มที่ใกล้เข้ามาทุกที ถ้าลิฟต์ไม่เปิดภายในห้าวินาทีนี้ เขาต้องถึงตัวเธอแน่ หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความลุ้นระทึก

          “เวย์” ชาร์ลส์เรียกอีกรอบ

          “โอ๊ย เปิดสิเปิด” เธอลุ้นจนตัวโก่ง แล้วในที่สุดเสียงสัญญาณว่าลิฟต์ขึ้นมาถึงก็ดัง

          ประตูลิฟต์เลื่อนออกช้าๆ เวณิการีบพุ่งเข้าไปและกดปุ่มปิดยิกๆ ทว่าชาร์ลส์ยื่นมือข้างหนึ่งเข้ามาขณะประตูกำลังจะปิด ระบบเซนเซอร์รักษาความปลอดภัยทำให้มันเปิดออกทันที

          “คุณหนีผมไม่พ้นหรอก” เจ้าของโรงแรมหนุ่มกระตุกยิ้มร้าย อุ้มลูกสาวก้าวตามเข้ามา และกดปุ่มชั้นล็อบบี้

          “คุณจะตามฉันมาทำไม” หญิงสาวมองเขาตาเขียวปั้ด ขณะลิฟต์กำลังเคลื่อนลงไป

          “ผมไม่ได้ตาม แต่แองจี้อยากมาหาคุณ” เขาหันไปมองลูกสาวและขอเสียงสนับสนุน “แองจี้คิดถึงพี่เวย์ใช่ไหมคะ”

          “ใช่ค่ะ หนูอยากชวนพี่เวย์ไปทานไอติมด้วยกัน” ดวงตาสีฟ้าโตแป๋วนั้นแสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

          แองจี้คงไม่รู้ตัวว่าถูกพ่อใช้เป็นเครื่องมือสินะ เวณิกามองคนตัวเล็กอย่างสงสาร “ขอบใจแองจี้มากเลยนะจ๊ะที่นึกถึงพี่เวย์ แต่วันนี้พี่เวย์ไม่ว่างเลย แองจี้ไปกับคุณพ่อก่อนนะ” หญิงสาวบอกเสียงอ่อนโยนและยิ้มปลอบ

          “ใจร้ายจัง” คนที่ตัดพ้อคือชาร์ลส์นั่นเอง

          “ฉันไม่ว่างจริงๆนี่คะ”

          “แค่กินไอติมเอง ไม่ถึงชั่วโมงหรอกน่า เสร็จแล้วเราก็แยกย้ายกัน ไปเถอะนะ ผมเลี้ยงเอง” ชายหนุ่มใช้สายตาออดอ้อนและน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น

          “ไปนะคะพี่เวย์ หนูอยากให้พี่เวย์ไปด้วย แดดดี๊บอกว่าถ้าชวนพี่เวย์สำเร็จจะซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ตัวใหม่ให้ค่ะ” แองจี้เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว ใบหน้าแป้นแล้นสดใส หารู้ไม่ว่าทำให้บิดากำลังอยากซุกหน้าเข้ากับผนังลิฟต์ เพื่อหลบสายตาขันๆของเวณิกา

          ชาร์ลส์ถอนหายใจ เขาตกลงกับลูกสาวแล้วว่าเรื่องตุ๊กตาบาร์บี้จะเป็นความลับ แต่เขาน่าจะรู้ว่าเด็กอาจไม่เข้าใจว่า ความลับคืออะไร

          “ติดสินบนเด็กด้วยเหรอคะ” หญิงสาวยิ้มมุมปาก

          “สินบนอะไร ก็แค่รางวัลเล็กๆน้อยๆ” ชาร์ลส์ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “กรุณาอย่าใช้เด็กเป็นเครื่องมือ”

          “คุณปรักปรำผมมากไปแล้วนะ แองจี้อยากไปกินไอติมจริงๆ แต่พอดีผมคิดขึ้นได้ว่าเราควรจะไปกันแบบพ่อ แม่ ลูก เลยพาแองจี้มาชวนคุณนี่ไง” เขาบอกเสียงอ่อน

          เวณิกาอ้าปากค้าง “อะอะไรนะ ใครเป็นแม่”

          “อ้าว ทำไมลืมง่ายอย่างนี้ล่ะ คุณเพิ่งรับหมั้นผมไปเองนะ” ดวงตาคมที่ล้อมรอบด้วยวงแหวนแพขนตาเลื่อนลงมองมือข้างซ้ายของหญิงสาว แต่แล้วคิ้วหนาก็ขมวดมุ่น “แหวนหายไปไหน” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง นอกจากแหวนแล้ว หญิงสาวยังถอดสร้อยข้อมือไพลินออกด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีเยื่อใยต่อเขาเลย แต่เขาไม่สนเสียอย่าง ยังไงก็จะเดินหน้าสุดตัว

 

          จังหวะนั้นประตูลิฟต์เปิดออกพอดี เวณิกาได้โอกาสชิ่ง ทว่าชาร์ลส์ยังคงตามมาอย่างไม่ลดละ โดยมีลูกสาวเป็นกองเชียร์

          “แดดดี๊สู้ๆ ตามพี่เวย์ให้ทันค่ะ”

          “เวย์ หยุดคุยกันก่อน” ชาร์ลส์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงทำเหมือนเขาเป็นตัวอันตรายที่ต้องหนีห่างขนาดนี้ ทั้งที่ผู้หญิงทุกคนล้วนอยากเข้าใกล้เขา

          “พี่เวย์ หยุดก่อนค่า” แองจี้ช่วยเรียกอีกแรง

          “พี่ขอโทษจริงๆนะจ๊ะแองจี้” เวณิกาหันไปสบตาคนตัวเล็กอย่างรู้สึกผิด ก่อนรีบเดินต่อ “ส่วนคุณคุณชาร์ลส์ ฉันเอาแหวนฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วค่ะ ถ้าคุณอยากได้คืนก็ไปติดต่อเอง”

          “ผมไม่อยากได้แหวน แต่อยากได้คุณ อย่าหนีผมอีกเลย” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยเสียงหนักแน่นและเว้าวอนอยู่ในที     

“ถ้าจะตามมาเพื่อเรียกร้องให้ฉันทำตามสัญญาละก็ ไม่ต้องเสียเวลาดีกว่า เพราะฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำ” หญิงสาวเชิดหน้า

          “ถ้าคุณไม่กลัวความลับรั่วไหล จะทำอย่างนั้นก็ได้” ชาร์ลส์เอ่ยในฐานะคนเป็นต่อ

          “ไม่กลัวค่ะ คุณไม่รู้ว่าฉันรู้จักใครบ้าง แล้วจะไปปล่อยความลับกับใครได้” เธอเดินออกมาจนถึงหน้าโรงแรมและเลี้ยวซ้ายเดินไปตามฟุตปาธของถนนสตริปซึ่งมีผู้คนขวักไขว่

          “คุณทำงานที่โรงแรมดุจวิมาน ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกต้อนรับส่วนหน้า บังเอิญผมสนิทกับธนัท ซีอีโอของโรงแรมนั้นด้วยสิ แค่ผมรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคุณให้เขารู้ คุณลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขาไม่อยากใช้วิธีนี้เลย แต่ความดื้อรั้นของเวณิกาทำให้ต้องใช้แผนขั้นโหด

          “นี่เอาเรื่องงานมาขู่กันเลยเหรอ แย่มาก” หญิงสาวหยุดเดินและหันกลับมาเผชิญหน้า เธอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องยากของคนระดับชาร์ลส์ที่จะสืบข้อมูลของใคร และไม่แปลกด้วยที่เขาจะรู้จักเจ้านายเธอ เพราะโรงแรมดิ แอชตัน วินเทอร์มีสาขาในกรุงเทพฯ คนในวงการเดียวกันย่อมมีโอกาสพบปะกันอยู่แล้ว

          “เวย์ ที่ผมทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากให้คุณมาใช้เวลาสองอาทิตย์ร่วมกับผมและลูก คุณจะใจแข็งไปถึงไหน” ชาร์ลส์พูดเหมือนกำลังง้องอนภรรยายังไงยังงั้น “ถ้าคุณคิดว่าข้อเสนอของผมยังไม่น่าสนใจพอ ผมจะให้โบนัสเพิ่มอีกหนึ่งแสนดอลล่าร์”

          สมองของเวณิกาประมวลผลรวดเร็ว หนึ่งแสนดอลล่าร์ก็ประมาณสามล้าน แม่เจ้า! สามล้าน ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ และเงินก้อนนี้จะช่วยให้เธอเป็นอิสระจาก ใครบางคนที่เมืองไทยเร็วขึ้น เอายังไงดีนะ มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะตัดสินใจ

          แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมชาร์ลส์ต้องทุ่มเทกับเธอมากขนาดนี้ เขามีเหตุผลแอบแฝงหรือเปล่า เธอเดาไม่ออกเลยว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดจะทำอะไร

          “หนึ่งแสนดอลล่าร์ไม่ใช่เงินน้อยๆ” หญิงสาวถามออกไปเพื่อดูเชิง

          “เพราะเป็นคุณผมถึงยอม” ดวงตาเขาจริงใจอย่างไม่น่าเชื่อ

          “ทำไมคะ”

          “เวย์ นี่คุณจำผมไม่ได้จริงๆเหรอ” ชาร์ลส์ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาสบตาเธอนิ่ง

          คำถามของชายหนุ่มทำให้ความรู้สึกเก่าๆท่วมท้นขึ้นมาในใจเวณิกาอีกครั้ง พร้อมกับภาพในวันวานที่ย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ดวงตากลมเต็มไปด้วยแววประหม่า สับสน ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

          “คุณก็จำผมได้เหมือนกันใช่ไหม” ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้และถามเสียงนุ่ม แม้เวณิกาไม่ตอบ แต่เขาก็รู้คำตอบ เพราะแววตาของเธอบ่งบอกทุกอย่าง “ที่ผมตามติดคุณแบบนี้ก็เพราะอยากจะสานต่อความสัมพันธ์ของเรา”

          “มันก็แค่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกของเด็กๆ คุณไม่ต้องจริงจังก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงของเธอมีแววตัดพ้อ

          ชาร์ลส์เข้าใจและคิดว่าไม่ผิดหากเวณิกาจะโกรธเคืองและน้อยใจ เพราะเขาและเธอจากกันโดยไม่ได้ล่ำลาอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

          “ผมขอโทษ ให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม แล้วผมจะไม่ขออะไรอีกเลย” ชาร์ลส์มองเธออย่างซื่อตรง

          “ฉันรู้ว่าคุณอาจจะรู้สึกผิดที่วันนั้นหายไปเฉยๆ แต่ฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว เราต่างคนต่างโตเป็นผู้ใหญ่ มีเรื่องอื่นที่สำคัญให้คิดมากกว่าเรื่องสมัยเด็ก” เวณิกาบอกอย่างนั้นแม้ในใจจะตรงกันข้าม เธอไม่เคยลืมว่าใครผิดสัญญา ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตาม



P.S.ตอนหน้าเราจะมาย้อนอดีตวัยใสของพระนางกันจ้า อยากบอกว่าตะมุตะมิมาก ^O^




ต้านรัก CEO จอมบงการ
พิชญวารี/พิชชาธาร
www.mebmarket.com
“ในหัวคุณมีแต่เรื่องใต้สะดือตลอดเวลาเลยหรือไงนะ”“เปล่าสักหน่อย จุดที่ผมจะจูบคุณอยู่เหนือสะดือตั้งเยอะ แต่ถ้า” ชาร์ลส์ทอดเสียงหวาน ยิ้มกรุ้มกริ่ม “อยากให้จูบต่ำกว่าสะดือ ผมก็ไม่ขัดนะ”สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น... มันจะติดตามกลับมาถึงบ้านของเธอ!‘เวณิกา’ ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงาน และไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะใฝ่ฝันถึงเรื่องความรัก แต่ช่วงเวลาพักร้อนประจำปีกับการท่องเที่ยวในลาสเวกัสกับเพื่อนสนิทตามลำพังสองคนได้จบลงไปดื้อๆ เมื่อเธอดันตื่นขึ้นมาพร้อมกับแหวนแต่งงานและ ‘สามีแปลกหน้า’ ที่เธอไม่เคยคาดคิด เวณิกาจึงพร้อมจะทำอะไรก็ตามที่จะช่วยทำให้เธอลบล้างความผิดพลาดครั้งนี้ให้ได้ภายในสองสัปดาห์ก่อนหมดเวลาลาพักร้อน แม้ว่ามันจะเป็น ‘ความผิดพลาด’ ที่แสนจะหล่อเหลา ทรงเสน่ห์ และมีลูกสาวตัวน้อยแถมมาพร้อมกันด้วยก็ตาม แต่น่าเสียดายที่เจ้าบ่าวหมาดๆ มีแผนอื่นเอาไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้ว‘ชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์’ CEO เพลย์บอยมือฉกาจ ผู้ได้รับฉายา ‘เจ้าชายแห่งลาสเวกัส’ รู้ดีว่าเขาสามารถทำให้ ‘เจ้าสาวคนใหม่’ ตกหลุมรักเขาได้ เพียงแค่ต้องใช้เวลา ดังนั้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับการจบสัญญาแต่งงานให้เร็วที่สุด เวณิกาก็ต้องยอมใช้เวลาพักร้อนที่เหลือในอเมริกาอยู่กับมหาเศรษฐีหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์อย่างเสียไม่ได้ และไม่ว่าหญิงสาวจะชอบใจหรือไม่ ชาร์ลส์ก็ได้วางแผนเอาไว้แล้วที่จะใช้เวลาทุกวินาทีนั้นเอาชนะหัวใจเธอด้วยชั้นเชิงอันแสนเจ้าเล่ห์ที่เร่าร้อนที่สุด“คิดอะไรอยู่ครับ ตั้งแต่ออกมาจากบ้านก็ไม่พูดสักคำ ผมกำลังคิดว่างอนอยู่นะเนี่ย” ชาร์ลส์ทำลายความเงียบ เพราะเหงาปากชอบกล“จะงอนทำไมไม่ทราบ ชอบหาเรื่องจริงนะ”“ไม่งอนก็ดีแล้ว เพราะวิธีง้อของผมอาจทำให้คุณหมดแรง” ดวงตาสีเทาเปล่งแสงพราว*เรื่องนี้เคยตีพิมพ์แล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น