ต้านรัก CEO จอมบงการ

ตอนที่ 16 : Chapter 8 : ความผิดพลาดที่จะตามติดไปทุกที่ (The Fault that will always Follow you) 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 ก.ค. 60

Chapter 8 : ความผิดพลาดที่จะตามติดไปทุกที่ (The Fault that will always Follow you)



ระหว่างที่ชาร์ลส์ใช้เวลาอยู่กับแอนเจลิน่าลูกสาวตัวน้อย ผู้ช่วยอย่างเกร็กและพี่เลี้ยงสาวคามิลล่าก็มานั่งทานอาหารเช้าด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านสตริป

          จะว่าโลกกลมก็ได้ เขาและคามิลล่าเคยเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน แต่ต่างคณะ หญิงสาวค่อนข้างรักสงบ ไม่นิยมงานสังสรรค์เฮฮา เธอมีเพื่อนกลุ่มเล็กๆที่สนิทสนมกัน และไปไหนมาไหนด้วยกันตามโอกาสเท่านั้น

          คามิลล่าสวยตามแบบฉบับสาวอเมริกัน นั่นคือมีผมบลอนด์เป็นลอนคลื่น ดวงตาสีฟ้าใส ใบหน้าหวาน และยังมีส่วนสัดที่ทำให้ร่างกายเขามีปฏิกิริยาตอบสนองทุกครั้งที่มอง แม้เธอจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเปิดเผยเนื้อหนังบ่อยนัก

เขาเคยคิดจะจีบเธอ แต่ไม่ได้ลงมือสักที เพราะมัวกลัวนั่นกลัวนี่ แทนที่จะจู่โจมแบบบ้าระห่ำโดยไม่ต้องกลัวว่าผลจะออกมายังไง และเพราะมัวยึกยักนั่นละเลยทำให้พลาด เมื่อมีชายหนุ่มอีกคนมาจีบหญิงสาวตัดหน้า แถมยังจีบติดอีกด้วย ทั้งที่ฝ่ายนั้นหล่อน้อยกว่าเขา และยังเตี้ยกว่าเธอ

เขารอให้ทั้งคู่เลิกกัน แต่ก็ไม่มีวี่แวว จนคามิลล่าและเขาต่างเรียนจบ และแยกย้ายกันไปตามทาง

ใครจะคิดว่าวันนี้เธอจะหวนกลับมาในเส้นทางชีวิตของเขาอีกครั้ง แถมยังต้องเจอกันบ่อยๆ เพราะเขาเป็นผู้ช่วยของชาร์ลส์ ส่วนเธอเป็นพี่เลี้ยงของลูกสาวเจ้าของโรงแรมหนุ่ม คามิลล่าทำให้หัวใจเขาเต้นแรงเหมือนตอนตกหลุมรักเธอครั้งแรก

“วันนี้มีเรื่องน่ายินดีแต่เช้าเลยนะครับ” เกร็กชวนคุยพร้อมยิ้มกว้างตามแบบฉบับของเขา

“ค่ะ ฉันไม่คิดเลยว่าวันที่สองของการทำงานจะได้กลายเป็นพยานในการสวมแหวนหมั้นระหว่างคุณชาร์ลส์กับคนรักของเขา” หญิงสาวตอบอย่างไว้ตัวเช่นที่เคยเป็น

“คุณเวย์เป็นผู้หญิงคนแรกเลยที่สยบหัวใจเจ้านายผมได้ นับตั้งแต่คุณเอมิลี่เสียไป” ชายหนุ่มเอ่ยถึงมารดาของแอนเจลิน่า

“เธอต้องมีอะไรพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นแน่ค่ะ”

“คงมีแต่คุณชาร์ลส์เท่านั้นที่รู้ว่าความพิเศษที่ว่าคืออะไร เอ้อ ว่าแต่ครอบครัวคุณเป็นยังไงบ้างมิลลี่” ดวงตาเกร็กมีแววลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจถามออกไป

คามิลล่าตกใจนิดๆ เพราะไม่คิดว่าจู่ๆเขาจะวกมาเรื่องเธอ “พ่อแม่ของฉันก็มีความสุขตามประสาคนแก่ที่เกษียณแล้วนั่นละค่ะ”

“อ๋อ” ชายหนุ่มพยักหน้า แต่คำตอบที่ได้ไม่ตรงกับที่อยากรู้นัก เขาจึงเลียบเคียงถามต่อ “ลูกคุณคงโตพอจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้วใช่ไหม คุณเลยปลีกตัวมาทำงานพี่เลี้ยงเด็กได้”

“ลูก?” คิ้วเรียวเลิกขึ้น

“ใช่ครับ ลูกของคุณกับสามีไง” เห็นท่าทีของเธอแล้วทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเริ่มมีหวังนิดๆนะ

“ใครบอกคุณคะว่าฉันมีสามีและลูกแล้ว”

“ไม่มีใครบอกผมหรอก แต่ผ่านมาหลายปี ผมคิดว่าคุณน่าจะแต่งงานกับแฟนแล้ว คนที่คบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยน่ะ” เกร็กเริ่มรื้อฟื้นความหลัง

คามิลล่าหัวเราะเบาๆ “คุณนี่คิดไปเองได้อย่างเหลือเชื่อ”

“ผมคิดผิดเหรอ” หัวใจเขาเต้นแรงเหมือนเด็กหนุ่มวัยแตกพานที่เพิ่งเคยมีความรักครั้งแรก

“ผิดทุกอย่างเลย เพราะหลังจากจบมหาลัยสามเดือน ฉันกับเขาก็เลิกกัน แล้วถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้คบใครใหม่” แววตาสีฟ้าใสหม่นลง

“ผมน่าจะรู้ตั้งแต่ตอนนั้น” เกร็กเอ่ยออกไปอย่างลืมตัว ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงก็จริง แต่ยังไม่มีใครมัดใจเขาได้เท่าคามิลล่า เขาเลยทำตัวเป็นโสดมาตลอด

“คะ?

“ครับ? เมื่อกี้ผมพูดอะไร”

“ฉันก็ได้ยินไม่ถนัด เลยถามคุณนี่ไงคะ”

“ช่างเถอะ แต่คุณอย่าเสียใจไปเลยนะ ที่คุณต้องเลิกกับเขา อาจเป็นเพราะว่าพระเจ้าขีดเส้นทางไว้ให้คุณไปเจอกับผู้ชายที่เหมาะสมกว่า และตอนนี้คุณอาจจะเจอเขาแล้วก็ได้” เขายังไม่กล้าพอจะบอกความจริงในใจอยู่ดี เลยต้องพูดอ้อมๆ

“ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ แต่ฉันแน่ใจว่ายังไม่เจอผู้ชายคนนั้นเลย” คามิลล่าเอ่ยเคล้ายิ้มขัน

“ไม่จริงหรอก” คำตอบของเธอทำเอาเขาใจแป้วลงไปทันที

“จริงค่ะ” หญิงสาวยืนยัน “แต่ยังไงถ้าเจอ ฉันจะบอกแล้วกัน”

“หวังว่าผมจะเป็นคนแรกที่ได้รู้นะ” เกร็กขยิบตาและยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงตัวสวย

 

หลังกลับจากส่งรัญชิดาที่สนามบิน เวณิกาตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมดิ แอชตัน วินเทอร์ พร้อมทั้งส่งแหวนให้พนักงานต้อนรับสาวผมบลอนด์ซึ่งทำหน้างงเล็กน้อย

          “บังเอิญฉันเห็นมิสเตอร์วินเทอร์ทำแหวนวงนี้ตก แต่เอาไปคืนเขาไม่ทันน่ะค่ะ ฝากคุณคืนให้เขาด้วยนะคะ” ในเมื่อบอกตัวเองแล้วว่าจะลบล้างความผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อนกลับเมืองไทย เธอก็ไม่ควรจะเก็บสิ่งของใดๆเกี่ยวกับชาร์ลส์ไว้กับตัวเอง ส่วนอะไรที่เสียไปแล้วก็ให้เสียไป การถูกทำลายพรหมจรรย์ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะถูกทำลายไปด้วยสักหน่อย

          นอกจากแหวนที่ถอดคืนเขาแล้ว เธอยังถอดสร้อยข้อมือไพลินเก็บไว้ในลิ้นชักที่ห้องพักด้วย เพราะไม่อยากคิดถึง คนให้ อีก

          “ถ้าคุณแน่ใจว่าเป็นของมิสเตอร์วินเทอร์ ดิฉันก็จะนำไปคืนท่านให้ค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยอย่างสุภาพ

          “ใช่แน่ค่ะ” จะไม่ใช่ได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเจ้าของโรงแรมหนุ่มสวมมันให้เธอเอง

          “ถ้าคุณสะดวกทิ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ก็จะดีมากเลยละค่ะ มิสเตอร์วินเทอร์อาจอยากโทร.ขอบคุณคุณและตอบแทนที่เอาแหวนมาคืน”

          “อืมไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่ต้องการรางวัลอะไร ยังไงขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” เวณิกาปลีกตัวออกมาและกดลิฟต์ขึ้นไปยังห้องพักพลางคิดว่าจะเอาไงต่อไปดี

          เธอควรจะเช็กเอาต์ออกจากที่นี่เลยดีไหม เพราะขืนอยู่ต่อ ยังไงต้องมีโอกาสเจอชาร์ลส์อีก แล้วเขาก็จะมาทวงสัญญาที่เธอตอบแบบส่งๆนั่นด้วย

          ไม่มีทางหรอกที่เธอจะยอมเล่นละครเป็นคนรักของเขา แม้ชาร์ลส์จะอ้างว่าทำเพื่อแองจี้ก็ตาม การโกหกหลอกลวงยังไงก็คือการโกหกหลอกลวง ถึงเด็กน้อยจะมีความสุขในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายพอถึงวันที่เธอต้องกลับเมืองไทย แองจี้ก็จะรู้ความจริงทุกอย่างซึ่งเจ้าตัวคงเสียใจมากแน่ เธอว่าสิ่งที่ชาร์ลส์ทำเป็นการทำร้ายแองจี้มากกว่า เพราะงั้นเธอจะไม่สนับสนุนความคิดของเขา

          ส่วนเรื่องที่ชายหนุ่มขู่ว่าจะเปิดโปงความสัมพันธ์ข้ามคืนระหว่างเขากับเธอนั้น พอกลับมาตั้งสติ ตัดความกลัวออกไป และคิดทบทวนดีๆแล้ว เธอไม่เห็นว่ามันจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้เลย ในเมื่อชาร์ลส์ไม่รู้ว่าเธอรู้จักใครที่นี่บ้าง แล้วเขาจะไปแพร่งพรายได้ยังไง หรือถ้าเขาจะบอกคนที่ตัวเองรู้จัก มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับเธอ เพราะคนพวกนั้นไม่รู้จักเธอ ไม่เหมือนกรณีที่ถ้าเธอยอมเล่นละครใช้ชีวิตครอบครัวหรรษากับเขาแล้วคนที่รู้จักเธอบังเอิญมาเจอ อาจเอาไปเมาท์สนุกปากโดยไม่สนใจว่าความจริงเป็นยังไง อันนั้นเสียหายหนักกว่าเยอะ เพราะงั้นการไปจากที่นี่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

          เวณิกาคิดอย่างมุ่งมั่น แม้จะเสียค่าโรงแรมไปแล้ว แต่ถ้าแลกกับการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง ยังไงก็ถือว่าคุ้ม

          เธอยอมรับว่าแอบเสียดายข้อเสนออันเร้าใจของเขาที่ว่าจะออกค่าใช้จ่ายระหว่างเที่ยวให้ทุกอย่าง มันน่าสนใจน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ แต่ถ้าเธอรับก็เท่ากับเป็นการทำผิดพลาดซ้ำสอง ผิดทั้งที่รู้ว่าผลเสียจะเป็นยังไงก็ยังรั้นจะทำ ดีที่ดึงสติที่ไขว้เขวกลับมาได้ทัน

          เงินสำคัญกับชีวิตของเธอก็จริง แต่เธอจะไม่ยอมปล่อยให้อำนาจของมันบังตาจนยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเด็ดขาด!

        ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เวณิกาก็ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะร่าเริงดังแว่วมา ตามด้วยเสียงทุ้มอ่อนโยนที่เอ่ยอะไรบางอย่าง สองเสียงนั้นคุ้นหูอยู่ครามครัน หัวใจเธอเต้นรัวขณะก้าวออกจากลิฟต์ แล้วดวงตาคู่สวยก็ขยายกว้างเมื่อเห็นว่าร่างสูงสง่าของชาร์ลส์ แอชตัน วินเทอร์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพักของเธอพร้อมกับอุ้มลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน

          ถ้ามาคนเดียวจะไม่ว่าเลย แต่นี่เขาพาแองจี้มาด้วย เธอคงพูดอะไรรุนแรงต่อหน้าเด็กไม่ได้ และเขารู้เลยเอาลูกมาเป็นตัวช่วยแบบนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น