แรงแค้นจอมมาร

ตอนที่ 9 : บทที่3 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

วางจำหน่ายทางอีบุ๊กแล้วค่ะ





ป้ายรถเมล์หน้าบริษัทยักษ์ใหญ่แม้มีแสงไฟดวงสว่างคอยอำนวยความสะดวกให้กับคนไม่มีรถส่วนตัวใช้ แต่หากถ้ายืนอยู่เพียงคนเดียวมันก็ดูวังเวงชอบกล หญิงสาวยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาพบว่าตอนนี้ปาเข้าไปสามทุ่มเข้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หากกลับบ้านดึกแบบนี้ทุกวันยายนิ่มคงเป็นห่วงเธอจนนอนไม่หลับแน่ๆ

ปิ๊น ปิ๊น !

แพรแก้วสะดุ้งเมื่อจู่ๆ มีเสียงบีบแตรดังจากรถคันหรูตรงหน้า หญิงสาวได้แต่สงสัยและแปลกใจสองมือกระชับกระเป๋าสะพายตัวเองไว้แน่นตามสัญชาตญาณเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะมีภัย แต่แล้วเมื่อคิดดีๆ หากคนตรงหน้าเป็นโจรคงไม่มีปัญญาขับรถคันหลายล้านแบบนี้กระมัง แล้วใครกันที่อยู่บนรถคันนั้นบีบแตรใส่เธอแต่ไม่เผยไม่ให้เห็นสักที

กระจกติดฟิล์มทึบด้านหลังเลื่อนลงทำให้แพรแก้วมองเห็นบุคคลที่สงสัยได้ชัดเจน

ท่านประธาน...

แล้วเขามาทำอะไรตรงนี้ทั้งๆ ที่น่าจะกลับบ้านไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะเธอเห็นเขาออกจากบริษัทไปตั้งแต่ห้าโมงเย็น หนำซ้ำยังกำชับเรื่องข้อมูลและรายละเอียดที่เขาต้องการพรุ่งนี้ย้ำแล้วย้ำอีกจนเธอต้องหัวหมุน แต่แล้วทำไม...

ขึ้นรถสิ เดี๋ยวไปส่งเสียงเข้มเอ่ยขึ้นและสีหน้ายังคงราบเรียบเช่นเคย

เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะท่านแพรแก้วตอบอย่างเกรงใจ พยายามชะเง้อมองหารถเมล์สายที่จะผ่านไปยังบ้านของเธอแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่ามันจะมาเสียที อย่าบอกนะว่ารถหมดเที่ยวเสียแล้วถ้าหมดจริงๆ หนทางสุดท้ายคงต้องพึ่งแท็กซี่ทางเดียวแล้วล่ะ ดึกขนาดนี้ไม่อยากจะนั่งแท็กซี่เลยเสียเงินมากขึ้นเท่าตัวแถมยังเสี่ยงอันตรายอีกต่างหาก

ขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้ !” น้ำเสียงเฉียบขาดของแดเนียล ทำให้แพรแก้วตัดสินใจก้าวขึ้นรถตามคำสั่งของเขาทันที ไม่ใช่ว่าเธออยากจะขึ้นรถและทำตัวเทียบเจ้านายตัวเองหรอกนะ แต่มันไม่มีทางเลือกแล้วต่างหาก

ไม่ใช่ข้างหน้า ปิดประตูนั้นแล้วย้ายมานั่งข้างหลัง

คะแพรแก้วงงเล็กน้อยแต่พอเห็นสายตาดุๆ ของชายหนุ่มแล้วเธอรีบกลืนคำถามที่จะพูดออกไปลงคอทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกกลัวๆ กับการที่โนมองแบบนั้น

บอกทางกับคนขับรถของฉันไปแล้วกันว่าบ้านเธออยู่แถวไหน ไม่ต้องมามองหน้าฉัน...ฉันไม่ได้เป็นคนขับรถ

ขอโทษค่ะท่านแพรแก้วพูดเสียงอ่อย แล้วหันไปบอกทางกับคนขับรถของเจ้านายหนุ่ม เธอนั่งอยู่ข้างๆ แดเนียลเบาะหลังเพราะเขาไม่อนุญาตให้ไปนั่งเบาะหน้า เพราะเหตุอันใดเธอก็ยังไม่เข้าใจเลย

 ถ้าเกิดมีงานเยอะจนต้องเลิกดึกแบบนี้ทุกวัน เธอจะกลับบ้านยังไงแพรแก้วน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะตึงเครียดถามขึ้นมา จนหญิงสาวต้องหันหน้าไปมอง

เอ่อ...คงจะแท็กซี่ค่ะเขาจะถามเธอไปเพื่ออะไรหรือว่าจะมีเบี้ยเลี้ยงค่ารถให้

ดึกดื่นแบบนี้ ผู้หญิงตัวคนเดียวแบบเธอกล้าที่จะนั่งรถกับผู้ชายแปลกหน้าหรือไง ใจกล้าจริงๆ นะสายตาของแดเนียลกวาดมองเรือนร่างของแพรแก้ว ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสาบานได้ว่าถ้าเขาเป็นคนขับแท็กซี่ คงไปส่งเธอไม่ถึงบ้านหรอกอาจจะแวะลงข้างล่างไม่ก็เลี้ยวเข้าม่านรูดเสียมากกว่า

แพรแก้วเริ่มรู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัวกับสายตาประเมินของชายหนุ่มที่เขากวาดมองเรือนร่างของเธอแบบนั้น ที่ร้อนไม่ใช่ว่าอะไรแต่กำลังโกรธสายตาของเขาเหมือนกับกำลังเหยียดหยามและดูถูกยังไงก็ไม่รู้ และที่ยิ่งไม่เข้าใจก็คือเขาบอกว่าเธอกล้าที่จะขึ้นรถกับชายแปลกหน้าอย่างคนขับแท็กซี่นั้น แล้วเขาล่ะถือเป็นคนสนิทของเธอหรือไงกันทั้งที่เพิ่งจะเจอกันวันแรกเสียด้วยซ้ำ แต่จะโทษใครไม่ได้คงต้องก่นด่าตัวเองแล้วกระมังที่ยอมขึ้นรถเขามาทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักกันดีถึงแม้เขาจะมีศักดิ์เป็นเจ้านายของเธอก็เถอะ แต่คิดได้ตอนนี้ก็คงสายไปเสียแล้วเพราะอีกไม่ไกลเท่าไหร่ก็ใกล้จะถึงบ้านแล้ว

ทางเข้าบ้านเธอนี่ทำไมมันเปลี่ยวจัง ไม่มีรถราเข้ามาบ้างหรือไงสายตาคมเข้มเพ่งพินิจพิจารณาระหว่างทางมาตลอด ทั้งมืดและเปลี่ยวทั้งที่มีบ้านหลังใหญ่โตหลายครั้ง เพียงแต่มันปลูกไม่ติดกันและเว้นระยะห่างกันไกลพอสมควร แล้วตอนเช้าล่ะ เวลาออกเดินทางเธอมายังไง

เอ่อดิฉันรอมาพร้อมเพื่อนค่ะ เธอมีรถส่วนตัว แล้วก็ทำงานอยู่ที่บริษัทท่านประธานเหมือนกันค่ะ

แล้วถ้าบางวันเพื่อนเธอเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา แล้วมารับเธอไม่ได้ล่ะ

ก็เดินออกไปหน้าปากซอยแล้วก็รอรถเมล์ค่ะเขานี่ยังไงกันแน่ถามไม่หยุดหย่อน ขนาดบิดาแท้ๆ ของเธอยังไม่ดูดำดูดีหรือสนใจเป็นห่วงเธอขนาดนี้เลย

ฉันว่าเธอควรจะย้ายหรือไม่ก็หาเช่าห้องที่มันใกล้ๆ บริษัทไว้นะ ถ้าเราเริ่มลงมือเรื่องคอนโดแล้ว เธออาจจะไม่มีเวลานอนเลยก็ได้แล้วไหนจะการเดินทางนี่อีก ไปหาเช่าห้องแล้วกัน

แพรแก้วแปลกใจเล็กน้อย ตั้งแต่ขึ้นรถมาเขาก็เอาแต่พูดๆ สั่งๆ จนสมองเธอเหมือนหยุดทำงานไปชั่วคราว ดูเขาพูดสิทำอย่างกับมันหาได้ง่ายๆ อีกทั้งเงินทองสำหรับเธอใช่ว่าจะเสกขึ้นมาได้ถ้าย้ายออกมาอยู่ข้างนอกค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มพูนขึ้นอีกเยอะ

เอ่อ...ขอดิฉันคิดดูก่อนนะคะแม้จะขัดใจแต่ก็ไม่สามารถพูดอย่างที่ใจคิดไปได้ เธอไม่ใช่คนพูดทุกอย่างแบบที่ข้างในคิดอยู่แล้ว

ไม่ต้องคิด ระยะทางระหว่างบ้านของเธอกว่าจะไปถึงบริษัทมันกินเวลางานของฉันไปมากแค่ไหนรู้บ้างไหม ฉันต้องการงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ อย่างที่เธอกลับบ้านดึกดื่นดูสิ...ว่านี่มันกี่ทุ่มกี่ยาม ไหนจะต้องตื่นเช้าขึ้นมารอรถเมล์ไปทำงานเองอีก ฉันไม่อนุญาตให้เธอมานอนที่ทำงาน

ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ดิฉันมาได้ค่ะและจะพยายามพักผ่อนให้เพียงพอแพรแก้วพูดอย่างตื้นตันใจที่ยังมีคนเป็นห่วงเธอบ้างนอกจากยายนิ่ม

หึ...เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันไม่ได้เป็นห่วงเธอแต่กำลังกังวลเรื่องงานที่จะตามมาต่างหาก เธอจะเป็นจะตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันปรายตามองหญิงสาว ผู้หญิงคนนี้คิดว่าตัวเองมีอะไรดีถึงสามารถทำให้เขาเป็นห่วง ทุกอย่างที่ทำลงไปก็เพื่อง่ายต่อแผนที่วางเอาไว้เฉยๆ

น้ำเสียงเย้ยหยันนั่นทำเอาแพรแก้วหน้าชาที่พูดเข้าข้างตัวเอง ความน้อยใจล้นจนจุกอกน้ำตาเริ่มปริ่มตีตื้นขึ้นขอบตา เธอไม่ได้อาจเอื้อมคิดเข้าข้างตัวเอง เพียงแต่รู้สึกดีใจที่เจ้านายตัวเองมีถ้อยคำที่ดูเหมือนห่วงใยมาให้ เพราะในชีวิตที่ผ่านมานั้นน้อยมากที่จะได้รับคำพูดพวกนี้

ขอโทษค่ะท่าน แพร...ดิฉันขอโทษจริงๆค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะเรื่องงานจะไม่มีปัญหาแน่นอน ช่วยจอดซ้ายมือข้างหน้าด้วยนะคะแพรแก้วยกมือไหว้ขอบคุณแดเนียลและคนขับรถ ก่อนจะรีบเปิดประตูเล็กเข้าบ้านไปทันทีก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมา

ก็แค่คิดว่าอาจจะมีใครสักคนที่ห่วงใยเธอนอกจากยายนิ่ม แต่มันก็คงเป็นแค่ความเพ้อเจ้อของตัวเธอเอง...ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่มีใครต้องการสักคน แม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างคนรักของเธอยังหลักหลังได้ลงคอ ยามเหน็บหนาวท้อแท้หรือเสียใจต้องคอยตะคองกอดตัวเองเพื่อไล่ความหนาวหรืออุปสรรคนั่นออกไป อยากระบายกับใครสักคนก็ได้แต่พูดทั้งน้ำตากับรูปถ่ายของมารดาทุกครั้งไป

ในชีวิตนี้...จะมีบ้างไหมมีบ้างหรือเปล่าใครสักคนที่จะรักเธอจริงๆ

นี่หรือบ้านของดนัย ใหญ่โตสมฐานะมันคงรักลูกลำเอียงจริงๆ เพราะคนระดับอย่างดนัยการซื้อรถคันเล็กๆ ให้ลูกสาวคงไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง แต่ที่ไม่ซื้อก็คงเป็นเพราะว่า...ไม่ได้ไยดี

แพรแก้วเกิดมาอาภัพเอง จะโทษใครได้และมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องมานั่งใช้ถ้อยคำปลอบโยน

นายครับเจนภพเอ่ยปากเรียกเจ้านายตัวเอง เขาแปลกใจไม่น้อยที่แดเนียลสั่งให้จอดรับรับแพรแก้วที่ยืนชะโงกหน้ารอรถเมล์

ฉันรู้ว่าแกจะพูดอะไร ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้

ในเมื่อเจ้านายบอกมาอย่างนั้นแล้วลูกน้องอย่างเขาจะขัดใจท่านได้อย่างไร เขาเชื่อว่าแดเนียลฉลาดพอที่จะไม่ทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่าที่ได้วางแผนกันเอาไว้

แดเนียลได้แต่นั่งนิ่งมาตลอดทางกลับบ้าน แม้รถจะเคลื่อนตัวออกจากบ้านแพรแก้วได้สักพักแล้ว แต่ใบหน้าเศร้าสร้อยของหญิงสาวน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาที่เจ้าตัวพยายามกะพริบตาขับไล่มันออกไป

แต่เขายังสามารถเห็นมัน...ทำไมถึงได้รู้สึกผิดแบบนี้ล่ะ มือหนากำหมัดแน่นขจัดความคิดและอารมณ์ไร้สาระออกไป ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องรู้สึกผิดลูกของฆาตกรไม่ควรมีผลต่อเขา...ถึงแม้เธอจะเป็นลูกสาวที่ไม่ได้การยอมรับจากคนเป็นพ่อแต่ถึงยังไงลูกก็คือลูกอยู่ดี

นับว่าการเดินทางมาครั้งนี้โชคชะตาเข้าข้างเขาเหลือเกิน ไม่ต้องไปตามสืบหรือควานหาคนในตระกูลนี้ที่ไหนกลับมีเหยื่อเดินมาหาเขาถึงที่ แพรแก้วนี่แหละคือเหยื่อและสะพานชั้นดีที่จะพาเขาข้ามไปหาสองคนนั้นเอง !

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

75 ความคิดเห็น