คัดลอกลิงก์เเล้ว

Unlimited Times รักนี้ไม่มีจำกัดเวลา

ลั้ลลาลั้ลลา~ เช้านี้สดชื่นจริงๆเหมาะแก่การเดินไปโรงเรียนดีแท้-w- อา~ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดะ... ซ่า~~~ ง่่ะ T.T เปียก ทำไมซวยอย่างนี้นะ ไอ้รถบ้า สวยก็สวย หัดมีมารยาทบ้างสิ! ฮือๆ ได้แค่คิดนั่นแหละ คนอย่างฉัน โคไซน์ แม้แต่ปริปากพูดยังยาก จะให้มีอารมณ์ไป

ยอดวิวรวม

243

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


243

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ก.ย. 56 / 09:58 น.
นิยาย Unlimited Times ѡըӡѴ Unlimited Times รักนี้ไม่มีจำกัดเวลา | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
อันยองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง กราบสวัสดีรีดเดอร์ทุกคนนะ ไรเตอร์ลองเขียนนิยายแนวหวานแหววแบบนี้เป็นครั้งแรก ช่วยมาคอมเม้นต์ให้หน่อยนะฮับ><

ปล. ตอนนี้กำลังแต่งฟิค snsd&exo อยู่ รีเควสคู่มาได้นะ (ไรต์จิ้น ลู่ซอ><)
ปล2. รักรีดเดอร์ทุกคนนะฮับ><
cry .q

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.ย. 56 / 09:58


ลั้ลลาลั้ลลา~ เช้านี้สดชื่นจริงๆเหมาะแก่การเดินไปโรงเรียนดีแท้-w- อา~ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดะ...
ซ่า
~~~ ง่่ะ T.T เปียก ทำไมซวยอย่างนี้นะ ไอ้รถบ้า สวยก็สวย หัดมีมารยาทบ้างสิ! ฮือๆ ได้แค่คิดนั่นแหละ คนอย่างฉันโคไซน์ แม้แต่ปริปากพูดยังยาก จะให้มีอารมณ์ไปเถียงใครล่ะ
“นี่ เธอน่ะ โทษทีนะ กำลังรีบ”  ฉันหันกลับไปทางต้นเสียง ซึ่งก็คือเจ้าของรถมหาภัยนั่นเอง นั่น ยังมีหน้ามายักคิ้วอีก ชุดฉันเปียกเนี่ย เห็นม้าย
~~~
“อ้าว เป็นใบ้หรอกหรอ-0- ตายละ&¥~×£-{^%^!&^*&*!(*!()!”  เขาบ่นอะไรอยู่ ฉันยังไม่ตายนะ แล้วก็ไม่ได้เป็นใบ้ด้วย- -"
ฉันรีบเดินต่อไปทันทีและปล่อยให้นายนั่นบ่นต่อไป ไม่คิดจะเอาความอะไรหรอก แค่อย่าได้เจอนายนั่นอีกเป็นพอ

@ School
“ไซน์ เธอไปทำอะไรมา ทำไมเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำอย่างนั้นล่ะ?”  ยางลบ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันถามขึ้นเมื่อฉันเดินเข้ามาในห้อง  อ๋อ ลืมบอกไปตอนนี้ฉันอยู่ ม.6 แล้วและวันนี้เป็นวันแรกของเทอมที่ 2 ซวยแต่ต้นเทอมเลยแฮะ
“อุบัติเหตุ”  ฉันตอบสั้นๆและยัยนั่นเข้าใจ เธอเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่อนุบาล ไม่แปลกที่จะสนิทกัน
“นี่ๆทุกคนห้องเรามีเด็กใหม่ย้ายมาด้วยล่ะ”  กอหญ้า หนังสือพิมพ์เคลื่อนที่(
?)ประจำห้อง แบบว่า เธอมักจะมีข่าวมาบอกเพื่อนๆทุกเช้าน่ะ
“เค้าคือใครหรอกอหญ้า
?
“ผู้ชายหรือผู้หญิงอ่ะแก
?
“มาเทอมนี้เนี่ยนะ
? ใช้ไรคิดวะ-0-?” เอ่อ ฉันเห็นด้วยกับคำถามนี้ที่สุดละ
“เดี๋ยวครูคงจะมาแนะนำคาบโฮมรูมล่ะ ฉันก็รู้มาแค่นี้ แหะๆ”
       กิ๊งก่อง กุ๊กกุ๊กไก่(เสียงออดๆ- -)
“เอาล่ะนักเรียน ยินดีต้อนรับสู่เทอมสุดท้ายของพวกเธอ ครูจะมาแนะนำนักเรียนใหม่ เข้ามาเลยจ้ะ...”
ฮะ เฮ้ย!!!!!
“สวัสดีครับทุกคน ผม
อัลฟาเป็นนักเรียนใหม่ ยินดีที่รู้จักนะ” อ่ะ นายนี่คือคนที่ทำให้ฉันเปียกเมื่อเช้านี้นี่ - -* โลกจะกลมไปแล้ว
“ที่นั่งของเธอ...ข้างๆคุณหยาดทรายนะ” ชะ ชื่อฉันนี่ ไปสลับชื่อกับยางลบตอนนี้ทันมั้ย
T.T ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ
“หวัดดี” นายนั่นนั่งลง ทักฉัน(โดยไม่หันมามอง) และนอนหมอบลงกับโต๊ะ โดยเอาหนังสือบังไว้ เฮ้ย! กะจะหลับตั้งแต่คาบแรกเลยหรอ=[]=!
“หยาดทราย ฝากดูแลเพื่อนใหม่ด้วยนะ”
“คะ ค่ะ”

เหล่มองเล็กน้อย จะไปรอดมั้ยเนี่ย
“เอาล่ะ วันนี้คงไม่มีอะไรมาก บางคนก็สอบติดมหาวิทยาลัยแล้วสินะ ส่วนคนที่ยังสอบไม่ติดก็พยายามต่อไป เทอมนี้พวกเธอเรียนแค่ครึ่งวัน เพราะครึ่งบ่ายเป็นเวลาให้อ่านหนังสือเพื่อสอบเข้า คนที่สอบติดแล้วก็ช่วยๆเพื่อนติวด้วยล่ะ สุดท้ายนี้ ขอให้เป็นเทอมที่ดีสำหรับทุกคน”

       พรึบ!!! ครูออกไปแล้ว และสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในห้องหันมามองที่โต๊ะข้างๆฉัน- -* ฉันจึงสะกิดขาของเขา นายนั่นก็ตื่นขึ้นมาและ...
“อ้าวเธอที่เจอเมื่อเช้านี่ โทษทีนะ เมื่อเช้าผมรีบน่ะ” ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร
“อัลฟาเคยเจอไซน์มาก่อนหรอ
?” กอหญ้าถามขึ้น
“อืม เมื่อเช้านี้น่ะ”
“แล้ว ขอโทษยัยไซน์เรื่องอะไรหรอ
?” เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในห้อง ซึ่งฉันจำชื่อเธอไม่ได้ถามขึ้น ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่นะ
“ก็เรื่อง...”
       กิ๊งก่อง กุ๊กกุ๊กไก่(คาบเรียนที่2)
ทุกคนแยกย้ายนั่งที่โดยอัตโนมัติ แต่นายนั่นยังนั่งจ้องหน้าฉันอยู่- -* ฉันหน้าเหมือนแมลงสาบบ้านนายหรอ!
? จ้องซะ
“คาบต่อไปเรียนคณิตศาสตร์ หนังสือของนายล่ะ
?” แล้วฉันก็ต้องปริปากพูดออกมา นายนี่ทำหน้าตกใจนิดหน่อยก่อนจะชี้ไปที่หลังเก้าอี้ของเขา
"ผมนึกว่าเธอเป็นใบ้ซะอีก หนังสือของผมอยู่หลังเก้าอี้นั่นไง"
       ฉันก้มไปหยิบหนังสือให้เพราะเขาคงไม่รู้ว่าเราจะเรียนเล่มไหนกัน แต่...ทำไมฉันหาไม่เจอล่ะ!
? หนังสือออกจะหนา เขาใส่หนังสือมาให้ไม่ครบรึไง

“เอ อยู่ไหนเนี่ย” พึมพำเบาๆ

“เอ่อ เล่มนี้รึเปล่า?” เขาหยิบหนังสือที่ใช้บังหน้าไว้เมื่อกี้นี้ขึ้นมาโชว์ให้ดู
“อืม เล่มนั้นแหละ” ให้ฉันหาตั้งนานนะ
- -

“ขอโทษที่ปล่อยให้หาอยู่นานนะครับ”

หือ? พูดกับฉันหรอ

       ฉันหันกลับไปหาเขาแต่พบว่าเขาเข้าสู่ห้วงนิทราซะแล้ว-0- จึงหันกลับไปสนใจโพรเจ็กเตอร์หน้าห้องต่อ โดยที่ไม่รู้ตัวว่า เขาลืมตามองซีกหน้าของเธอและยิ้มกับตัวเองอยู่นาน

       #11.40 น.
เฮ้อ หมดคาบเรียนครึ่งเช้าแล้วสินะ ไปกินข้าวกับยางลบดีกว่า
“ไซน์ คือวันนี้ฉันไปกินข้าวกับอชินะ แกมีเพื่อนรึเปล่า
? ถ้าไม่มีฉันจะไปกินกับแก” อชิคือแฟนของยางลบ ฉันไม่อยากไปขัดความสุขพวกแกน่ะ-w- ถึงแม้ฉันจะไม่มีเพื่อนไปกินข้าวก็เหอะ

“ไม่เป็นไร แกไปเถอะ” ยางลบลังเลเล็กน้อย แต่พอฉันยิ้มให้ เธอก็พยักหน้าและเดินไปหาอชิที่อยู่อีกห้องหนึ่ง

“เธอชื่ออะไรหรอ?” เสียงตัวป่วนข้างๆฉันถามขึ้น เพิ่งจะอยากรู้รึไง
“โคไซน์ เรียกไซน์เถอะ”
“ไซน์ ไซน์ ไซน์ ไปทานข้าวกับผมหน่อยสิ”
“นายก็ไปเองสิ”
“อ้าว! ก็ผมเป็นนักเรียนใหม่ ไม่รู้ว่าโรงอาหารอยู่ไหน และผมก็ยังไม่มีเพื่อน แล้วจากที่ฟังเมื่อกี้ เธอต้องไปทานข้าวคนเดียว...”
“พอๆ ไปเถอะ!” เขายิ้มเล็กน้อยแล้วเดินตามฉันออกไป

       @ โรงอาหาร

“นายอยากทานอะไรก็ไปสั่งแล้วก็ยื่นบัตรนักเรียนให้เค้า ก็แค่นั้น" ฉันบอกแค่นั้นแล้วเดินไปซื้อข้าวร้านประจำ แล้ว...นายนั่นจะตามมาฉันทำไม?
“มองหน้าผมอย่างนั้นจะถามว่าตามมาทำไมใช่มั้ยฮะ
?
ฉันพยักหน้าตอบ
“ก็ผมไม่รู้จะทานอะไรนี่”
แล้วเกี่ยวไรกัน
?

“ผมก็จะทานเหมือนไซน์ไง”
แล้วแต่นายเถอะ เอ๊ะ! แล้วนายนี่รู้ได้ยังไงว่าฉันคิดอะไรอยู่
“ก็หน้าเธอมันบอกหมดเลยนี่ฮะว่าคิดอะไรอยู่ ถึงคิวไซน์แล้วฮะ”
“ผัดกะเพรากุ้ง2ที่ค่ะ”
“ทำไมทานเยอะจังล่ะฮะ
?
“ของนายด้วยไงล่ะ” ฉันยื่นบัตรให้กับแม่ค้าแล้วรับบัตรคืน
“ผมถือให้นะ นั่งตรงไหนฮะ
?”  เขาถามแล้วก็ดึงถาดข้าวไปจากมือของฉัน
“เอ่อ ริมหน้าต่าง นายไปก่อนแล้วกัน ฉันจะไปซื้อน้ำ นายจะดื่มน้ำอะไร?”

“เหมือนของไซน์แล้วกัน”
       ระหว่างทางเดินไปร้านขายน้ำ ฉันโดนทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องรุมถามตลอดทางว่าคนที่มาด้วยคือใคร แต่... คิดหรอว่าฉันจะตอบ- - พอตอบคนหนึ่งก็ต้องตอบเรื่อยๆฉันขี้เกียจขยับปากพูด ฉันจึงรีบไปสั่งน้ำองุ่น 2 แก้ว แต่พอจ่ายเงินเรียบร้อยฉันกลับได้ฟรีมาอีกแก้ว มันราดอยู่บนเสื้อฉันนี่ไงล่ะ- -*
“โอ๊ะ
! ขอโทษทีนะไซน์” ยัยนี่อยู่ห้องฉันนี่ขอโทษทีเหมือนกันนะ ฉันจำชื่อเธอไม่ได้น่ะ ว่าแต่..ปากเธอบอกขอโทษแต่ทำไมยิ้มสะใจอย่างนั้น ฉันทำหน้านิ่ง(มีอยู่หน้าเดียว)แล้วตั้งใจจะกลับไปที่โต๊ะ แต่...
       หมับ! ยัยนั่นคว้าไหล่ฉันไว้
“ทำไมถึงมากินข้าวกับอัลฟา” ยัยนั่นถามเสียงเย็น ฉันถอนหาใจออกมาเป็นเชิงบอกว่ารำคาญแล้วปัดมือยัยนั่นออก มองหน้าเป็นเชิงบอกว่า
จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย?แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ ปล่อยให้ยัยนั่นตวาดแว้ดๆอยู่คนเดียว
“ทำไมไปนานจังล่ะฮะ แล้วทำไมเปียกอย่างนั้นอ่ะ
?
เพราะนายนั่นแหละ
“เกี่ยวไรกับผมล่ะ
?
ไปถามยัยนั่นดูสิ
“ไม่ดีกว่า ดูท่าเธอจะลืมฉีดยา ถ้าผมโดนกัดแล้วบ้าเหมือนเธอจะทำยังไงล่ะ”
“พรืด คิกๆๆๆ” ฉันหลุดขำจนน้ำตาแทบร่วง แต่รู้สึกเหมือนโดนจ้องแฮะ
       พรึบ
!!!

ไม่ต้องรู้สึกละ โดนจ้องเต็มๆเลยล่ะ
“นี่ๆ รุ่นพี่ไซน์หัวเราะด้วยล่ะ” ฉันหัวเราะแล้วผิดรึไง?
“ยิ้มแล้วน่ารักว่ะ” จะขอบใจมากกว่านี้ถ้าแกไม่ทำหน้าหื่นอย่างนั้นนะ ไอ้หน้าปลาดุก
!
“พี่ชายคนนั้นแฟนแน่เลย ปกติถ้าไม่มาทานข้าวคนเดียวก็มากับพี่ยางลบตลอด” ใช้อะไรมองว่าฉันเป็นแฟนนายนี่ฮะ!?
และอื่นๆอีกมากมาย แต่มีอีกคนที่จ้องอย่างจริงจัง ก็คนร่วมโต๊ะฉันนี่ไง
“มะ มองอะไร
?

“ไซน์ยิ้มแล้วน่ารักดีฮะ”
“ระ รีบๆกินไปเถอะน่า” ฉันรีบก้มหน้ากินต่อจนหมด ไม่ให้เห็นหรอกว่าหน้าแดงอยู่น่ะ-///-
“ฉันจะไปซักเสื้อ นายจะไปไหนก็ไปเถอะ”
“ไล่เลยนะฮะ
-3-” อย่ามาทำหน้างอนๆแบ๊วๆใส่ฉันนะ ไม่อยากจะยอมรับว่าฉันเป็นคนใจอ่อนมากๆ แต่ไม่มีใครรู้หรอก นอกจากยางลบกับน้องชายของฉันน่ะ

“ป่าว ฉันไม่ได้ไล่สักหน่อย นายจะตามฉันไปห้องน้ำหญิงรึไง?”

“ อืม...ผมว่า ผมควรจะไปด้วยนะ ก็ผมทำคุณเปียกนี่ฮะ"
แล้วแต่นาย!

       ฉันเดินนำไปที่ห้องน้ำหญิงและกำลังจะแกะกระดุมเสื้อออก

“เฮ้ย ไซน์จะถอดตรงนี้เลยหรอฮะ”

“นี่นาย ที่นี่ห้องน้ำหญิงนะ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นแหละ” อย่าเข้าใจผิดว่านายนั่นเข้ามาในห้องน้ำหญิงนะ เขารออยู่หน้าห้องน้ำนั่นล่ะ แต่คงตกใจที่ฉันจะซักเสื้อตรงทางเข้าที่มีอ่างล้างมือเยอะๆอ่ะ

“แต่ตรงทางเข้ามันไม่มีประตูปิดนี่  คนอื่นเดินผ่านเค้าก็เห็นกันนี่ครับ” ดีนะที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนเข้าห้องน้ำ ไม่อย่างนั้นคงอายตายที่ต้องมายืนเถียงกับนายนี่อยู่
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันมีเสื้อกล้ามอีกชั้น” จะอะไรนักหนานะ ฉันเหนียวตัวหมดแล้ว

“เสื้อกล้ามมันบาง เค้าก็เห็นกันหมดสิครับ ผมไม่ยอมอ่ะ ผมหวง!” พรึบ นายนั่นเดินเข้ามาแล้วกางเสื้อสูทของเขาบังตัวฉันเอาไว้พร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น

      ฉันสะดุดกับคำว่าหวงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากจึงรีบถอดเสื้อมาซักและล้างตัวตรงที่น้ำปั่นซึมลงไปจนทำให้เหนียว จากนั้นก็ใส่เสื้อที่ยังเปียกหมาดๆอยู่ เสร็จแล้วก็หันมามองคนที่ถือเสื้อบังไว้ให้

“มะ มองผมทำไมฮะ”

“นายหน้าแดงอ่ะ แดงถึงหูแล้วนะนั่น” ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก แต่จะหน้าแดงทำไม

“ป่าวนะ ผมไม่ได้หน้าแดงซักหน่อย เอ่อ...เอาเสื้อสูทผมใส่ทับไปก่อนนะ” เขารีบร้อนปฏิเสธและหันมา ก่อนจะรีบหันกลับไปอีกรอบ พร้อมกับหน้าที่แดงมากกว่าเดิม

       ฉันก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจว่าเขาหน้าแดงทำไม หน้าของฉันก็ร้อนวูบขึ้นมา อย่างที่เขาบอก เสื้อกล้ามมันบางจริงๆ เสื้อเชิ้ตก็เปียก เลยทำให้เห็นเสื้อชั้นในนิดหน่อย ฉันจึงรีบรับเสื้อสูทของเขามาใส่ทับไว้

“ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

       # 12.30 น.

       หลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำ ฉันคิดว่าจะไปที่ห้องสมุดคนเดียว แต่ทำไมถึงมีนายนี่ห้อยมาได้ล่ะเนี่ย- -"
“นี่นาย! ไม่มีที่จะไปรึไง
?” แปลกดี อยู่กับนายนี่ฉันพูดมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า
“มีฮะ ก็ห้องสมุดไง” นั่น ยิ้มแฉ่งเชียว ไอ้รังสีแป๊ะยิ้ม!
“แน่ะๆ ว่าผมอยู่รึเปล่าฮะ
?”  ชิ  รู้ทันอีก-..-

“ไซน์สอบติดมหาลัยแล้วหรอ? ไม่เห็นเครียดเหมือนคนอื่นเลย”

“อืม ได้โควตาจากมหาลัยของรัฐน่ะ เลยลองไปสอบดูแล้วก็ปรากฏว่าสอบติด แต่ก็คิดว่าจะไปลองสอบที่อื่นอยู่เหมือนกัน นายล่ะ?”

“ยังเลยครับ แต่ผมคงเข้ามหาลัยเอกชน ผมพึ่งกลับมาจากอังกฤษ พวกเอกสารเข้าสอบก็เลยเตรียมไม่ทัน”

“งั้นนายก็ต้องเก่งภาษาอังกฤษสิ ว่างๆสอนฉันบ้างนะ สำเนียงฉันไม่ค่อยดีเลย”

“ได้แน่นอนครับ แต่ขอค่าตอบแทนเป็นให้ไซน์ติววิชาสังคมกับประวัติศาสตร์ให้ผมนะ ผมไปอยู่ที่นู่นนาน เลยลืมๆไปบ้างเหมือนกัน สภาพแวดล้อมมันค่อนข้างต่างกันน่ะครับ” ฉันพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าได้แล้วส่งยิ้มให้

“อยู่กับไซน์แล้วมีความสุขจังฮะ” นะ นายนั่นลูบหัวฉัน ฉันไม่ใช่น้องหมานะยะ แต่...รู้สึกดีแฮะ เขามักจะทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีบางอย่างในตัวเปลี่ยนไป ภายในเวลาแค่วันเดียว คนอื่นพยายามเข้าใกล้ฉันเป็นเดือน ฉันยังไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด ทำได้ยังไงนะ หน้าอย่างนายนี่มีอะไรดี(. .)

       Alpha Talk :

       ให้ตายสิ ผมเผลอไปลูบหัวเธอได้ยังไง T.T ผมต้องโดนโกรธแน่ๆเลย แต่เธอไม่มีท่าทีจะโกรธเลยแฮะ แล้ว...อย่ามองผมด้วยหน้าตาบ้องแบ๊ว ตาแป๋วแบบนั้นสิ ผมก็ผู้ชายนะ ผู้หญิงที่แอบชอบมาตั้งนานมายืนจ้องแบบนี้ โอย ผมอยากจะสลายหายไปตรงนี้เลย เธอน่ารักเกินไปแล้ว

       อ้อ ลืมบอกไปเลย  ผมกับไซน์เคยเจอกันตอนอยู่อนุบาลนู่น เธอเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในความทรงจำของผมเลยนะ ผมมักจะเห็นเธออยู่กับยางลบตลอด ดูเหมือนเธอจะเป็นคนขี้อาย แต่เปล่าเลย เธอแค่ขี้เกียจจะพูดน่ะ(แปลกดีแท้) พอกำลังจะขึ้น ป.1 ผมต้องย้ายไปอยู่อังกฤษเพราะธุรกิจของพ่อ ในวันที่ผมจะต้องย้ายไป ผมไปพบกับเธอที่ร้านขายขนมโบราณแถวๆโรงเรียนอนุบาล (บ้านผมอยู่ใกล้ๆโรงเรียนนั่นแหละ)

“นี่ เธอน่ะ” เสียงเล็กที่ไม่คุ้นหูตะโกนขึ้นมา ผมจึงหันกลับไปมอง ผมตกใจมากๆที่เธอคนนั้นเรียกผม ผมพยายามจะเข้าไปพูดคุยกับเธอ เธอก็เมินผมตลอด แต่อยู่ๆเธอกลับเป็นคนทักผมก่อน ผมอึ้งจนพูดไม่ออกและทำหน้างงๆให้เธอไป

“ทำหน้าอะไรตลกจัง อ้ะ เราให้ กลับมาแล้วต้องเอามาคืนเรานะ” เธอส่งอมยิ้มอันใหญ่ให้ผมแล้วส่งยิ้มให้เล็กน้อย ผมถึงกับเคลิ้มไปเลย (เด็กแก่แดดจริงๆเลยนะผมเนี่ย)

“อื้ม เราสัญญา”

    #กลับมา ณ ปัจจุบัน

       อ้าว ใกล้เลิกเรียนแล้วหรอเนี่ย ผมมัวแต่เหม่อ ส่วนเธอก็จิตหลุดไปรวมกับหนังสือแล้วมั้งน่ะ

“ไซน์ฮะ” ผมสะกิด

“หะ หืม?”

“ใกล้เลิกเรียนแล้วนะ”

“อืม นายกลับก่อนเถอะ” แล้วเธอก็ก้มอ่านต่อ หนังสือน่าสนใจกว่าผมสินะ T^T

       Cosine  Talk :

หนังสือเล่มนี้สนุกจัง ยืมกลับไปอ่านที่บ้านดีกว่า  อ๊า แย่ละสิ เย็นป่านนี้แล้วหรอเนี่ย ต้องรีบกลับไปทำข้าวเย็นแล้ว

“ขอยืมเล่มนี้ค่ะ”

“ไซน์! อยู่นี่เอง น้องเธอมาตามน่ะ รออยู่หน้าโรงเรียน”

“ขอบใจมากนะยางลบ จะไปเดี๋ยวนี้ละ”

       พอยืมหนังสือเสร็จฉันจึงต้องรีบวิ่งมาหน้าโรงเรียน แล้วก็พบว่าน้องชายที่น่ารักของฉันยืนรออยู่

“มาแล้วหรอเจ้ เค้ากลับไปบ้านแล้วไม่เห็นเจ้เลยมาดู เจอหนังสือที่ถูกใจอีกล่ะสิ ไม่สนใจน้องเลยนะ เค้าหิวจะตายอยู่แล้วอ่ะ T.T

       นี่คือน้องชายฉัน แทนเจนต์ อายุของเราห่างกันแค่ปีเดียว แต่นิสัยต่างกันลิบลับ เราอาศัยอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน พ่อกับแม่ของพวกเราเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุตั้งแต่ฉันอายุแค่ 2 ขวบ ยังดีที่ได้เงินจากประกันของพ่อกับแม่ แล้วก็เงินเก็บมหาศาลในธนาคาร ทำให้พวกเราไม่ลำบากกันนัก แล้วยังได้คุณยายที่อยู่ข้างบ้านมาดูแล ท่านสงสารเลยมาเล่นมาคุยพวกเราบ่อยๆ แต่ตอนนี้ท่านเสียชีวิตไปได้ 5 ปีแล้ว ฉันตัดสินใจว่าต้องดูแลน้องชายคนเดียวของฉันให้ดีที่สุด ฉันต้องเข้มแข็ง ห้ามร้องไห้ให้แทนเห็นเด็ดขาด และจากความคิดนั้นเลยทำให้ฉันเป็นคนเงียบๆ เย็นชา แต่ที่ใจอ่อนก็เพราะน้องชายจอมเอาแต่ใจนี่แหละ เฮ้อ...

“โอเคๆ เจ้ยอมรับ ไปๆ กลับบ้านเรากันดีกว่า เดี๋ยววันนี้เจ้ทำผัดมักกะโรนีกุ้งให้กิน” ฉันกับแทนกอดคอกันเดินกลับบ้าน โดนที่ไม่รู้เลยว่ามีคนๆหนึ่งมองอยู่พลางคิดว่า “เด็กนั่นใครน่ะ?”

       วันนี้ฉันเดินมาพร้อมกับแทน เออ ฉันกับแทนอยู่คนละโรงเรียนกันน่ะ ส่วนใหญ่แทนจะมาส่งฉันก่อนแล้วค่อยเดินไปที่โรงเรียนของตัวเอง ฉันกำลังใช้ทางลัดหลังอาคารไปที่ห้องสมุด แต่ดันไปโผล่ผิดเวลาซะงั้น

“เอ่อ คือ ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะ” ฉันรีบวิ่งตรงไปที่ห้องสมุดทันที  ส่วนที่ฉันเห็นเมื่อกี้น่ะหรอ ก็เห็นผู้หญิงกำลังนั่งคร่อมผู้ชายแล้วก็กำลังจูบกัน แค่นั้นเอง-0-

 เฮ้ย ไม่แค่นั้นแล้ว=[]=!!! นี่ฉันเห็นอะไรมาเนี่ย  นี่ยังเช้าอยู่เลยนะ แล้วที่นี่ก็โรงเรียนด้วย ไม่ให้เกียรติสถานที่กันเลยนะ คิดแล้วมัน ฮึ่ย แต่สองคนนั้นดูคุ้นๆยังไงไม่รู้แฮะ ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย ไปคืนหนังสือดีกว่า

หมับ! ฉันรู้สึกเหมือนมีคนมาจับที่ข้อมือเลยหันกลับไป...

“ไซน์ เมื่อกี้มันไม่ใช่อย่างที่ไซน์คิดนะฮะ”

อ้าว อัลฟานี่นา แล้ว ฉันคิดอะไรหรอ?

“อ่า เอ่อ ผมกับผู้หญิงคนเมื่อกี้...”

อ๋อ เข้าใจละว่าเรื่องอะไร ถึงว่ามันดูคุ้นๆเพราะสีผมนี่เอง อัลฟามีผมสีทองที่เป็นเอกลักษณ์ แล้วเรื่องที่นายจูบกันมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?

“มันเป็นอุบัติเหตุนะ เธอแค่ล้มลงมาทับผมแค่นั้นเอง”

“นายจูบกันด้วยไม่ใช่หระ อุ๊บ!” ฉันหลุดปากออกไป แต่ไม่ทันแล้วล่ะ มันหลุดออกมาหมดเลย

“หือ? ผมไม่ได้จูบนะครับ แต่ถ้ามองจากมุมของไซน์ มันอาจจะเป็นอย่างนั้น หืมมม นี่ไซน์หึงผมหรอครับ?” อัลฟายิ้มแปลกๆ แบบจะดีใจก็ไม่ใช่จะล้อก็ไม่เชิง แต่ดูแล้วมันน่าข่วนมาก

“หึงหรอ แบบนี้เรียกว่าหึงหรอ” ฉันเกาหัวงงๆ  อารมณ์เมื่อกี้มันเรียกว่าหึงหรอ?

“เธอเป็นผู้หญิงที่แปลกที่สุดที่ผมเคยเจอเลยนะเนี่ย” ผู้ชายคนหนึ่งโผล่ออกมาจากหลังของอัลฟา แล้วยังมีอีกคนยืนพิงอยู่ที่เสา สองคนนี้หน้าเหมือนกันเลยแฮะ ท่าทางจะเป็นแฝด แต่ทำผมคนละสี คนหนึ่งผมสีน้ำตาลอ่อน อีกคนผมดำสนิท แล้วเขาคือใครหว่า? ฉันทำหน้าสงสัยแล้วมองไปที่อัลฟา

“เพื่อนใหม่ผมเอง ได้คุยกันเมื่อเช้าแล้วรู้สึกถูกคอ...”

“อะไรกัน เธอไม่รู้จักพวกผมหรอ ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ย ทิกเก็ตครับผม ยินดีที่รู้จัก ส่วนที่ยืนอยู่ตรงนั้นชื่อ...” นายคนผมน้ำตาลพูดแทรกขึ้นมา แล้วชี้ไปที่นายผมดำที่ยืนพิงเสาอยู่

ไทเกอร์ ” เขาบอกสั้นๆ ฉันจึงพยักหน้ารับเล็กน้อย

“พวกเราอยู่ห้อง 2 น่ะ” ทิกเก็ตบอก ถึงว่า ฉันแทบจะไม่คุ้นหน้าเลยด้วยซ้ำ ฉันเป็นคนประเภท ปิดตัวเอง...มั้ง

“ฉัน โคไซน์ อยู่ห้อง 1 ยินดีที่รู้จักและขอโทษทีที่ฉันไม่รู้จักพวกนายนะ- -

“เธออยู่ห้อง 1 ก็ต้องรู้จักลิลลี่อ่ะดิ” ทิกเก็ตถาม

“ลิลลี่?”

“ก็ผู้หญิงที่ล้มทับไอ้ฟ่าเมื่อกี้นี้ไง” และแล้วไทเกอร์ก็เปิดปากออกมา ถ้าฉันอยู่กับนายนี่คงสงบพิลึก

ฉันพยายามเค้นหาคนที่ชื่อ ลิลลี่ ในสมองแค่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี ห้องฉันมีคนชื่อนี้ด้วยหรอ

“คนที่ทำผมสีส้มๆแดงๆไงครับไซน์” อัลฟาพูดขึ้นมา ทำให้ฉันนึกออกทันที เธอคือคนที่ราดน้ำปั่นใส่ฉันเมื่อวานนี้ไงล่ะ

“ดูท่าทางว่าเธอคนนั้นจะชอบอัลฟามากเลยนะ ลงทุนขนาดนั้นน่ะ” ทิกเก็ตพูดพลางยิ้ม แต่รอยยิ้มของเขาดูแปลกๆ เหมือนแสยะมากกว่า เอ...ว่าแต่เธอลงทุนอะไร?

“อ่อย” คำตอบสั้นๆได้ใจความจากไทเกอร์ พูดตรงไปนะนาย เฮ้ย มีคนอ่านความคิดฉันได้อีกแล้ว

“ผมเคยบอกแล้วไงว่าหน้าไซน์มันบอกหมดเลยน่ะ จะไปคืนหนังสือไม่ใช่หรอครับ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก จะเข้าแถวแล้วนะ” ได้ยินแบบนั้นฉันเลยก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ จริงด้วยรีบไปคืนดีกว่า  ฉันโบกมือให้ทั้งสามคนแล้ววิ่งเข้าไปในห้องสมุดทันที

       อา พักกลางวันสักที วันนี้รู้สึกง่วงๆจัง คงเพราะเมื่อคืนนอนดึก มัวแต่อ่านหนังสืออยู่ ก็มันสนุกนี่ ช่วยไม่ได้ เอ่อ ดูจากสภาพการณ์ ฉันต้องไปกินข้าวคนเดียวสินะ เพราะอชิมารอยางลบที่หน้าห้องแล้ว ฉันจึงโบกมือให้ยางลบและเดินไปที่โรงอาหารคนเดียว ขณะที่เดินๆอยู่ก็มีแรงกดที่ไหล่ พอหันไปดูก็พบกับ...แก๊งสามช่า เอ๊ย ไม่ใช่ อัลฟา ทิกเก็ตแล้วก็ไทเกอร์นั่นเอง มาพร้อมกับรังสีความหล่อของพวกเขาและรังสีอำมหิตจากคนรอบตัวเลยนะ เฮ้อ เตรียมรอรับความซวยไว้ได้เลยฉัน โดนแฟนคลับพวกนี้รุมทึ้งแน่ๆ แน่ะ ยังไม่รู้ตัวอีกนายรังสีแป๊ะยิ้ม ไม่ต้องมายิ้มให้ฉันเลยนะ ไปยิ้มให้แฟนคลับนายโน่น เดี๋ยวฉันตายก่อนได้เรียนมหาลัยจะทำยังไงเล่า

“มีอะไร?”

“ไปกินข้าวด้วยกันนะครับ”

“ไม่ดีกว่า นายไปกันเถอะ”

“ไปด้วยกันเถอะยัยลูกแมว ไม่อย่างนั้นเธออาจจะโดนรุมโดยแฟนคลับของพวกเรา” ทิกเก็ตพูด แต่...เมื่อกี้เขาเรียกฉันว่าอะไรนะ? ลูกแมวหรอ?

“เหมือนจะตาย แสดงออกทางแววตา” คำรับรองจากปากไทเกอร์ นายก็แมวแหละน่า - -

“ฉันเสือ ไม่ใช่แมว”

“พอๆ จะเสือจะแมวก็ช่างเถอะ ไปกินข้าวกันดีกว่าครับ” อัลฟารีบพูดขัดก่อนที่เสือกับแมวจะทะเลาะกัน ฉันจึงพยักหน้าและเดินตามพวกเขาไป

       หลังจากวันนั้นฉันก็ไปกินข้าวกับสามคนนั้นทุกวัน บางวันยางลบกับอชิก็มานั่งกินด้วย ต่างคนก็ต่างเหตุผลอ่านะ ยัยยางลบมาเพราะอยากเห็นพวกนี่ใกล้ๆ ยัยนี่มันบ้าคนหล่อๆน่ะ ส่วนอชิก็...มานั่งเฝ้าแฟนมันไง

       เวลาผ่านไปเร็วจริงๆเลยนะ อยู่กับพวกนั้นได้เป็นเทอมเลยหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะรอดมาได้ถึงวันนี้ ฉันโดนแฟนคลับพวกนี้แกล้งประจำเลย ทั้งขโมยหนังสือ รื้อโต๊ะฉัน เอากระดาษที่มีคำสาปแช่งมาแปะไว้บนเก้าอี้ ขัดขาตอนที่กำลังเดินไปห้องสมุด และอีกมากมาย และระยะหลังๆนี่ก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ล้มเลิกที่จะแกล้งฉันแล้ว คงเบื่อที่ฉันไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้อะไรเลย เหลือแต่กลุ่มของลิลลี่นั่นแหละ ทุกครั้งที่เธอแกล้งจะมาพร้อมกับประโยคลงท้ายว่า ห้ามบอกอัลฟาและเลิกยุ่งกับพวกเขาซะ!!!’ ฉันเห็นจนเอียน แต่ก็ไม่ได้คิดจะบอกสามคนนั้นหรอก มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร...มั้ง

       วันนี้เป็นวันศุกร์ก่อนสอบ ใช่แล้ว สัปดาห์หน้าเราจะสอบปลายภาคกันแล้ว เร็วจริงๆ ขอให้วันนี้ไม่มีเรื่องอะไรเลยนะ

โครม! ซ่า!

       หึ ได้เรื่องจนได้สิ ยัยลิลลี่กับเพื่อนในแก๊งของเธออีก 2 คน เทน้ำลงมาจากชั้น 3 ทำให้ฉันเปียกซก ทั้งเปียกทั้งอาย ฉันจึงรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำใกล้ๆ พลางคิดว่า มันชักจะแรงไปแล้วนะ

       พอเสื้อเริ่มแห้ง ฉันก็ออกมาจากห้องน้ำแล้ววิ่งขึ้นไปที่ห้องเรียนทันที ขณะที่ฉันกำลังขึ้นบันไดอยู่ก็เห็นกระดาษแปะอยู่ที่กำแพงด้วยลายมือที่คุ้นตา มันเขียนไว้ว่า  ‘กลับไปนอนที่บ้านไป!’ เมื่อฉันก้าวขึ้นบันไดอีกขั้นก็เข้าใจทันที มันถูกราดด้วย น้ำมันหล่อลื่น ยังไงล่ะ ที่ทำให้ฉันเปียกเพราะรู้ว่าฉันต้องรอให้เสื้อแห้งก่อนสินะ แล้วกว่าจะแห้งคนอื่นเขาก็ไปเข้าแถวกันหมดแล้ว ฉลาดแต่เรื่องเลวๆจริงๆ

       เหมือนทุกสิ่งมันเคลื่อนที่ช้าลง ภาพของคนๆหนึ่งแวบเข้ามา คนที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ คนที่ฉันไม่คิดจะบอกเขาเรื่องที่โดนแกล้งเพื่อเขาจะได้ไม่ลำบากใจ คนที่อยู่ข้างฉันเสมอ เพื่อนที่ฉันไม่เคยมีนอกจากยางลบ ฉันอยากบอกความรู้สึกนี้กับเขา ฉันว่า ฉันรู้ความรู้สึกตัวเองแล้ว

ตึกๆๆๆๆ ปึง!

       แต่ตอนนี้ฉันรู้แค่ว่าตกลงมาจากบันไดแล้วก็หมดสติไปทันที

       Alpha Talk :

       ตอนนี้ผมกำลังเข้าแถวกันอยู่ครับ เดี๋ยวนี้ผมมักจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น  ส่วนอีกคนที่แปลกก็คือไซน์ ทั้งๆที่เธออยู่กับพวกผมตามปกติ แต่เธอดูห่างๆ เหมือนกำลังปกปิดบางอย่างไว้

       ขณะที่ผมกำลังเหม่อๆก็มีเสียงไซเรนของรถพยาบาลเข้ามาในโรงเรียน เกิดอะไรขึ้น! มีใครเป็นอะไรรึเปล่า ลางสังหรณ์แปลกๆทำให้ผมหันไปมองรอบๆและพบว่า...เธอคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่! ผมรีบหันไปหายางลบทันที เธอกำลังมองหาไซน์เหมือนกัน และเมื่อเธอหันมาสบตากับผม หัวใจผมก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผมวิ่งฝ่าเพื่อนๆที่กำลังเข้าแถวขึ้นไปบนอาคารเรียน ทิกเก็ต ไทเกอร์ ยางลบ รวมถึงอชิก็วิ่งตามมาผมด้วย

       ภาพที่เห็นแทบจะทำให้ผมคลั่ง ไซน์นอนอยู่บนพื้น มีเลือดแผ่ออกมาจากหัวของเธอ เธอหมดสติ ไม่รับรู้อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าผมอยู่ตรงนี้ มองผมสิ ลุกขึ้นมาคุยกับผมสิ ส่งยิ้มของเธอให้ผมสิ ผมทรุดตัวลงกับพื้นและต่อยมันเต็มแรงหลายๆครั้งจนทิกเก็ตกับไทเกอร์ต้องเข้ามาห้าม ส่วนยางลบก็สลบคาอกอชิไปแล้ว

        เธอถูกหามส่งโรงพยาบาล พวกผมทั้ง 5 คน ก็ขอขับรถตามไปด้วย ไทเกอร์เป็นคนขับรถของผม เพราะสภาพตอนนี้คงขับรถไปเองไม่ไหวแล้ว เหมือนถูกดูดแรงไปจนหมด แรงจะยืนยังไม่มี

“คือว่า ฉันมีอะไรจะบอก” ยางลบพูดขึ้นหลังจากที่เธอฟื้นและกลั้นสะอื้นได้แล้ว

“มีอะไรหรอยางลบ เกี่ยวกับไซน์ด้วยรึป่าว?” ทิกเก็ตถามขึ้นแทนผม อย่างที่บอก ผมไม่มีอารมณ์เท่าไหร่

“เกี่ยวมากถึงเกี่ยวที่สุด ก่อนอื่น นายต้องเลี้ยวซ้ายด้านหน้าก่อนนะ” พูดจบเธอก็กดโทรศัพท์หาคนๆหนึ่งทันที เธอบอกกับคนในสายให้มารอที่ด้านหน้าโรงเรียน

 “เธอให้เรามารอใครเนี่ย?” ไทเกอร์ถามขณะที่รถจอดสนิทพอดี

“นั่นไง มานั่นแล้ว” ผมหันไปมองตามที่เธอชี้ แล้วผมก็เห็น...เด็กผู้ชายคนนั้น คนที่มักจะกลับบ้านพร้อมกับไซน์เกือบทุกวัน เค้าคือใครกันนะ?

“พี่ยางลบ เจ้เป็นอะไร ใครทำอะไรเจ้ของผม!” เด็กคนนั้นอาละวาดทันทีที่พวกผมลงจากรถ

“ใจเย็นๆแทน อย่าอาละวาดแบบนี้ ไซน์คงไม่ชอบที่นายดื้ออย่างนี้แน่ ทุกคน นี่คือแทนเจนต์ น้องชายแท้ๆของไซน์”

“น้องชายหรอ ไม่เห็นมีใครรู้ว่าเธอมีน้องชาย” ผมถามขึ้นมาทันทีหลังจากเงียบไปนาน

“ก็ไม่มีใครถามนี่” เธอตอบ

“หยุดข้อสงสัยของพวกพี่ซะ แล้วรีบพาผมไปหาเจ้ เดี๋ยวนี้” เอาแต่ใจจริง พี่น้องช่างแตกต่างกัน

       พวกเราจึงรีบขึ้นรถและมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลทันที ตอนนี้ไซน์อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้ว หมอบอกว่าเธอปลอดภัยแล้ว แค่ยังไม่ฟื้นเท่านั้น ถ้าฟื้นเธออาจมีอาการมึนหัวนิดหน่อยเพราะเสียเลือดไปมาก ได้ยินแบบนั้นพวกผมก็โล่งใจกันไปนิดนึง แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้เพราะเธอยังไม่ฟื้น แทนเจนต์รีบเข้าไปกอดเธอทันที ผมเพิ่งจะรู้ว่าเธออยู่กับน้องแค่สองคน เธอเข้มแข็งมากจริงๆ

“เออ ที่เธอบอกว่ามีเรื่องจะบอกน่ะ อะไรหรอ” อชิถามขณะที่กอดไหล่ยางลบเอาไว้

“อ๋อ คือว่าช่วงที่ผ่านมาน่ะ ไซน์โดนแกล้งบ่อยมากเลย ทั้งขโมยหนังสือ รื้อโต๊ะ เอากระดาษที่มีคำสาปแช่งมาแปะไว้บนเก้าอี้ และอีกมากมาย ตอนแรกๆก็มีหลายกลุ่ม แต่ไซน์ไม่ได้โต้ตอบอะไร พวกนั้นก็รามือไปเอง เหลือก็แต่กลุ่มของลิลลี่ แล้วก็ทุกครั้งที่พวกนั้นแกล้งจะมีกระดาษคำขู่เขียนและลงท้ายไว้ว่าห้ามบอกอัลฟาและเลิกยุ่งกับพวกเขาซะ!!!’ ที่ไซน์ตกบันไดวันนี้ก็เพราะเธอนั่นแหละ วันนี้มีคนเห็นพวกนั้นเทน้ำใส่ไซน์จากชั้น 3 แล้วฉันก็ให้เพื่อนในห้องถ่ายรูปกระดาษที่ติดอยู่ที่กำแพงมาให้ มันเป็นลายมือเดียวกันเป๊ะกับกระดาษคำขู่ที่ฉันถ่ายเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานทุกแผ่นเลย” ยางลบพูดพลางยกโทรศัพท์ที่มือภาพกระดาษนั่นให้ดู ใช่ เหมือนกันเป๊ะเลย เห็นแบบนั้นผมก็รีบวิ่งออกไปจากห้อง แต่ไทเกอร์ดึงมือผมไว้

“แกอยู่นี่แหละไอ้ฟ่า ยัยลูกแมวคงอยากเห็นแก เดี๋ยวเรื่องที่โรงเรียนพวกฉันจัดการเอง” ทิกเก็ตพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ผมจึงยิ้มขอบคุณพวกมันและส่งกุญแจรถของผมให้มันไป

“งั้น ฉันพายางลบไปหาอะไรกินก่อนนะ นี่ก็เที่ยงแล้ว เดี๋ยวเป็นลมไปอีกรอบจะแย่” ผมพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วอชิก็พายางลบออกไป

“ฉันขอโทษจริงๆนะที่ดูแลไซน์ไม่ดี ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันตลอดแท้ๆ แต่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย” ผมพูดขึ้นหลังจากที่เงียบกันไปสักพัก

“ไม่เป็นไรหรอกฮะพี่ชาย เจ้เขาก็เป็นแบบนี้ ไม่ชอบทำให้คนอื่นลำบากใจ แต่อีกนัยหนึ่งก็คือเป็นพวกปากหนักนั่นล่ะ...” แทนเจนต์หันมาพร้อมกับกวักมือเรียกให้ผมไปนั่งข้างๆ

“พี่ชายมานั่งเถอะฮะ ผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาเฝ้าเจ้ พรุ่งนี้ก็วันเสาร์ด้วย”

“อืม พี่ชายว่าเอาหนังสือมาด้วยก็ดีนะ เพราะถ้าเจ้ของแทนตื่นขึ้นมาต้องอยากอ่านสอบแน่ๆ” ผมจับมือข้างหนึ่งของเธอมากุมไว้แน่น

“พี่ชายชอบเจ้มากเลยหรอฮะ?”

“ตอนแรกแค่สนใจที่เธอแตกต่างจากคนอื่น แล้วมันก็ชอบขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้บอกได้เต็มปากเลยว่าพี่ชาย รัก เจ้ของแทนเข้าแล้วแหละ” ผมตอบยิ้มๆพลางมองหน้าของเธอตลอดเวลา หวังว่าความรู้สึกนี้จะส่งไปถึงเธอ

“ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยว่าพี่ชายหล่อๆจะมาสนใจผู้หญิงเย็นชาอย่างเจ้ ฮ่าๆๆๆๆ แต่เจ้ขี้ใจอ่อนมากเลยฮะ อ้อนหน่อยๆก็ยอมแล้วล่ะ ฝากเจ้แปบหนึ่งนะฮะ เดี๋ยวผมรีบมา” ผมได้แต่นั่งยิ้มกับคำพูดของแทนเจนต์แล้วก็กลับมาสนใจเธอ

“ไซน์ฮะ รีบๆตื่นนะ ผมมีเรื่องจะบอกไซน์เยอะแยะเลย ทั้งเรื่องตอนที่อยู่อนุบาล...” น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆหลั่งออกมาที่ละหยดก่อนจะกลายเป็นสายละหยดลงที่หลังมือของเธอ 

“...ผมเอาอมยิ้มมาคืนตามสัญญาแล้วนะ ตื่นมารับมันและรับความรู้สึกของผมสิครับ” ผมจูบหลังมือของเธออย่างแผ่วเบาและนั่งมองเธอจนผล็อยหลับไป

       Cosine Talk :

       นี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย ฉันตกบันไดไม่ใช่หรอ? แล้วฉันมาอยู่ที่ร้านขนมโบราณที่อยู่ข้างโรงเรียนอนุบาลได้ยังไง

“นี่ เธอน่ะ” เสียงเล็กๆของเด็กผู้หญิงที่คุ้นอย่างประหลาดทำให้ฉํนหันไปมอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือ...ตัวฉัน! ก่อนจะหันไปอีกทางที่เด็กหญิงตัวน้อยเรียกก็พบกับเด็กผู้ชายผมทองที่กำลังทำหน้าตาประหลาดๆเหมือนเห็นผีก็ไม่ปาน

“ทำหน้าอะไรตลกจัง อ้ะ เราให้ กลับมาแล้วต้องเอามาคืนเรานะ” เธอส่งอมยิ้มอันใหญ่ให้กับเขา แล้วส่งยิ้มให้

“อื้ม เราสัญญา” เด็กชายคนนั้นรับคำแล้วหันหลังออกไป เหมือนแผ่นฟิล์มเล่นย้อนกลับไปในวันแรกของการเรียนชั้นอนุบาลของฉัน

“เราชื่ออัลฟา เราขอเล่นกับไซน์กับยางลบดะ...” แล้วฉันก็เดินหนีเขาทันที

“นี่ เล่นอะไรหรอ” ฉันก็เมิน

“...วันพรุ่งนี้อัลฟาต้องย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศแล้วนะจ๊ะ...” คุณครูอนุบาลบอกกับเด็กๆทุกคน ฉันคิดได้แค่ว่าต้องหาอะไรให้เขาแล้วพอเขากลับมาก็ให้เขาเอามาคืน พอออกจากโรงเรียนไปเจออมยิ้มน่ากินก็เลยซื้อให้เขาไป

ฉันได้แต่ยืนยิ้มกับตัวเอง และทุกอย่างก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงของใครบางคนที่เข้ามาในโสตประสาท

“ไซน์ฮะ รีบๆตื่นนะ ผมมีเรื่องจะบอกไซน์เยอะแยะเลย ทั้งเรื่องตอนที่อยู่อนุบาล...” บางอย่างที่เปียกๆชื้นๆหยดลงที่หลังมือของฉัน

“...ผมเอาอมยิ้มมาคืนตามสัญญาแล้วนะ ตื่นมารับมันและรับความรู้สึกของผมสิครับ” สัมผัสร้อนๆที่หลังมือทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนช็อต สักพักก็เหมือนมีแสงกระแทกเข้ามาในตา ฉันกระพริบตาถี่ๆเพื่อใช้ชินกับแสงรอบตัวแล้วหันไปมองมือข้างหนึ่งที่รู้สึกเหมือนจับอะไรไว้

       ฉันยิ้มขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเขา เป็นยามที่ไม่ดีเอาซะเลยนะ นั่งเฝ้าอยู่แต่ดันหลับซะอย่างนั้น  ฉันขยับมือเล็กน้อยแล้วเขาก็สะดุ้งตื่นทันที

“ไซน์ฮะ ไซน์ฟื้นแล้ว” นายนั่นโผเข้ากอดฉันทันที ฉันได้แต่นั่งอึ้ง ตอนแรกกะจะผลักเขาออก แต่รู้สึกเหมือนมีหยดน้ำเปียกๆที่ไหล่ทำให้ฉันกอดตอบและลูบหลังเขาเบาๆ

“ร้องไห้ทำไม?”

“เพราะไซน์นั่นแหละ ทำไมไม่บอกผมล่ะฮะว่าโดนแกล้ง ถ้าไซน์เป็นหนักมากกว่านี้ผมจะทำยังไง”

“ฉะ ฉันไม่อยากให้นายลำบากใจ”

“ตอนนี้ผมลำบากใจมากกว่า ผมไม่ต้องการให้ไซน์มาดูแลผมนะฮะ ผมต้องการดูแลไซน์ต่างหาก” อัลฟาคลายกอดแล้วสบตาฉันนิ่ง

“ฉันขอโทษ...ที่ทำให้เป็นห่วง” ฉันก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมก็ขอโทษที่ไม่ได้สังเกตอะไรเลย” เราส่งยิ้มให้กัน ฉันนึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้แล้วพูดออกไปว่า

“จะเบี้ยวสัญญาใช่มั้ย? เราบอกว่าถ้ากลับมาต้องเอาอมยิ้มมาคืนยังไงล่ะ” เขานั่งอึ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาและหยิบอมยิ้มอันนั้นออกมาจากกระเป๋า ตอนนี้มันคงละลายไปบ้างแล้วล่ะ เพราะรูปร่างของมันเปลี่ยนไปนิดหน่อย

“เราเอามาคืนแล้วนะ เราจะไม่ไปไหนอีก”

“สัญญา?”

“เราสัญญา” อัลฟาจูบที่หน้าผากฉันเหมือนยืนยันสิ่งที่พูด

ปัง!

“เจ้ฟื้นแล้วหรอฮะ ผมได้ยินเสียงคนคุยกัน เอ่อ...” แทนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วก็ยืนอ้าปากค้างอยู่ใกล้เตียง

ฉันรีบผลักอัลฟาออกทันที หน้าของฉันยังร้อนๆอยู่เลย ส่วนนายนั่นก็ยืนยิ้มแฉ่งเชียว ไม่มีอายเลยนะนายเนี่ย- -*

“มาแล้วหรอน้องชาย” แล้วหันไปพูดกับแทนพร้อมส่งยิ้มให้ทันที

“อ่าฮะ พี่ทำอะไรกัน ผมมาขัดจังหวะรึป่าว?” ไอ้น้องชายฉันก็ทำหน้าซื่อแต่ยิ้มล้อเลียน เดี๊ยะๆ น่าตีจริงๆ

“ก็นิดหน่อยนะ แต่ไม่เป็นไร พี่ชายให้อภัย” เอา เอาเข้าไป - -* เข้ากันดีจริงๆ

“หอบอะไรมาเยอะแยะน่ะแทน” ฉันถามเพื่อจบเรื่อง เพราะดูท่าทางสองคนนี้จะอยากคุยเรื่องนี้กันต่อ

“ก็เสื้อผ้าของเค้ากับหนังสือของเจ้ไง พี่ชายบอกว่าเจ้ต้องอยากอ่านหนังสือแน่ๆ” ฉันพยักหน้ารับ แล้วอยู่ๆเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นอีก คนที่เข้ามาก็คือ ยางลบ อชิ แล้วก็ทิกเก็ตกับไทเกอร์นั่นเอง

“ฟื้นแล้วหรอแก ฉันเป็นห่วงแทบตาย” ยางลบถลามาที่เตียงและจับมือฉันไว้แน่น ฉันยิ้มตอบเล็กน้อย

“หายไวๆนะไซน์ ไม่อย่างนั้นยางลบไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือสอบแน่” อชิที่เดินมายืนด้านหลังยางลบพูดขึ้น

“ผมจัดการเรื่องที่โรงเรียนให้เรียบร้อยแล้วนะ สบายใจได้ ยัยลิลลี่นั่นโดนตำรวจลากไปแล้ว ข้อหามีเจตนาทำร้ายร่างกายน่ะ” ทิกเก็ตพูดพลางยิ้มแยกเขี้ยว

“รีบๆหายจะได้ไปสอบนะยัยลูกแมว” ไทเกอร์บอกสั้นๆตามแบบฉบับของเขา

“งั้น ผมไปส่งพวกนี้ก่อนนะ ไปเอาเสื้อผ้าด้วย” อัลฟาควงกุญแจรถและกำลังจะเดินออกไป แต่ฉันสะดุดตรงที่ว่า ไปเอาเสื้อผ้านี่ล่ะ

“เดี๋ยว นายจะเอาเสื้อผ้ามาทำไม?”

 “มาเฝ้าไซน์ไงฮะ” แล้วก็ออกไปทันที

“ท่าทางพี่ชายจะชอบเจ้จริงๆนะเนี่ย” แทนพึมพำๆก่อนจะไปอาบน้ำและจองที่นอนบนโซฟา ฉันจึงล้มตัวลงนอนอีกครั้งก่อนจะหลับไป

       เช้าแล้วหรอเนี่ย วันนี้วันเสาร์สินะเริ่มอ่านหนังสือสอบดีกว่า ฉันพลิกตัวไปอีกด้านและรู้สึกเหมือนมีลมร้อนๆมาสัมผัสที่หน้า ฉันรีบลืมตาขึ้นแล้วก็พบกับ ไอ้รังสีแป๊ะยิ้มนอนอยู่ข้างๆฉัน ฉันรีบสะกิดให้เขาตื่น แต่เขากลับปัดมือฉันออกและกอดฉันอย่างเนียนๆ ฉันดิ้นเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่สะทกสะท้านสักนิด แกล้งกันรึป่าวเนี่ย ฉันนอนจ้องเขาอย่างสงสัยก่อนจะมองเขาด้วยความสนใจ

       Alpha Talk :

       ผมนอนหลับตาอยู่บนเตียงคนไข้ เมื่อคืนตอนผมกลับมาไซน์กับแทนหลับไปแล้ว ผมจึงเข้าไปอาบน้ำ ตอนแรกผมคิดว่าจะปูผ้านอนที่พื้น แต่คิดไปคิดมา นอนใกล้คนรักท่าทางจะดีกว่า ผมเลยเลือกที่จะนอนกับเธอยังไงล่ะ

       อันที่จริงผมตื่นนานแล้วล่ะ แค่อยากรู้ว่าเธอจะทำยังไงถ้าเห็นผมนอนใกล้ๆแบบนี้ ในตอนแรกที่เธอสะกิดปลุกผมก็เป็นเรื่องปกติตามที่ผมคิดไว้ แต่ตอนนี้เธอนอนจ้องผมอยู่ ผมชักจะรู้สึกอยากถอดรูปเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ซะแล้วสิ

       จุ๊บ! ผมจูบแก้มเธอเบาๆแล้วลืมตาขึ้นมามองเธอที่มองผมอย่างอึ้งๆสักพักหน้าเธอก็เริ่มแดงขึ้นๆ แล้วเธอก็ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดและมองค้อนผม ผมหอมแก้มเธอไปอีกฟอดใหญ่ รอบนี้เธอทุบอกผมรัวๆ แต่ผมไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ผมทำท่าจะหอมแก้มเธออีก เธอรีบดันหน้าผมออกพร้อมกับพูดแบบอ้อนๆว่า

“พอแล้วน่าอัลฟา พอแล้วนะ” ผมยิ้มให้และลุกขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง

“หยิบหนังสือให้หน่อยสิ ฉันอยากอ่านหนังสือสอบ”
“เอาสิฮะ ติวให้ผมด้วยนะ”

       วันสอบสิ้นสุดไปแล้ว ชีวิตม.ปลายก็จบลงแล้วเช่นกัน ผมกำลังเดินไปส่งไซน์ที่บ้านแต่เธอบอกว่าเธออยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านป้าไบที่อยู่แถวๆโรงเรียนอนุบาลของพวกเรา จึงเปลี่ยนไปอีกทาง เพราะบ้านไซน์อยู่คนละซอยกับร้าน เมื่อกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จพร้อมกับซื้อกลับไปฝากแทนเจนต์อีกถุง เราสองคนก็เดินอ้อมเพื่อที่จะไปบ้านของไซน์

“เฮ้อ ผมต้องอยู่คนละมหาลัยกับไซน์แล้วสินะ”

“อื้ม” เธอตอบพลางหันหน้าไปมองรอบๆ

“ไซน์ห้ามให้คนอื่นมายุ่งด้วยนะฮะ ห้ามให้ใครจีบนะ” เพราะผมรู้ว่าไซน์ไม่มีทางจีบใครแน่

“คิกๆๆๆ ฉันจะให้ใครจีบล่ะ ฉันมีเจ้าของคอยเฝ้าแล้วนี่นา” ผมทำหน้างงๆให้เธอทันที

“ฉันได้โควตาจากมหาลัยที่นายไปสอบ เพราะฉะนั้น ฉันก็ไปอยู่กับนายไง” เธอส่งยิ้มกว้างให้ผมทันที รอยยิ้มที่ผมหลงใหล ผมไม่ยอมให้ใครแน่ๆ

“หลอกผมได้นะ แล้ว...ห้ามยิ้มให้ใครเด็ดขาดนะฮะ ผมหวง!” เธอหัวเราะกับคำพูดเอาแต่ใจของผมทันที

“ไม่รู้ ดูเอาเองแล้วกัน” ผมกับเธอเดินจูงมือกันกลับไปที่บ้านของเธอ ผมส่งเธอที่ประตูบ้าน เพราะเธอไม่เคยยอมให้ผมเข้าไปน่ะสิ

“เข้ามาสิ” ผมหูผึ่งทันที ผมไม่ได้ฝันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย  แต่เมื่อเข้ามาผมก็เข้าใจว่าทำไมวันนี้เธอถึงยอมให้ผมเข้าไป เพราะยางลบ อชิ ไอ้ทิกเก็ต แล้วก็ไอ้ไทเกอร์มารอฉลองกันอยู่ที่บ้านแล้วไงล่ะ ร้ายจริงๆ

“ฟอด! ผมรักไซน์นะฮะ” ผมเลยเอาคืนโดนการหอมแก้มพร้อมกับบอกรักให้เพื่อนๆรวมทั้งน้องชายของเธอร่วมเป็นสักขีพยานซะเลย ทุกคนมองอย่างอึ้งๆเล็กน้อยและยิ้มอย่างล้อเลียน ส่วนเธอก็ยืนก้มหน้างุดๆอยู่นี่ไงล่ะ น่ารักจริงๆเลยฮะ เธอสะกิดแขนพร้อมกับเรียกให้ผมก้มลงมาแล้วกระซิบเบาๆว่า “ฉันก็รักนาย” ผมจึงจับมือเธอและไปร่วมวงกับเพื่อนๆ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทำให้เราส่งยิ้มให้กัน นี่ล่ะ ความสุขของผม ความสุขที่ผมรอมานาน”………………………The end

ผลงานทั้งหมด ของ เจ้าหมีแพ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 กันยายน 2556 / 13:33
    จะพยายามแต่งนะคะ แฮ่ๆ><
    #7
    0
  2. วันที่ 23 กันยายน 2556 / 23:57
    สนุกมากเลยครับ ไว้จะอ่านเรื่องอื่นต่อนะครับ แต่ขอเป็นเรื่องสั้นนะครับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กันยายน 2556 / 00:03
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 24 กันยายน 2556 / 00:05
    #6
    0
  3. วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 19:01
    แฮ่ๆ ไม่ยาวมะว้าก ขนาดนั้นหรอกจ้า><
    #5
    0
  4. วันที่ 20 สิงหาคม 2556 / 21:18
    ยะ......ยาวมะว๊าก ขนาดเป็นแค่เรื่องสั้น =_,= แต่เข้ามาโพสต์ไว้เฉยๆ ยังไม่ได้อ่าน แจมไปทั่ว.............ตลอด...

    _____________________________________________________________________________
    PS. -ข้านั้นเป็นมือหนึ่งในงานศิลป์อย่าคิดจะเทียบเทียมกันคนเยี้ยงข้าเป็นอันขาด!
    #4
    0
  5. วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 10:03
    คร้าจะรอติดตามค่ะ แล้วอย่าลืมส่งข่าวมาบอกกันบ้างนะ
    #3
    0
  6. วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 16:30
    ขอบคุณค่ะ>< ตอนนี้กำลังพยายามแต่งเรื่องอื่นอยู่ เอาใจช่วยด้วยน้าาาาาาา
    #2
    0
  7. วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 11:16
    like สนุกค่ะ
    #1
    0