[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 5 : [Short][if...]Sinful boy n' Fallen saint (Doflamingo x Crocodile) {1/2}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    2 พ.ค. 58

*คำเตือน เนื้อหาของตอนสั้นนี้
มีตัวละครOC และ เป็นเพียงเนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น
ผู้เขียนมิได้มีเจตนาทำให้เกิดการเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น
โปรดใช้จักรยานในการรับชม*

 




[Short][If…]เด็กบาปหนา และ เซนท์ตกสวรรค์— (Doflamingo x Crocodile)
 

[I]

 

 

            ท่ามกลางซากเมืองที่เคยรุ่งเรืองที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวเค้าโครงชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหล่าผู้คนมากมายต่างโห่ร้องดีใจ ตื้นตัน เต้นแร้งเต้นกาไม่รู้วันรู้เวลาอย่างกับคนคุกที่ได้หลบหนีออกมาเห็นแสงตะวันอีกครั้งก็มิปาน

 

            ภาพบรรยากาศที่เห็นแล้วชวนให้มีความสุข— มันไม่ได้อยู่ในสายตาของชายผู้มาเยือนแม้แต่น้อย

 

            ร่างสูงโปร่งในชุดสูทธรรมดาคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีหม่นหยาบๆปิดบังใบหน้าลักลอบเดินฝ่าฝูงชนที่ยินดีตามพื้นที่โดยรอบเพื่อไปยังรอบนอกของเกาะอีกฟากหนึ่ง

 

            เดรสโรซ่าพินาศแล้ว— ทุกอย่างจะกลับสู่วันคืนที่แสนสงบอย่างที่มันควรเป็น

 

            และตอนนี้ตัวการก็กำลังนอนหงายหมดสภาพบนพื้นหินโสโครกนอกเกาะ

 

            “...จะมา เยาะเย้ย— หรือว่าฆ่าฉันกันล่ะ”เจ้าของใบหน้าเฉยเมยที่นอนเลือดเลอะเกรอะกรังทั่วร่างกาย ฝ่ายคนถูกถามหลุบดวงตาสีทองมองอดีตราชาผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ด้วยความรู้สึกหลากหลายก่อนจะตัดสินใจลงไปนั่งข้างๆตัวชายคนนั้น “ฟุฟุฟุ... ใจดีจังเลยนะ เซอร์ คร็อกโคไดล์...”

 

            “...”

 

            มือหยาบหยิบซิกก้าราคาแพงออกจากปากพลางพ่นควันกรุ่นๆออกมาอย่างแผ่วเบา ไม่อยากพูดอะไร ไม่อยากอธิบายอะไร เขาแค่มานั่งชมความน่าสมเพชของละครโรงนี้เท่านั้น— เขาบอกกับตัวเองว่าแบบนั้น ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดในใจไม่น้อยก็ตาม

 

            “...ฉันสะใจมาก ที่เจ้าหมวกฟางทำแกกับสิ่งที่แกฝันไว้พังทลายลงได้แบบนี้”

 

            เปรยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาแบบที่จระเข้ทรายมักทำประจำ “เพราะมันเลย— ทำให้หนี้แค้นฉันกับนายมันจบลงแค่นี้”

 

            “ฟุฟุฟุ...อะไรกัน ยังยึดติดกับการตายของหมอนั่นอีกเหรอ...”

 

            “แกฆ่าเขา โดฟลามิงโก้”คนอายุมากกว่ากดเสียงเข้ม “และนั่นคือคำอธิบายเหตุผลทั้งหมดว่าทำไมความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแกไม่ใช่ความรัก...”

 

            อดีตราชาแห่งเดรสโรซ่า— ปิศาจสวรรค์— หลับตาลงยิ้มอย่างอ่อนล้าพร้อมกับยกแขนก่ายหน้าของตัวเองเงียบๆ ปล่อยให้กระแสลมของยุคใหม่แผ้วพัดผ่านผิวกาย...

 

            “อยากรู้จังเลยนะ...”

 

            ท่านเซอร์ของเราในอดีต ผ่านอะไรมาบ้างนะ...

 

 

 

 

            ตอนเด็กๆไม่ใช่อดีตที่น่าจดจำนักสำหรับคร็อกโคไดล์ แต่ไม่ได้นับว่าแย่จนถึงขั้นต้องการลบมันออกไป

 

            เขาตอนนั้น— ก่อนที่จะได้รับยศท่านเซอร์— เติบโตมาในสถานที่ๆเสื่อมโทรมที่สุดในอีสต์บลู เป็นเกาะที่ไม่มีเมือง มีเพียงซากปรักหักพังและเด็กถูกทิ้งมากมาย...ใช่ ที่นี่เหมือนเป็นเมืองขยะแสนทุเรศที่พอใครไม่ต้องการอะไรก็โยนทิ้งได้อย่างง่ายดาย ไม่มีเหลียวหลังมอง...

 

            เฮอะ แล้วไอ้เขาก็ดันเป็นหนึ่งในนั้นด้วย...ต้องอยู่ที่นี่ตั้งแต่5ขวบยันจะปาเข้าไป12แล้ว

 

            7ปีแห่งความบัดซบที่ต้องหาของมาประทังชีวิตเน่าๆเหมือนหมาข้างถนนแบบนี้ใครจะไปชอบ แต่พวกบ้านที่เคยเลี้ยงเขาไว้ดันไปทำอีท่าไหนไม่รู้ก็พูดออกมาว่าเขาเป็นเด็กบาปหนา จากนั้นก็โยนโครมใส่เรือขยะซึ่งส่งตรงมาที่นี่ทันที

 

            บัดซบ...

 

            เดินเตะฝุ่นอย่างหงุดหงิดระหว่างเดินขึ้นมาที่ยอดผาสูงที่สุดของที่นี่และอยู่ติดทะเล ที่นี่เป็นที่เดียวที่ คร็อกโคไดล์รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด มันปลอดภัย กลิ่นไอของทะเลอบอุ่นและกรุ่นไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ปัดเป่าความรู้สึกหงุดหงิดไปจนหมด

 

            นอกจากนั้นยังมีอีกเรื่อง... สายตาไล่ลงมาเห็นร่างๆหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิรอเขาอยู่พร้อมกับถุงผ้าซึ่งยัดอะไรไว้ในนั้นมากมาย “ขนาดตามองไม่เห็นแล้วยังได้มาเยอะเลยนี่ ฮ็อกซ์เวิร์ด”

 

            เจ้าของชื่อหันมาทางเด็กชายพร้อมกับยิ้มเนือยๆ “น่ะ...มองไม่เห็นมาตั้งสี่ปีก็ต้องมีประสบการณ์บ้างสิ...นายล่ะคร็อค”

 

            ฮ็อกซ์เวิร์ดคือชื่อของเด็กชายวัยเดียวกันกับเขา มีผมสีดำอมเทาคล้ายสีควันเถ้ารวมหางม้าสั้นไว้ที่หลังท้ายทอย แต่งตัวเชิ้ตขาดๆเปิดกว้างกับกางเกงสีดำขาสามส่วนและรองเท้าแตะงี่เง่าๆหนึ่งคู่ ต่างจากคร็อกโคไดล์ที่แม้จะอยู่ในแดนขยะแต่ก็สรรหาเสื้อผ้าดูดีมีราคามาให้ตัวเองใส่ได้เสมอ ยังไม่รวมปืนพกที่เหน็บข้างตัวนั่นอีก

 

            แต่เพราะนิสัยติดดินสบายๆอย่างฮ็อกซ์เวิร์ดนี่ล่ะที่ทำให้เขาญาติดีกันได้ “มีเสื้อมาให้แกด้วย”

 

            “ไม่ต้องก็ได้มั้ง...”เบ้ปาก เขารู้ดีว่าไอ้เสื้อที่คร็อกโคไดล์หาได้มันจะต้องเป็นเสื้อหรูๆที่โดนทิ้งมาแต่สภาพใช้ได้ดีแถมยังต้องใส่ทับกันเยอะชั้นจนร้อนอีก “ในถุงที่ฉันหาได้ทั้งหมดเป็นอาหารที่ยังไม่ได้สภาพแย่...น่ะนะ?”

 

            “ไม่มีกลิ่นก็พอน่า เลือกมากได้ที่ไหน”

 

            ก็จริง... เด็กชายไหวไหล่ตอบคำเพื่อน ถ้าหากตาของเขายังใช้ได้คงพอดูออกตั้งแต่ไกลๆแล้วว่ากินได้หรือไม่ได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งคัดแยกกันอย่างงี้

 

            พวกเขาหยิบอาหารออกมาคัดแยก โดยหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของจระเข้น้อยทำการตรวจดูด้วยสายตาก่อนจะส่งมันให้กับเพื่อนร่วมชะตากรรม แม้ว่าจะต้องตรวจแต่ของที่ถูกทิ้งมาจากขยะลูกคนรวยที่มีนิสัยพอไม่อยากกินก็ทิ้งทันทีมันก็มีสภาพใช้ได้เยอะอยู่เหมือนกัน

 

            “เฮ้ คร็อก...”

 

            ระหว่างกำลังกินข้าวนั้นฮ็อกซ์เวิร์ดก็เอ่ยเรียกเพื่อนของตน “ตอนนี้เราก็เก็บไม้ได้ตั้งเยอะตั้งแยะพอจะทำเรือได้แล้ว นายคิดว่าเราจะไปไหน?”

 

            คร็อกโคไดล์ใช้เวลาคิดเล็กน้อย

 

            “คงจะสักที่นั่นแหล่ะ...ที่ๆไม่ใช่เมืองเน่าๆนี่”

 

            “งั้นเหรอ...”เงียบไปอีกอึดใจก่อนจะเอ่ยต่อ “นาย อยากผจญภัยรึเปล่า?”

 

            “หืม?”

 

            ผจญภัย... นั่นสินะ เขาก็คิดเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้วหลังจากได้เห็นโจรสลัดเทียวไปเทียวมานอกน่านน้ำสู้รบตบมือกับทหารเรือบ่อยๆ ตอนถือดาบคัตลาสเข้าฟาดฟัน โหนตัวจากกราบเรือไปเรือศัตรู มีลูกน้องมากมายโห่เฮอย่างบ้าคลั่ง มันดูแล้วน่าตื่นเต้นไม่น้อย

 

            เหมือนประสบการณ์ทำให้เพื่อนตัวดีอ่านบรรยากาศออก “อยากเป็นกัปตันล่ะซี่”

 

            “เหอะๆ ก็มันดูเจ๋งนี่...ไม่คิดแบบนั้นบ้างเหรอ”

 

            “มันก็ฟังดูสนุกนั่นแหล่ะ แต่ว่านะ...”เด็กชายผมสีขี้เถ้าขยับถ้วยซุปในมือเล่นอย่างลำบากใจ “ฉันตาบอด...คนตาบอดมันก็คงเป็นตัวถ่วงซะเปล่าๆล่ะน่ะ”

 

            “อย่าพูดแบบนั้นเซ่...”แต่ความหงุดหงิดกลับได้รับเสียงหัวเราะตอบกลับมา “หัวเราะอะไร!”

 

            “ขอบใจนะ”

 

            “หา...?”

 

            เด็กชายผมดำได้แต่ทำหน้าไม่ถูก ทั้งจะเคืองก็เคืองทั้งจะมึนก็มึน...ตามอารมณ์เพื่อนเกลอของตัวเองไม่ถูก ตอนนี้ที่ทำได้ก็เพียงแต่นั่งเงียบรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ

 

            ฮ็อกซ์เวิร์ดวางถ้วยซุปที่ทานหมดแล้วลง “ชีวิตสนุกขึ้นเยอะจริงๆตอนเจอนายน่ะ คร็อก...แต่ชีวิตที่ฉันคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับฉันที่สุดไม่ใช่การผจญภัยไปในทะเลสุดหล้าฟ้าเขียวนั่น— นายก็รู้ว่าฉันชอบทำอะไร”

 

            ใช่...รู้ และรู้สึกเซ็งมากด้วย

 

            หมอนี่ชอบเลี้ยงเด็ก...

 

            เห็นอย่างนี้แล้วก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ฮ็อกซ์เวิร์ดแม้จะเป็นเด็กที่ถูกทิ้งมาเหมือนกับคนอื่นๆ แต่กลับมีนิสัยขี้สงสารและชอบยื่นมือเข้าไปสอดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเด็ก ทั้งๆที่มันก็เป็นเด็กแท้ๆ... แต่เขาก็พอรู้แหล่ะว่ามันเป็นเพราะอะไร

 

            เพื่อนเขาเคยบอกว่าพ่อของตัวเองเคยเป็นทาสที่มารีจัวร์

 

          พ่อของฉันเคยเป็นทาสบนนั้นเล่าออกมาโดยไม่อายปาก มีแต่รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของฮ็อกซ์เวิร์ดยามเล่าเรื่องนั้นออกมาราวกับภูมิใจนักหนา แต่ว่าเขาได้อยู่กับตระกูลที่ดี...รู้จักไหม ดองกีโฮเต้น่ะ...ใช่ คุณท่านกับคุณนายเขาใจดีมาก ไม่ประทับตรามังกรฟ้าแถมยังส่งพ่อกลับมาด้วย’

 

          แล้วพ่อนายก็ดันทิ้งนายเนี่ยนะ? เฮอะ

 

          เฮ้ย! รีบว่ะคร็อก ฟังให้จบดิโดนชกไหล่แกล้งไปหนึ่งครั้ง เลยมีการเอาคืนกันนิดหน่อยแต่ไม่นานก็หยุด พอตอนที่พ่อกำลังจะกลับมาเขาก็เลยแกล้งถามไปว่า พวกเขาเป็นSaintรึเปล่า...ซึ่งพวกเขาก็ทำแค่หัวเราะนั่นแหล่ะแต่ไม่ได้ตอบอะไร พ่อบอกว่าเขาทำแค่ตบบ่าแล้วพูดส่งเขาเท่านั้น

 

          พูดส่งว่า?’

 

          เราไม่ใช่ทั้งพระเจ้าหรือเซนท์อะไรทั้งนั้น เราก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกท่าน...และเพราะเราเป็นมนุษย์นั่นแหล่ะเราจึงอยากมอบความเกื้อกูลให้พวกท่าน ไม่ใช่ความทารุณ

 

            นั่นแหล่ะเป็นอันจบเรื่องในวันนั้นไปโดยที่คร็อกโคไดล์ไม่อยากฟังอะไรน้ำเน่าต่อ พอหายเอียนจากวันนั้นแล้วถึงได้ถามว่าตกลงทำไมฮ็อกซ์เวิร์ดถึงโดนไล่มาแดนขยะนี่ เรื่องหลังจากนั้นก็คือพ่อของฮ็อกซ์เวิร์ดไปอาศัยอยู่ที่โบสถ์และรับเด็กมาเลี้ยงมากมายแต่พวกรัฐบาลโลกสั่งล่าหัวผู้ชายคนนั้น การจะอยู่อย่างปลอดดภัยจึงทำให้ฮ็อกซ์เวิร์ดมาอยู่ที่นี่

 

            สรุปง่ายๆ รัฐบาลโลกมันหมายหัวทั้งตระกูลนี้...

 

            “ฉันว่าจะลองสู้อยู่ที่นี่แล้วช่วยคนอื่นๆดู”

 

            งี่เง่าชะมัด อย่างกับว่ามันทำได้ง่ายๆงั้นแหล่ะ...ฟังคำพูดพวกนี้แล้วแอบแสลงหูไม่น้อยแต่ก็พูดอะไรไม่ได้— ความใจดีพิลึกนั่นก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งหนึ่งโดยแลกกับการมองไม่เห็นอีกต่อไป

 

            ดวงตาสีฟ้าครามนั่นไม่ได้เกิดต้อหรือความผิดปกติอะไรขึ้นมา มันยังเป็นตาที่สุกใสและบ่งบอกอารมณ์ ความจริงใจของเจ้าของออกมา...แต่ที่มันมีปัญหาน่าจะเป็นเพราะเส้นประสาทบางอย่างหลังโดนพวกอันธพาลทุบเข้าอย่างจังนั่นล่ะ

 

            จะมีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมก็คงต้องแล้วแต่หมอฝีมือดีจะรักษาให้

 

            “แน่ใจแล้วรึไง อยู่ที่นี่แกไม่มีทรัพยากรณ์หรือของเพียงพอจะช่วยคนจำนวนมากได้หรอกน่ะ”เพราะเป็นคนที่มองการณ์ไกลมาแต่เด็กคร็อกโคไดล์จึงพูดเสนอขึ้นมา “อย่างน้อยออกจากเกาะนี่ไปตั้งหลักที่อื่นแล้วค่อยกลับมาน่าจะดีกว่า— โอเค แกไม่ต้องออกเรือกับฉันก็ได้ แต่ฉันสัญญาว่าถ้าฉันมีอำนาจมากพอฉันจะส่งทั้งเงินทั้งวัสดุ ของกินอะไรพวกนั้นไปให้ จะตั้งโบสถ์เซนท์อะไรก็เรื่องของแกเลย”

 

            “อื้อหือ เหมือนโดนประชด”พูดล้อทันควัน

 

            “เฮ้ย ฉันพูดคำไหนคำนั้นไม่คือคำ!”คร็อกโคไดล์แย้งทันที

 

            “งั้นเหรอ งั้นก็ขอบใจที่เป็นห่วง ไอ้เกลอ…”หัวเราะร่าพลางเอื้อมมาล็อกคอเขาเล่นอย่างสนิทสนม แต่ถึงอย่างนั้นจระเข้โหดก็ไม่ค่อยพอใจอยู่ดีจึงเกิดการเล่นหมัดมวยล้มกลิ้งระเนระนาดกันไป ถึงกระนั้นท้ายที่สุดทั้งเด็กบาปหนาและเด็กตาบอดก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

            กึก...แซ่กๆ...

 

            หลายวันต่อมาทั้งสองหนุ่มก็ได้แยกย้ายกันหาสเบียงอีกครั้ง คร็อกโคไดล์ออกไปไกลจากผาอีกแล้วในขณะที่ฮ็อกซ์เวิร์ดนั่งๆเขี่ยๆของอยู่แถวๆริมหาดใกล้ผา— และขณะนี้เขาก็เจอกับสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้แตะมันเข้าเสียแล้ว “เจ๋งชะมัดเลยน้า...ผิวสัมผัสแบบนี้— อาจจะเป็นทรายก็ได้สินะ”

 

            มันคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีพลังอำนาจทั่วโลกสามารถโลดแล่นและต่อกรผู้อื่นในทะเลอันกว้างใหญ่นี้ได้ ...ผลไม้โชคชะตา ผลปิศาจ...

 

            “คร็อกต้องดีใจแน่...”

 

            “เฮ้ย!ฮ็อกซ์!เก็บของเถอะเร็วเข้า!!”เสียงตะโกนร้องจากบนผาทำเอาเขาสะดุ้งเกือบปล่อยผลไม้หน้าตาประหลาดนั่นหลุดมือ

 

            นานๆทีจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น— เอาจริงๆนี่เป็นครั้งแรก— ที่คร็อกโคไดล์ตะโกนสั่งเขาพร้อมกับเรียกให้เอาของวิ่งหาแพที่ทำเสร็จเมื่อคืนวาน ได้ยินเสียงถุงหาบอาหารดังตุบก็วิ่งไปคว้าทันที...ตอนนี้เขาเกือบหลงนิดหน่อยเพราะว่าจำทางบนทรายโล่งแจ้งไม่ถนัดถนี่แต่เงี่ยหูฝั่งเสียงฝีเท้าของเพื่อนดีๆก็พอจะวิ่งตามหลังเล็กๆนั่นทันอยู่

 

            ตาบอดมันลำบาก ดังนั้นเพื่อนเขาจึงต้องช่วยด้วยการกระแทกเท้าดังๆเสมอ

 

            “มะ มาแล้ว!”ได้ยินเสียงแพกระทบฝั่งก็รีบโดดผลุงขึ้นไปบนนั้น “เกิดอะไรขึ้นวะ?”

 

            “ไม่รู้...”เสียงเบาหวิวขาดความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็น “แต่แกน่ะคงไม่อยากเห็นหรอก”

 

            ไม่อยากเห็น...?

 

            แพถูกพายทวนคลื่นและลมออกสู่มหาสมุทรไพศาล โดยที่ไม่อาจรู้เลยว่าเบื้องหลังนั้นมีอะไรอยู่...แต่ไอร้อน กลิ่นไหม้ แรงดัน เสียงกรีดร้อง...มันชัดเจนมากขึ้นเมื่อเขาไม่ใช้ตาสัมผัส รับรู้ถึงเสียงที่หายไปทีละเสียงอย่างน่าหดหู่นั่น...

 

            “เกาะนั่น...ทำไมถึงถูกเผา”

 

            “ไม่รู้”เป็นอีกครั้งที่จระเข้หนุ่มตอบ “รีบกางใบเรือเถอะ ลมกำลังดีเลย...”

 

            “ฮื่อ...”

 

            จับไม้ซึ่งทำเป็นเสากระโดงให้คลี่ผ้าออกรับแรงลมที่ตีพาแพลำน้อยลอยออกห่างจากเกาะ “น่าใจหายชะมัด... เกาะนั่นกำลังร้องไห้ด้วย”

 

            “พูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก กลับไปเราก็ได้แต่ตายเปล่า”

 

            “นั่นสินะ...”

 

 

 

 

 

            หลังนึกถึงเหตุการณ์นั้นท่านเซอร์หนุ่มก็พ่นลมควันซิกก้าออกมา ไฟที่ลามเกาะทั้งเกาะนั่นเกือบได้คร่าชีวิตของพวกเขาทั้งสองไปแล้ว พอมาถึงเกาะอีกแห่งหนึ่งที่สงบสุขพวกเขาก็เริ่มตั้งหลักกันใหม่— ทั้งยังได้ผลไม้ปิศาจจากเจ้าเพื่อนบ้านั่นมาอีก เจ้าตัวอธิบายได้เลยว่ามันคือผลซูนะ ซูนะที่เป็นพลังแห่งทราย

 

            อยู่ที่นั่นจนอายุเกือบ20ปีจึงแยกทางกันทำตามสิ่งที่ฝัน... เขาทำสำเร็จ— คร็อกโคไดล์สรุปกับตัวเอง เพราะเขาได้เข้าเป็น1ใน7เทพโจรสลัดถึงแม้จะต้องมีเรื่องระแคะระคายก่อนได้ตำแหน่งก็ตาม

 

            เรื่องที่ว่าคือเรื่องที่ทำให้เขาเกลียดอีวานคอฟ...และ โดฟลามิงโก้...

 

 

 

            เฮ้อ คุณท่านครับ จะติดต่ออะไรหลายๆสาย หืม

 

            วันนั้นเป็นวันหนึ่งหลังจากการประหารโกล ดี โรเจอร์ผ่านพ้นไปได้ไม่กี่ปีเท่านั้น พวกรัฐบาลโลกได้ยื่นผลประโยชน์ใหญ่หลวงอย่างการเป็น1ใน7เทพโจรสลัดให้กับเขา คร็อกโคไดล์ยินดีที่จะรับความเสี่ยงเรื่องการถูกตรวจสอบไม่น้อย...ถ้ามันจะได้ทำให้เขาไม่ต้องหลบหมาอย่างพวกมันระหว่างติดต่อหรือส่งของให้กับเพื่อนสนิทของตัวเองล่ะก็นะ

 

            ตอนได้ยินเสียงของชายหนุ่มวัยไล่เลียกับเขาถามหยอกล้อก็กระตุกยิ้ม “ได้ยินข่าวรึยังหลวงพ่อ?”

 

            เลิกเรียกหลวงพ่อสักทีนา— ฉันก็แค่รับเลี้ยงเด็กเฉยๆเขาฟังแล้วแอบหัวเราะ ก็ได้ยินมาแล้วล่ะ เด็กๆอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง— ให้ตายสิ ทำไมไม่ทำเป็นภาษาเบลล์ให้คนตาบอดบ้างนะ

 

            “ยังไม่ยอมผ่าตัดอีกรึไง”เสียงเรียบ จระเข้ทรายสุดโหดเคยสั่งแล้วสั่งอีกว่าให้มันไสหัวไปหาหมอแล้วผ่าตัดเส้นประสาทใหม่จะได้มองเห็นเสียที สั่งจนจะกลายเป็นพี่ชายค่อยไล่กัดหัวมันแล้ว

 

            ปลายสายหัวเราะคิกคัก เออน่ะ ดูแลเด็กตั้งหลายคนใครจะไปปลีกตัวได้— แล้วจะมาหาไหม? ไม่ต้องห่วงนะ เด็กๆไม่ชอบขี้หน้าแกอยู่แล้วเพราะงั้นไม่กวนใจหรอก

 

            “อืม วางแผนว่าจะ— ...”

 

            “กำลังวางแผนทำอะไรอยู่งั้นเหรอคุณคร็อกโคไดล์...”

 

            “!!” แทบจะวางสายทิ้งอย่างเสียมารยาท ด้านหลังเก้าอี้พักในห้องพักรับรองของชายหนุ่มมีชายคนที่ถูกรับเลือกให้เป็นเพื่อนร่วมตำแหน่งเจ็ดเทพโจรสลัดก้าวเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย

 

            ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้...

 

            ใจแรกก็เกือบจะเหลือกตากับนามสกุลผู้มีพระคุณของเจ้าเพื่อนตัวดีที่ปลายสาย แต่จากท่าทางยียวนของมันแล้ว— ท่าทางว่าจะเป็นแค่เด็กเหลือขอรุ่นลูกของผู้มีพระคุณที่ว่า ไหนจะสไตล์การแต่งตัวทุเรศแสบสันลูกตาและท่าทางการพูดคุยเหมือนเด็กที่ถูกผู้ใหญ่ตามใจ

 

            ไม่น่าคบ...จอมบงการ จอมโกหก...ปากจัดเหลือร้าย..

 

            “เอ้า ตอบกันหน่อยสิ...”

 

            จระเข้ทรายกระแอมอย่างสุขุมก่อนจะเบือนหน้าไปพูดกับปลายสาย “เดี๋ยวจะติดต่อไปอีกที— ระหว่างนั้นอาจจะเป็นชั่วโมง ไม่ต้องต่อสายกลับ”

 

            ‘…’เจ้าแมลงสื่อสารสามารถเลียนแบบสีหน้าปลายสายได้ ทำให้เขารู้ว่าเจ้าฮ็อกซ์เวิร์ดมันกำลังทำหน้าอึกอักพอสมควร ...ไม่นานก็ถอนหายใจยอมแพ้ ‘Aye ,aye sir. Don’t act so mean with your guest.’

 

            แกรก

 

            “มีอะไรก็ว่ามา โดฟลามิงโก้”ตัดฉับเข้าบทสนทนาไม่รีรอ ท่านเซอร์หนุ่มตีสีหน้าสงบนิ่งกึ่งกดดันที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัวภายในห้องพักรับรอง เขาเน้นถามโดฟลามิงโก้ถึงสาเหตุที่เข้ามาหา ไม่มีเยื่อใยจะคุยเล่นในเวลาว่างแม้แต่นิด

 

            ส่วนเจ้านกขนชมพูทำเพียงฉีกยิ้มกว้างอันเป็นเทรดมาร์คสำคัญ “ฟุฟุฟุ อะไรกัน ทำท่าเย็นชาแบบนั้นน่ะ...ทางนั้นก็บอกแกเองไม่ใช่เหรอ ว่าอย่าทำตัวหยาบคายกับแขก น่ะ...”

 

            “...”

 

            “ฟุฟุฟุ เถอะน่า ฉันแค่มาทักทายคนที่ฉันสนใจจะทาบทามเข้ามาในแฟมิลี่เท่านั้น”

 

            “ไม่เข้า หมดธุระแล้ว ฉันกลับล่ะ”ตัดบทสนทนาแบบขวานผ่าซากทั้งหน้าตาเดิมๆนั่นแหล่ะ ร่างโปร่งหยัดตัวลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อโอเวอร์โค้ทสีดำคลุมไหล่พร้อมกับเดินสวนร่างสูงเกือบสามเมตรนั่นออกไป เรือของเขาป่านนี้น่าจะพร้อมสำหรับเดินทางกลับไปที่เกาะนั่น— เกาะนั่นชื่อเกาะโซวาน— แล้วก็จะได้เอาของไปให้ทางเจ้าบาทหลวงขี้สงสารนั่นด้วย

 

            หมับ!

 

            “!!” ข้อมือถูกบีบกระชากด้วยแรงมหาศาลโดยไม่ทันตั้งตัวทั้งยังสลายร่างกลับเป็นทรายหนีไม่ได้ด้วย “เฮ้ย...ปล่อย...”สงบสติพลางเค้นคำพูดออกจากปาก

 

            รอยยิ้มนั่นยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิมจะเห็นฟันครบทุกซี่ ชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังอย่างน่าประหลาดสำหรับท่านเซอร์หนุ่ม “รู้ไหม คร็อกซี่ ...ถ้าทำแบบนี้แกจะโดนโทษหนักเลยนะ”

 

            “โทษบ้าอะไรของแก ไอ้นกจิตหลุด...ปล่อย”ย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังขึ้น

 

            “ไอ้คนที่คุยกับแกเมื่อกี้นี่น่าอิจฉาชะมัดเลยว่าไหม?”นอกจากจะไม่ฟังแล้วยังพูดต่อหน้าตาเฉย ดวงตาหลังแว่นตอนนี้ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังมองเขาด้วยสายตาน่ารังเกียจขนาดไหน “คุยกับจระเข้ทรายอย่างแกแบบสนิทสนม— แถมยังทำแกยิ้มออกมาได้แบบนั้นอีก”

 

            “เหอะ แกจะสื่ออะไรกันแน่...”

 

            “ฟุฟุฟุ...”หัวเราะเจ้าเล่ห์ฉาบด้วยไอสังหารที่คาดไม่ถึง “ไม่อ้อมค้อมก็ได้— ฉันอยากได้ตัวแกว่ะ มาทำข้อตกลงกันดีไหม...ทำนองว่า...”

 

            ถ้าแกมานอนกับฉัน เวอร์จิล ฮ็อกซ์เวิร์ด ก็จะไม่ตายยังไงล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #260 Portgus_D_Cotaru (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:48
    ถึงจะไม่ให้หยาบคายกับแขก แต่แขกก็อย่าหยาบเองดิว่ะคะ-_-;;; โรคจิตกร่างพราวมาก!
    #260
    0
  2. #256 Bonzen Onzai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 00:30
    หุหุหุหุ
    #256
    0
  3. #49 Yui-ya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 17:42
    เฮือก.. รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังดราม่า
    นกขนชมพูบ้า ทำไมนายต้องเป็นตัวการสร้างความร้าวฉานในหลายๆเรื่องด้วย ฮรือ ฮรือ
    ไม่ไหวแล้ว > กดตอนต่อไปซะ!!!
    #49
    0
  4. #33 •Deuculia• (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 18:25
    เสี่ยดาร์คมาเลย - -||| ถถถ
    #33
    0
  5. #27 Sono Chieri (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 01:48
    ตอนพิเศษที่มีอดีตของท่านเซอร์เข้ามาเกี่ยวด้วยงั้นหรอหรอกเนี่ย อิอิอิ
    #27
    0
  6. #24 hello world (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 09:38
    อัพไวสุดๆ55+



    โดฟลามิงโก้ดูโรคจิตมากเลย - -;;

    #24
    0