[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 28 : [AU][If...]Give Your Blood to The King. {Corazon x Doflamingo} [IV]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 พ.ย. 58








            เช้าไม่กี่วันต่อมาหลังจากตกลงปลงใจว่าจะย้ายไปอยู่บ้านของคร็อกโคไดล์ ร่างบางก็ได้รับอนุญาตให้ปลดสายน้ำเกลือและสายให้เลือด แต่กระนั้นก็ยังจำเป็นต้องนั่งบนรถเข็นเพื่อไปส่งที่รถ

 

            ปกติเขามักเห็นรถของคร็อกโคไดล์บ่อยๆจึงไม่แปลกใจ— รถเบนท์ลีย์สีดำสักยุค90’s ถือว่าเก่าแต่คลาสสิคในแบบที่คุณหมออย่างเขามักเป็น... ผู้ชายมาดดีมีสกุลแถมยังมีรสนิยมคลาสสิคมักดูดีเสมอ น้องชายของคร็อกโคไดล์ก็คงจะอารมณ์เดียวกันล่ะมั้ง ไม่รู้สิ...

 

            คุณหมอดองกีโฮเต้เลิกเหม่อก่อนจะให้พยาบาลช่วยย้ายร่างตัวเองไปนั่งที่เบาะหลังรถ มือค้ำลงบนเบาะหนังแสนสบายเขยิบให้ตัวเองเข้าไปด้านในได้สะดวกขึ้นขณะที่คุณหมออายุรเวชหน้าเข้มขึ้นมานั่งเบาะด้านหน้าข้างคนขับของเขา— ดัซ โบเนต...

 

            นานๆเจอทีแฮะ เขาคิดโดยที่ลืมไปสนิทว่าลอว์ต้องตามไปดูอาการของเขาอีกคน— ตอนนี้อีกฝ่ายมานั่งขนาบข้างเขาเรียบร้อยแล้ว “ไปเลย...”

 

            “ทำสั่งนะ...”คร็อกแว้งแซะเล็กน้อยพลางพยักหน้าให้คนสนิทออกรถไปตามท้องถนน “เออ โดฟลามิงโก้ นายนอนพักไปก่อนเลย— บ้านหลักฉันไกลมากกว่าคอนโดอีก”

 

            “กี่ชั่วโมงกันนั่น...?”

 

            “นานพอทำให้นายก้นชาน่ะนะ”พึมพำตอบอย่างไม่ใส่ใจขณะออกสู่ถนนหลักที่ผู้คนเริ่มออกมาเดินขวักไขว่หนาตาเพื่อไปทำงานบ้าง ดำเนินกิจวัตรประจำวันไร้สาระบ้าง...

 

            งั้นเหรอ แบบนี้ถ้าเขานอนแต่เนิ่นๆไปคงดี— น่าเสียดายที่คุณหมอผมทองเพิ่งตื่นจากอาการเพลียมาหมาดๆจึงไม่มีกะจิตกะใจจะกลับไปนอนอีกรอบ ลอว์เองก็ไม่มีท่าทีจะหลับ— แถมยังโชว์ความสามารถนั่งเขียนเอกสารบนรถกันสดๆมันนั่นแหล่ะ

 

            ไม่ปวดตาบ้างหรือไงเนี่ย แอบคิดแต่ก็เลิกสนใจพลางมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อมองภาพบรรยากาศของชาวเมืองที่ค่อยๆผ่านไป

 

            เสียงรถนั้นมีแต่เสียงเครื่องยนต์ที่ครางครืนๆไปตามทาง ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีอะไร ทุกคนเงียบมากแค่จะพูดกันสักคำยังไม่ทำ... น่าอึดอัดที่สุดสำหรับคุณหมอหนุ่มที่ชอบความสนุกสนานและรื่นเริง

 

            งั้นหลับก็ได้วะ...

 

            เอาแขนข้างหนึ่งพาดกับกระจกรถเตรียมใช้เป็นที่รองหัวนอน ดวงตาสีสวยปรือลงก่อนจะอิงแขนเรียวใต้เสื้อเชิ้ตขาว ค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกให้ตัวเองหลับลงไปให้ได้ ต้องรออีกนานกว่าที่จะถึงบ้านหลังที่ว่าของคร็อกโคไดล์...นี่เขาจะฝันสักกี่ตื่นกันนะ...

 

 

 

 

 

            กลิ่นหอมจางๆของดอกไม้... กลิ่นที่คุ้นเคยเช่นนี้มันอะไรกันนะ ไหนจะไออุ่นจากลมที่พัดแผ้วผ่านร่างกายนี้ ทำไมมันชวนให้คิดถึงขนาดนี้

 

            เปลือกตาเปิดขึ้นกระพริบถี่ๆเพื่อมองภาพที่เห็นเบื้องหน้าของตนเอง เลนส์แว่นสีไลลิคที่รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดทั้งๆที่เขาไม่เคยแตะต้องแว่นอันนี้...

 

            รอบด้านของตัวเขานั้นน่าตกใจกว่าเรื่องแว่นที่เขาใส่...

 

            ทุ่งดอกไม้— ทุ่งดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอมม่วงไล่ไปจนถึงโทนสีชมพู กลิ่นหอมหวนจางๆชวนให้คิดถึงคะนึงหาอย่างประหลาด...ทำไมกันนะ ความรู้สึกนี้มันคืออะไร... ทำไมเขาถึงได้ฝันประหลาดอย่างการมาอยู่ที่ทุ่งดอกไม้แห่งนี้นะ...

 

            กึก...

 

            “...?”ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านหลัง แต่เขาไม่อาจหันกลับไปมองได้— ราวกับทั้งร่างถูกสาปให้กลายเป็นหิน นิ่งค้างอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน

 

            ไม่รู้ทำไม... แต่เขาอยากหันไปเหลือเกิน...

 

            อยากหันไปมองใบหน้าของผู้ที่อยู่ข้างหลัง... “ดอกไฮเดรนเยีย...ทำไมถึงต้องเป็นดอกไฮเดรนเยียล่ะ” เหมือนกับไม่ได้เป็นคนพูดเอง ทั้งๆที่เสียงนั้นและประโยคที่ชวนให้รู้สึกว่างเปล่าในอกนี้ล้วนออกมาจากปากเขาทั้งสิ้น ...ความรู้สึกที่เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหวนี่มันคืออะไร

 

            ไม่มีเสียงตอบ— ไม่ เสียงตอบนั้นมี แต่เขาไม่อาจจดจำเสียงนั้นได้... มาพร้อมกับอ้อมกอดที่โอบรัดตัวเขาอย่างห่วงหาอาวรณ์ ความอบอุ่นที่เขาลืมไปเนิ่นนาน— สิ่งที่ควรจะเติมเต็มจิตใจที่ไกวไหวไปตามกระแสของกาลเวลาอย่างเช่นอ้อมกอดนี้ ตอนนี้เป็นดั่งบทลงโทษที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจไปชั่วชีวิต

 

            “ดอกไฮเดรนเยีย 999 ดอก...”

 

            พึมพำด้วยเสียงที่อ่อนแรงและเบาราวสายลมอ่อนๆ คำพูดถูกแทนด้วยเสียงสะอื้นไห้ที่เจ็บปวดเหลือครณา “หัวใจของข้าด้านชาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ...” น้ำตาที่คลอรื้นไหลลงอาบดวงหน้าที่พยายามแสดงท่าทีเย็นชาเอาไว้ให้ได้ตลอด

 

            แต่มันทำไม่ได้...กับคนๆนี้เพียงคนเดียว...

 

            ไม่ใช่หรอก... เสียงที่เลือนลางจนจำไม่ได้พูดกับเขา ดอกไม้999ดอก...คือความรักที่ข้าจะมอบให้เจ้าชั่วนิจนิรันดร์...

 

            ส่วนดอกไฮเดรนเยียนั้น... เพื่อเป็นคำขอโทษและเป็นการเว้าวอนต่อเจ้า ผู้ที่ข้ารัก

 

            โปรดกลับมาหาข้า อีกครั้งด้วยเถอะ...

 

            “...ชาติหน้าไม่มีจริง... มันไม่มีจริงหรอก— ลืมข้าไปเสีย...ถึงเวลาที่ต้องบอกลากันแล้ว”

 

            เจ็บปวด เหมือนกับหัวใจดวงนี้มันกำลังแบกรับความปวดร้าวทุกอย่างเอาไว้ บีบแน่นจนหายใจไม่ออก ดวงตาร้อนผ่าวรื้นไปด้วยน้ำสีใสไหลอาบ ความเศร้าโศกเสียใจและความรู้สึกที่จะต้องบอกลาร่างของคนผู้นั้นไปตลอดกาล...

 

            ไม่มีวันได้พบกันอีก...

 

            Bye-bye , my dear lover. We won’t meet again.

            (ลาก่อน ผู้ที่ใจของฉันเพรียกหา...เราคงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว)

 

            ชาติหน้าที่ฉันจะไร้ความทรงจำ ชาติหน้าที่ฉันจะต้องลืมแม้กระทั่งใบหน้าของนาย... ชาติหน้าที่แม้แต่เสียงเสนาะกังวานของนายยังไม่อาจส่งมาถึง ความอบอุ่นที่สุดท้ายก็ต้องสูญเสียและลบเลือนไป

 

            ฉันไม่อยาก ลืมนาย... หากเป็นเช่นนั้น ฉันยอมกลายเป็นเพียงคนตายที่ไม่อาจได้เห็นแสงสว่างอีกต่อไปคงจะดีกว่า

 

            Ro…s …

 

 

 














 

 

            “โดฟลามิงโก้...เฮ้ คุณหมอ”

 

            แรงเขย่าเบาๆทำให้ร่างบางปรือตาขึ้นจากห้วงภวังค์ในความฝันที่แสนฟุ้งซ่าน คุณหมอดองกีโฮเต้กระพริบตาปรับโฟกัสสายตาเล็กน้อยแล้วจึงหันมองลอว์ที่นั่งอยู่ข้างตัว “คุณเป็นอะไรรึเปล่า— จู่ๆก็ร้องไห้ออกมาแบบนั้นน่ะ”

 

            “ร้อง...ไห้?”

 

            ยกปลายนิ้วแตะแก้มที่รู้สึกชื้น ของเหลวใสซึ่งเป็นตัวแทนของความโศกเศร้า สูญเสีย เจ็บปวด...เขาร้องไห้ทั้งๆที่ยังหลับฝันอยู่อย่างนั้นหรือ...? เพียงเพราะความฝันแปลกประหลาดนั่นน่ะเหรอ

 

            ตลกน่า...

 

            “ช่างมันเถอะ เมื่อกี้ฝันแปลกๆน่ะ”โดฟลามิงโก้ขยี้ตาเช็ดคราบเปื้อนของทางน้ำตานั้นโดยไม่คิดจะกลับมาฉุกคิดเป็นครั้งที่สอง ใครจะอยากเก็บเรื่องที่ไม่เข้าใจที่จิตใต้สำนึกมันสร้างขึ้นมาล่ะ— ตามหลักแล้วความฝันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่ใช่การทำนายเหตุการณ์ ไม่ใช่การระลึกชาติ แต่เป็นเพียงสิ่งที่เข้ามาภายในจิตใจเฉยๆอย่างไม่มีที่มาที่ไป จะเจ็บปวดหรือมีความสุขไม่สามารถอธิบายได้

 

            เขาเรียนมาอย่างนั้น ก็ขอให้มันเป็นอย่างนั้น...

 

            “ฝันแปลกๆ?”ลอว์เลิกคิ้วพิจารณา

 

            “ฝันว่าอะไรน่ะ ว่ามาซิ— บางทีอาจจะมีผลต่อภาวะจิตใจนายก็ได้อาการนั่นน่ะ”คุณหมอคร็อกโคไดล์ซึ่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับเอ่ยถามไปพลางจิบกาแฟดำที่แวะซื้อมาก่อนหน้านี้ไปพลาง— ไม่ค่อยอยากดื่มเท่าไหร่ แต่เกิดปากว่างสูบซิกก้าขึ้นมาอีกจะโดนสงสัยเอา

 

            คุณหมอผมทองนิ่งงันไปเล็กน้อย “...ดอกไฮเดรนเยีย ...999ดอก... แล้วก็ ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้า แถมยังจำเสียงไม่ได้”

 

            “หืม? งั้นเหรอ?”

 

            “...ในฝันฉันบอกลาเขา จำได้แค่นั้น”ก้มหน้าลงมองมือที่กุมแน่น ไม่อยากพูดอะไรต่อ เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจพอดู ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้แบบนี้คืออะไร— เขาเป็นหมอด้านนี้มาแต่ยังทำอะไรกับความรู้สึกนี้ไม่ได้ ทำไมล่ะ— น่าอึดอัดสิ้นดี...

 

            ทำไม...ต้องรู้สึกเจ็บเหมือนหัวใจมันแตกเป็นเสี่ยงๆด้วยล่ะ...

 

            “.....”พอเงียบไปนานมันจึงกลายเป็นความน่าอึดอัด คุณหมอซึ่งนั่งอยู่หน้ารถกับคนขับรถผู้รู้ใจเหลือบมองกันเล็กน้อยก่อนที่ฝ่ายหนุ่มคนขับจะพยักหน้าน้อยๆรับ มือเอื้อมไปเปิดเครื่องเสียงให้เพลงเบาแผ่วๆบรรเลงทำลายบรรยากาศคายไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้

 

            แต่คงคิดผิดเพราะเพลงที่คาอยู่ในเครื่องดันไม่เป็นใจซะนี่...

 

            เปียโนบรรเลงขึ้นอย่างเชื่องช้าด้วยทำนองเพลงที่แสนเศร้า ถ้อยคำร้องบ่งบอกถึงความเสียใจและการจากลาซึ่งความทรงจำ เหมือนจิตใจและดวงวิญญาณที่ว่างเปล่า— ถ้อยคำที่เด่นชัดในเนื้อทำนองถึงกับทำให้ร่างโปร่งที่นั่งอยู่เบาะหลังสะอึก

 

            Bye-bye ,my dear lover. We won’t meet again.

 

            “...ลาก่อน สุดที่รัก...เราคงไม่ได้พบกันอีก...งั้นเหรอ...”

 

            “ดัซ เปิดอะไรของแกวะ!”เอ็ดพร้อมกับจัดการเบิ๊ดกะโหลกลูกน้องเข้าไปหนึ่งป้าบ

 

            คนขับรถเกือบหน้าคะมำกับพวงมาลัย ยังดีว่าเจ้านายของเขายังเบาแรงเอาไว้ให้อยู่ในระดับที่(มนุษย์มะนาปกติ)ตบเบาๆ เขาจึงยังเงยมาลูบหัวป้อยๆเถียงหน้าตาย “นายครับ นายเป็นคนเก็บซีดีเพลงตัวนี้ไว้ในรถเองนะครับนาย...”

 

            “ฉันไม่ได้เอาออกจากรถแต่อย่างน้อยแกควรจะเอาออกจากเครื่องเว้ย”อุบอิบแล้วกดปิดเพลงทันที แต่ยังไม่ได้เอื้อมมือกดปุ่มปิดมือเรียวของคนที่นั่งอยู่เบาะหลังก็เอื้อมมาจับข้อมือคุณหมอเอาไว้ ร่างสูงจึงชะงัก “...โทษที เดี๋ยวฉันจะเอาเพลงของน้องฉันออกให้”

 

            “ไม่เป็นไร ฉันอยากฟัง”

 

            ผงะไปชั่วขณะ คร็อกโคไดล์ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเลื่อนมือกลับมาวางบนตักตัวเองเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าไปกระตุ้นความทรงจำอะไรเข้า— แบบนี้จะดีแน่หรือ ถ้าความทรงจำกลับมาก่อนอายุ25จะวุ่นวายขึ้นรึเปล่า ครุ่นคิดใคร่ครวญเงียบๆพลางเหลือบมองอีกฝ่ายผ่านกระจกหน้ารถ

 

            ใบหน้านั้นไม่ได้เศร้าหมอง ทำเพียงรับฟังมันอย่างสงบ...

 

            “....” โคราซอน— นายจะรับมือเจ้านกเฮงซวยนี่ได้แน่หรือ

 

            ความรู้สึกของฉันมันบอกว่า— หมอนี่... แตกสลายได้ง่ายยิ่งกว่าตอนนั้นเสียอีก แค่แตะนิดเดียว...

 

            เพียงแค่นิดเดียวหมอนี่ก็คง...

 

            “หมอคร็อก ฉันว่างแฮะ คุยกันหน่อยดิ”พร้อมกับกอดคอคนถูกเรียกจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะสุดๆ แม้แต่ลอว์ที่น่าจะตามอารมณ์คนไข้ทันยังทำหน้าไม่ถูก

 

            ........ขอถอนคำพูด ยังเป็นตัวเชี่ยที่น่ารำคาญเหมือนปกติ คร็อกโคไดล์ลอบสบถ “เออ...คุยอะไร อย่างกับฉันมีอะไรคุยกับนายนักหนา”

 

            “อย่างเช่น— อืม นั่นสินะ ฉันไม่เคยเห็นนายพูดถึงน้องนายเลย”

 

            คำเปรยๆนั่นทำให้ร่างสูงย่นคิ้ว ...หากเป็นไปได้เขาคงจะหยิบซิกก้าออกมาสูบด้วย— แต่ประเดี๋ยวจะผิดสังเกตเอาจนไอ้มนุษย์นี่จับผิดได้...ทำเพียงเงี่ยหูฟังคำพูดต่อมาของอีกฝ่าย “น้องนาย...ชื่อ โร...อะไรแถวๆนั้นรึเปล่า?”

 

            ...อะไรโรๆ... ไม่ใกล้เลยสักนิด

 

            “ไม่นี่...”

 

            “อ่า งั้นเหรอ— นี่ งั้นรู้จักคนชื่อใกล้ๆกันไหม?”ยังถามต่อ

 

            “ลอว์ไง...”พูดตอกมุขหน้าตายทันที (คำว่าลอว์ในภาษายุ่นมีตัว โระ อยู่ค่ะ เลยออกเสียงใกล้ๆกับโรได้)

 

            “นั่นโระอูรึเปล่า...”

 

            “ฉันยังนั่งทนโท่อยู่ในรถนะลุง”เจ้าของชื่อตีหน้าเบลอแบบ พวกนายเล่นอะไรกัน ใส่ทั้งสองคนที่กำลังคุยกัน— ถ้าจะเล่นมุขนี้อ่ะนะ ไม่มีอย่างอื่นจะเอามาเล่นแล้วเหรอ? คิดจิกกัดไปก็คงทำอะไรไม่ได้ในเมื่อชายผมทองก็หัวเราะร่าออกมา “ให้ตายสิ...พวกคุณนี่จริงๆเลยนะ”

 

            ฝ่ายคุณหมออาวุโสทำแค่ยักไหล่ส่งๆ “อ่า จะถึงแล้วแฮะ...” พร้อมหาเรื่องเบี่ยงประเด็นอะไรโรๆของโดฟลามิงโก้แบบไปแล้วไปลับทันที

 

            “เอะ จริงเรอะ?”

 

            ชะโงกหน้ามองผ่านกระจกรถฟิล์มหนา ดวงตาสีฟ้าสุกใสมองออกไปด้านนอก— แต่ยังไม่ทันพบอะไรก็ลอดผ่านอุโมงค์มืดสนิทเสียแล้ว ได้แต่ตีหน้าเซ็ง— อะไรกัน ยังต้องลอดอุโมงค์อีกหรือ...ท่าทางข้างบนคงจะเป็นทางด่วนหรืออะไรสักอย่างด้วยล่ะมั้งเลยมีแบบนี้

 

            ผ่านไปชั่วครู่ทุกอย่างจึงสว่างวาบและกลับมาเห็นชัดเจนเช่นเดิม สิ่งที่ดึงความสนใจของชายหนุ่มผมทองได้อย่างแรกคือคฤหาสน์...เกือบจะเป็นปราสาทได้เลย— คฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ยกสูงไปบนเนิน หลังคาสีน้ำเงินเข้มดูสบายตาตบแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ-คลาสสิคทำให้ดูมีมนต์ขลังตราตรึงจากห้วงอดีต

 

            ด้านหน้าคฤหาสน์มีน้ำพุขนาดใหญ่ที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากคนรับใช้ ตะไคร่ตะกอนไม่มีให้เห็นสักเสี้ยวแถมยังประดับด้วยพุ่มไม้เรียงราย ดอกไม้ที่เริ่มออกช่อเป็นสีขาวอมน้ำเงินของอัญชัญมีให้เห็นประปราย

 

            นี่ยังไม่รวมว่า— ไอ้ปราสาท... คฤหาสน์นี่ตั้งอยู่กลางสวนดอกไม้และอยู่ในทำเลที่สามารถเห็นทะเลได้ไกลสุดลูกหูลูกตาอีกนะ...

 

            อะ อะไรวะเนี่ย— สรุปแล้วเจ้าหมอจระเข้นี่เป็นลูกท่านหลานเธอที่ไหนเนี่ย ระ หรือว่า— “คร็อก...นายคือคุณชายพุฒิภัทรสินะ!!”

 

            “...ดัซ เอามันไปโยนทะเล...”

 

            “ล้อเล่นเฟ้ย อย่านะ!!”

 

            สิ้นคำล้อเล่นหยอกกึ่งเอาจริง?ของเหล่าคุณหมอ คนขับรถผู้รู้ใจก็อ้อมวงเวียนน้ำพุมาจอดหน้าคฤหาสน์ก่อนจะปล่อยให้พวกเมดสาวใช้ในบ้านคนสองคนออกมาเปิดประตูรถต้อนรับ ฝ่ายเจ้านายที่ก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับหันไปสั่งหญิงสาวใกล้ตัวสองสามอย่างแล้วจึงปล่อยให้เธอเข้าไปช่วยยกกระเป๋าสัมภาระจากท้ายรถเข้าไปด้านในคฤหาสน์หลังใหญ่ยักษ์

 

            แขกผู้มาเยือนปล่อยเจ้าบ้านจัดของไป เขามองสำรวจบ้านของคร็อกโคไดล์ด้วยสายตางุนงงปนคุ้นเคย...เหมือนเคยเห็น แต่ก็ไม่— จริงสิ เขามีหลานคนรู้จักที่ส่งไปเรียนที่ตะวันออก...แถวๆไทยนั่นแหล่ะ เธอบอกว่าโรงเรียนแลกเปลี่ยนของเธอมีสถาปัตย์แบบนี้เช่นกัน

 

            ที่นั่นเป็นนีโอ-คลาสสิคที่มีโดม...

 

            ที่นี่ก็คงจะมีได้สินะ? แต่ปกติจะมีด้านหน้ากันไม่ใช่หรือ? ว่าแล้วก็แอบหนีเดินทะลุสวนไปที่ด้านหลังเสียหน่อยตามประสาคนช่างเจ๋อ ดีว่ามีทางที่วางหินเอาไว้ให้เดิน— เท่านี้ก็คงไม่มีดินอะไรติดเท้ามาให้ชายเจ้าของบ้านตามบ่นล่ะนะ

 

            อ้อมมาได้รอบวงใหญ่พอดูจึงเห็นด้านหลัง— ระหว่างทางต้องก้มนู่นหลบนี่จากใบไม้ต้นไม้บ้าง— เขาเจอส่วนที่เป็นโดมสูงมีกระจกรอบด้าน...แต่กระจกนั้นเป็นกระจกที่เหมือนฝ้า...มันทำให้มองเข้าไปไม่เห็นด้านในยกเว้นเพียงสีจางๆ ท่าทางจะเป็นห้องนอนรับลม...

 

            กลับมามองพื้นที่ด้านหลัง...มีสระว่ายน้ำด้วย... ใหญ่มากเลยทีเดียว

 

            “เหมือนได้มาพักร้อนเที่ยวรีสอร์ท— ที่ใหญ่มากๆเลยแฮะ”ลองโดดลงไปเล่นสักหน่อยค่อยตามไปดูห้องคงไม่มีใครมาเฉ่งเขาทีหลังหรอกมั้ง?

 

            เดินอาดๆไปริมสระพลางถอดเสื้อเชิ้ตออกกะให้เหลือแค่กางเกงที่ใส่มา โยนเสื้อไว้ตรงเก้าอี้ใต้ร่มดีๆกระทั่งย่ำเตาะมาถึงขอบสระตั้งท่าจะโดด ทุกอย่างก็ต้องชะงักแทบเบรคไม่ทันเพราะเสียงที่ตะโกนขึ้นมาจนแทบใจหายใจคว่ำ

 

            “หยุดเดี๋ยวนี้!อย่ามาโดดเล่นตามใจชอบนะ!”

 

            “อุ่ย! ขอโทษ— ...”รีบผละถอยมาจากขอบสระพร้อมกับโบกมือพึ่บพั่บเป็นเชิงว่าไม่โดดก็ได้

 

            คนที่โผล่มาใหม่จากพุ่มต้นไม้— น่าจะเป็นคนสวนล่ะมั้ง จากท่าทางที่โดฟลามิงโก้คาดคะเนเอาไว้— เขาเป็นชายตัวสูงสันทัดในระดับหนึ่ง ตัดผมสั้นเกรียนไว้หนวดประหลาดนิดๆ อยู่ในชุดตัวยาวสีขาวคล้ายสูทอะไรสักอย่างอีกทั้งยังใส่แว่นตาดำสี่เหลี่ยม...

 

            กระพริบตาปริบ ไม่น่าใช่คนสวนแล้วกระมัง... “...สวัสดี...?”

 

            …!”ร่างนั้นผงะไปชั่วขณะเมื่อเห็นหน้าเขา ใบหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาเผยท่าทางที่ราวกับอยากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็พูดออกมาไม่ได้

 

            หืม... เขาเป็นแขกที่น่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

            คนที่นี่แปลกๆดีแฮะ

 

            “เป็นคนดูแลบ้านของคร็อกสินะ... ฉันจะต้องมารบกวนที่นี่สักพัก”พูดไปพลางหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาใส่เหมือนเดิม แอบเสียดายจริงๆที่ไม่สามารถลงไปว่ายน้ำได้— นะ โดนจับได้นี่นา โดนเอ็ดแค่เบาๆก็บุญจะตายแล้ว “อาจจะน่ารำคาญหนอย แต่ฉันเป็นเพื่อนกึ่งคนไข้ของคร็อกโคไดล์น่ะ— อ้ะ ฉันลืมแนะนำตัวแฮะ”

 

            “...โดฟลามิงโก้...”

 

            “โอ้ะ คร็อกบอกนายแล้วเหรอ”ร่างโปร่งยิ้มพร้อมกับเอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ “ยินดีที่ได้รู้จักล่ะ— ชื่อเต็มๆก็ ด็อคเตอร์ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้...นายล่ะ?”

 

            อึกอัก พูดอะไรต่อจากเขาไม่ถูกอยู่อีกพักหนึ่งจากนั้นจึงก้มหน้าก้มตาเขย่ามือน้อยๆ เอ่ยตอบพร้อมเสียงแผ่วเบา “เวอร์โก้...เป็นคนรับใช้ ของที่นี่”

 

            “เวอร์โก้เหรอ”

 

            คุ้นอย่างน่าประหลาด แต่ช่างเถอะ— นึกไม่ออกคงไม่สำคัญ “อืม รบกวนด้วยล่ะ—...”

 

            “ไอ้นกเปรต!ตามมานี่เดี๋ยวนี้!”

 

            “จ๋าจ้ะ ไปแล้ว!! แล้วเจอกันนะเวอร์โก้”

 

            รีบวิ่งพรวดกลับไปทางเดินกลับด้านหน้าคฤหาสน์เพื่อตามเสียงหงุดหงิดนั่นไปดูห้องพัก ทิ้งให้ร่างสันทัดยืนมองตามอย่างเดียวดายกับลมทะเลกรุ่นความรู้สึกเก่าๆที่แผ้วพัดมา เสียงทิวไม้ไหวริกปนไปกับเสียงกระดิ่งกังวานที่ห้อยไว้แต่ครั้งเก่าก่อนหวนให้นึกถึงความรู้สึกที่หายไปเนิ่นนาน

 

            “...ดอฟฟี่...”

 

            กึก... ฝีเท้าเบาๆย่างมาประชิดอีกฝ่ายใต้เงาไม้ เรียวนิ้วเลื่อนไปตามแนวราบเรียบของโต๊ะหินอ่อนตัวเตี้ยอย่างเคยชินระหว่างที่เข้าไปหาคนรับใช้หนุ่มมาดเคร่งขรึม... เอื้อมไปหยิบกระดาษใบโปรดยื่นไปให้อยู่ในระยะสายตาของอีกฝ่าย

 

            หน้าที่นี้ ข้ายกให้เจ้าทำไม่มีปัญหาใช่ไหม...

 

            “....”

 

            เวอร์โก้นิ่งคิด กลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอเฮือกใหญ่พลางเอ่ยถาม “ท่านไว้ใจกบฎอย่างข้าหรือ?”

 

            ฟึ่บ พลิกกระดาษอย่างเคยชิน ปรากฏประโยคแสนเรียบง่ายให้ทำความเข้าใจ

 

            ข้าไม่เคยมองเจ้าเป็นกบฎ— เจ้าแค่ทำตามความปรารถนาของผู้ที่เจ้าภักดีเท่านั้น เพราะอย่างนั้นข้าจึงได้ไว้ใจเจ้าไงล่ะ เวอร์โก้

 

            “...ถ้าท่านว่าเช่นนั้น ราชาโคราซอน”ขานรับจบร่างเงาของราชาองค์ที่ว่าก็หายไปกับสายหมอก

 


-----------------------------------------------------

credit รูป- http://www.pixiv.net/member_illust.php?mode=manga&illust_id=50064246

สารภาพบาปว่าไม่มีอะไรสำรองไว้ลงเลยค่ะบัยส์--//ตาย

มาเท่านี้สั้นๆค่ะแง ตอนนี้ขอไปทำงานต่อล้าาาาO<-----<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #225 DofCora (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 09:00
    เสี่ยนก ฮามากกกกกกกก ><



    ป.ล. ไรท์สู้ๆน๊าาา เราจะเป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอออ
    #225
    0
  2. #218 Dear_ darinr (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 13:11
    คุณชายจุทาเทพ(ฮา)ชอบอ่ะดอฟน่ารักสุดๆ
    #218
    0
  3. #215 kam (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 17:58
    อ่า ในที่สุดท่านไรท์ก็กลับมา// ทำหน้าประมาณว่าบรรลุนิพพาน

    ดอฟฟี่ฮาได้ใจจริมๆ -v- 5555



    ปล.อยากอ่าน เด็กๆทั้ง7 อ่ะค่ะ แต่งให้ทีน๊าาาาาาาา
    #215
    0