[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 23 : [AU][If...]Give Your Blood to The King. {Corazon x Doflamingo} [III]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 พ.ค. 58

            เสียงคำรามหวีดร้อง คร่ำครวญ

 

            เสียงพังทลายของแผ่นดิน ความฝัน ความแค้น

 

            เสียงของความตายที่คืบคลานเข้ามา...ย่างกราย ฉีกทึ้งร่างนี้ทีละชิ้นๆ

 

            ชัดเจน...ไม่เคยลืม...

 

 

 

            ตัวเขา— เคยได้ยินมันมาจากที่ใดกันนะ...

 

 

 

 

 

            “เคี้ยกๆๆๆๆ มนุษย์นี่มันอ่อนแอจริงๆ แต่ก็ดี— พลังของมันทั้งหมดอยู่ในนี้ ถ้าข้ากินมันได้ง่ายๆแบบนี้อนาคตที่ข้าจะได้ปกครองเหล่ามนุษย์ก็อีกไม่นาน—...”

 

            เสียงหัวเราะแสบบาดหูนั่นดังได้แค่ไม่นานก็ถูกมือที่ฉาบด้วยไอสังหารกรีดแทงเสียดเข้าที่ด้านข้างก้อนเนื้อที่สูบฉีดเลือดจากกลางแผ่นหลังกว้าง ไม่ทันให้ได้ตั้งตัว— เสียงแหบห้าวแฝงความบ้าคลั่งกระหายเลือดดังเสนาะก้องไปทั่วทั้งความมืด

 

            เสียงหัวเราะเย้ยหยัน... ใช่ เสียงที่บ่งบอกถึงความทะนงตนและเย็นชาอย่างดี “หวังสูงไปรึเปล่าโมเลีย— อย่าลืมซี่...ว่าที่นี่ถิ่นของใครน่ะ”

 

            “คั่ก...”กระอักเลือดรสฝาดคาวคำโต มือที่บีบคอระหงส์ของชายผมทองผู้เป็นเหยื่อยอมปล่อยออกเพราะแรงที่หายวูบไปกับการถูกแทง “กะ แก...แกเองเหรอ ไอ้— จระเข้...”

 

            คร็อกโคไดล์แสยะกว้างจนเขี้ยวแหลมคมโผล่ครบทุกซี่

 

            “ฉันดีกับไอ้กลุ่มของราชามานานแล้วเผื่อดอปเพลเกงเกอร์แบบแกมุดในเงานนานจนลืม”มือคมที่อาบของเหลวข้นร้อนบิดออกแรงเรียกเสียงร้องจากปิศาจกบฎตรงหน้าดังก้องไปทั่วทางเดิน “จำไว้ให้ดี— ตอนนี้ฉันกับทราฟาลก้ารับหน้าที่ดูแลโจ๊กเกอร์แล้ว...แมลงสาบอย่างแกฉันจะปล่อยไปคราวนี้เพื่อให้เอาไปบอกเจ้าเด็กคิดกับพวกที่เหลือซะ— แต่ถ้ามีคราวหน้า”

 

            คึ่ก! กรงเล็บยาวคมกางบิดออกทั้งที่ยังค้างอยู่ในร่างของปิศาจเงาตัวใหญ่ ฝ่ามือเย็นเยียบกุมก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นให้ไอความตายเกาะกุม หลอกหลอนศัตรูที่หายใจรวยรินตรงหน้า— หากเขาบีบมัน คงไม่พ้นจมกองเลือดของมันตายอยู่ในห้องนี้

 

            แย่หน่อย ที่เขาอยากให้มันส่งสารซะมากกว่า— ดังนั้นคงต้องอดขยี้มันเล่นนั่นล่ะ

 

            ฉัวะ!! มือหยาบเปื้อนเลือดสีข้นกระชากออกสุดแรงจนร่างกายใหญ่โตของปิศาจเงาร่วงทรุดไปกับพื้น แต่นั่นล่ะ ตราบใดที่ไม่ได้ขยี้ไอ้ก้อนเนื้อเลวๆด้านในนั่น มันก็ยังไม่ตายหรอก “กลับไป อย่าให้ข้ากับราชาได้กลิ่นเจ้าเข้ามาในถิ่นนี้อีก ไป!!”

 

            “ชิ!!”

 

            ไม่ต้องรอให้ดวงตาคมสีอำพันถลึงไล่ โมเลียใช้พลังของเงาให้ร่างใหญ่ของมันจมลงไปพร้อมกับรอยเลือดสกปรกที่เหลือทิ้งไว้เพื่อกลับไปยังที่ๆมันควรอยู่

 

            คร็อกโคไดล์แค่นเสียงเฮอะในลำคอ เดินเข้าไปใกล้ร่างที่หมดสติบนพื้นก้มลงเพื่อจะอุ้มร่างนั้นกลับไปนอนที่เตียงคนไข้แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่าเรียวนิ้วคมของตนเองยังเลอะเลือดของปิศาจชั้นต่ำเมื่อครู่อยู่ ...มองแล้วมองอีกก็ต้องถอนหายใจ— จำต้องหยิบผ้าเช็ดมือที่ไม่ค่อยจะใช้ออกมาทำความสะอาด

 

            เลือดของพวกชั้นต่ำมีดีแค่รสฝาดขมลิ้นเท่านั้น ลิ้มรสไปลิ้นก็พังเปล่า

 

            กึก

 

            เมื่อทุกอย่างสะอาดสะอ้านดีจึงอุ้มร่างบางขึ้นด้วยตัวคนเดียว แสงไฟที่ดับไปกลับสู่สภาวะปกติ— เสียงโครมครามที่เขาสร้างเมื่อกี้นั้นได้มนตร์ของราชาช่วยไว้จึงไม่มีใครได้ยิน— นอกจากพวกเผ่าพันธุ์ผิดปกติเหมือนกัน— พวกมนุษย์จะแค่คิดว่าไฟตกที่ชั้นนี้เฉยๆ

 

            และไม่ต้องห่วงพวกเครื่องช่วยชีวิตมนุษย์— พลังของพวกเขาครอบคลุมไม่มีทางหยุดทำงานหรอก

 

            “คุณหมอคะ?”

 

            เสียงหวานเรียกทำให้ร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินเข้าห้องไปหันกลับมามอง หัวหน้าพยาบาลโรบิน— ซัคคิวบัสสาวในร่างมนุษย์กำมะลอเดินเข้ามาหาเขา “มีอะไร...?”

 

            “ปล่อยไปจะดีเหรอคะ โมเลียน่ะ”

 

            “ช่างหัวมันเถอะน่า”คุณหมอเอ่ยขัดก่อนจะเข้าไปในห้อง วางร่างชายหนุ่มผมทองไว้บนเตียง “ขืนขยี้มันตอนนี้ พวกรุกกี้มันจะไม่รู้อำนาจของขั้วอำนาจแวมไพร์เอา...แล้วก็จะขยันกันเข้ามารบกวนถิ่นพวกเราอยู่นั่นแหล่ะ”

 

            “แบบนี้อาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้นะคะ พวกนั้นเป็นประเภทยิ่งห้ามยิ่งยุ”

 

            ร่างสูงเปิดหน้าต่างห้องรับลมเย็นยามค่ำพลางจุดซิกก้าที่แอบพกมาสูบให้ควันกรุ่นๆเข้าปอด ลมหายใจพ่นเฮือกออกมาพร้อมกลุ่มควันขาวขุ่นให้มันลอยไปตามลม— ยังคงปล่อยให้สาวเจ้าได้พูดตามใจต่อไป “แล้วเรื่องของเขาอีก...แบบนี้ก็เท่ากับพวกมันรู้แล้วว่าชายคนนั้นอยู่ในมือเรา ต้องยิ่งโผล่มาถี่แน่ๆ”

 

            “ฟู่ว...”

 

            พ่นควันซิกก้าออกมาอีกครั้ง มือหยาบยกขึ้นคีบปลายของมันเอาไว้ “โรงพยาบาลนี้มันก็ถิ่นพวกเราดีๆนี่เอง— เรียกได้ว่าใจกลางการปกครองของเหล่าราชาเลยก็ว่าได้”

 

            เขาพลิกตัวพลางดีดนิ้วให้ซิกก้าสลายกลายเป็นค้างคาวที่บินออกไปท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน

 

            “เหล่าราชาคงไม่ยอมให้เกิดเรื่องผิดพลาดเป็นครั้งที่สองแน่ โดยเฉพาะโคราซอน”

 

            วางใจซะเถอะ...หมอนั่นมีแผนแน่

 

 

 

 

 

            ทำอย่างไรดีนะ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย...

                   เหมือนกับมีช่องว่างในจิตใจดวงนี้ รองรับเพียงความว่างเปล่า

 

            ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันจำได้ มีเพียงเสี้ยวใบหน้าของนาย—

                   น่าเศร้านักที่ฉันไม่อาจจำเสียงที่แสนเลือนรางของนายได้เลย

 

            คงต้องลากันเสียแล้ว เอาไว้พบกันใหม่อีกครั้ง— แม้ว่าเราจะไม่มีวันพบกันอีกเลยก็ตาม

 

            ชาติหน้ามันไม่มีจริงหรอกนะ... ไม่มีทางมีจริง

                   R…o…s…s…i…

 

 

 

            โรซี่...?

 

            “เฮ้ย!จะนอนกินบ้านกินเมืองเกินไปแล้ว ตื่นมาฟังพวกฉันด่าเลยนะ!”

 

            ปั่กๆๆ!! เสียงที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถึงกับสะดุ้งผลุงขึ้นจากเตียงเหมือนผีดิบคือเสียงรองเท้าของใครบางคนกระแทกปั่กๆเข้ากับขาเตียง ตามมาด้วยเสียงกัดฟันกรอดๆแบบอยากจะด่าเต็มที “เฮ้ย!ตื่น!”

 

            “ตะ ตื่นแล้วๆ ใจเย็นๆนะหมอทราฟาลก้า”

 

            โฟลามิงโก้เบลอขั้นหนัก เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย— รีบนวดขมับของตัวเองทันทีก่อนที่ดวงตาสีฟ้าใสจะมองรอบตัวที่...ตอนนี้เป็นจุดประชุมเพลิง?ของเหล่าหมอๆทุกคนที่เขารู้จัก ทั้งศัลยแพทย์สุดดุลอว์ คุณหมออายุรเวชคร็อกโคไดล์ หัวหน้าพยาบาลโรบิน พยาบาลคนสนิทโมเน่ บุรุษพยาบาลซาจิและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้...แชงคูส

 

            อึ๋ย...งานนี้หูชาแหงๆ

 

            “เอ่อ เอ้อออออออออ...ขอโทษ”

 

            “ไม่ต้องมาขอโทษเลยเจ้าบ้า!ใครใช้ให้เอาน้ำเกลือกับสายให้เลือดออกหา!”ลอว์ตวาดลั่นเป็นคนแรกแบบไม่เกรงใจใครในห้องนี้แม้แต่น้อย “แล้วนี่เมื่อคืนก็ซ่า ทำท่าจะออกไปตรวจคนไข้ตอนไฟดับล่ะสิ เลยไปนอนแอ้งแม้งมันซะหน้าประตูน่ะ!”

 

            งะ งั้นเหรอ เมื่อคืนเขาหน้ามืดสลบไปงั้นเหรอ... เกาหัวแกรกๆพร้อมกับก้มหน้ารับคำต่อว่า

 

            “ฉันอุตส่าห์เป็นเจ้าของไข้นายนะ นึกว่าจะเกรงใจกันซะหน่อย”คนบ่นรายต่อมาคือหมอเจ้าของไข้เขาเอง คร็อกโคไดล์ขยับแว่นคิ้วกระตุกด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินเข้าไปตรวจร่างกายประจำวันให้ร่างโปร่งบางบนเตียง ปล่อยคนอื่นรับหน้าที่ด่าฉอดๆต่อไป

 

            คนที่ออกปากว่าต่อมาคือซาจิที่เคยสังกัดกับเขาก่อนหน้านี้ “คุณหมอบอกตัวเองเป็นหมอแต่ไม่เห็นจะดูแลตัวเองเลยนะ เนี่ย พวกผมต้องลำบากวิ่งวุ่นกันหายามาให้แถมยังต้องคอยเช็คลมหายใจคุณทุกๆ 15 วินาทีเลยนะ เกิดหายใจไม่ออกกลางคันอีกคุณจะตายเอาดื้อๆ!”

 

            “หวาย ไม่น่าถึงตายขนาดนั้นสักหน่อย”คุณหมอที่มีอาชีพเสริม?เป็นคนไข้แย้งข้างๆคูๆ

 

            “แต่ถึงอย่างงั้นเราก็ต้องวิ่งหาสายน้ำเกลือกับเลือดมาให้ใหม่เหมือนกันแหล่ะค่ะ ดีนะคุณเดินล้มแค่หน้าประตูไม่ได้ตกบันได ไม่งั้นคงต้องส่งผ่าตัดล่ะ”โรบินเสริม เรียกเสียงหัวเราะจากโมเน่ที่ไม่มีคำพูดจะต่อว่านายแพทย์หนุ่มแล้วออกมา

 

            “ซาจิ โมเน่ เอายาลดไข้มา— เอายาคลายกล้ามเนื้อมาด้วย ดูซิจะยังกล้าเดินอีกไหม”

 

            “คร๊อกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!”หมอผมบลอนด์ถึงกับหวีด

 

            ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างหัวเราะร่า บ้างก็ว่าสงสาร บ้างก็ว่าสมน้ำหน้าที่เจ้าตัวโดนลงโทษแบบนี้ เหล่าบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลเข้าไปช่วยเจาะสายน้ำเกลือกับสายให้เลือดใหม่อีกครั้ง คราวนี้คุณหมอคร็อกไม่ลืมที่จะสั่งพยาบาลทั้งหมดในแผนกนี้ว่าห้ามถอดสายให้เลือดกับสายน้ำเกลือเด็ดขาด ยิ่งไม่มีคำอนุญาตจากเขาด้วย— ถ้าเจ้าหมอปัญญาอ่อนนี่ยังโยเยก็ตบกบาลได้เลย

 

            ถ้าเป็นคนไข้ปกติคงไม่โดนปฏิบัติแบบนี้หรอก เกิดมาซนเองช่วยไม่ได้...

 

            เหล่าบุรุษและนางพยาบาลรีบย้ายออกจากห้องทันทีเพื่อไปทำงานต่อ เหลือไว้เพียงหมอใหญ่สองคนและรองผอ.ที่ยืนเงียบอยู่นานอีกท่านหนึ่งให้อยู่ในห้องเพื่อพูดคุยเรื่องส่วนตัว

 

            “อ่า...แล้วตกลงทำไมรองผอ.มาด้วยล่ะ”

 

            ชายหนุ่มเสยผมตัวเองเล็กน้อยขณะดื่มน้ำตามยาแก้ไข้ไปเมื่อครู่ แชงคูสทำเพียงยิ้มจางๆพลางหันมองหมออีกสองคนใกล้ๆ พยักหน้าให้กันเล็กน้อยเหมือนกำลังมีบางอย่างเป็นเลศนัย...

 

            ผอ.ผมแดงเดินเข้าไปนั่งริมเตียงของผู้ป่วย “คุณโดฟลามิงโก้— ผมแค่มาเยี่ยมคุณเฉยๆน่ะ ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้นะ”

 

            แค่มาเยี่ยม? ตลกน่า เป็นถึงรองผอ. ...ถึงจะเป็นเพื่อนกันแล้วก็เถอะ มาเยี่ยมคนป่วยเนี่ยนะ ไร้สาระน่า— ว่างงานนักหรือไง

 

            แชงคูสเห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วก็หลุดหัวเราะ

 

            “โอเค ไม่ได้แค่มาเยี่ยมก็ได้”เขาพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะยีหัวคนอายุน้อยกว่า “ที่ผมมาเนี่ย จะมาถามความสมัครใจของคุณน่ะ— พวกเราจะย้ายคุณไปพักผ่อนที่อื่นก่อน”

 

            โดฟลามิงโก้เลิกคิ้วเล็กน้อย อะไรกัน...จู่ๆจะมาโยกย้ายคนไข้ออกจากโรงพยาบาลไปที่อื่นหรือ แล้วทำไมต้องย้ายเขาออกไปด้วยล่ะ— อาการแค่นี้นอนพักไม่ถึงสัปดาห์ก็ลงมาเดินชิลได้แล้ว เหมือนพวกเด็กๆโยเยที่ชั้นล่างน่ะล่ะ

 

            คุณหมอผมทองเกาหัวแกรกๆ “ย้ายฉัน? ย้ายไปไหน เพื่ออะไรล่ะ?”

 

            “บ้านของหมอคร็อกน่ะ...”

 

            หืมมมมมม?

 

            “ฉันกับคร็อกโคไดล์ลงความเห็นหลังเห็นนายมีอาการแปลกๆน่ะ”ลอว์แทรกกลางปล้องขึ้นมาอีกคน หลังพิงขอบประตูทางเข้าพลางหันหน้ามองผู้ป่วยด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่เคยเจออาการแบบนายเหมือนกัน แต่หลังจากวันที่นายหกล้มหน้ามืดนั่น— จู่ๆนายก็มีอาการลำเมอจะฆ่าตัวตาย แถมยังร้องโหวกเหวกลั่นโรงพยาบาลเลยด้วย”

 

            อะ เอ อ่า...เอ่อ เหรอ...

 

            เอ้ เขาจำได้ว่าไม่เคยเป็นพวกนอนลำเมอนา “เมื่อคืนนายก็ไม่ได้แค่เดินออกมาจากห้องเฉยๆนะ นายลงไปนอนกับพื้นแล้วยังบีบคอตัวเองอีก ถ้าฉันไม่ออกจากกะมาดูนายอย่างใกล้ชิดอาจจะตายไปแล้ว”

 

            พอคร็อกโคไดล์พูดมาอย่างนั้นเขาก็ขนลุกซู่ งะ งั้นเหรอ...มิน่าความฝันนั่นถึงเหมือนจริงจัง เขาบีบคอตัวเองอย่างงั้นเหรอ— อือ เป็นความฝันที่เลวร้ายและพฤติกรรมที่เพี้ยนสุดติ่งเลยนะเนี่ย

 

            “ก็เลยจะให้คุณไปอยู่ในความดูแลของคร็อกโคไดล์อย่างใกล้ชิดนี่แหล่ะ... พวกเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน แถมถ้าคุณอยู่ที่นี่คนไข้คนอื่นจะตกใจเสียงร้องคุณเอา”

 

            แชงคูสสรุปอย่างง่ายดาย “ว่าไงล่ะ คุณตกลงไหม? คุณหมอดองกีโฮเต้...”

 

            โดฟลามิงโก้ชะงักคิดกับตัวเองเล็กน้อยพลางยกมือแตะคอตัวเอง ที่คอเขามีผ้าพันแผลและอาการปวดช้ำจากการบีบอยู่จริง หากเอาผ้าออกแล้วส่องกระจกมันคงเป็นรอยเขียวๆม่วงๆน่าเกลียดให้เห็นแน่ๆ การล้มหัวฟาดคราวนั้นเส้นประสาทมันต้องไปโดนอะไรแหง...

 

            ไม่ก็เป็นอาการทางจิตหลังได้รับอะไรกระทบกระเทือนจิตใจจนเกิดภาพหลอน วิกลจริต...

 

            ไม่ม้าง...

 

            “โอเค ก็ได้ ถ้าพวกคุณเห็นว่ามันดีน่ะนะ”

 

            เป็นอันตกลง— ไม่สังเกตเลยว่าสามคนที่กำลังยืนรอคำตอบของเขามีท่าทางเกร็งหรือกระโตกกระตากเลยสักนิด... โชคดีสำหรับคุณหมอที่เหลือกันไป

 

 

 

 

 

            “เกือบจะจับย้ายไม่ได้แล้วไง”

 

            ออกมาที่โรงอาหารตอนพักเที่ยงเพื่อกินข้าวและจับเข่าคุยกัน คุณหมอสองท่านและหนึ่งรองผอ.ตอนนี้กำลังคีบเส้นหมี่เข้าปากไปด้วยคุยไปด้วย ท่าทางเพลียและปวดตับจนแสดงออกมาทางสีหน้าได้หมด

 

            “นี่ถ้านายไม่ปล่อยไอ้โมเลียไปเราก็คงไม่ต้องจับย้ายดอฟฟี่ปุบปับแบบนี้ แล้วไหนจะไอ้ข้ออ้างข้างๆคูๆแถจนสีข้างถลอกนั่นอีก”ลอว์เอ็ดคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะหินอ่อนทันที

 

            จระเข้ทรายคิ้วกระตุกรัวยิก “โคราซอนมันหวงไม่เข้าเรื่องมากกว่า— ก็รู้อยู่ว่าโรงพยาบาลเราน่ะมันเป็นจุดกึ่งกลางของราชาตั้งสี่ห้าเผ่า...”

 

            “มันวางใจไม่ได้หรอก”แชงคูสช่วยเสริมให้ลอว์เพิ่มอีก “ถึงจะบอกว่าจุดนี้เป็นจุดกึ่งกลางก็เถอะ แต่ขณะเดียวกันทัพของพวกรุกกี้น่ะก็กบดานกันอยู่ใกล้ที่นี่มาก— กลายเป็นว่าตอนนี้โรงพยาบาลมันกลายเป็นแนวกันชนไปแล้วน่ะเอง”

 

            “ชิ...ออกไปกวาดล้างก็จบมันแล้ว”

 

            น่าหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ การจะกวาดล้างฝูงปิศาจที่ลุกฮือหมายเอาความยิ่งใหญ่แต่ยุคเก่าก่อนกลับมานั้นเป็นไปได้ยาก ความแข็งแกร่งของพวกนั้นอยู่ที่ระดับพวกบ้า— บ้าพอจะรับมือกับทัพสิบเหล่าของพวกราชาได้ง่ายๆ...แถมพวกราชายังมีกฎเหล็กข้อหนึ่งที่น่ารำคาญด้วย

 

            กฎที่ว่าคือ การฆ่าผู้ร่วมความมืดถือเป็นความผิดที่สมควรตาย...

 

            ที่มันมีกฎนี้ขึ้นมาเพราะแต่ละเผ่าพันธุ์นั้นเริ่มเหลือประชากรน้อยลงนั่นเอง— ฝีมือพวกนักล่าปิศาจนั่นแหล่ะตัวดีเลย เอากระสุนเงินผ่ากบาลไปกี่ตัวแล้วไม่รู้

 

            “เวียร์ว่าไงมั่ง...”เปลี่ยนเรื่องทันที คุณหมอลอว์วางตะเกียบลงก่อนจะเลื่อนจานที่เหลือแต่ผักไปทางแชงคูส(....)แล้วถามหาเวียร์ หรือ ซาเวียร์ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของคุณหมอคร็อกโคไดล์ทันที “เห็นว่ากลับไปบ้านทางแม่ระยะหนึ่งไม่ใช่เหรอ”

 

            “เออ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นหรอก... ตึงมือเหมือนเคย”

 

            “ให้ตายซี้ เป็นปิศาจนี่ชีวิตลำบากชะมัด”แชงคูสเคี้ยวผักพร้อมกับทำหน้าเบื่อโลก

 

            “ไอ้คนที่วันๆหมกตัวอยู่แต่ในห้องรองผอ.น่ะ หุบปากไปเลย”บ่นเสร็จก็ยกแก้วน้ำเย็นๆดื่มปิดท้าย

 

            “เฮ้... เพราะเป็นรองผอ.ถึงได้โยกย้ายโดฟลามิงโก้ทันคำสั่งโคราซอนนะ ไม่ดีตรงไหน”

 

            “เถอะน่า— แค่ย้ายไปอยู่วังเดิมก็ดีแล้ว อย่ากัดกันเลย...ดีซะอีก ตรงวังนั่นเป็นวังหลังต่อให้ฝ่าเข้าไปยังไงก็เข้าไปไม่ได้หรอกหากไม่มีโคราซอนปลดคำสาปน่ะ”ลอว์ลุกขึ้นพร้อมกับวางแก้วโคล่าลงบนโต๊ะเตรียมกลับไปทำงาน

 

            ใช่แล้ว ที่ๆบอกว่าเป็นบ้านของคร็อกโคไดล์นั้นโกหก— ที่จริงแล้วมันคือราชวังเดิมของเหล่าอดีตราชาแวมไพร์ใช้สำหรับพักผ่อน ตอนนี้มันถูกทิ้งร้างเป็นเหมือนซากคฤหาสน์ดีๆหลังหนึ่ง ส่วนวังใหม่สร้างขึ้นมาด้านหน้าห่างจากวังเดิมเหมือนเป็นปราการป้องกันอย่างแน่นหนา

 

            เพื่อรอว่าสักวันชายคนนั้นจะหวนกลับมาหาผู้ที่รอคอยเขาทุกคืนวัน...

 

            และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะเปิดใช้มันอีกครั้ง



---------------------------------------

มะเอื้อะะะะะะ อัพเที่ยงคืนตรง!!!

//จุดพลุเลยครัชรออะไร นี่เราว่างจริงอะไรจริง แต่ชอบอัพดึก

รังแกเด็กที่ต้องไปรร.หลายคนเลยสินะเนี่ย!wwwwwwww)

คอมเม้น....เดี๋ยว อีดิธมาตอบอีกทีที่หลังแล้วกัน? UwU;;;;;;;

ฝันดีค่ะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #167 •Deuculia• (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 23:36
    ตื่นมาก็โดนสวดเลยนะเสี่ย5555555 เนื้อเรื่องเริ่มจะเข้มข้นแล้ว ><
    #167
    0
  2. #166 I am a good boy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 19:18
    สนุกคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาา แต่เราอยากได้ฟิค 7 เทพโจรสลัดเป็นเด็กมากกว่า แต่เรื่องนี้ก็อ่านได้

    เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคร้าาาาาาาาาาาา
    #166
    0
  3. #165 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 11:58
    อยากรู้จังราชาทั้ง5เปนใคร เผ่าอะไรบ้าง ตื้นเต้นนนน
    #165
    0
  4. #164 korumi_toy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 07:47
    หายไปนานมากเลย.... กลับมาอ่านอีกทีก็สนุกมากค่ะ สู้ๆนะค่ะ จะรอต่อไปเรื่อยๆค่ะ😉😉😉
    #164
    0