[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 15 : [What If]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (8)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    11 พ.ค. 58

[What If…]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (8)

 

            ว่าไงนะ ไคโดจะมางั้นเหรอ...

 

            แม่งเอ๊ย ทำไมต้องมาขัดขวางฉันตอนนี้ด้วยวะ...ขืนกลับไปตอนนี้ไอ้เข้เวรนั่น...

 

            ...บ้าเอ๊ย แต่ถ้าไม่ไปไคโดมันต้องอาละวาดแน่— ถ้างั้นก็จนปัญญาจริงๆ

 

            คงต้องออกเดินทางกลับเดรสโรซ่าเสียแล้ว

 

 

 

            เวลาผ่านไปปุบปับมากจริงๆ...

 

            เจ้านกจิตหลุด(เรียกตามที่คร็อกโคไดล์ว่า)ได้เดินทางออกจากศูนย์ใหญ่กองทัพเรือกลับไปยังเดรสโรซ่าทันทีหลังได้รับสายจากคคนสนิทคุยเรื่องอะไรสักอย่าง ที่ลูฟี่และเอสรู้ก็คือ— ตอนนี้พวกขาปลอดภัยจากนกขนชมพูนั่นมาได้สามเกือบสี่วันแล้ว

 

            เป็นช่วงเดียวกันกับที่มีข่าวไวๆแล่นตรงดิ่งมาจากนิวเวิล์ดขณะที่ออกมาอีสต์บลูเพื่อทานอาหารภัตตาคารลอยทะเล “นี่— เรื่องจริงเหรอที่ว่าพวกหนวดขาวเจ็บหนักเลยน่ะ เอส?”

 

            น้องชายหน้าหวานใสจนเป็นที่จับจ้องจากคนในร้านเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆขณะถามผู้พี่ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามที่นั่งตัวเอง ร่างโปร่งเพรียวที่ใส่เชิ้ตขาวออกมาวันนี้ทำแค่เขี่ยเศษผักในจานด้วยใบหน้าหนักใจ— เห็นว่าไก่ฟ้านั่นอยู่กับพวกหนวดขาว ถ้าอย่างนั้นมันคงเจ็บหนักหน้าดู...

 

            จะว่าไปเขาลืมเอะใจอะไรไปรึเปล่านะ— ไก่ฟ้านั่นกับชายแปลกหน้าที่เขาเจอชื่อเหมือนกัน—

 

            “เอส!”

 

            “จ๋าจ้ะ!?”สะดุ้งสุดตัวจนลืมเรื่องเมื่อครู่ไปสนิท “เมื่อกี้นายว่าอะไรเหรอลูฟี่”

 

            วันนี้สองพี่น้องมากินข้าวกันอย่างเป็นส่วนตัวหลังเสร็จภารกิจที่เกาะใกล้ๆ ทั้งคู่ไม่ได้พกเสื้อคลุมทหารมา— แน่นอนที่ไม่พกเพราะเกะกะ— ระหว่างที่ทานข้าวคนพี่ก็เอาแต่เหม่อจนคนน้องชักหมดอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน ยังดีที่ตะโกนใส่หน้าทีหนึ่งถึงกลับมาโลกปกติ(....)

 

            “ฉันถามเรื่องที่ไคโดมันปะทะกับกลุ่มหนวดขาวอยู่นะ ฟังมั่งดิ!”

 

            “ฮะๆๆ โทษๆ...”เอสยกมือยีหัวน้องอย่างเอ็นดู “ก็คงจะประมาณนั้นแหล่ะ แต่ไม่ได้สูญเสียสาหัส”

 

            “...งั้นเหรอ แล้วไคโดมันไปไหนต่อ?”ถามไม่หยุด

 

            “ไม่รู้สิ หลังปะทะกันก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย”

 

            พวกเขาเอาแต่พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับไคโดจนลืมสนใจรอบด้านขณะนี้ไปสนิท— นั่นสินะ ลืมสนใจอะไรงั้นหรือ? ก็โต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ดันเป็นโต๊ะที่มีใครบางคนจองไว้แล้วน่ะสิ

 

            แล้วใครบางคนที่ว่า... ก็คือเรือเอกฟูลบอดี้...

 

            “หนอยแน่ะ... ไอ้พวกลูกลิงนี่มันใครกัน”เสียงทุ้มแหบสบถฮึดฮัด

 

            ไม่แปลกที่เขาจะกล้าแสดงกริยาแบบนี้ต่อหน้าพวกพลเรือระดับสูงทั้งสองคนนั้น ด้วยความที่ออกจะเป็นทหารหนุ่มที่ไม่ได้มีส่วนข้องแวะกับศูนย์บัญชาการกลาง น้อยครั้งจะเห็นหน้าคร่าตาพลเรือระดับสูงสักคน...ยิ่งลูฟี่กับเอสที่ไม่เคยมีหน้าลงหนังสือพิมพ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

            แถมไม่ได้ใส่เสื้อคลุมมาอีก ดูยังไงก็เหมือนเด็กบ้านนอกชัดๆ... ปึง!!

 

            “โอ๋?” “เหอ?”

 

            สองหนุ่มละจากการพูดคุยหันมอง— คนในร้านก็เช่นกัน— ไปยังทางด้านเรือเอกที่กำลังมีน้ำโหขณะควงสาวหน้าใสซื่อบื้อใกล้ๆ บริกรชายที่อยู่ในพื้นที่และเห็นเหตุการณ์พากันกระซิบกระซาบให้เตรียมพร้อมบางอย่างเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

 

            ฟูลบอดี้หน้าหงิก “ไอ้ร้านนี้มันบริการยังไงกัน หา...โต๊ะที่ดีที่ฉันจองไว้ดันให้ลิงที่ไหนมานั่งเนี่ย!”

 

            ลิง...? เอียงคอทั้งคู่แบบลิงไหนอ่ะน่ะ(....)

 

            “ขอโทษด้วยนา คุณลูกค้า— แต่ร้านของเราน่ะ...”

 

            “ฉันไม่ฟังมันทั้งนั้นแหล่ะ!ไอ้ร้านเส็งเคร็งที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งลำดับบริการลูกค้าน่ะ ฉันเรือเอกฟูลบอดี้แห่งกองทัพเรือเชียวนะ!”ปากว่ามือถึง ก่อนมาถึงนี่เขาก็เจอเรื่องหงุดหงิดมากพอแล้วยังจะมาเจอเจ้าพวกลูกลิงมันมายึดโต๊ะเขาอีก ใครจะยอมกัน

 

            “คุณลูกค้าช่วยฟังหน่อ— ...”

 

            “อะไรกัน เรือเอกหรอกเหรอ”ขัดด้วยเสียงเอสที่โพล่งขึ้นมา “โทษทีนะ...ทีแรกฉันก็เกรงใจเหมือนกันที่ต้องมานั่งโต๊ะที่จองไว้ แต่ร้านมันเต็มจริงๆ จะไปขอโต๊ะเขาก็ลำบากพวกคุณเชฟน่ะ”

 

            คิ้วของเรือเอกหนุ่มหน้าโหดกระตุกรัวยิก “แต่พวกเราอิ่มแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจ่ายเช็กให้เลยแล้วกัน”

 

            “คิดว่าแค่กินเสร็จจ่ายเงิน ฉันจะให้อภัยรึไงหา!!!”

 

            “โหยๆ... เสียงหนวกหูแบบนั้นน่ะ”

 

            เสียงทุ้มของชายคนใหม่แทรกขึ้นระหว่างที่สองฝ่าย(รึฝ่ายเดียว?)ร่ำๆจะฟาดขาฟาดแข้งกัน สองพี่น้องเลิกสนใจตัวทหารผู้น้อยตามไปยังชายชุดสูทดำใกล้ๆ ผมสีทองเด่นชัดรับกับรูปหน้าคมคายหล่อสันอย่างมีสกุล ในมือถือถาดเสิร์ฟอาหารที่มีเหยือกน้ำหวานและแก้วที่บรรจุของเหลวใสสีฟ้าส่งให้กับหญิงที่ควงมากับฟูลบอดี้

 

            ร่างสูงคิ้วกระตุกอีกครั้งพลางกัดฟันหันมองบริกรแปลกหน้า ซึ่งตอนนี้เหลือบตามองคมเฉียบใส่อย่างเอาเรื่อง “ไม่เคยมีใครสอนมารยาทในร้านอาหารหรือไงว่าอย่าส่งเสียงดัง ยิ่งตีขากระทืบเท้าโครมๆนี่ยิ่งห้ามทำตอนหน้าเลดี้เลยนะ”

 

            “หนอยแก...”

 

            “ถ้ายังไม่เลิกทำตัวแบบนี้ฉันคงจะต้องขอเชิญออกจากร้านด้วยล่ะนะ”

 

            “เป็นแค่บ๋อยอย่ามาสั่งฉันนะ!!”ว้ากลั่นอย่างถือดีในศักดิ์ เขาทำท่าจะทุบหัวเจ้าเด็กบ๋อยนั่นขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็มีวิธีตั้งรับในแบบของตัวเองอยู่แล้ว

 

            แต่ก็ไม่ได้ลงมือหรอก...

 

            โป๊ก!! หมัดลุ่นๆเขกเข้ากับหัวของเรือเอกหัวสูงโดยเด็กชายหน้าหวาน “เป็นทหารยังไงก็ยังเป็นคน หัดวางตัวให้ถูกสภาพการณ์หน่อยสิ...”

 

            “เฮ้ย!!นี่แก!!”

 

            “พลเรือตรีลูฟี่ครับ!ทำไมทิ้งเสื้อคลุมไว้อีกแล้ว!!” “พลเรือโทเอสก็ด้วย!!”

 

            แทบจะสำลักคำพูดของตัวเองลงคอ ฟูลบอดี้หน้าตื่นเหลือบมองเหล่าทหารยศเดียวกับเขาวิ่งเอาเสื้อคลุมทรงยศของทั้งคู่เข้ามาให้ อะไรกัน!เด็กสองตัวนี่ที่มาแย่งที่นั่งเขาเนี่ยนะเป็นพลเรือ!จะตลกเกินไปแล้ว!

 

            ถึงกระนั้นสีหน้าท่าทางหงุดหงิดของฟูลบอดี้ก็โดนเมินไปทันที “อ่า คุณกุ๊กผมทอง ขอโทษแทนเขาด้วยนะ...ถึงจะไม่ได้อยู่สังกัดเดียวกันแต่เขาก็เป็นทหารเรือนิสัยไม่ค่อยดี ดันทำบรรยากาศร้านเสียซะได้”

 

            “อ่า เอ่อ...ไม่เป็นไร... คุณพลเรือตรี...”

 

            ไม่รู้เพราะอะไร แต่ชายหนุ่มผมทองที่รับหน้าเรื่องงานเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าวันนี้รู้สึกเหมือนกับเด็กชายตรงหน้ามีความน่าสนใจอยู่ในหลายอย่าง— ทั้งหน้าตาที่ดูแสนจะน่ารักนั่นก็อีก ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าจะเกิดมาเป็นผู้ชายเสียอย่างนั้น

 

            น่าเสียดาย แต่เขาชอบผู้หญิง... “เรียกเรือตรีอะไรกัน ฉันมากินข้าวแบบมนุษย์มะนาทั่วไป เนอะเอส”

 

            “อื้ม ตามนั้นแหล่ะ...ขอโทษแทนมารยาทแย่ๆของน้องชายด้วยนะ”ผู้เป็นพี่ส่งรอยยิ้มสดใสให้กับชายหนุ่มเช่นกัน “แล้วก็ขอบคุณมากที่ช่วยบริการพวกเราแม้จะโต๊ะไม่ว่างก็เถอะ ขอบคุณจริงๆ”

 

            “ไม่เป็นไรครับ...”

 

            เสียงซุบซิบเริ่มดังตามขึ้นมาอย่างเซ็งแซ่จากทั่วร้านถึงบุคคลสองบุคคลที่หน้าตาเจิดจรัสยิ่งกว่าทหารเรือใดๆในกองทัพเรือ ต้องยอมรับเลยจริงๆว่าคนน้อง— พลเรือตรีลูฟี่นั้นหน้าตาน่ารักน่าทะเล้นเหมือนสตรี ส่วนพลเรือโทเอสก็ดูเป็นหนุ่มหน้าตาดีที่มีรอยยิ้มสดใสเหมือนตะวัน— หากลงหนังสือพิมพ์อาจมีแฟนคลับตามกันเป็นกระบุง

 

            คุณกุ๊กผมทองได้มีใจฟังคำพูดเหล่านั้นขณะมองส่งทั้งสองร่างที่กำลังออกจากร้าน แต่ก็ถูกขัดขึ้นเมื่อเด็กชายหน้าหวานหันกลับมาอีกครั้ง “จริงสิ คุณกุ๊ก— ชื่ออะไรน่ะ”

 

            “หืม? ซันจิครับ...คุณลูกค้า”

 

            “อ้อ...”ลูฟี่หัวเราะเบาๆ “อาหารพวกนั้นนายทำอร่อยมากเลยนะ— สนใจมาเป็นกุ๊กให้กับเรือของฉันไหม?”

 

            “...เอ่อ ไม่ดีกว่า...”อ้ำอึ้ง ไม่กล้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาดใส่เด็กนี่เลยจริงๆ...

 

            กลัวทำเด็กนั่นร้องไห้— เดี๋ยวสิ แล้วเขาจะกลัวเด็กผู้ชายที่หนำซ้ำยังเป็นพลเรือร้องไห้ทำไม!!

 

            “แน่ใจเหรอ ฉันถูกใจนายมากเลยนะ— ถ้าไปกับเรือฉันล่ะก็—...”

 

            “น่าๆ ลูฟี่ เขาเป็นกุ๊กนะ...”เอสยีหัวน้องชายพลางหัวเราะ “บาราติเย่เองก็ให้เขาเป็นถึงรองกุ๊กอีก— นายไม่คิดบ้างเหรอว่ากว่าเขาจะเป็นได้ขนาดนั้นเขาต้องทุ่มเทขนาดไหน เขาต้องรักร้านนี้มากแน่ๆจนทิ้งมันไม่ลงนั่นล่ะ”

 

            “อ่ะ งั้นฉันก็เสียมารยาทสินะ ขอโทษ”

 

            เด็กชายพลตรีก้มหัวปะหลกๆเพียงครู่เดียวให้ซันจิก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังเรือที่มารับตนทันที ต้องรีบเดินทางกลับแล้ว— ทั้งเรื่องไคทั้งเรื่องมอร์แกนที่อีสต์บลูมันประดังประเดเข้ามาใส่พวกเขา หากไม่จัดการคงเป็นเสี้ยหนามในภายหน้าอีก

 

            กุ๊กผมทองคนนั้นก็ดูมีฝีมือบู๊มากทีเดียว ลูฟี่ใช้สัญชาตญาณรับรู้ถึงความดุดันของชายคนนั้นได้— ถ้าหากได้มาเป็นทั้งพ่อครัวและทั้งเพื่อนสนิทคงจะดีไม่น้อย น่าเสียดายที่— ...

 

            ตูม!!

 

            “!?” “โว้ว!?เสียงอะไรน่ะ!”

 

            ออกมานอกร้านได้เพียงแค่ไม่นานก็เกิดแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้คลื่นน้ำพัดกรรโชกเข้าหาร้านภัตตาคารกลางทะเล เสียงไม้แตกและเรือขนาดใหญ่ถล่มจมลงด้วยการผ่าครึ้งซีกไปจนถึงกระดูกมังกรที่ท้องเรือ แนวระยะนั้นผ่าเรียบคม พริ้วไหวดุจลมแผ้ว...

 

            รอยดาบ... “อ้า...ผ่านมาแถวนี้ด้วยเหรอ”

 

            เอสนวดขมับกับนิสัยทำอะไรเกินเหตุเช่นนี้ แต่คงพูดอะไรไม่ได้มากนัก— จากที่ดูแล้วเรือลำนี้คือเรือของดอน ครี้ก โจรสลัดค่าหัวไม่มากไม่น้อยที่ออกจากแกรนด์ไลน์มาไม่นานแล้วก็เงียบหายไปสักพัก...โผล่มาอีกทีก็โดนเล่นงานตั้งแต่ยังไม่ลงมือปล้นภัตตาคารงั้นสินะ...

 

            “ตาเหยี่ยวสินะ ชิชิชิ”ลูฟี่ทำแค่ยกมือไพล่ไว้รองหลังท้ายทอยมองชมสภาพเละเทะนั่น “มือหนักมากอย่างที่ปู่เล่าเลยแฮะ— นึกว่าจะกลับเกาะของตัวเองไปแล้วซะอีก”

 

            “คงเจออะไรน่าสนใจนั่นแหล่ะถึงได้โผล่มา”

 

            เป็นข้อสรุปที่ดีสำหรับสองพลเรือ พวกเขาทรงตัวบนเรือที่จอดโคลงเคลงใกล้ภัตตาคารพร้อมกับมองภาพความพินาศไปในตัว ลูกเรือบนเรือลำยักษ์นั่นโดดลงน้ำหนีตายกันบ้าง เกาะแผ่นไม้จากซากเรือไม่ให้จมบ้าง...ดวงตาหวานของลูฟี่ยังเห็นตัวของดอน ครี้กในชุดเกราะพังๆอยู่หลัดๆ

 

            น่าจะมีเรื่องไปรายงานปู่การ์ปอีกแล้วล่ะมั้ง “น่าปวดหัวกันจริงจรี๊ง...”คนพี่ถึงกับหลุดปากบ่นออกมาด้วยความเพลียใจ

 

            ตูม!!

 

            “อะไรอีกอ่ะน่ะ”ลูฟี่ยกมือบังแดดมองตามเงาร่างที่กระโดดออกมาจากซากเรือเพื่อมายืนบนลานของภัตตาคารลอยทะเล ชายที่ใส่ฮากามะสีเขียวและผ้าโพกหัวสีดำชุ่มโชกไปด้วยน้ำทะเล ดาบสามเล่มที่มีเพียงหนึ่งเท่านั้นซึ่งเป็นดาบชั้นเลิศในสายตาของเอส

 

            วาโดอิจิมอนจิ...

 

            “นี่สิที่ฉันอยากเจอ”ชายคนนั้นกล่าวขณะที่คาบด้ามดาบของวาโดอิจิมอนจิเอาไว้ ดวงตาคมปลาบเหมือนอสูรร้ายที่กำลังเจอเหยื่อที่ถูกชะตา “นายคือเป้าหมายของฉัน ที่จะเป็นยอดนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุด”

 

            จากควันดำทมิฬที่ลอยฟุ้งปรากฎเงาร่างสูงและดาบเล่มใหญ่คมปลาบพาดไว้ด้านหลัง...ดวงตาสีอัมพันคมกริบดุจเจ้านภามองฝ่ายตรงข้ามผ่านเงาหมอกควันด้วยสายตาพิจารณา

 

            “ตาเหยี่ยว มิฮอว์ค...”

 

 

 

            “...เอาล่ะสิ นักล่าค่าหัวโรโรโนอา โซโล...”

 

            เสียงพึมพำของเหล่าทหารดังก้องไปทั่วทั้งลำเรือ สองพี่น้องพลเรือที่ได้ยินก็นิ่วหน้าขมวดคิ้วมองภาพการเผชิญหน้ากันของสัตว์ร้ายคู่นั้น— น่าสนใจสำหรับตัวชายผ้าโพกหัวโรโรโนอา โซโล...ความแกร่งกร้าวเหมือนเสือคลั่งนั่นทำให้เขาดูแข็งแกร่ง

 

            แต่ว่าจะสามารถรับมือเจ้าเวหาอย่างมิฮอว์คได้หรือ...

 

            “ฉันว่าหมอนั่นน่าจะตายแน่— อย่างมิฮอว์คน่ะ...”

 

            “ไม่หรอกเอส...”ลูฟี่ขัดกลางคัน ดวงตาหวานคู่โตจับจ้องร่างของชายนักล่าค่าหัวไม่วางตา “ฉันว่าฉันสนใจนะ คนอย่างหมอนั่นน่ะ...มิฮอว์คเองตอนแรกก็คงจะคิดแบบนาย”

 

            แต่ถ้าได้ลองประมือกัน— สปิริตของหมอนั่นจะต้องดึงดูดยอดนักดาบอย่างมิฮอว์คได้แน่

 

            เขาเชื่ออย่างนั้นนะ...

-------------------------------------------------------
ตอนนี้เค้นออกมายากมาก เพราะหาจุดร่วมที่จะมาเจอโซโลกับซันจิไม่ได้เลยค่ะ 55555
ขอต๊ะซีรี่ย์นี้ต่ออีกพักนึงนะคะ' w'); ตอนหน้าเราจะมาแกล้งเด็ก7เทพกัล
คอมเม้นก็ขอต๊ะอีกเช่นกัน แต่ก็ขอบคุณนะคะ มีกำลังใจแต่งต่อมากมาย>w<),,

ปล.มีใครสังเกตมั้ยคะว่าเราชอบแกล้งเสี่ยดอฟมาก--เกือบทุกเรื่องเลย
เวลาแกล้งเสี่ยแล้วเสี่ยน่ารักจะตา--//โดนรัดคอตายมันจริงๆแอร่
ไว้เจอกันใหม่ค่ะ!//ห่มผ้านอน


*มาอีดิธนิดหน่อยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 19:09
    กรี๊ดดดดดดด ซันลู ซันจิน่ารักอ่ะ ชอบบบบ

    โซโลมาแล้วววววว ที่รักคะะะะ-//ขาดสองท่อน

    แกล้งเสี่ยเยอะๆเลยค่ะ เราก็ชอบ><
    #127
    0
  2. #106 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 13:01
    ได้แน่ๆ ได้สองคนนี้มาเปนพวกแน่ๆ แล้วอย่างงี้ถ้าเข้าใหม่โซโลกะซันจิจะได้ยศไรหรอค่ะ แบบเดวกะลอว์รึเปล่าาาา คิดภาพใส่เสื้อกะลาสี แปป 555555 คิดถึงมัลโก้แล้ววววว เอสก้คิดถึงใช่มะะะ นึกถึงตลอดดดดดด
    #106
    0
  3. #97 torao *[]* (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 20:30
    เหมือนได้อ่านย้อนตั้งแต่ต้นเรื่องเลย><  จะได้โซโลกับซันจิมาเป็นทหารเรือไหมเนี่ย?#รออ่านต่อนะ ลุ้นมากๆ 


      เป็นกำลังใจให้ค่ะ😀😀📒
    #97
    0
  4. #96 •Deuculia• (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 17:04
    ซันจิ!!!!!!~ ....ใครแว้---- #โดนถีบหนักมาก(...) โผล่มาอีกสองหนุ่มแล้วววว *-* ...แน้ ไม่วายคิดถึงเนื้อคู่(?)นะคะเอสคุง555555
    #96
    0
  5. #95 Sorasora24 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 12:35
    เอสมัวแต่คิดถึงมาร์โก้ -/////-

    เรื่องราวตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ซันจิก็มา โซโลก็มา 
    #95
    0
  6. #94 Yui-ya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 07:32
    โซโร!!!! ซันจิ!!!!! // สกรีมด้วยเสียงช็อปเปอร์
    เราคิดไปเองอ่ะเปล่าแต่รู้สึกว่าตอนมันสั้นลง?? ไม่เป็นไรเราให้อภัยไรท์ #จุ๊บที
    มาอัพต่อเร็วๆนะครัช กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันเลย
    #94
    0
  7. #93 p_ice (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 01:27
    อ๊ากก อยากอ่านต่อ><
    #93
    0