[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 14 : [AU][If...]Give Your Blood to The King. {Corazon x Doflamingo}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 พ.ค. 58

คำเตือน!!!!!
นี่คือ Alternative Universe!
คาร์แร็คเตอร์ไม่ได้มีนิสัยเหมือนเนื้อเรื่องหลักเลยค่ะ!
และ
เป็นคู่อภิมหาแรร์ที่... อืม(....)
โปรดใช้จักรยานในการอ่านมากๆเลยนะคะ
ปล.อย่ายำไรเตอร์เลยนะคะ!!





















Give Your Blood to The King

[1]




 

            ง่วง...

 

            ไม่ไหวแล้ว ชักจะง่วงเกินไปแล้ว สมองเบลอจับโฟกัสงานให้เป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เลยสักอย่างแบบนี้ต่อให้ฝืนนั่งทนอยู่ในห้องทำงานไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกนะ!

 

            ร่างสูงเพรียวหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่พลางเอื้อมมือไปปิดโคมไฟตั้งโต๊ะที่เปิดไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาสีฟ้ากระจ่างหลังแว่นทำงานปรับโฟกัสดวงตาที่แสนจะเหนื่อยล้าให้มองไปยังนาฬิกาเรือนงามซึ่งตั้งเอาไว้ใกล้ๆ เที่ยงคืนเสียแล้ว...นี่เขาทำงานดึกขนาดนี้เลยหรือ

 

            ยกมือขึ้นพลางใช้นิ้วเรียวยาวของตนนวดเปลือกตา เขาคงต้องเลิกกะเสียแล้ว...

 

            “เฮ้ พยาบาล...”

 

            เสียงทุ้มเรียกคนที่อยู่เฝ้ากะนี้เป็นเพื่อนด้านนอก ยังเหลือพยาบาลอีกสองคนและคุณหมออีกหนึ่งคนที่ห้องข้างๆ “นี่... พยาบาล ใครอยู่ข้างนอกบ้าง”

 

            “คะ คุณหมอดองกีโฮเต้?”คนที่เข้ามาคือพยาบาลสาวสวยผมสีเขียวสว่าง เธอเปิดประตูเข้ามาอย่างสุภาพพร้อมกับยิ้มพิมพ์ใจให้ดังเช่นปกติ “จะเลิกกะแล้วสินะคะ— งั้นดิฉันจะไปบอกคุณหมอทราฟาลก้าให้นะคะ...”

 

            “อ่า ขอบใจนะโมเน่...ฝากบอกลอว์ด้วยนะว่าวันหยุดนี้ฉันอาจจะไม่เข้ากะน่ะ”

 

            “ทราบแล้วค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ...”

 

            ประตูสีขาวบานใหญ่เลื่อนปิดลงอย่างเงียบเชียบปล่อยให้คุณหมอผมทองบลอนด์หันไปจัดเก็บเอกสารอย่างอ่อนเพลีย— ชื่อของเขาคือ ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้...เป็นหมอ... อืม ถูกแล้วฟังไม่ผิดหรอก เจ้าของร่างสูงโย่งรูปร่างผอมบางจนนางพยาบาลอายคนนี้เป็นนายแพทย์หนุ่มสาขาจิตเวชซึ่งรับผิดชอบเคสผู้ป่วยทางจิต— ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยจากเหตุฆาตกรรมโดยเฉพาะ...

 

            นอกเหนือจากเรียนจบเอกจิตเวชแล้วเขายังศึกษางานของศัลยแพทย์ไปด้วย...ทำเป็นหน้าที่เสริม อุดรูพวกหมอที่งานศัลยกรรมเต็มมือ

 

            แหงล่ะ เดี๋ยวนี้ก็ต้องมีวัยรุ่นชอบการศัลยกรรมเป็นเบือ ไม่ใช่จิตเวชอาชญากรรม...

 

            แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาคิดตอนนี้— นายแพทย์โดฟลามิงโก้เก็บเอกสารบางส่วนของเคสสาขาจิตเวชล่าสุดลงกระเป๋าหนังสีดำเตรียมตัวจะเดินทางกลับคอนโดที่พักใกล้ๆนี้...มือเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มือถือเปิดล็อคหน้าจอดูเวลาอีกที ป่านนี้แล้วรถไฟฟ้าไปรับไปส่งก็คงไม่มีอีกเช่นเคย

 

            เอาเถอะน่า— แค่เดินเอง ดีซะอีกจะได้ปอดแข็งแรง...

 

            ....คิดอีกที ควันเมืองกรุงคงทำให้เสียสุขภาพมากกว่า(....)

 

 

 

            ย้ายร่างลงมาเดินบนทางเดินเท้ายามดึกที่มีเพียงแสงไฟจากตามรายทางสลัวๆเป็นเครื่องนำทาง คุณหมอโดฟลามิงโก้เดินก้าวอาดๆไม่สนใจชีวิตรับลมเย็นๆยามดึกไปพลางฮัมเพลงไปพลางระหว่างทางกลับบ้าน ใจกลางเมืองนั้นตอนนี้เป็นฤดูร้อน อากาศค่อนข้างอบอ้าวในช่วงหัววัน— แต่พอตกดึกจะเริ่มมีลมเย็นๆแผ้วพัดมาพอทำให้รู้สึกสบายตัว ลมจะยิ่งแรงหาเดินผ่านพวกตรอกซอกตึก

 

            และเขาก็มักนิสัยเสียไปเดินผ่านแถวนั้นเพราะลมมันดีซะด้วยไง “ฮืม...ดึกวันนี้ก็ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่แฮะ สงสัยเมื่อกลางวันที่มีข่าวว่าร้อนสี่สิบสองคงไม่ใช่เล่นๆ...”

 

            พูดถึงข่าวก็แอบเอะใจเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนเดินเที่ยวดึกๆ...ทั้งๆที่เมืองกรุงมักเป็นแหล่งสถานที่ที่มีแสงสีไม่มีวันหลับใหลแท้ๆ

 

            “ข่าวนั่นคงกระทบกับภาพลักษณ์เมืองสินะ...”

 

            พึมพำกับตัวเองก่อนจะออกเดินอีกครั้ง— ข่าวที่ว่านั้นคือเรื่องพาดหัวเกี่ยวกับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากการถูกผีดูดเลือดกัด...สภาพศพนั้นยังสมบูรณ์ดีแต่มีเลือดไหลออกจากปากแผลที่ต้นคอสาวน้อยเคราะห์ร้ายนั่น ข่าวเคสนั้นเพื่อนร่วมงานซึ่งจบนิติเวชของเขายังถึงกับต้องเก่าหัวมาคุยด้วย— ส่วนเขาก็ได้แต่บอกว่าคงเป็นอาการป่วยทางจิตอย่างโพรพิเลีย รึ อะไรสักอย่างแถวๆนั้น...

 

            โพรพิเลียที่ว่าคืออาการที่เหมือนกับผีดูดเลือดนั่นแหล่ะ... สมัยก่อนตอนที่วิทยาการแพทย์ยังไม่เฟื่องฟูก็มีคนเป็นโรคนี้เยอะเหมือนกัน— คนที่เป็นจะมีอาการอยากกินเลือด ฟันยาวคม...เอแล้วอะไรอีกนา คุณหมอเกาหัวอีกรอบ...ตอนนี้เขาง่วงจนจะลืมทางกลับบ้านแล้วด้วยซ้ำ

 

            “ให้ตายสิ...เงียบๆแบบนี้แล้วใจแป้วชะมัด... ปกติผับบาร์เถื่อนแถวนี้ก็ยังไม่ปิดแท้ๆ”

 

            มองรอบๆดูร้านเหล้าผับเถื่อนที่ว่า มันตั้งอยู่ค่อนข้างไกล...ไม่สิ โคตรไกลจากโรงพยาบาลแต่แสงสีไฟอะไรต่างๆนาๆจะเปิดสว่างไสวตลอด บางครั้งที่เขาเดินผ่านมาก็เกือบจะโดนลากเข้าไปอยู่รอมร่อ...

 

            เฮ้... เห็นสูงขนาดนี้แต่มองจากด้านหลังไวๆพวกวิปริตบางตัวมันก็จ้องงาบเหมือนกันนะ

 

            สยองมาก...!

 

            ฟู่วววววว!

 

            “อุ...”ลมเย็นๆพัดแรงจนแว่นสายตาที่เขาใส่ไว้ยังกันฝุ่นละอองไม่ได้ ร่างสูงเพรียวผงะถอยหลังไปเล็กน้อยพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้ตา “บ้าจริง...ลมแรงเกินไปแล้วมั้ง...” ได้แต่บ่นกับตัวเอง ท่าทางฝุ่นที่เข้าตาจะไม่ยอมออกง่ายๆเสียด้วย

 

            หยุดเดินพร้อมกับถอดแว่นสายตาออกเพื่อจัดการกับตาตัวเอง ไม่ทันสังเกตว่าตัวเองได้มายืนอยู่ตรงตรอกมืดเปลี่ยวซึ่งมีเสียงหอบกระหายเลือดอยู่ด้านใน

 

            “ดูหลังไวๆก็นึกว่าผู้หญิงหรอกนะ แต่ช่างเถอะ— กลิ่นหอมแบบนี้”

 

            “เจ้าอย่ามายุ่งกับเหยื่อของข้า...”แผดคำรามเสียงต่ำอยู่หลังเงามืด

 

            “เหยื่อของเจ้า? อย่ามาพูดแมวๆ ของแบบนี้ใครเร็วใครได้สิวะ จริงไหม!?”เจ้าของเสียงแรกไม่ยอมแพ้ก่อนจะพุ่งตัวพรวดพราดออกจากเงามืดของตรอก ฝ่ายคนที่เถียงด้วยนั้นสบถลั่นพร้อมกับดีดตัวพุ่งตามเข้าไปหมายจะขัดขวางไอ้นิสัยเสียเมื่อครู่

 

            ผลั่ก!!

 

            “อึ๊ก!?”

 

            เพราะแรงผลักจากสองร่างทำเอาร่างเพรียวล้มหงายกระแทกกับพื้นปูนจนเลือดออก “อะ อะไรกันเนี่ย...!?อูย...เจ็บ”

 

            “ออกไปเดี๋ยวนี้ไอ้สวะ เลือดไอ้หมอนี่ข้าจะต้องเป็นคนเดียวที่ได้กิน!”

 

            “เฮอะ! เจ้าน่ะแดกตีนไปก่อนแล้วกัน!!”

 

            ไม่แน่ใจว่าสิ่งมีชีวิตสองตัวที่คร่อมเขาอยู่มันคืออะไร แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้โดฟลามิงโก้โฟกัสอะไรตรงหน้าไม่ได้แล้ว ทั้งจากความง่วงและความเจ็บปลาบที่หัวหลังการกระแทก แค่เขาไม่รู้สึกโลกหมุนก็บุญแค่ไหนแล้ว แล้วนี่ยังมีพวกประหลาดที่บอกจะกินเลือดเข้ามาถีบทุบกันบนตัวอีก

 

            นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย

 

            “ชักโมโหแล้วนะเว้ย!ไอ้จาบรา!”เสียงแรกตะโกนตามด้วยแรงผลักที่เท้าใส่หน้าอีกฝ่าย “เจ้าไปหากินที่อื่นเลยก่อนที่ข้าจะโมโห!”

 

            จาบราที่ถูกพูดถึงสบถพลางลุกนั่งปาดเลือดที่มุมปาก...ซึ่งมีแนวเขี้ยวโผล่พ้นออกมา “เรื่องสิ!แต่เดิมเจ้าไม่ได้อยู่ถิ่นตรงนี้นะเว้ยไอ้ลุจจิ!”

 

            “เจ้าโดนข้ายึดถิ่นไปแล้ว!”

 

            “อ้องั้นเหรอ!ไอ้ที่ร้องเอ๋งๆเมื่อวานมันเจ้าเห็นๆ!”

 

            นายแพทย์หนุ่มนอนแผ่พังพาบฟังเสียงทะเลาะนั่นจนกระทั่งหายมึน โอเค— ตอนนี้สมองของเขาจำได้หมดแล้วว่าพวกนี้ชื่ออะไร ลุกขึ้นรีบไปบอกตำรวจน่าจะพอไหว— คิดเท่านั้นก็รีบหมุนพลิกร่างตะแคง พยายามให้ศีรษะกระเทือนน้อยที่สุดก่อนจะถีบตัวลุกจากพื้นดิ่งไปทางที่พอจะหลบจากพวกเวรพวกนี้

 

            เสียงเบาะแว้งกันหยุดลงตามมาด้วยเสียงคำรามไล่หลังเมื่อพบว่าเหยื่อหนีไป ความรวดเร็วของฝีเท้าสองสิ่งมีชีวิตนั่นแค่ดีดตัวสองครั้งก็เข้าประชิดร่างบางที่วิ่งหนีออกมาไกลได้แล้ว “จะหนีไปไหน!!”

 

            “อึ่ก?!!”ร้องลั่นเมื่อเห็นกงเล็บยาวสีดำเงื้อสูงพร้อมจะแทงลงมา

 

            เงาสะท้อนในดวงตานั้นเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว เรียวเล็บคมปลาบสะท้อนกับเสงสลัวพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ไม่นะ!เขาต้องตายที่นี่เหรอ!?

 

            หลับตาแน่นสนิทตามสัญชาตญาณ...

 

 

 

            .................

 

            .......

 

            ทุกอย่างเงียบกริบ ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีเลือดสีแดงข้นอุ่นๆกับกลิ่นคาวลิ้นฟุ้งกระจาย เขาไม่รู้สึกอะไรบนร่างกายทั้งนั้นนอกจากความเงียบและเสียงลมพัดหวิวๆที่บอกเขาได้ว่ายังไม่ตาย

 

            เกิดอะไรขึ้น... เขาไม่กล้าลืมตามองเลย...

 

            กึก... เสียงฝีเท้า? มาทางด้านหลังของเขานี่เอง... โดฟลามิงโก้ค่อยๆเปิดเปลือกตามองผ่านเลนส์แว่นไปเบื้องหน้า— ไม่มีอะไรอย่างอื่นนอกจากความว่างเปล่า... พวกปิศาจบ้าเลือดพวกนั้นหายไปไหนกันหมดแล้วล่ะ แล้ว...ใครเดินมาข้างหลัง...

 

            รีบผินตัวหันควับมอง ชายร่างสูงใกล้เคียงกับเขาในชุดขนนกเฟอร์สีดำและชุดสูท? “เอะ...เอ่อ”

 

            “.....”

 

            ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรออกมา ในปากที่แต้มด้วยสีชาดกว้างไปเกือบถึงใบหูคาบบุหรี่เอาไว้ เค้าหน้าคมคายแต่งด้วยสีแดงและดำในสไตล์ที่แปลกประหลาด เหมือนตัวตลกแถมใส่แว่นดำอีก...คุณหมอคิดแบบนั้น เมื่อมองหัวจรดเท้า...ชายคนนี้สูงเท่าเขาเลย มีผมสีทอง ใส่เชิ้ตลายทางสีขาวแดง เนคไทด์แดงและสูทดำทั้งตัว

 

            ท่าทางอีกฝ่ายจะเห็นเขาเอาแต่สำรวจร่างกายจึงเริ่มขยับหยิบกระดาษออกมาให้เขาอ่านก่อน

 

            มีอะไรรึเปล่า— เจ้าหลงทางหรือ?

 

            เป็นใบ้เหรอ? “เอ้อ เอ่อ...เปล่า ครับ...”

 

            หัวเจ้ามีแผล ไปโดนอะไรมา...พลิกกลับดาษกลับอีกด้านอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าคำถามนั้นถูกเขียนเตรียมเอาไว้แล้วก็มิปาน— แต่มึนหัวแบบนี้คุณหมอคงไม่เก็บมาใส่ใจหรอก

 

            “อ่า...”โดฟลามิงโก้อ้ำอึ้ง ดวงตาหลังแว่นสายตาคู่งามเสมองทางอื่น...บอกไปว่าเจอผีดูดเลือดใครเขาจะเชื่อกันล่ะ “หกล้มน่ะ...ฉัน...กำลังมึนหัวแถมง่วงอีก ก็เลยล้มลงไปตรงนั้น...”

 

            ร่างสูงแข็งแรงตรงหน้านิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

 

            ให้ข้ารักษาแผลให้ไหม?

 

          “ไม่ต้องหรอก ฉันเป็นหมอ...แค่นี้นิดเดียว ฉันรักษาเองได้”รีบบอกปัดทันที เขาควรจะรีบกลับบ้านแต่เนิ่นๆ ไม่งั้นเกิดสองตัวนั่นมันนึกครึ้มออกมาเล่นงานเขาจะแย่เอา “เดี๋ยวฉันคงต้องกลับแล้ว— ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะ ฟุฟุ...”

 

            รีบเบี่ยงตัว หันกลับไปยังทิศที่ตั้งของคอนโด...แต่ยังไม่ทันออกตัวเอวเพรียวบางก็ถูกรวบไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแรงดังเหล็ก หมับ!

 

            “อุ่...!?”ตกใจอีกครั้ง จะตะโกนร้องถามก็มีกระดาษยื่นมาด้านหน้าให้อ่าน “อ่ะ หา?”

 

            กระดาษใบนั้นมีประโยคสั้นๆเขียนเอาไว้ด้วยภาษาอังกฤษตัวเขียนงดงาม...

 

            Give your blood to the king.

            (จงมอบโลหิตของเจ้าแด่ราชาเสีย)

 

            “ละ เลือด...?”

 

            ให้เวลาไตร่ตรองเพียงครู่เดียวความเจ็บปวดก็แล่นวาบมาจากซอกคอเนียนระหงส์ โดฟลามิงโก้สะดุ้งเฮือกสุดตัวเอนกายไปตามแรงเยื้อของเขี้ยวคมดุจกริช ลิ้นอุ่นร้อนไล้ไปตามรอยเขี้ยวที่แทงลึกลงไปจนรู้สึกถึงของเหลวสีแดงชาดและกลิ่นคาวของมัน

 

            ร่างบางอ้าปากหมายจะตะโกนร้องแต่ไม่มีเสียงใดๆออกมานอกจาก— เสียงครางชวนคิด ที่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนร้องออกมา “อะ อึ๊ก...” ขาแข้งเริ่มอ่อนแรงทุกครั้งที่คนด้านหลังดูดเม้มให้เลือดไหลออกจากร่างกายของเขา

 

            หากไม่มีแขนที่โอบรัดไว้ เขาคงจะล้มลงไปหัวกระแทกพื้นอีกแน่...

 

            ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เสียงของเจ้าก็น่าฟังจริงๆนะ...กระดาษที่เขียนอย่างบรรจงยกขึ้นมาให้อ่านทั้งที่ฝ่ายผู้ถูกรุกรานนั้นดวงตาพร่าเลือนเต็มที ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้...

 

            “ฮ่า...อึ่ก กะ แก...”

 

            ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายแบบพวกผู้หญิงในหนังสือพิมพ์หรอก

 

            ผละริมฝีปากออกมาจากต้นคอระหงส์ มาถึงคราวนี้คุณหมอดองกีโฮเต้นั้นหมดแรงจริงๆเข้าเสียแล้ว...ร่างกายอ่อนยวบทรุดลงไปจนต้องให้อีกฝ่ายพยุงเขาเอาไว้...สิ่งสุดท้ายที่สติเรือนรางพอจะสัมผัสได้คือเสียงกระซิบดังเพียงลมแผ่วๆ— คำพูดที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มไปทั้งร่าง

 

            ริมฝีปากนั่นกระซิบแนบชิดกับใบหูของเขาเหลือเกิน... “นั่นเพราะว่าข้ารอเจ้ามาตลอด...ดอฟฟี่ รอเจ้ากลับมาหาข้า— กลับมาเป็นของๆข้า...”

 

            ของๆแก...พูด บ้าอะไร...

 

            พลันสติก็ดำดิ่งลงสู่ความมืด มีเพียงสีดำที่โอบอุ้มตัวของเขาสู่นิทรา...

 

 

 

 

 

            “!!”

 

            พรึ่บ!! ร่างสูงโปร่งเด้งตัวลุกพรวดขึ้นจากเตียงทันทีที่รู้สึกตัว ดวงตาสีฟ้าสุกใสกลอกมองซ้ายขวารอบตัวด้วยความตระหนก ห้องสี่เหลี่ยมที่ขาวโพลนไปหมด มีทีวีจอแบนอย่างหรูวางไว้เบื้องหน้า ข้างเตียงมีโต๊ะวางของเล็กๆอยู่ส่วนอีกด้านเป็นเสาเหล็กห้อยสายน้ำเกลือและสายให้เลือดระโยงระยาง

 

            นี่มันโรงพยาบาลที่เขาทำงานนี่นา “...ที่นี่...”

 

            “ตื่นแล้วเหรอ คุณหมอดองกีโฮเต้...”

 

            เสียงเรียกคุ้นเคยทำให้ร่างบางบนเตียงผู้ป่วยหันไปมอง “อ่า...คร็อก?”

 

            “ให้ตายสิ ไปทำอีท่าไหนถึงหัวแตกเข้าได้ล่ะ...?นี่ถ้าลอว์ไม่ไปเจอ นายคงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้นล่ะ”เพื่อนร่วมอาชีพของเขานวดขมับอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมกับเดินเข้ามาตรวจร่างกายประจำวัน “ตอนนี้ฉันรับผิดชอบเป็นเจ้าของไข้ให้นาย ค่าแอดมิดฉันจะส่งไปทางการเงินให้”

 

            “...เมื่อคืนฉันล้มไปนานแค่ไหนล่ะนั่น”ไม่ค่อยแน่ใจระยะเวลาเท่าไหร่ ไหนจะเรื่องเบลอๆเลือนลางที่เขาจำไม่ได้อีก...หรือว่าตอนนั้นเขาเกิดง่วงมากจนแยกความจริงความฝันไม่ออก

 

            คุณหมอคร็อกโคไดล์เลิกคิ้ว “จากที่ลอว์ตรวจ บอกว่านายล้มอยู่ตรงนั้นน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง...”

 

            น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง โดฟลามิงโก้นับนิ้วคำนวณกับตัวเอง...ตอนนั้นเขาเช็คนาฬิกาตอนอยู่ที่นั่นก็ตีหนึ่งเข้าไปแล้ว พอล้มไปก็จำเวลาอะไรไม่ได้อีก...แต่จากรูปเหตุการณ์ที่ยืนขยี้ตาแถมยังต้องวิ่งต้องโดนกัดในฝันนั่น น่าจะเกินครึ่งชั่วโมง...

 

            โอเค เวลาไม่สบกัน— เขาฝัน(....)

 

            “สรุปเป็นอะไรของนาย”ชายผมดำเจ้าของไข้ถาม “ฉันตรวจร่างกายนาย...เหมือนจะมีไข้ด้วย”

 

            “อ่า เมื่อคืนอยู่กะดึกแต่มึนมากเลยรีบกลับบ้านน่ะ— ที่ล้มไปน่าจะเพราะหน้ามืด”

 

            “งั้นเดี๋ยวจะจัดให้พวกโมเน่จัดอาหารสำหรับพวกความดันต่ำมาให้แล้วกัน”มือหยาบเขียนลงบันทึกของคนไข้ก่อนจะเอื้อมมายีหัวคนหนุ่มกว่า “นอนซะ...พักผ่อนให้พอ ทำอะไรปุบปับเดี๋ยวก็ลงไปนอนเลือดอาบกับพื้นอีก”

 

            ชายหนุ่มหัวทองหัวเราะเบาๆพลางเอนตัวลงนอนอีกครั้ง “ฟุฟุฟุ ขอบใจ...ลำบากพวกนายหน่อยล่ะ เดี๋ยวทำชดเชยให้”

 

            “เออ...”

 

            แล้วคุณหมอคร็อกโคไดล์ก็ออกไปจากห้องคนไข้ ทิ้งให้ชายที่ถูกมัดผ้าพันแผลที่หัวได้หลับพักผ่อนจากธุระกิจกรรมต่างๆบ้าง

 

            โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมด...คือความจริง

 

 

 

            ด้านหน้าห้องพักคนไข้ของโดฟลามิงโก้ ยังคงมีชายหนุ่มร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวยาวยืนอยู่...นอกจากเขาแล้วยังมีศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลอีกหนึ่งคนกำลังยืนคอยอยู่ด้วยรอยยิ้ม พวกเขารู้ดีว่าสัญญาณนี้หมายถึงอะไร...

 

            นายแพทย์มาดดุถอดแว่นสายตาของตัวเองออก “บอกโคราซอนหรือยัง”

 

            “อา... รู้เรื่องแล้วล่ะว่าพวกเราจะรับดูแล”

 

            “ก็ดี...”ผู้ถามถอนหายใจหนักหน่วง “รอมาเป็นร้อยเป็นพันปี... เจ้านกนั่นชาตินี้ก็ดันซื่อบื้อบ้องตื้นเสียอีก แถมยังจะโดนไอ้หมาตัวอื่นคาบไปกินระหว่างเป็นมนุษย์นี่อีก...ปล่อยเดินอาดๆแม่งตายเปล่าแน่”

 

            ศัลยแพทย์กระหยิ่มยิ้มย่อง “เถอะน่า... ระหว่างนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วล่ะนะ”

 

            ทั้งคู่มองหน้ากันพลางไหวไหล่เป็นเชิงรับรู้ ร่างสูงแข็งแรงมาดผู้ดีเบี่ยงเดินไปห้องเคสถัดไปที่เขาจะต้องดูแล ไม่ลืมที่จะกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ขณะที่ผ่านไปด้วย

 

            “อีกสองปีหมอนั่นจะอายุ 25…วัยเบญจเพส...”

 

            เราจะให้โดฟลามิงโก้ในชาตินี้ตายไม่ได้เด็ดขาด




-------------------------------------------------------------------------------
มุมสารภาพบาปของไรเตอร์:
ตอนนี้ไรเตอร์สมงสมองเหมือนดอฟฟี่ตอนแรกเลยค่ะ ทำอะไรก็ง่วงทำอะไรก็เบลอ
เรื่องของฟี่น้อยเพิ่งได้แค่50%เองค่ะ ตอน8น่ะ....

เลยหาอะไรอย่างอื่นระบายแทน.... ด้วยการเขียนเรื่องป๋าดอฟเคะค่ะ(.........)
ไรต์ไปเจ๊อะแฟนอาร์ตเสี่ยเค้าเคะแล้วติดใจยันตอนนี้เลยค่ะ แง
เอาเป็นว่าชอบไม่ชอบยังไงก็บอกได้นะคะO v Q)... ซีรี่ย์เรื่องนี้ถ้าไม่ชอบกันจะแต่งเก็บไว้ในส่วนลึกของUSBเลยค่ะ(........)

ปล. เรื่องนี้ดอฟฟี่อายุ 23ค่ะ แต่นางเรียนจบเร็ว ส่วนลอว์อายุ26(ภายนอกนะ)
และลุงเข้อายุ(ภายนอก) 30ค่ะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #311 acarezoro (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 10:53

    ชอบดอฟฟี่เเบบเคะมากกกกกกหาอ่านดอฟฟี่เเบบเคะยากมาก งานดีมากดีงามจริงๆ👏👏👏👍👍👍😍😍😍❤️❤️❤️😊😊😊😊😊😊👍👍👍👍👍

    #311
    0
  2. #278 LOST THE ENDWORLD (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 17:55
    เสี่ยเคะคือดีงามค่ะ\(*,,*)/
    #278
    0
  3. #273 คิโดะ คาจิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:49
    ข้าจะติดตามเรื่องนี้! เสี่ยเคะนี่มัน..สุดยอด//ปาดกำเดา
    #273
    0
  4. #91 •Deuculia• (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 19:24
    โว้ววววววว เสี่ยเคะ!!!!!!!!! *-* แรร์อย่างคาดไม่ถึงจริมๆ55555 ตอนเปิดเรื่องมาเห็นชื่อคู่ก็งงๆ เอ๊ะ ไรท์เขียนสลับกันรึเปล่า? 5555 แต่ดอฟฟี่เคะแบบนี้เราชอบบบบบ >< พี่แกดูใสๆมุ้งมิ้งๆผิดกับที่ผ่านๆมา55555
    #91
    0
  5. #82 korumi_toy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 13:43
    แรร์ที่สุด!!!! ฉีกภาพดอฟฟี่คนเก่า ในชุดเฟอร์สีชมพู(อันโครตแต๋ว) มาเป็นชุดกาวน์สีขาวแบบหมอ..... แถมนิสัยสังดูซื่อ(บื้อ)อีก..... ทำเอาคนอ่านไปเกือบไม่เป็นอะค่ะไรต์ แต่สนุกมากๆเลยค่ะ จะรอตอนต่อไปนะค่ะ ^ ^ รีบมาอัพนะค่ะ ^ ^😄😄😄
    #82
    0
  6. #81 Yui-ya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 06:24
    ดอฟฟี่เคะ แรร์โคตร!!! 555 
    คิดภาพลุคมาดคุณหมอน่าจะแปลกดี ถถถ น่าสนใจอ่ะ
    มาอัพต่อนะ เราอยากอ่าน *0*
    #81
    0