[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 13 : [What If]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (7)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    9 พ.ค. 58

[What If…]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (7)

 

 

 

 

            เหตุการณ์บุกเดี่ยวครั้งนั้นเป็นเรื่องวุ่นวายและดังอยู่พักใหญ่หนาหูเลยทีเดียว

 

            ทราฟาการ์ ลอว์...รุกกี้หน้าใหม่จากนอร์ทบลูที่ได้เข้าไปบุกตะบันพวกทหารเรือจนตึกแยกของลานด้านหน้าถล่มไปครึ่งหนึ่งสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วแกรนด์ไลน์และนิวเวิล์ด แต่ข่าวที่ดังขึ้นมาสยบข่าวนั้นก็คือพลเรือตรีมังกี้ ดี ลูฟี่ที่ได้เกลี้ยกล่อมเจ้าเด็กหนุ่มมีปัญหานั่นจนได้เข้าสังกัดตัวเองในที่สุด

 

            นั่นทำเอาโจรสลัดหลายคนยิ่งเพ่งเล็งตัวเด็กหนุ่มไร้รูปหน้าบนหนังสือพิมพ์คนนี้มากขึ้นไปอีก

 

            ระหว่างที่เหล่าพวกโจรสลัดบ้านนอกต่างเอาแต่สนอกสนใจเรื่องนี้ ลอว์ที่ยอมทำตามที่พลตรีโดยการมาเป็นหมวดนั้นต้องรับโทษชั่วคราวก่อนได้กลับไปทำหน้าที่ให้ลูฟี่— โดยรวมก็แค่โดนสั่งปัดกวาดเช็ดถูงานบ้านให้น่ารำคาญใจเล่นก็เท่านั้นเอง

 

            “ก็ดีล่ะน้าที่เจ้าตัวก็ยอมทำตามน่ะ”

 

            สายของวันนี้หลังจากตรวจดูความเรียบร้อย พี่น้องพลโทพลตรีก็เดินเถลไถลไปตามเรื่องอยู่ภายในศูนย์บัญชาการ ทางลูฟี่นั้นดูจะร่าเริงสดใสเป็นปกติแต่ทางด้านเอส— เขาเอาแต่ถอนหายใจไม่ยอมเลิกเสียที “เป็นอะไรของนายน่ะเอส... กลุ้มใจอะไรเหรอ”

 

            “เห ก็เปล่านา...”ปฏิเสธแต่หน้าตาไม่ได้โล่งใจเลยสักนิด

 

            “...ใช่คนที่นายเล่าให้ฉันฟังเมื่อวานป่ะ?”

 

            ถามตรงประเด็นจนความจุกปักเข้าที่เข่าผู้พี่ดังฉึก...

 

            ใช่แล้วล่ะ เรื่องที่เขาคิดมากอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือเรื่องของผู้ชายคนเมื่อวาน— มาร์โก้— หลังจากเหตุการณ์ของลูฟี่กับลอว์ปะทะกันจบลงและโดนการ์ปลงโทษไปแล้ว พลโทหมัดอัคคีก็ดิ่งกลับไปที่บ้านหวังว่าจะได้เจอหน้าตาของนักท่องเที่ยวแปลกหน้าใจดีคนนั้น แต่เปล่าเลย กลับไปเขาไม่เจออะไรเลย...

 

            เหลืออยู่ก็แค่เสื้อของผู้ชายคนนั้นที่ไม่ยอมเอากลับไปด้วย “ชิ รู้ดีจังนะไอ้น้องชาย”

 

            “ชิชิชิ อะไรกัน เอส! ที่แท้นายก็กำลังห่วงหาอาลัยผู้ชายที่ชื่อมาร์โก้หรอกเหรอ?”

 

            พรูดดดดด!! ทหารเรือโดยรอบที่ได้ยินอย่างประจวบเหมาะถึงกับสำลักออกซิเจน อะไรนะ พลโทเอสห่วงหาอาลัยผู้ชายคนอื่น— เดี๋ยวสิ เป็นผู้หญิงคงไม่ว่าหรอกนะ แล้วชื่อมาร์โก้นั่นมันใช่เจ้าฟินิกส์มาร์โก้ที่เป็นคนของหนวดขาวรึเปล่าล่ะนั่น!

 

            “เปล่าซะหน่อย”คนพี่กอดอกปฏิเสธ “ถ้าห่วงหาอาลัยคนอื่นเดี๋ยวน้องชายจะหึงเอา ไม่ดีๆ”

 

            หว้อดดดดดดดดดดด แทบจะหันควับไปมองด้วยสายตาใบ้รับประทาน อะไรหึงๆ นี่สองพี่น้องนี่ตกลงแล้วเป็นบราค่อนอย่างนั้นหรอกหรือ! น่ากลัวชะมัด!

 

            ระหว่างนั้นพลตรีสโม๊กเกอร์ก็สังเกตสีหน้าอีหลักอีเหลื่อของลูกน้องพอดีจึงถอนหายใจ “พวกแกไม่ต้องไปทำหน้างั้นหรอก ไอ้พวกนั้นใช้คำไม่เป็น— ที่พูดไปมันไม่รู้ความหมายหรอก”

 

            ก๊อง... เงิบตามกันไป

 

            “...จะว่าไป ทาชิกิไปไหนอีกล่ะทีนี้”

 

 

 

            “โอส! นั่นทาชิกิจังนี่นา!”

 

            เสียงเอ่ยทักแสนสดใสของเอสกลับมาเป็นปกติหลังได้หยอกล้อเล่นกับน้องชายไปแล้วก่อนหน้านี้ พวกเขาสองคนหักเลี้ยวมากำลังจะผ่านห้องพักรับรองแขกก็เจอเข้ากับหมวดทาชิกิที่กำลังทำหน้าเหรอหรา อ้าปากพะงาบๆก่อนจะรีบทำตัวให้เป็นปกติเหมือนมีพิรุธอะไร

 

            สาวแว่นเหลี่ยมตะเบ๊ะตามหน้าที่ “สายสวัสดิ์ค่ะพลโทเอส พลตรีลูฟี่”

 

            “โอส”ลูฟี่ทักตอบ “มาทำอะไรลับๆล่อๆแถวนี้ล่ะเนี่ย”

 

            “เปล่าลับๆล่อๆนะคะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่กำลัง— กำลังเดินคิดอะไรไปเรื่อยน่ะค่ะ”เธอปฏิเสธทันที

 

            เอสกับลูฟี่ได้แต่ยืนงงตาปริบๆ ถึงกระนั้นถ้าสาวเจ้าไม่สะดวกใจจะอธิบายต่อพวกเขา พวกเขาก็ไม่คิดจะไปบังคับให้พูดออกมาหรอก— ถึงเวลาแกล้งเธอกับสโม๊กเกอร์หัวหน้าของเธอจะสนุกมากก็เถอะ— ลูฟี่แอบคิดในใจเงียบๆ

 

            จะว่าไป นี่ห้องรับรอง...ของคร็อกโคไดล์ไม่ใช่เหรอ...

 

            “ย้ายที่คุยเถอะค่ะ...”นักดาบสาวเรียกสติพวกเขาพลางดึงทั้งสองพี่น้องให้ออกห่างจากแถวๆที่รับรองของพวกเจ็ดเทพโจรสลัดทันที ชีวิตของเธอน่าจะอยู่ไม่ยืดถ้ายังอยู่ตรงนี้—

 

            แล้วก็อาจจะไม่ยืดอย่างที่คิดจริงๆ...

 

            “ลูฟี่จ๊ะ! มาเยี่ยมเหรอ เข้ามานั่งในนี้ก่อนสิ!

 

            น้ำเสียงหวานหยดย้อยจากห้องพักรับรองฝั่งตรงข้ามนั้นฉาบไปด้วยแรงกดดันและ...ความหึงหวง? ทำให้ทั้งสามคนต้องหยุดชะงักตรงนั้นพร้อมกับหันกลับไปมอง โบอา แฮนค็อก— จักรพรรดินีสาวทรงโตรูปร่างอรชรยืนกอดอกส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับลูฟี่และว่าที่พี่เขย?ก่อนจะส่งยิ้มกดดันให้กับนักดาบสาวที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยแบบแทบจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            หนอยแน่ะ มายุ่งกับลูฟี่ของฉันงั้นเหรอ ลอบสบถ

 

            “อ้ะ!แฮนค็อก!”

 

            เพียงแค่คำขานกลับเท่านั้น จากบรรยากาศหน้าเท้าก็กลายเป็นหลังมือทันที “จ๋าจ้ะ...”

 

            “ขอบคุณนะ กำลังอยากหาที่นั่งเล่นพอดีเลย”

 

            เพื่อเธอได้เสมอจ้ะลูฟี่ คิดพลางม้วนปอยผมสีดำนุ่มสลวยอย่างเขอะเขิน ปล่อยให้พวกสามคนนั้นย้ายสังขารเข้ามานั่งที่โซฟาตัวยาวแสนนุ่มสบายในห้องรับรอง “แล้วหล่อนมาทำไมกันยะ...”

 

            “เอ่อ คือคุณเอสบอกให้มานั่งด้วยกันน่ะค่ะ”ทาชิกิตอบพลางขยับแว่น

 

            “ขอโทษทีน้า ให้เธอกลับไปคนเดียวฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนใจร้ายไปหน่อยน่ะ”

 

            “โอ้ะ ถ้าคุณพี่เอสว่างั้นก็ได้ค่ะ”เปลี่ยนคำพูดคำจาทันทีก่อนจะย้ายร่างไปนั่งบนร่างของงูตัวยาวเขื่องของตัวเอง “แล้วเรื่องของเด็กที่มาหาเรื่องเจ้าล่ะลูฟี่— จริงๆให้เราออกไปช่วยจัดการก็ได้แท้ๆ”

 

            “ชิชิชิ ไม่เป็นไรหรอกน่า...เรื่องเจ้าโทราโอะตอนนี้ปู่ก็ดูแลอยู่ เห็นว่าอีกสองสามวันน่าจะหมดระยะเวลาลงโทษแล้วล่ะ”

 

            พลตรีหมวกฟางตอบอย่างสบายๆขณะที่นั่งกินขนมในห้องของจักรพรรดินีสาวอย่างมูมมาม เอสได้แต่ยิ้มเจื่อนกับความไร้มารยาทของน้องชายเช่นเดียวกับทาชิกิที่ได้แต่นั่งทำหน้าแหยๆ สุดท้ายสาวเจ้าก็เลิกสนใจเรื่องของพวกพลเรือกลับมาเปิดหนังสือคู่มือดาบของเธอต่อ จดอะไรลงไปยิกๆ

 

            เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นเอสก็สงสัย... และอะไรก็ไม่รู้มาดลใจเขาให้ชะเง้อมอง

 

            มีขนาดยาวมากกว่าหรือเท่ากับดาบยาวโนดาจิทั่วไป แต่ตัวลักษณะดาบนั้นยาวตรงเหมือนดาบราชวงศ์ตะวันตก... อะไรของเขากันล่ะนั่น— เอสได้แต่งงระหว่างที่เจ้าตัวเอาแต่หมกมุ่นจดอะไรลงไปรัวยิก

 

            ไปเห็นดาบในห้องนั่นล่ะมั้ง...ก็อยากจะคิดอย่างนั้น แต่เขาไม่เข้าใจว่าคร็อกโคไดล์จะพกดาบไว้ในห้องของตัวเองเพื่ออะไรกัน “เอส เป็นอะไรไปอ่ะ?”

 

            “เอ้อ...เปล่า”พลโทขยี้หัวตัวเองนิดๆ “นี่ แฮนค็อก— ในฐานะที่เธออยู่ฝั่งตรงข้ามห้องนั้น ในห้องนั้นมีดาบอยู่ด้วยงั้นเหรอ?”

 

            “เอ๋...? ถามทำไมน่ะ”

 

            “เหมือนทาชิกิจะไปเห็นเข้าน่ะน้า”เขาอธิบาย คนถูกยกขึ้นมาพูดร้องลั่นทันทีเพราะเหมือนกับโดนจับไต๋ได้ เล่นเอาคุณเธออายจนต้องปิดหน้าหนีเลยเชียว

 

            ฝ่ายคนถูกถามก็นิ่วหน้า ส่วนเจ้าน้องตัวดีนั้นไม่สนอะไรนอกจากขนมบนโต๊ะ(....) “ถึงเราจะนั่งห้องตรงข้ามเจ้าจระเข้นั่นก็เถอะ แต่เราไม่ค่อยประสีประสาอะไรเท่าไหร่หรอก— อ่ะ แต่หลังรับตำแหน่งได้ไม่นานเราก็เห็นเจ้านั่นถือกล่องดำๆใส่ของยาวๆเข้าไปในห้องนั่นล่ะ”

 

            “อืม มันน่าสงสัยนะ”

 

            ทั้งที่เป็นเจ็ดเทพโจรสลัดผู้มั่นใจในตัวเองเป็นนักหนา ทำไมต้องพกอาวุธ...ยิ่งมาไว้ที่นี่อีก

 

            “ออกหมายค้นห้องเถอะค่ะ!!”

 

            “เดี๊ยววววววว ช้าก่อนนนนนนนน”

 

            ลุกพรวดแทบจะห้ามไม่ทันกับสาวนักดาบที่โพล่งออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ย จู่ๆไปขอรื้อค้นห้องของเจ็ดเทพโจรสลัดสุดโฉดนั่นมันไม่ใช่เรื่องเลยนะ— ถึงจะเข้าใจก็เถอะว่ามันน่าสงสัย แต่อย่างน้อยๆก็ให้ความเป็นส่วนตัวเจ้าของเขาหน่อยเถอะ!

 

            อีกอย่างเขายังไม่อยากให้ประเด็นตรงนี้มันจุดไฟระเบิดจนทหารเรือต้องปะฉะดะกับเจ็ดเทพโจรสลัดหรอกนะ ถ้าทำแบบนั้นต้องมีเรื่องน่าปวดหัวมาอีกเป็นกระตั้กจนไม่ได้เจอมาร์โก้พอดี...

 

            เอ้ย ไม่ใช่!แต่ช่างเถอะ!

 

            ทาชิกิกอดอกฮึดฮัด “ฉันไม่ยอมให้ดาบที่ชื่อเสียงโด่งดังแบบนั้นไปอยู่ในมือของคนชั่วเด็ดขาดค่ะ พลโทเอสคะ! ถ้าเกิดคร็อกโคไดล์เอาดาบนั่นมาใช้จริง— ...”

 

            “ฉันว่าเจ้าเข้ที่ว่านั่นไม่เอามาใช้หรอก เอิ๊ก”

 

            พลตรีที่ละปากจากขนม(ซึ่งหมดแล้ว)พูดบ้าง แขนเสื้อสีแดงสดใช้เช็ดปากอย่างเคยชินพลางลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย “อย่างมากคงมีไว้ตั้งโชว์น่ะล่ะ”

 

            “แล้วนายไปรู้ได้ไง หึ๊”ผู้เป็นพี่ชายเหลือบมองอย่างงุนงง

 

            “ก็เจ้าเข้นั่นมีมือข้างเดียวนี่ ดาบแบบนั้นต้องจับกันสองมือไม่ใช่เหรอ!”พูดด้วยหน้าใสซื่อ

 

            ไม่ใช่ประเด็นแล้วล่ะเฟ้ย! แอบตบมุขเจ้าน้องซื่อบื้อเงียบๆพลางใช้สันมือตบหัวน้องไปหนึ่งที แฮนค็อกรึก็ไม่ทักท้วงอะไรเลยเอาแต่หยิบองุ่นลูกเต่งมาป้อนเจ้าน้องบ้าของเขาที่กำลังลูบหัวป้อยๆต่อเสียอีก

 

            “แต่ยังไงก็ตาม นั่นไม่ใช่ของตั้งโชว์นะคะ...”

 

            นี่ก็อีกคน หาเรื่องจะเอาดาบนั่นมาให้ได้เลยหรือยังไงกัน... พลโทหลิ่วตาออกไปนอกหน้าต่าง นิ้วมือลูบไปตามรูปร่างของสร้อยอเล็กซานไดรท์ที่คออย่างเผลอตัว “แล้วสรุปมันคือดาบอะไรล่ะ...เหมือนเธอจะรู้ดีแถมจดยิกอะไรไว้อีกน่ะนะ...”

 

            “ดาบเล่มนั้นน่ะ— คนที่เคยเห็นต่างก็อยากได้มันมาครอบครองทั้งนั้นนะคะ แม้จะเป็นดาบที่เพิ่งตีขึ้นได้ไม่นานนักถ้าเทียบกับดาบชั้นเลิศต่างๆ แต่ว่า...ดาบที่ถูกเรียกว่าริวจินโนะคางามิเล่มนั้น...”

 

            “ว่ากันว่าทำจากหินไคโรเซคิทั้งด้าม แถมยังลงรักด้วยทองและนาคซะด้วย”

 

            “!!!!” “เจ้า!!!”

 

            ทุกคนลุกขึ้นเกร็งตัวเครียดขึงขึ้นทันทีเมื่อแขกไม่ได้รับเชิญนั้นเดินเข้ามาในห้องรับรองของจักรพรรดินีสาว รอยยิ้มแสนยียวนที่เป็นเอกลักษณ์และแว่นตารูปทรงประหลาดสีไลลิคถือเป็นเทรดมาร์คสำคัญที่บอกถึงตัวตนชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี

 

            ชายที่กุมอำนาจของโลกมืดทั้งปวง โจ๊กเกอร์...ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้

 

            “ฟุฟุฟุ เห็นเสียงเจื้อยแจ้วมันดังมาจากห้องนี้เลยแวะมาดูเสียหน่อย”

 

            ว่าแล้วก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาข้างในลึกขึ้น ไม่สนเสียงก่นสบถของทั้งโบอาและทาชิกิแม้แต่น้อย เอสที่ต้องอยู่ในสภาวะกดดันเตรียมใช้กระสุนเพลิงใส่คนตรงหน้าหากคิดทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อพวกเขาล่ะก็ได้ไปสบายแน่

 

            เจ้าของเสื้อโค้ทขนนกสีหวานแหววล้มตัวลงนั่งบนโซฟาแทนที่ของเอส ซึ่งเป็นจุดที่สามารถนั่งข้างกายเจ้าตัวเล็กมังกี้ ดี ลูฟี่ได้อย่างใกล้ชิด— แน่นอนพี่ชายของเจ้าตัวดีไม่กล้าทำอะไรแน่ถ้าเขาไม่ลงมือทำอะไรก่อน และต่อให้เขาออกแอคชั่นอะไรก่อนก็เถอะ

 

            เจ้าเด็กลูฟี่นี่ยังเป็นตัวประกันให้เขาได้สบายๆ...

 

            “นายเองน่ะเหรอ ที่ปู่บอกว่าฉันไม่ควรเข้าใกล้น่ะ”เสียงเล็กเอ่ยถาม ไม่ได้หวานนุ่มนวลแต่ก็ฟังดูแล้วไม่ต่างจากผู้หญิง— ไม่แน่ใจว่าเพราะเสียงนั่นยังไม่แตกหนุ่มด้วยรึเปล่าน่ะนะ

 

            ร่างสูงหัวเราะ ใช้แขนสองข้างพาดกับพนักโซฟา...โดยข้างหนึ่งนั้นมีการกระทำที่ดูละลาบละล้วงต่อร่างบางเป็นพิเศษเมื่อมันทำท่าจะโอบไหล่เล็กนั่นเข้าใกล้ “พูดจาอะไรเย็นชา หึ๊...ฉันมาทำความรู้จักกับนายดีๆนะคุณพลตรี...”

 

            “ถ้างั้นก็แล้วไป”

 

            ลูฟี่!!! เป็นไปได้เอสอยากจะแหวลั่นศูนย์มันซะตรงนั้น “ออกไปห่างๆจากน้องชายฉัน”

 

            “ฟุฟุฟุ... อะไรกัน ไม่เชื่อใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ...?”

 

            เพียงเงยหน้าขยับขึ้นมองผู้พี่เล็กน้อยก็สามารถรับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาล แม้ไม่ต้องสบตาตรงๆเขาก็รู้ได้ว่าไอ้เทพโจรสลัดจอมเจ้าเล่ห์นี่กำลังมองเขาด้วยสายตาดูถูกและถือดีแค่ไหน

 

            เอสทำอะไรไม่ได้นอกจากหงุดหงิด

 

            “ว่าไปแล้ว แกชื่ออะไรล่ะน่ะ”เสียงระฆังห้ามมวยดังขึ้นเรียกให้ใบหน้าคมกร้านหันกลับไปมองร่างเล็กที่กำลังกินผลไม้ต่อหน้าตาเฉย “ปู่เคยพูดชื่อแกอยู่แหล่ะ แต่ตอนนั้นฉันหลับมั้ง...”

 

            ฟังแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด แต่มันซื่อบื้อขนาดนี้ราชาแห่งเดรสโรซ่าก็ทำได้แค่ขำ

 

            “ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้...”

 

            “งั้นโอเค...มิงโก้”ลดย่อชื่อเหลือแค่สองคำอย่างถือวิสาสะ “นายมาทำอะไรที่ห้องของแฮนค็อก”

 

            “มาสานสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กหนุ่มอนาคตไกลไงล่ะ”

 

            ตอบด้วยวาจาหว่านล้อมพลางออกแรงใช้มือที่โอบไหล่ร่างเล็กให้รั้งตัวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ลูฟี่นิ่วหน้าพยายามจะฝืนแรงแต่คงต้องยอมรับจริงๆว่าชายข้างตัวเขาไม่ได้ดีแค่ตัวสูงโย่งอย่างเดียว แต่พละกำลังนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไม่แพ้ลุงอาคาอินุหรือลุงคุซันเลย

 

            ไม่เพียงแค่นั้น ใบหน้าคมเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้เด็กหนุ่มเกินงามอีก “เธอน่าสนใจขนาดนี้แท้ๆ ทำไมถึงมาเป็นทหารเรือแค่นี้ล่ะ— ถ้าเธอมากับฉันล่ะก็ฉันอาจจะ— ...”

 

            “!!”

 

 

 

            “รูม!!!แชมเบิ้ลส์!!!”

 

            “!!!”โดฟลามิงโก้ผงะถอยไปเล็กน้อยหลังจากเด็กหนุ่มหน้าหวานที่เขาต้องการตัวถูกสลับที่กับถังน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา แล้วถังพลาสติกเจ้ากรรมก็ยังมีน้ำสกปรกอยู่...มันเลยหกใส่เลอะกางเกงสีสดของร่างสูงเข้าเป็นรอยด่าง “หนอย...ลอว์!!”

 

            “อย่าเอามือสกปรกของแกมาโดนมุกิวาระยะ!!!”

 

            ศัลยแพทย์หนุ่มในชุดนายหมวดหน้าประตูนั้นกอดร่างเล็กแน่นพร้อมกับแผดเสียงใส่หน้าคนที่ตนเคยนับถือเป็นแบบอย่างนั่นด้วยความขุ่นเคือง “ละ ลอว์ อึดอัดง้ะ...”

 

            “...”

 

            คนกอดไม่ฟังเสียงของว่าที่หัวหน้าแม้แต่น้อย เอาแต่แยกเขี้ยวเคี้ยวฟันแข่งกับคนที่ชื่อเหมือนนกบนโซฟาอย่างดุเดือด หากมีเสียงระฆังวางมวยดังขึ้น เป็นไปได้ว่าคงจะโดดกัดหัวกันแล้ว

 

            “แกจะเอางั้นเรอะ ลอว์...”ตอนนี้โดฟลามิงโก้หัวเสียแล้ว มือขยับจะใช้พลังกับทุกคนบริเวณนั้น

 

            แต่เคราะห์ร้ายของเขาที่ทำบุญมาไม่พอ...หรือเปล่าไม่รู้...

 

            ผลั่ก!!!

 

            “อั๊ก!!!

 

            เสี่ยใหญ่นกชมพูกระเด็นกลิ้งไปด้านหลังไม่เป็นท่าเมื่อโดนวัตถุทรงเหลี่ยมสีดำมันวาวปาเข้าใส่เต็มๆหน้า แถมของในนั้นยังกระเด็นผลุงออกมาจากตัวกล่องฟาดเข้าที่หน้าผากกว้างจนเป็นรอยแดงปื้น

 

            ทุกคนในห้องอ้าปากเหวอ ไอ้นี่มันมาจากไหนล่ะเนี่ย!?

 

            “ทำตัวเป็นเสี่ยแก่กินเด็กมันดูไม่ดีเลยนะ มิสเตอร์ดองกีโฮเต้...”เสียงทุ้มนุ่มทรงอำนาจเรียกให้สายตาทุกคู่หันกลับสนใจห้องฝั่งตรงข้ามที่พูดถึงเมื่อไม่นานนี้ – ขณะนี้เจ้าของห้องกำลังยืนกอดอกสูบซิกก้าสบายใจด้วยสีหน้าที่เหมือนคนถือไพ่เหนือกว่า

 

            เอส ลอว์กับทาชิกิลอบกลืนน้ำลายเฮือก ตัวเอ้มาอีกตัวแล้วไง...

 

            จะว่าไปหมอนั่นปาอะไรมา ดูเหมือนจะหยุดไอ้นกแก่สีชมพูได้ชะงักเลยแฮะ... ลอว์กับเอสเหลือบมองไปบนพื้นที่มีร่างสูงใหญ่นอนลูบหน้าผากแดงปื้นอย่างเพลียๆตรงนั้น

 

            “อ้ะ! ริวจินโนะคางามิ!”

 

            หญิงสาวผู้คลั่งดาบร้องลั่นห้องก่อนจะวิ่งไปตรวจสภาพของวัตถุขนาดยาวเท่าตัวคนปกติหนึ่งคนเล่มนั้น มันมีขนาดใหญ่กว่าดาบของลอว์เล็กน้อย ตัวปลอกดาบเป็นสีดำมันปลาบมีการสลักนูนต่ำเพื่อลงรักเป็นรูปคลื่นทะเล...การลงรักนั้นโดยมากมักเห็นชาวบ้านใช้ทองทำ แต่ปลอกดาบเล่มนี้ใช้แร่สีเงินอมชมพูทำ

 

            มันคือนาคหรือพิ้งค์ โกลด์หากเรียกตามภาษาบ้านๆล่ะก็...

 

            “หวา เอามาโยนแบบนี้เกิดดาบหักเป็นรอยขึ้นมาล่ะ...”โอตาคุดาบยังคงงวุ่นวายกับการเอามันขึ้นมาตรวจเช็คสภาพ หากดาบเล่มนี้เป็นรอยเธออาจจะหัวใจวายเอาจริงๆก็ได้

 

            “เฮ้ย...”

 

            คราวนี้ทุกคนยอมหันกลับไปทางคร็อกโคไดล์อีกครั้ง “เอายาคุโซคุมาคืนด้วย— ฉันหมายถึงดาบเล่มนั้น— แล้วก็ไปให้พ้นไอ้นกจิตหลุดนั่นซะ อย่าหาว่าไม่เตือน”

 

            “นี่!”

 

            ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะกลับเข้าไปที่ห้องเสียงเล็กก็รั้งเขาไว้เสียก่อน “มีอะไร...”

 

            “...ชิชิชิ”เด็กหนุ่มหมวกฟางยิ้มออกมาหน้าทะเล้นสดใส “ขอบใจนะ เมื่อกี้เกือบโดนเจ้านั่นกัดคอซะแล้วสิ ถ้าไม่ได้แกช่วยฉันคง— ...”

 

            “หยุดเพ้อได้แล้ว แค่เสียงมันดังหนวกหู อ่านหนังสือไม่ได้”

 

            ตัดบทสนทนาอย่างเย็นชา ดวงตาคมสีอัมพันเหลือบมองห้องตรงข้ามด้วยหางตา “แล้วฉันพูดจริง เอายาคุโซคุมาคืนด้วย— นั่นของสำคัญ...”

 

            ทิ้งให้พวกที่เหลือกุลีกุจอย้ายที่คุยให้พ้นโดฟลามิงโก้ ทาชิกินั้นค่อนข้างช้าหน่อยเพราะเธอต้องวิ่งหอบทั้งตัวดาบยาคุโซคุที่ว่ากับคล่องใส่ของมันออกมาจัดระเบียบนอกห้อง ใจแรกเธอก็คิดว่าจะเอาดาบงามเล่มนี้กลับไปเก็บที่อื่น แต่พอเจอดวงตาดุๆที่มารอรับของเธอก็ต้องยอมคืนมันก่อนจะวิ่งฉิวกลับไปหาสโม๊กเกอร์ทันที

 

 

 

            ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง บนเรือที่ล่องมหาสมุทรแสนไกล

 

            “อีกไม่นานก็คงเข้าปะทะกับไคโดแล้วล่ะนะ”เสียงของอิโซดังขึ้นเมื่อได้รับคำรายงานจากพวกลูกน้องในหน่วย ทุกคนบนเรือเครียดขึง “น่าจะผ่านฝั่งของพวกเรา— ไปเดรสโรซ่า”

 

            “ไปที่ๆโดฟลามิงโก้อยู่? งั้นเหรอ...มันวางแผนอะไรกันไว้”

 

            พ่อแก่หนวดขาวลูบคางตัวเองอย่างพิจารณา นานทีปีหนไม่เคยมีใครคิดคบค้ากับพวกสุนัขของรัฐบาล ยิ่งดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง— แต่ถ้าเกิดเป็นไคโดอย่างเช่นตอนนี้ก็ไม่แน่ บางทีสิ่งที่กำลังทำอาจจะเป็นแผนการร้ายขั้นสุดโต่งจนอำนาจของสี่จักรพรรดิสั่นคลอนเลยก็ได้

 

            แต่ไหนแต่ไรมามันก็อยากให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ถึงได้ฆ่าแชงคูสไป...

 

            อำนาจเสียสมดุลขนาดนี้ ใครจะขึ้นมาเป็นสี่จักรพรรดิที่หายไปต้องมีอำนาจต่อกรกับไอ้สิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์นั่นอย่างมาก— แต่จากแววตั้งแต่รุกกี้จนถึงพวกเก๋าในยุคเก่าก็ยังไม่มีใครสามารถมาถึงจุดนั้น

 

            ยิ่งเจ้าทีชที่เพิ่งสังหารซัจไปไม่นานยิ่งไม่ต้องไปพูดถึง...ต่อให้มันขึ้นมาจริงๆก็คงไม่สามารถทนแรงมือแรงเท้าอสูรแห่งทะเลอย่างไคโดได้หรอก...

 

            ทางที่ดีการรวบรวมกำลังพลเตรียมสะสมไว้ก่อนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี “มาร์โก้”

 

            “ครับ พ่อ...”ลูกชายที่เป็นหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งก้าวออกมารับคำสั่งทันที เมื่อคำสั่งมาแล้วจึงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ให้พร้อมกับการปะทะนี้... ในใจคงได้แต่ภาวนาให้ทุกคนปลอดภัยเท่านั้น

 




------------------------------------------------------------------
เสี่ยนกรุกอย่างโหด เจอเสี่ยเข้ปากล่องดาบอัดหน้าหงายเลยทีเดียว(.....)
ทางด้านมาร์โก้และลุงหนวดขาวก็กำลังจะเจอศึกไคโดแล้วค่ะ ตอนหน้าจะเป็นยังไงน้า--

ปล. ชื่อของดาบเราเป็นคนตั้งเองค่ะ เพี้ยนๆประหลาดๆไปซักหน่อย555555
ฉายาของดาบคือ ริวจินโนะคายามิ(กระจกแห่งเทพทะเล) #ที่ได้ฉายานี้เพราะเล่นเอาหินไคโรมาทำทั้งเล่ม
ส่วนชื่อจริงๆ(ที่ลุงเข้เขาพูดอ่ะนะ) คือ ยาคุโซคุ(คำสัญญา) ค่ะ--
//ใครอ่านตอนก่อนนู้น(นู้นไหนฟะ)มาจะพอรู้ว่าเป็นดาบใครนะคะ ฟฟฟฟฟฟฟ//หนีไป
แล้วพบกันใหม่ค่ะ ตอนหน้าจะมาตอบคอมเม้นด้วยเน่อ


*มาอีดิธนิดหน่อยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #193 kam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 18:03
    ดาบของฮ็อกซ์เวิร์ดสินะ

    #193
    0
  2. #191 nuy vasabi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 20:52
    เชียร์เสี่ยค่ะ เชียร์เสี่ย :D
    #191
    0
  3. วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 19:24
    กรี๊ดดดด แฮ่กกกกกกก เชียร์เสี่ยแบบออกนอกหน้า
    แย่งกันเลยค่ะ แย่งเลย 
    #92
    0
  4. #90 •Deuculia• (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 19:12
    แล่วๆๆๆๆๆ ศึกชิงนาย(...)เริ่มไป 1 ยก! ฟี่น้อยช่างไร้เดียงสา55555555 หนุ่มๆเขาหมายตากันเป็นกะตั้กแล้วนะลูก... TwT
    #90
    0
  5. #80 Yui-ya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 06:16
    ชักสนุกแล้วสิ ชิชิชิ ลูฟี่น่ารัก ><
    ไรท์เลือดเอฟเฟคเสียงได้เหมาะมากอ่ะ เผลออุทานก่อนจะได้อ่านต่อซะอีก
    มาอัพเร็วๆน้า :)
    #80
    0
  6. #79 Sono Chieri (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 05:14
    ชอบลูฟี่อ่ะ ไม่รู้ดรื่องรู้ราวเลย 555+
    #79
    0
  7. #77 พิ๊กกี้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 18:54
    ลูฟี่น่ารักกกก มาอัพต่อน๊า สนุกมากกก
    #77
    0
  8. #76 hello world (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 15:58
    เรื่องนี่เป็นall luffy + เอสมาร์โก้สินะ55+ แต่สนุกดี*()*
    #76
    0
  9. #75 korumi_toy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 12:30
    น่าตื่นเต้นอ่าาาา ไรต์ค่ะมาอัพเร็วๆนะ เรารออยู่ล่ะค่ะ ^^😄😄😄😄😀😊😁😃😄💟💟💟
    #75
    0
  10. #73 Sorasora24 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 10:40
    เรื่องราวกำลังตื่นเต้น ><
    #73
    0