[FIC] Black Clover: Saiga Adventure

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 : สู่เมืองหลวงแห่งอาณาจักรโคลเวอร์ - การทดสอบของเหล่าจอมเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

หลังจากที่ได้เข้าเมือหลวงมาแล้วก็ทำให้แอสต้ารู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ใช่น้อย ผู้คนเดินกันพลุกพล่านหรือแผงลอยที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ต่างพากันนำเสนอสินค้าของตนโดยใช้พลังเวทย์ในหลายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นใช้เวทย์ไฟในการย่างเนื้อ ใช้เวทย์ควบคุมสิ่งของในใช้มีดปอกเปลือกผลไม้ และอะไรต่อมิอะไรที่ดูแปลกต่างไซกะเป็นอย่างมาก

 

ถ้าเกิดว่าไม่มีเวทมนต์ขึ้นมาแล้วคนพวกนนี้จะอยู่กันยังไงเนี่ย…

 

เด็กหนุ่มต่างแดนคิดในใจระหว่างที่กำลังเดินชมเมืองไป นอกจากจะมีอาหารหรือสิ่งของหลายอย่างที่ดูแปลกต่าแล้ว ราคาของพวกมันเองก็เข้าขั้นเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แค่หินเวทย์ขนาดเท่ากำปั้นก็ราคาแตะเลขเจ็ดหลักเข้าไปแล้ว และพอหันไปดูเงินที่มีติดตัวก็ทำให้พ่อหนุ่มต่างแดนถึงกับน้ำตาไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

สำหรับอาหารนั้นยังพอทำใจอดได้อยู่บ้าง การหาซื้ออาวุธกับอุปกรณ์ก็คงต้องพับเก็บไปก่อน ราคาขึ้นต่ำก็แทบจะกินเงินทั้งหมดในกระเป๋า แม้จะมีดาบประจำตัวอยู่ถึงสองเล่มก็ตาม แต่ตัวเขาก็อยากได้อย่างอื่นเอามาไว้สำหรับฝึกฝนเพิ่มเติมตอนที่สภาพร่างของเวทย์จำแลงร่างเหมือนกัน

 

“นี่พี่ครับ! ลองกินงูย่างนี่ไหม?” แอสต้าไม่พูดเปล่าพร้อมกับยื่นงูตัวสีม่วงที่ถูกเสียบไม้ย่างมาให้ซึ่งมันดูไม่ค่อยหน้ากินสักเท่าไร

 

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นงูใครก็ต้องนึกถึงพิษอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับคนอย่างไซกะแล้วเขาจะนึกถึงสารอาหารอย่างโปรตีนมากกว่าโดยเฉพาะพวกตัวใหญ่ที่ต้องเรียกได้ว่าทำให้อิ่มไปได้ทั้งสัปดาห์โดยที่ไม่ต้องหาอย่างอื่นกินเลยถึงไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้กินเจ้าสัตว์เลื้อยคลานไร้ขาก็ตาม แต่เขายังไม่อยากจะเอาอะไรใส่ท้องสักเท่าไรนัก แถมเจ้างูนี่มันก็ตัวเล็กเกินไป

 

ยูโนะที่ไม่ได้สนใจก็รีบสาวเท้าตรงไปยังสถานที่ทดสอบทันที ผู้เป็นพี่ก็รีบจัดแจงยัดงูย่างใส่ปากเจ้าน้องชายผมสีถ่านแล้วรีบตามเจ้าน้องหน้านิ่งที่ไม่เคยคิดจะรอชาวบ้านสักครั้ง

 

เมื่อมาถึงเด็กหนุ่มต่างแดนก็ต้องพบกับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่หน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่รู้จัก พอหันไปถามเจ้าน้องคนเก่งก็ได้คำตอบว่ามันคือ โคลอสเซียม ที่ใช้เป็นสนามสำหรับการต่อสู้โดยเฉพาะ นัยน์ตาสีมรกตลุกวาวขึ้นด้วยความสนใจพร้อมกับหยิบสมุดขึ้นมาวาดรูปเก็บเอาไว้ทันที

 

ถ้าได้กลับบ้านเราลองเอาเรื่องโคลอสเซียมไปปรึกษากับท่านป้าดีกว่า!

 

เท่าที่จำได้เหมือนว่าคนที่บ้านเองอยากได้สนามประลองสำหรับเอาไว้ทดสอบฝีมือของคนในตระกูลเหมือนกัน ตามปกติแล้วถ้าเป็นการประลองที่มไ่ได้ใหญ่อะไรมาก็จะประลองกันในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ มันสร้างความลำบากให้กับนักสู้บางคนที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างหรือไม่ก็คนที่ใช้อาวุธประเภทด้ามยาว แน่นอนว่าที่ดินที่ทางตระกูลครอบครองอยู่นั้นสามารถเอาไปใช้ทำอะไรได้หลายอย่าง แค่สร้างโคลอสเซียมมมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรอยู่แล้ว

 

ทั้งสามเดินเข้าไปด้านในเพื่อลงชื่อสมัครโดยมีชาวบ้านคอยให้กำลังใจให้แก่ผู้ทดสอบทั้งหลาย ตัวเด็กหนุ่มต่างแดนก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีสำหรับการอวยพรพวกตนซึ่งดูจากท่าทางของเจ้าน้องผมสีถ่านแล้วก็ยิ้มออกมาไม่ได้ แต่พอลองนึกถึงภาพของผู้ล้มเหลวแล้วมันก็สร้างความเจ็บปวดได้ไม่น้อย

 

“คนเยอะเหมือนกันนะ” ไซกะเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นผู้เข้าสมัครเขาแถวอยู่เต็มไปหมด

 

“น่าจะมีร้อยกว่าคนเลยก็ได้ครับ” ยูโนะที่ยืนอยู่ข้างกันตอบกลับมา

 

“จะมากี่คนฉันคนนี้ก็พร้อมสู้เสมอน่า!!” แอสต้าที่เริ่มเครื่องติดก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง

 

“อย่างเพิ่งชะล่าใจไปน้องชาย ยังจำที่ฉันเคยบอกนายได้รึเปล่า?” ไซกะหันไปถามแอสต้าซึ่งเจ้าคนโดนถามก็ทำท่าครุนคิดอยู่พักหนึ่ง

 

“ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอก็ไม่ควรไม่ประมาทใช่รึเปล่าครับ?” แอสต้ากับกลับมา

 

“ใช้แล้วล่ะ พวกนายยังอ่อนประสบการณ์เหมือนกับใครกลายคนในนี้ หลังจากการทดสอบนี้แหละที่คือของจริง”

 

ทั้งสามยืนพูดคุยกันอยู่สักพักแล้วเดินไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ซึ่งพวกเขาแต่ละคนได้หมายเลขที่เรียงกัน ยูโนะได้หมายเลข 164 แอสต้าได้หมายเลข 165 แต่ก็โดนเจ้าหน้าที่ถามเรื่องกริมมัวร์ว่าทำไมถึงดูสกปรกอีกต่างหาก ส่วนพี่ใหญ่อย่างไซกะก็ได้หลายเลข 166 แม้จะไม่ชอบเลยคู่เท่าไรแต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปด้านในซึ่งก็พบกับผู้ทดสอบรายอื่น เดินเข้ามาได้ไม่นานก็ต้องพบกับนกสีดำตัวเล็กน่ารักอย่างเจ้า แอนติโดริ ซึ่งเป็นนกสายพันธุ์พิเศษที่มีประสาทสัมผัสไวต่อ มานา ที่อยู่ภายในตัวของนักเวทย์คนนั้นๆ ไซกะคิดว่านี่คงเป็นการวัดระดับพลังที่ดูง่ายดายมาก

 

แต่เรื่องฝีมือของแต่ละคนมันก็อีกเรื่องล่ะนะ…

 

ไม่นานก็มีเสียงฮือฮามาจากกลุ่มผู้ทดสอบที่กำลังตกใจที่เด็กชายผมสีดำที่ไม่มีนกตัวไหนบินเข้าใกล้เลยแม้แต่ตัวเดี๋ยวและบวกกับข่าวลือที่ตัวเขาได้รับเลือกจากกริมมัวร์โคลเวอร์สี่แฉกในตำนาน เหล่าชายทั้งหลายต่างพากันอิจฉากับเป็นแทบแถว เหล่าสาวน้อยต่างพากันหลงไหลไปกับเสน่ห์เฉพาะตัวของเขา

 

ทว่าก็มีเสียงมาจากอีกมุมหนึ่งนั้นคือเด็กหนุ่มร่างสูงที่สวมใส่เครื่องแต่งกายที่ไม่คุ้นตานัก ทว่าร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ไม่ได้มากเกินไปบวกกับหน้าตาที่หล่อเหลาก็ทำให้กลายเป็นสนใของคนหมู่มากได้ไม่ยากเย็นนัก

 

ไซกะยิ้มให้กับน้องชายมาดนิ่งที่ยืนเป็นจุดเด็นด้วยความพอใจ แค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ได้เลยว่าตลอดหกเดือนเขาพยายามฝึกฝนมากแค่ไหนซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี หากมองไปยังอีกคนแล้วก็ถึงกับเหนื่อยใจขึ้นมาทันที

 

แกก็ปล่อยให้นกเกาะเป็นต้นไม้เลยนะ…

 

แอสต้าที่เป็นผู้ไร้พลังเวทย์ถูกนกหลายสิบสิบตัวบนมาเกาะทั้วตัวราวกับเป็นต้นไม้ยังไงยังงั้น เมื่อสลักพวกนกออกมาได้แล้วเขาก็ไปชนกับชายร่างสูงคนหนึ่งเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก แต่ก็เกือบโดนฝ่ามือของอีกฝ่ายขยี้หัวจนแหลกไปแล้วถ้าไม่ได้มีคนมาตามกลับไปเสียก่อน

 

ไซกะที่มองดูเหตุการณ์ก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจากตัวของชายคนนั้น มันเป็นความคุ้นเคยอันแปลกประหลาดที่ราวกับว่าตัวเองไม่ได้สัมผัมถึงมันมานาน สุดท้ายเขาก็ปล่อยเรื่องนั้นไปแล้วหันไปสนใจกลุ่มคนที่กำลังมาแทน

 

ฟังจากเสียงพูดคุยจากคนรอบตัวแล้วก็ทำให้ได้รู้ว่ากลุ่มชายหญิงที่เดินมานั่งอยู่บนชั้นสองของโคลอสเซียมนั้นก็คือ หัวหน้าหน่วยอัศวินจอมเวทย์ นั่นเอง แต่ละหน่วยนั้นจะมีสีและสัตว์เป็นสัญลักษณ์เอาไว้ใช้สำหรับแบ่งระดับกัน

 

ในสายตาของเขากลุ่มคนเหล่านี้ล้วนมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ยกเว้นบางคนเท่านั้นที่เขาคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะได้อย่างน้อยก็สองคน แต่มันก็เป็นแค่การคาดเดาจากสายตาเท่านั้น บางทีเขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยก็ได้โดยเฉพาะหัวหน้าของหน่วยอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้

 

หัวหน้าของ หน่วยรุ่งอรุณสีทอง ชายสวมหน้ากาก วิลเลียม แวนเจนส์ แม้จะยืนอยู่ด้านล่างเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาได้อย่างชัดเจน นับว่าเป็นคนที่ไม่ควรไปหาเรื่องด้วยมากที่สุดแล้วในตอนนี้

 

“เอาล่ะ! ผู้เข้าทดสอบทั้งหลาย ในครั้งนี้ฉันจะเป็นคนควบคุมการทดสอบเอง” วิลเลียมเอ่ยพร้อมกับหยิบกริมมัวร์ประจำตัวขึ้นมา

 

จงปรากฏออกมา! ต้นไม้แห่งโลก!

 

ฉับพลันที่เสียงของชายสวมหน้ากากจบลงก็ปรากฏหมู่เมฆปกคลุมไปทั้วท้องฟ้า ไม่นานก็เกิดเรื่องอันชวนตกใจขึ้นมาเมื่อมีแสงสีเขียวส่องสว่างขึ้นพร้อมรากไม้ขนาดใหญ่โผล่ลงมาจากเมฆดำ รากไม้แตกแขนงออกมาแล้วเปลี่ยนสภาพกลายเป็นไม้กวาดให้เหล่าผู้ทดสอบ เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้นวิลเลียมก็ปิดหน้าหนังสือของตนเองและเป็นสัญญาณการเริ่มต้นการทดสอบ

 

“ต่อจากนี้พวกเราหัวหน้าหน่วยทั้ง 9 คนจะทำการประเมินความสามารถของพวกเธอทุกคนเพื่อค้นหาบุคคลที่ประสิทธิภาพเข้าหน่วยของตนเอง ถ้าหากมียกมือจากหัวหน้าหน่วยก็เท่ากับว่าถูกเลือกแล้วนั่นเอง หากมีคนยกมือมากกว่าหนึ่งคนพวกเธอก็สามารถเลือกเข้าหน่วยที่ต้องการได้ และสุดท้ายนี้ ถ้าหากไม่มีหัวหน้าหน่วยคนไหนยกมือก็เท่ากับหมดสิทธิ์” วิลเลียมรายยาวพร้อมกับมองดูเด็กที่เข้ามาทดสอบ

 

ไซกะที่ได้ยินก็คิดว่าวิธีการในการคัดเลือกนั้นดูธรรมดากว่าที่คาดการเอาไว้พอตัว ในดินแดนที่ใช้เวทมนต์กันโดยทั่วไปแบบนี้แล้วก็ทำให้การทดสอบนี้กลายเป็นของธรรมดาไปในสายของพวกเขาทั้งหลาย มันต่างการทดสอบที่บ้านเกิดเขามากเพราะไม่ได้เรื่องประสิทธิภาพในการควบคุมหรือพลังเวทย์ที่มีอยู่ในตัวคนคนนั้น

 

ความตั้งใจนั้นคือตัวแปรสำคัญของเหล่านักรบที่บ้านเกิดและในตระกูลของเขาด้วยเช่นกัน ยังไงซะเขาก็เอามาตรฐานที่นั่นมาใช้ที่นี่ได้อยู่แล้ว

 

“การทดสอบแรกนั้นคือการขี่ไม้กวาดนั่นเอง นี่ถือว่าเป็นเรื่องทั่วไปของอัศวินจอมเวทย์ที่ต้องใช้มันสำหรับการเดินทาง ถ้าว่าพวกเธอไม่สามารถทำได้ก็ไม่อาจจะอยู่ที่นี่ได้หรอกนะ ถ้าอย่างนั้น เริ่มต้นการทดสอบได้!” วิลเลียมประกาศออกมา

 

เด็กผู้เข้าทดสอบหลายคนเริ่มที่จะลองขี่ไม้กวาดในมือกันทันที บางคนสามารถทำได้ในทันที บางคนก็ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะทำให้ไม้กวาดลอยตัวขึ้นมาได้ แน่นอนว่าก็ต้องมีคนตกลงมาจากไม้กวาดบ้าง แต่ผู้ทดสอบส่วนใหญ่ก็สามารถควบคุมให้ไม้กวาดลอยตัวขึ้นจากพื้นแล้วบินไปมาได้

 

ยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้น…

 

ไซกะที่นั่งเท้าคางมองดูน้องชายผมสีถ่านพยายามทำให้ไม้กวาดลอยขึ้นมาอย่างเอาเป็นเอาตาย แม้ตนจะมีเวทมนต์ที่สามารถช่วยให้ไม้กวาดลอยขึ้นมาได้ก็ตาม แต่ก็เลือกที่จะไม่ทำและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรเป็น จากนั้นก็หันไปมองดูน้องชายอีกคนที่ยืนอยู่บนไม้กวาดซึ่งก็ทำได้ดีมาก

 

การทดสอบที่ 2 เป็นการทดสอบความสามารถทางด้านเวทมนต์ ไซกะเองก็ผ่านมาได้อย่างง่ายดายโดยการใช้หมัดต่อยใส่เป้าทดสอบ ทางวิลเลียมเองก็ต้องสอบถามว่าทำไมตนถึงไม่ใช้เวทมนต์ แต่เขาก็ตอบไปว่ามันเป็นเวทย์เสริมพลัง

 

การทดสอบที่ 3 เป็นการทดสอบการควบคุมเวทมนต์โดยการยิงเวทย์ให้โดนเป้ากระดาษลอยอยู่บนอากาศ ไซกะเลือกที่จะกระโดดขึ้นมาคว้าเอาเป้าที่ลอยอยู่แทน

 

การทดสอบที่ 4 เป็นการทดสอบการใช้เวทมนต์สร้างสรรค์อะไรขึ้นมาก็ได้ตามจินตนาการ ในครั้งนี้ไซกะเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป เพราะมันดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรนัก

 

การทดสอบที่ 5 เป็นการใช้พลังเวทย์ทำให้เมล็ดพืชเติมโตขึ้นมาและการทดสอบนี้ไซกะก็ปล่อยผ่านเช่นกัน

 

และการทดสอบที่ 6 เป็นการต่อสู้โดยผู้ทดสอบต้องเลือกจับคู่กับผู้ทดสอบคนอื่นและทำการต่อสู้กัน แน่นอว่ามีการเตรียมอัศวินจอมเวทย์ที่ถนัดเวทย์รักษาเอาไว้พร้อมซึ่งทางหัวหน้าก็มีการบอกเอาไว้ว่าให้สู้กันได้เต็มที

 

ไซกะที่ยังไม่ได้เลือกคู่ต่อสู้ก็เลือดที่จะไปนั่งอยู่ตรงเสาของโคลอสเซียม เพราะเท่าที่ดูแล้วก็ไม่น่ามีใครเอาชนะตัวเขาได้อยู่แล้ว และการเลือกที่จะชมการต่อสู้ของคนอื่นก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้แล้ว

 

บ่าเบื่อเป็นบ้า...

 

ทว่าตัวเด็กหนุ่มนั้นไม่ได้รับรู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่ตัวเขาด้วยความสนใจ

==============================================================================

วันนี้มาสั้นๆ นะครับผม // กราบเท้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #51 ข้าวผัดอร่อยจัง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 09:34
    นี่แหละที่เขาบอกว่า
    "คนบ้านเดียวกันแค่มองตากันก็เข้าใจอยู่"
    #51
    0
  2. #50 S2O3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 00:07
    เหมือนจะรับรู้รังสีคนบ้านเดียวกันจากไซกะและยามิ(?)ได้
    #50
    0
  3. #49 A little of Magi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 22:44

    กำลังมันเลยยย ใครจะสู้กับไซกะกันนะ
    #49
    0
  4. #48 ?Hinata? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 22:16

    รอน่ะคร้าบบบ
    #48
    0
  5. #47 hayajihajime (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:22

    รอเลยค่ะ
    #47
    0
  6. #46 note43 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:21
    ผมก็อยากจะกราบเท้าให้อัพต่อเหมือนกัน
    #46
    0
  7. #45 ChampGmaer7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:17
    คนเขียนกวน*** หรือหมดเเรง แค่มันมี / หมายความว่าไงตั้งใจไห้ค้างสินะ
    #45
    0
  8. #44 x0802615486 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:13
    รออ่าน
    #44
    0