[FIC] Black Clover: Saiga Adventure

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 : สู่เมืองหลวงแห่งอาณาจักรโคลเวอร์ - ก่อนออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 169 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

เวลาผ่านไปเพียงสองวันหลังจากที่ไซกะอาศัยอยู่ในป่าแถวหอคอยกริมมัวร์โดยที่มีผู้ดูแลเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ แม้จะมีสองศิษย์ของตนไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นบางก็ตาม เขาอดชื่นชมความอดทนของเด็กหนุ่มที่แม้ว่าจะถูกสองคนนั้นพูดจากดูถูกเกือบตลอดเวลาก็ตาม แต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยตอบโต้อะไรกลับไปแม้แต่น้อย

 

มันราวกับว่าศิษย์ของตนนั้นไม่ได้มีตัวตนอยู่ในสายตาของชายหนุ่มเลย

 

นับตั้งแต่วันที่สองจนไปถึงวันที่เจ็ดนั้น ตัวผู้ดูแลนั้นก็เริ่มสัมผัสถึงพลังเวทย์ที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่ม มันให้ความรู้สึกเหมือนกับสายลมอ่อนในฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตของหมู่บ้าน แม้จะเบาบางก็ตามแต่ก็ยังรู้สึกได้ผ่านทางผิวหนังอันเหี่ยวย่นของตนเอง

 

วันที่แปดเขาเดินมาตรวจสอบความเป็นอยู่ของเด็กหนุ่มว่าเป็นเช่นไรบ้าง และเขาต้องแปลกใจว่าตัวเด็กหนุ่มนั้นยังนั่งอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหนมาตลอดทั้งสัปดาห์แล้ว ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกถึงพลังเวทย์ที่ยังคงแผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่มอยู่ซึ่งมันก็แปลว่าเขายังมีชีวิตอยู่

 

เวลามันผ่านมาตั้งสัปดาห์แล้วก็ตามไม่รู้ว่าตัวเขากังวลมากไปรึเปล่า แต่ว่าตนก็รับปากหลวงพ่อเอาไว้แล้วว่าจะดูแลลูกชายบุญธรรมของเขาให้ดี แม้ในตอนนี้มันจะไม่จำเป็นก็ตาม อย่างน้อยการเฝ้ามองดูอยู่เช่นตอนนี้ก็ไม่ได้แย่เท่าไรนัก

 

“หลังจากนี้ไปจะเกิดอะไรบ้างนะ…” ผู้ดูแลจ้องมองไปยังท้องฟ้าผ่านหน้าต่างบนหอคอย เขาเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ายุคสมัยนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่มันคงจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างแน่นอน

 

หลังจากนั้นเวลาก็ได้ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ที่ตัวของไซกะยังคงนั่งอยู่เช่นนั้น แต่ในตอนเช้าของสัปดาห์ที่สี่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

 

ตอนนี้ไซกะที่ลืมตาขึ้นมาหลังจากการนั่งสมาธิอันยาวนานของตนเอง เขารู้สึกปวดที่บริเวณขาเป็นอย่างมากเนื่องจากมันถูกทับมาเป็นเวลานาน มันเวลาอยู่สักพักกว่าเขาจะกลับมาขยับขาได้ตามปกติ หลังจากที่ขาขยับได้เขาดีดตัวลุกยืนขึ้นแล้วเริ่มบิดตัวไปมา

 

“นานกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย! นึกว่าเราจะทำได้เร็วกว่านี้ซะอีก นี่มันก็ตั้งสามสัปดาห์กับอีกวันเลยนะ” ไซกะเอ่ยขึ้นมาพลางปัดพวกเศษใบไม้ตามตัวออก มันก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะใช้เวลามากกว่าที่ตนคิดเอาไว้

 

ความจริงแล้วเขารู้สึกถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวอยู่ตลอดเวลาด้วยความสามารถในการรับรู้ของตนเอง เขารู้ได้เลยว่ามันพัฒนาขึ้นมาจนน่ากลัวเลยด้วยซ้ำ ระยะของมันที่ไกลมากขึ้นกว่าเดิมเกือบสองเท่าซึ่งต่อให้นอนหลับอยู่ก็ยังรู้สึกที่ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเอง แต่จุดแข็งนี้มันก็ยังมีจุดอ่อนอยู่หลากหลาย

 

ในตอนนี้เขาก็ยังพอมีเวลาหาทางรับมือพวกนั้นได้อยู่ เพียงแต่ว่าเขาต้องลองทดสอบอะไรบางอย่างก่อนเป็นอันดับแรก

 

“คราวนี้ก็ตาแกแล้วล่ะนะ” ไซกะหันไปทางกริมมัวร์ที่ยังคงวางอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน คราวนี้เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะใช้มันได้รึเปล่า แต่อย่างน้อยเวลานี้เขาก็คิดว่าตนเองนั้นสามารถใช้เวทมนต์ได้แล้วล่ะนะ

 

เขาลองยื่นมือออกไปพร้อมกับส่งพลังเวทย์ไปยังกริมมัวร์ของตนเอง และมันก็เป็นไปตามที่เขาหวังไว้ กริมมัวร์สีดำทมิฬของเขามีออร่าสีดำปกคลุมและลอยขึ้นเหนือพื้นหญ้ามาอยู่ในระดับสายตาของตนเอง มันทำให้เด็กหนุ่มยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

ใครจะไปคิดกันว่าการสร้างภาพของภาชนะขึ้นมาภายในจิตใจเพื่อใช้สำหรับกักเก็บพลังเวทย์มันจะใช้ได้ผลขนาดนี้ ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าวิธีการฝึกของพี่ชายจะทำให้ตัวเขาใช้พลังเวทย์ได้ เมื่อขั้นแรกสำเร็จลงด้วยดีเขาก็จะเริ่มขึ้นต่อไปทันที

 

เวทมนต์ร้อยอสูร: ร่างจำแลงอสูร โอนิ!

 

ไซกะเอ่ยชื่อเวทมนต์บทเดียวที่ตนเองมีพร้อมกับที่หน้ากริมมัวร์พลิกไปอย่างรวดเร็วจนไปหยุดอยู่ที่หน้าที่มีตัวอักษรเขียนไว้ เมื่อสิ้นเสียงนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นมา สีผิวเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีแดง เส้นผมเริ่มงอกยาวขึ้นมา และสุดท้ายก็คือเขาคู่หนึ่งงอกทะลุออกมาจากหน้าผาก

 

“หืม?” ไซกะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจพลางสำรวจร่างกายที่เปลี่ยนไปของตนเอง ตอนแรกนั้นเขาวาดภาพในหัวไว้ว่ามันต้องดูยิ่งใหญ่หรือไม่ก็อลังการมากกว่านี้ แต่นี่คือเขาไม่รู้สึกถึงอะไรเลยแม้แต่น้อย “หรือว่าฉั-”

 

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบก็เบามือปิดปาดตัวเองด้วยความตกใจ เพราะว่าเสียงของเขานั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก มันทุ้มต่ำขึ้นจนน่ากลัว และตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าตนเองกลายเป็นยักษ์ไปแล้วจริงๆ

 

“น่าแปลกที่เสื้อที่ใส่ไม่ได้เป็นอะไรไปด้วย” ไซกะเอ่ยขึ้นมาอย่างแปลกใจ แต่เขาก็ก้มลงไปดูช่วงล่างของตนเองเพื่อความแน่ใจ “อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับรองเท้าล่ะนะ”

 

รองเท้าฟางคู่ใจที่ใส่มานานนับก็ขาดไปจนได้ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจว่าจะเดินเท้าเปล่าไปแบบนี้แทน เพราะปกติก็ไม่ชอบใส่รองเท้าเหมือนชาวบ้านอยู่แล้ว

 

ไซกะเริ่มบิดตัวไปมาและกระโดดอยู่สักพักหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อม ตั้งแต่วันนี้ไปเขาจะเริ่มฝึกอย่างจริงจังได้สักที ทั้งกริมมัวร์และพลังเวทย์ก็มีพร้อมแล้วด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ยอมทำอะไรสักอย่างก็คงได้ตามหลังน้องทั้งสองแน่นอน

 

“หลังจากนี้ฉันจะกลายเป็นตัวอะไรกันนะ” ไซกะโอนิเอ่ยติดตลกพลางก้มหยิบข้าวของทั้งหมดของตนเอง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในป่าลึกเพื่อเก็บตัวฝึกการใช้เวทมนต์โดยที่ยังคงมีผู้ดูแลเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เช่นเดิม

 

==========

 

หกเดือนผ่านไปราวกับเป็นเรื่องโกหกเลยก็ว่าได้ หลังจากเก็บตัวฝึกฝนของเด็กหนุ่มผมสีดำขลับนามไซกะได้จบลงไป วันนี้เขาก็จะมาลาผู้ดูแลหอคอยเพื่อที่จะเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับน้องชายทั้งสองคน

 

“เธอดูเปลี่ยนไปมากเลยนะ” ผู้ดูแลเอ่ยขึ้นพลางมองสำรวจตัวเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด ตัวสูงขึ้นมาจากเดิมที่เจอกัน ร่างกายดูกำยำขึ้นมากกว่าเก่า ผมยาวขึ้นจนไปถึงกลางหลัง และที่ชวนสงสัยที่สุดก็คงเป็นบางอย่างที่ดูคล้ายกับเขาขนาดเล็กบนหน้าผาก หากให้สรุปเลยก็คือเด็กหนุ่มมีสภาพต่างไปจากเดิมมากถึงมากที่สุด

 

“ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ไซกะตอบกลับมาแบบยิ้มๆ ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้ดูแลสบายใจได้พอสมควรว่าเจ้าเด็กตรงหน้ายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

เพียงแต่ว่าผู้ดูแลนั้นไม่รู้ว่านี่ก็คือหนึ่งเวทมนต์ของเด็กหนุ่มด้วยเช่นกัน ตัวของเขานั้นยังคงอยู่สภาพของร่างจำแลงอสูรซึ่งมันเป็นรูปแบบจำกัดพลังเอาไว้ นี่ก็เป็นผลจากการฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตายของตัวเขาที่จะพยายามฝึกควบคุมพลังเวทย์ของตนเอง และสุดท้ายก็ได้ร่างจำกัดพลังมาได้นั่นเองซึ่งชื่อขงมันก็คือ

 

เวทมนต์ร้อยอสูร: ร่างสถิตอสูร โอนิ

 

ความแตกต่างของเวทย์ทั้งสองมันก็เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ร่างจำแลงอสูร ก็คือการเปลี่ยนจากร่างมนุษย์ไปเป็นร่างอสูรซึ่งพลังเกือบทั้งหมดนั้นจะมาจากเวทมนต์ในร่างอสูร แต่ ร่างสถิตอสูร นั้นจะมีความคล้ายกับ ร่างทรง ซึ่งก็คือการหยิบยืมพลังมานั่นเอง สรุปก็คือพลังสถิตนั้นมีเพียงครึ่งเดียวของร่างจำแลงนั่นเอง

 

ผู้ดูแลยิ้มตอบกลับมาด้วยความอบอุ่นตามประสาคนชราภาพ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมาเขาก็เริ่มคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ก็เหมือนกับหลานชายของตนเองไปแล้ว แม้ตัวเขาจะไม่ได้ทำไรมากมายเท่าไรนัก แต่ตนเองก็ดีใจที่เด็กหนุ่มยังคงออกมาจากป่าเพื่อพูดคุยกันบ้าง อย่างน้อยมันก็เป็นช่วงเวลาหกเดือนที่มีความสุขมาก

 

“ขอบคุณสำหรับหกเดือนที่ผ่านมากนะครับ!” ไซกะก้มหัวให้กับผู้ดูแลด้วยความเคารพจากใจ ถ้าหากไม่มีคำแนะนำของผู้ดูแลเขาก็อาจจะไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้มากขนาดนี้

 

“ฉันเองก็ยินดีที่ตนเองสามารถช่วยเหลือเธอได้เหมือนกัน” ผู้ดูแลตอบกลับมาพร้อมลูบหัวของเด็กหนุ่ม “มันก็ได้เวลาแล้วล่ะนะ ฉันว่าเธอควรรีบไปได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทันน้องๆ พอดี”

 

ไซกะที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าอย่างรวดเร็วจนทำให้ผู้ดูแลตกใจ แต่ก็ไม่วายหันกลับมาก้มหัวขอโทษให้อีกครั้ง หลังจกาที่เสียเวลาอยู่นานนับนาทีเขาก็วิ่งออกมาจากหอคอยแห่งกริมมัวร์เพื่อตรงกลับไปยังหมู่บ้าน

 

“โหะ! โหะ! ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ดีจริงๆ” ผู้ดูแลเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับเข้าไปยังหอคอย

 

==========

 

ไซกะวิ่งมาถึงหน้าโบสถ์ภายในไม่กี่อึดใจด้วยพลังความเร็วของร่างสถิตอสูรของตนเอง แต่พอเขาเดินเข้าไปในโบสถ์ก็พบกันคนคุ้นเคยอย่างซิสเตอร์ลิลลี่สวดภาวนาอยู่ตามปกติของเธอ เขาเองก็ไม่อยากไปรบกวนเธอมากนักจึงเลือกที่จะเฝ้าดูเธออยู่เงียบๆ

 

“อ๊ะ! หรือว่า… ไซกะงั้นเหรอ?!” เมื่อลิลลี่สวดภาวนาเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็กะว่าจะไปทำความสะอาดหน้าโบสถ์สักหน่อย พอหันไปทางประตูก็พอใครบางคนยืนอยู่ ตอนแรกเธอเองก็ตกใจว่าเป็นคนแปลกหน้าที่ไหนรึเปล่า แต่พอเห็นเสื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอตกใจ

 

“สวัสดีครับ!” ไซกะตอบกลับมาพร้อมกับโบกมือทักทายไปตามปกติ แต่กลายเป็นว่าซิสเตอร์นั้นกลับวิ่งเข้ามาหาพร้อมเดินวนรอบตัวเขาราวกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่างอยู่

 

“นี่เธอคือไซกะงั้นเหรอ?” ลิลลี่ถามออกมาด้วยความสงสัย

 

“แน่นอนอยู่แล้ว! บนอาณาจักรนี้ก็มีผมแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ชื่อว่าไซกะ” ไซกะตอบกลับมาพร้อมด้วยรอยยิ้มตามแบบฉบับของตนเอง

 

ซิสเตอร์ลิลลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ตัวเธอรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้านี้ก็คือไซกะอย่างแน่นอน แต่ตอนแรกนั้นเธอตกใจมากที่ตัวของเขานั้นเปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน ตอนแรกเขาก็ดูดีมากอยู่แล้วยิ่งมากเป็นตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก

 

พอลิลลี่รู้ว่าตนเองกำลังคิดอะไรแปลกๆ ก็สายหัวอย่างรวดเร็วเพื่อไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป แม่ชีอย่างเธอไม่ควรคิดเรื่อแบบนั้นกับเด็กที่อายุน้อยกว่าตั้ง 8 ปีด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าเธอรู้สึกใจเต้นขึ้นมาเมื่อมองไปที่ไซกะ

 

“นี่ซิสเตอร์เป็นอะไรรึเปล่า?” ไซกะถามออกมา เพราะว่าตนนั้นเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นเป็นสีแดงเลยคิดว่าเธออาจจะเป็นไข้ก็ได้

 

“ป… เปล่าเลย! แต่ก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ” ลิลลี่สะดุ้งขึ้นมาทันทีที่ไซกะทัก แต่เธอก็พยายามเก็บอาการและตั้งสติให้พร้อมก่อนที่จะตอบกลับไป

 

“งั้นเหรอ?” ไซกะเกาหลังหัวอย่างไม่เข้าใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าแบบนั้นเขาก็ไม่ว่าอะไร “แล้วเจ้าสองคนนั้นล่ะ?”

 

ในเมื่อครบเวลาหกเดือนแล้วนั้น อย่างแรกที่เขาอยากเห็นก็คือการพัฒนาของเจ้าน้องชายทั้งสองของตนเองสักหน่อย และเขาก็อยากจะเห็นหน้าตาของทั้งสองที่มาเป็นตัวเขาในร่างนี้อีกด้วย แค่นึกภาพขึ้นมาหัวก็ทำให้หยุดยิ้มไม่ได้แล้ว

 

“พวกเขาก็ไปฝึกกันตามปกติน่ะ เดี๋ยวตอนเย็นก็กลับกันมาแล้วล่ะนะ” ลิลลี่ตอบกลับไป “ถ้าเธอไม่ว่าอะไรก็มาช่วยฉันทำความสะอาดหน่อยได้ไหม?”

 

“ใครจะไปปฏิเสธซิสเตอร์แสนสวยประจำโบสถ์ได้กันล่ะ” ไซกะตอบกลับไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก ก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อทำความสะอาด แต่กลับไม่รู้เลยว่าซิสเตอร์ที่ถูกเขาชมนั้นกำลังเอามือปิดหน้าตนเองอยู่ด้วยความเขินอาย

 

ลิลลี่ใช้เวลาอยู่เกือบสิบนาทีกว่าจะสงบใจตัวเองได้แล้วค่อยออกไปช่วยไซกะทำความสะอาดรอบโบสถ์ หลังจกาที่จัดการอะไรเสร็จหมดแล้วเธอก็ขอตัวไปพักด้านในโบสถ์ ทางไซกะที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเลยตัดสินใจกระโดดขึ้นไปนอนอยู่บนหลังคาโบสถ์ตามกิจวัตรประจําของตนเอง

 

ไซกะลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินเสียงอันคุ้นหูของแอสต้าดังมาแต่ไกล เขาดันตัวเองลุกขึ้นนั่งเพื่อมองหาเจ้าตัวตนเสียง สักพักเขาก็เห็นเจ้าน้องชายพลังงานเหลือล้นกำลังวิ่งแข็งกับยูโนะตามปกติ ถ้าเกิดไม่ติดว่าตนนอนอยู่บนนี้เขาก็คงลงไปวิ่งด้วยแล้ว แต่อย่างน้อยการนั่งมองดูอยู่แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน

 

“พรุ่งนี้ก็ต้องดินทางแล้วสินะ” ไซกะเอ่ยขึ้นมาพร้อมจ้องมองไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป เขาหยิบเอากริมมัวร์ของตนเองขึ้นมาวางไว้บนตัก “ตลอดหกเดือนเรามีเวทมนต์ทั้งหมด 15 อย่างแล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกว่าตนเองยังอ่อนแออยู่เลยนะ”

 

สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่คิดอะไรให้มากความและปล่อยให้ร่างกายของตนเองสัมผัสกับสายลมยามฤดูร้อนพัดผ่านไป แต่ทันใดนั้นจมูกของเขาก็ได้กลิ่นบางอย่างลอยมา

 

“ไปกินข้าวเย็นดีกว่า!” ไซกะเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับกระโดดลงไปด้านล่างเพื่อลงไปทานข้าวเย็นพร้อมหน้าเหล่าน้องๆ

=============================================================================

ตอนหน้าสามหน่อประจำโบสถ์ก็จะเข้าเมืองกันแล้ว!

คอมเมนต์กันหน่อยก็ได้นะครับ ไม่กัดแน่นอนนน เพราะไรท์ฉีกยาแล้ว!

เอาเป็นว่าเจอกันตอนหน้านะครับ!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 169 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #79 ลุนแลงอ้ะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 21:24
    ซิสเตอร์อย่านะคะแงงงงง
    ให้ซิสเตอร์โสดเป็นเพื่อนคนอ่านดีกว่า
    #79
    0
  2. #52 เด็กสาวผู้หวาดกลัว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:12
    ไม่อยากให้มีนางเอกเลยค่ะ แง

    อยากเห็นเน้นแต่เนื้อเรื่องกับตัวไซกะกับบรรดาตัวละครเอกในเรื่อง
    #52
    2
  3. #34 Helenaza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 19:48
    งือออ แต่งได้ดีมากเลยมาต่อน้าา ไรท์ห้ามเทเรื่องนี้นะคะ ขอร้องหล่ะน้า
    #34
    0
  4. #33 KhimKorkanok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 11:06

    ต่อสิ~
    #33
    0
  5. #32 GamEPaLaDiN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 17:22
    อ่านเพลินมาก🥴
    #32
    0
  6. #31 จันทราเริงระบำ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:14

    ไรท์มาต่ออออ

    #31
    0
  7. #29 PT.BMX.NN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 13:54

    อยากอ่านนนนนนไม่หวายยยยยยยยยงืออออออออ ปล.สู้ ๆ ครับไรท์>-<♧

    #29
    0
  8. #26 Freelastend (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 14:00
    อ่านเพลินดี
    #26
    0
  9. #25 InaiShinso (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:40
    สนุกดีนะครับ ติดตาม😁😁😁
    #25
    0
  10. #24 Mujitcentes (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:26
    ทำไมต้องคงเวทไว้ตลอดเวลาด้วย? เดี๋ยวก็โดนคนอื่นสงสัยกันพอดี
    #24
    0
  11. #23 Nuu_PaiL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:25
    สนุกค้า~อยากรู้ตอนไซกะทดสอบแล้ว~ รีบมาต่อน้าาาา
    #23
    0
  12. #22 นักอ่านแห่งอะไรว่ะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:21
    อย่ากัดผมเลยกลัวแล้ว555+นิยายสนุกนะครับ
    #22
    0
  13. #21 0910290340 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:18

    มาเร็วๆน่า~รออ่านอยู่
    #21
    0