[FIC] Black Clover: Saiga Adventure

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 : การฝึกฝน - สิ่งที่ปรากฏขึ้นมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

ไซกะลืมตาขึ้นมาเนื่องด้วยความไม่สบายตัวยังไงก็รู้ ก่อนเด็กหนุ่มจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียจากนั้นก็เขาก็ส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ความง่วงออกไป เมื่อตื่นตัวเต็มที่เขาถูกดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“อ่า… ต่อไปก็ไปเอากริมมัวร์สินะ” ไซกะถูคางพลางนึกถึงสิ่งตนเองจะทำในวันนี้ซึ่งเวลานอนก็แทบจะไม่สนใจเรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ และพอตื่นมาก็จะจำบางเรื่องไม่ได้อีกด้วย เพราะแบบนั้นเขาถึงต้องมีสมุดจดช่วยจำติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา

 

ทว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีอะไรติดตัวมาด้วยเลยสักอย่างเดียว แต่เรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือเขาต้องรีบกลับไปที่โบสถ์ก่อน ถ้าเกิดว่าซิสเตอร์เกิดไม่เจอเขาขึ้นมาก็อาจจะเจอกำปั้นแห่งความรักของเธอแบบเจ้าน้องชายก็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็ออกตัววิ่งไปทันที

 

สักพักไซกะก็วิ่งมาถึงโบสถ์ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพียงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อจะเข้าไปข้างในทางห้องครัว หลังจากเข้ามาได้แล้วเขาก็เดินไปหยิบกระสอบผ้าและเอามันฝรั่งออกมาล้างน้ำเพื่อที่จะเตรียมอาหารเช้าให้กับทุกคนและตนเอง

 

หากเป็นเวลาปกติตัวไซกะและหลวงพ่อก็จะรับหน้าที่เป็นคนทำอาหารเช้าให้กับทุกคนหรือไม่ก็ไปทำอย่างอื่น เช่น ซักพัก เป็นต้น แต่เนื่องจากเขาเป็นพี่คนโตเลยต้องเป็นคนที่ทำเกือบทุกอย่างซึ่งตัวเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะอย่างน้อยเขาก็ช่วยให้หลวงพ่อและซิสเตอร์เบามือขึ้นได้เยอะ

 

ผ่านไปสักพักก็มีคนเดินมาที่ห้องครัวซึ่งใครคนนั้นก็คือหลวงพ่อนั่นเอง

 

“อ้าว! ยังตื่นเช้าเหมือนเดิมเลยนะ” หลวงพ่อเดินมาทักทายไซกะแล้วก็หันไปช่วยทำอาหารอีกแรง

 

“ยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของพี่คนโตล่ะนะ แต่หลังจากนี้ก็คงเงียบสงบขึ้นน่าดู” ไซกะตอบกลับมาพลางหั่นมันฝรั่งไปด้วย

 

“มันก็คงจะเป็นแบบนั้น… พอไม่มีสองคนนั้นที่นี่ก็เงียบสงบขึ้นมาเยอะ” หลวงพ่อเอ่ยขึ้นมา แต่ไซกะที่ฟังอยู่ก็รู้ได้ทันที่ว่าน้ำเสียงของเขามีความเศร้าแฝงมาด้วย

 

ตัวเขาเองใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึกของหลวงพ่อเลย เพราะคนที่จะไปเมืองหลวงนั้นไม่ได้มีแค่สองคนนั้น ตัวหลวงพ่อเองจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แต่ไซกะนั้นก็รู้ดีกว่าเขาเองก็รักทุกคนมาก แม้พวกเขาจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตนเองก็ตาม

 

พวกเขาช่วยกันทำอาหารจนเสร็จเรียบร้อยและก็กำลังล้างอุปกรณ์ทำครัวให้เสร็จเพื่อจะไปรวมตัวกันที่ห้องอาหาร

 

“เธอเองก็จะไปเมืองหลวงสินะ” หลวงพ่อเอ่ยขึ้นมาระหว่างที่กำลังล้างหม้ออยู่ ทางไซกะที่ได้ยินก็เผลอปล่อยหม้อที่กำลังถืออยู่ตกลงมา

 

“ครับ” ไซกะตอบไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร

 

“เธอคงจะเป็นห่วงความรู้สึกของฉันสินะ” หลวงพ่อถามออกมาซึ่งไซกะก็พยักหน้ารับแต่โดยดี มันคงเป็นเพราะว่าพวกเขาทุกคนนั้นอยู่ด้วยกันมานานจึงทำให้ตัวของเขานั้นรู้สึกผูกพันกันครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก

 

ไซกะเองก็ไม่อยากจะนึกถึงตอนที่ตัวเองนั้นหาทางกลับไปบ้านเกิดได้แล้ว แต่เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อหลวงพ่อวางมือลงบนไล่ของตนเอง

 

“ฉันเองก็รู้สึกภูมิใจเเทนครอบครัวของเธอเลยนะที่มีลูกชายที่ดีแบบนี้ เมื่อมีพบพานก้ย่อมมีการจากลาเสมอ เธอเองไม่ต้องห่วงพวกเราไปหรอกนะ” หลวงพ่อเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องครัวไป

 

ไซกะที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยืนแข็งข้างไปอย่างช่วยไม่ได้ ตัวเขายอมรับเลยว่าตนเองนั้นไม่อยากจากครอบครัวนี้ไปเลย อย่างไรก็ตามเขานั้นไม่อาจหนีความจริงที่ว่าตนเองนั้นต้องกลับไปยังบ้านเกิดให้ได้อยู่ดี แต่มันติดตรงที่ว่าเขานั้นไม่รู้ว่าตนเองอยู่ส่วนไหนของโลกกันแน่

 

“หวังว่าพวกเขายังคงรอฉันอยู่นะ” ไซกะเอ่ยขึ้นมาพลางมองไปยังนอกหน้าต่าง จากนั้นเขาก็จัดการเก็บเครื่องครัวทั้งหมดกลับเข้าที่และเดินออกไปจากห้องครัวเพื่อไปทานข้าวเช้าพร้อมหน้ากับคนอื่นๆ

 

หลังทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น แอสต้าและยูโนะก็ขอตัวไปฝึกซ้อมทันที ทางไซกะก็ขอเตรียมตัวก่อนที่จะไปพบกับผู้ดูแลหอคอยกริมมัวร์เพื่อเอากริมมัวร์ของตนเอง เนื่องจากตอนทานข้าวหลวงพ่อก็เป็นคนเล่าเรื่องที่ตัวเขาจะไปเอากริมมัวร์ให้ทุกคนได้ฟัง คนที่ดูตกใจมากที่สุดก็คงจะเป็นสองหนุ่มที่เพิ่งมารู้ว่าพี่ชายของตนก็ได้รับกริมมัวร์ ส่วนคนอื่นๆ ก็ดูตกใจไม่แพ้กันแต่ก็ไม่มากเท่าไร

 

ตอนนี้ไซกะเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเก็บของของโบสถ์ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องนอนของกลุ่มผู้ชายมากนัก เขาเปิดประตูแล้วก็เดินเข้าไปในนั้นเพื่อเอาของบางอย่างและหลังจากที่ค้นหาอยู่สักพักเขาก็เดินออกมาพร้อมกับดาบสองเล่มและกระเป๋าเดินทาง พวกมันก็คือสิ่งของที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เข้ามาอาณาจักรโคลเวอร์

 

ไซกะเอาดาบทั้งสองที่ถืออยู่ในมือขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกบางอย่าง แต่ก็ส่ายหน้าไล่ความรู้สึกนั้นออกไปแล้วเอาดาบทั้งสองสอดเข้าไปในผ้าคาดเอวของตนเองที่ด้านซ้าย จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที

 

หลังจากออกมาแล้วเขาก็ได้เข้ามาพูดคุยกับหลวงพ่อและซิสเตอร์ว่าตนเองจะไปอาศัยอยู่แถวหอคอยกริมมัวร์เพื่อฝึกฝน อีกทั้งเขาก็สัญญาว่าตอนที่ฝึกเสร็จแล้วจะกลับมาหาแน่นอน เมื่อเขาจัดการธุระทางโบสถ์เสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินทางไปที่หอคอยกริมมัวร์ทันที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปทักทายผู้คนก่อนไปอยู่ดี

 

ไซกะใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงหอคอยกริมมัวร์และก็ยังเห็นผู้ดูแลหอคอยืนรอต้อนรับอยู่ เขาเข้าไปทักทายและแจ้งจุดประสงค์ของตนเองทัน ทางผู้ดูแลก็อนุญาตให้เขาฝึกฝนและอาศัยอยู่ในป่ารอบหอคอยได้ จากนั้นผู้ดูแลก็หยิบเอากริมมัวร์ที่ถูกปลดผนึกออกแล้วมาให้

 

เด็กหนุ่มแปลกใจมากที่ตนเองนั้นไม่รู้สึกพลังอะไรจากมันเลย ทางผู้ดูแลเองก็ไม่สามารถตอบได้เมื่อถูกเด็กหนุ่มถามซึ่งตอนที่เขาเปิดผนึกก็คิดว่าอาจจะเกิดคลื่นพลังเวทย์หรืออะไรที่ร้ายแรงกว่านั้นกับตัวไซกะ แต่ไม่ได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าไปทางผู้ดูแลก็ได้แต่สงสัย

 

ทว่าเขากลับไม่ได้เล่าเรื่องของหญิงสาวปริศนาให้กับผู้ดูแล

 

เมื่อไซกะได้รับกริมมัวร์มาแล้วเขาก็ขอตัวกับผู้ดูแลแล้วเดินตรงเข้าไปในป่าทันที เขาเดินหาทำเลเหมาะๆ อยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะไปเจอเข้ากับซากต้นไม้ตายที่แล้วและตัดสินใจว่าจะให้จุดตรงนี้เป็นที่พักชั่วคราว ช่วงเวลาหกเดือนสำหรับเด็กหนุ่มนั้นมันไม่นานสักเท่าไรถ้าเอาไปเทียบกับการเดินทางตลอด 3 ปีของตนเอง

 

ถ้ามีคนถามว่าไซกะนั้นเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ตอนที่อายุเท่าไรนั้น เขาก็จะตอบไปว่าตนเองนั้นเริ่มออกเดินทางตั้งแต่อายุ 15 แล้วซึ่งปกติจะไม่มีเด็กคนไหนเป็นแบบนี้แน่นอน แต่มันไม่ใช่สำหรับครอบครัวของเขาเลย เพราะเด็กผู้ชายทุกคนนั้นต้องทำการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเองด้วยการทำอะไรสักอย่าง

 

การพิสูจน์ของไซกะนั้นก็คือการต่อสู้กับพ่อของตนเองเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่ง ผลก็คือเขาเป็นฝ่ายชนะพ่อของตนเองและยังสร้างบาดแผลไว้ที่ตาขวาของอีกฝ่ายไว้ด้วย ฝั่งของเด็กหนุ่มก็ได้บาดแผลเป็นรอยฟันขนาดใหญ่บนหน้าอกของตนเอง ถึงจะเป็นอย่างนั้นพ่อของเขาก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมอบดาบของตนเองให้กับเขาผู้เป็นลูกชายอีกด้วย

 

เกนริวบาคุเทนโก - มังกรมายาสะบั้นนภา

 

นั่นก็คือชื่อของดาบที่ไซกะได้รับมาจากพ่อของตนเอง ตัวใบดาบนั้นมีความบางและเป็นสีเงินที่เกิดกรรมวิธีพิเศษในการตีดาบของครอบครัว เวลาฟันนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็นตัวใบดาบซึ่งเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง โกร่งดาบนั้นเป็นทรงกลมที่แกะสลักเป็นรูปของมังกรเอาไว้ มันถือว่าเป็นดาบที่ดีถ้าเอาเทียบกับดาบของคนอื่นในครอบครัว

 

โชริวบาคุซันโต - มังกรผงาดสะบั้นภูผา

 

ดาบอีกเล่มที่เป็นของไซกะนั้นจะมีลักษณะแตกต่างกันเป็นอย่างมาก เพราะตัวใบดาบนั้นมีความหนากว่าและยังเป็นสีดำอีกต่างหาก ดาบของเขานั้นไม่ได้ถูกทำขึ้นด้วยเหล็กเหมือนของพ่อ แต่มันถูกทำขึ้นด้วยหินบางอย่างที่มีความทนทางและยังมีความคมเป็นอย่างมากซึ่งมันสามารถใช้ตัดเหล็กหรือหินได้เลย อีกทั้งก็ยังเป็นที่มาของชื่อและสีดำของมันอีกด้วย

 

ไซกะลูบไปที่ดาบจับของดาบโชริวของตนเองอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปสนใจเจ้ากริมมัวร์ประหลาดเล่มนั้น ตัวกริมมัวร์นั้นมีสีดำเป็นหลักและมีลวดลายสีดำที่ดูอ่อนกว่าวาดทแยงผ่านจากด้านซ้ายลงไปด้านขวา แต่เขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะตรงกลางเล่มนั้นเป็นรูปของใบโคลเวอร์สีดำเข้มที่มีถึงห้าแฉก

 

แม้จะรู้เรื่องของกริมมัวร์อยู่บ้างก็ตาม แต่เด็กหนุ่มนั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโคลเวอร์มันจะมีถึงห้าแฉก สุดท้ายเขาก็ไม่สนใจรูปโคลเวอร์นั้นกลับกันเขาสนใจตัวสีของกริมมัวร์มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะกริมมัวร์สีดำของเขามีการไล่ความเข็มของสีจากเข้มไปกลางและไปอ่อน มันก็คงมองยากน่าดูสำหรับคนอื่น

 

ในตอนนี้เขากำลังมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก เพราะไม่รู้ว่าจะใช้เจ้ากริมมัวร์นี้ยังไง แม้จะลองท่อคาถาซึ่งมั่วขึ้นมาดูก็แล้ว ทำท่าปลอยพลังก็แล้ว ลองอ้อนวอนต่อพระเจ้าอะไรนั่นก็แล้ว สุดท้ายเจ้ากริวมัวร์ก็ไม่ปฏิกิริยาอะไรเลย

 

สุดท้ายแล้วไซกะก็ล้มตัวลงนอนกับพื้นหญ้าและตัดสินใจว่าตนจะนอนพักสักหน่อย จากนั้นเขาก็วางกริมมัวร์เอาข้างตัวและไว้ตอนตื่นเขาก็คงหาวิธีใช้เจ้ากริมมัวร์เล่มนี้ขึ้นมาได้เอง

 

แต่ตัวของเขาที่หลับไปแล้วนั้นไม่รู้เลยว่าตัวกริมมัวร์ที่วางทิ้งไว้อยู่นั้นก็เปิดขึ้นมาเองพร้อมที่หน้าหนึ่งของมันเริ่มมีตัวอักษรปรากฏขึ้นมา

 

เวทมนต์ร้อยอสูร : ร่างจำแลงอสูร โอนิ

=============================================================================

งานก็ต้องทำ เวลาก็ไม่ค่อยจะมี เหนื่อยเท่าไรต้องไป!

ผมไม่รู้นะว่าชื่อของดาบนี่ถูกรึเปล่านะ

昇竜抜山刀 อันนี้โชริว 

幻竜抜天国 อันนี้เกนริว

รบกวนผู้รู้มาช่วยกระผมหน่อยเถอะ!

เอาเป็นว่าเจอกันตอนต่อไปแล้วกัน!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #19 tawan19102548 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 08:54
    มนตราร้อยอสูร ยามิเกโด
    #19
    1
    • #19-1 Tonpai2548(จากตอนที่ 5)
      27 กรกฎาคม 2563 / 19:13
      55555+ นึกว่าไม่มีใครทัก
      #19-1