[FIC] Black Clover: Saiga Adventure

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 : บุคคลปริศนา - ค่ำคืนอันแสนยาวนานของไซกะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

หลังจากที่ไซกะกลับมาจากหอคอยแล้ว เขาก็ได้เห็นน้องชายทั้งสองอย่างแอสต้าและยูโนะกำลังวิ่งแข่งกันกลับไปที่โบสถ์อยู่ แน่นอนว่าตัวเขาก็จะไม่ยอมพลาดการแข่งนี้อย่างแน่นอนเลยตัดสิ้นใจเร่งฝีเท้าของตนทันที

 

“ไซกะมาแล้ว!!!” ไซกะร้องตะโกนออกมา ทางเด็กชายทั้งสองหันหลังกลับไปดูก็พบกับพี่ชายของตนกำลังวิ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง

 

เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเขาเลยตัดสินใจเร่งความเร็วขึ้นถึงจะรู้ว่ามันไร้ผลก็ตาม เมื่อไซกะเห็นน้องทั้งสองเริ่มที่จะเร่งความเร็วกันแล้วก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พอวิ่งมาถึงตัวของแอสต้ากับยูโนะแล้วนั้น เขาใช้มือยกตัวน้องทั้งสองขึ้นมานั่งอยู่บนไหลด้วยพลกำลังของตนและวิ่งกลับไปโบสถ์ไปทั้งอย่างนั้น

 

มันคงเป็นเพราะจะได้กริมมัวร์นั่นมาเป็นของตนเองแล้วก็ได้ วันนี้เขาเลยดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แม้ในใจจะรู้ว่าคืนนี้ตนเองจะได้พบเจอกับบททดสอบสุดสะพรึงจากสิ่งที่อยู่ในกริมมัวร์เล่มนั้นก็ตาม

 

แต่อย่างน้อยเขาก็ขอมีความสุขกับขอบครัวที่สองนี้ก่อนแล้วกัน

 

เมื่อไซกะที่แบกแอสต้ากับยูโนะวิ่งมาถึงหน้าโบสถ์แล้วก็โยนทั้งสองเข้าไปในเขตรั้วของโบสถ์ทันที ทางยูโนะที่ถูกโยนมานั้นก็ใช้เวทย์ลมประคองตัวเอาไว้และค่อยร่อนลงมายืนได้อย่างง่ายดาย แต่แอสต้าที่ถูกโยนมานั้นก็ได้ร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่ลอยเข้าไปชนกับประตูโบสถ์ และสุดท้ายก็เป็นตัวเขาที่วิ่งเข้ามาเป็นคนสุดท้าย

 

“ฮา! ฮ่า! ฮ่า! ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นที่สองสินะ” ไซกะเอ่ยขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี แต่แอสต้าที่เพิ่งหน้าประแทกประตูโบสถ์ไปก็ลุกขึ้นมาต่อว่าเขาจนได้

 

“ถ้าพี่จะโยนพวกผมก็ช่วยบอกกันหน่อยไม่ได้รึไง!!” ตอนแรกเห็นพี่ชายแบกขั้นไหล่มาก็นึกว่าจะมาส่งถึงที่ แต่สุดท้ายก็เล่นโยนกันแบบนี้ก็ตั้งตัวไม่ทันกันพอดี

 

“ก็นายไม่ระวังเองยังไงล่ะ” ยูโนะที่ไม่ได้เป็นอะไรเลยก็เอ่ยขึ้นมา เพราะก่อนจะโยนนั้นพี่ชายของตนได้กระตุกไหล่อยู่สองสามครั้ง ความจริงแล้วไซกะก็ส่งสัญญาณแล้วว่าจะโยนพวกตนออกไปซึ่งตัวเขาก็รู้สึกตัวได้ทัน

 

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” แอสหันกลับมาที่ยูโนะและพวกเขาก็เริ่มสงครามส่วนตัวกันต่อโดยมีไซกะมองดูอยู่เงียบๆ

 

เมื่อมีเสียงเอะอะอยู่หน้าโบสถ์ก็ทำให้มีคนต้องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ที่ออกมานั้นก็คือบรรดาน้องเล็กทั้งสี่คนของพวกไซกะนั่นเอง ถ้าจะให้เรียกตามอายุก็จะเริ่ม เรกก้า ที่เด็กหญิงที่โตที่สุดในกลุ่มรองลงมาด้วยแนซ อารูรุ และก็ โฮลโล ที่เด็กที่สุดในกลุ่ม พอพวกเขาเห็นว่ากลุ่มคนที่อยู่หน้าโบสถ์นั้นคือพวกพี่ใหญ่ต่างก็วิ่งมาทักทายโดยเฉพาะน้องเล็กสุดทั้งสองคนที่วิ่งตรงมาหาไซกะ

 

“พี่ไซกะกลับมาแล้ว!” อารูรุวิ่งมากอดขาของไซกะด้วยท่าทางที่แสนจะน่ารัก

 

“ยินดีตอนรับกลับครับ!” โฮลโลเองก็วิ่งมากอดขาอีกข้างของไซกะด้วยอีกคน

 

“พี่กลับมาแล้วล่ะ” ไซกะตอบกลับไปพร้อมอุ้มตัวของเจ้าน้องตัวเล็กทั้งสองขึ้นมาซึ่งทั้งสองเองก็ดูมีความสุขมากที่ได้ถูกพี่ชายที่รักอุ้ม

 

เหล่าพี่น้องเด็กกำพร้าพูดคุยกันอยู่สักพักก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในโบสถ์ที่หลวงพ่อและซิศเตอร์ลิลลี่กำลังเตรียมอาหารเย็นรอไว้อยู่ บนโต๊ะอาหารมีแอสต้าเป็นคนแรกที่เปิดการสนทนากับไซกะโดยมีหัวข้อเป็นเรื่องการออกกำลังที่ทำลายสถิติเดิมของเขาจาก 1,000 ที่มาถึง 1,500 แล้ว

 

ทางยูโนะที่นั้นก็เอ่ยขึ้นมาหลังแอสต้าว่าตนเองก็ฝึกใช้เวทมนต์โจมตีไปถึง 2,000 ครั้งแล้วเช่นกัน เมื่อถูกเพื่อนรักพูดเกทับไปก็ทำให้แอสต้าเปิดสงครามกับยูโนะอีกครั้ง ไซกะเองก็พยักหน้ารับรู้พลางคิดไปด้วยว่าอีกหกเดือนต่อจากนี้ไปก็คงจะวุ่นวายน่าดู เพียงแต่ว่าเขาต้องเอาตัวรอดในคืนนี้ไปให้ได้ก่อน

 

หลังทานอาหารเย็นกันเสร็จทุกคนก็ต่างพากันแยกย้ายไปทำภารกิจของตนเอง แอสต้า ยูโนะ แนซ และโฮลโลไปอาบน้ำ ส่วนซิสเตอร์ลิลลี่กำลังสวดภาวนาอยู่ สุดท้ายเรกก้าและอูรูรุกำลังช่วยหลวงพ่อล้างจานอยู่ที่ห้องครัว เว้นแต่เพียงไซกะที่แยกตัวออกมาอยู่ด้านนอก เพราะเขาไม่อยากก่อปัญหาขึ้นในตอนที่ทุกคนหลับ

 

สถานที่เดียวที่ตัวไซกะกำลังมุ่งตรงไปนั้นก็คือซากหัวกะโหลกยักษ์ของปีศาจหรือก็คือสถานที่ฝึกฝนประจำตัวของแอสต้าและตัวเขาเอง คืนนี้ผู้ดูแลหอคอยจะเริ่มร่ายเวทย์ปลดผนึกกริมมัวร์เล่มนั้นให้ แต่เขากลับลืมถามเวลาไปซะได้

 

เมื่อมาถึงที่หมายแล้วตัวไซกะก็ไม่รอช้าแม้แต่น้อย เขารีบจัดการพวกเศษหินจากการฝึกของแอสต้าโดยการโยนทิ้งออกไปด้านนอก ก่อนที่นั่งลงบนพื้นหญ้าเพื่อเตรียมตัวรออะไรก็ตามที่กำลังจะมาหาตัวเขาในคืนนี้ เขาหลับตาลงพลางนับเลขไปเรื่อยๆ เพื่อรอเวลา

 

นับถึง 100 ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

 

นับถึง 300 ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

 

นับถึง 600 ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

 

นับถึง 1,000 ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดิม

 

ไซกะนั่งตัวเกร็งอยู่นานนับชั่วโมงจนขาเป็นตะคริวอยู่หลายรอบ ตอนแรกนั้นก็เจ็บปวดอยู่พอสมควร แต่พอเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ เขาก็เริ่มที่จะชินกับอาการเจ็บของตะคริวไปเสียแล้ว จนไซกะอดคิดไม่ได้เลยว่าความเคยชินนี่มันช่างน่ากลัวเสียจริง

 

ทันใดนั้นไซกะก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาดีดตัวถ่อยหลังออกมาร่วมเมตรด้วยความตกใจ เพราะเมื่อครู่สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนถึงบางอย่างที่จู่โจมเข้ามาเพียงแต่ว่าสายตาของเขากลับมองไม่เห็นมันเท่านั้น แถมตอนนี้เขาไม่มีอาวุธติดตัวมาเลยสักชิ้นเดียว

 

เขาย่อตัวลงมาด้วยความรวดเร็วเมื่อหูของเขาได้ยินบางอย่างที่กำลังพุ่งตรงมา และเมื่อหันหลังกลับไปก็ไม่พบอะไรอีกเช่นเคย ไม่ว่าไอ้เจ้าสิ่งนั้นมันจะเป็นอะไรก็ตามตัวเขาก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้ แม้มันกำลังเล่นสนุกกับเขาอยู่ก็ตาม

 

ไซกะกระโดดหลบการโจมตีที่มองไม่เห็นเป็นครั้งที่สามพลางใช้สายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณแม้ตอนนี้มันจะมืดแค่ไหนก็ตาม เขาพยายามทำใจของตนเองให้สงบเพื่อจะได้คิดหาทางรับมือการโจมตีปริศนานี้

 

หลังจากครั้งที่สามไปมันก็เริ่มทวีจำนวนครั้งและความเร็วมากขึ้น ระหว่างที่กระโดดหลบไปมานั้นทางไซกะก็เริ่มคิดแล้วว่าผู้ที่จู่โจมตนเองนั้นอาจจะมีหลายคน เพราะการโจมตีสามครั้งแรกนั้นเหมือนกับใช้ดาบฟันเข้ามาที่เขา แต่หลังจากนั้นมันเริ่มมีการโจมตีที่ต่างออกไป ทั้งการใช้กระบองทุบ อาวุธบิน และอย่างอื่นที่เขายังไม่สามารถบอกได้อีกเป็นจำนวนมาก เขาก็คิดว่าหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นการโจมตีด้วยวรยุทธแต่ก็ไม่มั่นใจเท่าไร

 

ไซกะที่หลบการโจมตีอยู่นั้นก็เริ่มเหนื่อยล้าขึ้นมา เพราะว่าเขาแทบไม่ได้มีเวลาพักหายใจหรือพักฝื้นกำลังกายเลย ตอนนี้เขาเริ่มาถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้ว ถ้าเกิดว่าเขาหยุดเมื่อไรการโจมตีนั้นก็จะมาถึงตัวเขาอย่างแน่นอนและเขาก็ไม่สามารถหลบหลีกมันได้ด้วยแรงกายที่แทบไม่เหลือนี้

 

“ชิ!” ไซกะเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ตอนนี้เขาแทบไม่เหลือแรงที่จะยืนต่อไปแล้วและเขายังมั่นใจอีกว่าตนเองไม่น่าจะรอดแล้วแน่นอน เพราะเขาได้ยินเสียงของบางอย่างที่กำลังแวกอากาศเข้ามาเป็นจำนวนมาก

 

เขากำลังจะแพ้งั้นเหรอ?!

 

ไซกะนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นว่าทำไมเวลามันถึงเดินช้าเหลือเกินหรือความคิดของเขากำลังตะเลิดไปแล้วกันแน่ ในระหว่างนั้นเขาเริ่มคิดทบทวนถึงการโจมตีปริศนานี้อย่างตั้งใจ ก่อนที่การโจมตีจะเข้ามาตัวเขาจะรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเข้ามาเป็นอย่างแรกและมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างรวดเร็ว

 

มันเหมือนกับว่ามีคนกำลังกลั่นแกล้งเขาอยู่ด้วยความสนุกสนาน แต่ใครมันจะไปยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้กันล่ะ อย่างน้อยก็ขอซัดหน้าเจ้าบ้าที่กำลังโจมตีนี้สักทีก็ยังดี

 

“เข้ามาเลย!!” ไซกะคำรามออกมาพร้อมทั้งพยายามรวบรวมแรงที่ยังเหลืออยู่ลุกยืนขึ้น ก่อนที่เขาจะปล่อยหมัดออกไปด้านหน้าด้วยแรงที่มีทั้งหมด

หมับ!

 

“เพราะแบบนี้ถึงทำให้ฉันสนใจในตัวของมนุษย์อย่างเธอยังไงล่ะ” หมัดของไซกะถูกจับไว้ด้วยมือปริศนา แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจก็คือบุคคลตรงหน้าของตน

 

มันมีร่างสูงโปร่งสีดำสนิทที่สามารถมองเห็นถึงทรวดทรงองเอวได้อย่างชัดเจน แม้จะไม่เห็นใบหน้าเพราะทั้งร่างนั้นเป็นสีดำทั้งหมด น้ำเสียงและท่าทางนั้นก็ทำให้ไซกะรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้หญิง แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่มนุษย์ก็คือเขาที่โค้งไปทางด้านหลังและปีกหนึ่งคู่ที่อยู่กลางหลัง

 

อีกทั้งกลิ่นอายของความชั่วร้ายที่ลอยคลุ้งไปทั้วบริเวณก็ทำให้ไซกะที่กำลังคิดหาวิธีหลบหนีต้องพยายามคงสติของตัวเองเอาไว้ให้ได้ นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เขาเกลียดประสาทสัมผัสของตนเอง

 

“แก…! เป็นใครกัน!” ไซกะถามออกมาด้วยความทุลักทุเล เพราะกลิ่นอายความชั่วร้ายมันกำลังทำให้เขามีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงและเริ่มทำให้เขามองไม่เห็นภาพตรงหน้า

 

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้จะมาทำร้ายอะไรเธอหรอกนะหนุ่มน้อย” ร่างสีดำตรงหน้าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล แต่ไซกะนั้นรู้ดีว่ามันเป็นเพียงการแสดงของกีฝ่ายเพียงเท่านั้น

 

“แกต้อง…! การอะไร!” ไซกะยังคงถามอีกฝ่ายต่อไป แม้เขาจะพยายามถึงมือของตนเองออกมาก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แสดงว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อในกำมือของตนเองอยุ่นั่นเอง

 

อีกฝ่ายนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมาและปล่อยให้ความเงียบปกคลุมพื้นที่นี้ แต่สักพักก็กลับขยับเข้ามาใกล้ตัวของไซกะจนร่างกายนั้นแนบชิดกัน ก่อนที่มือของเธอนั้นจะเริ่มลูบไปตามหน้าอกของเขา ทางเด็กหนุ่มเองก็พยายามขัดขืนเต็มที่แต่มันก็ไร้ผล เพราะว่าเขาไม่สามารถขยับร่างกายไม่ได้แม้แต่น้อย

 

“รู้รึเปล่าว่าฉันรอมานานขนาดไหนแล้วที่จะได้พบกับเธอน่ะ” อีกฝ่ายเลื่อนมือขึ้นมาลูบใบหน้าของไซกะ “เรื่องนั้นไว้มาคุยกันวันหลังดีกว่า เธอถามฉันว่าต้องการอะไรสินะ ฉันก็แค่อยากจะทดสอบเธอเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง”

 

ไซกะที่ยืนนิ่งขยับตัวไม่ได้ก็สงสัยว่าทำไมอีกฝ่านั้นต้องมาทดสอบเข้าทำไม แต่พอลองนึกทบทวนหลายครั้งก็ทำให้เขาพอเดาได้ว่าต้นต่อของการทดสอบนั้นมาจากอะไร

 

กริมมัวร์เล่มนั้น!

 

มันคงจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่เขาเดินทางไปถึงหอคอยกริมมัวร์แล้วก็ได้ ขั้นแรกก็คือการปล่อยพลังเวทย์ที่มีความเข้มข้นออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ตรงนี้เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมีเพียงตนเองเท่านั้นที่สัมผัสมันได้ ขั้นที่สองก็คือการกระตุ้นความอยากได้ของเขาด้วยข่มด้วยพลังเวทย์ และขั้นสุดท้ายก็คงจะเป็นการรอให้ผู้ดูแลปลดผนึกก่อนที่จะตรงมาหาเขา

 

แม้เขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใครหรือตัวอะไรกันแน่ แต่มีเพียงอย่างเดียวที่เขามั่นใจ ตัวตนของอีกฝ่ายนั้นคงจะเป็นบางสิ่งบางอย่างที่มีพลังอันกล้าแข็งและน่าจะสถิตอยู่ในกริมมัวร์เล่มนั้นอย่างแน่นอน

 

แปะ! แปะ! แปะ! แปะ! แปะ!

 

ไซกะหลุดออกมาจากห้วงแห่งความคิดของตนเองเมื่อได้ยินเสียงปรบมือของอีกฝ่าย และดูเหมือนว่าเจ้าตัวเองก็จะพอใจน่าดูอีกด้วย

 

“แหมๆ ไม่คิดเลยว่าจะตัวเธอจะเก่งกาจแบบนี้! เพราะอย่างนี้ยังไงล่ะถึงได้อดที่จะหลงไหลไม่ได้เลย” อีกฝ่ายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ไซกะรู้สึกสยิวยังไงชอบกล “เอาไว้เรามาเจอกันใหม่แล้วกัน แต่คงไม่ใช่เร็วๆ หรอกนะ”

 

พูดจบร่างสีดำตรงหน้าของไซกะก็สลายหายไปพร้อมกับที่ร่างกายของกลับมาขยับได้ดังเดิม แต่สิ่งที่ทำให้เข้าตกใจก็คือตนเองนั้นหายจากอาการเหนื่อยล้าแล้ว เขายืนนิ่งไปเหมือนกับว่าวิญญาณหลุดออกไปจากร่างยังไงยังงั้น

 

“ช่างเป็นค่ำคืนที่ยาวนานเสียงจริง” ไซกะเอ่ยขึ้นมาเมื่อดึงเอาสติกลับมาได้อีกครั้ง วันนี้เขาได้เจอเรื่องแปลกๆ มาทั้งวัน แถมตอนนี้เขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรให้มันรกสมองอีก เพราะเขาไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรอีกแล้ว

 

สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจล้มตัวลงนอนกับพื้นหญ้า ก่อนที่เปลือกตาจะเคลื่อนลงมาจนปิดสนิทไปและก็หวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้มันเป็นเพียงความฝัน

=============================================================================

มีเรื่องจะบอกตั้งเยอะ! แต่ต้องห้ามตัวเองเอาไว้ล่ะนะ

เจอกันตอนต่อไปครับผม!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #78 ลุนแลงอ้ะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 21:19
    กริมมัวร์เป็นเพศหญิงก็ไม่เลวนะคะ เพราะรอบตัวน้องมีแต่ผู้ชาย จะได้ดูหลากหลายหน่อย55555
    #78
    0
  2. #18 0910290340 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:15
    ปีศาจของไซกะมีพลังอะไรอะ อยากรู้ เพราะปีศาจของแอสต้าคือแอนตี้เวทย์มนต์
    #18
    0
  3. #17 ChampGmaer7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:26
    เธอมันแมวยั่วสวาท
    #17
    0
  4. #16 hayajihaya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:37
    รอให้เจอกับยามิไม่ไหวแล้วน่าจะมาจากที่เดียวกันรึเปล่าเพราะเป็นคนต่างแดน แล้วฮากามะก็ของญี่ปุ่น แดนตะวันก็คือญี่ปุ่นด้วย โอ้ยลุ้นๆๆ
    #16
    0