[FIC] Black Clover: Saiga Adventure

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 : จุดเริ่มต้น - หอคอยแห่งกริมมัวร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

ละอองของดอกแดนดิไลอ้อนปลิวไปตามสายลมซึ่งบ่งบอกได้ว่าตอนนี้ได้เข้าสู่เดินมีนาคมแล้ว นอกจากนั้นก็ยังเป็นวันที่เหล่าเด็กจากตัวอาณาจักรจะได้เข้าพิธีรับกริมมัวร์ของตนเองอีกด้วย

 

ตัวของไซกะเองก็ไม่ได้มีความสนใจอะไรแบบนี้สักเท่าไร แต่เขาก็ต้องมาร่วมพิธีนี้ตามคำขอของซิสเตอร์ลิลลี่ที่อย่างให้เขาลองดูสักครั้ง แน่นอนว่ามันอาจจะไม่เสียหายเท่าไรถ้าเขาดันฟลุ๊คได้กริมมัวร์มา

 

เขาเดินทางมาที่ หอคอยกริมมัวร์ พร้อมแอสต้าและยูโนะ แต่คนที่ดูตื่นเต้นที่สุดก็คงเป็นแอสต้าที่ดูแล้วเจ้าตัวเองก็อยากกริมมัวร์ซะเหลือเกิน ส่วนยูโนะที่มาด้วยนั้นไม่แสดงท่าทางอะไรเท่าไรนัก มันทำให้ไซกะไม่ชอบใจ ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดอะไรยูโนะแต่เขาไม่ชอบคนที่ดูจะไม่ใส่ใจอะไรรอบตัวเท่าไรเท่านั้นเอง

 

 

นอกจากนั้นก็ยังมีเด็กอีกหลายคนที่มาเข้าร่วมพิธีครั้งนี้ด้วยซึ่งมีทั้งคนที่คุ้นหน้าและไม่คุ้นหน้าปนกันไป โดยเฉพาะคนที่รู้จักกับไซกะนั้นมักจะเข้ามาทักทายเขาหรือไม่ก็มาขอบคุณที่ช่วยงานอยู่เสมอ แต่ก็มีอยู่บางพวกที่ชอบมาแสดงถึงพลังอำนาจที่ตนเองมีและยังคงพูดดูถูกคนอื่นอีก

 

ยังไงเขาก็ไม่สามารถหนีจากพวกคนแบบนี้พ้นอยู่แล้ว

 

ไซกะมองดูตัวหอทรงกระบอกที่สร้างจากอิฐสูงขึ้นไปจนถึงยอดอย่างสนใจ และเมื่อเดินเข้ามาก็ยิ่งทำให้รู้สึกสนใจเรื่องของกริมมัวร์เป็นอย่างมาก เพราะกำแพงของหอคอยแห่งนี้ก้คือชั้นหนังสือที่มีกริมมัวรืจำนวนวางเรียงรายตั้งจนถึงชั้นบนสุด นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสนใจและตื่นเต้นล่ะมั้ง

 

“ขอต้อนรับพวกเธอทุกคนทั้งชายและหญิงที่จะออกไปผจญภัยในวันข้างหน้า ขอมอบความเชื่อมั่น ความหวัง และความรักให้กับพวกเธอทุกคน” เสียงอันชราภาพดังก้องกังวาลไปทั่วหอคอย ก่อนที่ร่างของชายแก่ในชุดคลุมและสวมหมวกจะลอยลงมาด้วยพรม “ตัวฉันคือผู้ดูแลหอคอยแห่งนี้…”

 

ไซกะที่ฟังชายแก่ที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ดูแลหอคอยพูดไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา

 

“นี่ฉันจริงจังนะ!” ชายแก่ตะเบ็งเสียงออกมา จนไซกะสะดุ้งด้วยความตกใจโดยแอสต้าที่เห็นแบบนั้นก็แอบหัวเราะอยู่ข้างๆ ทางชายแก่ที่เห็นว่าเวลาสมควรแล้วจึงพูดต่อ “ถ้าอย่างงั้น! ขอเริ่มพิธีมอบกริมมัวร์ ณ บัดนี้!!”

 

สิ้นเสียงของชายชรานั้น เหล่ากริมมัวร์ที่วางอยู่บนชั้นก็เรืองแสงและลอยออกมาจากชั้นของมัน สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างเสียงฮือฮาให้กับเหล่าเด็กๆ ไม่ใช่น้อย จากนั้นกริมมัวร์ที่ลอยอยู่บนอากาศก็ค่อยเคลื่อนตัวเข้าไปหาเจ้าของของมัน

 

เว้นแอสต้าเเละไซกะเท่านั้น

 

“เอ่อ… กริมมัวร์ของฉันล่ะ” แอสต้าที่นั่งคุกเข่าพร้อมอ้าแขนรอรับกริมมัวร์อยู่นั้นเอ่ยขึ้นมาเมื่อตนนั้นยังไม่ได้รับกริมมัวร์ของตนเอง “หา?! พี่ไซกะก็ด้วยเหรอ!”

 

แอสต้าร้องออกมาเมื่อเห็นพี่ชายของตนไม่รับกริมมัวร์เช่นเดียวกัน ทางของไซกะเองก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะเขาก็ไม่สนใจอยู่แล้วตนเองจะได้รับกริมมัวร์หรือไม่ได้รับกันแน่

 

“อืม… เอาไว้ลองใหม่ปีหน้าแล้วกันนะ” ชายแก่ที่เห็นแบบนั้นก็เอ่ยออกมา เขาเองก็ประหลาดใจเหมือนกันว่าปีนี้มีคนที่ไม่ได้รับกริมมัวร์ถึงสองคนด้วยกัน

 

“อะไรกัน!!” แอสต้าร้องออกมาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนรอบตัว นอกจากจะได้รับกริมมัวร์ของตนเองแล้วก็จะได้มาดูเจ้าตัวตลกคนนี้อีก แต่ที่แฝงอยู่ในเสียงหัวเราะนั้นก็คือคำดูถูกเหยียดหยาม

 

“ฉันกลับก่อนแล้วกัน ขืนอยู่ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่แล้ว” ไซกะเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ แล้วหันหลังเดินจากไป แต่ก่อนที่จะเดินออกไปจากหอคอยเขาก็ดึงตัวแอสต้าให้ลุกขึ้น

 

“พี่ไซกะ” แอสต้าหันกลับมามองผู้เป็นพี่

 

“หากวันนี้ยังไม่ใช่โอกาสของเราก็อย่างได้เศร้าใจไป นายรอมา 15 ปีก็เพื่อวันนี้และมันก็ไม่ได้ไปตามที่นายหวังเอาไว้ ถ้าเกิดนายยังคงเชื่อมั่นว่าตนเองต้องได้ล่ะก็…” ไซกะตบไปที่หลังของแอสต้า “ก็จงเชื่อว่าตนเองจะได้ครอบครองมัน จงลบคําสบประมาทของเจ้าพวกไม่ได้ความนี่และแสดงให้พวกมันได้เห็นถึงพลังของนาย จงก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจเหมือนที่ผ่านมาเถอะนะ”

 

แอสต้าที่ได้ยินแบบนั้นก็มีกำลังใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก เพราะแบบนี้แหละเขาถึงเคารพรักไซกะราวกับเป็นพี่ชายในสายเลือดของตนเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องเอาชนะยูโนะและกลายเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ให้ได้

 

“แน่นอนอยู่แล้วครับ!!” แอสต้าตอบกลับมาด้วยความั่นใจเต็มร้อย ทางไซกะที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจและเดินออกไปจากหอคอย

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายก็จะสามารถผ่านมันไปได้เสมอ” แต่ไซกะก็หันมาพูดทิ้งทายไว้ก่อนที่จะเดินออกไป

 

จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยจนมาถึงตอนเย็น หลังจากแอสต้าและยูโนะกลับมาจากพิธีรับกริมมัวร์ แต่หลังจากที่ไซกะออกไปจากหอคอยแล้วก็เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นอีกครั้ง เมื่อยูโนะนั้นได้รับ กริมมัวร์โคลเวอร์สี่แฉก ที่เหมือนของจักรพรรดิจอมเวทย์และนอกจากนั้นเจ้าตัวก็ยังประกาศออกมาว่าตนเองนั้นจะเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์อีกต่างหาก

 

เรื่องนี้มันทำให้แอสต้าเสียหลักไปพอสมควร หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่มองดูกะโหลกของปีศาจและก็เหม่อลอยนึกแต่การที่ตนไม่ได้กริมมัวร์ แต่สักพักเขาก็นึกถึงคำพูดของไซกะขึ้นมาพร้อมกับไฟแห่งความมุ่งมั่นกลับมาอีกครั้ง

 

“ใครมันจะไปยอมตัดใจกันเล่า! ฮาฮ่าฮ่า!! อย่ามาดูถูกกันไปหน่อยเลยเจ้าโชคชะตา ต่อให้ต้องรอไปอีกปี สองปี สิบปี หรือร้อยปีก็ตาม ฉันก็พยายามไปจนกว่าตัวเองจะได้กริมมัวร์และกลายเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์เพื่อช่วยเหลือทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือเด็กกำพร้า! รอฉันก่อนแล้วกัน ยูโนะ!!”

 

แอสต้าประกาศออกมาเสียงดังลั่น ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาก็ต้องทำตามเป้าหมายที่ต้องเอาไว้ให้สำเร็จ เพราะนอกจากยูโนะแล้วก็ยังมีไซกะอีกคนหนึ่งที่เขาต้องเอาชนะให้ได้ด้วยเหมือนกัน คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เขายอมแพ้งั้นเหรอ

 

ขอบอกเลยว่าไม่มีอย่างแน่นอน!

 

ทางไซกะที่แอบอยู่แถวนั้นก็ได้ยินทุกคำพูดของเจ้าน้องชายคนนี้ทุกคำ เขายิ้มออกมาอย่างมีความอย่างที่ไม่เป็นมาก่อน เพราะความมุ่งมั่นของแอสต้าเองก็ส่งมาถึงเขาเหมือนกัน ต่อให้ตัวเขาจะใช้เวทมนต์ได้หรือไม่เขาก็ต้องทำให้ตัวให้สมกับเป็นพี่ชายที่ดีของเจ้านั่นสักหน่อย

 

แต่พอลองย้อนนึกไปก่อนหน้านั้น ไซกะนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่บนชั้นสูงสุดของหอคอยกริมมัวร์ ตอนแรกเขาก็คิดว่าตนเองนั้นคงจะรู้สึกไปเอง แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย มันราวกับว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมายังเขา มันทั้งแข็งแกร่งและอันตรายเป็นอย่างมาก

 

ถ้าเกิดว่าเข้ายังปล่อยให้เรื่องนี้ติดอยู่ในหัวนานเกินไปมันคงจะไม่ดีแน่ แต่ตอนนี้เขามีปัญหาอื่นที่ต้องแก้ก่อน เพราะนอกจากความรู้สึกนั้นแล้วก็ยังมีตัวอันตรายแฝงมากับกกลุ่มเด็กที่มารับกริมมัวร์อีกด้วย

 

แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเขาก็ยังจดจำใบหน้าของเจ้าคนนั้นได้ ชายผมยาวที่มีแผลเป็นขนาดใหญ่อยู่บนใบหน้าซีกซ้าย และเขายังรู้สึกถึงความอันตรายที่ผู้ชายคนนั้นแผ่ออกมาได้อย่างชัดเจน

 

“จริงสิ! ตั้งแต่ที่เราไปรออยู่ที่โบสถ์ก็ยังไม่เห็นยูโนะเลย” ไซกะที่กำลังคิดอยู่นั้นก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้พลางกระชับหอกในมือเตรียมพร้อมเอาไว้ “กริมมัวร์โคลเวอร์สี่แฉกสินะ… ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พอเห็นของล่อตาล่อใจเป็นใครล่ะจะอดใจไหว”

 

ตอนนี้เขาพอเข้าใจแล้วว่าเจ้าผู้ชายคนนั้นต้องการอะไร แต่ยูโนะก็เป็นน้องของเขาด้วยเหมือนกัน ถ้าคิดว่าจะแย่งกริมมัวร์ไปได้ง่ายๆ ก็แสดงว่ามันคิดผิดแล้วล่ะ ต่อให้จะต้องสู้กับจอมเวทย์ที่มีพลังเหนือจินตนาการก็ตาม เขาก็พร้อมกับไปยืนประจันหน้ากับมันคนนั้น

 

แต่ก่อนที่ไซกะจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้เขาก็ได้มองเห็นแอสต้าที่กำลังกระโดดไปตามกิ่งไม้และกำลังตรงไปที่หอคอยกริวมัวร์ ดูเหมือนว่าน้องชายของเขาเองก็รู้สึกถึงอันตรายที่ยูโนะกำลังเจอเหมือนกัน

 

“ดูเหมือนเราจะไม่ได้ออกโรงสินะ แต่อย่างน้อยก็ไปเป็นดาบที่สองให้หมอนั่นหน่อยแล้วกัน” เมื่อตัดสิ้นใจได้แล้วไซกะก็แอบ

ตามแอสต้าไปเงียบๆ โดยที่เจ้าน้องชายของเขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ตัวเขามั่นใจว่าเจ้าน้องชายคนนี้ต้องแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยเขาก็ไปคอยระวังหลังให้หน่อยแล้วกัน

 

ไซกะที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองมาถึงก่อนก็พบกับเจ้าคนที่เคยในหอคอยเมื่อช่วงเช้ากำลังใช้เวทมนต์โซ่พันธนาการตัวของยูโนะไว้ ความจริงเขาเองก็อยากจะเข้าไปช่วยเจ้าน้องหน้านิ่งคนนี้ แต่เขาก็เลือกที่จะเฝ้าดูแทนที่จะเข้าไปช่วยเหลือ เพราะว่าตั้งแต่ที่พบกับเจ้าน้องคนนี้เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาได้

 

มันเลยทำให้เขาอยากรู้ว่าเจ้าน้องคนนี้จะแก้ปัญหายังไง แต่ในระหว่างที่เฝ้ามองอยู่นั้นทางเจ้าคนที่เข้ามาทำร้ายยูโนะซึ่งมีชื่อว่า เลบูตี้ นั้นเคยเป็นอัศวินเวทมนต์มาก่อนและจากนั้นก็โดนไล่ออกมาเพราะไปสร้างเรื่องเอาไว้ ก่อนที่สุดท้ายจะผันตัวตัวมาเป็นโจร และเป้าหมายในครั้งนี้ก็คือการชิงกริมมัวร์ของยูโนะเพื่อเอาไปขายต่อให้กับพวกนักสะสม

 

“เดี๋ยวก่อน!!!” เสียงดังคุ้นหูของไซกะดังออกมาจากป่าข้างหลังของเขาพร้อมร่างหนึ่งกระโจนออกมาจากแมกไม้ แอสต้าที่เพิ่งมาถึงก็กระโดดออกมาแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังจนหน้าของตนไปกระแทกกำแพงทางเข้าของหอคอย

 

ไซกะที่เห็นก็ถึงกับตบหน้าผากของตัวเองให้กับนิสัยอันร้อนแรงของเจ้าน้องคนนี้

 

“แกคิดว่าตัวทำอะไรอยู่กัน!! แล้วนั่นมันก็กริมมัวร์ของยูโนะนี่ เจ้าหัวขโมย!!” แอสต้าชี้นิ้วใส่ชายผมยาว หลังจากที่เขาสังเกตุเห็นถึงสิ่งที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย

 

“อ๋อ! ที่แท้ก็เป็นเจ้าเด็กที่ไม่ได้รับกริมมัวร์นี่เอง แล้วพี่แกของหายไปไหนแล้วล่ะ” เขานึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เอ่ยขึ้นมา แน่นอนว่าจำเจ้าตัวตลกคนนี้ได้ แต่คนที่ดูน่าสนใจพอๆ กับกริมมัวร์สี่แฉกก็คงเป็นพี่ของเจ้าเด็กนี่

 

แม้มันจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก็ตาม เขาก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์จากเจ้าคนที่แต่งตัวแปลกๆ คนนั้นได้ แต่เขาไม่สนใจมันเท่าไรเลยปล่อยไป

 

ไซกะมองดูทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่แอสต้าจะวิ่งเข้าไปต่อยเลบูตี้ทันทีแต่ก็ถูกอีกฝ่ายใช้เวทมนต์โซ่พันธนาการตัวเอาไว้ได้ก่อนที่กำปั้นของเขาจะถึงตัว จากนั้นอีกฝ่ายก็ใช้เวทมนต์โซ่เข้าโจมตีใส่เแอสต้า

 

[โซ่อสรพิษร่ายรำ]

 

ร่างของแอสต้าลอยเข้าไปกระแทกกำแพงทางเข้าของหอคอยอย่างรุนแรง ตัวเขายังตกใจกับพลังความสามารถของจอมเวทย์นอกหมู่บ้าน มันทั้งรุนแรงและหนักหน่วงกว่าที่คิดเอาไว้มาก การฝึกฝนร่างกายตลอดมานั้นดูไร้ค่าไปเลย

 

“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว…” แอสต้าเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

 

ไซกะที่มองดูก็พยายามรั้งตัวเองไม่ให้พุ่งออกไปช่วยแอสต้า นี่จะเป็นก้าวแรกอันสำคัญของน้องชาย แม้จะไม่อยากทำมากเท่าไรก็ตามแต่สุดท้ายเขาก็ต้องใช้วิธีนี้เพื่อทำให้แอสต้านั้นแข็งแกร่งขึ้น

 

การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนั้นจะส่งผลเร็วกว่าวิธีอื่น

 

“ฉันมั่นใจว่านายทำได้… นายไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้กับเรื่องพวกนี้ง่ายๆ หรอกนะ” ไซกะเอ่ยขึ้นพลางกำหมัดของตน “แอสต้า… แสดงให้ฉันเห็นหน่อยแล้วกันว่าจักรพรรดิจอมเวทย์ในอานาคตอย่างนายจะผ่านไปยังไง”

 

ส่วนยูโนะที่เงียบมาตลอดนั้นก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของไซกะที่แอบดูอยู่ ตัวเขาก็สงสัยว่าทำไมพี่ชายคนนี้ถึงไม่ยอมลงมาช่วยแอสต้า เพราะตลอดมาเขาก็มักจะคอยเฝ้าดูทั้งสองคนฝึกร่างกายอยู่ทุกวันและตัวเขาก็เข้าใจดีกว่าไซกะนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน

 

แม้พลกำลังจะไม่ได้มากมายเหมือนกับแอสต้า แต่สิ่งที่ทำให้ให้ไซกะดูน่ากลัวในสายของอยู่โนะก็คือความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าโจมตีมาจากจุดบอดเขาก็สายสามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงที

 

ถ้าแอสต้าฝึกกับไซกะไปมากกว่านี้ก็คงจะทำให้เขาเอาชนะแอสต้าไม่ได้เลยก็ได้ เพราะแอสต้าเป็นคนพยายามและไม่เคยยอมแพ้และยิ่งมีไซกะเป็นคนกระตุ้นด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้แอสต้าสามารถพัฒนาไปได้มากกว่านี้

 

ไม่ใช่แค่เแอสต้าเท่านั้นที่อยากจะเอาชนะให้ได้ ตัวยูโนะเองก็อยากจะก้าวข้ามไซกะไปให้ได้เหมือนกัน แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนที่คอยผลักหลังให้เหมือนกับแอสต้า แต่เขาเองก็ได้รับอะไรหลายๆ อย่างมาจากไซกะเหมือนกัน

 

“แอสต้า! มันก็จริงที่นายไม่สามารถเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม” ยูโนะเอ่ยขึ้นมา ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงแต่เชื่อในตัวของแอสต้าเท่านั้น

 

เหมือนกับที่ไซกะเชื่อในตัวเขาด้วย!

 

“หืม? นี่แกได้ยินไหม ขนาดเพื่อนของแกก็ยังไม่เชื่อเลยว่านายจะเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ได้เลยนะ” เลบูตี้ที่ได้ยินเจ้าเด็กผมดำพูดก็รู้ดีเป็นอย่างมาก เพราะเขาเองก็เริ่มรําคาญเจ้าเด็กผมสีขี้เถ้าที่เอาที่แต่พล่ามเรื่องที่จะเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์

 

ทั้งที่มันได้ไม่มีพลังเวทย์เลยสักนิดเดียว!

 

“แต่คนที่จะเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ก็คือฉันยังไงล่ะ!”

 

“หา?” เลบูตี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ คราวนี้เจ้าเด็กผมดำกลังพูดอะไรอยู่

 

“แอสต้าไม่คนขี้แพ้!” ยูโนะหยุดพูดไปครู่หนึ่งพลางนึกถึงเรื่องตอนวัยเด็กที่ตัวเขาและแอสต้าได้สัญญากันเอาไว้แล้ว “แอสต้า! เขาคือคู่แข่งของฉัน!”

 

ไซกะที่เฝ้าดูอยู่ก็ยิ้มออกมา

 

“ใช่แล้วล่ะ ไม่ฉันหรอกที่เป็นคนคอยดันหลังให้พวกนาย แอสต้า ยูโนะ พวกนายต่างหากที่เป็นคนผลักดันให้กันและกัน แสดงให้ฉันดูหน่อยแล้วกันว่าใครจะได้เป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ก่อนน่ะ”

 

ตัวเขาที่เฝ้าดูทั้งสองคนอยู่นั้นก็รู้แล้วว่าตอนจบมันจะเป็นเช่นไรและไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว จากนั้นเขาก็หันหลังออกวิ่งกลับไปที่โบสถ์เพื่อบอกเรื่องนี้ให้กับหลวงพ่อและซิสเตอร์ลิลลี่ และจากนั้นเขาก็จะได้ไปจัดการเรื่องของตัวเองสักที

=============================================================================
 

ความจริงมีภาพหอคอยที่ชัดกว่านี้แล้วก็ไม่ตัวอักษรบังล่ะนะ

แต่ขนาดมันใหญ่เกินไป! 5555

เอาเป็นว่าเจอกันตอนต่อไปแล้วกัน!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #75 iN3310K (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:10
    เหมือนรู้จักกันมาเป็นสิบปี ไม่ใช่แค่ไม่กี่สัปดาห์
    #75
    0
  2. #9 hayajihaya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 16:00
    อยากรู้ไปถึงตอนเจอยามิแล้วอ่ะ รอเลยย
    #9
    0
  3. #8 ChampGmaer7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 19:49
    จากนั้นตัวเอกก็เดินทางวิถีซามูไร โดยใช้ชื่อว่า มะเร็ง เอ้ย! ยาซูโอะ
    #8
    2
    • #8-1 1percentclean(จากตอนที่ 2)
      18 เมษายน 2563 / 21:50
      บัตโตซัย
      #8-1
    • #8-2 1percentclean(จากตอนที่ 2)
      18 เมษายน 2563 / 21:51
      ไซ******
      #8-2
  4. #7 SMSimPle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 18:25

    ข้าน้อยรอท่านอัพอยู่พะนะคะ
    #7
    0
  5. #6 0910290340 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 17:30

    ตอนต่อไป~เค้าอยากรู้ว่าพระเอกจะได้อะไรจากหอคอยชั้นบนสุด~
    #6
    0