[FIC] Black Clover: Saiga Adventure

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 : จุดเริ่มต้น - เด็กหนุ่มจากต่างแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

ขณะที่มนุษยชาติ… เกือบสูญสิ้นไปด้วยน้ำมือของปีศาจร้าย ท่ามกลางความสิ้นหวังก็ปรากฏจอมเวทย์ผู้หนึ่งเข้ามาช่วยเหลือ ภายหลังเขาผู้นั้นได้ถูกขนานนามว่า จักรพรรดิจอมเวทย์ และกลายเป็นตำนานนับแต่นั้นมา

 

มันเป็นสิ่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่คอยเล่าให้เด็กภายในหมู่บ้านฟัง ตัวของเขาเองก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าใครเป็นคนเล่าให้ฟังกันแน่ เพราะตั้งแต่ที่มาอยู่ที่ อาณาจักรโคลเวอร์ ก็มีคนมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังจนเบื่อแล้ว

 

ในสายตาของชาวบ้านเขาก็ไม่ต่างไปจากคนแปลกหน้าที่ไม่น่าคบหาสมาคมเท่าไรนัก หรือควรจะเรียกให้ถูกว่า คนต่างแดน มากกว่า ยังไงตรรกะของคนทั่วไปมันก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

 

คนแปลกหน้ามันไม่น่าไว้ใจ

 

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเอาไปใส่ใจสักหน่อย เขาไม่ใช่คนที่ต้องมาเอาใส่ใจว่าใครจะเกลียดหรือใครจะชอบตัวเอง แค่จัดการพวกคนที่ชอบมาหาเรื่องก็ทำให้เขาปวดหัวมากพอแล้ว

 

ไม่รู้ว่าเจ้าพวกบ้านั่นไม่มีการมีงานทำรึไงนะ

 

“ยังหรอก!!!” เสียงอันคุ้นหูอันดั่งลั่นของใครบางคนเรียกความสนใจเขา แต่สักพักก็มีเสียงเหมือนกับอะไรตกกระทบพื้นตามหลังมา “ทำไมต้องมาขวางฉันด้วย ยูโนะ

 

สำหรับตัวเขาแล้วเหตุการณ์แบบนี้ก็กลายเป็นเรื่องชินชาไปแล้ว แม้ว่าจะเพิ่มมาอยู่ที่นี่เพียงไม่มีสัปดาห์เท่านั้นก็ตาม

 

เจ้าของเสียงนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจาก แอสต้า เจ้าเด็กน่ารำคาญประจำโบสถ์แห่งนี้ ทั้งยังมีความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าจะเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ให้ได้

 

แม้ต้นเองจะใช้เวทมนต์ไม่ได้ก็ตาม

 

แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดคนแบบนี้หรอกนะ สำหรับเขาแล้วแอสต้าถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของคนที่ยึดมั่นในความฝันของตนเอง แม้จะต้องอุปสรรคอะไรก็ต้องข้ามผ่านมันไปให้ได้ และก็หวังว่าเจ้านั่นจะทำความให้เป็นจริงในที่สุด

 

“โถ้โว้ย!! เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูเอง” เสียงของแอสต้าดังขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาลองลุกนั่งดูก็พบอีกเจ้าต้นเสียงได้วิ่งออกไปแล้ว

 

มันเดาได้ไม่อยากว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนที่เขาไม่ได้สนใจมัน ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมากเดี๋ยวตอนเย็นเจ้านั่นก็กลับมาเอง แต่ตอนนี้เขาต้องไปหาอะไรทำบ้าง ถ้าเอาแต่นอนอยู่บนหลังคาโบสถ์เดี๋ยวก็คงปลิวไปตามลมแน่เลย

 

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็กระโดดลงมาจากหลังคาโบสถ์ทันที

 

ตุบ!

 

“อ๊ะ! ไซกะ นี่เธอแอบขึ้นไปนอนข้างบนอีกแล้วใช่ไหม?!” ซิสเตอร์ลิลลี่ ร้องออกมาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่ตนเองตามหามาตั้งแต่เช้า

 

เบื้องหน้าของเธอก็คือเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำขลับ นัยน์ตาสีเขียวมรกต ร่างสูงกำยำที่สวมเสื้อผ้าดูแปลกตาโดยจะใส่เป็นเสื้อไม่แขนเช่นเดียวกับสีผมและยังสวมกางเกงแปลกๆ โดยที่เอวยังมัดผ้าที่มีลวดลายของเมฆซึ่งเจ้าตัวคนใส่เรียกกางเกงที่ใส่ว่า ฮากามะ ทั้งยังใส่ต่างหูสีทองเหลืองอีกด้วย

 

เขาเพิ่งมาอาศัยอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว ตัวเธอกับหลวงพ่อไปเจอเขานอนสลบอยู่ที่นอนหมูบ้านด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผล หลังจากนั้นพวกเขาก็พาตัวไซกะมาพักรักษาอยู่ที่นี่ หลังจากที่เขารู้สึกตัวแล้วก็มีการสอบถามว่าเป็นคนจากที่ไหนและเดินทางมาที่หมู่บ้านนี้ได้ยังไง

 

ทางไซกะนั้นก็ตอบว่ากำลังเดินทางกลับบ้านด้วยเรือ แต่ในระหว่างทางนั้นเกิดพายุและมันก็ทำให้เรือเขาโดยสารมาจมลงทะเลไป พอรู้สึกตัวเขาก็ตื่นขึ้นมาบนชายหาดและก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อก็เลยตัดสินใจเดินทางไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้

 

หลวงพ่อได้ยินแบบนั้นก็สงสารเลยตัดสินใจให้ไซกะมาอาศัยอยู่ที่โบถส์แห่งนี้ ทางเด็กหนุ่มเองก็ไม่ได้ขัดศรัทธาของเขาแม้แต่น้อยและตอบตกลงทันที

 

ไซกะเองก็ตกใจมากเมื่อเห็นเวทมนต์เป็นครั้งแรก เมื่อถามดูว่าที่บ้านเกิดของเขามีอะไรแบบนี้ไหม เขาก็ตอบว่ามีแต่ก็ไม่ถึงกับมีกันทั่วไปแบบนี้และตัวเขานั้นก็ไม่มีเวทมนต์เหมือนกับแอสต้าอีกด้วย เพราะแบบนั้นมันจึงทำให้ตัวเขามีความสนิทสนมกับแอสต้าเป็นพิเศษอีกด้วย

 

“ขอโทษแล้วกันนะ พอดีการนอนตาลมมันทำให้คิดถึงบ้านน่ะ” ไซกะตอบกลับไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาของเขาฉายแววเศร้าออกมา แน่นอนว่ามันไม่ทางมีรอดพ้นสายตาของซิสเตอร์ลิลลี่

 

“ข-ขอโทษด้วยนะ! คือว่าฉัน…” ลิลลี่เริ่มลุกลี้ลุกลนขึ้นมา เพราะตัวเธอคิดว่าตนเองเป็นคนทำให้ไซกะรู้สึกเศร้าขึ้นมา

 

“ซิสเตอร์ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ เดี๋ยวผมก็หาทางกลับบ้านได้เอง” ไซกะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะยังไงสักวันเขาก็ต้องได้กลับบ้านอยู่แล้ว แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะนานหรือเร็วเท่านั้นเอง

 

“แล้วครอบครัวของเธอล่ะ พวกเขาคงเป็นห่วงเธอมากเลยนะ”

 

“บ้านผมก็เป็นแบบนี้แหละ ซิสเตอร์เองก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรหรอกนะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอไปทำงานก่อนแล้วกัน” พูดจบไซกะก็ดระโดดข้ามรั้วพร้อมวิ่งตรงไปในหมู่บ้าน

 

“นี่ซิสเตอร์ลิลลี่” เด็กชายกำพร้านาว่า แนช เอ่ยขึ้นมา “ตั้งแต่ที่พี่เขามาอยู่กับเรานี่รู้รึเปล่าว่าไปทำงานอะไรครับ?”

 

“อืม… ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่พอลองไปถามคนในหมู่บ้านก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขารับทำทุกอย่างเลยล่ะ” ลิลลี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับเด็กชายไป

 

“แล้วตอนเดือนมีนาพี่เขาต้องไปรับ กริมมัวร์ เหมือนกับคนอื่นไหม?” แนชถามอีกครั้ง เพราะว่าเด็กอายุ 15 ทั่วประเทศต้องมาเข้าพิธีรับกริมมัวร์ทุกคน แต่ตัวของไซกะนั้นอายุเกินไปแล้วและยังไม่ใช่คนในอาณาจักรนี้ด้วย

 

“เอ่อ… เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” แม้แต่ลิลลี่เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไซกะสามารถไปรับกริมมัวร์ได้รึเปล่า

 

“ผมว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางครอบครองกริมมัวร์ได้หรอก พี่เขาบอกเองไม่ใช่รึไงว่าตัวเองไม่มีพลังเวทย์น่ะ” ตัวเขาเองไม่รู้ว่าไซกะนั้นมีความต้องการที่จะใช้เวทมนต์เหมือนกับแอสต้ารึเปล่า แต่ในโลกที่เวทมนต์คือทุกอย่างแบบนี้เขาเองก็คงมีจุดจบไม่ต่างไปจากแอสต้าเท่าไร

 

อย่างน้อยไซกะก็ยังรู้ตัวเองดีกว่าแอสต้า

 

ท้องฟ้าสีส้มบ่งบอกว่าเป็นเวลาเย็นแล้ว ไซกะที่กลับมาจากช่วยงานคนในหมู่บ้านแล้วก็เดินตรงไปยังสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด็นของหมู่บ้านแห่งนี้เลยก็ว่าได้ มันก็คือ หัวกะโหลกของปีศาจ ซึ่งเป็นตัวเดียวกันที่ถูกจักรพรรดิจอมเวทย์สังหารไป และเหนือหัวกะโหลกนั้นก็มีรูปปั้นของจักรพรรดิจอมเวทย์ตั้งอยู่อีกด้วย

 

 

“ยังไงฉันก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ฉันจะต้องเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ให้ได้เลย!” เสียงอันแสนคุ้นเคยดังออกมาจากปากของหัวกะโหลก ถ้าหากคนที่ได้ยินไม่ใช่ไซกะนั้นก็คงคิดว่าปีศาจกำลังจะคืนชีพแน่นอน

 

“โย่ว! นายยังออกกำลังอยู่ตลอดเลยนะ” ไซกะเข้ามาทักทายเจ้าของเสียงที่อยู่ด้านในซึ่งก็ไม่ใครที่ไหนนอกเสียจากแอสต้า

 

“โอ้! พี่ไซกะ! วันนี้ก็มาฝึกเหมือนกันงั้นเหรอครับ!” แอสต้าร้องออกมาอย่างดีใจที่ได้เห็นพี่ชายที่ตนเคารพรัก เพราะไซกะเป็นเพียงคนเดียวเลยก็ว่าได้ที่คอยให้กำลังใจตัวเขามาตลอดและยังบอกอีกว่าเขายังสามารถเป็นจักรพรรดิจอมเวทย์ได้อีกด้วย

 

“ในเมื่อน้องชายเป็นคนแข็งขันขนาดนี้คนเป็นพี่เองก็ต้องเอาจริงเอาจังบ้างสิ!” ไซกะตอบกลับไปพร้อมเดินมาตบบ่าของแอสต้า

 

“งั้นมาแข็งกันดีกว่าใครจะซิทอัพได้มากกว่ากัน!” แอสต้าเอ่ยขึ้นมาด้วยความั่นใจ เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านตนนั้นสามารถซิทอัพได้ถึงพันครั้งแล้ว

 

“ถ้านายแพ้ฉันขอข้าวเย็นนายครึ่งหนึ่งแล้วกัน” ไซกะเองก็ยินดีรับคำท้าทายจากผู้เป็นน้อง เขาเองก็อยากรู้ว่าเจ้าน้องคนนี้จะทลายขีดจำกัดของตัวเองหรือไม่

 

หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของพวกเขาทันทีโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองพวกเขาอยู่ และแน่นอนว่าไซกะนั้นรู้ตัวแต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจมัน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าคนที่แอบมองอยู่นั้นเป็นใคร

=============================================================================

เปิดรูทใหม่ของไซกะอย่างเป็นทางการครับผม!

วันนี้ทางเราก็นำเสนอเรื่องราวของไซกะในรูทของแบล็คโคลเวอร์ครับผม!!

ไม่สิ! ควรจะเรียกว่าเป็นอีกจักรวาลไปเลยดีกว่า

พอแค่นี้แล้วกัน เอาเป็นว่าเจอกันตอนต่อไปแล้วกันครับ

*

สำหรับผู้อ่านที่ยังรอเบ็นเท็นอยู่นั้นก็ช่วยรอไปอีกสักพัก(ใหญ่ๆเลย)นะครับ / กราบเท้า

มีคถามก็เม้นได้เลยครับผม เดี๋ยวจะไปตอบให้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #28 PT.BMX.NN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 11:51

    ไรท์สู้ ๆ น้าาาาาาสนุกมากกกกกกก>-< ♡

    #28
    0
  2. #3 Husada (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 20:37
    รออยู่น้าาา เรื้องนี้ก็น่าติดตามเหมือนกัน
    #3
    0