Kamen rider Build & Symphogear Re:Boot

ตอนที่ 128 : XV ตอนที่ 7 เส้นด้ายที่ขาดสะบั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    13 ม.ค. 64

" ดุเดือด!!! เลือดพลาน!!! คุ้มคลั่ง!!! นี่แหละคือพลังของฉันคนนี่!? " กรีสบริสซาร์ดได้บุกทะลวงเข้าโจมตีใส่ฮาร์ดการ์เดี้ยนและอรูคานอยท์ที่มาขว้างทางตรงหน้าของเข้าจนกระเด็นกระดอยไปทั่ว " ยังไม่พอ....ยังไม่พอเลยสักนิด!!! ใครจะเติมเต็มให้กับฉันได้บางมั้ย!!!! "

" ฮ้าาาาา!!!! " โอเมก้าได้วิ่งฝ่าฝูงฮาร์ดการ์เดี้ยนกับอรูคานอยท์กระโจนพุ้งเข้ามาโจมตีใส่กรีสจากมุมอับแต่ก็ถูกกรีสป้องกันด้วยมือโรบอทเอาไว้ได้ 


" เล่นโจมตีแบบนี้ขี้ขลาดเกินไปแล้ว " กรีสได้ด่าใส่โอเมก้าไปนึ่งคำก่อนจะใช้มือโรบอทสบัดร่างของโอเมก้าลอยกระเด็นออกไปโอเมก้าก็ได้ตั้งหลักได้แลงมายืนที่พื้นได้อย่างปลอดภัย


" ประสาทสัมผัสอะไรกัน...ทั้งที่แค่เป็นมนุษย์ธรรมดาแท้ๆ "


" มั่วพึมพำอะไรอยู่ได้น่ารำคาญ!!! " กรีสได้เอาบริวซาร์ดนัคเคิจากไดรฟเวอร์ขึ้นมาก่อนจะกดที่ตัวปุ่มตรงกลางนัคเคิลจนที่ตัวนัคเคิลจะปลดปล่อยไอเย็นมหาศาลออกมาแล้ววิ่งพุ้งเข้าไปจะชกใส่โอเมก้าซึ่งโอเมก้าก็ได้ดึงร่างฮาร์ดการ์เดี้ยนมารับการโจมตีเอาไว้


ร่างของฮาร์ดการ์เดี้ยนโดนการโจมตีเข้าไปก็ถึงกับถูกแช่แข็งภายในทันทีร่วมถึงการ์เดี้ยนและอรูคานอยท์ที่อยู่รอบๆเองก็ถูกแช่แข็งไปด้วยโอเมก้าที่พอเห็นแบบนั้นก็รีบปล่อยร่างฮารืดการ์เดี้ยนตัวนั้นทันทีก่อนทีร่างของพวกมันที่ถูกแข่แข็งจะแตกละเอียดสร้างความตกตะลึงกับโอเมก้าอย่างมาก


ด้านของโร๊คได้ใช้เนบิวล่าสตรีมกันยิงเข้าใส่หัวของอรูคานอยท์และฮาร์ดการ์ดเดี้ยนเรียงตัวก่อนจะสลับใช้สตรีมเบลดฟันโจมตีใส่ตัวที่เข้ามาประชิดตัวในขณะที่ทยอยจัดการลูกกระจอกไปทีละตัวซิกม่าก็ได้วิ่งเข้ามารั่วโจมตีใส่จนอาวุธในมือทั้งสองกระเด็นหลุดจากมือก่อนที่ทั้งสองจะแลกหมัดใส่กัน


" เป็นแค่จระเข้อย่างสะเอะมาอยู่บนบกเสะ " ซิกม่าได้ดูถูกใส่โร๊คก่อนจะกระโดดใช้ขาทั้งสองล็อคตัวครึ่งบนของโร๊คเอาไว้ก่อนจะทิ้งน้ำหนักทั้งตัวทุ่มร่างของโร๊คลงกับพื้น


" อึก!?...ถ้าคิดจะดูถูกจระเข้ตัวนี้ก็...คิดเผิดถนัดแล้วละ " โร๊คได้พูดสวนกลับก่อนจะใช้พละกำลังมหาศาลลุกขึ้นพร้อมกับร่างของซิกม่าที่ยังคงเกาะล็อคตัวเขาเอาไว้อยู่


" นี่คิดจะทำอะไรนะ!!! " ซิกม่าที่ดูตกใจกับพละกำลังของโร๊คก่อนที่โร๊คนั้นจะวิ่งพุ้งออกไปชนใส่เหล่าฮาร์ดการ์เดี้ยนและอรูคานอยท์ที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดจนไปชนอัดกับแท่งเสาที่หักครึ่งอยู่แล้วร่างของซิกม่าที่โดนจังจนกระเด็นปลิวลงไปกลิ้งกับพื้นหลายตลบ


" ฉันจะแสดงให้เห็นถึงเวลาจระเข้ตะครุบเหยื่อให้ได้ดูเอง "


ฝั่งของครอสได้ระเบิดพลังแม็กม่าออกมาจากร่างจำนวนมากก่อนจะรั่วหมัดชกเข้าใส่ฮาร์ดการ์เดี้ยนและอรูคานอยท์ที่อยู่รอบตัวร่างพรุนกระจุยไปเรื่อยๆแต่พวกมันก็ยังคงแห่กันเข้ามารุมครอสอย่างต่อเนื่องจนเอาไม่อยู่จนไม่เห็นร่างของครอส


กลุ่มฮาร์ดการ์เดี้ยนและอรูคานอยท์ที่กำลังรุมครอสอยู่นั้นจู่ๆก็เกิดเปลวเพลิงมหาศาลได้พุ้งทะลุออกมาพร้อมกับร่างของครอสที่ได้สยายปีกบินพุ้งขึ้นมาบนฟ้าและพุ้งกลับลงมาชกลงพื้นจนทำให้เกิดคลื่นเปลวไฟซัดร่างอขงพวกอรูคานอยท์และฮาร์ดการ์เดี้ยนระเบิดหายไปพร้อมกันทั้งหมด


" พลังเอ่อล้นเต็มเปี่ยม...จิตวิญญาณลุกโชดช่วงแม็กม่าของฉันปะทุออกมาแล้ว!!! " ครอสได้ตะโกนออกมาเพื่อเรียกกำลังใจพร้อมกับกแม็กม่าที่ปะทุออกมาร่างอีกครั้ง " ไม่มีใครหยุดฉันได้อีกแล้ว!!!! "


หลังจากครอสได้ตะโกนเสร็จก็หันไปด้านหลังก็พบกับนีโอที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาก่อนจะเอามือกดที่อามะซอนแคปซูลที่เข็มขัดจนเกิดเสียงขึ้นมา


[ Blade Loding ] 


ชิ้นส่วนที่แขนขวาของนีโอได้เปิดออกก่อนจะมีความร้อนปล่อยออกมาพร้อมของเหลวบางอย่างที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นทรงแหลมก่อนจะกลาบเป็นดาบเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นศัตรู


" ถ้าหากว่านั้นคือสิ่งที่นายเลือกแล้วละก็...ฉันเองก็จะจัดการกับนายสะ " ครอสได้เรียกบีทโครเซอร์ออกมาที่มือก่อนจะจ้องมองไปที่นีโอซึ่งต่างฝ่ายต่างก็จ้องกันไปมาจนทั้งสองได้วิ่งเข้าฟาดฟันใส่ด้วยอาวุธในมือของแต่ละคน


บิลด์ได้ใช้ฟูลบอทเทิลบลาสเตอร์เข้าโจมตีใส่อรูคานอยท์ตรงหน้าในขณะที่อีโวลต์ได้ใช้หมัดทั้งสองต่อยทะลวงร่างของฮารืดกาณืเดี้ยนสองตัวจนระเบิดคามือก่นอที่ทั้งสองจะหลังชนกันในจังหวะนั้นเองอรูคานอยท์จำนวนนึ่งได้พุ้งเข้าใส่พร้อมกับฮาร์ดการ์เดี้ยน5-6ตัวได้เล่งปืนแกทลิ้งที่แขนเขา้ใส่พร้อมจะยิง


ช่วงภายในเสี้ยววินาทีนั้นบิลด์ได้เอาฟูลฟูลบอทเทิลใส่เข้าไปในฟูลบอทเทิลบลาสเตอร์ก่อนจะโยนขึ้นฟ้าซึ่งอีโวลต์ก็ได้ยกมือขึ้นมารับพร้อมกับบิลด์ได้สร้างครอสโบว์อีจิว่าขึ้นมาที่มือทั้งสองข้างก่อนที่บิลด์จะหันไปยิงกระสุนธนูสีแดงเข้าใส่ร่างของฮาร์ดการ์เดี้ยนเช่นเดียวกับอีโวลต์ได้ยิงกระสุนฟูลบอทเทิลบลาสเตอร์เข้าใส่อรูคานอยท์รวดเดียวระเบิดพร้อมกันทั้งสองทาง


" หึ...หื้ม ฉันกับนายเนี่ยเข้าขากันดีนะว่ามั้ย " อีโวลตค์ที่ดูจะพอใจกับการเข้าขากันเมื่อกี้อย่างมากจนหันมาพูดกับบิลด์


" พูดเรื่องอะไรของนายก็แค่บังเอิญเท่านั้นแหละ " บิลด์ได้พูดปัดก่อนจะหยุดแล้วหันไปมองตรงหน้าก็พบกับอัลฟ่าได้พุ้งเข้ามาชนจนร่างของทั้งสองกระเด็นออกไปเหลือเพียงแค่อีโวลต์ที่กำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่คิลบัสก็ได้ปรากฎตัวมาอยู่ตรงหน้า


" ว่าไงอีโวลต์... "


" โธ๊เอ๊ย....ฉันละไม่อยากเจอหน้าแกเลยจริงๆ " อีโวลต์ที่ถึงกับบ่นทันทีเมื่อต้องมาเจอกับคิลบัส


" ไม่เอาน่า...มาสานสัมพันธ์พี่น้องกันดีกว่า " คิลบัสพูดจบก็ได้ชกเข้าที่กลางอกของอีโวลต์จนร่างอีโวลต์ปลิวกระเด็นออกไปไม่ไกลมาก


" ไม่เลวนิ... " อีโวลต์ได้ลุกขึ้นก่อนที่ร่างกายจะปกคลุมด้วยออร่าพลังสีแดงขึ้นมาซึ่งคิลบัสที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างมาก


" หึหึๆๆ....มันต้องอย่างงั้นสิ " คิลบัสได้ก็ได้ปลดปล่อยพลังออกมาจากจนร่างกายปกคลุมด้วยออร่าสีน้ำเงินต่างฝ่ายที่ร่วมพลังเอาไว้ที่มือก่อนจะยิงเข้าปะทะกัน


ด้านของบิลด์ที่ปลิวกระเด็นจนตกลงมาจากปราสาทมาลงที่พื้นซึ่งทั้งสองก็ได้กระเด็นไปคนละทางพอบิลด์ตั้งหลักได้อัลฟ่าก็พุ้งเข้ามาอย่างรวดเร็วบิลด์ได้เอาครอสโบว์ที่มือทั้งสองกระหน้ำยิงใส่ไม่ยั่งแต่ก็พลาดเป้าทั้งหมดจนอัลฟ่าเข้าประชิดตัวสำเร็จแล้วใช้กรงเล็บที่แขนตัดที่ปลายกระบอกครอสโบว์ทั้งสองข้างจนระเบิดคามือของบิลด์


" อึก!? " บิลด์ได้โยนอาวุธในมือทิ้งก่อนจะกระโดดออกมาเพื่อทิ้งระยะแต่อัลฟ่าก็ตามตื้อจนจวนตัวจนต้องสร้างอาร์มเมอร์เกียร์กังกุงเนียร์ที่แขนขวาขึ้นมากันกรงเล็บของอัลฟ่าเอาไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด " ทำไมกันละ....นายที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทำไมถึงไม่ยอมใช้ความรู้นั้นเพื่อผู้คน...ทำไมต้องสร้างอามะซอนขึ้นมาด้วย!!! "


" เห้....ไปขุดอดีตของฉันมางั้นเหรอยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ!!! " อัลฟ่าได้ใช้ความคล่องแคล้วตัวเองโผล่ที่ข้างหลังของบิลด์และจับแขนขวาล็อคเอาไว้ " ถ้าแกเป็นนักวิทยาศาก็น่าจะเข้าใจว่าการวิวัฒนาการขั้นสุดยอดจะมันเจ๋งแค่ไหน!!! "


" ทำไมถึงต้องยึดติดกับการวิวัฒนาการขนาดนั้นด้วย!! "


" นายไม่คิดบางรึไงว่ามนุษย์นะคือสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เทพเจ้าสรรค์สร้างขึ้นมา...ถ้าหากว่าสามารถวิวัฒนาการไปมากขึ้นเรื่อยๆก็อาจจะทำให้มนุษย์อย่างพวกเทียบเท่ากับพระเจ้าได้เลยนะ!!! " อัลฟ่าที่ได้พล่ามถึงอุดมการณ์ของตัวเองไปมาก่อนจะพุ้งเข้าโจมตีใส่บิลด์อย่างต่อเนื่องจนบิลด์เกือบป้องกันเอาไว้ไม่อยู่แต่ก็หยุดเอาไว้ได้


" มนุษย์ไม่ได้ใช้อย่างที่นายคิดสักหน่อย!!! "


" ถ้างั้นพูดไปแกก็ไม่มีวันเข้าใจ " อัลฟ่าได้หันกลับมาแล้วชกเข้าที่เบ้าหน้าของบิลด์จนหน้าเกือบหันแต่ก็ได้ใช้หน้าพยายามดันหมัดของอัลฟ่าเอาไว้


" ฉันเองก็....ไม่ยอมที่จะปล่อยให้นายทำตามใจชอบเหมือนกัน " บิลด์ได้พูดจบก็ตั้งหมัดขึ้นนัคเคิลกังกุงเนียร์ที่ยิงไอพ้นทั้งสองเป็นแรงผลักดันร่างของบิลด์พุ้งออกไปชกัอดร่างของอัลฟ่ากระเด็ยปลิวิัดกับซากตึก


" ให้ตายสิเสียเวลาชะมัด...ต้องรีบกลับไปหาทุกคนแล้ว "



ตัดมาทางด้านของเอลฟไนท์ที่ตอนนี้กำลังยืนมองดูอุปกรณ์กระจายพลังงานบางอย่างที่อยู่ในตัวของปราสาทโดยที่เธอในตอนนี้ยังคงตกใจอยู่


" พวกคุณวางแผนอะไรกันแน่....อัก!!! " เอลฟไนท์ที่ยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกมิลาร์คได้เข้ามาบีบคอเธอแล้วยกร่างจนขาลอยจากพื้นหันมาก่อนที่มิลาร์คจะเข้าแทรกแซงควบคุมจิตใจของเธอ

 

" ยืนยันตามลักษณะกายภาพ " มิลาร์คได้วางร่างเอลฟไนท์ลงก่อนจะออกคำสั่งซึ่งเอลฟไนท์ก็ได้ทำตามด้วยการเดินไปทีแท่นกระจกตรงหน้าที่ไม่มีอะไรจู่แท่นกระจกนั้นก็ปรากฎอักขระที่เป็นภาษานักเล่นแร่แปรธาตุขึ้นมา


 

" เอาล่ะ.....ฝ่าระบบจำกัดเข้าถึงให้หน่อยแล้วกัน มาสเตอร์ "

 

" ณ สวนดอกไม้แห่งเคณ สัญลักษณ์ดีนไฮล์ซึ่งก่อให้เกิดผลไม้แห่งปัญญา" 


หลังจากที่เอลฟไนท์ได้พูดพึมพำยู่นัน้ตัวอักขระที่จากเดิมเป็นสีเหลืองก็ได้กลายเป็นสีชมพูพร้อมกับอุปกรณ์กลางห้องก็ได้เดินเครื่องทันทีเเละปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพสร้าความพึงพอใจให้กับมิลาร์คและเอลซ่าอย่างมาก

 

" ทำงานปกติ  ถึงแม้จะเก่าไปหน่อยแต่ก็ยังดีที่ได้พลังในระดับสูงมากจากร่างกาย....ไม่มีทางที่เราจะไม่ใช่หรอกค่ะ" 

 

" เอาล่ะ....งั้นยัยนี้ก็หมดประโยชน์แล้วสินะ "มิลาร์คได้จับเอลฟไนท์หันมาหาก่อนจะเริ่มการควบคุมจิตใจอีกครั้ง " ทีเหลือก็แค่ทำลายจิตใจสะ "

 

ขณะที่กำลังจะทำลายจิตใจก็ได้เห็นร่างเงาของแครอลซ่อนทับร่างของเอลฟไนท์

 

" คิดว่าจะยอมให้ทำแบบนั้นหรอ!! "

 

พลังควบคุมจิตใจได้ย้อนกลับเข้าทำร้ายมิลาร์คจนเธอเกิดอาการปวดหัวอย่างหนักจนเอลซ่าได้เข้ามาหาทันที

 

" เป็นอะไรไปค่ะ " 

 

" ยัยนี้....อะไรกัน? " มิลาร์คที่หายจากอาการปวดหัวก่อนจะหันไปหาเเละเห็นร่างเอลฟไนท์ได้สลบไปและก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นก่อนที่เอลซ่าจะไปมองมอนิเตอร์ที่ห้องที่มิคุอยู่พร้อมเห็นปลอกเเขนที่ได้ส่องแสงออกมา

 

" หลุดการควบคุมแล้ว....เครื่องไม่สามารถทนพลังที่ดึงมาจากปลอกแขนได้แล้วค่ะ....ขืนปล่อยไว้เป็นแบบนี้ละก็ " เอลซ่าได้หันมารายงานสถานะของอุปกรณ์ที่ตอนนี้เกินขีดจำกัดไปแล้วจนไม่สามรถควบคุมได้จนมันได้เริ่มส่งคลื่นเสียงแปลกออกมา


ซึ่งคลื่นเสียงนั้นก็ได้ดังกระหึมออกไปทั่วโลกพร้อมกับแสงสีทองที่ส่องประกายไปทั่วบนยอดปราสาททำให้พวกครอสที่กำลังต่อสู้อยู่กับพวกคิลบัสก็ต้องหยุดลงทันทีและต่างคนต่างก็หันไปมองพบว่าบนยอดของปราสาทที่มีแสงสีทองส่องสว่างมานั้นก็ได้ปรากฎร่างขนาดใหญ่นึ่งขึ้นมา



" ไอ้ตัวสีขาวกลมๆนั้นมันอะไรนะ? " กรีสได้ตะโกนถามขึ้นแต่ก็ไม่มีคำตอบจากใครเลยแม้แต่น้อยในระหว่างนั้นเองที่มีเพียงแค่อีโวลต์กับคิลบัสที่ยังคงเข้าปะทะกันไปมาอยู่นั้นอีโวลต์ได้ใช้ฟูลบอทเทิลบลาสเตอร์ฟันเข้าใส่แต่คิลบัสก็ได้ใช้ดริลครัชเชอร์ป้องกันเอาไว้ก่อนจะดันกันไปมา


" คิลบัสแกรู้อยู่แล้วใช่มั้ย ว่าไอ้ตัวนั้นมันคืออะไร "


" แน่นอนอยู่แล้ว....เจ้าไอ้ตัวกลมๆปุกปุ๋ยนั้นนะคือร่างจำแลงชั่วคราวของปลอกแขนยังไงละ....บอกตามตรงเลยนะฉันเองก็พึ่งเคยเห็นมันเลยและก็ไม่รู้ด้วยว่ามันมีพลังขนาดไหนและฉันก็ไม่รู้วิธีที่จะควบคุมมันด้วยพอคิดแบบนั้นแล้วมันก็น่าสนุกจริงๆ "


" ไอ้นิสัยที่บ้าคลั่งการทำลายล้างเนี่ยฉันชักจะเอียนหนักกว่าตอนที่เจอกันในตอนนั้นสะอีก " อีโวลต์ที่รู้สึกเหนื่อยนายกับนิสัยที่ของคิลบัสจนบ่นออกมาโดยที่ไม่รู้สึกแคร์ว่าตอนนี้ทั้งคู่กับกำลังหันอาวุธเข้าต่อสู้กันอยู่


" ขอบใจที่ชมแล้วกันนะ " คิลบัสได้กล่าวขอบคุณก่อนจะเรียกขาแมงมุมสีแดงจากกลางหลังเข้าโจมตีใส่อีโวลต์จากด้านหลังไม่ทันตั้งตัวจนทะลุออกกลางอกแล้วยกร่างขึ้นฟ้า

 

เวลาเดียวกันนั้นทางด้านของพวกมาเรียที่กำลังทำการจับกุมวาเนสซ่าก็ได้หันไปมองตามแสงที่พุ้งขึ้นส่องสว่างบนยอดของซากปราสาทChâteau de Tiffauges


" อะไรกันแสงนั้นนะ? " เซเรน่าได้มองไปที่ปราสาทChâteau de Tiffaugesซึ่งวาเนสซ่าก็ได้หันไปมองพร้อมสีหน้าที่ตกใจเป็นอย่างมาก


" หรือว่านั้นนะ....ปรากฎการก่อเกิดงั้นเหรอ....แต่ว่ามันเร็วกว่าที่คาดกาลไว้เกินไป "


" อย่าบอกนะว่าปราสาทChâteau de Tiffaugesเริ่มทำงานแล้วนะ? " มาเรียได้หันไปมอง

 

" ยัยพวกนั้นใช้ที่นั้นเป็นที่ซ้อนตัวงั้นหรอ.... " คริสได้หันไปตามแสงจนละสายตาจากวาเนสซ่าก่อนจะถูกเตะจนกระเด็น

 

มาเรียและเซเรน่าได้เข้าประชิดวาเนสซ่าพร้อมกันสองข้างซึ่งทำให้วาเนสซ่าต้องรีบมือพร้อมกันสองทางเธอที่รู้ตัวว่าต่อสู้จ่อไปต้องเสียเปรียบแน่จึงไม่ตอบโต้และหาจังหวะหนีก่อนจะหลบทั้งสองออกมาได้แต่ก็ถูกคริวหันปืนมาเล่งเธอเอาไว้

 

" อย่าแม้แต่จะขัดขืนเป็นครั้งที่สองเชียว "

 

" อ่อ.....หรอ~ " วาเนสซ่าที่ไม่มีทีท่าจะกลัวได้พุ้งเข้าประชิดคริสก่อนจะเอานิ้วชี้อุดปากกระบอกปืนเอาไว้ทำเอาคริสตกใจก่อนจะฝืนเหนียวไกจนปืนในมือของเธอระเบิดทำให้ทั้งสองกระเด็นไปคนละทาง

 

มาเรียและเซเรน่าที่ดูจะตกใจอย่างมากเมื่อมองไปทีวาเนสซ่าที่ตอนนี้ได้เสียมือไปเพราะระเบิดเมื่อครู่ซึ่งเธอก็ได้ยกให้ดู


 

 

" ตกใจละสิ...แต่ว่าทางนี้เองก็ตกใจเหมือนนั้นแหละเนอะ~ " วาเนสซ่าพูดออกมาด้วยสีหน้าปกติก่อนจะโยนผลึกวาร์ปลงพื้นจนเกิดแสงขึ้นมา" บ๊ายบาย~ " วาเนสซ่าได้โบกมือบ๊ายบายให้กัยทั้งสามก่อนจะวาร์ปหายไปต่อหน้าพวกเธอ

 

" ยัยนั้น....หนีไปได้อีกแล้ว "


" พี่มาเรีย....เสียงนี่มัน " เซเรน่าที่ลองตั้งใจฟังเสียงที่ดังก้องกังวานออกมาจากเสาแสงจากซากปราสาทก่อนจะรีบหันไปบอกกับมาเรียที่เหมือนจะเอ้ะใจเหมือนกัน


" อื้ม....ไม่ผิดแน่เสียงนี้นะ...เหมือนกับเพลงAppleไม่มีผิดเลย " 

 

" ศูนย์ แจ้งสถานการณ์ด้วย " คริสได้รีบติดต่อไปที่ศูนย์บัญชาการทันทีเพื่อขอฟังสถานการณ์ภาพรวมจากทางนั้น

 

" ตรวจพบ Aufwachen รูปแบบเดียวกับเมื่อไม่กี่วันก่อนคาดว่าเป็นการทำงานของปลอกแขน....ตอนนี้พวกคุณซึบาสะกำลังมุ่งหน้าไปทีเกิดเหตุแล้วค่ะ "

 

ทางด้านของซึบาสะ คานาเดะ ฮิบิกิ ชิราเบะและคิริกะที่นั่งเฮลิคอปเตอร์ของS.O.N.Gเข้าใกล้เขตของChâteau de Tiffaugesก่อนจะมองลงบนตัวของปราสาทได้เห็นพวกครอสที่กำลังต่อสู้อยู่กับพวกอามะซอนและใกล้นั้นก็ได้เห็นร่างของอีโซลต์ที่ถูกชูขึ้นฟ้าด้วยขาแมงมุมของคิลับส


" พวกคุณบันโจทำไมถึงมาที่นี่ได้ละ? " ฮิบิกิที่พอเห็นพวกครอวที่กำลังต่อสู้ก็ได้พูดขึ้นมาพร้อมกับยื่นหน้าก้มลงไปดูกับคิริกะ


" ดูเหมือนว่ากำลังทางอีโวลต์กำลังแย่ด้วยละเดส "


ในขณะที่กำลังมองดูข้างหลังที่กำลังวุ่นวายอยู่นั้นร่างยักา์สีขาวได้หันมาทางเฮลิคอปเตอร์ของพวกเํอก่อยที่หัวตรงกลางของมันจะส่องแสงขึ้นเหมือนชาร์จพลัง


 

ไม่นานมันก็ได้ยิงลำเเสงโจมตีเข้าใส่จนเฮลิคอปเตอร์ต้องบินหลบการโจมตีอย่างช่วยไม่ได้จนฮิบิกิ ชิราเบะเเละคิริกะลงไปกับพื้น 

 

" พลังบ้าอะไรกันเนี่ย!? " คานาเดะที่ถึงกับอุทานขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นพลังอนุภาพของยักษ์สีขาเมื่อครู่ที่ยิงผ่านพวกเธอไป

 

" แบบนี้ก็เหมือนกับสู้อีโวลต์ร่างสมบรูณ์ไม่มีผิดเลยเดส " คิริกะที่ล้มหงายอยู่โดยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังนอนทับร่างของชิราเบะอยู่


" คิริจัง...ช่วยลุกออกไปทีเถอะ "


" นั้นนะ...มันคำพูดของทางนี้มากกว่า " ฮิบิกิที่นอนอยู่ล่างสุดถูกชิราเบะและคิริกะนั้นทับจนเธอแทบจูบกับพื้น

 

" ทางนั้นมีการโจมตีต่อต้านที่ทรงพลังมากระยะที่เฮลิคอปเตอร์เข้าไปได้มีจำกัด "

 

" ถึงจะอย่างนั้น......มาไกลขนาดนี้....ก็เกินพอแล้วเดส " คิริกะที่ลุกขึ้นมาก่อนจะพูดออกมาอย่างมั่นใจโดยที่ด้านหลังของเธอนั้นชิราเบะได้ดึงให้ฮิบิกิลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

 

" เอาล่ะ.....ลุยกันเถอะ " คานาเดะได้ให้สัญญาณก่อนที่เธอและซึบาสะจะกระโดดออกจาเฮลิคอปเตอร์ก่อนที่ฮิบิกิ ชิราเบะและคิริกะจะกระโดดตามหลังมา

 

[Zeios Igalima raizen tron]

 

คิริกะได้สวมใส่เกียร์ของเธอก่อนจะยิงไอ้พ้นจากเกราะไหล่ทั้งสองเพื่อประครองร่างกลางอากาศก่อนที่ยักษ์สีขาวนั้นจะหันมายิงโจมตีใส่ซึ่งเธอก็ได้ควงเคียวในมือของเธอเพื่อป้องกันการโจมตีเอาไว้พร้อมกับร้องเพลงออกมา


[Tenshin purasu ranman kakeru Jū teion buppa Death Kawai sa amatte niku wo tabetai Shōjo no sanjō Death] 

 

ชิราเบะได้กางใบเลื้อยขนาดใหญ่จากเกียร์ที่หัวของเธอออกมาเป็นโล่ห์ป้องกันให้กับฮิบิกิซึบาสะและคานาเดะที่อยู่ข้างหลังของเธอก่อนที่ทั้งสองจะดีดตัวออกด้านข้างเพื่อกระจายให้ศัตรูสับสน

 

แต่ทางชิราเบะที่กำลังพุ้งลงมาได้มีหนวดนึ่งพุ้งเข้าอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันระวังตัวแต่คิริกะได้เข้ามาปกป้องเอาไว้แล้วปัดออกแต่มันก็ได้พุ้งกลับมาโจมจีใส่อีกครั้งแต่โชคยังดีที่คานาเดะที่เปลี่ยนมาอยู่ในร่างบรีสซิ่งกาเมลบินพุ้งเข้ามาป้องกันทั้งสองเอาไว้


[ Eguri chirashi ōkama taifūn Me ga mawaru kedo enya kora sa Nichiya ganbaru Death ]

 

พอมาถึงพื่นเหล่าหนวดพวกนั้นก็ได้พุ้งเข้ามาอีกครั้งคานาเดะได้รีบจุดเปลวไฟที่ปลายหอกทั้งสองด้านและฟันออกไปเป็นคลื่นเปลวไฟซัดหนวดพวกนั้นออกไป


" เจ้าหนวดน่ารังเกียจพวกนี้น่ารำคาญจริงๆเดส "


" ฉันจะดึงความสนใจเอาไว้ให้พวกเธอทุกคนพยายามฝ่าไปโจมตีให้ได้ " คานาเดะได้หันไปบอกกับพวกฮิบิกิก่อนจะบินขึ้นไปบนฟ้าแล้วปล่อยซอร์ดบิสทั้ง4อันออกมาแล้วบินพุ้งออกไปเพื่อเป็นตัวหลอกล่อยักษ์สีขาวให้ไม่สนใจทีเหลือ

 

[ Kessen no Fight song kasane au uta ga Don'na takai kabe mo kirikizande mirai wo tsukuru "Yume wa makenai" Tsuyoi Love de tsukkire ]

 

" ทางเราที่เคลื่อนไหวสะดวกได้เปรียบกว่า เริ่มจากค่อยๆ ลดระยะห่างเข้าไปดูเชิงก่อน ทำได้ใช่มั้ย " ซึบาสะได้บอกแผนให้กับทั้งสามฟังซึ่งชิราเบะและคิริกะที่เห้ฯว่าซึบาสะกับมาเป็นปกติแล้วก็รู้สึกดีใจอย่างมาก

 

" ค่ะ / เดส "

 

เวลาเดียวกันทางด้านของโร๊คและกรีสที่หันหลังชนกันก่อนจะมองไปที่คู่ต่อสู้ของตัวเองที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับเงยมองไปบนฟ้าที่เห็นคนานเดะที่กำลังเป็นตัวล่อให้กับยักษ์สีขาวบนยอดซากปราสาทอยู่อีกด้วย


[ Ready go! Mijuku gimi de mikansei de dakedo nigenai Shinji tsumuide koeta namida ima, hoshi ni ]


" ด้วยเหมือนว่าพวกเราจะมาเสียเวลากับตรงนี้ไม่ได้อีกแล้วละ เอาม้วนเดียวจบเลยไอ้หนวด "


" ไม่ต้องบอกกับทำอยู่แล้วไอ้มันฝรั่ง "


[ Single Ice Twin Ice / Gabu-Gabu-Gabu ] 


" เผาไหม้เปลวเพลิงในใจ...แล้วจัดการพวกแกซะ "


" จงเสียสละเพื่อความถูกต้องซะเถอะ "


โอเมก้าและซิกม่าที่ไม่รีรอก่อนจะพุ้งเข้าโจมตีใส่กรีสกับโร๊คพร้อมกันทั้งสองด้านซึ่งกรีสและโร๊คเองก็ไม่ได้มีท่าทางจะป้องกันหรือหลบแม้แต่น้อย


[ Ready Go? ]


[ Galcial Finish Baki-Baki-Baki-Baki Bakin!!! ]


ร่างของกรีสที่ได้ปล่อยไอความเย็นติดลบออกมาทั่วตัวก่อนจนโอเมก้าที่วิ่งเข้ามาหาสัมผัสถึงความเย็นติดลบทำให้ขาทั้งสองที่กำลังก้าวเท้าอยู่หยุดนิ่งพร้อมกับค่อยถูกแช่แข็งจนมาถึงครึ่งตัว


" อะไรกันนะ!? " โอเมก้าที่พยายามขยับเพื่อสลัดน้ำแข็งที่ขาก่อนที่กรีสจะพุ้งไปบนฟ้าและไรเดอร์คิกใส่โอเมก้าเต็มๆจนร่างปลิวกระเด็นลงไปนอนกับพื้นพร้อมเข็มขัดที่พังเสียหาย



ขณะเดียวกันทางด้านของโร็คได้วิ่งพุ้งเข้าใส่ซิกม่าที่วิ่งเข้ามาก่อนที่ออร่าสีม่วงกับสีทองจะมาร่วมที่ขาทั้งสองข้างพอทั้งสองวิ่งใกล้จะถึงกันโร๊คก็ได้กระโดดใช้ทาทั้งสองล็อคที่ลำตัวพร้อมกับออร่าสีม่วงทองได้ก่อรูปกลายเป็ยหัวจระเข้ที่กำลังงับขย้ำร่างของซิกม่าอยู่


[ Prime Scarp Finish ] 


"  ไม่จริงน่าา!!! " ซิกม่าที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยไรเดอร์คิกของโร๊คก็ได้ดิ้นไปมาอย่างทรมาณโร๊คก็ยิ่งออกสบัดร่างของซิกม่าไปมาจนเกิดระเบิดทำให้ลงไปนอนกับพื้นแล้วคืนร่าง " เจ้าพวกนั้นเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาแท้ๆ...พวกแกเป็นใครกันแน่!? "


" พวกแกนะ....อย่ามาดูถูกพวกเรามาสไรเดอร์นะเฟ้ย!! " กรีสที่ยืนอยู่กับโร๊คก่อนจะเอามือโรบอทชี้ไปที่จุนที่นอนหมดสภาพอยู่ที่พื้น


[ Yami wo terase ima kono toki kibō, hikari sasae ni Matteru hito ga...! Issho ni yukou TWIN-HEART ]

 

ทางด้านของคิริกะได้พุ้งเข้าประชิดตัวร่างยักษ์เด็กสีขาวสำเร็จแล้วเอาเคียวอีกเล่มออกมาฟันปัดหนวดพวกนั้นก่อนจะนำเคียวสองอันรวมกันเป็นกรงจักรสีเดียวพร้อมโซ่ตรวณที่มือของเธอเหวี่ยงออกไป


 

 

กรงจักรของเธอได้พุ้งเข้าโจมตีใส่หนวดข้างนึ่งของศัตรูจนมันขาดได้สำเร็จแต่มันก็ฟื้นสภาพกลับมาได้อย่างรวดเร็วแล้วพุ้งเข้าโจมตีใส่คิริกะที่เป็นเป้านิ่งเต็มๆจนเธอกระเด็นลงไปนอน

 

" คิริจัง!? " ชิราเบะได้หันไปมองคิริกะทีนอนอยู่ที่พื้นจะเข้าไปช่วยแต่ก็ได้มีหนวดเส้นอื่นเข้าขัดขว้างทำให้ไม่สามารถเข้าช่วยได้แต่โชคยังดีคานาเดะที่ได้บินลงมาพร้อมนำซอร์ดบิททั้งสอง4มาประกอบร่วมกับหอกและจุดเปลวไฟที่ปลายหอกยื่นออกแล้วตวัดฟันหนวดพวกนั้นจะขาดสะบั้น


" คุณคานาเดะ!!! "

 

" ถ้าหากว่า.....เจ้านั้นมีพลังพระเจ้าละก็พวกเราเองก็มีทั้งหอกและกำปั้นที่สามารถฆ่าพระเจ้าได้อยู่ " คานาเดะพูดจบศัตรูก็ได้งอกหนวดอันใหม่ออกมาและโจมตีซ้ำอีกครั้งแต่ฮิบิกิก็ได้พุ้งข้ามหัวทั้งสองเข้ามาชกเข้าใส่หนวดอันนั้นไว้ก่อนด้วยพลังหมัดของเธอก็สามารถทำให้หนวดนั้นแจกสลายไม่สามารถฟื้นสภาพได้

 

" อ้ากกกก!!! "

 

" ฮิบิกิ!! "

 

" ไม่ยอมแพ้หรอก.....ฉันนะจะต้องไปเจอมิคุ......อีกครั้งให้ได้!!! " ฮิบิกิได้ระเบิดพลังออกมาจนทำลายหนวดทั้งหมดได้เเต่ก็แลกกับภาระหนักจนทำเอาเธอยืนไม่อยู่แต่คานาเดะก็ได้เข้าไปรับร่างเอาไว้ได้ทันก่อนที่ฮิบิกิจะคืนร่าง 


" ทำใจดีๆเอาไว้นะคุณฮิบิกิ " คิริกะได้รีบเข้ามาหาฮิบิกิทันที


" ไม่เป็นไร....ไม่ต้องห่วง " ฮิบิกิได้พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนเพลียก่อนที่ชิราเบะจะเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วงอีกคน

 

" เข้าใจว่าอยากเจอ....แต่ว่าอย่าฝืนตัวเองขนาดนี้สิคะ " ชิราเบะได้รีบเข้าไปหาทันทีก่อนที่คิลบัสได้หันไปมองเห็นพวกฮิบิกิที่มาอยู่ร่วมกัน


ด้านคิลบัสที่ตอนนี้ได้เจ้ารับมือกับกรีสและโร๊คที่วิ่งตรงเข้ามาหาจึงได้
เหวี้ยงร่างของอีโวลต์ที่โดนขาแมงมุมของตัวเองทิ้มทะลุกลางอกอยู่อัดใส่โร๊คจนกระเด็นลงไปนอนทั้งคู่แล้วหันไปรับมือกับกรีสแทนก่อนจะถูกจับด้วยมือโรบอท


" จับได้แล้ว!? "


" โห้ววว....จับเอาไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน " คิลบัสพูดจบก็ได้กำหมัดพร้อมรวบร่วมพลังเอาไว้แล้วชกเข้าที่กลางอกของกรีสไปทีนึ่งทำเอากรีสถึงกับยืนไม่อยู่แต่คิลบัสก็ได้ใช้มือที่ถูกกรีสกระชากขึ้นมายืนใหม่อีกรอบ " เป็นไรไป...ยืนรับหมัดฉันดีๆเสะ " คิลบัสที่พูดใส่กรีสก่อนจะรั่วหมัดชกเข้าใส่ไม่ยั่งก่อนที่หมัดสุดท้ายจะชกอัดเข้าไปเต็มแรงแขนจนร่างของกรีสปลิวกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบก่อนจะคืนร่าง


" อัก.. " 


" ย้ากกกก!!! " โร๊คได้วิ่งเข้าไปจะโจมตีใส่คิลบัสแต่ตัวเองกับถูกโจมตีส่วนกลับจนกระเด็นถอยออกมาไม่กี่ก้าวพอเงยหน้าขึ้นมาคิลบัสได้พุ้งมาทีร่างของโร๊คก่อนจะรู้สึกอีกก็ถูกใยแมงมุมของคิลบัสตรึงเอาไว้แล้ว " อะไรกันนะ? " 


" กลับไปอยู่ในน้ำดีๆอย่าได้สะเออะมาบนบกอีกละ " คิลบัสได้หันมาแล้วใช้ขาแมงมุมทั้พุ้งเข้าโจมตีใส่ร่างของโร๊คที่โดนตรึงอยู่ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นทำให้พวกคานาเดะที่อยู่อีกฝั่งของปราสาทรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจนหันไปมอง


" อะไรนะ ไอ้แรงสั่นสะเทือนนั้น? " ชิราเบะได้พูดขึ้นมาคนแรกก่อนที่หนวดของยักษ์สีขาวจะพุ้งเข้ามาอีกครั้งคานาเดะได้ว่างร่างของฮิบิกิลงและใช้หอกในมือฟันตัดหนวดพวกนั้นทิ้งทันที


" ทางนั้นต้องเป็นพวกบันโจแน่ ชิราเบะ คิริกะรีบไปดูสถานการณ์ทางนั้นทีฉันกับซึบาสะจะต้านตรงนี้เอาไว้ให้ได้เอง "


" รับทราบ "


" เข้าใจแล้วเดส "


ชิราเบะและคิริกะที่รับคำสั่งากคานาเดะก่อนจะมุ่งหน้าออกซึ่งยักษ์สีขาวนั้นก็ยังคงหันตามไปและจะโจมตีแต่ซึบาสะก็ได้ฟันคลื่นสายฟ้าออกไปเพื่อหลอกล่อให้หันมาสนใจ


" ไม่ยอมให้ไปขัดขว้างหรอก!? " ซึบาสะได้พูดขึ้นมาก่อนจะชูคาตานะของเธอขึ้นฟ้าก่อนที่ดาบแสงสีน้ำเงินจำนวนมากจะพุ้งลงมาจากฟ้าเพื่อโจมตีใส่ยักษ์สีขาวไม่ยั่งซึ่งดาบเหล่านั้นก็ถูกลำแสงจากปากของมันยิงทำลายทั้งหมดก่อนจะค่อยหันหัวเพื่อเบี่ยงลำแสงกวาดพื้นที่โดยรอบทั้งหมดซึบาสะที่เห็นแบบนั้นก็รีบหลบทันที


ยกเว้นคานาเดะที่หันไปเห็นฮิบิกิที่นอนหมดสติอยู่ที่พื้นเธอจึงยืนเป็นโล่ห์รับการโจมตีเอาไว้จนลำแสงได้หายไปก่อนที่ร่างของคานาเดะจะเข่าทรุดลงไปกับพื้นแล้วคืนร่างทันที


" คานาเดะ!? "


" อึก....เสร็จกัน!? " คานาเดะได้เงยหน้ามองดูหนวดจำนวนกมาที่กำลังพุ้งเข้าจะโจมตีใส่เธอที่คืนร่างแล้วแต่ก่อนที่หนวดนั้นจะมาถึงตัวเธอก็ได้มีบาเรียสีเงินขึ้นมาป้องกันเอาไว้พร้อมกับมิสไซล์จำนวนนึ่งได้ยิงเข้าใส่หนวดพวกนั้น


" เห้! ไม่เป็นอะไรนะ "  คริสได้ตะโกนขึ้นมาพร้อมกับมาเรียและเซเรน่าที่ตามมาสมทบ


" เกิดอะไรขึ้นกับคุณฮิบิกิเหรอคะ? " เซเรน่าจะเข้ามาดูอาการของฮิบิกิ


" แค่ฝืนตัวเองเกินไปเท่านั้นแหละ.... " คานาเดะได้พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงมากก่อนที่มาเรียจะเดินเข้าไปช่วยประคองร่าง

 

" ไม่ได้การแน่ขืนเสียไพ่ตายอย่างทาจิบานะไปพวกเราไม่มีทางโต้กลับได้แน่.....ต้องถอยกลับกลับไปตั้งหลักก่อน " ซึบาสะทีเห็นท่าทีไม่ดีจึงบอกให้ถอยโดยที่คริสเข้าไปหิ้วปีกฮิบิกิทันที

 

" ลุกไหวมั้ย.....กลับศูนย์กันเถอะ " คริสได้เอาไปแบกร่างฮิบิกิขึ้นมาทันทีและรียพาไปออกห่างจากบริเวณนี้ทันที


" เรียกศูนย์ รีบส่งเฮลิคอปเตอร์มารับคนเจ็บโดยด่วนค่ะ " เซเรน่าได้รียติดต่อไปยังศูนย์เพื่อขอความช่วยเหลือทันที


" อีก5นาทีเฮลิคอปเตอร์จะไปถึง...ช่วยรอก่อนนะ "


ขณะเดีวกันทางด้านของครอสได้เอาบีทโครเซอร์ฟันปะดาบกับนีโอไปมาก่อนจะหาจังหวะฟันส่วนกลับได้สำเร็จ


" ช่วยลงไปนอนเฉยๆทีเถอะ จิฮิโระ " ครอสพูดจบก็ได้หยิบเอาล็อคบอทเทิลขึ้นมาใส่กับบีทโครเซอร์แล้วดึงคันโยก3ครั้งรวด


[  SPECIAL TUNE ]


[ HIPPARE-HIPPARE-HIPPARE MEGA SLASH ] 


ปลายดาบของบีทโครเซอร์ได้ยิงโซ่ตรวณออกมาเข้าไปหมัดแขนและขาของนีโอเอาไว้ทำให้ไม่สามารถขยับได้พอครอสหันไปอีกที่ก็เห็นคิลบัสกำลังเดินตรงเข้าไปแพนโดร่าบ็อกซ์ช้าๆแต่อีโวลต์ได้ลุกขึ้นไปเข้าชาร์จกอดเอวดึงคิลบัสเอาไว้ก่อน


" จะไปไหนนะ...คิลบัสการาต่อสู้ของเรายังไม่จบสักหน่อย "


" พูดออกมาได้....หัดดูสภาพแกสะหน่อยเสะ " คิลบัสได้หันไปแกะมือของอีโวลต์ออกแล้วหันมาแล้วแทงเข่าอัดใส่จนอีโวลต์กระเด็นลงไปนอนกับพื้น " ลืมไปแล้วรึไง....ว่าแกนะไม่เคยชะนะฉันเลยแม้สักครั้งเดียวนะ...ไอ้น้องชายของฉัน "


" อีโวลต์!? " ครอสได้ตะโกนขึ้นมาทำให้คิลบัสหันไปหา


" ยังเหลือตัวน่ารำคาญอยู่อีกงั้นเหรอเนี่ย.... "


" ฉันไม่ยอมยกแพนโดร่าบ็อกซ์ให้แกหรอก!!! " ครอสได้ชกหมัดตัวเองพร้อมกับระเบิดพลังแม็กม่าออกมาจากร่างก่อนจะวิ่งพุ้งเข้าไปสู้ตัวต่อตัวกับคิลบัสทันที


"  ชิราเบะดูนั่น " คิริกะที่มาอีกฝั่งของปราสาทได้สำเร็จก็ได้เห็นครอสที่ต่อสู้อยู่คิลบัสอยู่และใกล้นั้นก็มีอีโวลต์นอนหมดสภาพอยู่ " ไรเดอร์สีแดงนั้น....ใช่หัวหน้าศัตรูรึเปล่าเดส? "


" คิริจังพวกเรารีบไปช่วยคุณคาซึมิกับคุณเก็นโทคุก่อนเถอะ " ชิราเบะได้หันไปบอกกับคิริกะก่อนจะพุ้งออกไปคนแรก

" อะ...อ่า ชิราเบะรอด้วยสิ! " 


คิลบัสที่ตอนนี้ไม่ยอมตอบโต้ครอสแม้แต่น้อยเอาแต่หลบการโจมตีอย่างเดียวก่อนจะยืนอ้าแขนเพื่อเชื่อเชิญครอสก็ได้สนองเข้าไปกระหน้ำรั่วหมัดเข้าใส่กลางอกของคิลับสไม่ยั้งอย่างสุดแรงแต่ว่าคิลบัสที่โดนไปขนาดนั้นแล้วนั้นยังคงยืนอย่างไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย


 " โกหกน่า...ไม่สะเทือนเลยรึไงนะ? "  


" ดูเหมือนจะรู้ผลแพ้ชนะแล้วละนะ.... " คิลบัสที่เห็นว่านี่คือที่สุดของพลังครอสแล้วจึงชกส่วนกลับด้วยพลังเต็มแรงทำเอาครอสโดนไปแต่ละทีก็แทบล้ม " พลังแค่นี้อย่าว่าแต่จะช่วยโลกเลย...แค่ตัวเองยังไม่รอดเลยด้วยซ้ำ!!! " คิลบัสได้ร่วมพลังทั้งหมดเอาไว้ที่มือและยิงอัดใส่ร่างของครอสในระยะเผาขนจนทำให้เข่าทรุดลงไปกับพื้นพร้อมกับคืนร่างทันที


" ริวกะ!!! " คาซึมิที่ถูกคิริกะแบกเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับเก็นโทคุที่มีชิราเบะช่วยประคองอยู่ข้างๆ


" ยัง....ยังหรอกนะ....ฉันนะยังไม่ได้แพ้สักหน่อย " บันโจได้รวบร่วมพลังใจและลุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะหยิบมัสเซิลกาแลคซี่บอทเทิลขึ้นมา


"ไอ้หนวดบอทเทิลนั้นมัน "


" หมอนั้นคิดจะใช้จริงๆงั้นเหรอ "


" อะไรนะบอทเทิลนั้น "


" เหมือนกับจีเนียสบอทเทิลของคุณเซ็นโตะเลย "


"โห้ววว....น่าสนุกดีนิน่าเอาสิ...แสดงให้ฉันได้ดูหน่อยพลังทั้งหมดของแก่นะ!!! " คิลบัสที่พอเห็นบอทเทิลแบใหม่ในมือของบันโจก็รู้สึกสนใจขึ้นมา


" เห้ยๆๆ....นายในตอนนี้นะยังใช้เจ้านั้นไม่ได้หรอก " อีโวลต์ที่นอนอยู่ที่พื้นได้พยายามห้ามบันโจเอาไว้แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ฟังแม้แต่น้อย


" หนวกหูน่า!!! จะหมู่หรือจ่าวัดกันไปเลย!? " บันโจได้เอามัสเซิลกาแลคซี่บอทเทิลใส่ลงไปในไดรฟเวอร์แต่หลังจากใส่ไปได้ไม่นานก็เกิดพลังงานของบอทเทิลไหลย้อนกลับจนเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจนบันโจล้มลงไปนอนกับพื้นพร้อมบอทเทิลกระเด็นหลุดออกมาจากไดรฟเวอร์ " ทะ....ทำไมละ อัก!!! "


" ดูเหมือนจะดิ้นร้นเปล่าประโยชน์น่า....เพราะงั้นตายซะเถอะ " คิลบัสได้เดินเข้าไปหาบันโจที่นอนอยู่ที่พื้นช้าๆพร้อมจะปิดชีพทันทีซึ่งทางพวกคาซึมิที่ดูอยู่ก็พยายามจะเข้าไปช่วยแต่ก็ไปไม่ทันคิลบัสได้เอาดริลครัชเชอร์ที่สร้างมาอยู่ในมือฟันลงไปแล้ว


บันโจได้รีบหลับตาเตรียมรับชะตากรรมแต่ว่ากับไม่รู้สึกว่าถูกฟันแม้แต่น้อยจึงลืมตาขึ้นแล้วเงยมองขึ้นไปพบบิลด์ที่เอาหอกกังกุงเนียร์มากันดริลครัชเชอร์เอาไว้ซะก่อน


" เซ็นโตะ!!!! "

 

" สภาพดูไม่ได้เลยนะ... " บิลด์ได้หันมาทักทายเล็กน้อยก่อนจะดันคิลบัสออกไปห่างๆจากบันโจก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ของS.O.N.Gที่บินอยู่เหนือหัวกำลังลอนลงมาเพื่อรับทุกคนโดยที่มาเรียได้เปปิดประตูออกมา


" ทุกคน...รีบหนีเร็วเข้า!? " มาเรียได้ตะโกนบอกกับทุกคนเป็นจังหวะเดียวกันที่นีโอได้ใช้พละกำลังตัวเองกระชากจนโซ่ขาดก่อนจะดึงที่มัดขาอีกเส้นแล้วลุกขึ้นหันไปมองพวกคาซึมิที่กำลังขึ้นเครื่องก่อนจะเห็นมาเรียได้กระโดดลงมาจากเครื่องกำลังวิ่งเข้าไปหาบันโจที่นอนอยู่ที่พื้น


" บันโจลุกไหวมั้ย? " มาเรียได้มาถึงตัวบันโจสำเร็จและแบกร่างของบันโจพร้อมเก็บมัสเซิลกาแลคซี่บอทเทิลกำลังเดินกลับไปที่เฮลิคอปเตอร์


" ไม่ยอมให้หนีหรอก!? " นีโอกำลังจะพุ้งเข้าไปคว้าหวังจะจับมาเรียกับบันโจแต่ว่าอีโวลต์ได้เข้ามาขัดขว้างนีโอเอาไว้ก่อนจะยิงพลังที่เหลือเพียงน้อยนิดซัดเข้าใส่ร่างของนีโอจนกระเด็นออกไปพร้อมกับคืนร่าง


" อีโวลต์!? "


" ให้ตายสิน่า....ทำไมฉันถึงต้องมาช่วยพวกมนุษย์แบบนี้ด้วย " อีโวลต์ได้บ่นกับตัวเองก่อนจะหันไปช่วยมาเรียแบกร่างของบันโจอีกแรงในขณะที่ตัวแบกแพนโดร่าบ็อกซ์มาด้วย


" ทำไมถึงช่วยฉันละ? " บันโจที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีโวลต์ทำจนถึงเฮลิคอปเตอร์


" สงสัยจะได้รีบเชื้อบ้าๆมาจากพวกแกละมั้ง.....เอานี้ไปด้วย " อีโวลต์ได้ยื่นแพนโดร่าบ็อกซ์ใส่เฮลิคอปเตอร์ก่อนจะหันไปมองทางด้านของบิลด์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับคิลบัสจนตัวตายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แถบยังถูกปัดอาวุธจนหลุดจากมือ


" เซ็นโตะรีบหนีกันก่อนเถอะ!!! " มาเรียได้ตะโกนบอกกับบิลด์ทันที


" ไม่...ฉันจะยื้อเจ้าพวกนี้เอาไว้แล้วก็จะพามิคุกับเอลฟไนท์กลับมาให้ได้...เพราะงั้นฝากแพนโดร่าบ็อกซ์ด้วย " บิลด์ได้หันไปบอกกับมาเรียเสร็จจนไม่ทันระหวังตัวก็ถูกคริลบัสใช้ดริลครัชเชอร์ในมือฟันเข้าใส่จนกระเด็นลงไปกลิ้งกับพื้น


" เซ็นโตะ!? " มาเรียที่กำลังจะลงไปช่วยแต่อีโวลต์ก็ได้จับร่างของเธอเอาไว้ก่อนจะผลักกลับเข้าไปในเฮลิคอปเตอร์ก่อนจะปิดประตูใส่ " คิดจะทำอะไรนะอีโวลต์!? "

 

" ก็พ่อพระเอกบอกนิให้หนีไปนะ " อีโวลต์ได้ตอบสั้นๆก่อนที่จะแบกสังขารเดินที่ด้านหน้า " รีบไปซะ...เดียวจะโดยสอยร่วงไม่รู้หรอกน่า " อีโวลต์ได้พูดขู่ใส่จนนักบินเริ่มกลัวรีบเอาเครื่องขึ้นทันที


" เดียวก่อนอย่างพึ่งเอาเครื่องขึ้นสิ!? " มาเรียได้หันตะโกนบอกกับนักบินแต่ดูเหมือนจะไม่มีทีท่าจะฟังเธอได้แต่มองดูบิลด์ทีถูกคิลบัสโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว 


" เลิกดิ้นร้นอย่าเงปล่าประโยชน์ได้แล้วคิริว เซ็นโตะ " คิลบัสได้เดินเข้าไปหาบิลด์พร้อมพูดด้วยเสียงคาซานาริ ฟุโด " เจ้าไม่เข้าใจรึไงว่าข้านั้นต้องการพลังที่จะสามารถปกป้องแผ่นดินแห่งนี้จากพวกสหรัฐและประเทศที่จะเป็นปรปักษ์กับญี่ปุ่นนะ ถ้าเป็นเจ้าละก็ต้องเข้าใจไม่ใช่รึไง "


" เลวร้ายสุดๆ....นี้ฉันจะต้องมาฟังอุดมการณ์ไร้สาระอีกแล้วเหรอเนี่ย " บิลด์ที่โดนให้ฟังอุดมการณ์เป็นครั้งที่สองก็ถึงกับบ่นออกมาแต่ก็ได้อีโวลต์ที่พุ้งเข้ามาชนจนคิลบัสกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น


" เลิกพล่ามได้แล้วมันรำคาญเข้าใจมั้ย " อีโวลต์ได้หันไปพูดใส่คาซานาริ ฟุโดที่กำลังคุมร่างอยู่ก่อนจะหันไปยื่นมือให้บิลด์ " เอาพ่อฮีโร่จะมั่วนอนทำไมกัน....เดียวหมดเท่ห์พอดี " อีโวลต์พูดล้อเล่นใส่ซึ่งบิลด์ที่รู้ตกใจอยู่เล็กน้อยพร้อมลังเลแต่ก็ยื่นมือไปจับมือของอีโวลต์และดดนดึงให้ลุกขึ้น


" เอาละ...ไปลุยกันเลยมั้ย "


" ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่า....ฉันจะร่วมมือกับแกแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น "


" คราบๆๆ....เย็นชาชะมัดเลยน่า "


บิลด์ทียังคงทำตัวเย็นชาใส่อีโวลต์เหมือนทุกทีแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้คิดอะไรก่อนจะหันไปมองคิลบัสที่ลุกขึ้นมาและคุมร่างตามเดิม


" หึหึหึๆๆๆ....เอาล่ะบอสหลังจากนี้ไปห้ามสะเออะออกมาอีกเข้าใจนะ...เพราะว่าจากนี้ไปจะเป็นเวลาสนุกของฉันละ " คิลบัสที่กลับมาคุมร่างก็ดูท่าทางจะเลือดร้อนกว่าทุกๆครั้งเมื่อเห็นบิลด์และอีโวลต์จะร่วมมือกัน


แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะเปิดฉากต่อสู้กันอีกครั้งร่างยักษ์สีขาวที่เป็นรูปะรรมของปลอกแขนแชม-ฮะส์ได้หันมาจุดที่พวกเขาอยู่และยิงลำแสงใส่ทั้งสามที่รีบหลบการโจมตีทันทีพอบิลด์และอีโวลต์ลงมาอยู่ที่พื้นกลายเป็นว่าจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่กับพังถล่มจนตกหายไปเหลือแค่คิลบัสเท่านั้น


" ให้ตายสิ....อดเล่นสนุกเลยดันมาสอดไม่เข้าเรื่องสะได้นะ " คิลบัสที่ดูจะไม่ชอบใจก่อนจะหันไปมองร่างรูปธรรมของปลอกแขนอย่างไม่สมอารมณ์ก่อนจะเดินจากไป



ณ ศูนย์บัญชาการS.O.N.G


หลังจากที่ทุกคนได้ถอยกลับมาพวกบันโจก็ได้ทำการรักษาแผลนอนอยู่ที่ห้องพยาบาลร่วมถึงคานาเดะด้วย


" ฮิบิกิคุงอาจจะได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่เห็นสะแล้วสิ.....แต่เพราะการตัดสิจใจซึบาสะให้ถอยออกมาทำให้ไม่เกิดความอันตรายไปมากกว่านี้ได้ " เก็นจูโร่ได้เป็นห่วงอาการของฮิบิกิแต่ก็ได้หันไปชมซึบาสะเช่นเดียวกัน

 

" ไม่หรอกคะ การปกป้องผู้อ่อนแอมันถือเป็นหน้าที่คะ..... " ซึบาสะที่ได้ยิ้มออกมาพร้อมพูดถึงหน้าที่ก็ทำให้มาเรียที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกแปลกๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

  

" หมอนั้น....จะเป็นอะไรรึเปล่านะจนตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลยด้วย " คริสที่กอดอกพร้อมพูดด้วยสีหน้าที่เป็นห่วงเช่นเดียวกับคนอื่นๆโดยเฉพาะมาเรียที่เป็นคนสุดท้ายที่ได้เห็นเซ็นโตะ

  

" ผบ. วิเคราะห์ข้อมูลที่คุณมาเรียและเซเรน่าจังขอมา เสร็จแล้วค่ะ " โทโมซาโต้ได้พูดแทรกการขึ้นมาพร้อมกับหันไปบอกกับเก็นจูโร่ทันที

 

" วิเคราะห์ข้อมูล? "

 

" ที่ว่าอะไรหรอเดส? "

 

" ฉันกับเซเรน่ารู้สึกคาใจกับเสียงที่ออกมาตอนทีปลอกแขนได้ตื่นขึ้นมา "

 

" จากการย่นระยะของสัญญาณของเสียงที่ว่าและใช่รูปแบบภาษากับเสียง.....ได้เป็นผลลัพธ์ที่เราคาดการได้ตามนี้ครับ " ฟูจิกาตะได้พูดพร้อมเอาช้อมูลขึ้นมอนิเตอร์ปรากฎเป็นสัญญาณเสียงสองอันก่อนจะจูนจนกลายเป็นเสียงเดียวกันซึ่งเป็นเสียงทำนองของเพลงApple

 

" เพลงนี้มัน......เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนมาก่อน " ชิราเบะที่รู้สึกคุ้นกับเสียงเพลงนี้รวมถึงคิริกะด้วย

 

" เพลงที่มาเรียกับเซเรน่าเคยร้องนิเดส "

 

" รู้จักด้วยหรอ? "

 

" ชื่อเพลงนี้คือ Apple เป็นบทเพลงเพียงนึ่งเดียวที่เป็นที่สืบทอดมาในแต่ละรุ่นและยังเป็นบทเพลงที่ค่อยระลึกถึงครอบครัวที่จากไปนะคะ...แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินจากปลอกแขนเลยคะ " เซเรน่าได้อธิบาย

 

" คงเพราะผิดเพี้ยนไป  แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพลงเดียวกับที่คุณมาเรียกับเซเรน่าจังร้องแน่นอนค่ะ "

 

" เพลงของอานูนากิฮัม....คือเพลงของบรรพบุรุษของมาเรีย "

 

" ปรากฎการเสียงสั่นพ้องกังวานในเหตการณ์ฟรอนเทียร์...จะให้เรียกว่าเป็นปาฎิหาริย์ก็คงได้แต่ถ้าหากว่าเพลงของมาเรียคุงเป็นตัวกระตุ้นละก็จะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอยู่แน่ การเคลื่อนไหวของศัตรูที่ไม่แน่ชัด.....แต่ตามทีเข้าใจแล้วมีสิ่งเดียวเท่านั้น สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้นั้นคือการช่วยเอลไนท์และมิคุคุงที่ถูกจับตัวพร้อมกับเซ็นโตะคุงที่ติดอยู่ที่ฐานที่มั่นของศัตรู "



เวลาเดียวกันทางด้านของเอลซ่าและมิลาร์คที่เห็นพลังการทำลายทั้งหมดของยักษ์สีขาวก็รู้สึกตกตะลึงอย่างมากพร้อมกับข้างๆนั้นมีฮารูกะ จุนและจิฮิโระที่พวกเธอได้แอบบไปช่วยพาออกมา


" อ้ากก...เจ็บๆให้ตายสิเจ้าบิลด์นั้นหมัดหนักชะมัด " จินที่หลังจากดดนบิลด์เล่นงานที่รู้สึกปวดตามตัวก็ได้นั่งบ่นออกมาหยิบไข่ต้มที่เตรียมเอาไว้ขึ้นมากินก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องทำให้ทุกคนหันไปก็พบกับวาเนสซ่าที่ได้เปลี่ยนแขนขวามาใหม่

 

" วาเนสซ่ากลับมาแล้วหรอคะ "

 

" โทษทีน่าที่ภารกิจล้มเหลว...แล้วทางนี้เป็นไงบาง " วาเนสซ่าที่มาถึงก็ได้รายงานว่าภารกิจตัวเองล้มเหลวก่อนจะถามถึงสถานการณ์ของทางนี้

 

" การดึงพลังของพระเจ้าออกมาเป็นไปอย่างราบรื่น....แต่เพราะมันมีมากกว่าที่คำนวณเอาไว้มากเลยจำเป็นต้องระบายออกฉุกเฉินก็เลยออกมาในสภาพแบบนี้แหละ " มิลาร์คที่อธิบายสถานการณ์ทางนี้ให้ฟัง


" ไอ้ยักษ์สีขาวนั้นก็มาจากผลพ้วงของพลังปลอกแขนแชม-ฮะส์งั้นเหรอ " จุนได้พูดขึ้นโดยมีจิฮิโระทำแผลไปด้วย

 

" เพราะรีบดำเนินการโดยไม่คิดเผื่อเอาไว้เลยสินะ.... " วาเนสว๋าที่พอได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับกอดอกกุ้มขัมบทันที

 

" คิดว่าไม่นานที่นี้คงต้องถูกเจอแน่....ที่พลังของพระเจ้าไปขัดขว้างพวกซิมโฟเกียร์ไว้น่าจะเป็นผลดีกับพวกเรานะคะ "


" ผลดีงั้นเหรอ....คิดเหรอว่าข้าคนนี้จะยอมรับกับผลลัพท์แบบนี้นะ " เสียงนึ่งได้ตะโกนขึ้นมาทำเอาทุกคนในห้องถึงกับหันไปมองก็พบกับคิลบัสทีเดินเข้าพร้อมกับคืนร่าง " เป็นเพราะความไม่ได้เรื่องของพวกแกที่ทำให้พวกนั้นรู้ตำแหน่งที่ซ่อนที่นี่....และยังทำให้เสียแพนโดร่าบ็อกซ์ไปอีก!!! "


ฟุโดที่ตะหวาดเสียงใหญ่ขึ้นมาทำให้ทุกคนไม่กล้ามีปากเสียงยกเว้นจินที่ยังคงนั่งกินไข่ต้มหน้าตาเฉยเหมือนว่าภายในห้องไม่มีอะไรเกิดขึ้น


" แต่ว่าเรื่องในคราวนี้ทำให้ข้าได้เห็นพลังส่วนนึ่งของพระเจ้าข้าจะทำเป็นไม่สนใจความผิพลาดในครั้งนี้แล้วกัน.....แต่ว่ามีอย่างนึ่งที่ข้าต้องลงโทษ " ฟุโดพูดจบก็ได้หันมือไปทางฮารูกะและจุนก่อนจะมีหนวดสองเส้นพุ้งเข้าแทงกลางอกทั้งสอง


" อึก.....อ้ากกกก!!! " ทั้งสองได้กรีดร้องออกมาอย่างทรมาณหลังจากที่ถูกหนวดของฟุโดแทงเช้ากลางอกและได้ฉีดพิษร้ายแรงเข้าใส่จนมันค่อกัดกินทุกอย่างจนในที่สุดร่างของทั้งสองก็ได้สลายหายไป


" ข้าเคยบอกแล้วว่าผู้ที่ทำงานผิดพลาดก็จะต้องแลกมาด้วยชีวิต.....จากนี้ไปหากใครทำภารกิจผิดพลาดก็จะลงเอ๋ยเหมือนสองคนเมื่อกี้ " ฟุโดได้ขู่กับทุกคนนั้นทำเอาทุกคนหน้าเจื้อนทันนที่ยกเว้นจิน


" เห้ๆๆ....บอสอย่าขู่อะไรขนาดนั้นสิคนเขากลัวกันหมดแล้ว " จินได้หันไปบอกฟุโดให้หยุดกดดันคนอื่นแล้วหันไปหามิลาร์๕ที่เหมือนจะยังตัวสั่นอยู่ " เธอนะรีบเก็บกวาดสัมภาระจุกจิกนั้นได้แล้วละ....มันรกหูรกตานะ "

 

" อะ...อ่าเข้าใจแล้ว " มิลาร์คที่ดูเหมือนจะตั้งสติได้แล้วก่อนกจะเดินเข้าไปจัดการฆ่าเอลฟไนท์ที่สลบอยู่ที่พื้น

 

" เดี๋ยวก่อนสิมิลาร์คจัง " วาเนสซ่าได้เดินเข้ามาห้ามเอาไว้ซะก่อนทำให้มิลาร์คได้หยุดมือของเธอเอาไว้

 

" ทำไมเหรอวาเนสซ่า? "

 

" พอดีว่าอยากจะทดสอบแขนขวาอันใหม่สะหน่อยนะ  นานๆทีขอแสดงความเป็นพี่สาวหน่อย " ทีมือขวาของวาเนสซ่าที่เกิดเเรงสั่นมหาศาลเหมือนจะทะลุทะลวงเหมือนสว่านได้เดินเข้าไปมาเอลฟไนท์

 

" ก่อนที่พลังของพระเจ้าจะรวมตัวสมบูรณ์คงต้องใช่เวลาอีกสักหน่อย เพื่อไม่ให้มาจัดขว้างถึงจะตัวเล็กนิดเดียวก็คงจะต้องจัดการเท่านั้น " วาเนสซ่าพูดจบก็แทงมือขวาลงแต่เอลฟไนท์ได้ลืมตาแล้วกลิ้งหลบออกอย่างหวุดหวิดทำให้มือทะลวงไปทีพื้นแทน

 

" ยัยนี้ได้สติแต่แรกเเล้วหรอ "

 

" ต๊าย ตาย ทั้งๆทีตัวเอง เป็นต้นตอของภัยที่กำลังคุกคามแท้ๆ ไม่คิดหรอว่าอยู่ต่อไปก็ทรมาณใจเอาซะเปล่าๆหรอ? "

 

" ถ้าเป็นเราเมื่อก่อนละก็ต้องคิดแบบนั้นแน่....แต่ว่าด้วยร่างกายนี้ที่คนสำคัญได้มอบให้มา ตอนนี้ไม่มีทางยอมให้มันหายไปหรอกฮะ!!! "

 

" งั้นหรอ....แต่มันก็น่าเสียดายคงจะไม่ได้ละน่า "  วาเนสซ่ากำลังจะเดินเข้าไปจัดการกับเอลฟไนท์อีกครั้งแต่จู่ๆก็ได้มีร่างนึ่งที่พุ้งเข้ามาขว้างเธอกับเอลฟไนท์เอาไว้และใช้ฝ่ามือผลักร่างของอวาเนสซ่ากระเด็นออกมา " อะไรอีกละเนี่ย? "

  

" คุณเซ็นโตะ.... " เอลฟไนท์ได้มองไปที่ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่สีผมค่อยๆกลายเป็นสีขาวพร้อมกับดวงตาที่กลายสีแดงขึ้นมา


นิยาย Kamen rider Build & Symphogear XD Unlimited > ตอนที่ 22 : EV1-6  พลังที่ถูกปิดผนึก : Dek-D.com - Writer

 

" นี้เจ้า.... " ฟุโดที่เหมือนจะดูออกว่าคนที่ยืนยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่เซ็นโตะเพียงคนเดียว


----FLASH BACK----


หลังจากที่เซ็นโตะและอีโวลต์ได้ตกลงมาข้างในปราสาทที่ไหนไม่รู้ซึ่งเซ็นโตะที่นอนหมดสติอยู่ก็ค่อยๆรู้สึกตัวก่อนจะพยายามค่อยๆยันตัวให้ลุกขึ้นและกวาดสายตามองไปรอบๆ


" นี่เราอยู่ที่ไหนกันแน่นะ "


" ในที่สุด....ก็ตื่นสักทีน่าพ่อฮีโร่ " เสียงนึ่งได้พูดขึ้นมาจากข้างๆเซ็นโตะได้รีบหยิบบิลด์โฟนชขขึ้นมาเพื่อเปิดไฟฉายส่องไปตามเสียงพบร่างของอีโวลต์ที่โดนกองเศษหินจำนวนมากทับท่อนล่างเอาไว้ได้แต่นอนอยู่แบบนั้น


" อีโวลต์.....นี่นายช่วยชีวิตฉันเอาไว้งั้นเหรอ "


" ใจจริงก็ไม่อยากจะช่วยหรอกนะ....ไม่รู้สิร่างกายมันขยับไปเองสงสัยฉันคงจะบ้าไปแล้วละมั้ง " อีโวลต์บ่นพึมพำออกมาก่อนจะนอนกางแขนออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง " ดูสภาพสิตอนนี้พวกเราถูกขังอยู่ที่ไหนสักแห่งในปราสาทแถมบางทีอาจจะถูกคิลบัสกำจัดก็ได้เป็นชีวิตในโลกใหม่ที่ไม่ค่อยสวยจริงๆ "


" พูดตัดพ้ออะไรของนายนะ...ไม่สมกับเป็นนายเลย " เซ็นโตะที่รีบพูดแทรกก่อนจะฟังอีโวลต์พูดตัดพ้อไปมากกว่านี้ก่อนจะเดินไปที่กองเศษซากหินที่พังปิดทางเอาไว้อยู่ " เชิญนอนตัดพ้อไปคนเดียวเถอะ....ฉันจะไปช่วยมิคุกับเอลไนท์ให้ได้ "


" คิดเหรอว่าตัวคนเดียวจะเอาชนะคิลบัสได้นะ.....มีแต่ตายกับตายเท่านั้นเลยไม่ใช่รึไง "


" ต่อให้เป็นแบบนั้น....ฉันก็จะสู้เพราะว่าฉันมีสิ่งที่ต้องปกป้องยังไงละ " 


" หึหึๆๆๆ....ฮ่าห์ๆๆๆให้ตายสินายไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆน่า ไม่ว่าจะตอนไหนก็เอาแต่พูดเรื่องไร้สาระอย่างความถูกต้องหรือสิ่งที่ปกป้องเนี่ย... " อีโวลต์ได้แต่หัวเราะออกมาดังลั่นก่อนจะเห็นเซ็นโตะที่เดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขา " มีอะไร....หรือว่านายคิดจะจัดการฉันในตอนนี้ละ....ถ้าเป็นแบบนั้นละก็นี่เป็นโอกาสแล้วน่า "


เซ็นโตะไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะพุบเข่าลงไปกับพื้นก่อนจะยื่นมือไปหาอีโวลต์ซึ่งเจ้าตัวที่เห็นถึงกับงง


" ทำอะไรของนายนะ "


" เข้ามาในร่างของฉันซะ....สภาพของนายในตอนนี้นะแค่สู้กับนอยท์ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ "


" ถ้าเกิดว่าฉันเข้าสิงนายแล้วออกไปอาละหวาดจะทำยังไงละ "


" ฉันนี่แหละจะเป็นคนหยุดนายเอง "


" ฮ่าห์ๆๆๆๆๆ น่าสนุกดีนิน่าถ้างั้นฉันเอาด้วย!!! " อีโวลต์รู้สึกสนใจในสิ่งที่เซ็นโตะพูดก่อนจะตอบตกลงแล้วยื่นมือไปจับมือของเซ็นโตะเอาแน่นแล้วเปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นของเหลวเข้าไปในร่างของเซ็นโตะและดวงตาที่กลายเป็นสีแดง


----FLASH BACK END----


" นี่เจ้ายอมร่วมมือกับปีศาจที่เคยคิดจะดูดกลืนโลกใบนี้เลยงั้นเหรอ....คิริว เซ็นโตะในฐานะมนุษย์แล้วข้าผิดหวังในตัวเจ้าอย่างมากเลย"


" แม้ๆๆ ไอ้คนที่ยอมร่วมมือกับคนที่ไล่ทำลายล้างดวงมามากมายอย่างแกนะไม่สมควรพูดแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ " อีโวลต์ได้พูดหยอกย้อนใส่ทำเอาฟุโดนิ่งเงียบไม่พูดอะไรก่อนที่บิลด์ไดรฟเวอร์จะมาปรากฎที่เอว


" ข้าจะมไ่ยอมให้พวกเจ้ามาขัดขว้างกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว "  ฟุโดพูดจบจินและจิฮิโระก็ได้เดินมาล้อมด้านของอีโวลต์กับเอลฟไนท์เอาไว้ก่อนจะหยิบเข็มขัดของตัวเองขึ้นมาสวม


[ KILLBUS SPIDER ]


[ ARE YOU READY?]


" แปลง.....ร่าง "


[ SPIDER-SPIDER-SPIDER KILLBUS SPIDER ]


" อามะซอน!!! "

[ ALPHA /  NEO ]


ทั้งสามได้แปลงร่างเตรียมรับมือพร้อมกับวาเนสซ่า มิลาร์คและเอลซ่าเองก็เข้ามาเสริมทำให้ตอนนี้อีโวลต์และเอลฟไนท์ถูกล้อมเอาไว้ทุกด้าน


" จัดเต็มกันยกใหญ่เลยนิน่า....ถ้างั้นทางนี้เองก็คงต้องลุยบางละน่า " อีโวลต์ได้เอามือเข้าไปในร่างก่อนจะดึงแรบบิทอีโวลต์บอทเทิลออกมาพร้อมกับเอาอีโวลต์ไดรฟเวอร์ขึ้นมาสวม


[ RABBIT RIDER SYSTEM EVOLUTOIN! ]

 

[ ARE YOU READY? ]

 

" แปลงร่าง "

 

[ RABBIT RABBIT EVOL RABBIT  HA HA HA ]

 

 GIF - GIFs


" เฟส 3 เสร็จสมบรูณ์ " อีโวลต์ได้พูดเสร็จมิลาร์คและนีโอก็ได้พุ้งเข้ามาโจมตีจากข้างหน้าและด้านหลังแต่อีโวลต์ก็ได้ใช้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วหลบออกมาพร้อมคว้าร่างของเอลฟไนท์มาด้วยทำให้นีโอและมิลาร์คต้องหยุดการโจมตีของตัวเองก่อนจะจะโดนกันเอง " โอ้ะ..โอ้ววว เสียมารยาทนะตรงนี้ยังมีแม่หนูน้อยไร้ทางสู้อยู่ด้วยนะ "


" นะ...นี่คุณไม่ใช่คุณเซ็นโตะหรือว่าจะเป็นอีโวลต์ "


" ถูกต้องจ้ะ....เอาละเอาไว้คุยที่หลังรีบไปหาที่หลบสะน่า " อีโวลต์ได้หันไปมองบอกกับเอลฟไนท์ให้หลบไปก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาพวกคิลบัสพร้อมบิดแขนไปมา


" ในเมื่อเจอจำนวนเยอะแบบนี้ก็ต้องใช้อากาโทลัม " เซ็นโตะที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบก่อนจะเลือกบอทเทิลเพื่อรับมือสถานการณ์ก่อนจะบอกกับอีโวลต์


" รับทราบ " อีโวลต์ได้หยิบอากาโทลัมบอทเทิลขึ้นมาตามที่เซ็นโตะบอกแล้วใส่ลงไปแทนทีแรบบิทอีโวลต์บอทเทิล


[ Airgetlám Rider System] 


[ Creation Airgetlám Finish]

 

สิ้นเสียงที่แขนซ้ายของอีโวลต์ปรากฎอาร์เมอร์เกียร์อากาโทลัมขึ้นก่อนที่ที่เกราะแขนจะเปิดออกพร้อมด้ามจับของดาบอีโวลต์ได้ดึงออกมาเป็นดาบสั้นอากาโทลัมพร้อมกับมีดอีกจำนวนมาพุ้งเข้าโจมตีใส่พวกคิลบัสอย่างรวดเร็วจนต่างคนต่างกระโดดหลบไปคนละทาง


อีโวลต์ได้พุ้งเข้าไปหานีโอเป็นคนแรกก่อนจะกระหน้ำโจมตีใส่ไม่ยั่งจนนีโอต้องตั้งการ์ดเพื่อป้องกันโจมตีจากด้านหน้าอีโวลต์จึงเอี่ยวตัวเปลี่ยนมาอยู่ข้างหลังก่อนจะชกอัปเปอร์คัตเข้าที่กลางหลังจนร่างนีโอกระเด็นไปบนกลางอากาศ


" ทำไมกัน....ทำไมถึงเร็วแบบนี้!? " นีโอที่กำลังตกตะลึงกับความเร็วของอีโวลต์ตอนนี้โดยที่ไม่ทันรู้สึกตัวว่ากำลังถูกอีโวลต์เอาเรลกันเล่งอยู่ก่อนกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้วอีโวลต์ได้ยิงซัดร่างของนีโออัดกับเพดานไป


" อย่าได้ใจให้มันมากนักนะ!? " มิลาร์คได้บินพุ้งเข้าไปใส่ก่อนจะหุบปีกและเปลี่ยนขาทั้สองเป็นขาปีศาจเตะขาคู่ซัดใส่ร่างของอีโวลต์จนกระเด็นออกไปแต่อีโวลต์ก็ทรงตัวได้ก่อนที่อัลฟ่าจะลอบโจมตีจากข้างหลังอีโวลต์รีบหันไปก่อนจะยกดาบสั้นขึ้นมาป้องกันเอาไว้


" ลอบกัดงั้นเหรอ....ไม่แมนเลยนะพวก "


" ในเวลาแบบนี้ใครพลาดก็ตายเท่านั้น!!! "


" งั้นเหรอ...ถ้างั้นทางฉันเองก็ขอคืนคำเหมือนกัน " อีโวลต์ได้คืนคำของอัลฟ่ากลับก่อนจะแอบเนียนเอาอากาโทลัมบอทเทิลออกและใส่อิจีว่าบอทเทิลแทน


[ Ichival Rider System ]


[ Creation Ichival Finish ]


อาร์เมอร์เกียร์อากาโทลัมหายไปก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นครอสโบว์อิจีว่าที่มือทั้งสองของอีโวลต์แล้วกระหน้ำยิงเข้าใส่อัลฟ่าที่อยู่ในระยะเผาขนไม่สามรถหลบได้ก็โดนเข้าไปเต็มๆจนกระเด็นอัดกับกำเเพงของห้อง


" เอาไปกินซะ!? " วาเนสซ่ากระหน้ำยิงมิสไซล์ที่แขนและขาทั้งหมดเข้าใส่อีโวลต์เพียงคนเดียวซึ่งอีโวลต์ก็ได้หันไปครอสโบว์ในมือทั้สงอสกระหน้ำยิงเพื่อสอยมิสไซล์ทั้งหมดก่อนจะเปลี่ยนเป็นแกทลิ้งกวาดยิงใส่จนมิสไซล์ระเบิดก่อนจะมาถึงตัว


" ฮ่าาาา!!! " เอลซ่าได้พุ้งทะลุม่านควันจากมิสไซล์และใช้หางปีศาจ์ที่เป็นรูปมือเข้าโจมตีอีโวลต์ก็รีบกลิ้งหลบออกด้านข้างมิหนำซ้ำมิลาร์คได้ใช้ปีกของเธอเป็นบูมเมอร์แรงโยนเข้าใส่

  

" ระวังข้างหลังฮะ!!! " เอลฟไนท์ได้ตะโกนเตือนขึ้นมาทำให้อีโวลต์ได้หันไปยิงเข้าใส่จนบูมเมอร์นั้นระเบิดแต่ก็พลาดท่าถูกคิลบัสยิงใยเข้าใส่มือและขาตรึงเอาไว้กับพื้นก่อนที่เจ้าตัวจะพุ้งเข้าชกเข้าใส่จนอีโวลต์ปลิวกระเด็นลงไปนอนกับพื้น " คุณเซ็นโตะ คุณอีโวลต์ " เอลฟไนท์ได้รีบวิ่งเข้าไปหาอีโวลต์ทันที


" แม้ๆๆ....อีโวลต์ทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องแพ้ฉันก็ยังอุตว่าห์โผล่ออกมาให้ฆ่าแบบนี้....ช่างเป็นน้องสายที่เด็กดีอะไรอย่างนี้ "

 

" พูดบ้าอะไรของนายนะคิลบัส....ที่ฉันมาที่นี่ไม่ได้มาให้นายฆ่าสะหน่อย...ก็แค่มาช่วยแม่หนูนี้กับเด็กสาวที่แกจะเอาเป็นภาชนะพลังพระเจ้าของแกก็เท่านั้นเอง "


" นี่แก....อยู่บนดาวดวงนี้เยอะจนเพี้ยนไปแล้วงั้นเหรอ? "


" ก็อาจจะใช้ละน่า....ฉันในตอนนี้นะต่อสู้เพื่อปกป้องมนุษย์ที่เคยคิดจะทำลายยังไงละ "

 

 เอลฟไนท์และคิลบัสถึงกับอึ่งไปกับสิ่งที่อีโวลต์พูดออกมาจากปากไม่แม้แต่เจ้าของร่างอย่างเซ็นโตะก็ไม่ต่างกันจนคิลบัสถึงกับกลั่นขำเอาไว้ไม่อยู่


" หึหึ....ฮ่าห์ๆๆๆๆ ห๊าาา ตลกๆ ตลกจริงๆ!!! ฮ่าห์ๆๆ!!! " คิลบัสได้ขำยกใหญ่จนทำเอาวาเนสซ่ามองไปที่คิลบัสด้วยสีหน้าแปลกๆจนหยุดหัวเราะ " เน่...วาเนสซ่าจัดการพวกมันสองคนได้แล้วละ "


" รับทราบ... " วาเนสซ่าได้ขานตอบคิลบัสก่อนจะยกแขนขวาขึ้นมาเปลี่ยนเป็นโหมดดาบสั่นแรงสูงแล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาอีโวลต์และเอลฟไนท์ช้าๆ " เอาล่ะ....มาต่อกันเถอะคราวนี้ไม่พลาดแน่ " วาเนสซ่าพูดขู่ออกมาพร้อมขาที่ก้าวเดินเข้าไปใกล้ทั้งสองเรื่อยๆจู่เอลฟไนท์ก็ได้ออกมายืนขว้างอีโวลต์เอาไว้

 

" เอลฟไนท์ !? "


" แม่หนูคิดจะทำอะไรนะ!? " 


" เรานะ...เรานะไม่อยากจะหนีอีกแล้ว!!! " เอลฟไนท์ตะโกนออกมาสุดเสียง


" ถ้าอยากตายเป็นคนแรกละก็....จัดให้!! " วาเนสซ่าได้เตรียมจะแทงใส่เอลฟไนท์ทันทีแต่ก่อนที่มือของวาเนสซ่าจะพุ้งทะลวงร่างของเอลไนท์ไปจู่ๆก็ได้มี
ดาบเล่มนึ่งมากันเอาไว้ซะก่อนซึ่งเอลฟไนท์ลืมตามองอย่างตกใจตกใจร่วมถึงอีโวลต์และเซ็นโตะเองก็เช่นกันคนที่มาช่วยพวกเขาคือออโต้สคอร์ ฟาร่า


 

 

" อะ....อะไรกันนะ? "

 

" ซอร์ด เบรกเกอร์ ถ้าหากว่าสิ่งคุณกวัดแกว่งเป็นดาบละก็ " ฟาร่าที่ฟาดฟันพร้อมกับสายลมใส่กจนวาเนสซ่าถอยหลังออกมาเเละมือขวาของเธอก็ระเบิดพังอีกครั้ง

 

" 2ครั้งในวันเดียวเลยงั้นหรอ "

 

ที่เครื่องปฎิกรณ์ด้านหลังแคบซูลสามอันได้เกิดระเบิดขึ้นพร้อมกับเงาสร้างร่างได้พุ้งออกมาซึ่ง1ใน3นั้นคือเลย์ลาได้ปรากฎตัวพุ้งเข้ามาหา

 

 

 

" เริ่มรุกคืบ.....พร้อมความเปล่งประกาย " เลย์ลาได้กระหน้ำยิงกระสุนที่เหรียญที่มือเข้าใส่พวกวาเนสซ่าจนต้องกระโดดหลบออกมายกเว้นคิลบัสที่ใช้แขนปัดกระสุนเหรียญพวกนั้น


" ฮิฮิ " มิกะที่วิ่งอ้อมมาด้านหลังที่พวกวาเนสซ่าได้กระโดดหลบออกมาพร้อมยิงแท่งคริสตัลจากฝามือออกมาถือเอาไว้


 

 

 " ถึงแม้สถานการณ์จะเป็นรองยัง ไม่ว่ายังไงคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือฉันไงละ " มิกะที่เวียงคริตัลฟาดเข้าใส่พวกวาเนสซ่าพร้อมกันจนร่างกระเด็นอัดกับกำเเพง


" อะไรกันไอ้เจ้าพวกนี้ " อัลฟ่าที่ได้ลุกขึ้นก่อนจะมองไปที่เลย์ลาและฟาร่า มิกะที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเอลฟไนท์และอีโวลต์แต่ก่อนจะขยับไปไหนจู่ที่ขาของเขาจู่ๆก็ถูกแช่แข็งเช่นเดียวกับทางนีโอและคิลบัส

" ขามัน....ทำไมถูกแช่แข็งได้ละ? "


" ฮิฮิ....ถูกย่างไปสะเถอะ " มิกะได้ยิงเปลวไฟจากมือทั้งสองเข้าใส่พวกคิลบัสพร้อมกับฟาร่าได้ฟันคลื่นพายุออกไปเสริมจนกลายเป็นพายุเพลิงซัดเข้าใส่ร่างของทั้งสามจนเกิดระเบิดขึ้นทำให้ทั้งห้องนั้นเต็มไปด้วยควันจากแรงระเบิดพอควันจางหายไปก็ไม่พบร่างของอีโวลต์และเอลไนท์อยู่เลยไม่แม้แต่ออโต้สคอร์ที่โผล่มาเล่นงานพวกเขาด้วยเช่นกัน


" หนีไปแล้วงั้นเหรอ... " นีโอได้ลุกขึ้นก่อนจะเดาออกมาดื้อ


" ไม่หรอก....เจ้าพวกนั้นไม่มีทางหนีไปถ้าไม่พาภาชนะไปด้วย.....พวกแกกับโนเบลเรดไปตามจับมันมาซะ " คิลบัสได้ลุกขึ้นมาตอบก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับอัลฟ่าและนีโอ


" อ่าวๆๆ....บอสจะโยนงานให้แล้วชิ่งหนีงั้นเหรอ " 


" ฉันก็อยากจะไล่ตามอยู่หรอกน่า...แต่ขาใหญ่เข้าบอกว่าใช้เวลานานเกินไปแล้วเลยต้องรีบกลับนะ....เพราะงั้นฝากด้วยละจ้ะ " คิลบัสโบกมือบ๊ายบายทั้งสองก็จะเดินจากไปดื้อๆ


" เอาแต่ใจจริงเลยน่า " อัลฟ่าที่ได้ตแ่บ่นออกมาแจ่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งได้

 


ด้านของเอลฟไนท์ที่หมดสติไปชั่ววูบก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมารู้สึกถูกอุ้มอยู่ก่อนจะหันไปดูผู้ที่อุ้มเธออยู่คือกาเรียที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดขวนตามสภาพ


 


" กาเรีย...หรือว่าพวกเธอจะเป็นหุ่นที่อยู่ในเครื่องปฏิกรณ์เมื่อกี้นี้นะ " เอลฟไนท์ได้หันไปถามกับกาเรียพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามเยอะแยะที่อยากจะถามก่อนจะหันไปมองเลย์ลากับฟาร่าที่หิ้วปีกแบกร่างอีโวลต์เดินตามมาด้านหลังกับมิกะซึ่งออโต้สคอร์ทั้ง4ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มให้กับเธอ 


" จริงพวกเราในตอนนี้จะเรียกว่าเศษซาก หรือร่างสำรองก็ได้ทั้งนั้นแหละแต่ถ้าหากว่าถูกเปิดใช้งานแล้วละก็ เราก็จะทำหน้าที่ทีในสิ่งที่ควรจะทำ " กาเรียได้หันมาตอบคำถามกับเอลฟไนท์ถึงแม้จะดูกำกวมแต่ก็เข้าใจในเวลาเดียวกัน

 

" หน้าที่งั้นเหรอ? "


" จะใช่มาสเตอร์หรือไม่ใช่ก็ไม่เกี่ยวหรอกขอแค่หน้าตาเหมือนมาสเตอร์พวกเราก็พร้อมจะช่วยอยู่แล้วละ " มิกะที่วิ่งโยกแขนไปมาเหมือนเด็กพร้อมกับคำตอบของเธอที่ดูเข้าใจง่าย


" แต่ถึงงั้นแล้วทำไมทั้งๆที่ทีนี่ไม่น่าจะมีพลังงานพอในการปลุกให้ออโต้สคอร์อย่างพวกเธอทำงาน....แล้วทำไมถึงยังกลับมาทำงานได้อีกละ " เสียงอขงเซ็นโตะได้พูโออกมาผ่านปากของอีโวลต์เพื่อถามในสิ่งที่กำลังสงสัย


" ดูเหมือนว่าเจ้าพวกนั้นตั้งใจจะใช้เศษเสี้ยวความทรงจำของพวกเราให้กลายเป็นพลังงาน....เพราะพวกเราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นจึงใช้ประโยชน์จากเศษซากหุ่นตัวอื่นเพื่อมาเป็นพลังงานให้พวกเราตื่นขึ้นมายังไงค่ะ " ฟาร่าได้หันมาตอบจนคลายความสงสัยไปได้เรื่องนึ่ง


" เอาล่ะ....มาสเตอร์กรุณามอบคำสั่งมาให้ด้วย จะให้วิ่งต่อไปอย่างน่าเบื่อแบบนี้...หรือจะให้กลับไปตอกย้ำเจ้าพวกนั้นอีกรอบก็ยอมได้" เลย์ลาได้ถามถึงคำสั่งต่อไปจากเอลฟไนท์ทันที


" ถ้าเรื่องนั้นละก็...เรามีวิ่งที่ต้องการจะทำอยู่ "



เวลาเดียวกันทางด้านศูนย์บัญชาการS.O.N.Gได้มีสัญญาณติดต่อแปลกเข้ามา



" ผบ.มีสัญญาณนอกเครื่อข่ายเราติดต่อเข้ามาค่ะ "

 

" ว่าไงนะ....เอาขึ้นจอที่สิ "

 

" ครับ " ฟูจิกากะได้เปิดสัญญาณติดต่อขึ้นจอก็้องตกใจเมื่อภาพที่เห็นกาเรียและเลย์ลาอยู่ในจอทำเอาทุกคนในห้องต่างตกใจโดยเฉพาะฟูจิทากะที่ตกใจมากที่สุด

 

" ขอโทษนะฮะ เราเอง " เอลฟไนท์ได้เป็นฝ่ายดันทั้งสองแยกออกทำให้ตัวเธอชัดเจนพร้อมกับอีโวลต์

 

" เอลฟไนท์คุง แล้วก็หรือว่าจะ.... " เก็นจูโร่ที่กำลังตกใจก่อนจะหันไปเห็นอีโวลต์ในร่างเฟส3ยืนอยู่ข้างๆก็ฌยิ่งทำให้พวกซึบาสะตกใจ 


" นั่นหรือว่าจะเป็นอีโวลต์...นี่นายเข้าสิงเซ็นโตะเข้าไปงั้นเหรอ!!! " คริสที่พอเห็นอีโวลต์ก็ด่าก่อนทันทีจนเซ็นโตะต้องเป็นฝ่ายควบคุมร่างแทน


" ใจเย็นๆก่อนเถอะคริส ฉันปลอดภัยดีก็แค่ให้อีโวลต์ใช้ร่างชั่วคราวก็เท่านั้นเอง " เซ็นโตะได้รีบอธิบายทันที่เพื่อไม่ให้ทุกคนคิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านี้ " ที่นี่ช่วยฟังเอลฟไนท์พูดต่อทีละ "

 

" เราจะอธิบายแบบนั้นสั้นๆแล้วกัน.....คิดว่าตอนนี้ที่กำลังสื่อสารอยู่อาจจะทำให้ศัตรูรู้พิกัดแล้วตอนนี้เราอยู่ข้างในปราสาทChâteau de Tiffaugesเราและคุณมิคุถูกพาตัวมาที่นี่ หลังจากนี้เรากับคุณเซ็นโตะและคุณอีโวลต์จะยืมพลังของออโต้สคอร์เข้าไปช่วยคุณมิคุออกมา.....ถ้าเป็นตอนนี้ที่พลังพระเจ้ายังรวมตัวกันไม่สมบูรณ์ ก็ยังทันนะฮะ "

 

" แค่พวกเธอนะไม่ไหวหรอก....วู่วามเกินไปแล้ว!!! "

 

" ใช่ค่ะ มันวู่วามเกินไป พองั้นทางเราเองก็ต้องการกำลังสนับสนุนด้วยฮะ ที่นี้เป็นใจกลางอาณาเขตของศัตรู ไม่ว่ายังไงก็ต้องตกอยู่ในอันตรายแน่อย่างน้อยแทนทีจะหนี....ขอตอบโต้กลับยังดีสะกว่า "

 

" อึก.....แต่ทางเราเองก็ก็กำลังน้อยพวกบันโจคุงยังรักษาตัวอยู่ คานาเดะคุงเองก็บาดเจ็บหนักจนขยับตัวไม่ได้แถมฮิบิกิคุงก็ยังไม่ได้สติ "

 

" คุณฮิบิกิกับคุณคานาเดะบาดเจ็บงั้นหรอฮะ!? "


" ดูเหมือนว่า....สิ่งที่พอจะต่อกรกับพระเจ้าได้ตอนนี้เหลือแค่เจ้านี้สินะ " อีโวลต์ได้หยิบกังกุงเนียร์บอทเทิลขึ้นมาดูก่อนจะหันกลับไปมองมอนิเตอร์

 

" อยากจะให้พวกเธอทั้งสามคนอดทนจนกว่าทางเราจะสามารถไปสนับสนุนได้....ช่วยอดทนอีกนิดด้วยละ " เก็นจู่โร่พูดจบสัญญาณการสื่อสารก็ถูกตัดไปทันที


" สัญญาณถูกตัดไปแล้วครับ!? "


" หวังว่าพวกเขาคงจะไม่เป็นไรนะ "


" อ่า....คิดว่านะเดส "


ตัดมามาทางด้านของเอลฟไนท์และอีโวลต์ที่หลังจากสัญญาณสื่อสารได้ตัดไปนั้นอีโวลต์ที่รู้สึกบางอย่างก็ได้หันหล้งไปมอง


" ดูเหมือนว่าจะไม่ให้พวกเราพักเลยสินะ " อีโวลต์ได้พูดขึ้นทำให้ทุกคนต่างหันไปมองก็พบกับโนเบลเรดทั้งสามพร้อมอัลฟ่าและนีโอที่ตอนนี้ไล่ตามมาจนทันแล้ว


" มาสเตอร์ระวังด้วยค่ะ " ฟาร่าได้รีบชักดาบออกมาจากใต้กระโปรงของเธอและหันเข้าใส่พวกวาเนสซ่าทันทีพร้อมกับเลย์ลาที่ได้นำเหรียญของเธอมาประกอบกลายเป็นทอนฟา

 

" สถานการณ์อันตรายอันหน้าเบื่อหน่ายมาหาแล้ว......ครั้งนี้คงจะเล่นแบบทีเผลอเหมือนคราวก่อนไม่ได้แล้ว " เลย์ลาได้พึมพำกับตัวเองอยู่ก่อนที่เอลซ่าได้กระโดดโจมตีใส่เลย์ลาและฟาร่าเต็มๆจนเกิดฝุ่นฟุ้งไปทั่ว

 

" ทั้งสองคน!! "

 

" ตรงนี้พวกเราจะจัดการเอง กาเรียฝากพวกมาสเตอร์ด้วย " ฟาร่าที่เอ๋ยปากออกมาพร้อมใช่ดาบป้องกันหางของเอลซ่าพร้อมกับเลย์ลาที่ใช้ทอนฟา

 

" ไว้ใจได้เลย.....เส้นทางไปสู่เป้าหมายอยู่ในนี้หมดแล้วละ " กาเรียได้พูดไปพร้อมกับเอานิ้วชี้ที่หัวของตัวเองไปด้วยฟาร่าที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะปล่อยกระแสลมซัดนร่างเอลซ่ากระเด็นออกมาแต่ก็ตั้งหลักกลางอากาศมายืนที่พื้นอย่างปลอดภัย

 

" มิกะเองก็ไปด้วย "

 

" ถ้าเธอไปด้วยฉันกับฟาร่าจะหายห่วงขึ้นเยอะเลย " เลย์ล่าได้มอบหมายให้มิกะอีกคนเพื่อตามไปป้องกันอีกแรง

 

" พร้อมจะทำหน้าที่สดใสร่าเริ่งอยู่แล้ว " มิกะได้ยกแขนทั้งสองขึ้นมาพร้อมกับบิ้มแบบเด็กให้เลย์ลาและฟาร่าเห็น


" ก็ไม่อยากจะขัดจังหวะหรอกนะแต่ต้องรีบไปแล้ว " อีโวลต์ได้พูดแทรกขัดขึ้นมาก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้

 

" มาสเตอร์รีบไปกันเถอะ " กาเรียได้เดินเข้ามาจับมือของเอลฟไนท์วิ่งออกไปทันทีพร้อมมิกะและอีโวลต์ " ตะ...แต่ว่า ขอโทษ....ไม่สิ ขอบคุณนะฟาร่า เลย์ลา"


" ไม่ให้ไปมากกว่านี้หรอก!!! "


" คิดว่าจะปล่อยให้ไปได้ง่ายๆงั้นหรอ!! " มิลาร์คและนีโอที่กำลังวิ่งตามไปเเต่ก็ถูกฟาร่าใช้พายุลมเข้าขัดขว้างพร้อมถูกเลย์ลาโจมตีใส่ด้วยทอนฟาจนทั้งสองต้องกระโดดถอยออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

" ต้องขออภัยทางนี้ห้ามผ่านค่ะ.....ไปหาอย่างอื่นทำดีกว่านะค่ะ "

 

" อ่า.....ไม่ยอมปล่อยให้ไปได้หรอก " ทั้งสองได้เดินมายืนชิดกันพร้อมกับหันอาวุธในมือเข้าใส่พวกวาเนสซ่าทันที


 


" หึ....กะอีแค่ตุ๊กตาเก่าๆ...ให้ฉันจัดการเองพวกแกรีบไปซะ " อัลฟ่าอาสาจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับฟาร่าและเลย์ลาแล้วให้คนอื่นมุ่งหน้าไปต่อ " ขอบอกไว้ก่อน....ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีสุดๆเลยละ!? "



ทางด้านพวกเอลฟไนท์กำลังลงลิฟท์โดยทีเอลฟไนท์นั้นดูจะกังวลทางฝั่งฟาร่าและเลย์ลาอย่างมากจนออกทางสีหน้า

 

" ฟาร่ากับเลย์ลาคงจะไม่เป็นไรสินะ.... " เอลฟไนทืได้พูดขึ้นมาทำเอากาเรียและมิกะที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่เงียบก่อนจะหันไปมองอีโวลต์ที่ยืนกอดอกพิงอยู่ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ยักไหล่เท่านั้น

 

" อะไรจะเกิดก็เกิดขึ้นได้ล่ะค่ะ แต่สองคนนั้นต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่แน่นอน เพราะงั้นมาสเตอร์เองก็ควรจะเชื่อมั่นในตัวของพวกเขาด้วยนะค่ะ " กาเรียได้ตัดสินใจเป็นคนพูดให้เอลฟไนท์สบายใจก่อนที่จู่ๆลิฟท์ก็เกิดค้าขึ้นมาแถมยังแรงสั่นสะเทือนที่ประตูซึ่งมันต่อยถูกพังไปมาเรื่อยๆก่อนจะปรากฎเป็นมือปีศาจสีแดงของมิลาร์คมิกะก็รีบมายืนขว้างทันที


" ให้รอซะนานเลยนะ.....ได้เวลาลงทัณฑ์แล้ว!! " มิลาร์คได้ยื่นมือเข้ามาจะจับตัวเอลไนท์

 

" ไม่มีทางหรอก.....อ้ากกกก " มิกะได้เข้ามาขว้างก่อนจะถูกกระชากดึงออกมาจนประตูลิฟท์พังไม่เหลือชิ้นดี

 

" โธ่วว....ไร้ระเบียบซะจริง " กาเรียได้จับมือเอลฟไนท์ก่อนจะวิ่งโดดจากลิฟท์โดดลงมาพร้อมกับเซ็นโตะกับสึคุโยมิและไคโตะได้โดดตามลงมาเเละวิ่งไปตามทางต่อ

 

" ไม่ยอมหรอก " มิลาร์คได้หันไปเห็นกำลังจะวิ่งเข้าใส่แต่มิกะก็ได้เข้ามาขว้างชนกับร่างมิลาร์คเเละใช้มือของเธอกดร่างมิลาร์คกับพื้นเอาไว้ " แกนะแก!! "

 

" ฝากมาสเตอร์ด้วย จริงๆหน้าที่น่าสนุกแบบนั้น ฉันอยากจะทำเองแหละแต่มือแบบนี้คงจะกุมมือของมาสเตอร์ไม่ได้น่าเสียดายจัง "

 

" มิกะ "

 

" เข้าใจแล้ว.....ฝากด้วยละ " กาเรียที่ยอมรับการตัดวินใจจก่อนจะจูงมือเอลฟไนท์วิ่งต่อพร้อมกับอีโวลต์

 

" มิกะ! แต่ว่ามือของมิกะนะเท่ห์สุดๆ ชอบที่สุดเลยล่ะ "

 

" โอ้ววว " มิกะที่ได้ยินเอลฟไนท์ชมเรื่องมือของเธอก่อนจะถูกมิลาร์คสลัดมือออกเเล้วชกเข้าใส่จนหงายหลังก่อนจะกลับมาลุกอีกครั้ง " ถูกชมด้วยล่ะหน้าแดงเลยล่ะ "


" หุ่นกระป๋องอย่างแกอย่ามาดูถูกกันหน่อยเลย!!! "

 

" คงจะต้องซัดตัวเกะกะอย่างเธอเพื่อแก้เขินสะหน่อยแล้วละ "

 

ไม่นานกาเรียที่อุ้มเอลฟไนท์เอาไว้เเล้ววิ่งไปตามทางเรื่อยๆจนเห็นประตูที่ด้านในมิคุอยู่พร้อมกับปลอกเเขน

 

" ตรงนั้นค่ะ "

 

" หลังประตูนั้นมีสมบัติอยู่สินะ " เอลฟไนท์ได้มองไปทีประตูตรงหน้าก่อนที่จู่ๆอีโวลต์ที่วิ่งตามหลังมาจะหยุดวิ่งแล้วหันไปมองพบนีโอที่ไล่ตามพุ้งเข้ามาพร้อมดาบที่แขนหวังจะเสียบทะลุร่างแต่ด้วยความไวของเฟส3จึงเอี่ยวตัวหลบด้านข้างกำลังจะส่วนกับก็ถูกอัลฟ่าพุ้งเข้ามาใช้กรงเล็บเสียบเข้าที่เอวข้างซ้ายและยังถูกนีโอเอาดาบเสียบเข้าที่ท้องซ้ำเข้าไปอีก


" อัก!? "


" คุณเซ็นโตะ!!! คุณอีโวลต์!!! "


" หน่อยแก!!! " อีโวลต์ได้ใช้มือทั้งสองพยายามดันแต่ก็แทบจะสู้แรงไม่ไหวจนดาบและกรงเล็บของอัลฟ่าและนีโอค่อยๆเสียบเข้ามาเรื่อยๆทำให้อีโวลต์รีบดีดร่างของเซ็นโตะออกมาจากด้านหลัง


" คิดจะทำอะไรนะอีโวลต์!? "


" ให้ตายสิ....วันนี้เสีบสละไปกี่ชีวิตแล้วน่า.... " อีโวลต์ได้รีบเอามือทั้งสองที่จับคมดาบและกรงเล็บของนีโอกับอัลฟ่าอยู่นั้นก็ได้คว้ามกอดรัดทั้งสองเอาไว้ก่อนปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบบทคนดีเท่าไรก็เถอะแต่รอบนี้ขอฉันเชิดฉายบางละ!!! "


" หรือว่าจะ....พ่อ!!! " นีโอที่เหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าอีโวลต์คิดจะทำอะไรเช่นเดียวกับทางอัลฟ่า


" ไอ้เจ้านี้!!! "


ทั้งสองที่พยายามรีบดิ้นเพื่อหนีจากตัวอีโวลต์แต่อีโวลต์ก็ไม่ยอมปล่อยจนนีโอยอมหักดาบที่เสียบท้องของอีโวลต์จนดิ้นหลุดออกมาได้


" จิฮิโระ!!! ช่วยดึงฉันทีสิ เห้!!! " อัลฟ่าที่พอเห็นลูกของตัวเองดิ้นหลุดออกไปแล้วก็พยายามจอให้ช่วยซึ่งนีโอก็แอบบืนลังเลอยู่แปปนึ่ง " เห้ย จิฮิโระ!!! มั่วยืนทำบ้าอะไรอยู่นะเจ้าลูกบ้า!!! " อัลฟ่าที่พอเห็นท่าทางของนีโอก็รีบตะหวาดทันทีก่อนที่นีโอจะรุ้สึกกลัวและวิ่งเข้าไปช่วยพยายามดึง


" สายไปแล้ว!!! ทั้งแกและฉันจะต้องหายไป!!! " อีโวลต์พูดจบร่างกายก็ได้เกิดแสงที่ลั่งไหลออกมาจากร่างที่เริ่มเกิดรอบร้าวเป็นสัญญาณพร้อมระเบิดตัวเองซึ่งในจังหวะนั้นเองอัลฟ่าก็ได้ใช้กรงเล็บแขนอีกข้างตัดแขนของอีโวลค์ขาดไปข้างนึ่งแต่อีโวลต์ก็"ด้ใช้แขนข้างเดียวที่เหลืออยู่จับคออัลฟ่าเอาไว้จนกระทั้งร่างอขงอีโวลต์ได้ระเบิดตัวเอง


" อ้าากกก...ฮ้าาาา....อ้ากกก ร้อน ร้อน!!!! "อัลฟ่าที่โดนแรงระเบิดเข้าไปเต็มจนร่างตอนนี้ถูฏเปลวไฟคลอกและดิ้นไปมาอยู่ที่พื้นก่อนจะคืนร่างโดยที่ยังมีไฟคลอกอยู่


" พ่อทำใจดีเอาไว้นะพอ " นีโอที่ได้วิ่งเข้าก่อนจะคืนร่างและถอดเสื้อนอกตบตามร่างของจินเพื่อดับไฟพอดับหมดจิฮิโระก็รีบแบกร่างและโยนผลึกวาร์ปหนีไปทันที


เซ็นโตะที่ไม่ได้สนใจสองพ่อลูกที่หนีไปก่อนจะเดินจุดที่มีรอยไหม้จากแรงระเบิดของอีโวลต์ที่เหลือแต่ซากของอีโซลต์ไดรฟเวอร์ที่พังจนไม่เหลือโครงเดิม


" ไม่ชินเลยแหะ....ที่เจ้านั้นมาทำตัวคนดีแบบนี้ " เซ็นโตะได้บ่นพึมพำออกมาโดยมีเอลฟไนท์กับกาเรียยืนมองอยู่ยังไม่ทันที่สถานการณ์จะสงบลงกาเรียที่สัมผัสได้ถึงอันตรายก็รีบผลักร่างของเอลฟไนท์ออกไปก่อนที่ตัวเองจะถูกกำปั้นของวาเนสซ่ายิงออกมาชกเข้าเต็มท้องจนกระเด็นลงไปนอนกับพื้น

 

" กาเรีย!! "

 

" ในที่สุดก็ตามทันจนได้ "

 

" โนเบล เรด.... " เซ็นโตะได้หันไปมองพวกวาเนสซ่าทันทีและเมื่อมากันครบก็แสดงให้เห็นว่าพวกมิกะนั้นถูกจัดการหมดแล้ว

 

" กาเรีย " เอลฟไนท์ได้วิ่งเข้าไปหากาเรียก่อนจะดึงให้มาอยู่ในอ้อมแขน " เพราะปกป้องเราแท้ๆ "

 

" ไม่เอาสิมาสเตอร์......เด็กไม่ดีอย่างฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหรอก.... "

 

" แต่ว่า "

 

" มาสเตอร์นะเป็นคนที่ทะนงในตัวเองมาก....มาสเตอร์ของพวกเราน่ะไม่ว่าเมื่อไรทำแบบนั้นตลอดไม่ใช่หรอค่ะ "

 

" แครอลน่ะ...เรานะไม่ใช่แครอลสะหน่อย " เอลฟไนท์ได้พูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ทันไรวาเนสซ่าได้เดินเข้ามาเตะร่างของกาเรียอย่างไม่ใยดีก่อนจะดึงมือซ้ายกลับมาติดที่แขนเหมือนเดิม

 

" โทษทีน่า....พอดีว่ามือมันไม่ว่างก็เลยขอเสียมารยาทใช้เท้าแทนนะค่ะ "

 

" กาเรีย.....ทุกคน ทำเพื่อปกป้องเราแท้ๆ "

 

" ทำเรื่องให้มันยุ่งยากกว่าเดิมเสียเปล่า "

 

" มันก็แค่ความพยายามทีเสียปล่าเท่านั้นแหละค่ะ "

 

" ไม่ได้สูญเปล่าสักหน่อยความรู้สึกของพวกนั้น.....ได้ส่งต่อมาให้กับพวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อการนั้นฉันจะทำให้ความปราณถนาของพวกนั้นเป็นจริง " เซ็นโตะได้พูดขึ้นมาทำให้พวกวาเนสซ่าหันไปมองก่อนจะเอาบิลด์ไดรฟเวอร์มาสวม


[ RABBIT RABBIT ]


[ ARE YOU READY? ]

 

" ฉันจะหยุดแผนของพวกแกซะโนเบล เรด แปลงร่าง!!! "


[ OVERFLOW! KURENAI NO SPEEDY JUMPER RABBITRABBIT YABEL HAYAI!  ]

  


" ย้ากกกกก!!! " บิลด์ได้พุ้งเข้าไปก่อนจะง้างหมัดชกเข้าใส่วาเนสซ่าแต่มิลาร์คได้เข้ามาใช่กำปั้นขนาดใหญ่เข้ารับหมัดเอาไว้ได้เอาไว้ได้ 

 

" บอกแล้วว่าเปล่าประโยชน์......ไม่ว่าจะดิ้นร้นยังไงก็เปล่าประโยชน์!!! " มิลาร์คได้พูดออกมาก่อนที่เอลซ่าจะเข้ามาโจมตีจากด้านข้างจนร่างปลิวกระเด็นอัดกำเเพงวาเนสซ่าก็ได้กระหน้ำยิงมิสไซล์ซ้ำจนร่างของบิลด์ทรุดลงไปกับพื้น


" เราควรจะทำอะไรเพื่อทุกคนดีละ? " เอลฟไนท์ที่ยังคงเสียใจพร้อมยืนก้มหน้าพึมพำถามกับตัวเองอยู่

 

" สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงแค่อยากเดียวเท่านั้น " วาเนสซ่าได้พูดออมาก่อนจะกระโดดขึ้นไปแล้วพุ้งลงมาขาขวาเปิดออกกลายเป็นหอกที่ห่มหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้า


" เอลฟไนท์!!! " บิลด์ที่พยายามจะลุกเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกมิลาร์คและเอลซ่าว้างเอาไว้

 

" เพื่อทุกคนเเล้วเรานะ!! " เอลฟไนท์ได้ตะโกนออกมาจะปรากฎเป็นม่านบาเรียสีทองสัญลักษณ์เล่นแร่แปรธาตุขึ้นมาทำให้วาเนสซ่าถูกซัดกลับมา


" อะไรกันน่ะ? "

 

" ไม่จริงน่า....พลังแบบนี้มันหรือว่า " บิลด์ที่มองเห็นก็รู้ได้ทันที่ก่อนที่เอลฟไนท์จะยื่นมือออกไปด้านข้างได้เรียงวงแหวนเล่นแร่แปรธาตุขึ้นก่อนจะมีพินสีม่วงออกมาอยู่ที่มือก่อนจะเอามือบรรเลง1ครั้ง



 


" Faut Robes? "

 

" นั้นแหละคะมาสเตอร์......สิ่งพวกเราอยากจะให้เป็น " กาเรียที่มองภาพสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไป

 

" ปฏิหาริย์ในวินาทีสุดท้ายงั้นหรอ?"

 

" ปฏิหาริย์หรอ? อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย ฉันคือผู้ที่ทำลายปฏิหาริย์ต่างหากละ!! "


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

266 ความคิดเห็น