Kamen rider Build & Symphogear Re:Boot

ตอนที่ 127 : XV ตอนที่ 6 มาสไรเดอร์แห่งความรักและสันติสุข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 422
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    1 ม.ค. 64

คานาเดะที่กำลังต่อสู้อยู่กับโอเมก้าอยู่นั้นจู่ๆก็ได้มีแสงพุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้ทั้งสองนั้นหยุดการต่อสู้ทันทีและหันไปมอง


" เกิดอะไรขึ้นนะ " โอเมก้าที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่คานาเดะนั้นรู้สึกได้ถึงแม้จะไม่อยู่ใกล้ๆp


" ไม่จริงน่า....หรือว่า "


ด้านของคิลบัสที่กำลังชื่นชมและแสดงความยินดีการกลับมาของแพนโดร่าบ็อกซ์ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น


" ยินดีต้อนรับกลับมา.....แพนโดร่าบ็อกซ์!!!!! ฮ่าห์ๆๆๆ....ฮ่าห์ๆๆๆ!!!! " คิลบัสได้หัวเราะออกมาอย่างดีอกดีใจจนออกนอกหน้าผิดกับเซ็นโตะที่สีหน้า


" หึ....เชิญแสดงความดีใจไปคนเดียวแล้วกันนะบอส " อัลฟ่าได้เดินจากไปดื้อๆโดยทิ้งให้มาเรียยืนมองดูแพนโดร่าบ็อกซ์ที่ยิงแสงขึ้นฟ้าอยู่ก่อนจะหายไป 


" โกหกน่า... "


" เซ็นโตะ....นี่มันหมายความว่าไงนะ!? " บันโจได้หันไปตะโกนถามกับเซ็นโตะที่ตอนนี้กำลังอ้ำอึ่งอยู่จู่ๆดวงตาของบันโจได้กลายเป็นสีแดงพร้อมกับภาพของอีโวลต์ที่ทำลายดาวอังคารได้ห้วนกลับมาอีกครั้งก่อนที่บันโจจะได้สติ " อะ.....อะไรกันนะเมื่อกี้? "


" เปลือกนอกเสร็จสมบรูณ์แล้ว....ที่แหลือแค่ข้างใน " คิลบัสลูบแพนโดร่าบ็อกซ์อย่างอ่อนชอยก่อนจะลุกขึ้นหันไปมองบันโจที่ยืนอยู่ " จงใช้ชีวิตของแกฟื้นคืนพลังแพนโดร่าบ็อกซ์กลับมาสะเถอะ " คิลบัสพูดจบก่อนจะวิ่งเข้าใส่บันโจที่ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมสู้ก่อนท่คิลบัสจะถึงตัวบันโจก็ได้มีบีนสีแดงออกมาจากร่างของบันโจเข้าโจมตีใส่่คิลบัสก่อนจะกลับมาร่วมกันหลายเป็นอีโวลต์ที่อยู่ในร่างของบลัดสตาร์คยืนอยู่



" อีโวลต์? " บันโจที่ตกใจอย่างมากเมื่ออีโวลต์ที่น่าจะตายไปแล้วกลับมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้า


"ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้....คิดจังเลยอีโวลต์!!! " คิลบัสได้แสดงความรักด้วยการวิ่งเข้าไปพร้อมดริลครัชเชอร์จะเข้าโจมตีใส่แต่อีโวลต์ก็สามารถหลบการโจมตีได้ทั้งหมดก่อนจะล็อคแขนคิลบัสเอาไว้


" ฉันไม่ได้คิดถึงแกเลยสักนิดเดียว!!! " อีโวลต์ปฏิเสธก่อนจะชกหมัดเข้าที่เบ้าหน้าของคิลบัสจนหันก่อนจะกระโดดเตะอัดกลางอกจนปลิวกระเดนลงไปกลิ้งกับพื้น


" อีโวลต์นี่มันหมายความว่าไงกันแน่ " เซ็นโตะได้หันไปถามกับอีโวลต์ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งไปคว้าแพนโดร่าบ็อกซ์มาไว้ในมือ


" เอาไว้คุยกันทีหลัง รีบหนีกันก่อนเถอะ " อีโวลต์ได้หันไปบอกกับเซ็นโตะก่อนจะใช้พลังเคลื่อนย้ายด้วยความเร็วพุ้งเข้าไปพาตัวทุกคนหลบหนีออกไปจากที่นั้นทันทีปล่อยทิ้งให้คิลบัสอยู่เพียงลำพัง


" หน่อย......ทำได้แสบนักนะ อีโวลต์!!!!! "


ทางด้านมิคุที่กำลังวิ่งหนีพร้อมเอลฟไนท์อย่างเร่งรีบจนไม่ได้สนใจโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอโดยทั้งสองถูกมิลาร์คค่อยไล่ตามอยู่

 

" ทำเอิกเกริกจริงๆเลย " มิลาร์คที่มองเข้าไปในเมืองก่อนจะทำลานกล้องวงจรปิดใกล้ๆ

 

เอลฟไนท์ที่กำลังวิ่งอยู่ด้วยเพราะความเหนื่อยล้าที่วิ่งมาได้สักพักจนสะดุดล้มลง

 

" เอลฟไนท์จัง "


"เอลฟไนท์นะคือคืนที่ท่าทางเงอะงะนั้นสินะ  "  มิลาร์คได้ไล่ตามมาจนถึง " ยังอุตส่าห์วิ่งหนีมาได้ขนาดนี้นะ "

 

" ไม่ยอมให้มายุ่งกับเพื่อนฉันหรอกนะ " มิคุได้เดินมายืนขว้างเอลฟไนท์

 

" ไม่ได้นะฮะ คุณมิคุ " 


"โอ้ะ...โอ้วเป็นเด็กผู้หญิงที่กล้าหาญน่าดูเลยนะเนี่ย " โอโตยะที่ปรากฎตัวออกมาจับดักทางหนีสุดท้ายเอาไว้

 

" ฮิฮิ.....ไม่คิดเลยว่าจะล้อเเกออกมาจากศูนย์บัญชาการได้ง่ายเเบบนี้ " เสียงนึ่งได้พูดขึ้นก่อนที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคนนั้นจะเดินออกมาเงามือมายืนอยู่ตรงหน้าทำให้เอลฟไนท์ที่เห็นก็ตกใจอย่างมาก



" ทำไมคุณถึง.... "

 

" โทษทีเเล้วกันเเต่ว่าได้รับคำสั่งมาเเค่เอาตัวเอลฟไนท์ไปเท่านั้น....แถมฉันเองก็ตัดสนิใจไม่ได้เลยว่าจะทำยังไงกับเธอดี " มิลาร์คได้ชี้ไปที่เอลฟไนท์ก่อนจะหันชี้ทางมิคุที่ยืนอยู่ข้างๆกับเอลฟไนท์

 

" ปัมปัมปั๋มม~ ข้อความถึงมิลาร์จังจ๊ะ~ "

 

" วาเนสซ่าเหรอ.... " มิลาร์คที่ได้ยินเสียงพึมพำของวาเนสซ่าผ่านทรจิตก่อนจะรอฟังคำสั่งจากทางฝั่งนั้น

 

" หนีไปซะเอลฟไนท์จัง " มิคุได้ตัดสินใจเสีสละตัวเองให้เอลฟไนท์หนีไป

 

" ไม่ได้นะคุณมิคุ!!! "

 

" อ่ารับทราบ....อย่าถือโทษโกรธกันเลยนะ " มิลาร์คที่ได้รับคำสั่งใหม่มาได้หันมาพร้อมใบหน้าที่ยิ้มเเย้มได้หายไปก่อนจะยืดเล็บนิ้วชี้ออกมาเตรียมพร้อมจะสังหารเต็มที

 

" เอลฟไนท์จังรีบไปสิ!! "

 

" คุณมิคุรีบหนีไปเถอะฮะ!!!! "

 

" อู้ววว....ฉากที่ไม่ได้เห็นทีสีเเบบนี้....ทำเอาฉันตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่อยู่เเล้ว!! " เจ้าหน้าที่คนนั้นที่บิดตัวไปมาเหมือนเป็นพวกซาดิสที่ชื่นชอบเห็นฉากสยอง

 

" คุณมิคุ!!! "


ณ ศูนย์บัญชาการ S.O.N.G


" พวกเราต้องขอโทษกับทุกสิ่งที่ทำไปด้วยเซ็นโตะคุง " เก็นจูโร่ได้ก้มหัวขอโทษพร้อมกับโทโมซาโต้และฟูจิทากะเองก็ทำเช่นเดียวกัน

" อะ.....เอ้ะๆๆๆ  ดะ....เดียวก่อนสิพวกคุณเก็นจูโร่ไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำแบบนั้นเลยนิครับ " เซ็นโตะที่รู้สึกใจคอไม่ดีที่ทั้ง4ได้ก้มหัวขอโทษตนอยู่ฝ่ายเดียว

" ฉันจำทั้งหมดได้แล้วทุกสิ่งที่พวกเราทำกับเธอ.....และไหนจะเรื่องที่ว่าร้ายเธอเป็นภัยคุกคามอีกทั้งๆที่เธอนั้นคือผู้ที่ช่วยโลกใบนี้อย่างแท้จริงแท้ๆ " 

" ไหนจะเรื่องที่พวกเราทำให้คุณเซ็นโตะกลายเป็นคนแปลกหน้าจนจับตัวมาสอบปากคำอีก....ไม่ว่ายังไงก็เป็นเรื่องที่สมควรจริงๆค่ะ "

" ถ้าพวกเรารู้ตัวเร็วกว่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้นแบบนี้แน่...ต้องขออภัยจริงๆครับ "

" ขอร้องละครับ...กรุณาเงยหน้าขึ้นทีเถอะ!!!!! "  

ในเวลาเดียวกันทางด้านโรงอาหารที่ตอนนี้เหล่าผู้ใช้เกียร์ทุกคนได้มาร่วมตัวกันหลังจากได้รับการติดต่อให้มาร่วมตัวเช่นเดียวกับคาซึมิที่ตามพวกชิราเบะใสด้วยกับเก็นโทคุขณะที่ทุกคนกำลังเครร่งเครียดมนึ่งคนที่กำลังกังวลยิ่งกว่าใครๆคือฮิบิกิที่กำมือถือของเธอเอาไว้แน่นหลังจากติดต่อไปหาพวกยูมิเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

---- FLASH BACK ----

ณ ตรอกซอยแห่งนึ่งที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ฮิบิกิได้มายังตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ของมิคุครั้งสุดท้ายจากศูนย์บัญชาการมาพร้อมกับเซ็นโตะที่ขับแมชชีนบิลด์เดอร์มาจอดฮิบิกิที่มาถึงก็ได้รีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในซอยก่อนจะหยุดยืนนิ่งไป

" เห้....ฮิบิกิเกิดอะไรขึ้นนะ " เซ็นโตะที่วิ่งตามมาทีหลังก่อนจะเห็นฮิบิกิที่ยืนตัวสั่นอย่างมากก่อนที่เซ็นโตะเดินเข้าไปดูก็พบกับกองเลือดที่เต็มพื้นพร้อมกับกระเป๋าถือสีม่วงอ่อนที่เปื้อนไปด้วยเลือดและใกล้นั้นก็ได้มีมือถือเครื่องนึ่งที่ถูกเหยียบจนพังไม่เป็นชิ้นดี


" นี่มัน.....เกิดอะไรขึ้นนะ "

" อย่าบอกนะว่า มิคุกับเอลฟไนท์จังจะ.. "

---- FLASH BACK END ----

ฮิบิกิรู้สึกกลุ้มใจอย่างมากจนไม่เหมือนทุกทีก่อนจะรู้สึกถึงมือนึ่งได้มาวางบนหัวเธอเอาไว้ทำให้เธอนั้นหันไปมองก็พบว่าเป็นมือของคริสที่พยายามปลอบเธอ

" ไม่เป็นไรหรอก..สองคนนั้นต้องไม่เป็นอะไรแน่ "

" ขอบคุณนะ..คริสจัง " ฮิบิกิที่รู้สึกดีขึ้นแล้วก่อนจะหันไปขอบคุณกับคริสในขณะที่ประตูห้องโรงอาหารเปิดออกพร้อมกับมิโซระ ซาวะได้เข้ามาข้างตรงดิ่งมาหาฮิบิกิ

" ห้ะ!? มี่ตัน " คาซึมิที่พอเห็นมิโซระวิ่งมาก็ถึงกับวิ่งเข้าไปพร้อมอ้าแขนออกหวังจะพุ้งเข้าไปกอดแต่ก็ถูกมิโซระเมินจนวืดทำให้ล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดสภาพ " โอ้ยยย เจ็บ!!! มี่ต้านนน "

" เห้ยเจ้ามันฝรั่งนี่ไม่ใช่เวลาอากาศโอตาคุไอดอลกำเริบนะ " เก็นโทคุได้เดินเข้ามาปลอบใจคาซึมิที่โห้ยหามิโซระอย่างมากซึ่งซาวะเองก็มาลูบหัวปลอบใจคาซึมิ

" โทษทีนะฮิบิกิจัง....เป็นเพราะฉันแท้ถ้าไม่ผลัดหลงกับมิคุจังกับเอลฟไนท์จังละก็เรื่องคงไม่เกิดขึ้นแบบนี้แน่ๆ " มิโซระรีบก้มหัวขอโทษฮิบิกิยกใหญ่ทันทีจนฮิบิกิรีบลุกขึ้นจับมือของมิโซระเอาไว้

" ไม่ใช่ความผิดของคุณมิโซระหรอกคะ....เพราะงั้นไม่ต้องถือโทษตัวเองหรอกนะคะ "

" ขอบคุณนะฮิบิกิจัง "

" จะว่าไปสิ่งที่เราสงสัยนั้นก็เป็นความจริงอย่างงั้นสินะเดส "

" ถ้าตอนนั้นเราไม่ทำตามคำสั่งละก็คงไม่ต้องเกิดเรื่องแบบนี้เเน่ "

" งั้นสึคุโยมิกับอาคัตสึกิจะบอกว่าการตัดสินใจของฉันผิดงั้นหรอ? " ซึบาสะที่นั่งฟังสิ่งที่ชิราเบะและคิริกะพูดก็รู้สึกเคืองขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะมองทั้งสองด้วยแววตาที่หน้ากลัวจนชิราเบะและคิริกะรู้สึกกลัวก่อนจะรีบพูดแก้ตัวไม่ให้ซึบาสะเข้าใจผิดไปมากกส่านี้
 
" อะ...เอิ่ม ไม่ใช่เเบบนั้นหรอกนะเดส "

" ถ้างั้นจะให้ทำยังไงละ " ซึบาสะที่เริ่มลุกขึ้นตะคอกใส่คาซึมิที่ทนไม่ได้เมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองโดนซึบาสะทำกิริยาไม่ใส่

" เห้ย....จะมากไปเเล้วนะเธอนะ มาว่าเหล่าน้องสาวของฉันเเบบนี้จะหาเรื่องรึไง!!! " 

" เดียวก่อนคาซึมินใจเย็นก่อน " ซาวะได้รีบเข้าคว้าตัวห้ามคาซึมิเอาไว้พร้อมกับเก็นโทคุ

" ปล่อยเสะ ปล่อยนะไอ้หนวด คุณซาวะ!!! "   

" ทั้งสองคนใจเย็นก่อนเถอะนะคะ คุณคาซึมิ คุณซึบาสะเองก็ด้วย " เซเรน่าได้เข้ามาช่วยห้ามซึบาสะจนเจ้าตัวนั้นเผลอไปผลักเซเรน่าจนเกือบล้มเแต่โชคยังดีที่คานาเดะได้ไปคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน

" พอได้แล้ว!!!! " คานาเดะได้ตะโกนขึ้นมาทำให้ทุกคนในห้องต่างเงียบทันที " ไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละ ทุกคนก็ไม่มีใครอยากจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกทุกคนล้วนรู้สึกเจ็บปวดทั้งนั้นแหละไม่ใช่แค่ฉัน มาเรีย หรือเธอซึบาสะ โดยเฉพาะกับฮิบิกิที่ต้องรู้สึกเจ็บปวดมากที่สุดนะคือฮิบิกิต่างหากละ เลิกทำตัวเหลวไหลได้แล้วซึบาสะ "  คานาเดะทีไ่ด้พูดให้ทุกคนนั้นเข้าใจพร้อมกับสั่งสอนโดยเฉพาะกับซึบาสะ

" เป็นอะไรไปไม่สมกับเป็นเธอเลยนะ" มาเรียได้เดินเข้าไปก่อนจะยื่นมือไปหาแต่ก็ถูกซึบาสะปัดมือออกจนทั้งเธอและซึบาสะต่างตกใจก่อนที่ซึบาสะจะเดินจากไปทันที " รอเดียวก่อนสิ เรายังคุยกันไม่จบนะ " มาเรียที่พยายามจะเรียกซึบาสะเอาไว้เเต่ก็ไม่มีทีท่าจะฟังจนออกจากห้องไป
 
" ปล่อยไปเถอะ.....ให้เวลากับเธอหน่อย " คานาเดะได้ห้ามมาเารียจะเดินตามไปเอาไหวก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปหาเซเรน่า " ไม่เป็นอะไรนะ "

" ค่ะ หนูไม่ได้เป็นไรมากหรอกคะ "

" รู้สึกไม่ดีเลยแหะ.. "
 
" อย่างกับว่าถูกตัดใจออกเป็น2ส่วนเลยละเดส "

" ให้ตายสิ.....เป็นบ้าอะไรของหล่อนกัน " คาซึมิที่ยังไม่หายโกรธก่อนจะเดินไปนั่งเพื่อสงบสติอารมณ์

" ต้องขอโทษทุกคนแทนซึบาสะจริงๆ..แต่ว่านะอย่าโกรธเธอเลยแค่ตอนนี้เธอกำลังสับสนนะ " คานาเดะได้กล่าวขอโทษทุกคนทันทีกับสิ่งที่ซึบาสะได้ทำลงไป

" เเต่ว่านะ..มันก็ควรจะพูดเเบบนั้นเลยนิน่า " คริสที่รู้สึกเคืองขึ้นมาเล็กน้อยก็ได้บ่นออกมา


ณ ห้องแล็ปทดลองห้องนึ่งในศูนย์บัญชาการ S.O.N.G

ภายในห้องนั้นเซ็นโตะได้ยืนกอดอกจ้องไปที่อีโวลต์ที่อตนนี้ถูกขังอยู่กรงเลเซอร์ความร้อนสูงที่เอาไว้ป้องกันไม่ให้อีโวลต์ท่แปลสภาพเป็นของเหลวหลบหนีไปได้

" เน่ๆๆๆ...ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้เลยนิน่านึกถึงความทรงจำดีที่พวกเราเคยทำกันในโลกเก่าหน่อยสิ " อีโวลต์ที่พยายามอ้อนวอนกับเซ็นโตะและบันโจเพื่อปล่อยออกมาจากกรงขังนี้

" ความทรงจำดีบ้านแกสิ....อย่าคิดว่าฉันจะลืมกับสิ่งที่แกทำลงไปละ " บันโจที่ปฎิเสธพร้อมกับไม่ยอมไว้ใจอีโวลต์เท่าไร่กับสิ่งที่เจ้าตัวนั้นเคยทำอะไรเอาไว้ในโลกเก่า

" เรื่องนั้นมันเป็นอดีตไปแล้วก็หยวนๆกันหน่อยน่า ว่าแต่ทำไมแกถึงยังมีชีวิตอยู่อีกละ "

" พวกนายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันสามารถควบคุมยีนได้อย่างอิสระ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายฉันได้ปล่อยเศษเสี้ยวของยีนเข้าไปในร่างกายของนายบันโจ " อีโซลต์ได้เฉลยว่ทำไมตัวเองถึงยังไม่ตายให้กับเซ็นโตะและบันโจได้ฟัง " แต่ถึงงั้นด้วยยีนของฉันที่มันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้นก็เลยทำให้หลับใหลมาโดยตลอดจนกระทั้งถูกกระตุ้นให้ตื่นด้วยแพนโดร่าบ็อกซ์ "

" อีโวลต์..ช่วยเล่าเรื่องคิลบัส พี่ชายของนายให้ฟังหน่อย " เซ็นโตะที่จู่ๆก็โผล่งถามขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องของคิลบัสทันที

" ฉันจะเล่าให้ก็ได้ถือสะว่าเป็นสร้างความเชื่อก็แล้วกัน.. " อีโวลต์ในสถานะตอนนี้ไม่สามารถเลือกได้ก็ยอมเล่าให้โดยไม่ขัดขืน " อย่างที่นายรู้คิลบัสที่พี่ชายของฉันเขาคือราชาแห่งดวงดาวบลัด เป็นราชาที่บ้าการทำลายล้างอย่างมากจนได้ทำลายดาวบ้าเกิดของตัวเอง ฉันต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อชิงแพนโดร่าบ็อกซ์ที่เป็นแหล่งพลังงานของดวงดาวบลัดหนีออกมา " อีโวลต์ได้เล่าอย่างละเอียดพร้อมกับที่มาจริงของแพนโดร่าบ็อกซ์

" แพนโดร่าบ็อกซ์ไม่ได้มีความสามารถแพนโดร่าทาวเวอร์อย่างเดียว....แต่ยังสามารถเป็นแห่งพลังงานให้กับดวงดาวได้งั้นเหรอ "

" เป้าหมายของคิลบัสนะคือแพนโดร่าบ็อกซ์อย่างแน่นอน "

" เดียวก่อนสิพลังงานของแพนโดร่าบ็อกซ์น่าจะถูกใช้ไปกับการสร้างโลกใหม่ไปแล้วนิน่า "

" ความสามารถของพวกเราเผ่าพันธุ์บลัดนะ สามารถฟื้นฟูได้ถ้าหากมีพลังมากพอละก็ต่อให้เป็นแพนโดร่าบ็อกซ์ก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้อย่างสบายๆ "

" ที่คิลบัสบอกว่าเหลือแค่เปลือกในก็เพราะอย่างงี้เองสินะ.... "

" เอาล่ะในเมื่อฉันเล่าทั้งหมดใ้พวกนายฟังแล้ว.....ที่นี่จะยอมปล่อยฉันไปได้รึยัง " อีโวลต์ที่หลังจากเล่าทุกอย่างให้ฟังก็หวังให้เซ็นโตะกับบันโจยอมปล่อยตัวเข้าออกมาไป

" เจ้าบ้าไม่ได้บอกสะหน่อยว่าจะปล่อยนิ เนอะเซ็นโตะ "

" ได้สิ.... " เซ็นโตะที่กลับทำให้สิ่งที่บันโจไม่คิดว่าจะทำคือการปิดกรงเลเซอร์ลงต่อหน้าบันโจทันที

" ทำอะไรของนายนะ...ขืนปล่อยออกไปเดี่ยวอีโวลต์ก็ทำอะไรมิดีมิร้ายอีกหรอก " บันโจที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเซ็นโตะพร้อมกับหันไปโวยวายจนเซ็นโตะรำคาญก็ได้ปลอกเปลือกกล้วยแล้วยัดปากทันที

" หนวกหูน่า.....อีโวลต์ตอนนี้ไม่มีปัญญาทำอะไรได้หรอก "

" อาย...อ้าว...อา...ไอ? ( หมายความว่าไง? )" บันโจได้ถามกับเซ็นโตะทั้งที่ๆกล้วยเต็มปากอยู่

" สภาพของอีโวลต์ในตอนนี้นะนิดน้อยนิดจนอ่อนแอกว่าครั้งก่อนที่เราเจอ....ที่เจ้านั้นสามารถคงอยู่ในร่างของบลัดสตาร์คได้ก็ถือว่าเต็มกลืนแล้วใช่มั้ยละ " เซ็นโตะที่อ่านสภาพของอีโวลต์ออกทั้งหมดอย่างง่ายดาย

" ถูกต้องละคราบ.....เพราะงั้นฉันไม่สามารถคงสภาพร่างได้นานเท่าไรเพราะงั้น....ขอฝากตัวด้วยน่าคู่หู " อีโวลต์พูดจบก็แปรสภาพตัวเองเป็นยีนแล้วเข้าไปในร่างของบันโจโดยไม่รอคำตอบ

เห้ย!! อีโวลต์ใครใช่ให้มาในร่างกายของคนอื่นกันนะห้ะ!!!.....ออกไปนะ!  เห้ย!!! อีโวลต์เดียวต่อยให้ออกมาเลย...อักเจ็บ!!!! "

" นายนั้นแหละออกไปได้แล้วฉันมีเรื่องต้องทำอยู่นะ " เซ็นโตะได้ผลักไล่บันโจที่ทะเลาะกับอีโวลต์อยู่ออกไปจากห้องก่อนที่ตัวเองจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะก่อนจะหยิบจีเนียสบอทเทิลขึ้นมาและทำการแงะออกจนเป็นข้างในตัวจีเนียสบอทเทิลที่มีผลึกลาพิสอยู่ข้างในและหันไปหยิบเกียร์ของฮิบิกิ " ในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันนะ.... " เซ็นโตะได้นึกย้อนไปถึงตอนที่อยู่ข้างในเขาวงกตDeadalus Endที่ตอนนั้นจีเนียสบอทเทิลกับเกียร์ของฮิบิกินั้นมีปฏิกิริยาร่วมกัน

ด้านของวาเนสซ่าที่กำลังเตรียมอุปกรณ์เล่นแร่แปรธาตุขึ้นมาเพื่อใช้ในการปลุกให้ปลอกแขนแชม-ฮะส์ตื่นขึ้นโดยสมบรูณ์


" ถ้าใช้สิ่งนี้เหนี่ยวรั้งเพื่อกักเก็บพลังงานที่ไม่สเถียร์ได้จากปลอกเเขนได้ละก็....เท่านี้พวกเราก็จะ.. " วาเนสซ่าที่เหมือนจะเตรียมการเสร็จแล้วก่อนจะมองไปที่แท่นข้างที่มีปลอกแขน-ฮะส์ติดตั้งอยู่

" พวกเราจะปลุกให้กำไรแชม-ฮะนี้คื่นขึ้นอย่างสมบรูณ์และพวกเราก็จะได้พลังของพระเจ้ามาครอบครอง "

" วาเนสซ่า ยืนยันการกลับมาของพวกมิลาร์คเเล้วค่ะ....มาพร้อมกับแขกของเราด้วย " เอลซ่าได้ทรจิตมารายงานกับวาเนสซ่า
 
" เหนื่อยหน่อยนะจ้ะ.....ทางนี้ก็เตรียมพร้อมเสร็จเเล้วละ " วาเนสซ่าตอบกลับก่อนจะเดินมาที่เตียงเปล่าที่อยู่ข้างๆกับเเท่นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับปลอกเเขนเเละรอบๆที่มีตัวเครื่องจ่ายพลังงาน7ตัวด้วยกัน  " พลังของทวยเทพจะนำพาเอาอนาคตของพวกเรากลับคืนมา....ร่วมกายเนื้อที่เสียไปด้วย "

ณ โรงเก็บศูนย์บัญชาการS.O.N.G

File:Fudo & Tsubasa 1.png 

หลังจากที่ซึบาสะได้ปลีกตัวหนีออกมาคนเดียวมานั่งถ่ายน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์พรางคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาก็ยิ่งทำให้เธอกลุ่มใจอย่างมาก

" รู้เเล้วละว่าตัวฉันเป็นฝ่ายผิดที่เป็นที่พึ่งพาให้กับทุกคนไม่ได้....ไหนจะปกป้องผู้คนเอาไว้ได้และยังทำร้ายพวกพ้องอีก " ซึบาสะที่กำลังนั่งจมปักอยู่กับอดีตที่พึ่งผ่านมากก่อนที่จะมีสัญญาณติดต่อจากเครื่องสื่อสารจึงหยิบขึ้นมารับ " ซึบาสะค่ะ "

" ได้ยินมาว่าเธอพลาดอีกเเล้วสินะ " เสียงปลายสายอันคุ้นเคยสำหรับซึบาสะจนเธอที่ได้ยินเสียงนั้นต้องรู้สึกขนลุกทันที

" ไม่มีข้อแก้ตัวค่ะ....คราวหน้าจะทำหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์อย่างแน่นอน "
 
" ควบคุมการรุกล้ำ "  สิ้นเสียงฟูโดทำให้ซึบาสะนั้นเเน่นิ่งไปชั่วครู่พร้อมกับดวงตากลายเป็นสีดำพร้อมเเววตาที่กลายเป็นสีหลากสี 


File:Tsubasa affected by Stained Glance.png


" ซึบาสะที่นั้นคือสนามรบของเจ้าแน่รึ เจ้าปกป้องที่นั้นแล้วจะได้อะไรขึ้นมา แท้จริงแล้วเจ้าปกป้องอะไรกันเเน่? " ฟุโดที่เหมือนจะพยายามพูดกล่อมให้ซึบาสะนั้นรู้สึกสับสน" ถ้าหากเจ้าหลงทางล่ะก็จะแวะเวียนกลับมาที่นี้ย่อมได้ อย่าได้ลืมเชียวละว่าเจ้ามีเลือดคาซานาริไหลเวียนอยู่และมีหน้าที่ในคมดาบ อาเมะโนะฮาบาคิริ ที่จะต้องปัดเป่าภัยที่มีต่อดินแดนแห่งนี้ " ฟูโดะพูดจบก็ตัดการสื่อสารไปปล่อยให้ซึบาสะนั่งคิดคำพูดของเขาอยู่เพียงคนเดียว

" ที่นี้....ไม่ใช่สนามรบของเรางั้นหรอ? " ซึบาสะได้พูดออกมาขณะที่น้ำตาของเธอได้ไหลออกมาจนเธอเอามือขึ้นมาปาดเช็ดโดยที่ถุงมือได้เปื้อนอยู่จนติดหน้าของเธอเเต่ก็ไม่ได้สนใจ
 
" ไม่เห็นเธอร้องไห้มานานเเล้วนะ....ซึบาสะ " เสียงนึ่งได้พูดขึ้นทำให้ซึบาสะหันไปมองก่อนพบว่าเป็นเซ็นโตะที่ยืนอยู่เธอจึงรีบเช็ดน้ำตาจนหน้าเปื้อนนิ่งกว่าเดิม

" ไม่ได้ร้องไห้สะหน่อย.....ดาบของตระกูลคาซานาริอย่างฉันนะไม่จำเป็นต้องมีน้ำตาหรอก "

" ดาบของตระกูลคาญานาริงั้นเหรอ.. " เซ็นโตะที่มองไปในแววตาของซึบาสะที่ตอนนี้กลับไปเป็นแบบเดิมเหมือนเมื่อ่กอนที่เคยเจอกันครั้งแรกนั้นยิ่งทำให้รู้สึกเป็นห่วงอย่างมากแต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อจู่ก็มีเสียงประกาศดังขึ้นมา

" เรียกประชุมฉุกเฉินค่ะขอให้ซิมโฟเกียร์และมาสไรเดอร์ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องบัญชาการด้วยค่ะ "

หลังจากที่ได้ยินเสียงประกาศทุกคนก็ได้มาร่วมตัวกันครบทุกคนแม้แต่เซ็นโตะ บันโจ คาซึมิและเก็นโทคุเองก็มาร่วมประชุมด้วยเช่นกัน
 
" ที่เรียกทุกคนมาก็เรื่องความคืบหน้าของมิคุคุงและเอลฟไนท์คุงเกี่ยวกับการตรวจสอบที่พวกเราสามารถเก็บกู้มาได้ "

" ผลตรวจจากนิติเวชกองเลือดที่อยู่ในที่เกิดนั้นไม่ของคุณมิคุกับคุณเอลฟไนท์จังอย่างแน่นอน " โอกาว่าได้พูดถึงเรื่องเลือดในที่เกิดเหตุก็ทำให้ทุกคนต่างโล่งใจโดยเฉพาะฮิบิกิ
 
" งั้นมิคุกับเอลไนท์จังก็ "

" ดีใจด้วยนะ " คานาเดะได้หันมาแสดงความยินพร้อมกับคนอื่นๆทุกคนก่อนที่โอกาว่าจะรายงานต่อ

" หลังจากที่พวกเราได้สอบถามบุคคลบิรเวณเเถวนั้นเเล้วก็ไม่มีการรายงานพบศพ.......จึงสันนิฐานได้ว่าคงจะถูกลักพาตัวไปที่ไหนสักแห่ง.....ตอนนี้ทางเราได้กระจายเพิ่มขอบเขตการค้นหามากขึ้นแล้วครับ "

" ก็เถอะนะเเต่ก็ยังไม่ถึงขั้นดีใจได้หรอก....แต่ก็ยังพอมีความหวังอยู่ "
 
" ว่าเเต่ไอกองเลือดนั้นมันเป็นของใครกันละ? " คริสได้ถามขึ้นเกี่ยวกับเจ้ากองเลือดที่เห็นกับทางโอกาว่า
 
" ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบครับ "
 
" ตอนนี้แผนได้เปลี่ยนเเล้วเราจะทำการช่วยเหลือทั้งสองกลับมาอย่างเร็วที่สุด "
 
" เอิ่ม...คือว่าขอถามอะไรสักอย่างจะได้มั้ยค่ะ?  ที่ลักพาตัวนักเล่นแร่แปรธาตุอย่างเอลฟไนท์ก็พอเข้าใจอยู่เเต่ทำไมคุณมิคุถึงโดนลักพาตัวไปด้วยละค่ะ " ชิราเบะที่สงสัยในการที่ศัตรูได้จับตัวของมิคุได้ด้วยจึงเอ๋ยถามขึ้นมา
 
" ผบ. " โอกาว่าได้หันไปเรียกเก็นจูโร่ที่เหมือนจะรู้เรื่องก่อนที่เข้าตัดสินใจจะบอกเหตุผลออกมา

" เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำไมมิคุคุงถึงโดนลักพาตัวไปด้วยแทนที่จะเล่นงานก็คงจะเป็นเวลาที่เหมาะเเล้วที่จะบอกในสิ่งที่เราสันนิฐานไว้ " 


ทางด้านเอลฟไนท์ที่ค่อยๆรู้สึกตัวช้าๆก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบซึ่งเธอนั้นจำได้เป็นอย่างดีว่ามันคือที่ไหนจนเธอนั้นก็รู้สึกตกใจอย่างมาก

" ที่นี่มัน... " 

" ยินดีต้อนรับกลับค่ะ นายท่าน~ " มิลาร์คได้กล่าวทักทายด้วยกริยาแบบเมคกับเอลฟไนท์เพื่อให้ผ่อนคล้ายแต่มันกับยิ่งทำให้ตัวเอลฟไนท์นั้นระแวงกว่าเดิม
 
" นี้พวกคุณ " เอลฟไนท์ยังไม่ทันพูดจบจู่ๆมิลาร์คได้เดินเข้ามาใช้มือทั้งสองดุ้นแก้มของเธอปิดปากไม่สามารถพูดต่อได้
 
" อะฮ่าห์ๆๆ พอมาถึงญี่ปุ่นก็อยากเจอสักครั้งมานานแล้ว " มิลาร์คที่พูดจาแปลกๆใส่เอลฟไนท์ก่อนทีเธอนั้นจะจับร่างเอลฟไนท์โยนลงพื้นอย่างไม่ใยดีจนเอลซ่าหันไปตักเตือน
 
" ไม่ได้นะค่ะ อย่าทำร้ายแขกสิ "

" เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน "

" ฮืมม ก็ได้ค่ะ "
 
" คิดสิ....คิดสิก่อนเรามาที่นี้เกิดอะไรขึ้นกัน " เอลฟไนท์ได้พยายามนึกเหตุการณ์ที่ผ่านก่อนจะมาที่นี่จะจำได้ว่าทั้งเธอและมิคุได้แยกกับมิโซระและซาวะแถมยังโดนมิลาร์คไล่ตามจนหนีเข้ามาในซอยๆนึ่งเเละก็ถูกมิลาร์คตามทันพร้อมกับชายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบปรากฏออกมาและถูกสังหารต่อหน้าของพวกเธอด้วยฝีมือของมิลาร์คเอง " จริงด้วยสิคุณมิคุ....คุณมิคุอยู่ที่ไหนนะ "

เอลฟไนท์ที่พยายามกวาดสายตามองหาว่ามิคุนั้นอยู่ที่ไหนก่อนที่เอลซ่าได้ดีดนิ้วปรากฎภาพของมิคุที่นอนอยู่ยนเตียงๆให้ได้เห็น


 File:Elfnein 5.png
 
" คุณมิคุ "
 
" ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคะ....ผู้หญิงคนนี้ปลอดภัยดีเพราะยังมีประโยชน์ไม่เหมือนกับผู้ชายคนนั้นที่หมดประโยชน์กับเราแล้ว " เอลซ่าได้บอกกับเอลฟไนท์แต่ด้วยคำพูดจาของเธอนั้นที่ดูจะไม่ได้สนใจอะไรนอกจากผลประโยชน์ทำเอาเอลฟไนท์นั้นรู้สึกไม่ดั

" หรือว่าจะใช้มิคุเพื่อปลดปล่อยคำสาปของบัลอัล "
 
" เรือ่งนั้นจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ....แต่ว่าเธอนะมีงานที่ต้องทำอยู่นะฉันถึงได้พาเธอมาที่นี่ "
 
" มีสิ่งที่อยากจะให้คุณเปิดใช้งานด้วยร่างกายของแครอลที่คุณใช้อยู่ สั่งการค่ะ "

" ร่างกายของแครอลงั้นหรอ? ไม่มีทางหรอกการที่จะทำให้Chattouที่ตอนนี้ไม่มี Yantran Sarvaswa กับแขนขวาเนฟิลิมแล้วไม่มีทางทำให้ให้
Chattouทำงานอีกครั้งได้หรอกฮะ "

" เห้ๆๆๆ....ใจเย็นก่อนสิที่พวกเราจะให้ทำไม่ใช้แบบนั้นสะหน่อย "
 
" สิ่งที่พวกเราอยากจะให้คุณเปิดใช้งานมันคือสิ่งนี้ต่างหากละค่ะ " เอลซ่าพูดจบก่อนจะดีดนิ่วอีกครั้งไฟก็ได้สว่างขึ้นจากด้านหลังเอลฟไนท์ที่เป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ทีเหมือนเป็นเครื่องกำเนิดพลังงานบางอย่าง

File:Elfnein 8.png

" เหมือนกับเป็นเครื่องกำเนิดพลังอะไรสักอย่าง " เอลฟไนท์ได้เดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นก่อนจะเห็นบางอย่างที่อยู่ในโลงแก้วก็คือซากออโต้สคอร์อยู่ข้างในไม่ใช่แค่อันเดียวโลงแก้วอื่นๆเองก็มีเช่นกัน " นี้มัน.....พวกคุณวางแผนอะไรไว้กันแน่ "
 
ขณะเดียวกันมิคุที่ตอนนี้สติของเธอที่ตอนนี้กำลังล่วงหล่นลงไปในก้นบึ่งแห่งความมืดที่ไร้สิ้นสุดโดยที่ไม่สามรถทำอะไรได้ทำได้แต่เพียงกรอกสายตาที่อ่อนระทวยไปมาเท้นั้น

" จะร่วงไปถึงไหนกันนะ......ทำไม่ทำอะไรสักอย่างฮิบิกิคงได้เป็นห่วงเเน่....แถมยังต้องไปคืนดีกับฮิบิกิด้วย " มิคุที่ค่อยๆลืมตาขึ้นเเละก็ได้มองเห็นแสงสว่างที่อยู่ก้นบึ่งในความมืดได้ยื่นมือทั้งเหมือนจะโอบกอดตัวเธอเเละที่เเขนก็ได้สวมปลอกเเขนเอาไว้ด้วย 


" ใครกันนะ...... "


เวลาเดียวหลังจากที่การประชุมจบลงมาเรียก็ได้มาที่โรงยิมเพื่อฝึกซ้อมร่างกายตัวเองอยู่เพียงลำพังซึ่งเธอนั้นก็ได้ตั้งการ์ดมีเชิงมวยและเพ่งสมาธิเอาไว้จับจ้องไปที่กระทอบทรายที่อยู่ตรงหน้า


ไม่กี่นาทีต่อมาเธอนั้นออกหมัดชกเข้าใส่กระสอบทรายอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ใช้แรงมากหรือน้อยเกินไปจนเกิดเสียงดังสั่นไปทั่วยิมในชณะที่มาเรียคงฝึกซ้อมไปได้สักพักใหญ่จนทั้งตัวของเธอนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อเธอจึงหยุดพักหายใจก่อนจะรู้สึกว่ามีใครยืนอยู่พอหันไปก็พบกับเซเรน่าที่ได้เข้ามาหาพร้อมในมือนั้นถือผ้าขนหนูและน้ำมาให้

" เซเรน่าเหรอ? "

" ฝึกหนักน่าดูเลยนะ พี่มาเรีย " 

" ตอนนี้เราไม่รู้ว่าศัตรูจะมาไม้ไหน....อีกอย่างหลังจากฟังเรื่องแบบนั้นแล้วพี่ก็ไม่มีใครอยากอยู่เฉยๆหรอก " มาเรียได้เดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ก่อนที่จะรับผ้าขนหนูมาจากเซเรน่เพื่อมาเช็ดเหงื่อ " ขอบใจนะ "
 
" ในตอนที่หนูยังถูกควบคุมอยู่....ไม่คิดเลยว่าในตอนที่คุณฮิบิกิกับคุณมิคุปะทะกันจะถูกอาบแสงชินโชจินจนทำให้หลุดจากบาปแห่งการกำเนิดจน กลายเป็นตัวตนที่สามารถแบกรับพลังของพระเจ้าได้...ทำเอาช็อคน่าดูเลยนะคะ " 

" แต่ถึงงั้น....ก็มีแต่ต้องยอมรับความจริงและก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น.... " มาเรียได้พูดขึ้นก่อนจะหยิบเอาน้ำมากระดกดื่มอึกใหญ่ซึ่งเซเรน่าที่ยืนมองดํพี่สาวของเธออยู่นั้นก็ได้สังเกตเห็นสีหน้าของมาเรียที่ยังมีเรื่องกลุ้มใจอีก

" พี่มาเรีย....กำลังกัวลเรื่องของคุณซึบาสะอยู่สินะ " เซเรน่าที่ได้พูดออกมาลอยมาเรียที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้แก้ตัวอะไรก่อนจะก้มมองดูมือของตัวเอง

" สมกับเป็นเซเรน่าเลยนะ...ปิดเอาไว้ไม่ได้จริงๆไม่ไหวเลยนะพี่เนี่ยทั้งที่ซึบาสะกำลังรู้สึกสิ้นหวังแต่ตัวเองกลับทำอะไรไม่ได้เลย...ทั้งๆที่ตอนนี้ฉันเคยฟันฝ่ามากับเซเรน่าแล้วแท้ๆ " มาเรียได้นึกย้อนไปตอนที่กำลังเด็กเมื่อเธอในตอนนั้นไปทำบางอย่างจนเซเรน่างอนจนทำให้เธอต้องง้อยกใหญ่เมื่อพอนึกถึงสมัยก่อนก็ทำให้เธอนั้นหลุดยิ้มออกมาไม่ได้ตั้งใจ

เซเรน่าที่เห็นสีหน้าของพี่สาวของเธอนั้นดูดีขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เธอนั้นจะรับตาลงและร้องเพลงAppleที่เป็นเพลงโปรดปรานของเพวกเธออกมา

[ Ringo wa ukanda osora ni… Ringo wa okkochita jibeta ni… ]

มาเรียที่พอได้ยินเพลงAppleขึ้นมาก็ให้เธอนั้นหันไปมองเซเรน่าที่กำลังยืนร้องเพลงอยู่นั้นก็ทำให้เธอนั้นนึกถึงสิ่งที่เธอนั้นเคยลืมไปก่อนขึ้นมา

" นั้นสินะ....ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่พอพวกเราคนใดคนนึ่งโกรธอะไรทีไร...ก็มักจะใช้บทเพลงสื่อใจกันและกันสามารถเข้าใจได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว " มาเรียนึกออกขึ้นมาแล้วก่อนจะร้องตามเซเรน่ขึ้นมา

[ Hoshi ga umarete uta ga umarete Ruru ameru wa waratta tokoshie to Hoshi ga kisu xe uta ga nemutte ]

[ Kaeru toko wa doko deshō…? Kaeru toko wa doko deshō…?  Ringo wa okkochita jibeta ni… Ringo wa ukanda osora ni… ]

ทั้งสองได้ขับร้องผสานกันไปมาได้อย่างลงตัวจนทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นจากที่มีแต่ความเงียบและมืดครึมกับสดใจขึ้นมาทันทีตาเห็นจนกระทั้งเพลงจบลง

" ไม่ได้ร้องด้วยกันแบบนี้มานานแล้วสินะ.. " เซเรน่าที่รู้สึกคิดถึงบรรยากาศการร้องเพลงิของเธอกับมาเรียที่ไม่ได้ทำกันมานานจนทั้งสองพี่น้องรู้สึกคิดถึงอยากมาก

ทางด้านของเซ็นโตะที่ตอนนี้กำลังนั่งสร้างไอเท็มเพิ่มพลังชิ้นใหม่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับคิลบัสและโนเบลเรดแต่ในระหว่างที่ทำอยู่นั้นบิลด์โฟนของเขาก็ได้มีสายเข้าทำให้ต้องหยุดงานตรงหน้าแล้วเขยิบเก้าอี้ไปหยิบบิลด์โฟนมาแต่พอมองดูเบอร์ที่โทรมากลับเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักก่อนจะกดรับสายไป

" ฮัลโหล...นั้นใครนะ? "

" ถ้าอยากจะให้ทางเราส่งตัวนักเล่นแร่แปรธาตุกับเด็กผู้หญิงคนนั้นละก็....เจ้าจงทำตามที่ข้าบอกสะ " พอเซ็นโตะได้ยินเสียงปลายสายก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่โทรมาหาเขานั้นคือคาซานาริ ฟุโดนั้นถึงกับทำให้เซ็นโตะเปลี่ยนสีหน้าทันที

" คาซานาริ...ฟุโด "

" อีก1ชั่วโมงนำเอาแพนโดร่าบ็อกซ์มายังพิกัดที่ข้าส่งไป...ถ้าหากช้ากว่านั้นละก็จะไม่รับประกัน2คนนั้น "

" ที่มิคุกับเอลฟไนท์ถูกจับตัวไป...ที่แท้ก็เป็นฝีมือของแกเองงั้นเหรอ "

" ถ้าอยากได้ตัวสองคนนั้นกลับไปอย่างครบ32ละก็....จงทำตามที่สั่งสะและห้ามบอกS.O.N.Gหรือกับใครทั้งนั้น " ฟุโดได้ตัดสายไปปล่อยให้เซ็นโตะได้แต่ครุ่นคิดอยู่แปปนึ่งก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปที่แพนโดร่าบ็อกซ์ก่อนจะมองไปที่มันอยู่พักนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบเสื้อโค้ทมาสวมพร้อมกับเดินไปหยิบแพนโดร่าบ็อกซ์และบิลด์ไดรฟเวอร์เดินออกจากห้องพอประตูเปิดออกก็พบกับบันโจ คาซึมิและเก็นโทคุยืนดักรออยู่แล้ว

" ทำไมพวกนายถึง? "

" คิดจะแอบไปทำเรื่องสนุกๆคนเดียวอีกแล้วงั้นเหรอเจ้าบ้า " คาซึมิได้พูดขึ้นก่อนจะดีดนิ้วกลางหน้าผากของเซ็นโตะจนหน้าแทบหงาย

" เจ้าพวกนั้นทำให้ประเทศนี่ต้องร้องไห้.....ฉันไม่มีวันยอมปล่อยให้เจ้าพวกนั้นทำตามอำเภอใจไปมากกว่านี้แล้วละ " เก็นโทคุได้รูดซิบแจ็คเก็ตออกปรากฎเป็นเสื้อยืดสีม่วงพร้อมตัวอักษรคันจิที่เขียนว่า ' ตอบโต้ ' ให้เซ็นโตะได้เห็น

" เซ็นโตะ....ที่ผ่านมานายนะต่อสู้เพียงลำพังมาตลอดเพราะงั้น...เลิกฝืนทำอะไรด้วยตัวคนเดียวเถอะพวกเราเป็นพวกพ้องกันไม่ใช่เหรอ " บันโจได้พูดให้เซ็นโตะก่อนจะยื่นหมัดชนที่หน้าอก

" มีแต่พวกบ้าทั้งนั้น....หึ " เซ็นโตะได้มองไปที่พวกบันโจก็ทำให้นึกถึงภาพที่ร่วมสู้ด้วยกันจนเซ็นโตะถึงกับยิ้มมุมปาก

" ถ้าอยากไปด้วยกันละก็.... " เซ็นโตะได้เดินกลับเข้าไปในห้องก่อนจะเดินออกมาพร้อมไดรฟเวอร์ของคาซึมิและเก็นโทคุ " คงจะให้ไปตัวเปล่าๆไม่ได้หรอก " 

ทั้งสองได้รับไอเท็มของตัวเองซึ่งคาซึมิได้รับแสคนชไดรฟเวอร์กับบิลดไดรฟเวอร์ร่วมถึงบริสซาร์สนัคเคิลในขณะที่เก็นโทคุก็ได้เหมือนกันพร้อมไพร์มโร๊คฟูลบอทเทิล


" บอทเทิลใหม่ของฉันงั้นเหรอ " เก็นโทคุได้มองดูบอทเทิลอันใหม่ที่รับมาอย่างละเอียด

" บันโจนี่ของนาย " เซ็นโตะได้ยื่นบอทเทิลชิ้นนึ่งที่รูปร่างคล้ายกับจีเนียสลอทเทิลให้กับบันโจ " นายจะใช้เจ้านี้ได้มั้ยก็ขึ้นอยู่กับตัวนายแล้วละนะ "

" อะไรบอทเทิลใหม่ของฉันงั้นเหรอ? เหมือนกับจีเนียสบอทเทิลเลยแหะ " บันโจที่รับมาดูมันด้วยสีหน้าตื่นตาตื่นใจ 

" เดียวก่อนสิเซ็นโตะทำไมมีแต่ฉันไม่ได้ไอเท็มใหม่เหมือนกับริวกะกับไอ้หนวดเลยละ...แบบนี้มันลำเอียงเกินไปแล้วมั้ง" คาซึมิที่พอเห็นว่าตัวเองไม่ได้ไอเท็มใหม่ก็ได้เดินไปโวยใส่เซ็นโตะเล็กน้อย

" ของนายนะมีอยู่แล้วแต่ยังไม่เสร็จดี....เลิกง้อแง้แล้วไปกันได้แล้ว " เซ็นโตะได้พูดปัดก่อนจะเดินออกไปโดยที่พวกบันโจเดินตามหลังไปด้วย

ในขณะเดียวกันทางด้านของโอกาว่าได้มาที่ศูนย์วิจัยของS.O.N.Gเพื่อมารับชิ้นส่วนปริศนาพร้อมกับผลวิเคราะห์พร้อมกับเจ้าหน้าที่3-4คน

" ผลการตรวจสอบอยู่ในนี้หมดเเล้วละครับ " เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้เดินมาพร้อมเปิดกระเป๋าให้เห็นชิ้นว่วนนั้นพร้อมกับข้อมูลผลวิเคราะห์ที่อยู่ในนั้นยื่นให้กับโอกาว่า

" ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับ " โอากาว่าได่รับมาตรวจดูก่กอนจะปิดกระเป๋าแล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะกลับไปขึ้นรถของเขาพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นได้ไปขึ้นรถอีก2คันโอกาว่าพอมาถึงรถก็ได้ติดต่อไปที่ศูนย์บัญชาการทันที
 
" ทางนั้นเป็นไงบางโอกาว่า " เสียงปลายสายคือเก็นจูโร่เพื่อถามความคืบหน้าของภารกิจ

" ทางเราได้รับของมาแล้วครับ...กำลังจะกลับไปที่ฐานทัพพร้อมกับข้อมูลเดี่ยวนี้แหละครับ "

" เข้าใจแล้วระวังตัวด้วยละ "  เก็นจูโร่ได้กล่าวด้วยความเป็นห่วงก่อนที่โอกาว่าจะขับออกไปพร้อมกับรถสีดำอีก2คนที่ค่อยคุ้มกันโดยที่พวกเขานั้นไม่ทันสังเกตุเห็นโดรนปริศนาที่แอบสอดส่องแฮ็กฟังการสื่อสารเมื่อครู่ทั้งหมดแล้ว

" อ่า.....แบบนี้ไม่ได้เลยเเหะยังอุตส่าห์สงสัยอีกนะการปล่อยอะไรที่เป็นหลักฐานไปถึงฐานทัพศัตรูคงไม่ดีสินะเนี่ย " วาเนสซ่าได้บ่นออกมาในขณะที่ยอดเหนือซากปราสาทพร้อมกับรับภาพและเสียงจากโดรนของเธอที่แอบตามรอยโอกาว่าไปก่อนจะทรจิตหามิลาร์คเเละเอลซ่าที่อยู่ข้างในกำลังต้อนรับแขกอยู่ " ทั้งสองคนฟังนะ...ตรวจพบการเคลื่อนไหวของS.O.N.Gผ่านโดรนสังเกตการณ์ของเราดูเหมือนเรื่องที่พวกเราเกี่ยวข้องกับองค์กรคาซานาริจะถูกล้วงรู้เข้าแล้ว....เอาไงดีน๊า "
 
" ทราบจุดที่พวกนั้นอยู่สินะค่ะ...งั้นก็ไม่ต้องลังเลหรอกค่ะ "
 
" นั้นสินะ ช่วยไม่ได้แหะพี่สาวคงต้องทำอะไรก้าวร้าวซะหน่อยแล้วสิ " วาเนสซ่าได้ตัดการสื่อสารก่อนจะหันหลังและกระโดดจากซากปราสาทในขณะที่กำลังล่วงตกลงไปที่เท้าของเธอได้เปลี่ยนกลายเป็นไอพ้นเพื่อบินไล่ตามพวกโอกาว่าไป

" เรื่องการดึงเอาพลังของพระเจ้านะทางนี้จะจัดการเอง....ฝากจัดการทางนั้นด้วยละกัน " มิลาร์คได้กล่าวเรื่องการรับผิดชอบทางนี้ให้วาเนสซ่าหายห่วง


ทางฝั่งโอกาว่าทีกำลังขับรถเพื่อเดินทางกลับไปที่ฐานทัพโดยได้ส่งข้อมูลบางส่วนไปให้ทางเก็นจูโร่ดู

" ไม่ผิดเเน่นะโอกาว่า " เก็นจูโร่ที่หลังจากตรวจสอบข้อมูลลแ้วก็ได้ถามกับโอกาว่าด้วยความแน่ใจ

" ครับจากผลวิเคราะห์ของห้องวิจัยของเราทราบว่าของที่เรากู้มาจากเศษซากนั้นมีโอกาส 119.6%ที่จะเป็นอันติคีร์ร่าเกียร์ครับ "
 
" ตัวเลขขนาดนี้ยังกะเรื่องโกหก แต่ก็เป็นของจริงสินะ...วัตถุโบราณที่เคยหายไปในเหตุการณ์ครั้งก่อนถูกเจอที่ฐานของศัตรูหลังเหตุการณ์นั้นก็ไม่มีรายงานว่าจะอะไรถูกขโมยเลยถ้าเกิดทำแสร้งว่มันหายไปแล้วส่งต่อไปที่อื่นละก็... "

" ตั้งแต่ประกาศใช้กฎหมายบทDDLPN คาซานาริได้รับสิทธิ์ดูแลจัดการกับโบราณวัตถุทั้งหมดในประเทศอย่างที่ ผบ. คาดว่าแล้วเชียวกลุ่มคามาคุระกับโนเบล เรดต้องมีความเกี่ยวข้อง.. " โอกาว่าที่กำลังพูดก็ถึงกับชะงักเมื่อไฟหน้ารถได้ส่องไปพบวาเนสซ่ายืนอยู่กลางถนน

" เกิดอะไรขึ้นโอกาว่า? "
 
" ศัตรูครับ.....คาดว่าน่าจะมาแย่งชิงหลักฐานครับ "
 
วาเนสซ่าได้รูดซิบเสื้อแจ็คเก็ตออกก่อนจะยิงจรวดที่หน้าอกสองลูกเข้าใส่แต่โอกาว่ากับรถอีกคันสามารถหักหลบได้เเต่คันด้านหลังสุดที่หลบไม่ทันจนถูกยิงเข้าเต็มๆก่อนจะระเบิดไปโดยที่อีกสองคนได้ขับผ่านหน้าวาเนสซ่าไปดื้อๆ 

" แม้ๆๆ อุตส่าห์ชวนแท้ๆ ไม่เล่นด้วยเลยช่างเสียมารยาทจริงๆ " วาเนสซ่าได้หันตามไปก่อนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไล่ตามรถทั้งสองคัน
 
" จนกว่ากำลังเสริมจะไปถึงสลัดมันให้หลุดให้ได้!!!! "
 
" ก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้วละครับ " โอกาว่าได้ตอบกลับขณะที่ขับรถกระสุนปืนกลที่วาเนสซ่าที่ยิงจากนิ้วเข้าใส่ก่อนที่กระสุนนั้นจะเข้าที่ล้อของคันหลังจนพลิกคว้าระเบิดจนเหลือเเค่คันของโอกาว่าเพียงคนเดียว
  
วาเนสซ่าที่กำลังไล่ตามโอกาว่ามาแต่ได้แต่ได้มีแสงจากไฟส่องมาจากและรับรู้ถึงอันตรายจึงได้หันไปและยิงหมัดทั้งสองพุ้งออกไปซัดเข้าที่รถคันนั้นจนหน้ายุบก่อนที่เธอจะเงยหน้าไปมองพบร่างของมาเรีย คริสและเซเรน่าที่ลอยอยู่บนฟ้าก่อนที่ร่างขงอทั้งสามจะปกคลุมไปด้วยแสง

[ Killter Ichaival tron ]

Yukine Chris GIF


[ Hana wo kusuguru Gunpowder & Smoke Jarara tobikau Empty gun cartridges ]
 
คริสได้หันปืนลูกโม่ในมือและกระหน้ำยิงจนหมดแม็กใส่วานเสซ่าจนเธอต้องถอยหลบเต็มกำลังเเต่กระสุนที่คริสยิงออกไปนั้นได้พุ้งติดตามจนวานสเซ่าสร้างสนามพลังแม่เหล็กเพื่อป้องกันกระสุนของคริสเอาไว้จนทำให้เธอเปิดช่องโหว่มาเรียและเซเรน่าได้เอาดาบสั้นอากาโทลัมพุ้งเข้าโจมตีขนาบข้างวาเนสซ่าได้รีบตีลังกาขึ้นฟ้าเพื่อหลบการโจมตีของทั้งสอง
 
" อิจิว่า อากาโทลัมทั้งสองเข้าปะทะศัตรูแล้วครับ "

" มีช่องโหว่แล้ว " มาเรียได้วิ่งเข้าไปจะสู้ระยะประชิดเเต่ก็ถูกมือของวาเนสซ่าสที่ปล่อยออกไปก่อนหน้าหันมายิงกระสุนจากนิ้วทั้ง5เข้าใส่หลังของเธอ " อ้ากก!! "

" พี่มาเรีย!? "
 
[ Akai hiru ni mihorete Ukkari kazaana hoshī yatsu wa Kyoshu wo shina ]
 
วาเนสซ่าได้ปล่อยผลึกอรูคานอยท์ออกมาจากฝ่ามือเรียกอรูคานอยท์ที่เท้าติดล้อเข้าโจมตีใส่คริสกับเซเรน่าทันทีแต่คริสได้หันปืนแล้วยิงกราดใส่อรูคานอยท์ซึ่งกระสุนของเธอพุ้งเข้าใส่ร่างอรูคานอยท์ทุกนัดจนพวกมันระเบิดสลายหายไป

 


วาเนสซ่าที่เห็นว่าเธอนั้นกำลังถูก3รุม1จึงตัดสินใจยิงมือออกไปเกาะรถรรทุกคันนึ่งที่ขับผ่านมาพอดีเพื่อหลบหนี
 
" ภาระกิจชิงหลักฐานล้มเหลว....ดูเหมือนว่าจะต้องเล่นกับพวกสาวพวกนั้นสะหน่อยแล้วแหะ "  วาเนสซ่าที่ถึงจะเสียดายเรื่องการชิงหลักฐานล้มเหลวแต่ก็ยินดที่จะเล่นกับพวกมาเรียที่ตอนนี้ไล่ตามเธอทันด้วยการกระโดนไปมาบนหลังค่รถจนมาอยู่ตรงหน้าของเธอ

  
[ Chi wo nagaxa tte kizu ni natta tte Toki to iu nano kaze to nakama to iu kizuna no basho ga Itami wo kexe kasabuta ni suru...Attake ]

" นี่คุณคิดจะดึงประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาอีกแล้วเหรอคะ? "  เซเรน่าได้ถามออกไปจากการที่วาเนสซ่าล้อพวกเธอมาที่ทีมีประชาชนเต็มไปหมด

" อาระๆๆ....ขอโทษทีน่าจ๊ะ " วาเนสซ่าได้ตอบกลับอย่าไม่แคร์ก่อนจะหันมือทั้งสองแล้วยิงกระสุนจากปลายมือเข้าใส่

" ใครจะยอมให้ทำแบบนั้นกัน!? " มาเรียได้ปลดตัวดาบออกจากกันจนกลายเป็นแส้พร้อมกับเซเรน่าได้ช่วยกันปัดกระสุนของวาเนสซ่าทั้งหมดไม่ให้โดนประชาชนถูกลูกหลงได้สำเร็จ

[ Ima wo hyaku nijū pā de ikite ikya ī Sō surya chittā mashi na kako ni  Tsunaida te wo hipparu kurai nya natta Massugu erabou Futurism ]
 
" นั้นนะหรออากาโทลั่มทั้งพี่ทั้งน้องต่างสวมใส่มันเเละเปล่งประกายไปโดยที่ไม่สงสัยอะไรเลยงั้นเหรอเนี่ย " วาเนสซ่าที่พอสังเกตดูเกียร์ของมาเรียกับเซเรน่าดีก็จำได้ว่ามันคืออากาโทลัมจึงได้พูโจาแปลกออกมาทำให้วยองพี่น้องสงสัยทันที

" หมายความว่าไงกัน? นี่แกรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกัยอากาโทลัมงั้นเหรอ" มาเรียที่พอฟังคำพูดของวาเนสซ่าก็รู้สึกสงสัยก่อนจะถามกลับไป
 
" 1ในวัตถุโบราณที่เก็บกู้คืนโดยกองทัพสหรัฐในช่วงสงครามอิรักเป็นเกียร์ที่ไม่ทราบที่มาต่างจากอิกาลิม่า เเละชูชาร์กาน่าและก็ได้ถูกมาตั้งชื่อที่หลังเพื่อที่จะใช้งาน....มันช่างเป็นเกียร์ที่เต็มไปด้วยปริศนามากมาย " วาเนสซ่าที่อธิบายเรื่องเกี่ยวกับอากาโทลั่มจนทำให้มาเรียเริ่มไขว้เขว " ว่าไปนั้น "


ไม่นานดาร์คไดรฟ์ได้ไล่ตามเบียดเข้ากัรถที่มาเรียยื่นอยู่พร้อมกับวาเนสซ่าได้ยิงมิสไซล์จากเเขนของเธอพุ้งเข้าใส่จนตัวมาเรียปลิวกระเด็นออกไปแต่โชคยังดีที่เซเรน่าได้ใช้แส้ดาบดึงร่างของมาเรียกลับมาบนรถได้ปลอดภัย

" พี่มาเรียไม่เป็นอะไรนะ? "

" อะ...อ่าขอบใจนะเซเรน่า " มาเรียได้กล่าวขอบคุณก่อนที่คริสจะกระโดดมาอยู่บนรถคันเดียวกันด้วย

" ระวังไว้ให้ดีอย่าหลงละเลิงไปตามคำพูดของเจ้านั้น " คริสได้หันมาเตือนกับมาเรียทันที

" อ่า...เข้าใจแล้ว "

" แม้ๆ....ถ้างั้นเจอนี้หน่อยเป็นไง " วาเนสซ่าได้กระโดดพุ้งขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะยิงมิสไซลเข้าใส่จนสะพานขาด

" ฉันจะจการทางนี้เองพวกเธอสองพี่น้องจัดการยัยนั้นสะ "

" รับทราบ!! " มาเรียและเซเรน่าได้ขานตอบพร้อมกันก่อนจะกระโดดข้ามสะพานที่ขาดไปก่อนที่รถที่คริสยืนอยู่จะพุ้งตกลงสะพานไป

วาเนสซ่าได้กระหน้ำสาดกระสุนกับยิงมิสไซล์ที่เข่าเข้าใส่ซึ่งมาเรียและเซเรน่าได้พยายามเข้าประชิดพร้อมค่อยป้องกันให้กันและกันจนเข้าประชิดสำเร็จก่อนจะจะโจมตีพร้อมกันแต่วาเนสซ่าก็ได้เปลี่ยนเท้าทั้งสองเป็นไอพ้นบินพุ้งไปอยู้บนฟ้า 

" ที่ผู้คนต้องเคราะห์ร้ายก็เพราะความสะเพร่าของพวกเธอเองต่างหากละ....กะอีแค่ปกป้องเด็กคนเดียวไม่ได้อย่าหวังว่าจะปกป้องใครได้เลย เธอมันก็แค่ตัวไร้ประโยชน์เท่านั้น!!! " วาเนสซ่าได้พูดออกมาทำให้แทงใจดำมาเรียเต็มๆพร้อมกับทำให้มาเรียนั้นนึกถึงเหตุการณ์ที่จัดแสดงคอนเสิร์ตกับซึบาสะที่กำลังสิ้นหวังวาเนสซ่าที่พอเห็นว่ามาเรียติดกับก็ได้ยิงมิสไซล์ที่แขนทั้งสองกับที่ขาเข้าใส่ก่อนที่มาเรียจะรู้สึกตัวก็สายเกินไปแต่เซเรน่าได้เข้ามาขว้างพร้อมกสงม่านบาเรียขึ้นมาป้องกันเอาไว้

" พี่มาเรียนะไม่ใช่ตัวไร้ประโยชน์สักหน่อย....ไม่ว่าจะเมื่อไหร่พี่มาเรียก็คือแสงสว่างของฉันในยามที่ทุกข์หรือเศร้าพี่มาเรียก็จะค่อยปกป้องหนูมาโดยตลอดหนูภูมิใจในตัวของพี่มาเรียไม่เหมือนกับคุณที่เอาแต่พูดจาเหยียดหยาบผู้อื่นหรอก!!! "

" เซเรน่า... "

" อาระ....เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่มีมารยาทจริง!!! " วาเนสซ่าที่พอโดนเซเรน่าด่าสวนกลับชุดใหญ่ก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้าก่อนจะโจมใส่มิสไซล์ชุดใหญ่มาเรียที่ทนเห็นน้องสาวตัวเองถูกทำร้ายไม่ไหวก็ได้พุ้งเข้ามาพร้อมกับยิงเรลกันจากแขนซ้ายเข้าใส่มิสไซลจำนวนมากจนระเบิดก่อนจะถึงตัว

" พี่เนี่ยเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ...ต้องมาให้น้องสาวเพียงคนเดียวมาปลอบแบบนี้...แต่เพราะงั้นแล้วพี่เองก็ภูมิใจในตัวของเซเรน่าเหมือนกัน "

" อื้ม "

" เป็นสายสัมพันธ์พี่น้องทำเอาฉันอิจฉาเลยจริงๆ " เสียงคริสที่ได้จะโกนขึ้นมาทำให้วาเนสซ่าหันไปมองจุดที่สะพานขาดคริสที่ได้จับรถคันนั้นเอาไว้พร้อมกับใช้เครื่องยิงตอปิโดที่หลังยิงไอพ้นเพื่อดึงรถกลับขึ้นมาสร้างความตกใจให้กับวาเนสซ่าเป็นอย่างมาก

" อะไรกันนะ!!! " วาเนสซ่าที่กำลังตกใจแต่ก็เห็นโอกาสโจมตีคริสที่ตอนนี้เป็นเป้านิ่งได้ " แต่ว่า....ก็ถือว่ากลายเป็นเป้าให้ถูกยิงอยู่ดี " วาเนสซ่ไาดห้ันไปยิงโจมตีใส่คริสที่กำลังบินเอารถลงบนถนนอย่างปลอดภัยโดยที่มีมาเรียและเซเรน่าค่อยป้องกันเอาไว้

[ Kasane atta rekishi ga michishirube ni (Fire!) Saidai shutsuryoku (Fire!) shōjun kuria (Fire!) Kaihō buttobe Zenbu nose wo kurai yagare ]
 
ในระหว่างที่มาเรียและเซเรน่าปัดป้องกันกระสุนเธอได้เปิดชิ้นส่วนเกียร์ที่เอวทั้งสองออกปราพเป็นเครื่องยิงมิสไซล์ก็ได้กระหน้ำยิงเข้าใส่วาเนสซ่าที่ลอยอยู่บนฟ้าทันที

GIF - GIFs

วาเนสซ่าพยายามยิงสอยมิสไซล์จำนวนมากของคริสก่อนที่จะมาถึงตัวทำให้ซื้อเวลาให้คริสเอารถลงได้สำเร็จแล้วยิงตอปิโดทั้งสองลูกเข้าใส่วาเนสซ่าไปอีกครั้งแต่ก็ยังสามารถหลบได้ตามเคย

" เล่งไปตรงไหนกัน " วาเนสซ่าได้หันมาพูดตอกหน้ำซ้ำแต่เธอก็ชะลาใจไปก่อนจะเห็นมาเรียและเซเรน่าได้ใช้แส้ดาบของพวกเธอเป็นสายพรานควบคุมให้ตอปิโดทั้งสองลูกนั้นวกย้อนกลับมาที่วาเนสซ่าตามเดิมเธอรีบหันไปกระหน้ำยิงตอปิโดจนมันระเบิดกลางทางแต่เพระาแรงระเบิดของมันจึงซัดร่างเธออัดกับกำแพงแล้วร่วงลงนอนหมดสภาพที่พื้น

" put your hands up จ้ะ " คริสได้เดินมาพร้อมเล่งปืนขู่วาเนสซ่าเอาไว้โดยมีมาเรียเเละเซเรน่าจะยืนล้อมเอาไว้
 
" ดะ....ดูเหมือนว่าจะประมาทไปสินะ "

ณ ที่ซากปราสาทพวกเซ็นโตะได้เดินทางมาถึงก็พบกับฟุโดที่นำมาพร้อมกับจิน ฮารูกะ จุนและจิฮิโระที่ยืนเรียงเพื่อรอต้อนรับพวกเขา

" เอาแพนโดร่าบ็อกซ์มาด้วยรึเปล่า " ฟุโดได้ตะโกนถามออกไปเพื่อความแน่ใจซึ่งบันโจก็ได้แกะผ้าออกให้ได้เห็นว่ามีแพนโดร่าบ็อกซ์มาจริงๆ

" ตามสัญญาแล้วมิคุกับเอลฟไนท์อยู่ที่ไหน " เซ็นโตะได้ถ่วงสัญญาทันทีหลังจากที่ไม่เห็นมิคุกับเอลฟไนท์ยืนอยู่เลย

" ถ้าอยากได้ตัวสองคนนั้นก็ต้องมอบแพนโดร่าบ็อกซ์มาก่อน.... " ฟุโดที่ยังคงยืนยันคำเดิมเซ็นโตะที่ได้ยินคำตอบกลับมาก็ได้คิดได้เป็นทางเดียวและดูเหมือนบันโจ คาซึมิและเก็นโทคุเองก็จะเห็นด้วยอย่างยิ่ง

" ในเมื่อเป็นแบบบนี้แล้วละก็....พวกเราเองก็จะไม่ยอมยกแพนโดร่าบ็อกซ์ให้เหมือนกัน " เซ็นโตะได้ตอบปฏิเสธก่อนจะหยิบบิลด์ไดรฟเวอร์ขึ้นมาถือร่วมถึงคนอื่นๆ

" เจ้าคิดจะต่อกรกับข้างั้นเหรอ....พวกแก4คนจะไปทำอะไรได้ "

" แค่มีน้อยกว่า1คนอย่างคิดว่าเราจะกลัวนะเฟ้ย!? " บันโจที่พูดออกมาอย่างท้าทายก่อนที่ด้านหลังของพวกฟุโดนั้นจะปรากฎร่างของฮาร์ดการ์เดี้ยนจำนวนมากกับอรูคานอยท์ที่ยืนปนเปกันไปทำเอาพวกเซ็นโตะที่เห็นก็ถึงตกตะลึงทันที

" เท่านี้ก็4ต่อ900แล้ว " ฟุโดได้พูดขิงใส่จนทำให้บันโจนั้นสีหน้าถอดสีทันทีก่อนจะถูกคาซึมิได้เดินไปตบหัวจนโยก

" เจ้าบ้า ไปท้ามัน!? " คาซิมได้โวยวายใส่บันโจยกใหญ่ก่อนจะหันไปทางฟุโดอีกครั้ง

" นี่นี่จะยอมส่งแพนโดร่าบ็อกซ์มาให้ได้รึยัง "

" คำตอบของพวกเราก็ยังเหมือนเดิม....คือไม่ "

" ถ้างั้นก็ตายลงที่นี่สะ " ฟุโดพูดจบบิลด์ไดรฟเวอร์ก็มาปรากฎที่เอวพร้อมกับจิน ฮารูกะ จุนได้เอาอามะซอนไดรฟเวอร์สวมเช่นเดียวกับจิฮิโระได้เอานีโอ อามะซอนไดรฟเวอร์มาสวม

" แปลง...ร่าง "

[ KILLBUS SPIDER ]


[ ARE YOU READY?]


" แปลง.....ร่าง "


[ SPIDER-SPIDER-SPIDER KILLBUS SPIDER ]


" อามะซอน!!! "

[ ALPHA / OMEGA / SIGMA / NEO ]


ทั้ง5ได้ทำการแปลงร่างต่อหน้าของพวกเซ็นโตะยิ่งสร้างแรงกดดันกลับมาหาพวกเขามากและถูกกดด้วยจำนวนมากที่มีมากกว่ามากแต่ถึงงั้นทั้ง4ก็ไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย

" กะ..อีแค่เยอะกว่าอย่างคิดว่าจะมาข่มพวกเราได้ละ " เก็นโทคุได้พูดขึ้นมาก่อนจะเอาบิลด์ไดรฟเวอร์มาสวมทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้สวมไดรฟเวอร์ของตัวเองทันทีในขณะนั้นเองอีโวลต์ก็ได้ออกมาจากร่างของบันโจทันที

" หึหึ....ฉันละอยากจะรู้จริงว่าพวกนายมันโง่หรือบ้ากันแน่....ทำเอาฉันอยากจะสู้สุดๆไปเลยนะเนี่ย " อีโวลต์ที่รู้กรปรี่กะเปาอย่างมากเมื่อเห้ฯสถานการณ์ตรงจนทนไม่ไหวต้องออกมาเสนอแบบนี้

" แกที่เป็นแค่แม็ดโร๊คจะสู้ไหวรึไง "

" ถ้าตามทฤษฎีละก็ไม่ได้หรอก....ถ้าหากว่ามีพรประทานจากท่านนักฟิสิกข์อัจฉริยะละก็น่า "

" หนวกหูน่าเอาไปสะ " เซ็นโตะที่ขี้เกลียดฟังอีโวลต์พล่ามไปมากกว่านี้ก็ได้ยื่นอีโวลต์ไดรฟเวอรืกับคอบร้าอีโวลต์บอทเทิลและไรเดอร์ซิสเต็มอีโวลต์บอทเทิลให้

" หื้มม...ขอบใจมากเลย " อีโวลต์ได้เห็นของตัวเองก็รับมาก่อนจะเอาสวมทันที

" พวกแกทุกคนคิดจะล้นหาที่ตายรึไงกันนะ...ห๊าาา!!! "  คิลบัสที่เห็นความบ้าของพวกเซ็นโตะที่ถึงแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับกองทัพจำนวนมาก

" เพราะว่าบ้าเนี่ยแหละ....ถึงมาที่นี่ยังไงละลุยกันเถอะ!!! " 

[ GREAT ALL YEAH GENIUS / BOTTLE BURN CROSS-Z MAGMA / BOTTLEKIN GREACE BLIZZARD / PRIME ROUGE / COBRA RIDER SYSTEM EVOLUTOIN! ]

[ ARE YOU READY? ]

" แปลงร่าง!!! "

[ KANZEN MUKETSU NO BOTTLE YAROU! BUILD GENIU! SUGEI! MONOSUGEI! ]

[ GOKUNETSU KINNIKU! CROSS-Z MAGMA! ACHACHACHACHACHA ACHA! ]

[ GEKITOU SHINKA! GREASE BLIZZARD! GAKI-GAKI-GAKI-GAKIN! ]

[ TAI GIBAN SEI PRIME ROGUE! DORYA DORYA DORYA DORYA ]

[ COBRA COBRA EVOL COBRA HA-HA-HA ]


" ไปจัดการพวกมันซะ!! " คิลบัสได้ออกคำสั่งโอเมก้า อัลฟ่า ซิกม่าและนีโอได้วิ่งพุ้งออกไปพร้อมเหล่ากองทัพฮาร์ดการ์เดี้ยนกับอรูคานอยท์จำนวนมากเข้าใส่พวกบิลด์ที่ยืนเผชิญหน้าอยู่

" เพื่อความรัก...และสันติสุข!!! "
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

266 ความคิดเห็น

  1. #232 Supreme king (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 10:43
    มันส์ละทีนี้
    #232
    1
    • #232-1 Dark-knight-12(จากตอนที่ 127)
      13 มกราคม 2564 / 15:38
      ใช่จะสนุกขนาดไหนกันนะ
      #232-1