Kamen rider Build & Symphogear Re:Boot

ตอนที่ 126 : XV ตอนที่ 5 การกลับมาของกล่องแห่งหายนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    28 ธ.ค. 63

" ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้อีกแล้ว!!! " ฮิบิกิที่ได้ตะโกนกู้ร้องออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นบิลด์ที่มองดูอยู่ข้างหลังก็ได้สังเกตมองดูเกียร์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด 

" เกียร์รูปแบบใหม่งั้นเหรอ? "

" ทาจิบานะ.....เกียร์นั้นมันอะไรนะ? "  ซึบาสะที่เหมือนจะรู้สึกตัวแล้วมองไปที่ฮิบิกิที่สวมใส่เกียร์ไม่เหมือนเดิมนั้นยิ่งทำให้เธอตกใจก่อนที่คนอื่นๆจะรู้สึกตัวแล้วมองด้วยสีหน้าประหลาดใจอย่างมาก

" นี่คือพลังที่พวกคุณเซนต์เจอร์แมนให้ยืนมาไงละคะ " ฮิบิกิได้หันมาตอบก่อนที่เหล่าบล็อคDeadalus Endที่หลงเหลือได้มาร่วมกันที่เหนือหัวของฮิบิกิพร้อมพุ้งเข้ามาโจมตีอย่างรวดเร็ว

[ Masshōmendo man'naka ni akiramezu butsukaru nda Zenryoku zenkai de genkai (toppa xe) Tagai ni nigiru mono katachi no chigau seigi Dakedo (ima wa Brave) kasaneau toki da ]

ฮิบิกิได้ยกมือขวาที่มีสัญลักษณ์ดอกไม้สีทองชูขึ้นฟ้าก่อนที่มันจะผลิบานออกเป็นกลีบสีทองขนาดใหญ่ที่ปกคลุมร่างของเธอได้ทั้งหมดก่อนจะใช้อีกมือชกเข้าไปที่กลีบดอกไม้จนกระจายเเละเเปรเปลี่ยนเป็นกำปั้นเหล็กสีทองยักษ์ประกอบที่ไหล่ทั้งสองข้างพร้อมร่างเงาของเซนเจอร์แมนก็ได้ปรากฎอยู่ที่หลังของฮิบิกิด้วยเช่นกัน

 

บล็อคจำนวนมากได้พุ้งเข้าใส่ฮิบิกิได้ง้างหมัดทำให้กำปั้นเหล็กที่ไหล่ทั้งสองขยับตามเหมือนเป็นแขนอีกข้างของเธอร่วมถึงร่ารงของเซนต์เจอร์แมนเองก็ขยับตามเช่นกันก่อนจะชกเข้าใส่บล็อคชิ้นนึ่งที่พุ้งเข้ามาจนแตกละเอียดและบล็อคชิ้นอื่นก็พุ้งเข้ามาทั้งหมดพร้อมกัน

ฮิบิกิได้ตั้งท่าเตรียมหมัดขวาอีกครั้งก่อนจะรวบร่วมสมาธิและพลังแล้วชกออกไปจนเกิดคลื่นหมัดซัดเข้าใส่บล็อคทั้งหมดพุ้งขึ้นฟ้าจนถูกทำลายรวดเดียวเพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น

[ Shihai sare (kamishimeta) kuyashisa ni (aragatta) Sono kokoro tsutau ki ga xa nda (Wow×3)  Kyokugen no (kyokugen no) omoi kometa tettsui Tomo ni, issho ni! Tokihanatou!! ]

การต่อสู้ของฮิบิกินั้นได้ทำให้ทุกคนในห้องบัญชาการเองก็ประหลาดใจอย่างมากแต่มีเพียงแค่เอลฟไนท์ได้วิเคราะห์ถึงต้นกำเนิดของเกียร์รูปแบบใหม่ในตอนนี้จนสรุปออกมาอย่างเสร็จสับ

" พลังของซิมโฟเกียร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จากศิลานักปราชญ์สามารถปลอดปล่อยพลังจากเกียร์โดยตรงเพื่อสร้างบาเรียขึ้นมาป้องกัน.....และยังพลังโจมตีที่ถูกปล่อยออกมาอย่างสูงสุด สิ่งนั้นคือสิ่งใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจากซิมโฟเกียร์และเฟิร์สโรป อมัลกัรมฮะ!!

[ I trust! Hanasaku yūki (Shakin' hands) Nigiru dake janai nda (Shakin' hands) Kobu (shi wo) hiraite tsunagitai...! Te wo tsukami nigitte...to Kū wo kiru kanashimi no kotoba Zankoku wa sare warau yō ni Sore demo utai tsunage to... ]

ทางด้านมิลาร์คได้โดดลงมาก่อนจะงอกปีกออกมากลางหลังเเล้วให้อยู่ในสภาพเเข็งก่อนจะหยิบออกมาเป็นบูมเบอร์เเรงค์โยนเข้าไปโจมตีเเต่ฮิบิกิได้ใช่กำปั้นเหล็กปัดออกก่อนที่เอลซ่าจะใช่หางของเธอที่เป็นปากปีศาจเข้าโจมตีจากด้านข้าง

" ข้างหลัง!!! " บิลด์ที่หันไปเห็นก่อนจะตะโกนตื่นฮิบิกิซึ่งเธอก็ได้หันไปตามที่บอกจึงสามารถยกกำปั้นเหล็กสีทองขึ้นมาจับเอาไว้ได้ก่อนจะยิงกำปั้นนั้นออกไปทำให้ดึงร่างของเอลซ่าไปด้วย

" แย่เเล้วละค่ะ!!! "  เอลซ่าที่เห็นท่าไม่ได้ก็รีบปลดหางนั้นทิ้งไปจนร่างเธอร่วงตกลงมาที่พื้นก่อนที่หางอันนั้นจะถูกกำปั้นนั้นบีบทำลายคามือจนเกิดระเบิดก่อนที่กำปั้นเหล็กจะบินกลับมาประกอบเหมือนเดิม

[ I trust! Hanasaku yūki (Shakin' hands) Nigiru dake janai nda (Shakin' hands) Kobu (shi wo) hiraite tsunagitai...! ]

" จะมายอมเเพ้เเบบนี้นะ ไม่มีทางหรอกค่ะ!! " เอลซ่าได้เรียกหางอีกอันออกมาจากกระเป๋าติดตั้งกับที่ร่างของเธอเป็นซึ่งเป็นหางที่มีรูปแแบบเป็นวงกลมสีดำได้ประกบกันโดยมีเอลซ่าอยู่ข้างในเเล้วหมุนด้วยความเร็วสูงพุ้งเข้าโจมตีใส่ฮิบิกิรอบทิศทาง

" ใช่เเล้วละ....พวกเรานะไม่มีทางให้ถอยอีกเเล้ว!!!! " มิลาร์คที่บินอยู่บนท้องฟ้าได้เปลี่ยนปีกข้างขวามาเป็นกำปั้นปีศาจที่ข้างขวาเเทนแล้วบินพุ้งเข้าชกใส่ซึ่งฮิบิกิได้ใช้กำปั้นเหล็กต่อยปะทะแต่เป็นฝ่ายมิลาร์คกระเด็นไปเล็กน้อยก่อนที่เอลซ่าจะพุ้งเข้าโจมตีซ้ำแต่ก็ถูกซัดกระเด็นออกมาอีกครั้ง

" อีกครั้งนึ่ง!!!! " มิลาร์คได้ตั้งหลักก่อนจะบินวนรอบฮิบิกิเพื่อให้สับสนก่อนจะบินมาอยู่เหนือหัวและหุบปีกกลางหลังเปลี่ยมาที่ขาทั้งสองพุ้งเข้าโจมตีจากจุดที่คาดว่าฮิบิกิไม่สามารถป้องกันได้แต่ก็ยังถูกฮิบิกิอ่านเกมออกขึงถูกต่อยซัดตามเดิม

[ I believe! Hanasaku yūki (Shakin' hands) Shin'nen wa tagaedomo (Shakin' hands) Sā (ima) mokuzen no ten ni "Dato xe mo!" wo tsuranuke! ]

" เอลซ่าจัง มิลาร์คจัง " วาเนสซ่าที่ยืนมองดูทั้งสองคนถูกเล่นงานจนทนไม่ไหวได้กระโดลงไปลุยเอง " เเต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ยังต้องการพลังของพระเจ้าเพื่อใช่พลังของพระเจ้า เอาร่างกายของพวกเรากลับคืนมา!!! " วาเนสซ่าที่โดดลงมาก่อนจะกระหน้ำยิงมิสไซล์ไม่ว่าจากแขนขาทุกส่วนระดมเข้าใส่ฮิบิกิเพียงคนเดียว

ฮิบิกิที่ไม่เกรงกลัวพุ้งเข้าปะทะกันซึ่งๆหน้าก็ได้ฝ่าดงผ่านมิสไวล์มาได้จนำเข้าถึงตัววาเนสซ่าได้สำเร็จก่อนจะง้างกำปั้นเหล็กข้างขวาพุ้งเข้าใส่วาเนสซ่าที่เห็นว่าหมดทางต่อกรจึงหลับตาลงเตรียมใจรับการโจมตีนั้นเเต่ว่ากำปั้นนั้นกับถูกหยุดเอาไว้ก่อนจะถึงหน้าเธอเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น

" ทำไมกันละ? "

" ไม่รู้หรอกนะว่าที่พูดมาจะเป็นเรื่องจริงหรือโกหก....แต่ว่าเพราะได้ยินว่าอยากจะสนิทกับทุกๆคน เพราะงั้น " ฮิบิกิได้ยื่นมือไปเพื่อจับมือกับวาเนสซ่าเจ้าตัวที่กำลังตกใจก่อนที่เสียงสัญญาณดังขึ้น

" ถึงผู้ใช่เกียร์ลทุกคนยกเลิกภารกิจเดียวนี้ นี้คือคำสั่งจากรัฐบาลญี่ปุ่นโดยตรง " ทุกคนที่ได้ยินคำสั่งของเก็นจูโร่ก็ต่างตกใจ

" อะไรนะ? "

" หมายความว่าไงนะลุง? " คริสได้รียติดต่อเพื่อจอคำตอบทันทีแต่เก้นจูโร่กับไม่ได้ตอบอะไรพร้อมกับสถานการณ์ที่ห้องบัญชาการตอนนี้นั้นทหารของรัฐบาลเข้าควบคุมพร้อมเล่งอาวุธเข้าใส่จนทุกคนต้องยกมือขึ้น

" ถ้าจะหนีละก็มีแต่ตอนนี้เท่านั้น " จุนได้หันไปบอกกับวาเนสซ่าได้หันไปมองฮิบิกิอยู่แปปนึ่งก่อนจะเตรียมที่จะหนี

" จะหนีไปไหนนะ!? " บิลด์ที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหาก่อนที่ฮารูกะจะเข้ามาขว้างบิลด์เอาไว้

" อะมาซอน!!! " ฮารูกะได้ทำการแปลงร่างทันทีพร้อมกับปลดปล่อยความร้อนสูงออกมาจากร่างกายจนทำให้เกิดไอควันมหาศาลจนบดบังสายตาของทุกคนพอควันจางหายไปก็ไม่อยู่แล้วร่วมถึงพวกวาเนสซ่าและจุนกับจินก็ด้วยเช่นกัน

" หนีไปแล้วงั้นเหรอ.... " บิลด์ที่ดูจะไม่พอใจเอาอย่างมาก่อนจะหันไปมองฮิบิกิที่ยังคงยืนด้วยสีหน้าที่ดูจะสับสนอีกครั้ง

" คุณวาเนสซ่า.... "

" นี่มัน....เกิดอะไรขึ้นกันแน่ " บิลด์ที่ได้สงสัยก่อนจะมีเฮลิคอปเตอร์สองสามลำได้บินอยู่เหนือหัวพร้อมกับเหล่าทหารชุดพิเศษได้โรยตัวลงมาล้อมตัวบิลด์เอาไว้ 

" บิลด์ลดอาวุธลงแล้วยอมมากับพวกเราสะดีๆ " ทหารนายนึ่งได้ออกคำสั่งกับบิลด์ให้ยอมมอบตัวซึ่งในเวลานั้นบิลด์ก็ได้หันไปมองทางคานาเดะและมาเรียที่ทั้งสองได้ส่ายหน้าไปมาส่งซิกให้หนี

 " โทษทีแล้วกันนะ....พอดีฉันเบื่อตะไปนอนที่นั้นแล้วละ " บิลด์ได้ตอบกลับก่อนจะสร้างครอสโบว์อีจิว่ามาที่มือแล้วยิงลงพื้นรอบจนเกิดฝุ่นคลุ้งขึ้นมาทำให้ทหารต่างยกมือขึ้นมาบังแล้วใช้จังหวะนั้นหลบหนีไปทันที


ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ณ  ศูนย์บัญชาการ S.O.N.G 

" ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย "  คริสที่พอมาถึงก็ถึงกับตกใจกับภาพของศูนย์บัญชาการในตอนนี้ไม่ต่างจากมาเรียที่ได้อุทานออกมาเช่นกัน

" ศูนย์บัญชาการโดนยึดงั้นหรอ " 

" จะพูดว่า ยึด มันก็เสียมารยาทเกินไป น่าจะใช่คำพูดอย่างอื่นน่าจะดีกว่ามั้ง "

" ตามบัญญัติที่6 ว่าด้วยการป้องกันประเทศจากภัยพิบัติพิเศษหากมีประสงค์ รัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องการแทรกแซงจัดการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติขั้นพิเศษในประเทศสินะ" เก็นจูโร่ได้อธิบายให้กับพวกฮิบิกิที่ไม่รู้เรืองให้ฟังก่อนที่เจ้าหน้าที่ควบคุมได้โชว์เอกสารที่เป็นคำสั่งโดยตรงจากรัฐบาลญี่ปุ่นมาตอกหน้าซ้ำ

 " ใช่เเล้วละ เราในนามของตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่น เราจะดำเนินการตรวจสอบS.O.N.G ถ้าโดนรุกล่ำโดยกลุ่มของผู้ที่มีพลังพิเศษมันคงจะลำบากหากมันจะทำให้สาธารณชนไม่พอใจจนลุกฮือขึ้นมามันก็จะเเย่กว่าเดิมอีก "

" ดูยังไงมันก็ไม่เห็นต่างกันตรงไหนเลยนิ " ฟูจิทากะที่ฟังเเล้วดูไม่เห็นด้วยอย่างแรงจนพูดขึ้นมา

" อย่าเพิ่งไปขัดดีกว่านะ " โทโมซาโต้ที่กระซิบข้างๆให้ฟูจิทากะหยุดนินทาจึงเงียบทันที

" เหตุผลที่กองกำลังพิเศษขององค์การสหประชาชาติได้รับอนุญาติให้ใช่พลังพิเศษในประเทศญี่ปุ่น....ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะรัฐบาลญี่ปุ่นได้รับแจ้งล่วงหน้าและอนุมัติไปแล้วฉันพูดผิดรึเปล่าล่ะ? " 

" ก็ไม่ผิดหรอก...เพราะอย่างนั้นไงเมื่อปีที่เเล้วเราถึงได้ส่งคำร้องอยากเป็นทางกา.... "

" ยุทโธปกรณ์ที่เราได้เห็นไปเมื่อครู่จำไม่เห็นได้เลยว่ามีอยู่ในเอกสารคำร้องเลยน่า ว่ายังไงละ?"

" บ้าน่า...เพราะใช้อมัลกัมนะหรอฮะ? " เอลฟไนท์ที่พอได้รู้เหตุผลในการที่ถูกแทรกแซงก็ถึงกับตกใจ

" เล่งวาแผนแบบนี้เอาไว้แต่แรกแล้วสิท่า " ฟุจิทากะที่พอรู้เหตุผลกยิ่งโมโหหนักกว่าเดิมเรื่องทุกคนโทโมซาโต้เองก็เช่นกัน

" ผบ.คาซานาริ คิดว่าตอนนี้ยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลไปก่อนน่าจะดีกว่านะค่ะ " ซึบาสะที่ยืนกอดอกเงียบมาสักพักก่อนจะโน้มน้าวให้เก็นจูโร่ยอมรับข้อเสนออย่างหน้าตาเฉยผิดกับคนอื่นๆที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

" ใช่เเล้วละเดส...เอ้ะ....เอ้!!!! " คิริกะที่เผลอพลั้งตอบไปโดยไม่คิดจะร้องเสียงหลงออกมา

" คิริจัง ตอนนี้พวกเรากำลังคุยเรื่องซีเรียสกันอยู่น่า "  

" ทำไมคุณซึบาสะถึงยอมรับไปแบบนั้นละคะ? "  เซเรน่าที่ไม่เข้าใจกับสิ่งที่ซึบาสะจะพูดแต่ก่อนทีเ่ธอจะพูโอะไรไปมากกว่านี้มาเรียก็ได้แตะไหล่ของเธอพร้อมกับส่ายหน้าไปมาไม่ให้พูดอะไรต่อ

" ถ้าหากไม่มีอะไรเบื่องหลังคิดว่าให้เราตรวจสอบดีๆน่าจะดีกว่าน่าครับ "

" อ่า..ได้สิเเต่มีข้อแม้ของให้ผู้ใช้เกียร์ทุกคนพก เกียร์คอนเวอร์เตอร์เอาไว้เพื่อกรณีฉุกเฉินศัตรูบุกมาก็พอแค่นั้น "

" ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี...แต่ว่าไอ้อาวุธที่ไม่รู้ทีมาที่ไปนั่นจนกว่าจะตรวจสอบเสร็จเราไม่อนุญาตให้ใช้งาน "

" อึก.....จะทำอะไรก็เชิญ!! " เก็นจูโร่ที่พอใจก็ตอบไปโดยขึ้นเสียงเล็กน้อย

" งั้นจะทำตามใจเเล้วกัน "

" นั้นนะไม่ใช่อาวุธซะหน่อย.....เป็นกำปั้นแห่งความกล้าที่คุณเซนเจอร์แมนมอบให้ต่างหากละ..... " 

ทางด้านพวกวาเนสซ่าหลบหนีมาได้ำสเร็จก็ได้ลี้ผัยมาที่ที่ซากChattouที่ตอนนี้รัฐบาลได้ปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้คนนอกเข้ามาได้

" ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นมันอีกนะค่ะ " เอลซ่าที่รู้สึกรู้สึกคิดถึงกับปราสาทแห่งนี้อย่างบอกไม่ถูกเช่นเดียวกับทางมิลาร์คเองก็ไม่ต่างกัน

" ไม่คิดเลยว่า จะยกที่แบบนี้ให้กับพวกเรานะเนี่ย "

" นับตั้งเเต่ประกาศกฎหมาย DDPLN การดำเนินการเก็บกวาดภัยพิบัติพิเศษญี่ปุ่นก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมดูเเลของฉัน ถ้าหากใช้ที่นี้หลบภัยเเล้วจะไม่มีใครสามารถยื่นมือเข้ามายุ่งได้ง่ายๆยังไงละ " ฟูโดที่ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนด้านหลัง

" แปลว่าที่นี้เหมาะเป็นที่ซ่อนตัวอย่างยิ่งสินะค่ะ " 

" ว่าเเต่คุณจินละครับ " ฮารูกะได้เอ๋ยถามเกี่ยวกับจินที่ถูกคนของฟูโดเอาตัวไปรักษา 

" หายห่วงได้ตอนนี้อยู่ในการดูเเลของเราพอเสร็จเเล้วเดียวจะปล่อยตัวเอง " ฟูโดได้อธิบายออกมาก่อนที่ยอดี้การ์ดด้านขวาได้เปิดกระเป๋าโชว์ปลอกเเขนให้กับพวกวาเนสซ่าดู " ตอนนี้ได้เวลาเริ่มแผนการขั้นตอนสุดท้านแล้ว จงหลอมรวมพลังของพระเจ้าลงในคมดาบของผู้ที่ปกปักรักษามันซะเพื่อการนั้นเเล้วจะให้สิ่งที่จำเป็นที่อยู่ที่นี้ไปใช่"   

เอลซ่าได้เดินเข้าไปรับกระเป๋าที่เก็บปลอกเเขนจากบอดี้การ์ดคนนั้นก่อนจะหันไปมองดูอีกกระเป๋านึ่งพอบอดี้การ์ดเปิดอีกกระเป๋านึ่งก็เป็นถุงเลือด RH Soilจำนวนมากจนทำให้พวกวาเนสซ่าตกใจ 

" เราได้อธิบายไปเเล้วว่านี้เป็นการทดลองเพื่อดึงพลังงานของมันออกมาใช้จริง เเต่ว่าถ้าหากผลลัพธ์ไม่น่าพอใจละก็ " ฟูโดที่จู่ๆหยิบถุงเลือดมาอันนึ่งก่อนจะโยนลงพื้นเเล้วเหยียบจนเเตกต่อหน้าทุกคนเป็นการขู่  " และตอนนี้ก็ยังมีคนที่ไม่สะดวกที่จำทงานนี้ได้ เพราะยังมีพวกสุนัขบางตัวที่ค่อยดมกลิ่นรอบๆตัวฉันอยู่ " 

" นั้นหรือว่า " วาเนสซ่าที่เหมือนรู้ว่าเป็นใครก็เเอบนึกถึงอดีตของตัวเองขึ้นมาแว่บนึ่ง 

" ถ้าหากเป็นสัตว์ประหลาดละก็จงทำงานให้เหมาะสมกับเป็นสัตว์ประหลาดสะ โนเบลเรด " ฟูโดพูดจบบอดี้การ์ดก็ได้ส่งกระเป๋าเลือดให้กับมิลาร์คโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่พอใจเล็กน้อย " แผนการได้เริ่มขึ้นแล้ว จะไม่มีใครได้รับอนุญาติให้หยุดเด็ดขาด " 

เวลาเดียวกันนั้นภายในห้องทำงานของยัทซึฮิโระซึ่งเจ้าก็ได้รับเรื่องที่ว่าS.O.N.Gถูกคนของรัฐบาลได้แทรกแซงก็แต่นั่งกุ้มขมับแล้วเอนตัวพิ่งเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรงก่อนที่มือถือของเขานั้นจะมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาแต่ถึงงั้นก็หยิบขึ้นมารับอย่างไม่ลังเลเหมือนรู้ว่าคนที่อยู่ปลายสายคือใคร

" ดูเหมือนจะได้เวลาเเล้วละนะ เเน่ใจนะว่าสายนี่จะปลอดภัยนะ "

 " ไม่ต้องห่วงเป็นสายที่ยืมมาจากสายข่าวคนสนิทตอนที่อยู่โกโยคิบะน่ะ " ทางปลายสายคือเก็นจูโร่ที่ยืนคุยที่ตู้สาธารณะเเห่งนึ่งโดยมีโอกาว่าที่ยืนสังเกตุการอยู่ไม่ไกลจากตัวมากนัก " เเน่นอนว่าระวังตัวเผื้อไว้เเล้วด้วย "

" เห้อ....ตามที่นายว่าครั้งนี้มีการยื่นเอกสารขอตรวจสอบอย่างเป็นทางการ...แต่ในกลุ่มผู้ตรวจสอบก็มีคนที่ทางเราไม่รู้ภูมิหลังอะไรเลยอยู่ในนั้นด้วย  

" งั้นหรอ "

" แล้วอีกอย่าง ถึงเเม้พวกนั้นจะปกปิดเอาไว้อย่างดี...แต่ก็ยังมีร่องรอยของกลุ่มคามะคูระมีส่วนร่วมอยู่ด้วย "

" คามาคูระมีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆด้วย การเจรจาของเรากับสหรัฐ ก็ยังไม่สู้ดีเท่าไร ทางเราเองก็อยากจะรวบหัวรวบหางทางนั้นโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันแต่ว่า... " 

" ลูกพี่ หรือว่าคนที่สั่งการ โนเบล เรด ก็คือ "

" อย่าเพิ่งด่วนสรุปดีกว่านะเก็น ถึงเเม้จะมีอะไรยังไม่กระจ่าง อย่าเพิ่งไปสงสัยฉันเองก็อยากจะเชื่อแบบนั้นเหมือนกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศนี้ คาซานาริ ฟูโดก็จะออกมาปกป้องเอาไว้แถมยังเป็นพ่อของพวกเราอีกด้วย "

" ก็ใช่เเต่ว่า "

" ฉันเชื่อในตัวผู้คน หากเตรียมใจที่จะเชื่อเเล้วก็จะเชื่อให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะด้วยหนทางไหนก็ตามฉันจะสนับสนุนพวกนายอย่างเต็มที่เพราะงั้นฉันถึงได้เลือกเส้นทางสงครามการเมืองนี้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ของเรากับสหรัฐที่ยังไม่ลงรอย.....ฉันคนนี้จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงให้ได้อย่างแน่นอน การสำรวจซากโบราณบนดวงจันทร์คือก้าวแรก ถ้าหากเรื่องมันไม่กระจ่างขึ้นมาจริงๆละก็คงมีต้องงัดเอาอาวุธออกมาคลี่คลายสังคมบางละมั้ง "

" คาดหวังได้จริงๆสมแล้วที่เป็นลูกพี่ยัทสึฮิโระสมกับที่น่าเกรงขามในหมู่พี่น้อง "

" ในเชิงปฏิบัติของให้นายเป็นคนจัดการแล้วกัน ถ้าหากเเผนการของฝั่งนั้นล้มดหวลเมื่อไรก็จะถึงตาของพวกเราเอาคืนบบางฝากด้วยละเก็น "  ยัทสึฮิโระได้วางสายไปในขณะนั้นเองประตุก็ได้เปิดออกพร้อมกับร่างๆนึ่งได้เดินเข้ามาก็ถือรองเลชานุกราของนายกคนปัจจุบัน ฮิมูโระ เก็นโทคุได้เจ้ามาในห้อง

" ขออุนญาติด้วยครับ เจ้าหน้าที่สูงสุดคาซานาริ "

" เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่รองเลขานุการชองนายกมาที่นี่ด้วยตัวเองมากครับ "  ยัทซึฮิโระได้รีบลุกขึ้นยื่นจับมือกับเก็นโทคุตามมารยาท

เวลาเดียวกันที่หอพักของฮิบิกิและมิคุนั้นหลังจากที๋ฮิบิกิกลับมาก็ได้มาอายน้ำกับมิคุเพื่อผ่อนคลายแต่แทนที่

" ทั้งๆที่ได้วันหยุดมาแท้ๆ ดูไม่สดชื่นเลยนะ "

" อืม....ก็เกิดอะไรหลายๆอย่างเเหละ "

 --------FLASH BACK--------

 หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเข้ามายึดเพื่อขอตรวจสอบต่างคำสั่งของนายกฮิมูโระทำให้พวกฮิบิกิที่ไม่สามรถทำอะไรได้มากกไดแต่มานั่งว่างอยู่ที่โรงอาหารโดยมีเอลฟไนท์มานั่งร่วมวงด้วย

" ให้ผู้เกี่ยวข้องอยู่เตรียมพร้อมเรื่องในภาวะพิเศษหรอ? " เซเรน่าได้นั่งพูดทวนกับคำพูดของ

" มันก็เเค่การเล่นคำเท่านั้นเเหละ หรือก็คือ อย่าเข้ามากวน ยังไงละ" คริสได้พูดออกมาตรงๆจนทุกคนต่างหันไปมองยกเว้นซึบาสะที่เอาเเต่ก้มหน้า

" ไม่ถูกใจจริงๆเลย เเบบนี้ " มาเรียได้บ่นออกมาอีกคน

" ช่วยไม่ได้นิน่าถ้าหากเป็นคำร้องเป็นทางการละก็....ขืนพวกเราปฏิเสธละก็มันจะผิดกฎหมายของรัฐบาลเท่านั้น "

" ซึบาสะ... " 

" ถึงจะบอกว่าให้พักผ่อนมันก็เถอะ.....แต่ว่า " ชิราเบะเองก็ได้บ่นออกมาเล็กน้อย

" คงไม่มีใครสักคนตื่นเต้นกับสถานการณ์แบบนี้หรอกเดส " คิริกะที่พูดไปพร้อมเคาะหนังสือทริปท่องเที่ยวฤดูหนาวในมือไปมาก่อนจะรู้สึกถึงสายตาจำนวนมากที่กำลังจับจ้องมาทีเธอเป็นสายตาเดียวยกเว้นซึบาสะ เเละเอลฟไนท์เท่านั้น 

" แม้ๆๆๆ......ท่าทางที่เห็นมันดูจะไม่ใช่อย่างที่พูดเลยน่าคิ...ริ...กะ " คานาเดะได้ยื่นหน้ามาก่อนจะพูดแซะใส่จนยิ่งทำให้คิริกะนั่นลกกว่าเดิม

" มะ...ไม่ใช่นะก็หนังสือเล่นนี้มันว่างอยู่เเล้วเเค่บังเอิญเท่านั้นเเหละ....ไม่ได้เตี้ยมอะไรเลยนะเดส "

" เเล้ววันหยุดปกติเอลฟไนท์จังทำอะไรงั้นหรอ? " ฮิบิกิยื่นหน้าออกมาถามเอลฟไนท์ที่กำลังจิบกาเเฟอยู่

" วันหยุดก็คลายความตึงเครียดนะฮะ ก็ใช่ระบบป้อนผลย้อนกลับโดยตรงแปลงความทรงจำในสมองไปเป็นสัญญาณไฟฟ้า "

" อ่าาาา พอเลย หยุดเลย พอเลย หยุดเลย นั้นไม่ใช่วิธีคลายเครียดแล้วนั้นมันมีแต่จะทำให้เครียดกว่าเดิมมากกว่านะ"

" อะ...เอ้ ถ้าอย่างั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าวันหยุดจะทำอะไร ก็คงจะหมกหมุ่นอยู่กับการเล่นแร่แปรธาตุอะไรเทือกๆนั้นละมั้งฮะ "

" ถ้าอย่างงั้นเราไม่รู้ อะไรเล่าถ้าเป็นเรื่องนี้ละก็ตามกันไปใช่วันว่างๆสองสามวับแบบคุ้มค่ากับใครเเถวนี้สะสิ " คริสได้พูดขึ้นจนทำให้ทุกคนต่างจ้องไปที่ฮิบิกิเพียงคนเดียว

" ไงกลายเป็นฉันไปได้ละ!?  

-------- FLASH BACK END --------

" ถึงจะพูดเเบบนั้นก็เถอะ " ฮิบิกิที่มัวเเต่เหม่อลอยจนไม่สนโลกจนถูกฮิบิกแกล้งยิงน้ำเข้าใส่หน้าของเธอโดยไม่ททันรู้ตัว " วะ...ว้าย "

" หละลวม หละหลวม หละลวม!! " มิคุที่เป็นฝ่ายแกล้งด้วยการเอาปืนฉีดน้ำทั้งสองกระบอกกระหน้ำยิงเข้าใส่จนฮิบิกิต้องยกแขนทั้งสองมาบังหน้าเอาไว้

" วะว้าย....ขี้โกงอะ "

" เลียนเเบบคริสยังไงละ "

" งั้นหรอ เลียนแบบคริสจังงั้นหรอ...ถ้างั้นละก็ " ฮิบิกิที่ยิ้มแปลกๆพร้อมยกมือขึ้นมา ก่อนจะพุ้งเข้าจับตัวจักจี้ไปทั่วตัวของมิคุ " หละหลวมๆๆ!!! "

" อะ..ฮ่าห์ๆๆ พอเเล้วๆๆๆ "

เวลาต่อมาไม่นานทั้งสองที่พลัดกันแกล้งไปจนเหนื่อยหมดแรงก็นอนแช่ในอ่างน้ำตามเดิมจนได้ยินเสียงหยดน้ำลงอ่างจนดังสนั่นไปทั่วห้องเป็นช่วงเวลานึ่งจนมิคุได้เปิดหัวเรื่องขึ้นมาพูโเพื่อไมให้เงียบเกินไป

" แล้ววันหยุดที่อุตส่าห์ได้มา จะเอายังไงดีละ? "

" อืมม...จะเอายังไงหรอ? "

" วันหยุดที่ไม่ได้มีมานานฮิบิกิอยากจะทำอะไรงั้นหรอ? "

" ฉันอยากจะทำอะไรงั้นหรอ? โอ้ะ...ก็มีบางอย่างอยากจะทำอยู่เหมือนกันละ "

วันรุ่งขึ้นที่อพาร์ทเม็นของมาเรียเธอที่ได้เปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาจากห้องเพื่อเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกก่อนจะหันไปมองชิราเบะ คิริกะและเซเรน่านั่งดูทีวีกันอยู่ก่อนจะหยิบมือถือของเธอขึ้นมาก่อนจะมีเสียงกริ้งประตูได้ดังขึ้นเธอจึงไปเปิดประตูก็เห็นว่าคนที่มาก็คือคาซึมิที่มีของฝากติดไม้ติดมือมาเต็มไปหมด

" ไงไม่ได้เจอกันนานเลย คาซึมิ "

" โอ้วววว...ดูท่าทางจะสบายดีกันนะ " คาซึมิเองก็ได้ตอบกลับก่อนจะเดินเข้ามาในห้องพร้อมวางของฝากลงบนโต๊ะไม่นานชิราเบะและคิริกะที่พอเห็นคาซึมิก็หยุดดูทีวีและวิ่งเข้ามากอดจากข้างหลังทันที

" พี่คาซึมิน "

" โอ้ววๆๆๆๆ ว่าไงน้องสาวสุดพี่รักของพี่สุงขึ้นหน่อยรึเปล่านะ " คาซึมิก็หันไปหยอกลอกับคิริกะตามภาษาพี่น้องบุญธรรมในเวลานั้นเองชิราเบะก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมกับเซเรน่าทีหลัง

" สวัสดีค่ะ คุณคาซึมิ "

" ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ "

" โอ้ววว...พวกเธอเองก็ด้วยโต๊ะขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย " คาซึมิได้หันไปสนใจชิราเบะและเซเรน่าก่อนจะลูบหัวทั้งสองซึ่งทั้งคู่ก็ยอมให้รูปโดยไม่คิดอะไร 

" โทษทีน่าที่ต้องให้ถ่อมาถึงนี้นะ " มาเรียได้กล่าวขอโทษที่เธอนั้นติดต่อให้คาซึมิมาค่อยดูแลทั้งสามแต่ดูเหมือนเจ้าตัวไม่ได้ถือสาอะไร

" ไม่ต้องเกรงใจหรอก....ยังไงฉันก็ดูอยู่แล้วว่าจะเข้ามาหาก็ถือเป็นโอกาสเหมาะพอดีเลย "

" ถ้างั้นก็รบกวนด้วแล้วกันนะ " มาเรียได้ฝกให้คาซึมิดูและพวกชิราเบะก่อนที่ตัวเองจะเดินไปหยิบแจ็คเก็ตมาสวมในตอนเซเรน่าก็ได้เดินเข้ามาหาพี่สาวของเธอ 

" พี่มาเรียจะไปไหนเหรอ? " เซเรน่าได้เอ๋ยถามกับพี่สาวของเธอก่อนที่มาเรียจะหันมาหาพร้อมกับลูกหัวของเธออย่างอ่อนโยน

" พอดีว่าพี่มีธุระด่วนเรื่องงานนะ เพราะงั้นอยู่กับพี่คาซึมิเขาไปก่อนนะเสร็จแล้วพี่จะแวะซื้อเค้กที่เซเรน่าชอบกลับมาฝากแล้วกันนะ "

" ค่ะ ไปดีมาดีนะ พี่มาเรีย " เซเรน่าได้กล่าวลาก่อนที่มาเรียจะเดินออกจากห้องไป 

" เน่ๆๆๆ....พี่คาซึมินวันนี้พวกเราจะไปเที่ยวที่ไหนดีอะ.....อยากจะไปช้อปปิ้งกับเที่ยวสวนสนุกและก็ "

" เดียวสิคิริจังจะเยอะเกินไปแล้วนะ "

" เอาน่าๆๆๆๆ.....เดียวจะพาไปทุกทีเลยโอเคมั้ย "

มาเรียที่ออกมาห้องแต่ก่อนจะปิดประตูสนทก็ด้ยินเสียงเฮฮาจากข้างในห้องทำให้เธอนั้นอยากให้เวลานี้คงอยู่ต่อไปก่อนจะปิดประตูแล้วเดินออกมาจากอพาร์ทเม็นต์ของเธอ

ไม่กี่นาทีต่อมาเธอได้ยืนรออยู่ข้างถนนอยู่พร้อมหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมจะติดต่อไปหาใครสักคนแต่จู่ๆก็ได้มีมอเตอร์ไซค์คันนึ่งมาจอดตรงหน้าของมาเรียก่อนที่คนขับจะหันมาทักทายเชิงหลีหญิงทันที

" ว่าไงสาวน้อย....สนใจจะไปขึ้นรถเล่นกับพี่มั้ยจ้ะ~ "

" ฮ่าห์ๆๆ ตลกตายละคานาเดะเลิกล้อเล่นกันได้แล้ว " มาเรียที่ดูจะปัดมุขของคนที่อยู่ตรงหน้าทำเอาเจ้าตัวนั้นไหล่ตกทันทีก่อนจะจะเปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้นทำให้เห็นว่าคนที่อยู่ใต้หมวกกันน็อคคือคานาเดะ


" โธ้เอ๊ย....ไม่คิดจะรับมุขผู้จัดการส่วนตัวคนนี้บางเลยเหรอ "

" เพราะว่าเป็นเธอไงละถึงไม่อยากจะรับมุขด้วย " มาเรียได้บ่นใส่คานาเดะที่ตอนนี้คอตกไปแล้วก่อนที่เธอจะขึ้นไปซ้อนท้ายด้านหลัง " อย่ามั่วแต่อมทุกข์สิไปได้แล้ว " มาเรียที่พอเห็นว่าคานาเดะยังคอตกอยู่ก็ตบไปที่หลังทีนึ่งคานาเดะสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะหันไปโวยใส่

" โอ้ยยย!!! มันเจ็บนะ "

" เจ็บนะสิดีเอาละรีบๆไปได้แล้ว "

 " ค่าๆๆ " คานาเดะได้ขานตอบก่อนจะปิดกระจกหมวกกันน็อคแล้วยื่นหมวกกันน็อคอีกอันให้มาเรียใส่แล้วขับออกไปยังสถานที่แห่งนึ่งทันที

ในขณะเดียวกันทางด้านของเซ็นโตะที่อยู่ที่โกดังกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องเกียร์ของฮิบิกิที่เมื่อวันก่อนไม่หายจนบันโจที่เปลี่ยนชุดกำลังจะไปข้างนอกเสร็จแล้วเดินเข้ามาทัก

" เน่ เซ็นโตะเป็นอะไรของนายนะ....ตั้งแต่กลับมานายไม่ยอมพูดอะไรเลยไปเจอเรื่องร้ายมาเหรอ? "

" เปล่าหรอก....ไม่มีอะไรทั้งนั้นแต่ว่านะ....นี่นายจะไปไหนมิทราบ " เซ็นโตะได้หมุนเก้าอี้หันมาหาก่อนจะถามกับบันโจที่เตรียมพร้อมออกไปข้างนอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว

" อ่อ....พอดีว่าฉันนัดเพื่อนคนนึ่งเอาไว้นะ ชื่อว่าทาคายาม่า จิฮิโระ "

" เพื่อนเหรอ? นี่นายไปมีเพื่อนมาตอนไหนนะ "

" ก็ตอนที่ออกไปขายของเมื่อ2วันก่อนตอนที่นายถูกจับกุม....พอดีเพื่อคนนี้เข้าพึ่งมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกเลยสัญญาว่าจะพาเที่ยวนะ "

" อ่อ....งี้นิเอง....เดียวนะนี่นายจะทิ้งฉันให้อยู่ที่นี่คนเดียวงั้นเหรอ? " เซ็นโตะที่นั่งสรุปทั้งหมดก่อนจะพึ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังจะถูกทิ้งให้อยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพัง

"  จริงๆก็ไม่อยากจะทิ้งหรอกนะ....แต่อย่าลืมสิว่านายตอนนี้กลายเป็นที่หมายหัวของรัฐบาลนะคุณภัยร้ายต่อประเทศ " บันโจได้หันมาตอกย้ำเกี่ยวกับสถานะของเซ็นโตะในตอนนี้ทำเอาเซ็นโตะไปไม่เป็นจนยอมเงียบไม่เถียงกลับเพราะไม่มีอะไรจะเถียง " เพราะฉะนั้นนายอยู่เฝ้าบ้านนั้นแหละ....จะได้รู้ความรู้สึกของฉันเป็นยังไง.....ถ้างั้นเฝ้าบ้านดีๆละบ้าย บาย " บันโจที่ดูตะชอบใจที่เอาคืนเซ็นโตะได้สักทีก่อนจะเดินออกจากโกดัง

" หน่อยยย.....เจ็บใจจริงแต่ว่า.....ก็ถูกของมัน....เห้ออออ " เซ็นโตะได้แต่สำนึกในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปโดยที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อยู่อย่างนั้นก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างมาจากประตูที่เหมือนจะมีคนเปิิดเข้ามาเซ็นโตะที่รู้ดีว่าไม่มีทางจะเป็นบันโจก็ได้หันไปหยิบเนบิวล่าสตรีมกันที่อยู่บนโต๊ะเล่งไปที่ประตู

" เห้ๆๆๆ....ผู้หญิงน่ารักสองคนอุตส่าห์มาหาแต่กับต้อนรับด้วยหันปืนใส่แบบนี้มันเสียมารยาทนะ " คานาเดะที่เข้ามาคนแรกก่อนจะเห็นเซ็นโตะที่ตอนนี้ได้เล่งเนบิวล่าสตรีมกันมาที่เธออยู่ก็ได้แซวใส่ไปทีนึ่ง

" ทะ....ทำไมพวกเธอถึงรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ละ? "

" หึ...หื้มม~ ถ้าเป็นนายก็น่าจะเข้าใจดีนิน่าว่าS.O.N.Gนะเชี่ยวชาญเรื่องการหาข้อมูลนะ "  คานาเดะที่พูดจาขิงใส่เซ็นโตะอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะเป็นมาเรียเป็นคนตอบเสริมใส่สิ่งที่เธอพูด

" เอาจริงเหรอเนี่ย "

" สีหน้าดูดีขึ้นกว่าตอนที่โดนฉันจับกุมสะอีกนะเนี่ย " คานาเดะได้เดินเข้ามาแซวเซ็นโตะยกใหญ่หลังจากเห็นสีหน้าของเจ้าตัวที่ดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้าอย่างมาก 

" จะดีเหรอที่จะมายุ่งกับฉันอีกนะ...ถ้าเกิดว่าลงเอ๋ยแบบที่โลกเก่าละก็ " เซ็นโตะที่พูดไปพร้อมกับเบือนหน้าหนีช้าๆก่อนจะถูกมาเรียได้เดินเข้ามาใช้มื อทั้งสองของเธอจับให้หันมาสบตากับเธอทำให้เซ็นโตะเห็นสีหน้าของมาเรียตอนนี้ที่มีท่าทางดูงอนและไม่พอใจอย่างมากเห็นได้ชัด " มะ....มาเรีย...อู้ววว!!!! " 

" อุตส่าห์มาโลกใหม่แล้วแท้ๆแต่ไอ้สันดานที่ชอบเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้คนเดียวนึกว่าจะหายแล้วสะอีกให้ตายเถอะน่า.....นายเนี่ยมันบ้าจริงๆ บ้าจนไม่รู้จะสันหาอะไรมาด่าแล้วเจ้าบ้า!!! อีตาบ้า!!! เจ้าโคตาละบ้าเอ๋ย!!! " มาเรียได้กระหน้ำด่าเซ็นโตะยกใหญ่จนเจ้าตัวที่โดนถึงเหงื่อตกทันทีจนแทบจะวิ่งหนีแต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ทำได้แต่นั่งโดนมาเรียปรับทัศนคติอยู่ตรงนั้น

" อย่าเอาความรู้สึกตัวเองเป็นที่ตั้งสิ.....ถ้าหากว่านายยอมพูดว่าขอความช่วยเหลือละก็ ต่อให้ไม่มีความทรงจำจากโลกเก่าก็ตาม ทั้งฉันและคานาเดะและคนอื่นๆต้องช่วยนายอย่างแน่นอนอยู่แท้ๆนายนี่มัน..... " มาเรียที่กำลังบ่นอยู่จู่ๆก็เงียบไปดื้อๆพร้อมกับปล่อยมือจากหน้าของเซ็นโตะแล้วมาทุบอกของเซ็นโตะไปมาแทนแต่ไม่ได้แรงอะไรมากก่อนที่ตาของเธอจะเริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นมาก็ทำให้เซ็นโตะที่เห็นน้ำตานั้นก็รู้สึกตัวขึ้นมาทันที

 " ให้ตายสิที่ผ่านมั่วทำบ้าอะไรกันอยู่กัน......ขอโทษทีนะมาเรีย " เซ็นโตะที่พอเห็นมาเรียที่ดูจะเป็นห่วงเอามากๆก่อนที่จะผายมือออกกอดร่างของมาเรียเอาไว้พร้อมกับลูบหัวของเธอเพื่อเป็นการปลอบมาเรียที่รู้สึกถึงมืออันอบอุ่นที่คุ้นเคยแะน่าคิดถึงก็ได้ยิ้มออกมาก่อนจะเอาหัวพิงกับหน้าอกของเซ็นโตะไปโดยที่เธอนั้นไม่รู้ตัว

" อะ...แฮม!!!! " คานาเดะที่ยืนมองดูทั้งสองที่ดูจะสนิทสนมกันจนไม่แคร์สายตาของเธอจนมาเรียที่พึ่งจะรู้สึกตัวก็รีบเงยหน้าขึ้นมาและเขยิบออกห่างหนีเซ็นโตะทันทีพร้อมกับหน้าของเธอตอนนี้ที่แดงไปหมดจนเป็นมะเขือเทศ

" มะ....มะ...เมื่อกี้ มันไม่ใช่นะ "

" เน่ๆๆ มาเรีย ร้ายไม่เบาเลยนะเนี่ยเล่นรุกแบบนี่เนี่ย....แต่ว่าน่านี่มันไม่ใช่เวลามาสวีทอะไรกันหรอกนะ " คานาเดะได้เดินตบไหล่ของมาเรียไปก่อนจะหันมาแซวจนยิ่งทำให้มาเรียนั้นหน้าแดงกว่าจนควันแทบออกจากหู " ถ้าจะหวานแว๋วกันต่อแบบคู่รักเอาไว้หลังจากคุยเรื่องสำคัญเสร็จก่อนแล้ว "


" ก็บอกแล้วไงว่า.....ไม่ใช่อย่างงั้นนะ!!!!! "

ณ ห้องคาราโอเกะแห่งนึ่งในเมืองฮิบิกิและมิคุได้พาเอลฟไนท์กับซึบาสะมาเที่ยวเล่นหลากหลายที่ไม่ว่าจะพาไปกินของหวานที่ร้านดังแห่งนึ่งในห้างจนพบกับมิโซระและซาวะที่ร้านนั้นเช่นกันก่อนจะร่วมเที่ยวเล่นไปด้วยกันก่อนจะพาเอลฟไนท์ลองดูชุดน่ารักหลายแบบตามภาษาผู้หญิงจนที่สุดท้ายได้มาจบที่คาราโอเกะโดยที่มีเอลฟไนท์ร้องอย่างสนุกสนานจนมิโซระเข้าร้องเป็นเพื่อนโดยที่มีซาวะเอาลูกแซคกับทรัมโพลินมาเคาะตามจังหวะเพลงพร้อม

กับมิคุในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังครึกครื้นแต่กลับมีเพียงแค่ซึบาสะคนเดียวที่ดูจะไม่เคลิ้มตามกับความสนุกในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อยจนฮิบิกิหันไปเห็น

" ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้น่าา.... "

" ฮิบิกิ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ " มิคุสังเกตุเห็นสีหน้าของฮิบิกิที่ดูจะไม่สนุกตามจึงได้วางลูกแซคในมือลงบนโต๊ะแล้วหันไปถามกับเพื่อสนิทด้วยความเป็นห่วง

" อื้ม....จะว่าไงดีละทั้งที่อุตส่าห์คิดตารางเที่ยวหวังว่าจะให้คุณซึบาสะร่าเริงขึ้นแท้ๆ...แต่ดูเหมือนจะไม่เวิร์คสินะ "

" โทษที พอดีเห็นว่าว่างก็เลยตอบรับคำเชิญจากทาจิบานะ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ผ่อนคลายเลยสินะ ในใจรู้สึกมันจะบอกว่าควรจะฝึกกว่าจะมาสนุกกับการร้องเพลงนะ มันทำให้ฉันรู้สึกกลัวนะ"

" คุณซึบาสะ "

" ตั้งเเต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังสั่นไม่หยุดเลย...กับบตัวเองที่ไร้พลังไมม่สามารถปกป้องผู้ที่อ่อนเเอกว่าเอาไว้ไม่ได้......ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน " ซึบาสะที่พูดไปก่อนจะก้มไปดูที่มือของตัวเองที่ตอนนี้กำลังสั่นก่อนจะเห็นภาพหลอนที่มือของเธอนั้นถือดาบพร้อมกับเปื้อนเลือดมากมายจนทำให้ยิ่งสั่นกว่าเดิมเป็นจังหวะเดียวกันที่เอลฟไนท์กับมิโซระร้องเพลงจบพอดีทำให้ทั้งสองและซาวะนั้นไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับที่พวกฮิบิกิคุยกันเลยแม้แต่น้อย

" สุดยอดไปเลยแหะ " 

" สนุกจังเลยฮะ นี้นะเป็นอีกวิธีทำอะไรสนุกๆ ในวันหยุดๆนานๆสินะฮะ "

" แน่นอนอยู่แล้ววันหยุดนะ....คือของขวัญแสนพิเศษสำหรับมนุษย์อย่างเราเลยละ " มิโซระได้หันมาพูดให้โอเวอร์มากกว่าเดิมก่อนจะได้ยินเสียงมิคุที่จู่ก็ตะโกนขึ้นมาทำให้บรรยากาศที่จากครึกครื้นก็กลายเป็นตึงเครียดทันที

" ฮิบิกินะเอาเเต่ใจเกินไปแล้วนะ!!! " มิคุได้หันไปตำหนิใส่ฮิบิกิยกใหญ่ทันที่หลังจากได้ฟังปัญหาของซึบาสะทำให้เธอนั้นไม่พอใจอย่างมาก

" อะ...เอ้ๆๆๆๆ อะไรๆๆๆเกิดอะไรขึ้นเหรอ? " มิโซระได้รีบถามขึ้นทันทีด้วยสีหน้าตกใจเช่นเดียวกับเอลฟไนท์และซาวะ

" เรื่องของคุณซึบาสะก็น่าจะเอามาปรึกษาฉันบ้างสิ มันน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้อีก "

" ฉันเองก็พยายามคิดในเเบบของฉันแล้ว...... "

" ไม่ใช่ ในเเบบของฉันสิ นี้ได้คิดถึงความรู้สึกของคุณซึบาสะจริงๆรึเปล่า?  "

" งั้นเเล้วมิคุเข้าใจความรู้สึกของคุณซึบาสะงั้นหรอ? " ฮิบิกิที่โดนมิคุพูดแบบนั้นใส่ก็ถึงกับพูดส่วนกลับทำเอามิคุเงียบไปครู่นึ่ง

" ดะ...เดียวก่อนสิทั้งสองคน " ซึบาสะที่เห็นทั้งสองเริ่มทะเลาะจึงพยายามห้ามเเต่ก็ไม่มีใครฟัง

" เข้าใจสิ....ฉันนะเสียใจตลอดมาที่ชวนเพื่อนที่ฉันรักที่สุดไปดูคอนเสิร์ตจนต้องทำให้เจอกับเรื่องอันตราย ตั้งเเต่ตอนนั้นก็ไม่เคยยกโทษให้ตัวเองที่ต้องทำให้เขาเจอเรื่องร้ายๆ เรื่อยมา คำว่า ขอโทษ ฉันก็ซ่อนมันเอาไว้ตลอดมาเพราะรู้ว่ามันต้องทำให้คนนั้นต้องพบเจออันตรายอีกเเน่ "

" มิคุ.... "

 ตัดมาทางด้านของเซ็นโตะที่หลังจากปรับความเข้าใจทั้งหมดโดยมีมาเรียและคานาเดะเป็นตัวแทนของทุกคนก่อนที่คานาเดะนั้นจะได้ยื่นแฟ้มเอกสารบางอย่างให้กับเซ็นโตะซึ่งเขาก็รับมาดู

" นี่คือ? "

" นี่คือข้อมูลที่พวกเราหามาได้.....ข้อมูลตัวจริงของศัตรูที่พวกเรากำลังต่อสู้อยู่ในตอนนี้ " คานาเดะได้อธิบายก่อนที่เซ็นโตะจะเปิดแฟ้มมาอ่านรายละเอียด

" ชื่อของศัตรูที่พวกเรากำลังเผชิญหน้าอยู่คือโนเบล เรด เป็นผู้เหลือรอดของบาวาเรียอิลูมินาติ.....ทั้งสามคนนั้นคือเหยื่อทดลองในเชิงการเล่นแร่แปรธาตุของบาวาเรีย " มาเรียได้อธิบายข้างต้นในขณะที่เซ็นโตะได้เปิดแฟ้มข้อมูลส่วนตัวของวาเนสซ่าขึ้นมาโดยมีมาเรียเป็นคนพูดให้ฟัง

" อดีตนักวิจัยด้านเรลิท วาเนสซ่า ดีโอ้ดาเต้ ถูกอุบัติเหตุในขณะที่กำลังตรวจเช็คชิ้นส่วนเรลิททำให้สูญเสียร่างกายแทบทั้งหมดก่อนจะทำให้กลับมามีชีวิตด้วยวิทยาการของเฟิร์สโรปก่อนจะกลายเป็นหนูทดลองให้กับการวิจัย.....

" เดียวก่อนนะ.....นี่จะบอกว่าทั้งตัวของเธอคนนั้นคือเฟิร์สโรปงั้นเหรอ? " เซ็นโตะที่ดูจะตกใจเมื่อรู้ว่าร่างกายของวาเนสซ่าแทบทั้งหมดนั้นเป็นเฟอร์สโรป

" ต่อไป....จะเป็นสมาชิกอีก2คนที่เหลือมิลาร์ค เคราสโตนกับเอลซ่า บีต้า ทั้งสองคือเด็กกำพร้าที่ทางบาวาเรียนำมาทำการทดลอง.....แต่เดิมแล้วมีเด็กมากมายที่ถูกทดลองสารพัดแต่ก็มีเพียงแค่2คนนี่เท่านั้นที่ทนการสดลองได้ "

" แล้วเด็กๆที่เหลือละ? " เซ็นโตะที่พอลองถามออกไปก็ทำให้คานาเดะและมาเรียมองหน้ากับด้วยสีหน้าที่รู้สึกปวดใจอย่างมากนั้นก็ทำให้เซ็นโตะนั้นรู้คำตอบได้ทันที " งั้นเองเหรอ.... "

 " ส่วนนี้คือข้อมูลของไรเดอร์ที่นยายได้สู้ด้วย " คานาเดะได้เอาแฟ้มข้อมูลอีกอันออกมาและยื่นให้กับมือของเซ็นโตะ

 " ทาคายาม่า จิน...อดีตนักวิจัยเชี่ยวชาญเลือกพันธุกรรมเมื่อ2ปีก่อนเขานั้นได้ยื่นของบประมาณกับทางรัฐบาลเพื่อไปพัฒนาโปรเจคชิ้นนึ่งของเขาแต่สุดท้ายก็ถูกปัดทิ้งอย่างไม่แหย่แส้ ด้วยผิดกับความเป้นมนุษยธรรมนะ "

" โปรเจค.....อามาซอนงั้นเหรอ " เซ็นโตะได้หยิบเอกสารโปรเจ็คต์ของจินขึ้นมาดูพร้อมกับรายละเอียดให้มาเรียและคานาเดะฟังไปด้วย " เป็นโปรเจคที่จะวิวัฒนาการมนุษย์..... "

" หลังจากที่เขาถูกปฏิเสธจากการขอเงินทุนก็หายไปจากสถานีวิจัย.....โดยแอบพัฒนาโปรเจคต่อไปจนเข้านั้นได้มนุษย์2คนมาเป็นหนูทดลองและแน่นอนก็ร่วมถึงตัวเขาเองด้วย " คานาเดะได้พูดเสริมจากมาเรียก่อนจะเปิดภาพผู้รับการทดลองแล้วยื่นให้เซ็นโตะดู 

" มิสึซาวะ ฮารุกะ.....มาเอฮาระ จุน  " เซ็นโตะได้นั่งไล่อ่านชื่อผู้ทำการทดลองไปเรื่อยก่อนจะหยุดอยู่ที่ชื่อนึ่งเข้า " ทาคายาม่า จิฮิโระ? "

" ลูกชายของเขาเองแหละ....เป็นพ่อโรคจิตใช่มั้ยละถึงขั้นเอาลูกชายแท้มาทำการทดลองแบบนี้เนี่ยไมมีความเป็นพ่อคนเหลืออยู่แล้วมั้งเนี่ย "

" ไม่ได้การแล้ว....แบบนี้แย่แน่!!! " เซ็นโตะที่พอเห็นชื่อของทาคายาม่า จิฮิโระก็ถึงลุกขึ้นตะโกนดังโกดังทำเอามาเรียและคานาเดะที่อยู่ใกล้สะดุ้งตกใจพร้อมเพรียงกันทันที

" เป็นอะไรของนายจู่ๆก็ลุกขึ้นมาตกใจหมด!? " คานาเดะได้รีบหันไปโวยวายใส่เซ็นโตะทันทียกเว้นมาเรียเธอจึงเดินเข้าไปถาม

" มีเรื่ององะไรงั้นเหรอ? "

" ต้องรีบติดต่อบันโจแล้ว!!! " เซ็นโตะได้รีบวิ่งไปหยิบบิลด์โฟนขึ้นมาก่อนจะกดเบอร์เพื่อติดต่อไปหาบันโจทันที

" บันโจทำไมเหรอ "

" ก็ตอนนี้นะบันโจอยู่กับทาคายาม่า จิฮิโระนะสิ!!! "

" ว่าไงนะ? "

" รับสิๆๆๆๆ " เซ็นโตะที่รู้สึกลุกลี้ลุกล่นรอให้บันโจรับสายแต่จู่ๆก็ได้มีบางอย่างได้พุ้งทะลุลงจากเพดานลงมาอยู่ข้างในโกดังทำให้ทั้งสามต่างหันไปมองปรากเป็นร่างของคิลบัสที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่คิลบัสจะพุ้งเข้าไปชกเข้าที่ท้องของเซ็นโตะจนร่างปลิวกระเด็นข้ามโต๊ะทำงานตัวเองทันที

" เซ็นโตะ!? " คานาเดะที่เห็นเซ็นโตะโดนซัดปลิวกระเด็นไปแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันทีพร้อมกับมาเรีย

" โอ้ะ...โอ้ววว....คงจะให้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ " คิลบัสได้ก้มลงไปหยิบบิลด์โฟนขึ้นมาก่อนจะบีบพังคามือ

" นี่แกเป็นใครนะ? " 

" เจ้านั้นคือคิลบัส.....เป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกเหมือนกับอีโวลต์และก็เป็นราชาแห่งดวงดาวบลัดเป็นพี่ชายของอีโวลต์ด้วย "

" ราชาดวงดาวบลัด "

" พี่ของอีโวลต์งั้นเหรอ "

" ว่าไงสาวๆๆ.....พอดีกว่าฉันไม่ค่อยได้คุยกับผู้หญิงชาวโลกเท่าไร....แต่ว่าเรื่องนั้นจะยังไงก็ช่างฉันขอรับเจ้านั้นไปก็แล้วกัน " คิลบัสได้โบกมือให้กับมาเรียและคานาเดะก่อนจะหันไปมองที่กำเเพงที่มีแผ่นชิ้นส่วนสีขาวแขวนเอาไว้อยู่

" ที่หมายตาคือแผ่นชิ้นส่วนสีขาวงั้นเหรอ? "

" ไม่ยอมให้เอาไปหรอก!!! " เซ็นโตะได้ลุกขึ้นก่อนจะเอาบิลด์ไดรฟเวอร์ขึ้นมาสวมพร้อมจีเนียสบอทเทิล " แปลงร่าง!!! "

[ GREAT ALL YEAH GENIUS ]

[ KANZEN MUKETSU NO BOTTLE YAROU! BUILD GENIU! SUGEI! MONOSUGEI! ]


เซ็นโตะได้วิ่งเข้าขัดขว้างคิลบัสพร้อมกับแปลงร่างเป็นบิลด์จีเนีบสเพื่อรับมือซึ่งทั้งสองต่างก็ชกเข้าใส่กันไปมาแต่บิลด์ก็ไม่สสามารถสู้แรงของคิลบัสได้จนถูกชกส่วนกลับปลิวกระเด็นไปมาจนข้าวของล้มละเนละนาดไปหมด

" มาเรีย คานาเดะรีบเอาแผนชิ้นส่วนสีขาวออกไปจากที่นี้สะ "

" แล้วนายละ? นายคนเดียวไม่มีทางเอาอยู่หรอก " มาเรียที่ไม่เห็นด้วยที่จะทิ้งบิลด์เอาไว้คนเดียวก่อนที่บิลด์จะหันมาเถียงกลับ

" จะยอมให้เจ้านั้นเอาแผ่นชิ้นส่วนสีขาวไปฟื้นคืนชีพแพนโดร่าบ็อกซ์ไม่ได้....ถ้าหากว่าแพนโดร่าบ็อกซืกลับมาละก็โลกจะต้องพบกับจุดจบแบบเดิมแน่เพราะงั้นขอร้องละ " บิลด์ได้กล่าวขอร้องก่อนจะหันไปวิ่งออกไป

ซึ่งคิลบัสก็ได้เดินไปหยิบแผ่นชิ้นส่วนมาได้แล้วแต่บิลด์ก็ได้พุ้งเข้ามาพร้อมหอกกังกุงเนียร์ในมือเข้าทิ่งแทงใส่ร่างของคิลบัสอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ปลายหอกหมุนด้วยความเร็วสูงสร้างทอร์นาโดซัดร่างของคิลบัสปลิวกระเด็นไปอีกมุมของโกดังพร้อมแผ้นรชิ้นส่วนกระเด็นมาตกที่มือพอดีก่อนจะโยนไปให้กับมาเรียพอดีซึ่งเจ้าตัวก็รับมาแต่พอหันไปอีกทีคิลบัสได้ใช้ขาแมงมุมขนาดใหญ่เข้าโจมตีใส่บิลด์ตอนที่เผลอจนกระเด็นลงไปนอนกับพื้น 

" เซ็นโตะ!!! "

" อย่าเข้ามา!!!......รีบไปซะ!!! " บิลด์ได้หันไปตะโกนห้ามมาเรียเอาไว้ก่อนที่คิลบัสจะเดินตรงเข้ามาหาเธอ

" เอาละสาวน้อยถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งมันมาให้ฉันสะ " คิลบัสที่กำลังจะเดินถึงตัวของมาเรียเรื่อยๆแล้วแต่บิลด์ก็ได้ลุกขึ้นแล้วเข้ามาดักและล็อคร่างคิลบัสเอาไว้ " ปล่อย...ปล่อยเสะ!!!! "

" มาเรียรีบไปเร็วเข้า!!! "

" มาเรียพวกเราต้องรีบไปแล้ว!!! " คานาเดะได้ขับมอเตอร์ไซค์มาจอดรอพร้อมกับตะโกนเรียกให้มาเรียขึ้นมาซึ่งมาเรียก็มองดูบิลด์ที่กำลังเข้าต่อสู่กับคิลบัสเพื่อขัดขว้างจนเธอนั้นยอมตัดใจวิ่งไปขึ้นซ้อนพอมาเรียขึ้นมาแล้วคานาเดะก็ได้รีบขับออกไปทันที

" เกะกะน่า!!!! " คิลบัสที่เริ่มหมดความอดทนก็ได้เตะใช้ฝ่ามือปล่อยคลื่นอากาศซัดร่างของบิลด์กระเด็นออกมาเล็กน้อยก่อนจะยิงใยจากมือทั้งสองตรีงร่างของบิลด์เอาไว้แล้วรวบพลังตัวเองเอาไว้ที่หมัดชกเข้ากลางอกของบิลด์เต็มจนกระเด็นลงไปนอนเป็นครั้วที่3

เวลาเดียวกันทางบันโจที่พาจิฮิโระพาชมเที่ยวเล่นจนเพลิดเพลินต้องมานั่งพักที่สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยครอบคัรวที่พาเด็กมาเล่นปั่นตุ๊กตาหิมะกับคนอื่นหลายวัยออกมาเดินเล่นกัน

" สนุกมั้ยจิฮิโระ "

" อื้ม....มีแต่ที่ทีน่าตื่นตาตื่นใจมากเลยละ....ดีจริงๆที่ยังมีชีวิตอยู่นะ "

" พูดอะไรแปลกๆนะ....ก็นายยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่รึไง "

" นั้นสินะ " ทั้งสองที่หัวเราะกันไปมาก่อนที่ต่างฝ่ายต่างจะหยุดหัวเราะเพื่อพักหายใจจิฮิโระได้หันมาถามกับบันโจคำถามนึ่ง

" เน่แล้วทีบ้านบันโจเป็นไงบางเหรอ? "

" เรื่องนั้นนะ....จะว่าไงดีละก็พอดีว่าพวกท่านเสียไปตั้งแต่ฉันยังเด็กเลยจำอะไรไม่ค่อยได้ " บันโจที่พอโดนคำถามของจิฮิโระไปก็แอบบทำหน้าเศร้าเล็กน้อยแปปนึ่ง " แต่ถึงงั้นก็เถอะฉันยังคงจดจำพวกท่านเอาไว้ดีกว่าจะปล่อยให้ลืมละนะ.... "

" ดูท่าจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นดีเนอะ "

" ว่าแต่ของจิฮิโระละครอบครัวเป็นแบบไหนนะ....คงจะรวยมาเลยใช่มะก็ถึงกับอยู่ต่างประเทศมากกว่าอยู่ญี่ปุ่นใช่มะ " 

" ก็....แบบว่าเป็นครอบครัวที่เอาแต่หมกมุ่นกับงานจนไม่ค่อยมีเวลาให้ละนะ....แถมเพื่อนก็ไม่ค่อยมีอีกด้วย " จิฮิโระพูดไปพร้อมสีหน้าที่ดูซึมๆอย่างเห็นได้ชัดเจนจนทำให้บันโจเห็น

" นายคงจะเหงาน่าดูเลยสินะ..... " บันโจที่มองไปที่จิฮิโระทำให้นึกถึงตัวเองเมื่อก่อนที่จะเจอกับพวกเซ็นโตะขึ้นมาก่อนจะตบไหล่ของจิฮิโระเพื่อเป็นการปลอบ " แต่ตอนนี้นายก็มีฉันเป็นเพื่อนแล้วนี่ใช่มะ "

" อะ...เอ้แต่ว่าผมอายุน้อยกว่าบันโจอีกนะ ต่างความจริงแล้วผมควรเรียกบันโจว่าคุณด้วยซ้ำ "

" เรื่องนั้นนะช่างเถอะ.... " บันโจไม่ได้ถือสาเกี่ยวกับการเรียกชื่อหรือเรื่องอายุในระหว่างที่คุยอยู่นั้นมือถือของบันจก็ได้เสียงเรียกเข้าดังขึ้นมา " อะไรนะ....ใครโทรมานะ " บันโจไดหันไปหยิบมือถือหยิบออกมาจากกระเป่ากางเกงเพื่อดู

" อะ...เซ็นโตะนิน่าทำไมจู่ๆถึงโทรมาละเนี่ย" บัฯดจที่กำลังจะกดรับแต่ก็ได้มีมือนึ่งมาหยิบมือืถือของเขาออกต่อหน้าต่อตาซึ่งคนๆนั้นก็คือจินที่ได้กดตัดสายทันทีก่อนจะโชว์ให้เห็น

" แย่จัง....ดูเหมือนจะไม่ได้รับสะแล้วละ  " จินที่พูดไปยิ้มไปก่อนจะด้วยรอยยิ้มที่แอบจิตๆก่อนจะหักมือถือของบันโจทิ้งคามือ

" นี่แก....เป็นใครกันนะ "

" เอ้....ลืมกันแบบนี้ก็แย่นะสิถ้าแบบนี้จะจำได้รึเปล่า " จินได้หยิบอะมาซอนไดรฟเวอร์ขึ้นมาสวมก่อนจะเอามือไปจับที่คันโยกขวามือแล้วเงยหน้าขึ้นมามองบันโจพร้อมกับรอยยิ้มที่ชวนขนลุก " อามะซอน... "

[ ALPHA ]

[ ROAMING THE WILD! WI-WI-WI-THE WILD ]

" แกมันไรเดอร์สีแดงในโรงพยาบาลในวันนั้น " บันโจที่พอเห็นจินแปลงร่างเป็นอามะซอนอัลฟ่าก็จำได้ทันทีพร้อมกับชี้นิ้วใส่

" ในที่สุดก็จำได้สักที....หมัดแกในวันนั้นมันร้อนใช้ได้เลยละ.....วันนี้ฉันจะกลับมาล้างตากับแก "

" ถ้าอยากได้ละก็จัดให้!!! " บันโจที่โดนอัลฟ่าท้าสู้กับเพื่อล้างตาก็รับคำท้าก่อนจะหยิบบิลด์ไดรฟเวอร์ขึ้นมาสวม " จิฮิโระรีบไปหลบก่อนตรงนี้มันอันตราย " 

[ BOTTLE BURN  CROSS-Z MAGMA ]

[ ARE YOU READY? ]

" แปลงร่าง!!! "  

[ GOKUNETSU KINNIKU! CROSS-Z MAGMA! ACHACHACHACHACHA ACHA! ]

" คราวนี้แหละ...ฉันจะจัดชุดหนักให้กับแกจนน็อคไปเลย!!! " ครอสได้ชนหมัดทั้งสองกันก่อนที่จะเกิดประกายไฟจากมือทั้งสองแล้ววิ่งพุ้งเข้าใส่เช่นเดียวกับอัลฟ่าก็ได้วิ่งเข้าใส่ต่างฝ่ายต่างก็ชกเข้าใส่กันและกันไปมาจนทั้งสองกระเด็นไปคนละทาง

ครอสที่ปลิวกระเด็นเข้าไปกลางสวนที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาชื่นชมกับหิมะพอเห็นครอสที่กระเด็นต่า่งก็วิ่งหนีไปจาละวันครอสที่กำลังจะลุกขึ้นก็ถูกอัลฟ่าพุ้งเข้ามาเอาเข่าแทงเข่าที่หน้าจนหน้าเกือบง่ายและยังจะโดนอัลฟ่าใช้กรงเล็บครีบที่แขนจะฟันเข้าที่คอแต่ครอสก็ได้ปลดปล่อยความร้อนจากแม็คม่าในร่างกายออกมาทำให้อัลฟ่าที่ทนความร้อนไม่ไหวต้องกระโดดทิ้งระยะออกมา

" ทำไมเจ้านี้มัน....ถึงได้แข็งแกร่งขึ้นแตกต่างจากก่อนหน้าลิบลับเลย? " ครอสที่รู้สึกตกใจกับความแข็งแกร่งของอัลฟ่าได้เพิ่มขึ้นจากล่าสุดที่เจอ

" พอดีว่าฉันเป็นพวกที่โดนแล้วจำละน่า....คราวนี้แหละจะฟันคอให้ขาดเลย "

" ใครจะยอมอยู่เฉยให้ฆ่ากันละ!? " ครอสที่ลุกขึ้นจะวิ่งเข้าไปโจมตีแต่อัลฟ่าก็หลบการโจมตีได้ทั้งหมดก่อนจะรู้สึกตัวว่าอยู่ข้างหลัง " เร็วอะไรแบบนี้!? "

" จบกันแค่นี่แหละไอ้จิ้งเหลน!!!! " อัลฟ่าได้ง้างมือเตรียมจะใช้มือตัวเองพุ้งทะลวงกลางอกของครอสแต่จู่ๆก็ได้มีร่างนึ่งเข้ามาขว้างอัลฟ่าเอาไว้ทำให้ต้องหยุดมือทันทีจนเกือบจะทะลวงกลางอกของผู้ที่มาบังร่างของครอสเอาไว้เมื่อครอสเงยหน้าไปมองก็พบว่าคนที่มาป้องกันเอาไว้คือจิฮิโระ

" จิฮิโระ? "

" ทำอะไรของแก....หลีกทางไปซะ "

" หยุดอยู่แค่นั้นแหละคุณพ่อ....อย่าลืมสิว่าภารกิจของเราคือการจับตัวคนคนนี้กลับไปแบบมีชีวิตนะครับ? " จิฮิโระได้เรียกอัลฟ่าว่าพ่อก็ยิ่งทำให้ครอสที่ได้ยินก็ถึงกับสับสนมึนงงไปหมด

" คุณพ่องั้นเหรอ? นี่มันเรื่องอะไรกันนะ!? "

" หึ....งั้นก็ได้เอาเป็นว่านายจับเจ้านั้นให้ฉันดูหน่อยก็แล้วกันนะ...จิฮิโระ " อัลฟ่ายอมเปลี่ยนใจที่ไม่ฆ่าครอสพร้อมกับไหววานให้จิฮิโระเป็นคนจับกุมบันโจแทนซึ่งจิฮิโระที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปหาครอสพร้อมกับเอามือล่วงไปในกระเป็าเพื่อหยิบบางอย่างขึ้นมาคือเข็มขัดสีแดงที่มีสายสีเงินออก

" จิฮิโระ....หรือว่านี่นาย... " ครอสที่กำลังอ้ำอึ่งอยู่นั้นจิฮิโระก็ได้นำเข็มขัดมาสวมก่อนจะหยิบอุปกรณ์ที่คล้ายกับหลอกฉีดยาขึ้นมาแล้วใส่ลงกับเข็มขัดแล้วงัดขึ้นแล้วเอามือดันที่ปลายหลอดให้เหมือนกับฉีดดวงตาของจิฮิโระได้เปล่งแสงสีเหลืองขึ้นมาเพียงแวบนึ่งและจ้องมองไปที่ครอสช้าๆ

[ NEO ]

" อามาะซอน!!! " จิฮิโระได้ตะโกนออกมาก่อนที่ร่างกายจระเบิดความร้อนออกมาพร้อมคลื่นสีแดงซัดร่างของครอสปลิวกระเด็นออกไปกระแทกลงม้านั่งใกล้ๆจนพังก่อนจะเงยหน้าไปมองร่างของจิฮิโระที่กลายร่างเป็นไรเดอร์สีเงินพร้อมดวงตาสีเหลือง

 

" จิฮิโระ.... " ครอสที่กำลังตกใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก่อนที่นีโอจะกระโจนพุ้งเข้าใส่ครอสทันที

ทางด้านของคานาเดะและมาเรียที่หนีออกมาจากโกดังได้สำเร็จและขับเข้ามาในเมืองพอดีโดยที่ในมือของมาเรียนั้นได้ถือแผ่นชิ้นส่วนสีขาวเอาไว้อยู่ด้วยซึ่งมาเรียก็ยังคงหันหลังไปมองตลอดทาง

" หายห่วงเถอะเซ็นโตะนะไม่เป็นไรหรอก....เชื่อสิ " คานาเดะที่รู้ว่ามเรียดูเป็นห่วงอย่างมากก่อนจะพูดให้หายห่วงซึ่งมาเรียที่ได้ยินแบบนั้นก็ผ่อนคลายลงมาบางไม่ทันไรรถข้างหน้าที่กำลังขับส่วนมาตามเลนส์ปกติก็ถูกบางอย่างที่พุ้งลงมาจากฟ้าลงมาเหยียบจนส่วนหน้าถึงกับยุบและเจ้าของผลงานก็คือคิลบัสที่ได้หันมาทางพวกเธอ

 " ไอ้เจ้านั้น!? " มาเรียที่พอเห็นคิลบัสก็ถึงกับตะโกนออกมาคานาเดะที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับขับหักเลี้ยวออกขวาทันที

" เห้ๆๆๆ.....อย่าหนีกันสิมันเสียมารยาทน่า " คิลบัสได้ลงจากรถคันนั้นพร้อมกับหันไปมองตามคานาเดะและมาเรียที่หนีไปอีกทางก่อนจะวิ่งพุ้งออกไปพร้อมกระโดดไต่ตามตึกเพื่อไล่ตามทั้งสองอย่างรวดเร็ว

" หน่อยไล่ตามมาเร็วอะไรขนาดนี้!? "  คานาเดะที่มองผ่านกระจกข้างพร้อมกับบิดเร่งความเร็วที่สุดพร้อมกับหลบหลีกรถที่สัญจรไปมา

" ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์!!! " คิลบัสที่ไล่ตามจนเกือบจะตามทันก็ได้ยิงใยจากมือพุ้งเข้าใส่โดนเข้าที่กลางหลังของมาเรียพอดี

" อ้าาาา!!! " มาเรียทีรู้สึกถึงบางอย่างที่กลางหลังก่อนจะโดนกระชากออกทำให้เธอกระเด็นออกจากรถไปและกำลังเข้าไปหา

" มาเรีย!!! "

ร่างของมาเรียที่กำลังถูกดึงเข้าไปหาคิลบัสช้าๆก่อนที่เธอนั้นจะหันไปทางคิลบัสพร้อมกับแสงสีเงินส่องสว่างขึ้นมาที่แขนซ้ายสวมใส่อาร์มเมอร์เกียร์อากาโทลัมพร้อมกับดาบสั้นอากาโทลัมที่อยู่ในมือฟันตัดใยของคิลบัสก่อนที่ร่างของเธอจะล่วงตกลงพื้นชิ้นส่วนเกียร์ส่วนอื่นๆได้มาประกอบที่ร่างของเธอพร้อมชุดไปรเวทกลายเป็นชุดเกียร์อากาโทลัมทันทีก่อนจะลงถึงพื้น

" ไม่เอาน่าสาวน้อยส่งแผ่นชิ้นส่วนสีขาวมาสะดีๆเถอะน่าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว " คิลบัสได้ลงมายืนอยู่ที่พื้นก่อนจะพยายามเกลียกล่อมให้มาเรียส่งแผ่นชิ้นส่วนในมือมาให้

" ขอปฏิเสธ.....ไม่มีวันยอมยกแผ่นชิ้นส่วนนี้ให้แกหรอก " 

" เห้อ.....ถ้าขอดีๆแล้วไม่ให้ก็คงต้องใช้กำลังเท่านั้นแล้วละ!? " คิลบัสที่หมดความอดทนก่อนจะเอาขาแมงมุมสีแดงจากหลังพุ้งเข้าโจมตีใส่มาเรียทันททีแต่ก่อนที่จะขาแมงมุมงพวกนั้นจะถึงตัวมาเรียนั้นคานาเดะได้ขับมอเตอร์ไซค์ของเธอพุ้งมาอย่างรวดเร็วก่อนที่มือทั้งสองของเธอจะส่องแสงสีส้มปรากฎเป็นอาร์มเมอร์เกียร์กังกุงเนียร์เธอได้นำมือทั้งสองผสานกันและชูขึ้นฟ้าพร้อมกับอาร์เมอมร์เกียร์แขนจะร่วมกันและยิงออกไปประกอบกันกลายเป็นหอก


 
" ย้ากกกกก!!!! " คานาเดะได้คว้าเอาหอกที่ลอยกลางอากาศมาพร้อมกับชุดของเธอที่หายไปกลายเป็นชุดของเกียร์ก่อนจะบิดเร่งความเร็วจับหอกไว้มั่นแล้วขับพุ้งทะลวงใส่ขาแมงมุมของคิลบัสจนขาดและในเสี้ยวจังหวะนั้นมาเรียก็ได้กตะโดดไปอยู่บนมอเตอร์ไซค์ของคานาเดะพอดีแล้วหลยหนีไป

" ดื้อด้านกันสะจริง!!! " คิลบัสได้หยิบเอาผลึกอรูคานอยท์ออกมาจำนวนมากกก่อนจะโยนโปรยขึ้นฟ้าไปก่อนจะปรากฎเป็นร่างของอรูคานอยท์จำนวนมากบนท้องฟ้า

" มันคิดจะถล่มเมืองให้เละไปพร้อมกับพวกเรารึไงนะ? "

" จับเอาไว้ให้แน่นๆละ!!! " คานาเดะได้บอกกับมาเรียก่อนจะขับเร่งเครื่องเพื่อพยายามล่ออรูคานอยท์ออกไปนอกเมืองแต่พวกมันก็กระหน้ำโจมตีเข้าใส่พวกเธออย่างหนักหน่วงจนแทบจะรอบทิศทางก่อนที่โอเมก้าจะพุ้งเข้ามาแล้วง้างกรงเล็บที่แขนขวาเอาไว้คานาเดะที่เห็นก็ได้เอาหอกในมือปักลงพื้นเพื่อเป็นตัวชะลอก่อนจะคว้าเอาร่างของมาเรียเอาไว้และกระโดดออกจากมอเตอร์ไซค์เป็นโล่ห์ป้องกันกรงเล็บของโอเมก้า

โอเมก้าก็ได้ใช้กรงเล็บที่แขนนั้นตัดมอเตอร์ไซค์ของคานาเดะจนขาดเป็นสองท่อนจนกระเด็นไปด้านหลังพร้อมกับร่างของคานาเดะและมาเรียที่ได้กระโดดออกมาจนกลิ้งไปมาบนถนนอย่างทุลักทุเล

" ไม่ได้มาแค่คนเดียวจริงสินะ..... " คานาเดะที่หันไปมองโอเมก้าที่ยืนอยู่ตรงห้นาก่อนจะกำหอกในมือเอาไว้แน่นเพื่อเตรียมพร้อมสู้เช่นเดียวกับมาเรียที่กำดาบสั้นในมือเอาไว้พร้อมกับอีกมือที่กอดแผ่นชิ้นส่วนสีขาวเอาไว้แน่น

" ไม่อยากจะให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้เพราะงั้น.....คงต้องขอให้พวกคุณส่งสิ่งนั้นมาด้วย " โอเมก้าได้กล่าวขอร้องก่อนที่รอบๆข้างของเข้านั้นจะปรากฎร่างของอรูคานอยท์จำนวนมากออกมา

" ไม่ต้องบอกก็รู้นะ......เพราะยังไงพวกเราก็ไม่มีทางที่จะยอมทำตามที่แกบอกอยู่แล้ว!! " คานาเดะได้ควงหอกในมือไปมาโชว์โอเมก้าไปทีนึ่งก่อนจะเอาปลายหอกชี้หน้าของโอเมก้าไป

" โทษทีแล้วกัน....แต่ว่าสิ่งนี้ไม่ว่ายังไงก็จะมอบให้ไม่ได้หรอก "

อีกด้านทางฝั่งของฮิบิกิที่หลังถกเถียงทะเลาะกับมิคุยกใหญ่จากเรื่องปัญหาของซบาสะจนมันเริ่มเลยเถิดจนมิโซระ ซาวะและเอลฟไนท์ต้องรีบพยายามห้าามปล่ามเอาไว้ในขณะที่ซึบาสะเอาแต่นั่งเงียบไม่กล้าห้ามปล่ามจนผิดปกติแต่ว่าการทะเลาะก็ต้องจบลงเมื่อเครื่องสื่อสารของเธอกับฮิบิกิได้ดังขึ้นทั้งสองรีบหยิบขึ้นมารับพร้อมกัน

" ค่ะฮิบิกิค่ะ คุณซึบาสะกับเอลฟไนท์จังก็อยู่ด้วยค่ะ "

" เนื่องจากS.O.N.Gอยู่ในช่วงตรวจสอบ...ฉันจากเจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ตรวจสอบจะเป็นคนมอบคำสั่งให้ค่ะ " เสียงเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ยังทำหน้าที่อยู่ที่ตอนนี้อยู่ปลายสายได้พูดคุยกับฮิบิกิทำเอาเธอที่ไม่คุ้นเสียงก็แอบตกใจ

" อะ...เอ้ใครนะค่ะ? " 

" ตอนนี้ที่เเอเรีย32 พบสัญญาณอรูคานอยท์จำนวนมากที่กำลังต่อสู้อยู่กับSG-00กับSG-X00กำลังเข้ารับมืออยู่พร้อมกับไรเดอร์สีเขียว ขอให้SG-01และSG-03 ไปที่เกิดเหตุโดยด่วนเพื่อกำจัดเป้าหมายด้วยค่ะ "

" ไปกันเถอะทาจิบานะ " ซึบาสะได้วิ่งออกไปก่อนที่คนอื่นจะตามออกมาพบประชาชนจำนวนมากที่กำลังวิ่งหนีกันจาละวัน

" นั้นมัน " เอลฟไนท์ได้ชี้ไปบนท้องฟ้าปรากฎอรูคานอยท์คล้ายปลาวาฬบินอยู่เหนือท้องฟ้าจำนวนมากที่กำลังเข้าโจมตีอย่างไม่ยั้ง

" พวกคุณมิโซระรีบพามิคุกับเอลฟไนท์จังไปที่หลบภัยก่อนเถอะค่ะ " ฮิบิกิได้หันไปกับมิโซระและซาวะให้พามิคุกับเอลฟไนท์หนีไปก่อน

" เข้าใจแล้ว....ทั้งสองคนเองก็ระวังตัวด้วยละ " ซาวะได้ตอบกลับก่อนจะทันทีก่อนที่มิโซระจะหันไปทางมิคุกับเอลฟไนท์

" พวกเราก็รีบไปกันเถอะ "

" อืมไปกันเถอะเอลฟไนท์จัง " มิคุได้พยักหน้าตอบมิโซระก่อนจะเดินตามไปพร้อมกับจูงมือเอลฟไนทฺ์ไปด้วยฮิบิกิที่เห็นแบบนั้นกำลังจะเรียกแต่ก็หยุดเอาไว้ก่อนที่ซึบาสะจะเดินเข้ามาหา

" ลุยกันเถอะทาจิบานะ คมดาบลายเมฆาของฉันจะสาดส่องในสนามรบนี้เอง "

" ค่ะ!!! "

[ Imyuteus Ame no Habakiri tron ]

Symphogear Xv GIF - Symphogear Xv GIFs


[ Mai chiru toki no hana ni ikuyo mo onore wo tou (Ya-ha-) hikuki ni mizu wa nagare (I-e-)  hito mo onajiku...mujō ni ]

ซึบาสะได้สวมใส่เกียร์ก่อนจะกระโจนพุ้งเข้าฟันใส่อรูคานอยท์ตรงหน้าอย่างไม่ยั้งมือพร้อมกับกางดาบที่จ้อเท้าและยิงไอพ้นเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่เข้าไปจัดการกับอรูคานอยท์รอบๆตัวจนขาดเป็นชิ้นๆพร้อมกับฮิบิกิที่พุ้งทะลวงเข้าใส่อรูคานอยท์กลุ่มนึ่งตรงหน้าของเธอด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวแล้วหันไปชกคลื่นอากาศซัดร่างของอรูคานอยท์ที่อยู่รอบข้างจนมันลอยกระเด็นขึ้นฟ้าก่อนที่เธอนั้นจะพุ้งขึ้นหมุนตัวกลางอากาศแล้วเตะตัดอากาศจนเกิดคลื่นสีส้มเข้าตัดร่างของพวกมันหลายๆตัว

ด้านของคานาเดะได้หอกในมือเข้าฟันใส่ร่างอขงอรูคานอยท์ที่แห่กันพุ้งเข้ามาอย่างไม่ลดละเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเข้าใกล้มาเรียก่อนที่โอเมก้าที่จะเนียนพุ้งเข้ามาเพื่อเข้าใกล้มาเรียเพื่อจะชิงแผ่นชิ้นส่วนไปเธอก็ได้ขว้างหอกในมืออกไปก่อนที่จัวหอกจะแยกออกเป็นหอกจำนวนมากพุ้งเข้าใส่ทำให้โอเมก้าต้องรีบหลบหอกพวกนั้น

" มาเรียเธอรีบหนีไปซะ....ทางนี้ฉันจะตรึงเอาไว้เอง " คานาเดะได้ตะโกนบอกขณะที่เธอใช้กำปั้นของเธอชกเข้าไปที่หน้าของอรูคานอยท์ตัวนึ่งจนหงายหลังไป

" เธอคนเดียวจะไหวเหรอ? " มาเรียได้หันไปถามกับคานาเดะก่อนจะกระโดดหลบอรูคานอยท์ตัวนึ่งที่วิ่งมาจากข้างหลังแล้วใช้แส้ดาบของเธอฟันตัดร่างของมันจนขาดเป็นสองท่อน

" กะอีแค่อรูคานอยท์นิดๆหน่อยๆไม่คณามือฉันหรอกไปซะ!!! " คานาเดะได้พูดอวดก่อนจะกระโดดเตะขาคู่ยัดใส่ร่างของอรูคานอยท์จนตัวมันกระเด็นไปโดนตัวอื่นด้วย

" เข้าใจแล้ว ขอให้ปลอดภัยด้วยละ" มาเรียได้ไว้ใจก่อนจะกระโดดวิ่งไต้ตึกไปเรื่อยๆโอเมก้าที่กำลังจะไล่ตามก็ถูกหอกกังกุงเนียร์ที่ปักอยู่ที่พื้นพุ้งเข้ามาจากด้านข้างทำให้เขาต้องหันมาปัดหอกจนกระเด็นลอยออกไปก่อนที่หอกนั้นจะกลับมาที่มือของคานาเดะตามเดิม

" คู่ต่อสู้ของแกนะคือฉัน..... " คานาเดะได้เดินมาขว้างทางโอเมก้าก่อนที่เปลวไฟจะโหมกระหน้ำปกคลุมร่างของเธอเอาไว้แล้วพุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้าและกระจายออกรอบข้างทำให้อรูคานอยท์เหนือหัวของเธอและตัวที่เหลือบนพื้นถูกเปลวไฟเผาไหม้จนหมดเหลือเพียงแค่โอเมก้าที่ยืนเผชิญหน้าคานาเดะที่อยู่ในร่างของเบรสซิ่งกาเมล

" ถ้าไม่กลัวที่จะโดนเผาจนเกลี้ยมละก็.....เข้ามาได้เลย " คานาเดะได้ท้าทายกับโอเมก้าให้บุกเข้ามาซึ่งโอเมก้าก็รับคำเชิญตั้งท่าเตรียมและพุ้งเข้าใส่ทันทีก่อนที่คานาเดะจะจุดเปลวไฟที่ปลายหอกทั้งสองด้านขึ้น

[ Kuzurete kiesaru (nasu subenaku) muryoku no kiwami ni (namida wa kare) Ina...sare domo nageki sura danzai no yaiba e kae ]

มาเรียที่กระโดดไปตามยอดตึกไปมาอยู่นั้นจู่ก็ได้มีอรูคานอยท์ประเภทบินได้จำนวนมากพุ้งเข้ามาจะโจมตีใส่เธอก็ได้หันไปแล้วใช้แส้ดาบของเธอเข้าโจมตีใส่ก่อนจนไม่ทันระวังตัวเมื่อคิลบัสตามเธอจนทันก็ได้พุ้งเข้ามาอย่างรวดเร็วเตะเข้าที่กลางหลังของเธอจนร่างปลิวกระเด็นอัดลงกับพื้นก่อนจะกระเด็นชนกับชนกับรถที่จอดอยู่คันนึ่งยุบไปครึ่งคันก่อนที่ร่างอขงเธอจะล้มลงไปนอนกับพื้น

" อะ......อัก.....อึก!!! " 

" ห๊าาา.....ไหนที่สุดก็ตามทันสะที " คิลบัสได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงโล่งอกก่อนจะปรบมือสองสามทีเพื่อเป็นแการแสดงความดีใจ " พวกเธอเนี่ยหนีได้เก่งมากเลยละ.....แต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์เอาล่ะงั้นฉันขอรับแผ่นชิ้นส่วนนี่ไปก่อนละน่า " คิลบัสที่เดินตรงเข้าไปหาแผ่นชิ้นส่วนสีขาวที่ตกอยู่ตรงหน้าช้าๆ

" ยะ...อย่านะ... " มาเรียที่พยามจะลุกขึ้นเพื่อไปแย่งแต่เพราะการโจมตีเมื่อครู่ของคิลบัสทำเอาเถอะนั้นบาดเจ็บหนักอยู่พอสมควรจนไม่สาามรถลุกไหวได้แต่ก่อนที่คิลบัสจะถึงแผ่นชิ้นส่วนก็ได้มีร่างนึ่งลงมาจากฟ้าทำให้คิลบัสหยุดเดินแล้วหันไปยกแขนขึ้นมาป้องกันร่างที่พุ้งเข้ามาโ๗มตีใส่เข้าเอาไว้ซึ่งร่างนั้นคือบิลด์กำลังไรเดอร์คิกส์ใส่

"  เซ็นโตะ!? "

" ยังไม่ตายอีกงั้นเหรอเนี่ย....อึดตายยากจริงๆขอชมเชยเลย " คิลบัสที่รู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่บิลด์นั้นยังมามาปรากฎตรงหน้าของเขาก่อนที่คิลบัสจะสบัดมือออกทำให้บิลด์นั้นตีลังกากลับหลังลงมายืนที่พื้นอย่างสวยงาม 

" ไม่เป็นไรนะ.... " บิลด์ได้เดินเข้าไปหามาเรียพร้อมหยิบแผ่นชิ้นส่วนสีขาวไปด้วยก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง

" อะ....อื้ม...ถ้าให้เทียบกับที่ผ่านมาละก็แค่นี้สบายมาก "

" พูดเก่งแบบนี้ถือว่าโอเคละน่า.... " บิลด์ที่เห็นว่ามาเรียไม่ได้เป็นอะไรมากก่อนจะส่งแผ่นชิ้นส่วนสีขาวให้กับมาเรียก่อนจะหันไปหาคิลบัสที่ยืนกระดิกนิ้วไปมาอยู่ " คิลบัสแผนการของแกฉันจะเป็นคนหยุดมันเอง " บิลด์ได้พูดขึ้นก่อนจะหยิบฮาซาร์ดทริกเกอร์ขึ้นมาแล้วเสียบลงที่บิลด์ไดรฟเวอร์

[ HAZARD ON ]

" บิลด์อัพ "

[ OVERFLOW BUILD GENIUS YABEL SUGEI MONOSUGEI! ]

 รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

" คิดจะเอาจริงแล้วสินะ.....ก็ได้มาสู้กัน!!! " คิลบัสที่เห็นบิลด์เปลี่ยนเป็นร่างใหม่และรู้สึกถึงพลังที่เอ้อล้นออกมาจากร่างก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก่อนที่ร่ากายของบิลด์นั้นจะปลดปล่อยพลังของจีเนียสออกมาที่มือทั้งสองก่อนที่ต่างฝ่ายต่างจะพุ้งเข้าแลกหมัดใส่กันไปมา

[ Issen ni negai wo kome kono shishi chikireyou tomo Sakimoran ]

ด้านซึบาสะได้วิ่งเข้าจัดการกับอรูคานอยท์ที่อยู่ในตรอกซอยทั้งหมดแล้วไต้ตามตึกขึ้ยบนดาดฟ้าเจอกับอรูคาอนยท์จำนวนนึ่งอยู่ก่อนที่ดาบในมือของเธอจะส่องแสงสีฟ้าขึ้นมาแล้วฟันออกไปเป็นดาบแสงสีน้ำเงินจำนวนมากพุ้งเข้าเสียบร่างของอรูคานอยท์ที่อยู่บนดาดฟ้าทั้งหมด

 

"ฮ้ะ!?...ฮ้ากกกก!!!! " ฮิบิกิได้เตะเข้าใส่อรูคานอยท์ที่พุ้งเข้ามาหาเธอก่อนจะหันหลังมาชกหมัดเข้าใส่เต็มแรงเเละต่อยทะลวงเสยอรูคานอยท์ตัวนึ่งที่กระโดดเข้าจนทำให้ตัวที่บินอยู่โดนไปด้วย

" SG-01 SG-03 นี้เป็นการเตือนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธที่ยังไม่ทราบที่มากรุณาระวังตัวด้วย "

"เเค่อรูคานอยท์พวกนี้ไม่จำเป็นต้องใช่พลังของพวกคุณเซนเจอร์แมน....อย่าบอกนะว่า" ฮิบิกิที่รู้สึกเเปลกจึงติดต่อกลับไปศูนย์ทันที " ถึงศูนย์บัญชากรช่วยตรวจสอบบริเวณโดยรอบทีค่ะ มีเเค่อรูคานอยท์อย่างเดียวมันแปลกเกินไป "

 " ปัจจุบันบริเวณรอบๆนั้นไม่พบสัญญาณของศัตรูค่ะSG-03ช่วยกำจัดอรูคานอยท์รอบต่อไปด้วยค่ะ " เจ้าหน้าที่สาวที่กำลังทำการตักเตือนฮิบิกิที่ดูจะไม่ค่อยทำตามคำสั่งอยู่นั้นจู่ๆก็ได้มีสองร่างที่พุ้งออกมาจากตึกทำให้ฮิบิกินั้นหันไปมองก็พบกับบิลด์และคิลบัสที่กำลังต่อสู้กันอยู่จนมาถึงจุดที่เธออยู่

" นั้นมัน....บิลด์แล้วที่สู้อยู่ด้วยนั้น? "

" ขอเปลี่ยนภารกิจ SG-03 เข้าทำการจับกุมมาสไรเดรอ์บิลด์เดียวนี้ "

" เรื่องนั้นนะ...ฉันทำไม่ได้หรอกคะ.....จะให้จับกุมบิลด์แบบนี้นะ " ฮิบิกิที่พอได้รับคำสั่งใหม่ก็ยิ่งไม่อยากทำตามกว่าเดิมทันที่จนซึบาสะได้เข้ามาหา

" ทาจิบานะ ทำตามคำสั่งของศูนย์ไปเถอะ "

" แต่ว่า.... " ฮิบิกิที่ยังไม่ทันได้พูดจบซึบาสะก็ได้มุ่งหน้าออกไปซะก่อน

" SG-03 หากยังขัดขืนคำสั่งไปมากกว่านี้ทางเราจะขอควบคุมตัว.... "

 [ Shizan ketsu ga no ikubaku wo kizuki yaburereba Inochi no hi wo gedō kara mamoru koto ga? ]

" หยุดตรวจสอบเเค่นี้เเหละ......มีคำสั่งใหม่จากทางรัฐบาลขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนยุติการตรวจสอบเเล้วออกไปจากที่นี้สะ " เก็นโทคุได้เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถือเอกสารคำสั่งของรัฐบาลเเละด้านหลังมีเก็นจูโร่กับโอกาว่าตามมาด้วย

พอเจ้าหน้าที่ทุกคนเห็นเอกสารคำสั่งในมือของเก็นโทคุเจ้าหน้าตรวจสอบทุกคนก็รีบลุกออกจากที่ทันที่ก่อนที่เจ้าหน้าที่S.O.N.Gทุกคนได้เข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีร่วมถึงโทโมซาโต้กับฟูจิทากะก็ด้วยในขณะเดียวกันนั้นเองโอกาว่าก็ได้เดินตามหาเจ้าหน้าตัวแทนผู้ตรวจสอบแตกลับหาไม่เจอ 

" ไม่พบเจ้าหน้าที่คนนั้นเลยครับ "

" ชิ....หายไปไหนของมันกัน "

" ทางเราจะเข้าควบคุมการต่อสู้ต่อเองค่ะ " 

" อาเมะโนะฮาบาคิริตอนนี้กำลังมุ่งไปศูนย์กลางของศัตรูแล้วครับ.... "

กลับมาทางด้านซึบาสะที่เข้าจัดการกับอรูคานอยท์จนไม่สนใจรอบข้างพร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์โศกนาฎกรรมในคืนนั้นที่ผู้คนจำนวน7หมื่นกว่าคนได้ตายไปด้วยน้ำมือของเธอ

" คมดาบนี้มีหน้าที่ ทีต้องปกป้องผู้อ่อนเเอ จะไม่ยอมให้โศกนาฎกรรมแบบนั้นเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่!!! " ซึบาสะที่ไล่ฟันอรูคานอยท์ตรงหน้าจนหมดก่อนจะหันไปมองอรูคานอยท์ทีเหลือซึ่งภายในกลุ่มนั้นเธอได้เห็นมิลาร์คที่ยืนยิ้มให้เธออยู่

" อยู่นั้นเองหรอ....แก!! " ซึบาสะที่เห็นมิลาร์คในดวงตาก็มีผลึกหลากสีอยู่พร้อมสูญเสียความเยือกเย็นไปเเล้วฟันคลื่นสายฟ้าตัดร่างอรูคานอยท์รวมถึงมิลาร์คจนขาดครึ่ง

เเต่ซึบาสะที่มองไปด้านหลังก็เห็นมิลาร์คยืนอยู่จนเธอตกใจก่อนจะหันไปฟันอีกครั้งจนร่างของมิลาร์คขาดเป้นสองท่อนพร้อมตึกก็ระเบิดด้วยฝีมือของเธอในขณะนั้นเองด้วยตาของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแบบเดียวกับที่โดนมนต์สะกดของมิลาร์คก่อนที่จะมีมิลาร์คอีกคนยืนอยู่ตรงหน้าของเธอและอีกหลายๆคนที่ยืนล้อมรอบเธอไปหมด

[ Kotae wa aru no ka? Hikari wa sasu no ka? Tsurugi yo michi wo kirihirake...! Tsurugi yo...! ]  

" คุณซึบาสะ? " ฮิบิกิที่มองดูซึบาสะที่เข้าฟันอรูคานยอท์อย่างบ้าคลั่งอยู่นั้นจู่ๆบิลด์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับคิลบัสนั้นก็ได้ปลิวกระเด็นมาทางเธอพอดีบิลด์ที่เห็นแบบนั้นก็รีบพลิกตัวกลางอากาศพร้อมกับสร้างแส้ดาบอากาโทลัมขึ้นมาแล้วเหวี่ยงออกไปมัดแขนของคิลบัสเอาไว้แล้วกระชากดึงให้ร่างเข้ามาหา

ร่างของคิลบัสได้ถูกกระชากให้เข้ามาหาบิลด์อย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่เจ้าตัวนั้นใช้กำลังมหาศาลพังแส้ดาบที่มัดแขนออกแล้วใช้ขาแมงมุเข้าโจมตีส่วนกลับบิลด์ก็ได้สร้างโยโย่ชูชาร์การ์น่าออกมาและโยนออกไปก่อนที่ตัวโยโย่จะกางใบมีดสีชมพูออกมาเข้าตัดขาแมงมุงของคิลบัสแต่ก็ไร้ผลใบมีดขูชาร์การ์น่าได้หักเป็นชิ้นๆ

" เปล่าประโยชน์!!!! " คิลบัสได้พุ้งเข้าใส่พร้อมกับขาแมงมุมที่กลางหลังเข้าโจมตีใส่บิลด์เต็มจนร่างกระเด็นปลิวอัดกับแทงค์น้ำแล้วทะุไปที่ตึกกระจกข้างหลังอีกทีก่อนทีแทงค์นั้นจะถล่มตกลงมาจุดที่ฮิบิกิอยู่พอดีทำให้เธอนั้นไม่ทันตั้งตัวแต่มาเรียก็ได้พุ้งเข้ามาแล้วใช้ดาบของเธอฟันตัดแทงค์ฺนั้นจนขาดเป็นสองส่วน

" คุณมาเรีย? "

" ไม่เป็นอะไรนะ " มาเรียได้หันมาหาฮิบิกิพร้อมกถามด้วยความเป็นห่วงซึ่งฮิบิกิก็ได้พยักหน้าตอบด้วยความรู้สึกที่สับสนไปหมด

" คะ....ค่ะ " ฮิบิกิได้ตอบกลับก่อนที่จะมีเสียงกระพือปีกดังสนั่นบนฟ้าทำให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้นไปมองพบอรูคานอยท์ขนาดใหญ่ที่คล้ายปลาวาฬบินอยู่เหนือหัวซึบาสะที่อยู่บนดาบฟ้าก็ได้รีบกระโดดวิ่งไต้ตามตึกพร้อมกับเปลี่ยนคาตานะในมือของเธอเป็นดูอัลเบลดก่อนจะจุดเปลวไฟที่ปลายดาบทั้งสองด้านเธอนั้นได้กระโดดพุ้งขึ้นไปบนร่างของอรูคานอยท์ตัวนั้นแล้วปักดาบลงบนร่างของมันก่อนจะลากไปตามร่างจนร่างของมันขาดขึ้นพร้อมกับระเบิดกลางอากาศ

ในเวลานั้นเองบิลด์ที่เหมือนจะรู้สึกตัวก่อนจะเดินออกมาจากรูที่ตึกซึ่งซึบบาสะได้หันไปเห็นพอดีก่อนจะเกิดอาการหลอนมองเห็นบิลด์นั้นกลายเป็นมิลาร์คที่กำลังแสยะยิ้มให้กับเธอจนทำให้เธอนั้นฟิวขาดอีกครั้งทันที

" ฮ้ากกกก!!!!! " ซึบาสะที่ตอนนี้กำลังฟิวขาดได้ขยายดาบคู่ในมือจนใหญ่เกินตัวของเธอพร้อมที่ดาบกลายเปนเปลวไฟสีน้ำเงินขึ้นที่ปลายดาบทั้งสองเเล้วก่อนจะโยนออกไปจุดที่บิลด์นั้นที่ฝยสายตาของซึบาสะนั้นเห็นมิลาร์คแทน

" คุณซึบาสะ!!! "

" หยุดนะซึบาสะ!!!! " 

มาเรียและฮิบิกิได้พยายามตะโกนห้ามเอาไว้ก่อนที่บิลด์นั้นจะสร้างมีดอากาโทลัมออกมาและโยนออกไปกางเป็นม่านบาเรียสีเงินสามชั้นพร้อมกับโล่ห์เพชรชั้นสุดท้ายป้องกันการโจมตีของซึบาสะเอาไว้แต่ก็กันไม่อยู่จนร่างดาบของซึบาสะพุ้งเข้าใส่เต็มจนพุ้งเข้าเสียบกลางตึกก่อนที่จะเกิดคลื่นระเบิดเปลวไฟออกเป็นวงกว้างซัดมาถึงจุดที่ฮิบิกิและมาเรียอยู่ด้วยจนทั้งสองกระเด็นไปลงไปนอนไม่ห่างจากกันมาแต่แผ่นชิ้นส่วนสีขาวก็ได้กระเด็นหลุดจากมือตกลงที่พื้น

" อึก....แย่แล้วแผ่นชิ้นส่วนมัน!!! " มาเรียได้รีบลุกขึ้นกำลังวิ่งจะไปเอาแผ่นชิ้นส่วนแต่คิลบัสก็ได้ปรากฎตัวมาแล้วเตะเข้าที่ท้องของเธอเต็มจนกระเด็นลงไปนอนจุกอยู่ท่ีพื้น

" คุณมาเรีย!!! " ฮิบิกิได้รียวิ่งเข้าไปหามาเรียทันทีก่อนจะหันไปมองคิลบัสได้ก้มลงไปหยิบแผ่นชิ้นส่วนสีขาวขึ้นมา

" ไหนที่สุดก็ได้มาสักที....ให้ตายสิทำเอาลำบากแทบแย่ " คิลบัสได้สบถออกมาก่อนจะเอาแผ่นชิ้นส่วนสีขาวมาลูบไปมาเหมือนเป็นของรักของห่วงก่อนจะหันไปมองร่างของบิลด์ที่ได้เดินโซซัดโซเซออกมาจากซากตึกแล้วเข่าทรุดลงไปกับพื้นก่อนจะคืนร่างพร้อมบาดแผลมากมายหลายที

" แฮ่ก...แฮ่ก....อึก!? " เซ็นโตะที่กำลังหอบอย่างหนักจากการใช้พลังทั้งหมดในการป้องกันการโจมตีของซึบาสะเมื่อครู่ก่อนจะถูกซึบาสะที่ตามมาจากข้างหลังก่อนจะง้างดาบในมือขึ้นฟ้า

" เป็นเพราะเเก......เป็นเพราะเเกคนเดียว!! " ซึบาสะที่กำลังจะลงดาบเพื่อสังหารของเซ็นโตะโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้แต่ฮิบิกิก็ได้พุ้งเข้าไปแล้วใช้มือของเธอกันดาบของซึบาสะเอาไว้

" คิดจะทำอะไรนะคะ คุณซึบาสะ!!! "

" ถอยไปทาจิบานะเพราะเจ้านั้น.....เจ้านั้นเป็นคนฆ่าทุกคนทำให้มือของฉันต้องแปดเปื้อน!!! " ซึบาสะที่ยังคงมองเห็นเซ็นโตะเปนมิลาร์คจึงพยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยายามกดดาบลงหวังจะฟันใส่เซ็นโตะ

" คุณซึบาสะ....ตั้งสติทีเถอะคะ!!! คนคนนี้ไม่ใช่ศัตรูสักหน่อย!! " ฮิบิกิที่พยายามพูดเพื่อดึงสติแต่สายตาของซึบาสะที่จะฆ่าให้ได้จนฮิบิกินั้นไม่มีทางเลือกชกเข้าที่ดาบของซึบาสะจนกระเด็นหลุดจากมือแล้วพุ้งไปด้านหลังของเอาสันมิือสับไปที่หลังคอทำให้ซึบาสะนั้นหมดสติไป

" ฮ่าห์ๆๆๆ.....เป็นการแสดงที่สนุกมากเลยละอีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวก็จะเห็นฉากเศร้าสะแล้ว " คิลบัสได้ยืนปรบมือไปกับสิ่งที่เดิขึ้นเมื่อครู่

" เห้...บอสเอาของฝากมาให้ " อัลฟ่าที่ได้ปรากฎตัวมาพร้อมกับแบกร่างบันโจที่บาดเจ็บสาหัสมาด้วยทำให้ทุกคนนั้นต่างหันไปมอง

" บันโจ!!! "

" ทำได้ดีมาก.... " คิลบัสได้เดินเข้าไปหาอัลฟ่าก่อนที่จะโยนร่างบันโจลงไปนอนกับพื้นได้คว้ามือของบันโจเอาไว้

" คิดจะทำอะไรนะ!!! " บันโจที่พยายามแกะมือของคิลบัสออกแต่ก็สู้แรงไม่ไหว

" ก็มันแน่อยู่แล้ว.....ฟื้นคืนชีพแพนโดร่าบ็อกซืกลับมายังไงละ!!!! " คิลบัสได้บอกบันโจด้วยน้ำเสียงที่กำลังดีใจก่อนจะพยายามกดมือของบันโจลงที่แผ่นชิ้นส่วนสีขาวที่วางอยู่

" อย่านะ!!!! " มาเรียได้ลุกขึ้นกำลังจะเข้าไปห้ามแต่อัลฟ่าก็ได้เข้ามาขัดขว้างจนเธอไม่สามารถเข้าไปหาได้ทำให้เซนโตะฝืนสังขารตัวเองลุกขึ้นจะไปหยุดแทนแต่ก็ไม่ทันมือของบันโจได้ทาบลงกับแผ่นชิ้นส่วนสีขาวทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้น

" อ้ากกกก.....อึก....อ้ากกกก!!! " บันโจได้ร้องออกมาอย่างทรมาณก่อนจะที่แพนโดร่าบ็อกซ์จะค่อยปรากฎขึ้นมาจากพื้นอยู่ต่อหน้าของทุกคน

" ไม่จริงน่า....แพนโดร่าบ็อกซ์มัน!!! " เซ็นโตะที่กำลังตกตะลึงก่อนที่แพนโดร่าบ็อกซ์จะปล่อยแสงสีทอพุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับคลื่นที่กระจัดกระจายแผ่ออกกว้างคาซึมิที่กำลังเดินเที่ยวเล่นกับพวกชิราเบะพอโดนคลื่นสีทองความทรงจำโลกเก่าก็ได้กลับคืนมาพร้อมชิราเบะ คิริกะและเซเรน่า 

ทางคริสที่อยู่ในอพาร์ทเม็นท์ตัวเองก็โดนคลื่นนั้นก็ได้ความทรงจำกลับมาเช่นเดียวกันไม่แม้แต่มิโซระและซาวะที่อยู่หน้าที่หลบภัยก็เหมือนเช่นเดียวกับเก็นโทคุที่อยู่ศูนย์บัญชาการS.O.N.Gกับเก็นจูโร่ โอกาว่า ฟูจิทากะและโทโมาโต้เองก็เช่นกัน

" อึก!!! " ฮิบิกิที่อยู่ใกล้สุดนั้นก็ได้รับคลื่นสีทองเข้าไปทำให้ความทรงจำเก่ากลับมาเช่นกัน " อะไรกันเมื่อกี้นี้.... " ฮิบิกิได้ตั้งสติก่อนจะมองไปที่เว็นโตะที่อยู่ตรตงหน้ากับคิลบัสที่ยืนอยู่มองดูแพนโดร่าบ็อกซ์อยู่

" ยินดีต้อนรับกลับมา.....แพนโดร่าบ็อกซ์!!!!! ฮ่าห์ๆๆๆ....ฮ่าห์ๆๆๆ!!!! " คิลบัสได้หัวเราะออกมาอย่างดีอกดีใจจนออกนอกหน้าผิดกับเซ็นโตะที่สีหน้า


 


 


 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #231 dangapone (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 17:58

    ได้เวลาที่ทุกคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเเล้ว ความมันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

    #231
    0
  2. #229 Save (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 17:11

    ว่าแต่บิลด์จะจบแค่ภาคนี้หรอครับ?

    #229
    0
  3. #228 KHNEZ (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 15:29
    อีโวลต้องมาแล้ว!!!!
    #228
    0