Kamen rider Build & Symphogear Re:Boot

ตอนที่ 125 : XV ตอนที่ 4 ดอกไม้ที่ผลิบานหลอมรวมกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    21 ธ.ค. 63

ณ ตลาดกลางแจ้งที่สวนสาธารณะโตเกียวบันโจก็ได้ออกมานั่งขายของเหมือนทุกวันด้วยสีหน้าที่ดูเบื่อหน่ายทำให้ลูกค้าแต่เดิมไม่ค่อยมีอยู่แล้วยิ่งไม่มีใครกล้าจะเดินผ่านเมื่อเหนสีหน้าของบันโจ


" เห้อออ....น่าเบื่อชะมัด....วันนี้ก็ไม่มีลูกค้าเข้าสินะ " บันโจที่นั่งเหม่อมองไปทั่วพร้อมกับนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน


---- FLASH BACK ----


" อึก.....ให้ตายสิเจ้าพวกนั้นมันอะไรกันนะ " บันโจได้แบกสังขารตัวเองกลับมาที่โกดังแต่แทนทีกลับมาแล้วจะเจอกับเซ็นโตะแต่ว่ากลับไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว " ทำไม....หมอนั้นถึงยังไม่กลับมาละ " บันโจที่ยังงงๆก่อนที่คอมพิวเตอร์ได้ดังแจ้งเตือนขึ้นมาเจ้าตัวจึงเดินเข้าไปหาคอมพิวเตอร์พร้อมกับข้อความบางอย่างได้ปรากฎขึ้นมา


' ตอนนี้ถูกS.O.N.Gจับตัวอยู่เพราะงั้นห้ามมาช่วยฉันเด็ดขาดเข้าใจนะ '


" ล้อกันเล่นแล้วใช่มั้ยเนี่ย? "


---- FLASH BACK END----


" หมอนั้นทำไมถึงยอมถูกจับง่ายๆแบบนั้นละ.....หรือว่ามีแผนอะไรรึไงกันนะ " บันโจที่ยังรู้สึกคาใจจนไม่เป็นอันทำงานอยู่บนเก้าอี้พับ " ให้ตายสิชอบทำอะไรตามใจชอบชะมัด " บันโจที่ได้แต่นั่งบ่นกับตัวเองเพียงคนเดียวก่อนจะเอามือตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติตัวเอง


" เอาล่ะ!!!! เร่เข้ามาๆๆวันนี้เรามีสิ่งประดิษฐ์จากนักฟิสิกส์สติเฟื้องที่น่าสนใจมาเยอะแยะเต็มไปหมด เอา เร่เข้ามาๆๆๆ" บันโจที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนจะตะโกนเรียกลูกค้าเข้ามาแต่กยังไม่มีอยู่ดีก่อนจะมีเด็กหนุ่มคนนึ่งได้เข้ามาเหมือนจะเพื่อดู


" เห้....มีแต่ของที่น่าสนใจทั้งนั้นเลย " เด็กหนุ่มคนนั้นได้หยิบของขึนมาดูด้วยสีหน้าที่ดูตื่นเต้นเอามากต่างวัย 


" โอ้ววว...ว่าไงน้องชายสนใจชิ้นไหนเหรอ? "


" อื้มมมม....มีแต่ทีน่าสนใจเยอะแยะเลยเลือกไม่ถูกเลย....งั้นเอาเป็นเจ้านี่แล้วกัน " เด็กหน่มคนนั้นที่ลังเลอยู่แปปนึ่งก่อนที่จะเลือกไดก็หยิบมาชิ้นนึ่งก่อนจะยื่นเงินให้


" ขอบคุณที่อุดหนุนนะน้องชาย " บันโจรับเงินมาก่อนจะมองหน้าเด็กหนุ่มที่ตอนแรกสวมฮู้ดอยู่ก็ได้ถอดออกทำให้เห็นหน้าของเด็กหนุ่มชัดเจน



" นี่นายนะหน้าไม่คุ้นเลย.....ไม่ใช่คนแถวนี้เหรอ? "


" อ่อ....อื้้ม....พอดีว่าส่วนใหญ่ครอบครัวของเราจะอยู่ที่ต่างประเทศพึ่งกลับมาที่ญี่ปุ่นไม่กี่วันนี้เอง "


" เห้....งั้นเหรอไว้เดียวว่างๆฉันจะพาเดินเที่ยวแล้วกัน " บันโ๗ได้่อาสาเป็นไกด์ให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะยื่นมือไปเพื่อขอจับมือตามมารยาท " ฉันบันโจ...บันโจ ริวกะแล้วนายละ "


" จิฮิโระ....ทาคายาม่า จิฮิโระ "


ณ ศูนย์บัญชาการ S.O.N.G


" หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานก็ผ่านมาเเล้ว1วันเต็มๆเหมือนจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติมเลย......ทางพี่พอจะได้ข้อมูบเกี่ยวกับศูนย์วิจัยที่ลอสอลามอสบางรึเปล่า? " เก็นจูโร่ที่กำลังติดต่อกับทางยัทสึฮิโระที่ตอนนี้อยู่ที่ห้องทำงานตัวเองที่ธรรมเนียบรัฐบาล

 

" ลอส อลามอส เป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐอเมริกาพร้อมกับการทำวิจัยผิดกฎหมายไปด้วย.....ถ้าจะให้สรุปว่าสหรัฐเป็นผู้อยู่เบื้องหลังซะเองคงเป็นไปไม่ได้หรอก "

 

" ศูนย์เทคโนโลยีผิดกฎหมายของสหรัฐอมเริกางั้นหรอ? " ชิราเบะที่รู้สึกคาใจเกี่ยวกับสิ่งที่ยัทศึฮิโระพูด

 

" ใช่เเล้ว...ถึงจะยืนยันเเน่ชัดไม่ได้เพราะครั้งนึ่งศูนย์วิจัย ลอส อลามาสเองก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของFISมาก่อนเหมือนกัน " เก็นจูโร่เป็นฝ่ายตอบสะเองว่าความเกี่ยวข้องกับFIS มาเรีย เซเรน่า ชิราเบะและคิริกะก็ถึงกับคิ้วขมวดทันที

 

" นอกเหนือจากที่ห้องปฏิบัติการแห่งแรกที่มีการพัฒนาร่วมพลังนิวเคลียร์เเล้ว....ก็ได้ยินมาว่าการทดลอง เอคชาล่อนก็ถูก ลอส อลามอส วิจัยเเละทำสำเร็จอีกด้วย "

 

"ถ้างั้นการที่ไปโจมตีที่เเบบนั้น ก็แปลว่าต้องเล่งอะไรที่สำคัญๆไว้สินะเดส  "

 

" จากข้อมูลที่ได้มา...พบว่าที่นั้นได้เก็บโบราณวัตถุที่ยังระบุไม่ได้ว่ามีพลังแฝงอยู่เอาไว้เเละก็มีสิ่งนี้ด้วย "ยัทสึฮิโระพูดจบก็เป็นภาพกำไรแขนที่ถูกเก็บกู้ขึ้นมาให้ดู

 

" ว่าเเล้วเชียว.... " คานาเดะที่พอเห็นภาพกำไรที่อยู่กับศพที่เจอในขั้วโลกใต้ก็ได้สบถออกมา

 

" โบราณวัตถุของผู้ก่อตั้งอารยธรรมที่เราเก็บกู้มาได้....มีคำสลักบนปลอกเเขนที่เราถอดออกมาได้คำว่า ( Shem-ha ) "

 

" แชม-ฮะส์? ชื่อของกำไรเเขนนั้นงั้นหรอ? "

 

" ทางเราจะลองขอความช่วยเหลือจากรับบาลสหรัฐในการแก้ไขปัญหานี้ต่อ.....เพราะนี้คือการต่อสู้ของฉัน " ยัทสึฮิโระพูดจบก่อนจะตัดการสื่อสารไป

 

" ฝากด้วยละ...พี่ " เก็นจูโร่ได้กล่าวบอกลาผู้เป็นพี่ก่อนจะตัดการสื่อสารไปก่อนจะหันมาสนใจเรื่องต่อไปทันที " ที่เหลือก็...... " เก็นจูโร่ได้หันไปมองมอนิเตอร์ได้เปิดภาพของเซ็นโตะที่นอนอยู่บนเตียงในห้องคุมขังด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ร้อนทุกข์อะไรเลยแม้แต่น้อย 

 

" เราได้ตรวจสอบรูปลัษณ์ใบหน้าของเขาแล้วถึงแม้ใบหน้าของเขาจะเหมือนกับนักร้องขื่อดังอย่างซาโต้ ทาโร่แต่ว่าDNAของเขาดันเป็นของคัตสึรากิ ทาคุมิที่เป็นลูกชายของคัตสึรากิ ชิโนบุแทน "


" จากที่ผมไปสอบถามกับทั้งสองคนแล้วพวกเขาไม่รู้จักชายที่ชื่อคิริว เซ็นโตะแม้แต่น้อยเลยครับ " โอกาว่าได้ยืนยันกับข้อมูลที่ตัวเองไปหาด้วยตัวเองอย่างชัดเจน 


" ชื่อของเขาไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลเลยครับ.....คาดว่าอาจจะเป็นผู้ที่แอบเข้าในประเทศแล้วทำการปลอมแปลงใบหน้าก็เป็นไปได้นะครับ "


" จะบอกว่าหมอนั้นคือ ผู้เหลือรอดของบาวาเรียงั้นเหรอ? " มาเรียที่ได้หันไปถามกับพวกโทโมซาโต้ที่ก็ไม่แน่ใจกับสิ่งที่มาเรียคิด


" หนูคิดว่าไม่น่าจะใช่หรอกนะคะ " เซเรน่าที่ได้แย้งขึ้นมาทำให้ทุกคนต่างหันมามองเธอกันหมด " ถ้าหากว่าเขาเป้นผู้เหลือรอดบาวาเรียจริงๆแล้วทำไมต้องสู้กับพวกเดียวกันเองด้วยละ? "


" นั้นสินะ.....ถ้าวิเคราะห์การกระทำของหมอนั้นตั้งแต่ชั้วโลกใต้จนมาถึงตอนนี้มันดูย้อนแย้งอยู่นะ " คริสที่พอได้คิดไปมาก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เซเรน่าพูด


" ที่สำคัญกว่านั้นเราได้ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เขาติดตัวเอาไว้หมดแล้วละฮะ " เอลฟไนท์ที่จู่ๆก็ได้พูดขึ้นมาก่อนจะขึ้นภาพของบิลด์ไดรฟเวอร์ บิลด์โฟนให้ทุกคนได้เห็น " จากที่เราดูแล้วคิดอุปกรณ์ชิ้นนั้นดูเหมือนจะถูกสร้างด้วยวิทยาการใกล้เคียงกับยุคนี้มากเลยฮะ.....มีความเป็นไปได้ว่าจะเทียบเท่ากับซิมโฟเกียร์ซิสเต็มมากเลย "


" เดียวก่อนจะบอกว่าเข็มขัดนั้นพอกับซิมโฟเกียร์งั้นเหรอ? "


" จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกฮะ.....แต่สิ่งที่เราตกใจสุดคือสิ่งนี้ " เอลฟไนท์ได้ืำการเปิดภาพของจีเนียสบอทเทิลขึ้นมาให้ทุกดู


" หื้ม.....ขวดพิลึกนั้นมันมีอะไรให้น่าตกใจงั้นเหรอเอลฟไนท์จัง? " ฮิบิกิได้หันไปถามกับเอลฟไนท์ที่ดูคาใจจนออกมาทางสีหน้าของเธออย่างมาก


" ที่เราสนใจมากก็เพราะว่า.....เราตรวจพบพลังบางอย่างที่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้เลย......แต่มีสองสิ่งที่คิดว่าทุกท่านน่าจะรู้จักนะฮะ " เอลฟไนท์ได้พูดเป็นนัยก่อนที่จะทำการเปิดภาพต่อไปขึ้นมาซึ่งเป็นภาพของคลื่นA
ufwachenของเกียร์ทั้ง7ที่ได้กู้ร้องพร้อมกันทำให้จีเนียสบอทเทิทลนั้นมีการตอบสนองจนส่งคลื่นลักษณะแบบเดียวกันออกมา


" คลื่น Aufwachen เกียร์ของพวกเรากำลัวตอบสนองกับขวดนั้นงั้นเหรอ? " คริสที่พอเห็นปรากฎการณ์ตรงหน้าก็ถึงกับตะโกนออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ


" ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะฮะ....เรายังตรวจพบพลังที่เหมือนกับการเบ่นแร่แปรธาตุจากสิ่งนี้ด้วยพอเราลองตรวจสอบลึกเข้าไปเรื่อยก็ได้พบว่าข้างในนี้นั้นมีทั้งพลังของซิมโฟเกียร์ทั้ง7และลาพิสอีกด้วยฮะ "


" เดียวก่อนสิเรื่องแบบนี้นะ ไม่มีทางเป็นไปได้นิน่า "


" คิริว เซ็นโตะ..... "


---- FLASH BACK ----


หลังจากที่เซ็นโตะยอมมอบตัวก็ได้ถูกนำมาที่ห้องสืบสวนในศูนย์บัญชาการS.O.N.Gโดยที่ผู้สอบส่วนนั้นคือเก็นจูโร่พร้อมกับโอกาว่าที่มานั่งข้างและกลางโต๊ะนั้นเป็นของกลางทั้งหมดที่เซ็นโตะมีก็เต็มไปด้วยบิลด์ไดรฟ์เวอร์ บิลด์โฟน แรบบิทบอทเทิล แทงค์บอทเทิล ฟูลฟูลบอทเทิลและจีเนียสบอทเทิลวางเอาไว้อยู่


" ไม่อยากจะให้เกรงหรอกนะ.....แต่หวังว่าเธอคงจะตอบคำถามของฉันทั้งหมดเพื่อที่พวกเราจะได้ทำงานอย่างลุล่วงเข้าใจนะ " เก็นจูโร่ได้เปิดประเดิมพูดโน้มน้าวให้เซ็นโตะนั้นยอมตอบคำถามทั้งหมดที่เขานั้นจะถาม


" เรื่องนั้นขอไม่สัญญาก็แล้วกัน.... " เซ้นดตะได้ตอบหน้าตาเฉยพร้อมกับเอามือจัดผมไปมาโดยที่ไม่รู้สึกกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย


" ถ้างั้นคำถามแรกเลยนะครับ.....ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครงั้นเหรอครับ....แล้วมาจากที่ไหนกันแน่ " โอกาว่าที่เป็นคนถามคำถามแรกกับเซ็นโตะทันที


" คิริว เซ็นโตะ ส่วนเรื่องที่มาจากที่ไหนก็....ต้องเป็นญี่ปุ่นอยู่แล้วถามแปลกๆ "


" งั้นขอฉันถามต่อแล้วกัน.....เธอทำงานให้ใครมีเป้าหมายอะไรกันแน่ " เก็นจูโร่ได้ถามคำถามโหดทันทีซึ่งก็ทำให้เซ็นโตะที่นั่งเอ่อระเหยลอยชายหันมาสนใจ


" จะบอกให้ก็แล้วกัน....ว่าผมไม่ได้ทำงานให้ใครทั้งนั้นและก็เป้าหมายของผมก็ไม่ต่างจากพวกคุณเท่าไรหรอก.....หยุดยั้งพวกบาวาเรียไม่ให้ได้พลังของพระเจ้าไปยังไงละ "


" พลังของพระเจ้างั้นเหรอ..... "


" ถ้าหากว่าพวกคุณที่ต่อสู้กับผู้นำของบาวาเรียอย่างอดัม ไวส์เฮิร์บมาแล้วก็น่าจะเข้าใจนิน่า....ว่าสิ่งที่เข้าต้องการนะคืออะไร " เซ็นโตะได้เป็นนัยปล่อยให้เก็นจูโร่และโอกาว่าคิดกันต่อเอาเอง


" แล้วสิ่งนี่้คุณเป็นคนสร้างขึ้นมางั้นเหรอ? "  โอกาว่าที่ได้เปลี่ยนเรื่องไปมาที่บิลด์ไดฟรเวอร์แทน


" ใช่แล้วผมเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมาเอง....แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนแล้วกันว่าพวกคุณนะไม่มีทางที่จะใช้มันได้หรอก "


" เรื่องนั้นนะมีแต่ต้องลองทดสอบดูเท่านั้น " เก็นจูโร่ที่พอได้ยินแบบนั้นก็ได้หันไปพยักหน้าส่งซิกกับโอกาว่าซึ่งเจ้าตัวก็ได้พยักหน้าตอบก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนนึ่งได้เดินเดินเข้ามาก่อนที่โอกาว่าจะมอบบิลด์ไดรฟเวอร์กับแรบบิทบอทเทิลและแทงค์บอทเทิลให้


" ถ้าเป็นผมจะไม่ให้เขาทำแบบนั้นหรอกนะ " เซ็นโตะได้เตือนแต่ดูเหมือนทางโอกาว่าจะไม่ฟังก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ทีมาเป็นตัวทดลองสวมบิลด์ไดรฟเวอร์ไปซะแล้ว


" เขย่าสองขวดนี่แล้วใส่ลงเข็มขัดดูนะ " เก็นจูโร่ได้เดินเข้ามายื่นแรบบิทบอทเทิลกับแทงค์บอทเทิลให้กับเจ้าหน้าที่คนนั้นไป " ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็รีบถอดเข็มขัดเลยนะ " เก็นจูโร่ที่ยังไม่ลืมที่จะเตือนกับเจ้าหน้าที่คนนั้นด้วยความเป็นห่วง 


" รับทราบแล้วครับ " เจ้าหน้าที่คนนั้นได้ขานตอบก่อนจะรับบอททเิลทั้งสองอันมาพร้อมเขย่าไปมาสองสามทีและใส่ลงไปในไดรฟเวอร์ทีละอัน


[ RABBIT! TANK! BEST MACTH!]

 

[ARE YOU READY?]


" แปลงร่าง " เจ้าหน้าที่คนได้ตะโกนออกมาอย่างมันใจก่อนที่ส่วนประกอบของบอทเทิลทั้งสองจะล่อหลอมกลายเป็นบิลด์ทั้งสองซีกที่พุ้งเข้ามาประกบร่างแต่แทนที่จะกลายเป็นบิลด์ร่างของเจ้าหน้าที่คนนั้นกลับถูกบิลด์ไดรฟเวอร์ปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตไปทั่วร่างทันที " อัก.....อ้ากกกก!!!! " เจ้าหน้าที่คนนั้นได้กรีดร้องออกมาอย่างทรมาณจนสุดท้ายก็ได้หมดสติล้มลงไปนอนกับพื้นพร้อมบิลด์ไดรฟเวอร์กระเด็นหลุดจากร่างมาอยู่ที่พื้น


" โอกาว่า!!! "  เก็นจูโร่ที่พอเห็ฯแบบนั้นก็รีบหันไปสั่งโอกาว่าซึ่งตัวโอกาว่าก็ได้เข้าไปดูร่างของเจ้าหน้าที่คนนั้นทันที


" เขายังมีชีวิตอยู่ครับ "


" รีบพาไปห้องพยาบาลเร็วเข้า!!! "


" ครับ!! " โอกาว่าได้แบกร่างของเจ้าหน้าที่คนนั้นออกไปทันทีก่อนจเก็นจูโร่จะเดินเข้ามาไปหยิบบิลด์ไดรฟเวอร์ที่ตกอยู่ขึ้นมาก่อนจะหันไปหาเซ็นโตะ " การสืบสวนจบแค่นี่ก่อนหวังว่ารอบหน้าคงจะให้ร่วมมืกับทางเรามากกว่านี้นะ " เก็นจูโร่พูดจบกำลังจะเดินออกจาไปห้องไป


" คุณเก็นจูโร่....ผมขอเตือนบางอย่างเอาไว้ก็แล้วกันนะ " เซ็นโตะที่จู่ๆก็พูดขึ้นมาทำให้เก็นจูโร่ต้องหยุดฟังทันที " กรุณาระวังคนใหญ่คนโตเอาไว้ให้ดีๆละครับ ถ้าหากเป็นคุณก็คงจะเข้าใจนะว่าในองค์กรในนะมันน่ากลัวแค่ไหน " 


---- FLASH BACK END----


เก็นจูโร่ที่ยังคงนั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดของเซ็นโตะที่พูดโพล่งเอาไว้ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกทำให้พวกฮิบิกิต่างหันไปหาก็ถึงกับยิ้มออกมาทันทีเมื่อคนที่เข้ามาคือซึบาสะเข้ามาพร้อมกับโอกาว่า



" ไม่เป็นไรเเล้วสินะค่ะ คุณซึบาสะ " ฮิบิกิที่หันไปคนแรกได้ทักทายกับซึบาสะทันที

 

" อ่า.....ขอโทษทีทำให้เป็นห่วงนะ ฉันไม่เป็นไรเเล้วละ " ซึบาสะได้ตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มทำให้ทุกคนต่างโล่งใจก่อนที่จะมีเสียงนึ่งได้พูดขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ

 

" ไม่เป็นที่ว่าหมายถึง.....จุดไหนงั้นหรอ? "


ซึบาสะที่รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนี้ก่อนยจะหันไปข้างหลังก็พบกับคาซานาริ ฟูโดที่มายืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแตเ่มื่อไรไม่รู้

 

" ท่านปู่... "

 

" เหตุการณ์ที่ปล่อยให้ศัตรูเข้ามาโจมตีบนเเผ่นดินเราได้......อย่าพูดนะว่าลืมไปเเล้วนะซึบาสะ!!! "

 

" เรื่องนั้นฉันไม่มีทางลืมหรอกค่ะ......โศกนาฎกรรมครั้งนี้ไม่มีทางลืมเเน่เพราะนั้นคือสิ่งที่ฉันเเบกรับเอาไว้ "

 

" ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ทีเเท้จริงอย่างเจ้า......การปกป้องทุกชีวิตมันก็เป็นเเค่สิ่งที่เพ้อฝันยิ่งกว่าความฝันเสียอีก "

 

" ความเพ้อฝัน....ที่ยิ่งกว่าความฝันเหรอ... "

 

" ที่ฉันจะบอกก็คือ....การร้องเพลงไม่ทำให้โลกสงบสุขได้ยังไงละ!! " ฟูโดที่พูดด้วยคำพูดง่ายๆแต่คำพูดเหล่านั้นกลับแทงใจของซึบาสะเอาอย่างมาก

 

" บทเพลง....ไม่สามารถปกป้องโลกได้ " ซึบาสะที่ถูกคำพูดของฟูโดทิ้มเเทงใจของเธอจนสูญเสียความเป็นตัวเองไปชั่วขณะ

 

" อย่ามาพูดบ้าๆน่า......คนอย่างเเกที่เอาเเต่นั่งสั่งคนไปวันๆไม่มีทางเข้าใจหรอก!!! " คานาเดะที่ทนดูเพื่อนของเธอถูกฟูโดดูถูกใส่ไม่ไหวได้ตะคอกใส่ฟูโดทันทีทำให้เจ้าตัวหันมามองเธอ

 

" คนอย่างที่เจ้าที่ไม่สามารถหยุดยั้งโศกนาฏกรรมเมื่อ5ปีก่อนไม่มีสิทธิ์จะพูด " ฟูโดได้พูดส่วนกลับไปทำเอาคานาเดะที่โดนพูดแบบนั้นก็ของขึ้นและพยายามจะเข้าไปซัดหน้าแต่ก็ถูกมาเรียเข้ามาหดึงเอาไว้ก่อน


" คานาเดะใจเย็นก่อนสิ "

 

" ฉันจะทำเป็นไม่ได้ยินก็เเล้วกัน......แต่ว่าฉันก็ยังคงคาดหวังกับเลือดของผู้พิทักษ์ที่อยู่ในตัวเจ้าอยู่นะซึบาสะ " ฟูโดได้พูดจบก่อนจะเดินออกจากห้องบัญชาการไปปล่อยให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด

 

" คุณซึบาสะ..... " ฮิบิกิได้เดินเข้าไปหา

 

" ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก.....ทาจิบานะ คมดาบที่ไม่สั่นครอนนะ ไม่มีทางหักลงได้ง่ายๆหรอก "


ด้านของเซ็นโตะที่นอนอยู่ในห้องคุมขังไปเรื่อยเปื่อยก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินมาอยู่หน้าประตูทำให้หันไปมองก่อนที่ประตูจะเปิดออกปรากฎเป็นฟูโดที่ยืนอยู่ตรงหน้าเซ็นโตะทีเ่ห็นแบบนั้นก็ได้ลุกขึ้นมานั่งทันที


" ผู้นำตระกูลคาซานาริ มีธุระอะไรงั้นเหรอ "


" ที่ฉันมีธุระกับเจ้ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น.....คิริว เซ็นโตะจงบอกมาสะว่าแพนโดร่าพาเนลสีขาวอยู่ที่หน " ฟูโดที่เข้าเรื่องและสิ่งที่เขาต้องการนั้นก็คือแพนโดร่าพาเนลสีขาวทำให้เซ็นโตะที่ได้ยินก็ถึงกับตาโตขึ้นมาทันที


" ฟูโดเรื่องอะไรนะ....ไม่เห็นรู้เรื่องเลย " เซ็นโตะที่ทำท่าทางตีหน้าซื่อใส่ฟูโดทันทีแต่ก็ไม่อาจหลอกได้


" ไม่ต้องมาทำเป็นไกหรอก.....ฉันรู้ดีว่าผู้สร้างโลกใบใหม่อย่างเจ้านั้นจะต้องมีอยู่แน่.....มาหลอกคนอย่างฉันที่มีความทรงจำทั้งหมดจากโลกเก่าไม่ได้หรอก "


" นี่คุณนะ....เป็นใครกันแน่เป้าหมายของคุณคืออะไรกันแน่ "


" เป้าหมายของฉันก็คือพลัง....พลังที่เทียบเท่ากับพระเจ้าและพลังอันไร้ขีดจำกัดของแพนโดร่าบ็อกซ์เพื่อปกป้องดินแดนญี่ปุ่นแห่งนี้ "


" แพนโดร่าบ็อกซ์..... "


" เอาตัวมันไปสะ " ฟูโดได้สั่งบอดี้การ์ดสองคนที่มาด้วยเข้าไปจับตัวเซ็นโตะและพาออกจากห้องขังทันทีก่อนจะโดนเอาผ้าคลุมหัว


ณ โรงงานร้างแห่งนึ่งนอกชานเมืองที่ซึ่งเป็นแหล่งกบดานของพวกวาเนสซ่าโดยที่ในตอนนี้นั้นเอลซ่ากำลังนอนรับการถ่ายเลือดอยู่บนเตียงโดยมีมิลาร์คนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ



ที่ใบหน้าของเอลซ่าที่มีปานแปลกๆบนใบหน้านั้นค่อยๆหายไปหลังจากที่ได้รับเลือดมาสักพักเวลาเดียวกันเธอก็เอาแต่เอามือขวามาลูบแผลที่แขนซ้ายที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลไปมา

 

" ถ้าหากพวกใช้พลังเเล้วพานาเคียจะหลอมรวมกับเลือดทำให้เลือดไม่บริสุทธิ์.....ทำให้พวกเรานั้นกลายเป็นสัตว์ประหหลาด..... "

 

" แขนซ้ายอาการเป็นไปบาง มิลาร์คจัง " วาเนสซ่าได้เดินเข้ามาถามมิลาร์คที่นั่งลูบเเขนซ้ายที่มีผ้าพันเเผลอยู่

 

" อื้ม....ถ้าเป็นปกติแผลพวกนี้น่าจะหายแล้วแต่พอหลังจากโดนการโจมตีของบิลด์ไปการฟื้นฟูเลย"

 

" งั้นหรอ " วาเนสซ่าได้หันไปมองปลอกแขนแชมฮะที่อยู่ในกระเป๋าจึงหยิบขึ้นมาดู " ผู้ใช้กับผู้ถูกใช้ถ้าเปรียบเป็นฮันนีมูนละก็เวลานี้จะเดินไปถึงเมื่อไรกันน่า.... "

 

 

ทางด้านของพวกเก็นจูโร่ทีกำลังประชุมเพื่อหาว่าพวกวาเนสซ่านั้นมีเป้าหมายอะไรพร้อมหาข้อมูลต่างที่สามารถหามาได้มาวิเคราะห์กัน

 

" ศัตรูใหม่ของพวกเราพวกบาวาเรียที่เหลือรอด....หรือที่เราเรียกก็คือ โนเบล เรด และเหล่าตัวประหลาดอีก3ราย เป้าหมายของพวกมันคืออะไรกันเเน่ " เก็นจูโร่ได้กอดอกคิ้วขมวดที่ยังไม่รู้ถึงเป้าหมายของพวกโนเบล 


" แล้วไอ้เรื่องเลือดพิเศษพวกนั้นละ....ถ้าขืนปล่อยไว้บางทีอาจจะล้อพวกมันออกมาได้ก็ได้นะ " คานาเดะได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของเลือดพิเศษกับทางเก็นจูโร่ซึ่งโอกาว่าก็ได้หันมาตอบโดยทันที 


" หลังจากเหตุการณ์ตอนนั้น.....ทางเราได้ทำการเก็บเลือดกรุ๊ป RH Soil ทั้งหมดไว้อยู่ที่เดียวกันทั้งหมดเพื่อที่จะสะดวกในการป้องกันครับ " 

 

" ไอ้เจ้าพวกนั้นจะทำอะไรเอิกเกริกเเบบนี้คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย " คริสที่ได้ประเมินการกระทำของพวกโนเบลเรดตัวเองก็แอบตกใจเหมือนกัน

 

" จริงด้วยพวกที่เป็นหัวหน้า3คนนั้นร้ายกาจมาก...แต่เเล้วทำไมกัน "

 

" ก็เเค่โดนวิธีการที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปั่นหัวก็เท่านั้นเองละเดส "

 

" นั้นสินะ....ด้วยเกียร์ที่มีความรู้สึกของพวกคุณเซนเจอร์แมนนี้....ไม่มีทางเเพ้อย่างแน่นอน " ฮิบิกิได้มั่นใจก่อนจะหยิบเกียร์ที่อยู่ใต้เสื้อของเธอขึ้นมาดู


" เชื่อมั่นในตัวพวกคุณเซนต์เจอร์แมนจนถึงวินาทีสุดทาย....สมกับเป็นคุณฮิบิกิจริงๆเลยนะคะ " เซเรน่าได้หันไปเอ๋ยชมฮิบิกิที่มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในขณะเดียวกันนั้นซึบาสะก็ได้ปลีกตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องบญชาการแต่มาเรียเห็นพอดีก็ได้ถามขึ้น 


" ซึบาสะ....จะไปไหนนะ? "  

 

" ไปห้องฝึกนะ.....ไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะเล่นไม้ไหนมาอีก ทางนี้ก็ต้องฝึกขัดเกลาฝีมือเพื่อจะกำจัดพวกนั้นซะก่อน " ซึบาสะได้พูดเสร็จก็ออกจากห้องเพียงคนเดียวแต่ในเวลานั้นเองก็ได้มีการติดต่อเข้ามา


" ผบ.มีการติดต่อมาจากเจ้าหน้าที่เฝ้าห้องขังของคิริว เซนโตะติดต่อมาค่ะ " โทโมซาโต้ที่เห็นบนมอนิเตอร์ของเธอจึงหันไปรายงานให้เก็นจูโร่ฟัง


" ดึงสายเข้ามา  " เก็นจูโร่ได้หันไปสั่งก่อนที่โทโมซาโต้จะดึงขึ้นมอนิเตอร์หลักทันที


" แย่แล้วละครับผบ. ตอนนี้คิริว เซ็นโตหายตัวไปแล้วครับ ร่วมถึงของกลางทังหมดด้วย!!! "


" ว่าไงนะ!! "  หลังจากที่ได้รับข่าวก็ทำให้ทุกคนในห้องต่างตกใจพร้อมๆกัน

 

ณ ภายในโกดังแห่งนึ่งซึ่งได้มีอุปกรณ์แปลกประหลาดติดตั้งเอาไว้อยู่พร้อมกับที่แคปซูลที่อยู่กับเครื่องนั้นได้มีปลอกแขนเชมฮะส์ใส่เอาไว้




อยู่โดยที่มีวาเนสซ่าค่อยจัดการพร้อมกับมิลาร์ค เอลซ่าและพวกฮารูกะได้นั่งดูอยู่ห่างๆก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าจำนวนนึ่งได้เดินเข้ามาทำให้ทุกคนนั้นต่างหันไปมองพบกับคาซานาริ ฟูโด 


" มาเร็วจังนะค่ะ " วาเนสซ่าได้หันมากล่าวทักทายก่อนจะสังเกตุเห็นบอดี้การ์ด2คนจากด้านหลังที่ได้พาตัวของเซ็นโตะมาด้วย " แม้....ไม่คิดเลยนะคะว่าจะมีแขกพิเศษมาด้วย "


" ปลอกแขนนะ จะใช้ได้ใช่มั้ย " ฟูโดที่ไม่สนใจคำพูดของวาเนสซ่าที่พูดออกมาเลยแม้แต่น้อยเอาแต่สนใจกับเรื่องสำคัญทำให้วาเนสซ่าที่เห็นแบบนั้นก็แอบเบ้ปากไม่พอใจก่อนจะเดินไปที่แท่นควบคุมเพื่อที่จะทำการเดินเครื่อง


" นี่คิดจะทำอะไรกับปลอกแขนนั้นนะ " เซ็นโตะได้ถามขึ้นมาก่อนที่วาเนสซ่าจะเป็นคนตอบคำถามนั้นให้

 

" ก็จะทำการปลุกพลังข้างในของมันขึ้นมายังไงละ " 


" ปลุกงั้นเหรอ? การที่จะปลุกพลังของเรลิทนะจำเป็นจะต้องให้Phonic gainมหาศาลไม่ใช่รึไง "


" การจะสั่งให้โบราณวัตถุทำงานนั้นไม่มีเเค่วิธีสั่งด้วยPhonic gainเท่านั้นการจะฉายแสงดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดได้จะต้องแทนด้วยเจ็ดสัดส่วนเทียบเคียงทั้งเจ็ดบทเพลงเเละการเล่นแร่แปรธาตุแม้จะเป็นสิ่งที่ต่างกัน " วาเนสซ่าที่อธบายไปพร้อมกับเดินเครื่องทำให้พลังงานจากลูกเเก้วทั้งหกได้ยิงเข้าใส่ลูกเเก้วตรงกลางก่อนที่พลังงานทั้งสองที่มาร่วมที่ลูกแก้วตรงกลางยิงไปที่ส่วนบนสุดของอุปกรณ์

 

" แต่มันทั้งสองสิ่งจะก่อให้เกิดฮาร์โมนิกส์เพื่อนำไปสู่การค้นหาความจริง และการเคลื่อนตัวของหมู่ดาวทั้ง7 ณ เวลานี้แล้ว ก็จะนำไปสู่การเริ่มต้น ณ เวลานี้ "

 

กระเเสพลังงานที่ไหลไปตามสายเข้าไปยังปลอกแขนแชมฮะที่อยู่ในแคปซูลของตัวเครื่องก็ได้เกิดเเสงสว่างขึ้นพร้อมพลังที่ปลดปล่อยออกมาจนทำให้กระจกเเตกละเอียดก่อนทีทุกอย่างจะดับลง


" สำเร็จ.....แล้วงั้นหรอ " ฮารูกะได้เอ๋ยถามขึ้นมาก่อนที่มิลาร์คจะเดินเข้าไปหยิบมาดูเเต่ฟูโดที่ตามเธอมาตอนไหนไม่รู้ได้จับเเขนของเธอเอาแต่ที่ทำให้เธอตกใจนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ฟูโที่ตามเธอมาตอนไหนแม้แต่พละกำัลงของเขาทำให้เธมิลาร์คนั้นไม่สามารถสบัดแขนออกมาได้


" อะไรกัน...เรี่ยวแรงมหาศาลเนี่ย!? "

 

" งานของเจ้าไม่ใช่สิ่งนี้สะหน่อย " ฟูโดได้พูโกับมิลาร์คก่อนจะหันไปทิศที่เซ็นโตะยืนอยู่มิลาร์คจึงหันตามไปในเวลานั้นเองก็ได้มีบอดี้การ์ดคนนึ่งได้เดินถือปืนจอชายสองคนเดินเข้ามาจากด้านหลังของเซนโตะ


  


" สองคนนั้นมัน.... " เซ็นโตะที่หันตามไปมองกจำได้ทันทีว่าสองคนที่คนของฟูโดพามาคือคนเียวกันกับที่เอาเลือดมาให้มิลาร์คกับเอลซ่าที่ท่าเรือร้าง

 

" คนเมื่อตอนนั้น สินะค่ะ " เอลซ่าเองก็จำได้ทันที่เมื่อเห็นหน้า

 

" จงเก็บกวาดซะ...ถ้าหากใช้การไม่ได้ ก็เท่ากับไร้ค่า " ฟูโดได้ออกคำสั่งกับมิลาร์คพร้อมกับขู่ที่จะเขี่ยเธอทิ้ง

 

" ชิ.... " มิลาร์คที่สบถออกมาเมื่อได้ยินคำสั่งของฟุโดก่อนจะหันไปด้วยใบหน้าที่นิ่งทำให้ชายสองคนนั้นตกใจกลัวเป็นอย่างมาก " ไม่ขอให้ยกโทษให้หรอกนะ.... " มิลาร์คได้พุ้งเข้าไปก่อนจะใช้เล็บของเธอขวนไปทีคอห้อยของชายคนนึ่งจนเลือดกระเซ็นพุ้งไปทั่วก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงไปนอนดิ้นกับพื้นและสิ้นใจตายไปพร้อมกับเปลวไฟสีเขียวที่ลุกไหม้เผาร่างนั้นหายไป


" หยุดนะ....คิดจะทำอะไรนะ!! " เซ็นโตะที่พยายามจะเข้าไปห้ามแต่ก็ถูกจินเตะเข้าที่ขาจนทรงตัวไม่อยู่และถูกกดลงกับพื้นแล้วจับให้เงยหน้ามองดูการฆาตรกรรมตรงหน้าต่อ


" อยู่เงียบๆแล้วดูการแสดงสนุกๆไปเถอะ....หึหึๆๆ "


" สะ....สัตว์ประหลาด.....ไอ้พวกสัตว์ประหลาด
!! " ชายอีกคนที่เห็นเพื่อตัวเองถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาและรู้ว่ารายต่อไปเป็นเข้าก็ดิ้นหลุดจากคนของฟูโดวิ่งหนีจากมิลาร์คไปที่เครื่องก่อนจะเอาปลอกเเขนมาด้วยแล้วหันมาให้ทุกคนได้เห็น " ถ้าฉันจะต้องตายละก็.....ด้วยเจ้านี้ " ชายคนนั้นได้สวมปลอกเเขนเเละชูขึ้นฟ้าก่อนจะเกิดเเสงสีขาวได้ถูกปล่อยออกมาพร้อมคลื่นเสียงประหลาด

 

" อึก...เพลงนี้มัน " วาเนสซ่าที่ตกใจอย่างมากเมื่อมีเสียงออกมาจากปลอกแขนก่อนที่ร่างชายคนนั้นที่สวมปลอกแขนเอาไว้ร่างกายเริ่มมีเเสงออกมาตามร่างกายเพียงเวี้ยววินาทีเดียวร่างของเขาก็ได้ระเบิดทำให้ทุกคนต่างกระเด็ฯไปคนละทางไม่เว้นแม้แต่เซ็นโตะเพียงชั่วพริบตาเดียวทั่วโกดังนั้นก็เต็มไปด้วยเปลวไฟที่ลุกไหม้โห้มกระหน้ำไปทั่ว


" คิดว่าจะใช้พลังของพระเจ้าได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยรึ  ช่างโง่เขล่ายิ่งนักแต่ว่าก้าวต่อไปของเรานั้นได้กำหนดเอาไว้เเล้ว " ฟูโดที่เป็นเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่เปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ทั่วโกดัง


" เห้ย!!!....บอสทำอะไรก็หัดเกรงใจกันหน่อยสิ " จินได้ผลักพวกเศษชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ออกแล้วหันไปโวยใส่ฟุโดที่ยืนอยู่กลางกองไฟ


" เขตเเดนก็พังไปแล้ว.....ทำไงดีละพวกนั้นได้แห่กันมาเเน่ " มิลาร์คที่มองรอบก่อนจะหันไปถามกับวาเนสซ่าเพื่อหาทางแก้


ในขณะเดียวกันนั้นเซ็นโตะที่พึ่งรู้สึกตัวหลังจากที่ถูกแรงระเบิดซัดไปก็ได้เห็นพวกวาเนสซ่าที่กำลังวุ่นวายก็ได้พยายามยันตัวลุกขึ้นและหันไปมองร่างของคนของฟุโดที่ตายเพราะระเบิดเมื่อครู่เห็นบิลด์ไดรฟเวอร์ตกอยู่จึงรีบเข้าไปหยิบขึ้นมาทันทีพร้อมกับหันมองหาปลอกแขนจนเจอในที่สุด


" ต้องใช้จังหวะตอนนี้รีบชิ่งหนีพร้อมกับปลอกแขนนั้น " เซ็นโตะตัดสินใจได้แล้วก็รีบวิ่งออกไปเพื่อเอาปลอกแขนแต่ก็ทำให้พวกวาเนสซ่าเห็นว่าเซ็นโตะกำลังจะชิงปลอกแขนแชมฮะห์ไป


" หยุดมันเอาไว้!! " ฟุโดได้ออกคำสั่งกับฮารูกะ จุนและจินเพื่อหยุดเซ็นโตะเอาไว้ทั้งสามจึงหยิบเช็มชัดของตัวเองขึ้นมาสวมและวิ่งพุ้งออกไปทันที


เซ็นโตะที่มาถึงและหยิบปลอกแขนขึ้นมากำลังจะหนีแต่โอเมก้าก็ได้พุ้งเข้ามาพร้อมใช้กรงเล็บที่แขนจะโจมตีทำให้เซ็นโตะต้องรีบเอี่ยวตัวหลบหลังจากที่หลบการโจมตีของโอเมก้าได้ซิกม่าก็พุ้งเข้ามาชกซ้ำทำให้เซ็นโตะที่ไม่ทันตั้งตัวรับหมัดไปเต็มๆจนร่างปลิวกระเด็นกระแทกกำเเพงเต็มแรง


" อ่อก!? " เซ็นโตะที่รับหมัดที่กำลังมหาศาลเข้าไปตัวเปล่าก็ถึงไอกระอักออกมาเป็นเลือดพร้อมกับปลอกแขนได้กระเด็ฯหลุดจากมือตกลงไปอยู่ที่พื้นแต่ก็ยังคงสติเอาไว้อยู่แล้วรีบคว้าเอาปลอกแขนมาได้ก่อนที่อัลฟ่าจะกระโดดมาคว้าไปได้สำเร็จ " ไม่ยอมยกปลอกแขนนี้หรอก "


" ถ้าคิดว่าปกป้องมันได้ก็ลองดูสิ!!! " อัลฟ่าได้พุ้งเข้าใส่หวังจะโจมตีแต่เซ็นโตะก็หลบการโจมตีของอัลฟ่าได้มิหนำซ้ำยังหันไปเตะเข้าทีกลางหลังของอัลฟ่าจนเสียหลักล้มลงไปชนกล่องลังไม้ที่กองอยู่ตรงหน้า


" แปลงร่าง!? " 


[ KANZEN MUKETSU NO BOTTLE YAROU! BUILD GENIU! SUGEI! MONOSUGEI! ]


เซ็นโตะได้แปลงร่างทันทีก่อนที่โอเมก้า ซิกม่าได้วิ่งพุ้งเข้าไปรุมบิลด์พร้อม กันสามทางแต่ก่อนที่ทั้งสองจะถึงก็ได้ม่านบาเรียสีเงินทั้งสองอันได้ต้านการโจมตีเอาไว้พร้อมกับร่างของบิลด์จีเนียสฟอร์ม


" ไม่ว่ายังไงก็ไม่ให้พวกแกแตะต้องปลอกแขนนี้ได้แม้แต่ปลายนิ้ว!? " บิลด์ได้พูดขึ้นมาก่อนที่จะมีดาบแสงสีฟ้าพร้อมหอกแสงสีส้มจำนวนมากพุ้งลงมาจากฟ้าลงมาจุดที่บิลด์อยู่ทำให้โอเมก้า อัลฟ่าและซิกม่าต้องกระโดดหลบเพื่อหนีจากเหล่าดาบและหอก

 

" ดาบและหอกพวกนั้นมัน " วาเนสซ่าที่มองไปที่เหล่าดาบแสงและหอกแสงที่แสงตัวของมันได้จางหายไปปรากฎเป็นดาบอาเมะโนะฮาบาคิริกับหอกกังกุงเนียร์จำนวนมาก


" ย้ากกกก!!! " มิลาร์คที่ได้พุ้งลงโจมตีบิลด์จากด้านบนด้วยเท้าปีศาจของเธอทั้งสองข้างแต่การโจมตีของเธอต้องหยุดเมื่อบิลด์ได้ยิงมิสไซส์จำนวนมากจากเครื่องยิงมิสไซล์อิจีว่าที่เอวทั้งสองพร้อมกระสุนในบเลื้อยชูชาร์กาน่ากับคมเคียวสีเขียวอิกาลิม่า


" เจ้านี้สามารถใช้พลังของซิมโฟเกียร์ได้งั้นเหรอ? " มิลาร์คหลังจากหลบการโจมตีของบิลดืที่ยิงออกมาชุดใหญ่ก็ลงมาที่พื้นพร้อมกับมองไปที่บิลด์ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม


" ทีเหลือฉันจัดการเอง " ฟุโดได้อาสาแล้วเดินออกมาเผชิญหน้ากับบิลด์ตัวเปล่าๆแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นบิลด์ก็รู้สึกว่ากำลังจะมีบางอย่างเกดขึ้นจึงระวังตัวอย่างมากฟุโดที่เหมือนจะรู้ว่าบิลด์คิดอะไรอยู่แต่ก็ไม่ไดใส่ใจอะไร


" ฉันจะแสดงพลัง....ที่ฉันได้รับมาให้เจ้าได้เห็นเอง " ฟุโดพูดขึ้นก่อนดวงตาทั้งสองจะเปลี่ยนสีน้ำเงินก่อนที่จะมีของเหลวสีน้ำเงินไปออกมาจากร่างและไหลมาร่วที่เอวกลายเป็นบิลด์ไดรฟเวอร์สร้างความตกใจให้กับบิลด์อย่างมากก่อนทีมือของฟุโดจะปรากฎเป็นไอเท็มที่คล้ายกับครอสแต่เป็นทรงแมงมุมสีแดงพร้อมกับบอทเทิลลายแมงมุมสีแดง


" นของเหลวสีน้ำเงินเมื่อกี้นี้มัน....เหมือนยีนของอีโวลต์กับพวกอิโนะเลยหรือว่า!? "


[ KILLBUS SPIDER ]


[ ARE YOU READY?]


" แปลง.....ร่าง "


[ SPIDER-SPIDER-SPIDER KILLBUS SPIDER ]



" แปลงร่างงั้นเหรอ? " บิลด์ที่พอเห็นฟุโดแปลงร่างเป็นมาสไรเดอร์สีแดงยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟอยู่ตรงหน้าก็รู้สึกตกใจอย่างมากก่อนจะรู้สึกตัวอีกทีไรเดอร์สีแดงตรงหน้าก็ได้มาอยู่ตรงหน้าแล้วก่อนที่ไรเดอร์สีแดงคนนั้นจะชกเข้าที่กลางอกเบาๆแต่แรงที่ส่งออกมาจากหมัดนั้นถึงกับซัดร่างของบิลด์ปลิวกระเด็นทะลุออกไปด้านนอกโกดังอย่างง่ายดาย


 " เห้ๆๆๆ.....พวกตัวประกอบทั้งหลายเอาเจ้านี้ไปแล้วรีบไสหัวไปซะ " ไรเดอร์สีแดงที่ได้ก้มลงไปหยิบปลอกแขนแชม-ฮะส์ขึ้นมาก่อนจะโยนส่งให้กับวาเนสซ่าทันที " แล้วก็เก็บกวาดที่นี้ให้หมดอย่าให้รัฐบาลหรือS.O.N.Gสามารถสาวมาถึงได้ละ " ไรเดอร์สีแดงพูดจบก็ได้เดินตามบิลด์ออกไป


" หึ....เอาแต่ใจชะมัด " อัลฟ่าที่พอได้ยินแบบนั้นก็ถึงบ่นออกมาอย่างไม่พอใจก่อนจะคืนร่างทันทีพร้อมกับโอเมก้าและซิกม่า


" ถึงจะบอกให้เก็บกวาดก็เถอะ....แล้วให้ทำไงละ " จุนได้หันไปมองเครื่องจักรที่ใช้ปลุกพลังของของปลอกแขนที่ตอนนี่เหลือแต่ซากเท่านั้น


" หนูพอจะมีความคิดดีๆอยู่คะ " เอลซ่าที่เหมือนจะมีไอเดียบางอย่างจะเสนอให้กับทุกคนโดยที่ในมือของเธอนั้นถือผลึกอรูคานอยท์เอาไว้อยู่


ด้านของบิลด์ที่หลังจากถูกซัดกระเด็นออกมาพร้อมกับถูกชิงปลอกแขนไปแล้วพยายามจะลุกขึ้นแล้วมองไปที่ไรเดอร์สีแดงได้เดินตรงเข้ามาหาเขา


" ฟุโด....ไม่สิเสียงแบบนี้ไม่มีทางเป็นคาซานาริ ฟุโดแน่ๆๆ....แกเป็นใครกัน "


" โห้วววว.....ดูออกด้วยงั้นเหรอ อยากที่แกรู้ว่าฉันไม่ใช่คาซานาริ ฟุโดฉันก็คือราชาเผ่าพันธุ์บลัด คิลบัสยังไงละ "


" ราชา...เผ่าพันธุ์บลัด คิลบัสงั้นเหรอ? "


" หลังจากที่แกได้ใช้พลังงานของแพนโดร่าบ็อกซ์และอีโวลต์เพื่อสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา....ฉันได้ใช้แทรกแซงมิติจนเข้ามายังโลกนี้ได้และฉันก็ได้พบกับคาซานาริ ฟุโดที่แสวงหาเจ้าปลอกแขนนั้น....ซึ่งฉันรู้สึกสนใจขึ้นมาก้ได้ร่วมมือเพื่อจะนำพลังของพระเจ้ามาครองและแน่นอนร่วมถึงแพนโดร่าบ็อกซ์ด้วย "


" เป็นไปไม่ได้....แพนโดร่าบ็อกซ์หายไปแล้วไม่มีทางกลับมาได้เป็นครั้งที่สอง "


" ยังอยู่สิ...ถ้าหากใช้แผ่นชิ้นส่วนสีขาวเป็นตัวกลางโดยใช้พลังของฉันและและอีโวลต์ละก็....จะสามารถนำแพนโดร่าบ็อกซ์กลับมาได้อีกครั้ง!? "


" แต่ถึงอย่างงั้นอีโวลต์ก็ไม่อยู่แล้ว.....ไม่มีทางที่จะนำแพนโดร่าบ็อกซ์กลับมาได้อีกแล้ว "


" คิดอย่างงั้นแน่เหรอ....ถ้าแกที่เป็นถึงผู้สร้างโลกใบนี้ร่วมถึงโค่นอีโวลต์น่าจะเข้าใจนิน่า " คิลบัสที่ได้พูดบอกใบ้บางอย่างออกมาทำให้บิลด์หยุดคิดแปปนึ่งก่อนจะนึกออกทันที


" หรือว่า....ยีนในตัวของอีโวลต์งั้นเหรอ "


" ถูกต้องแล้วจ้า "


" คิลบัสแกพูดเยอะเกินไปแล้วนะ..... "  ในขณะที่คิลบัสนั้นกำลังพูดถึงแผนการของตัวเองจนเกือบหมดเปลือกแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อฟุโดได้แย่งการควบคุมร่างมาและต่อว่าใส่คิลบัสทันที


" โอ้ะ...โอ้วใจเย็นสิบอส....ดูเหมือนว่าฉันจะพูดเยอะเกินไปหน่อย....เพราะงั้นฉันคงต้องฆ่านายทิ้งตรงนี่แล้วละ "ยิงใยเข้ามาใส่บิลด์ทันทีซึ่งบิลด์ก็ได้เรียกดาบอาเมะโนะฮาบาคิริกับดาบสั้นอากาโทลัมออกมาเข้าฟันตัดใยที่คิลบัสยิงเข้ามา


แต่คิลบัสได้ใช้จังหวะที่บิลด์จัดการกับใยแมงมุมของตัวเองเข้าประชิดตัวบิลด์ได้สำเร็จก่อนที่ไดรฟเวอร์ของคิลบัสจะสร้างดริลครัชเชอร์ออกมาที่มือแล้วฟันโจมตีใส่ทำให้บิลด์ยกแขนขึ้นมาป้องกันจนกระเด็นถอยออกมาเล็กน้อย


" ไม่ใช่แค่ไดรฟเวอร์....แม้แต่อาวุธของบิลด์ก็ด้วยงั้นเหรอ "


" รู้สึกยังไงละที่ต้องโดนของเล่นตัวเองคืนนะ...ห๊าาาา!!! " คิลบัสได้สร้างฮอว์คแกทลิ้งเกอร์มาที่มือซ้ายพร้อมกับเปลี่ยนดริลครัชเชอร์เป็นกันโหมดกระหน้ำยิงเข้าใส่ก่อนที่บิลด์จะเปลี่ยนดาบสั้นอากาโทลัมกลายเป้ฯมีดและโยนออกไปแยกออกเป็นสามเล่มพร้อมกางม่านบาเรียสีฟ้าอ่อนป้องกันการโจมตีของคิลบัสเอาไว้


" อย่ามาซี้ซั่วใช้ของคนอื่นเสะ!? " บิลด์ที่เริ่มจะต้านการโจมตีของคิลบัสไม่ไหวก่อนจะตัดสินใจปิดม่านบาเรียแล้วโยนดาบอาเมะโนะฮาบาคิริไปบนฟ้าซึ่งมันก็ได้ขนาดใหญ่กลายเป็นดาบขนาดใหญ่พุ้งลงมาใส่ร่างของคิลบัส


" ของเล่นเยอะจริงนะ!? " คิลบัสได้เรียกขาแมงมุมสีแดงออกมาจากกลางหลังหยุดดาบขนาดใหญ่เอาไว้แล้วโยนกลับไปบิลด์ที่ตกใจก่อนจะรีบกระโดดหลบดาบจนเฉียดร่างไปนิดเดียว

 

" ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย? "


ทางด้านวาเนสซ่าที่ยืนมองดูเหล่าอรูคานอยท์ทำลายโกดังที่ข้างในเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมายที่เป็นหลักฐานทุกอย่างในระหว่างนั้นเองก็ได้มีเสียงดังกระหึมดึงขึ้นทำให้เธอหันไปมองก็พบกับเฮลิคอปเตอร์ของS.O.N.Gกำลังบินพุ้งเข้ามา

 

" มากันเร็วจังนะ " วาเนสซ่าที่พอเห็นก็ถึงกับยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัวทันที่ก่อนที่คานาเดะได้เปิดประตูออกมาก่อนจะพุ้งกระโดดออกจากเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับฮิบิกิและมาเรียที่โดยสารมาด้วย

 

[ Seilien coffin Airgatlam tron ]


Maria Cadenzavna Eve GIF 


["Te no todoku basho dake wo mamorereba ī" Sore shika watashi ni wa dekinai Yowai jibun dakara koso me ni mieru bun no Shiawase ga tsukamereba sore de yokatta ]


มาเรียได้สวมใส่เกียร์พุ้งลงมาพร้อมดาบสั้นในมือฟันตัดร่างอรูคานอยท์ตรงหน้าทันทีก่อนจะหันไปฟันโจมตีใส่ตัวที่อยู่รอบๆในขณะนั้นเองก็ได้มีอรูคานอยท์ขนาดใหญ่สองตัวหันมาก่อนที่จะมีตัวนึ่งใช้แขนโจมตีใส่เธอแต่แขนของมันก็ถูกตัดขาดทันทีมาเรียได้มองดูปรากฎว่าเป็นคานาเดะที่ใช้หอกกังกุงเนียร์๋ในมือของเธอตัดแขนอรูคานอยท์ตัวนั้น


คานาเดะได้หันไปยิ้มส่งซิกให้มาเรียเองก็ได้ยิ้มตอบก่อนจะเอาดาบสั้นในมือติดตั้งกับเกียร์ที่เเขนซ้ายของจนกลายเป็นเรลกันก่อนจะชาร์จยิงกระสุนเรลกันยิงเข้าใส่สองตัวพร้อมกัน


 


[ Dakedo toki to iu kaze wa Kizu wo iyasu dake ja naku Sekaitte no ga "Kanōsei wa mugen da" to Se wo oxe kureta ]


ฝั่งของบิลด์ที่ตอนนี้กำลังถูกคิลบัสกระหน้ำเข้าโจมตีจนทำให้ต้องค่อยหลบการโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวบิลด์ได้สร้างแกทลิ้งกันอีจิว่าขึ้นมาและกราดยิงเข้าใส่ซึ่งทางคิลบัสเองก็ได้ใช้ฮอว์คแกทลิ้งกันสาดกระสุนยิงสาดใส่จนกระสุนทั้งสองนั้นเข้าปะทะกันไปมาจนต่างฝ่ายต่างก็ถูกยิงจนกระเด็นลงไปนอนกับพื้น


คิลบัสได้ลุกขึ้นมาพร้อมสร้างไคโซคุฮัชเชอร์มาแล้วง้างยิงเข้าใส่บิลด์เองก็ได้เปลี่ยนแกทลิ้งกันกลายเป็นครอสโบว์ยิงส่วนกระสุนกับบิลด์ได้รีบลุกขึ้นก่อนจะวิ่งเข้าประชิดพร้อมกระหน้ำยิงไปด้วยจนเข้าถึงตัวบิลด์ก็ได้สร้างดาบอาเมะโนะฮาบาคิริมาที่อีกมือโจมตีใส่คิลบัสเองก็ได้เอาดริลครัชเชอร์ฟันส่วนกลับ


" อะไรกันๆๆๆๆ.....นี้นะเหรอฝีมือของคนที่สามารถโค่นอีโวลต์ได่มีแค่นี้เองเหรอ!!!! " คิลบัสที่ดูจะผิดหวังกับบิลด์อย่างมาก


" แกนะ....เป็นอะไรกับอีโวลต์กันแน่ "


" ฉันนะเหรอ.....มันแน่อยู่แล้วก็ฉันนะเป็นพี่ของมันยังไงละ "


" พี่เหรอ....ที่มาที่นี่ก็เพื่อมาแก้แค้นอย่างงั้นเหรอ? "


[ Chikushō…! to mata hoeru sora ga Watashi ni wa aru kagiri Donna teki ni fumi nijirare Tatoe ude ga orete mo

(Go hard… Go hard!) Orareta ude-goto nagutte yarō (Go hard… Go hard!) Teki ni maketatte ī Jibun ni wa makenu koto ga Watashi no honō nanda! ]


" เรื่องไร้สาระนั้นใครจะไปทำกัน.....ฉันบอกแกไปแล้วนิว่าที่ฉันต้องการคือพลัง....พลังที่สามารถทำลายได้แม้กระทั้งกาแลคซี่ต่างหากละ!!! " คิลบัสได้ใช้จังหวะที่กำลังพูดอยู่เอาฮอว์คแกทลิ้งกันยิงเข้าที่ลำตัวของบิลด์จนบิลด์ปลิวกระเด็นลงไปนอนกับพื้น


" อึก....เจ้านี้แข็งแกร่งกว่าอีโวลต์หลายเท่าเลย....แต่ว่าฉันจะไม่ยอมให้โลกนี้เกิดโศกนาฎกรรมขึ้นอีกเป็นครั้งที่2!!! " บิลด์ได้ยันตัวลุกขึ้นก่อนจะโยนครอสโบว์อีจิว่าทิ้งไปแล้วสร้างหอกกังกุงเนียร์มาถือแทน


" ใช่แล้วๆๆ.....มันต้องแบบนั้นเสะ!!! " คิลบัสที่เห็นว่าบิลด์เริ่มไฟติดก็ดีใจก่อนจะวิ่งพุ้งเข้าใส่ด้วยซึ่งทั้งสองก็ต่างใช้อาวุธในมือของตัวเองโจมตีใส่กันและกัน


[ Sen no kizu… mata fueru itami wo taete Ima ni ikiru koto ni hokori wo Tobitatta sono kako mo wasurete wa ikenai

Mune ni hime axa e no chikara to kaero ]


ทางด้านวาเนสซ่าที่ตอนนี้หลบการฮิบิกิที่พุ้งเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่องก่อนจะหาโอกาสหันไปแล้วยิงกระสุนจำนวนมากจากนิ้วทั้ง5เข้าใส่แต่ฮิบิกิที่หลบกระสุนพวกนั้นอย่างง่ายจนสามารถเข้าประชิดตัววาเนสซ่าได้สำเร็จแล้วกระหน้ำรั่วหมัดเข้าใส่ซึ่งวาเนสซ่าก็พยายามบล็อคหมัดทั้งหมดของฮิบิกิแต่ก็พลาดท่าถูกฮิบิกิหมุนตัวเพื่อทำให้เธอสับสนแล้วเตะเข้าที่ท้องเต็มๆทำให้ร่างของเธอกระเด็นถอยออกไปห่างเกือบ5เมตรพร้อมกับอาการจุกที่ตามมาที่หลัง


" แฮ่ก....แฮ่ก....ไม่คิดเลยว่าจะหมัดหนักขนาดนี้ " วาเนสซ่าที่บ่นออกมาพร้อมกับเอามือกุ้มท้องเอาไว้เล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าไปมองฮิบิกิที่ตอนนี้ยืนประจันหน้ากับเธออยู่

 

" ช่วยบอกมาที่เถอะคะ.....เป้าหมายของพวกคุณคืออะไรกันแน่? " ฮิบิกิที่เห็นว่ามีโอกาสปิดบัญชีแต่กลับไม่ทำและคิดจะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในแบบบของเธอทำเอาวาเนสซ่าที่เห็นแบบนั้นก็แอบตกใจขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหลุดยิ้มออกมา


" แม้.....เข้าใจเเล้วจ๊ะ ยอมเเล้วๆ ปะทะกันตรงๆฉันคงไม่มีทางชนะเเน่งั้นเรามาเปิดอกคุยกันดีกว่าเนอะ " วาเนสซ่าที่ถึงกับยอมจำนนก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปหาพร้อมลูบไล้หน้าอกของเธอไปมาเพื่อเป็นการยั่วสวาทใส่ฮิบิกิช้าๆ

 

" อะ...เอ้....เดียวสิไม่ได้หมายความเเบบนั้สะหน่อยนะค่ะ " ฮิบิกิที่พอเห็นท่าทางของวาเนสซ่าถึงกับไปไม่ถูกและยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไรวาเนสซ่าก็ได้ค่อยรูดซิบแจ็คเก็ตของตัวเองออกมาช้าๆ


[ Donna ni hazurenai omoki Kōtetsu no kase datte Tsuyoku nareru Sono tame no nani ka dato Kusari goto seoe ] 


" ว่าไปนั่น " วาเนสซ่าพูดพร้อมยิมมุมปากก่อนจะถอดแจ็คเก็ตรัดลูบออกมาปรากฎว่าหน้าอกของเธอกลายเป็นจรวดสองลูกแล้วยิงออกไปใส่ฮิบิกิที่ตอนนี้สติสตังค์ไม่อยู่กับตัวทำให้ถูกการโจมตีของวาเนสซ่าไปจังๆ " เป้าหมายของพวกเรา นั้นสิน่าคงจะอยากกลับมาเป็นเด็กผู้หญิงปกติเเล้วได้สนิทกับทุกๆคนยังไงละ "


" อะ....อึก....กลับเป็นเหมือนเดิมงั้นเหรอ..."  ฮิบิกิที่หลังจากถูกการโจมตีทีเผลอของวาเนสซ่าไปก็นอนอยู่ที่พื้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปหา


" เหตุผลแค่นี้....ไม่ได้งั้นเหรอ? " วาเนสซ่าที่ยิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนที่มือของเธอจะเปิดออกพร้อมกับยิงกระสุนระเบิดเข้าใส่ฮิบิกิที่นอนบาดเจ็บอยู่หวังจะซ้ำแต่ว่ากระสุนนั้นก็ถูกมาเรียที่เข้ามาขัดขว้างฟันจนกระเด็นออกไประเบิดทางอื่น


[ Nigezu ni ken wo furikazaseru Sono riyū wa hitotsu da Aisu nakama, kazoku, kizuna Zen no chikara de mamori (Go hard… Go hard!) Mirai e ririshiku aragai nagara (Go hard… Go hard!) Fuan wo kibō ni kaete Furuete mo mukau koto da! Sā watashi yo… ugate! ]


" อาระ....แย่จังน่า "


" อ่าได้เเย่ของจริงเเน่ " มาเรียที่ไม่รอข้าดีดตัวเองพุ้งเข้าไปประชิดตัววาเนาสซ่าก่อนจะเข้ากระหน้ำโจมตีด้วยดาบสั้นในมือของเธอวาเนสซ่าเองก็สามารถหลบได้ทั้งหมดก่อนจะโดดหนีมาเรียมาอยู่ข้างหลัง


" นั้นสินะคงจะแย่จริงๆอย่างที่เธอว่านั้นแหละ " วาเนสซ่าที่ยังคงไม่ร้อนรนก่อนจะวิ่งทิ้งระยะห่างแล้วยิงหมัดของเธอออกไปหวังจะโจมตีใส่มาเรียจากจุดที่มองไม่เห็นแต่มาเรียอ่านออกอยู่แล้วก็ได้ปลดตัวดาบให้แยกออกจนกลายเป้นแส้พร้อมกับหันไปใช้ปัดการโจมตีของวาเนสซ่าออกแล้วพุ้งเข้าใช้ฝ่ามือผลักร่างอขงวาเนสซ่าจนกระเด็นถอยออกไป

 

" ปิดบัญชีละ " มาเรียได้ตัดสินใจจะจบการต่อสู้ด้วยการโจมตีในครั้งนี้เธอใช้ดาบสั้นที่ตอนนี้มีออร่าสีเงินปกคลุมก่อนจะฟันออกไปเเสงเป็นตัวกางเขนก่อนที่เกียร์ที่ไหล่เเละเเขนซ้ายจะรวมกันกลายเป็นหอกที่เเขนเเล้วยิงพลังงานรูปปีกออกไปใส่ที่กางเขนแสง


การโจมตีของมาเรียนั้นได้ยิงออกไปพุ้งเข้าใส่วาเนสซ่าเต็มๆจนเกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นจนบริเวณนั้นเต็มไปด้วยควันจากแรงระเบิดเพียงไม่นานควันเหล่านั้นก็จางหายไปให้เห็นร่างของวาเนสซ่าที่ไม่เป็นอะไรมากแต่ก็สะบักสะบอมอยู่พอสมควร

 

" วาเนสซ่า.....ตอนนี้พวกเรานำปลอกแขนออกเขตสู้รบเรียบร้อยแล้วคะ " เอลซ่าได้ทรจิตเข้ามาหาวาเนสซ่าพร้อมกับรายงาน

 

" รับทราบทางนี้เองก็จะถอนตัวเหมือนกัน ไปเจอกันที่จุดนัดพบ " วาเนสซ่าได้ตอบทรจิตกับก่อนจะหันไปมองมาเรียที่ยืนอยู่พร้อมกับคานาเดะที่ได้วิ่งเข้ามาดูอาการของฮิบิกิ


" เห้....ฮิบิกิไม่เป็นอะไรนะ " คานาเดะได้ดึงร่างฮิบิกิเข้ามาในอ้อมแขนซึ่งเจ้าตัวก็ได้พยักหน้าช้าๆก่อนจะหันไปทางวาเนสซ่า

 

" พวกเราไม่สามารพูดคุยกันได้จริงๆหรอค่ะ? พวกเราไม่สามารถเข้าใจกันได้งั้นหรอ? " ฮิบิกิได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวยอย่างมากแต่ก็ถึงอย่างงั้นมาเรีย คานาเดะก็ได้ยังคงได้ยินแม้แต่ทางวาเนสซ่าเองก็ได้ยินเช่นกัน

 

" คงไม่เข้าใจกันหรอก.....เพราะมนุษย์นะเป็นตัวตนที่ชอบปฏิเสธและแบ่งแยกยังไงละ " วาเนสซ่าได้พูดจบก่อนจะยิงแสงสว่างจ้าออกมาจากตาทั้งสองทำให้มาเรียและคานาเดะต้องยกแขนขึ้นมาบังเอาไว้ก่อนที่วาเนสซ่าจะใช้จังหวะนั้นหลบหนีออกไปไม่ถึงนาทีต่อมาแสงก็ได้หายทำให้ทั้งสองนั้นกลับมามองได้ปกติ


" หนีไปแล้วงั้นเหรอ " มาเรียทีเห็นว่าวาเนสซ่าได้ยินหนีออกไปไกลมากแล้วก่อนจะหันไปมองคานาเดะที่มองดูฮิบิกิที่ตอนนี้สลบไปแล้ว


" ไม่เป็นไรหรอกแค่สลบไปเฉยๆ " คานาเดะที่ดูเหมือนจะรู้ว่ามาเรียจะถามอะไรจึงชิงตอบก่อนในระหว่างนั้นเองบิลด์และคิลบัสที่สู้กันอยู่ก็ได้กระเด็นมาทางที่พวกเธออยู่พอดีและยังคงต่างฝ่ายแลกกันโจมตีใส่กันไปมาจนทำให้ทั้งสองกระเด็นไปคนละทางซึ่งบิลด์นั้นกระเด็นมาใกล้ๆกับจุดที่มาเรียและคานาเดะอยู่พอดีทำให้เจ้าตัวนั้นหันไปเห็น


" ทำไมถึงพวกนั้นถึง "


" มั่วเหม่ออะไรอยู่!!! "

 

[ KAKUEKIN DENSHA! KYOKOU DENSHA SHUPPATSU KAISOKU DENSHA HUSSHA! ]

 

คิลบัสได้ชาร์จไคโซคุฮัชเชอร์เอาไว้และยิงออกไปบิลด์ที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ต้องรับการโจมตีเข้าไปเต็มเพื่อปกป้องมาเรีย และคานาเดะร่วมถึงฮิบิกิที่นอนหมดสติอยู่


" ทำไมถึงไม่หลบละ....การโจมตีแค่นั้นนะก็หลบได้ง่ายๆอยู่แล้วนิ " มาเรียที่เข้าใจกับการกระทำของบิลด์เลยแม้แต่น้อยแต่ผิดกับคานาเดะอย่างสิ้นเชิง


" ที่หมอนั้นไม่ยอมหลบ.....เพื่อปกป้องพวกเรางั้นเหรอ "


" เอาๆๆๆ....มั่วแต่ปกป้องพวกนั้นเดียวจะตายเอาได้น่า " คิลบัสที่ยังคงยิงโจมตีใส่บิลด์อย่างต่อเนื่องถึงอย่างงั้นบิลด์ก็ยังคงยืนรับการโจมตีแบบนั้นไปเรื่อยๆจนบิลด์เริ่มยืนไม่อยู่จนเข่าทรุดลงไปกับพื้น " เวลาแบบนี้ยังจะรับบทเป็นฮ๊โร่อีกอย่างงั้นเหรอ.....ทั้งๆที่ต่อให้ปกป้องหรือช่วยผู้คนมากแค่ไหนก็ไม่มีเห็นค่าในตัวแกแม้แต่นิดเดียว!!! "


"ต่อให้เป็นแบบนั้น.....ถึงแม้จะโดนเกลียดชังสักแค่ไหนหรือโดนหาว่าเป็นศัตรูทั้งประเทศ.....ฉันก็จะสู้!!! " บิลด์ได้พูดความตั้งใจจริงของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพร้อมกับหันไปมองมาเรียและคานาเดะที่อยู่ข้างๆหลัง " เพราะว่าฉัน....ยังมีสิ่งที่ต้องปกป้องเอาไว้อยู่!!!! " บิลด์ได้ลุกขึ้นพร้อมกับจีเนียสบอทเทิลได้สอ่งแสงทั้ง7สีออกมาพร้อมกับปกคลุมไปทั่วร่างกาย


" โห้วววว...นั้นแหละ....นั้นแหละต้องอย่างงั้นสิแสดงพัลงที่แท้จริงของแกให้ฉันได้เห็นหน่อยเสะ!!!! "


[ READY GO? ]


[ KILLBUS SPIDER FINISH ]


คิลบัสได้ยิงใยจากมือทั้งสองเข้าใส่มัดร่างของบิลด์เอาแต่ด้วยความร้อนจากพลังของซิมโฟเกียร์ทั้ง7ที่อยู่ในจีเนียสบอทเทิลได้ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้เผาไหม้ใยที่มารัดร่างเอาไว้ให้หายไป


" ไม่เลว......ไม่เลวเลยนิ!!!!! "


" เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถทดแทนได้ " บิลด์ได้พูดไปพร้อมกับภาพของพวกพ้องที่เคยผ่านเหตุการณ์ต่างๆมามากมายได้ผุดขึ้นมาก่อนจะเอามือไปจับที่คันโยกที่ไดฟรเวอร์และหมุนไปมาทำให้ร่างกายของบิลด์นั้นยิ่งปลดปล่อยพลังของซิมโฟเกียร์ออกมามากขึ้น


[ ONE SIDE GYAKU SIDE ALL SIDE ]

 

[ READY GO? ]

 

[ GENIUS FINISH! ]


" ฮ่า...ฮ่าห์......ฮ่าๆๆๆๆๆ " คิลบัสได้รวบร่วมพลังทั้งหมดเอาไว้ที่หมัดขวาเช่นเดียวกับทางบิลด์ที่รวบร่วมพลังเอาไว้ที่หมัดขวาเช่นกันก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพุ้งเข้าใส่กันและกันก่อนจะชกหมัดที่เต็มไปด้วยพลังทั้งหมดเข้าปะทะกันจนทำให้พลังมหาศาลทั้งสองได้กระจายออกเป็นคลื่นวงกว้างคลื่นสีแดงที่ออกมาจากพลังของคิลบัสก็ได้ซํดสิ่งก่อสร้างที่อยู่บริเวณนั้นพังทลายลงมา


ส่วนคลื่นสีรุ้งของบิลด์ที่ไปกระจายออกไปนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรแม้แต่น้อยแต่ว่ามาเรียกับคานาเดที่ถูกคลื่นพลังของจีเนียสบอทเทิลเข้าไปทำให้เห็นภาพบางอย่างในหัวขึ้นซึ่งเป็นความทรงจำจากโลกเก่าทั้งหมด


" อึก!! อะไรกันนะเมื่อกี้นี่? " คานาเดะที่พอได้รับความทรงจำกลัมาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาจนเอามือมากุ้มหัวตัวเองเอาไว้


" คานาเดะ....เธอเองก็ด้วยเหรอ? " มาเรียที่อาการแบบเดียวกันก่อนจะหันไปถาม


" มาเรียก็ด้วยงั้นเหรอ? "


ทั้งสองที่จำทุกอย่างได้หมดแล้วก่อนจะหันกลับไปมองบิลด์ที่อยู่ท่ามกลางพลังพร้อมกับคิลบัสจนต่างฝ่ายต่างก็ทนรับแรงปะทะของพลังทั้งสองจนเกิดระเบิดขึ้นทำให้ต่างฝ่ายต่างกระเด็นไปคนละทางบิลด์ที่กระเด็นมาทางพวกมาเรียก่อนจะคืนร่างพร้อมบาดเจ็บสาหัส


" เซ็นโตะ!? " มาเรียได้รีบวิ่งเข้าไปหาทันทีด้วยความเป้นห่วงในขณะที่คานาเดะได้แบกร่างของฮิบิกิขึ้นมาก่อนจะมองไปทางคิลบัสที่ยังสามารถยืนอยู่ได้


" อ่าเป็นพลังที่สุดยอดจริงๆ.....ทำเอาจิตวิญญาณของฉันเดือดพลาดเลย เพื่อเป้นการขอบคุณที่ทำให้ฉันสนุกฉันจะไว้ชีวิตพวกแกไปก่อนแล้วกัน " คิลบัสที่ดูจะถูกใจกับการต่อสู้ในครั้งนี้อย่างมากก่อนจะถอยกลับไปโดยไม่ทำอะไร


" อะ....อึก...เจ้านั้นยอมถอยไปดื้อๆเลยงั้นเหรอ " เซ็นโตะที่พยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่ไหวจนล้มลงไปอีกครั้งแต่มาเรียก็เข้ามาประคองเอาไว้ก่อน


" ให้ตายสิ....จะบ้าบิ่นเกินไปแล้วนะ เดียวนี้ชอบทำตัวบ้าๆเหมือนกับบันโจตั้งแต่เมื่อไรกัน "  มาเรียได้พูดแซะใส่อย่างสนิทสนมนั้นทำให้เซ็นโตะรู้ทันทีว่ามาเรียนั้นได้ความทรงจำเดิมกลับมาแล้ว


" นี่หรือว่าเธอ.... " เซ็นโตะที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็สลบไปทันที


" ทำใจดีเอาไว้ก่อนสิ เซ็นโตะ!? "


หลังจากการต่อสู้จบลงโอกาว่าได้มาสถานการณ์ที่ต่อสู้พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนมากเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบในระหว่างที่เดินตรวจสอบไปเรื่อยๆอยู่นั้นก็ได้หันไปสังเกตุเห็นบางอย่างที่อยู่ใต้ซากซึ่งเป็นชิ้นส่วนคล้ายฟันเฟื้องกลไกบางอย่าง


 

" นี้มัน.......รบกวนช่วยเอาเจ้านั้นไปวิเคราะห์ด้วยนะครับ "  โอกาว่าได้หันไปบอกเจ้าหน้าที่คนนึ่งที่อยู่ใกล้ทันที


ณ ศูนย์บัญชาการS.O.N.G

 

เซ็นโตะที่ตอนนี้ยังคงหมดสติอยู่ในห้องพักชั่วคราวโดยที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเฝ้าหน้าห้องอยู่และเวลาเดียวกันนั้นเองฮิบิกิที่พึ่งออกมาจากแคปซูลฟื้นฟูซึ่งเธอก็ได้เปลี่ยมาใส่เครื่องแบบในระหว่างนั้นเองเธอก็ได้นึกถึงคำพูดของวาเนสซ่าขึ้นมา

 

" เอาชนะไม่ได้อีกแล้ว....แต่รู้สึกเหมือนจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างมา พลังพวกนั้น....และต้นตอชัยชนะมาจากการปฏิเสธความเชื่อใจ " ฮิบิกิได้พึมพำกับตัวเองในสิ่งที่ตัวเองคิดก่อนจะเงยหน้ามองดูแสงไฟที่สาดส่องลงก่อนจะยื่นมือไปเหมือนจะคว้าแสงนั้น " แต่ถึงอย่างงั้นฉันเองก็..... "


" จะยอมแพ้งั้นเหรอ.... " เสียงนึ่งได้พูดขึ้นมาทำให้ฮิบิกินั้นหันไปก็พบกับคานาเดะที่ยืนเอามือท้าวเอวอยู่ " จะยอมแพ้กับความรู้สึกที่อยากจะเข้าใจคนที่กำลังเดือดร้อนงั้นเหรอ "


" ไม่ใช่....ฉันนะต่อให้ต้องปะทะอีกสักแค่ไหนหรือต่อให้บากลำบากแค่ไหนฉันก็ยังอยากจะเชื่อว่าพวกเราสามรถเข้าใจกันได้โดยที่ไม่ต้องต่อสู้ ความรู้สึกนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงค่ะ "


" ถ้างั้นก็ไม่เห็นจะต้องลังเลยไม่ใช่รึไง " คานาเดะได้เดินตรงเข้าไปก่อนจะแตะที่ไหล่ของฮิบิกิเบาๆเพื่อเป็นการให้กำลังใจ " ในฐานะรุ่นพี่และอาจารย์แล้วในเมื่อลูกศิษย์ตกที่นั่งลำบากต้องยื่นมือเข้าช่วย "


" ขอบคุณมากนะค่ะคุณคานาเดะ "


" ไม่เป็นไรๆๆ เอาล่ะรีบไปที่ห้องบัญชาการเถอะมีประชุมด่วนเกี่ยวกับภารกิจต่อไปนะ "


 

ทางด้านพวกวาเนสซ่าที่หลบหนีมาทีหลบซ่อนตัวอยู่ที่สุสานรถโดยบนยอดของซากรถมีรถตู้คนนึ่งอยู่โดยที่ด้านในพวกวาเนสซ่าได้มานอนอยู่ข้างใน


File:Noble Red 1.png 


" การที่เราเสียที่ซ่อนตัวไป ไม่ได้แปลว่าเสียไปเเค่จุดเทเลพอรต์ เเต่เสียทั้งคาหลังคากับเพดานบังแดดบังฝันไปด้วยสินะ " วาเนสซ่าที่พูดลอยออกมาให้เอลซ่าเเละมิลาร์คที่นอนอยู่ข้างๆ " พี่สาวได้เรียนรู้เพิ่มก็วันนี้แหละ "

 

"เห้อ....ดูท่ากระแสลมคงจะไม่ได้พัดมาทางพวกเราสะแล้วแหะ  "

 

"ก็ตอนนั้นมันช่วยไม่ได้นิค่ะ ก็รู้อยู่ว่าS.O.N.G จะมาหลังจากพบสัญญาณของอรูคานอยท์เเต่เราจะปล่อยให้พวกนั้นรู้เรื่องการทดลองของเราไม่ได้เพราะงั้น " เอลซ่าที่กำลังพูดอยู่จู่ๆวาเนสซ่าก็ได้ดึงตัวเธอเข้ามากอดพร้อมลูบหัวอย่างแผ่วเบา

 

" จ้าๆ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ต้องผ่านไปได้เเน่ ก็เอลซ่าจังเป็นเด็กดีนิน่า อีกอย่างพวกสึคาสะจังตอนนี้ก็ค่อยราดตระเวนบริเวณนี้อยู่ด้วย " วาเนสซ่าที่กำลังพูดปลอบก่อนที่หูของเอลซ่าจะตั้งเหมือนรู้สึกอะไรบางอย่างจึงมุดใต้ผ้าห่มลงทำอะไรบางอย่าง " อะ....เอ่ะ ดดะ เดียวสิเป็นไปอะไรนะ เป็นอะไร เอลซ่าจัง? "

 

เอลซ่าได้มุดขึ้นมาพร้อมโชว์เครื่องติดตามที่ถูกติดอยู่กับตัวของวาเนสซ่าทำให้เธอเเละมิลาร์คเห็นก็ตกใจ


File:Noble Red 5.png

 

เวลาเดียวกันทางด้านฮิบิกิได้เข้ามาในห้องบัญชาการพอดีโดยมีคนอื่นๆรออยู่เเล้วยกเว้นบันโจ

 

" มาครบทุกคนเเล้วสินะ "

 

" ก่อนอื่นช่วยดูนี้ก่อนนะฮะ " เอลไนท์ได้พูดขึ้นก่อนจะเปิดภาพขึ้นมอนิเตอร์เป็สัญญาณAufwachenที่ตรวจพบได้ก่อนที่พวกมาเรียจะไปถึงให้ทุกคนได้ดู


 


" นั้นมันAufwachen นิ "

 

" แถมยังไม่เหมือนกับเกียร์ของพวกเรา...หรือว่า "

 

" อ่า...กำไรเเขนที่ถูกชิงไปมันคงจะตื่นขึ้นมาเเล้วไม่ผิดแน่ "


" เพราะโดนสัญญาณอรูคานอย์กลบไปจึงแทบจะไม่สามารถระบุรูปแบบได้และก็ไม่สามารถค้นหาอะไรไม่ได้เลย
มีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายคงจะกางเขตเเดนรอบบริเวณที่ทำพิธีกรรม....อาจจะคล้ายกับโอเปรา เฮ้าส์ที่วาเวลไม่ใช่แค่นั้นเราพบบางอีกด้วยฮะ " เอลฟไนท์ได้เปิดคลื่นเสียงออกมาให้ทุกคนได้ฟังเป็นทำนองที่เเปลกประหลาด

 

" อะไรกันเนี่ย...เพลงงั้นหรอ? "

 

" อึ่ย....ถ้าเป็นงั้นจริงคงเป็นเพลงที่ห่วยที่สุดที่เคยฟังมาเลยเดส "

 

" เป็นเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาจากที่ไหนมาก่อน.....แต่ทำไมรู้สึกเหมือนจะคุ้นเคยมาก่อนเลย " เซเรน่าที่พอได้ยินเสียงแปลกประหลาดที่ดูซับซ้อนแต่ในใจของเธอเหมือนจะคุ้นเคยกับมันอย่างมาซึ่งก็ไม่ต่างจากมาเรียที่รู้สึกเช่นเดียวกัน

 

" ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบหาตัวจริงของเสียงนี้อยู่....แต่ถ้าให้ตัดสินจากข้อมูลที่เรามีอยู่ตอนนี้คาดว่าโนเบลเรดกำลังมีการเคลื่อนไหวที่ใหญ่พอสมควรอยู่ฮะ "

 

" อย่างที่คิดเลย...เราควรจะเป็นฝ่ายบุกเองดีกว่าสินะ " เก็นจูโร่ได้พูดขึ้นมาทำให้ทุกคนในห้องต่างหันมามองเป็นตาเดียว

 

" บุกหรอ....แล้วทำยังไงละลุง " คริสได้หันไปถามเก็นจูโร่ที่จู่ๆจะบอกให้บุกไปโดยไม่รู้สถานที่ทีพวกโนเบลเรดหนีไปทำให้เธอสงสัยแต่ดูเหมือนเก็นจูโร่นั้นจะมีคำตอบอยู่แล้วจึงได้หันไปส่งซิกให้กับมาเรีย

 

" ระหว่างที่สู้กันอยู่นั้นฉันได้แอบติดตั้งเครื่องติดตามเอาไว้ โนเบลเรดดูเหมือนจะไม่ระวังตัวการต่อสู้กับศัตรูที่อ่อนแอกว่าละน่ะ " มาเรียได้โชว์เครื่องติดตามอีกอันก่อนที่มอนิเตอร์จะเปิดตำแหน่งขึ้นมาให้ดู


 

" อีก10นาทีขอให้ทุกคนไปเตรียมตัวพวกเราจะทำการบุกเข้าจับกุมโนเบลเรดแล้วนำปลอกแขนแชม-ฮะส์กลับมาให้จนได้ "


" รับทราบ "


หลังจากแยกจากการประชุมมาเรียและคานาเดะก็ได้มาที่ห้องที่เซ็นโตะนั้นพักรักษาตัวอยู่พอพวกเธอเข้าไปเซ็นโตะก็ได้สติขึ้นมาทันทีและกำลังลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยทำให้เห็นว่ามาเรียและคานาเดะนั้นได้มายืนอยู่ปลายเตียง


" คานาเดะ...มาเรียนี่พวกเธอ.... "


" ชู่ววว แกล้งทำเป็นหลับไปและตั้งใจฟังพวกเราพูดดีๆละ" มาเรียได้ยกนิ้วชี้ขึ้นมาทาบที่ปากบ่งบอกให้เซ็นโตะหยุดพร้อมบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดังอะไรมาก " ห้องนี้นะมีกล้องวงจรปิดที่ค่อยจับตาดูนายอยู่ " มาเรียที่ได้ส่งสายตาไปที่มุมห้องทำให้เซ็นโตะก็แอบขยับสายตาไปมองก็เห็นกล้องวงจนปิดจริงๆ


" ตอนนี้พวกเราสองคนไม่มีเวลามากนัก....อีก10นาทีพวกเราจะออกไปบุกตำแหน่งของโนเบลเรด...หลังจากที่พวกเราออกจากห้องไปกล้องวงจนปิดจำหยุดทำงานพร้อมการ์ดข้างหน้า2คนจะทำการเปลี่ยนเวรเพราะงั้นนายใช้จังหวะนั้นหลบหนีออกมาและมุ่งหน้าไปที่คลังแสงทั้งไดรฟเวอร์และบอทเทิลอยู่ที่นั้นทั้งหมด " คานาเดะก็ได้เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากและอธิบายแผนการณ์ให้เซ็นโตะฟัง " พอไปถึงมาเรียจะส่งพิกัดตำแหน่งที่พวกเราจะไปให้กับบิลด์โฟนของนาย "


" ไรเดอร์ซิสเต็มกับพลังของนายเป็นสิ่งจำเป็น....เพราะงั้นงานนี้ต้องให้นายช่วยถ้าก็ให้กระดิกนิ้วไหนก็ได้ " มาเรียได้พูดให้เซ็นโตะส่งซิกซึ่งเซ็นโตะก็ได้กระดิกนิ้วชี้เบาเป็นอันว่าเข้าใจหลังจากนั้นพวกเธอก็ได้เดินออกไป


" เลวร้ายสุดๆไปเลยแหะ " เซ็นโตะได้บ่นในใจแต่ก็แอบดีใจอยู่เล็กน้อย


ไม่กี่นาทีต่อมาพวกฮิบิกิได้นั่งเฮลิคอปเตอร์บินไปยังตำเเหน่งที่เครื่องติดตามได้ส่งสัญญาณมาซึ่งเป็นที่หุบเขาโล่งกว้างขณะเดียวกันทางเซ็นโตะกับบันโจที่ขึ้นไทม์มาจินมากับโซโกะและเกซพอมองลงไปก็พบพวกวาเนสซ่ายืนรออยู่เเล้ว


 

" ดูท่าจะไม่ได้หลบซ่อนอะไรเลยนะ " มาเรียได้ยื่นหน้าออกไปก่อนจะเห็นพวกวาเนสซ่าอยู่

 

" มารับเเบบนี้ก็ดีเลย "   


" ลุยกันเถอะทุกคน "

 

[ Balwisyall Nescell gungnir tron ]  

 

พวกฮิบิกิที่สวมใส่เกียร์และกระโดดลงไปก่อนแต่พอเท้าสัมผัสกับพื้นจู่ๆก็มีเสียงเหมือนสัญญาณดังขึ้นกับเกิดระเบิดขึ้นทั่วทุกซอกทุกมุมที่พวกเธอยืนอยู่

 

" อ้ากกกกก!!! "


" พี่มาเรีย คุณชิราเบะ คิริกะ!? "


" ฮิบิกิ!! ซึบาสะ!! คริส!! " 


คานาเดะกับเซเรน่าที่ลงคนละจุดกับพวกฮิบิกิก็หันไปเห็นจุดที่พวกฮิบิกิกระโดดลงมานั้นเต็มไปด้วยควันจากการระเบิดฟุ้งไปทั่วก่อนที่จะหันไปมองพวกวาเนสซ่าที่ดูจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ


" นี่เป็นกับดักของพวกเธอสินะ " คานาเดะได้เอาหอกในมือชี้ไปที่พวกวาเนสซ่าทันที

 

" ถูกต้องแล้วค่ะ.....ที่พวกเรายอมเปิดเผยตัวออกมาก็เพื่อที่จะจัดการกับพวกคุณที่ลงมารวดเดียวตามแผนที่เราวางเอาไว้ค่ะ " เอลซ่าได้อธิบายแผนการณ์ที่วางเอาไว้ทั้งหมด " แต่ก็ไม่คิดว่าพวกคุณสองคนจะลงในจุดที่ไม่มีกักระเบิดนะคะเนี่ย "


" ถ้างั้นก็พลาดแล้วที่ไม่ยอมวางระเบิดให้มากกว่านี้นะ!!! " คานาเดะได้พุ้งออกไปหวังจะโจมตีใส่เอลซ่าแต่ว่าโอเมก้ากับปรากฎตัวออกมาแล้วใช้มือหยุดหอกเอาไว้ได้ " มาสไรเดอร์สีเขียวงั้นเหรอ? " คานาเดะที่พึ่งพบกับโอเมก้าเป็นครั้งแรกก็ตกใจก่อนที่ซิกม่าจะกระโดดมาจากด้านข้างหวังจะโจมตีใส่เธอซึ่งเธอก็ได้ปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดมาที่ปลายหอกจนเกิดความร้อนสูงทำให้โอเมก้าที่ทนไม่ไหวได้ปล่อยมือออกทำให้เธอนั้นกระโดดหลบออกมาได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก่อนที่คานาเดะจะตั้งหลักได้ก็ถูกอัลฟ่าพุ้งเข้ามาแล้วชกเข้าไปที่กลางหลังของเธอเต็มๆจนกระเด็นปลิวชนอัดกับถูกเขาหินใกล้ๆ


" พี่คานาเดะ " เซเรน่าที่หันมองตามไปก่อนที่ซิกม่าจะพุ้งเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่เธอก็ได้กางม่านบาเรียสีเงินขึ้นมาแต่มันก็ต้านทานการโ๗มตีเอาไว้ไม่อยู่จนแตก " อ้ากกก!!! " เซเรน่าที่ถูกแรงกระแทกซัดเข้าใส่จนร่างอขงเธอปลิวกระเด็นกระแทกกับพื้นสองสามตะหลบ


" ถ้าพื้นที่ทั้งหมดเป็นทุ่งระเบิดละก็ "


" ถ้ามันระเบิดไปเเล้วก็ไม่มีอะไรระเบิดเพิ่มอีกเเล้วละเดส  " 
ชิราเบะและคิริกะได้พูดขึ้นก่อนที่พวกเธอจะลุกขึ้นเป็นสองคนแรก ก่อนที่คนอื่นๆจะทยอยลุกขึ้นมาก่อนที่พวกวาเนสซ่ากระโดดไปอยู่สามมุมประจันหน้ากับพวกฮิบิกิทุกด้าน


File:Daedalus End 1.png 


" ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ในเเผนการค่ะ "

 

" เอาล่ะน่า!! "

 

สิ้นเสียงมิลาร์คทั้งเธอกับวาเนสซ่าและเอลซ่าได้ยื่นมือออกไปพร้อมกับรวบร่วมพลังทั้งหมดจนสร้างบล็อคเเสงสีฟ้าเหนือท้องล้อมรอบอยู่เหนือหัวของพวกฮิบิกิก่อนที่บล็อคพวกนั้นจะค่อยๆตกลงมาที่ะลชิ้นเรื่อยจนเริ่มปิดทางไม่ให้พวกฮิบิกิหนีไปไหนได้


 


" คิดว่าจะยอมงั้นหรอ!! " คริสได้ยิงมิสไซล์จากเครื่องยิงที่เอวทั้งสองเข้าใส่จนระเบิดขึ้นแต่พอควันจากระเบิดจางหายไปที่บล็อคนั้นกลับไม่มีแม้แต่ลอยชีดข้วนเลยแม้แต่น้อย

 

" ไม่จริงน่าการโจมตีของยูกิเนะไม่สะทกสะท้านเลยงั้นหรอ? "

 

ไม่นานบล็อกจำนวนมากได้ตกลงมาเรื่อยจนเกิดส่องเเสงสีฟ้าขึ้นทำให้ฮิบิกิค่อยลืมตาขึ้นมาปรากฎว่าตัวเธอถูกขังเหมือนอยู่ในเขาวงกตเเละภายนอนกที่เป็นสภาพเหมืองพีระมิดเรืองเเสงซึ่งคานาเดะและเซเรย่าที่เข้าต่อสู้อยู่กับพวกอัลฟ่าก็ได้หันไปมองด้วยด้วยสีหน้าตกตะลึงอย่างมาก


" พวกพี่มาเรียถูกขังอยู่ในพีระมิดไปแล้ว "


" นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!! "


ภายในด้านในฮิบิกิที่ลืมตาขึ้นมาอีกที่ก็รู้สึกตกใจเมื่อตัวเธอนั้นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้รอบๆที่มีแต่บล็อคเรื่องแสงพร้อมกับทางเดินที่มีแต่เส้นทางที่เดินไปข้างหน้าเท่านั้น

 



File:Daedalus End 7.png


" ที่นี้มัน? "

 

" คิริจัง!!!! ทุกคนหายไปไหนนะ!!! " ชิราเบะที่พยายามมองหาคนอื่นเเต่ก็มีเพียงเเค่เธอคนเดียวขณะที่คิริกะได้ฟาดเคียวลงเต็มเเรงเเต่ก็ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

 

" ดูเหมือนว่า....จะไม่ยอมให้หนีไปง่ายสินะเดส "

 

" ผลงานที่เรื่องชื่อของไดดาลอสอยู่ ณ ที่นี่้เเล้ว เขาวงกตที่เหล่าสัตว์ประหลาดสถิตอยู่ สั่งสมถักถอจากตำนานเเละประเพณีต่างๆนับไม่ถ้วน คำกล่าว[  งั้นหรอ เพียงเท่านี้เอง ] คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ความเป็นจริง อาวุธแห่งปรัชญา "

 

" โดยเราที่เปรียบดังสัตว์ประหลาดจำลองมันขึ้นมา เขาวงกรตขนาด 380,000 กม.นี้นะ ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อที่จับได้หนีไปได้หรอกค่ะ "

 

" ไม่ได้มีเเค่นี้หรอกนะ "

 

Deadalus End!!! "

 

ทางด้านที่พวกฮิบิกิที่ถูกเเยกไปคนะทางที่วิ่งไปตามเขาวงกตก่อนที่ด้านหลังของพวกเธอจะมีกำเเพงเเสงที่ค่อยบีบไล่ตามหลังมาเรื่อยๆ


 


" อะ อะ อะไรเนี่ย " ฮิบิกิที่วิ่งอย่างสุดแรงเกิดเพื่อวิ่งหนีกำเเพงแสงที่ไล่ตามเธอมาร่วมถึงคนอื่นๆเองก็อยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันจนสุดท้ายนั้นทางที่พวกเธอวิ่งมาตลอดก็ได้มาบรรจบกัน

 

" พวกเธอ? "

 

" ระวังตัวด้วยการโจมตีมาเเล้ว "


กำเเพงเเสงทั้ง6ทางไล่ตามพวกเธอจนทันก็ได้พุ้งเข้าใส่ทั้งเคนจนเกิดเเรงระเบิดทำลายล้างสูงจนทำให้เเสงที่เกิดจากระเบิดออกมาจากพีระมิดจนสั่นสะเทือนมาถึงด้านนอกซึ่งภายในด้านในนั้นทั้ง6คนต่างนอนหมดสภาพ


" ซึบาสะ ฮิบิกิใครได้ยินก็ตอบด้วย!!! " คานาเดะที่พอได้ยินเสียงทั้ง6กรีดร้องผ่านเครื่องสื่อสารที่หูก็พยายามติดต่อเพื่อทราบสถานการณ์ข้างในแต่ก็ไร้การตอบกลับ  


Deadalus End กรงขังของเหล่าสัตว์ประหลาดไม่ว่าเป็นสิ่งได้ถ้าหากอยู่ในพีระมิดนั้นก็มีแต่ความตายที่กำลังรอยอยู่และตอนนี้เหล่าซิมโฟเกียร์ก็.....คงจะอาจจะไม่รอดก็ได้น่าหากบีบอัดเเละเผาไหม้พลังงานภายในพื้นที่จำกัดละก็ " วาเนสซ่าที่อธิบายไปพร้อมกับหอบหายใจออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูหมดเรี่ยวหมดแรงจากการใช้ท่านี้ทำให้เผาผลาญทั้งพลังและเลือดไปจำนวนมาก

 

"  ถึงเเม้พวกเราที่พลังไม่มากเเต่ก็สามารถเพิ่มพลังการทำลายเพิ่มขึ้นมาได้อย่างทวีคูณอย่ามาดูถูกเเมวจนตรอกนะค่ะ"

 

" เเต่ว่าสมเเล้วที่เป็นซิมโฟเกียร์ จัดการไม่ได้ง่ายๆจริงๆ ถ้าอย่างงั้นละก็ มาโจมตีอีกครั้งกัน "


" ปล่อยตัวพวกพี่มาเรียออกมาเดียวนี้นะ!!! " เซเรน่าได้ขว้างมีดอากาโทลัมออกไปก่อนที่มันจะแยกมีดออกมาจำนวนมากแล้วเธอก็ได้ควบคุมมัดเหล่านั้นให้พุ้งเจ้าไปโจมตีใส่โอเมก้ากับซิกม่าแค่ด้วยทั้งสองที่มีสัญชาตญาณดิบสามารถหลบได้ทั้งหมดซิกม่าก็ได้ใช้กรงเล็บที่มือเข้าทำลายมีดเหล่านั้นอย่างง่ายดายก่อนที่โอเมก้าจะพุ้งเข้ามาหวังจะใช้กรงเล็บที่แขนฟันใส่เซเรน่าได้รีบควบคุมมีดเล่มสุดท้ายยมาที่มือก่อนจะขยายใหญ่เป็นดาบสั้นขึ้นมากันเอาไว้ทำให้เธอปลิวกระเด็นออกมาเล็กน้อย


" ยอมอยู่เฉยๆให้พวกเราจัดการสะเถอะยัยหนู " ซิกม่าได้หันมาพูดก่อนจะเอาชกไปที่เพื่อจนเกิดสั่นสะเทือนทำให้ระเบิดที่อยู่กับจุดที่เซเรน่าทำงานจนระเบิดซัดร่างของเธอกระเด็นลงไปนอน


" เซเรน่า!!! " คานาเดะที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหาเซเีน่าแต่
อัลฟ่าได้พุ้งเข้าโจมตีใส่เธออย่างรวดเร็วซึ่งเธอเองก็พยายามใช้หอกในมือปัดป้องกันแต่ก็ตามความเร็วของอัลฟ่าไม่ทันจนถูกฟันเข้าที่ท้องข้างขวาและแขนซ้ายกับและหน้าอกจนชุดเกิดรอยขาดพร้อมเลือดที่ได้ไหลออกมาจากแผล 


" จะเร็วเกินไปแล้ว!!! "


" ช้าเกินไปจนตามทนหมดแล้วยัยผู้หญิง!!! " อัลฟ่าได้เรียงนิ้วทั้ง5ชิดกันพร้อมเล่งไปที่กลางอกของคานาเดะเพื่อหวังจะปลิดชีพทันทีคานาเดะที่ดูจะไหวพริบทันก็ได้ยกหอกขึ้นมากันเอาไว้ได้ทันแต่ด้วยแรงมหาศาลของอัลฟ่าก็ทำให้ร่างของเธอกระเด็นออกไปกระแทกอัดกับภูเขาหินจนเธอกระอักเลือดออกมาจากปากก่อนที่จะเข่าทรุดลงไปกับพื้น


" ขะ...แข็งแกร่ง....อะไรขนาดนี้ " คานาเดะที่กรอกสายตาหันไปมองเซเรน่าที่ตอนนี้ถูกโอเมก้าและซิกม่ายืนล้อมอยู่กำลังจะปลิดชีพเช่นเดียวกับเธอที่อัลฟ่าได้เดินเข้ามาหาและกระชากคอเธอขึ้นมาพร้อมง้างกรงเล็บที่แขนซ้ายเตรียมจะสังหารเธอ


" จบกันแค่นี่แหละ "


" เซ็น...โตะ... " คานาเดะได้เอ๋ยเรียกชื่ออขงเซ็นโตะออกมาก่อนจะหลับตาลงพร้อมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึงแต่ก่อนที่อัลฟ่าจะได้สังหารเธอก็ได้มีมือนึ่งจับแขนของอัลฟ่าเอาไว้ทำให้เจ้าตัวหันไปมองปรากฎว่าเป็นบิลด์ที่อยู่ในร่างจีเนียสบีบมือของอัลฟ่าจนต้องปล่อยมือที่จับคานาเดะเพื่อมาแกะมือของบิลด์ที่บีบไม่ปล่อย


" เจ็บนะเฟ้ย!!! ปล่อยสิปล่อย!!! " อัลฟ่าที่พยายามแกะมือของบิลด์ออกปต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็แกะไม่ออกจนบิลด์ได้รวมพลังทั้งหมดเอาไว้ที่หมัดซ้ายและชกเข้าที่กลางอกของอัลฟ่าเต็มแรงจนร่างปลิวกระเด็นอัดกับโขดหินเต็มๆจนหมดสติพร้อมกับคืนร่าง


" คุณจิน " โอเมก้าได้หันไปมองจินที่นอนเลือดกลบปากอยู่กับพื้นก่อนจะหันไปมองบิลด์ที่ยืนพร้อมจับร่างของคานาเดะให้ยืนอยู่


" โทษทีนะที่มาช้า "


" ตาบ้า....มาช้าเกินไปแล้วแต่ว่า...ยังดีกว่าไม่มาละนะ " คานาเดะได้ต่อว่าใส่บิลด์ไปทีนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจบิลด์ที่เห็นแบบนั้นก็พยักหน้าให้ 


" ยืนไหวมั้ย "


" อ่า " คานาเดะที่พอยืนเองก็ได้บิลด์ก็ได้ปล่อยมือจากเธอแล้วหันไปทางโอเมก้าและซิกม่าที่ยอมปล่อยเซเรน่าและจพุ้งเข้าโจมตีแต่บิลด์ที่เพียงแค่ยืนเฉยๆก็ได้แยกร่างตัวเองออกมาสองร่างพุ้งเข้าไปชกเข้าใส่ร่างของทั้งสองพร้อมกันจนร่างทั้งคู่กระเด็นออกไปอัดกับโขดหินคนละก่อนแล้วคืนร่างทันทีพร้อมกับกระอักเลือดออกมาเช่นกัน


" อ่อก....เร็วจนมองไม่ทันเลย "


ฮารูกะและจุนที่รู้สึกตกตะลึงกับพลังของบิลด์ที่สามารถจัดการพวกเขาได้อย่างง่ายดายก่อนที่ร่างแยกของบิลด์ทั้งสองร่างได้สลายหายไปก่อนที่บิลด์ตัวจริงจะเดินเข้าไปอุ้มร่างของเซเรน่าที่ตอนนี้หมดสติอยู่เดินไปให้กับคานาเดะ


" พวกฮิบิกิปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง " บิลด์ได้หันไปมองพีระมิดแสงนั้นก่อนจะวิ่งเข้าไปที่พีระมิดนั้นซึ่งระหว่างนั้นเองมิลาร์คก็เห็นบิลด์ที่กำลังวิ่งเข้าไปหาพีระมิดเช่นกัน

 

" เจ้าหมอนั้นทำไมถึงมาอยู่ที่นี่!? "

 

"  ไม่ต้องห่วงค่ะ ทางนี้เตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว " เอลซ่าพูดจบอรูคานอยท์จำนวนมากได้ปรากฎตัวออกมาเพื่อขว้างบิลด์เอาไว้

 

" เกะกะน่า!!!! "  บิลด์ที่ยังคงวิ่งต่อไปก่อนที่จะในมือจะมีดาบอาเมะโนะฮาบาคิริอยู่แล้วชูขึ้นมาฟ้าทำให้มีดาบแสงจำนวนมากพุ้งลงมาเสียบร่างของอรูคานอยท์ทั้งหมดจนสลายหายไปก่อนที่บิลด์จะร่วมพลังทั้งหมดเอาไว้ที่แขนวขาที่ตอนนี้เปลี่ยนเป้นอาร์มเมอร์เกียร์กังกุงเนียร์แล้วบินพุ้งขึ้นไปบนยอดของพีระมิดแล้วพุ้งลงมาซัดเข้าที่ปลายยอดของพีระมิด " ฮ้ากกกกก!!!!! "


Deadalus End บีบอัดเต็มกำลังค่ะ!! "

 

" คราวนี้และจะบดขยี้ไปพร้อมกับเขาวงกตเลย!! "

 

" ถ้าด้วยระดับพลังนี้ละก็!! " วาเนสซ่า มิลาร์คและเอลซ่าที่ใช้พลังทั้งหมดไปที่Deadalus End จนเริ่มส่องแสงขึ้นอีกครั้งพร้อมโจมตีระลอกที่สองกำลังจะเข้าปะทะกับร่างของพวกฮิบิกิที่นอนบาดเจ็บหนักกันอยู่จนขยับไปไหนหรือทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อยกำเเพงแสงทั้ง6ทิศทางกำลังพุ้งเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ว่าพลังพวกนั้นกับถูกม่านบาเรียขึ้นมาต้านเอาไว้โดยที่มีร่างของบิลด์ยืนควบคุมอยู่

 

" ไม่ยอมให้ทำแบบนั้นได้หรอก!!!! " บิลด์ได้พยายามยันพลังมหาศาลที่ถูกบีบอัดค่อยดันเข้ามาเรื่อยๆซึ่งบิลด์ก็ได้ใช้พลังทั้งหมดเพื่อป้องกันเอาไว้จนที่แขนขวาเริ่มมีสะเก็ดไฟช็อตขึ้นมาก่อนจะล่ามไปทั่วทั้งร่าง


" ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์!!!! "


ทั้งสามได้บีบอัดพลังทั้งหมดอีกครั้งจนทำให้พลังDeadalus End ได้ทวีคูณเพิ่มมากขึ้นจนบิลด์เองก็เริ่มจะต้านไม่ไหวจนร่างทรุดพุบเข่าลงไปกับพื้นในระหว่างนั้นเองบิลด์ก็ได้หันไปมองร่างอขงฮิบิกินอนอยู่ใกล้พร้อมกับมองไปที่คนอื่นๆที่ยังคงหมดสติอยู่


" ฮิบิกิขอร้องละลืมตาขึ้นมาทีเถอะ!!! " บิลด์ได้หันไปตะโกนใส่ฮิบิกิที่ยังไม่สติอยู่ข้างๆก่อนที่ม่านบาเรียที่ป้องกันพลังของ
Deadalus End เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นเรื่อยๆในระหว่างนั้นเองเขานั้นกลับได้ยินเสียงของฮิบิกิดังขึ้นมาในหัว


( ทำไมกัน....ทำไมถึงเอาชนะไม่ได้....ด้วยเกียร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกของพวกคุณเซนต์เจอร์แมน )


" เสียงนี่มัน....ฮิบิกิงั้นเหรอ? "


ทั้งทีๆ....พวกเขาอุตส่าห์เชื่อมั่นในตัวของเราแท้ๆ ถึงได้ยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องอนาคตเอาไว้แท้ๆ )


" เธอเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ.....ว่าเชื่อมั่นในตัวเองเชื่อมั่นในความถูกต้อง ถึงได้มาถึงจุดๆนี้ได้จะบอกว่าทุกสิ่งที่เธอทำมานะมันโกหกงั้นเหรอ!!!! " บิลด์ได้ตะโกนขึ้นมาสุดเสียงก่อนจะค่อยลุกขึ้นพร้อมกับร่างกายที่ปลดปล่อยพลังทั้งหมดร่วมถึงส่วนประกอบในจีเนียสบอทเทิลที่ทะลักออกมาร่วมถึงลาพิสที่อยู่ข้างในได้เรืองแสงขึ้นมาได้ตอบสนองกับคอร์เกียร์ของฮิบิกิเข้า


ภายในจิตใต้สำนึกของฮิบิกิที่ตอนนี้ตัวเธอได้นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่ข้างในลาพิสพร้อมกับสีหน้าที่สิ้นหวัง


 


" ถึงอย่างงั้น....ฉันก็แพ้อยู่ดีแพ้ให้กับพวกคุณวาเนสซ่า "


" เอาชนะไม่ได้? งั้นฉันจะขอถาม เธอเเพ้อะไรมางั้นหรอ? " เสียงหญิงสาวที่ฮิบิกรู้สึกคุ้นเคยจนเงยหน้าขึ้นมาจนเธอต้องตกใจเมื่อเซนเจอร์แมนยืนอยู่ตรงหน้า



" คุณเซนเจอร์แมน? "

  

" แพ้ใครมา ทาจิบานะ ฮิบิกิ "

 

" ใช่เเล้วละที่เเพ้นะคือตัวเราเองต่างหาก ที่ลืมถึงความพยายามที่จะดิ้นรนเอาชนะไป "

 

" ถ้างั้นฉันจะช่วยเอง....เเต่ว่าอย่าได้ลืมเป็นอันขาด ทาจิบานะ ฮิบิกิ " เซนเจอร์แมนได้ยื่นมือเข้าไปหาฮิบิกิพร้อมกับเซ็นโตะที่ยืนอยู่ข้าง

 

" จะไม่มีทางลืมอีกเเล้ว....เพื่อให้หมัดที่เชื่อมต่อความรู้สึกนี้ได้เปิดมันออกและเพื่อความถูกต้องที่ฉันได้เชื่อมั่น " ฮิบิกิได้ลุกขึ้นไปจับมือทั้งสองเอาไว้ก่อนจะเกิดเเสงขึ้นทำให้เธอรู้สึกตัว

 

ไม่นานพีระมิดได้ระเบิดจนไม่เหลือซากท่ามกลางสายตาของคานาเดะและฉากหลังทีเป็นพระอาทิตย์ขึ้นวันใหม่พอดีควันจากเเรงระเบิดได้พัดหายไปบิลด์ที่ได้ใช้พลังทั้งหมดปกป้องพวกซึบาสะเอาไว้ได้เงยหน้ามองดูร่างของฮิบิกิที่อยู่ในบาเรียสีทองพร้อมเกียร์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง



" ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้อีกแล้ว!!! "

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #227 Zero time (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 22:25

    นั้นมันเด็กติดหญิงแห่งชาติ จิฮิโระนิน่า!!!

    #227
    0
  2. #226 demon laser (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 22:13
    ตอนใหม่มาแว้วว่าแต่โซโกะกับเกซมาตอนไหนหว่าติดตาการโชว์พลังของกล้ามเนื้ออวกาศเลยครับ(muscle galaxy form)(ปล.พี่เข้กับเจ้าโอตะบทหายยาวเลย)(*∆*)
    #226
    0
  3. #225 จอมพลมามิมิ (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 21:55
    อ็ากกกกกตอนใหม่มาแล้วววววว
    #225
    0