kamen rider ooo & Index

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ลัทธิวิทยาศาสตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 มี.ค. 63

 

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั่นคืนที่อินเด็กซ์ได้รับการช่วยเหลือโดยที่ไม่ต้องลบความทรงจำแต่ว่าก็แลกกลับการที่โทวมะนั่นได้สูญเสียความทรงจำทั้งหมดไปแต่ก็ปิดเรื่องนี้เอาไว้กับอินเด็กซ์จนล่วงเลยมาอาทิตย์นึ่งเต็มๆด้านของเอย์จิและอังค์ได้ย้ายมานอนพักที่อาพาร์ทเม็นท์ที่เขตการศึกษาที่ 8 ด้วยฝีมือของโคโมเอะที่เช่าห้องไว้ให้พวกเขา

 

" เน่ อังค์ นายกินไอติมเยอะเกินไปแล้วนะ เพลาๆลงบางสิ " เอย์จิได้เดินบ่นมาแต่ไกลจนมาถึงห้องนั่งเล่นก็เห็นอังค์ที่นั่งกินไอติมไปพร้อมกับมองดูแท็บเล็ตในมือไปด้วยก่อนจะลุกขึ้นมองไปที่เอย์จิที่จ้องเขม่งเข้ามา

 

" หนวกหูน่า " อังค์ที่ตอบสั้นๆก่อนจะกับไปนอนบนโซฟาตามเดิม

 

" ให้ตายสิ...ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง....งั้นฉันไปทำงานพาร์ทไทม์ก่อนละฝากเฝ้าบ้านด้วยละ "  เอย์จิได้พูดก่อนจะกำลังเดินออกจากห้อง

 

" เห้ เอย์จิ "  อังค์ที่จู่ๆตะโกนเรียกทำให้เอย์จิหันกลับไปหาก่อนที่จะมีบางอย่างโยนมาขนเอย์จิต้องรีบรับพอมองดูดีๆเป็นคอร์เมดัลทั้งหมด6เหรียญ

 

" อะไรของนาย...ฉันแค่จะไปทำงานพาร์ทไทม์เองนะ "

 

" พกติดตัวเอาไว้นั้นแหละ....กันเอาไว้ก่อนบางทีเจ้าพวกนั้นอาจจะมาไม้ไหนก็ได้ "

 

" พวกคุณสเตลงั้นเหรอ.....ไม่หรอกๆบางทีพวกเขาคงไม่เป็นศัตรูกับพวกเราแล้วละ "

 

" อย่าประมาทเจ้าพวกนั้นเชียว....อีกอย่างที่ให้ระวังไม่ใช่แค่เจ้าพวกนั้นหรอกนะแม้แต่พวกยามี่และเจ้าคนชุดดำนั่นก็ด้วย "


" นั้นสินะ...เข้าใจแล้วละ นายเองก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน " เอย์จิที่พอฟังคำเตือนจากอังค์ก็เก็บเมดัลและออกจากห้องไป

 

พอเอย์จิได้ออกมาจากอพาร์ทเม็นและกำลังเดินไปที่ป้ายรถเมย์ก็ได้หันไปสังเกตุเห็นตู้กดน้ำอัตโนมัติที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาก่อนจะเดินตรงเข้าไปเพื่อดูปรากฎว่าเป็นไรด์เวนเดอร์


 


" เห้ย....เจ้าตู้นี้มัน "


" ตกใจมากเลยละสิ.....เอย์จิคุง "

 

" เสียงแบบนี้....หรือว่า! " เอย์จิที่พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็รีบหันไปก็พบกับซาโตนากะที่ในมือคือจอที่ฉายภาพหน้าของโคงามิ " คุณโคงามิ คุณซาโตนากะก็ด้วย "

 

" ไม่เจอกันนานเลยนะคะ คุณฮิโนะ "

 

" ทำไมเจ้าตู้นี้ถึงอยู่ในเมืองแห่งการศึกษาได้ละครับ? "

 

" นั้นก็เพราะฉันได้คุยกับขณะกรรมการของเมืองแล้วและได้รวมหุ้นกันทำให้สามารถส่งไรด์เวนเดอร์มาตั้งตามจุดของเมืองได้เพื่อเป็นการสนับสนุนโอสอย่างเธอกับอังค์ยังไงละ "


" เอ้...คุณโคงามิเองก็รู้เรื่องของอังค์เหมือนกันงั้นเหรอครับ "

 

" ถูกต้องทางเราโคงามิฟาว์เดชั่นได้ติดตามการเคลื่อนไหวตั้งแต่คอร์เมดัลได้ถือกำเนิดกลับมาอีกครั้ง.....เพราะงั้นพวกเราถึงได้นำไรด์เวนเดอร์กลับมาใช้งานอีกครั้ง "

 

" งั้นเหรอครับ..ผมคงต้องรบกวนอีกครั้งแล้วสินะคับ "

 

" อื้มๆๆ ถ้าจะขอบคุณละก็ จงใช้กิเลสของเธอเอาชนะเหล่ากรีดที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองนี่สะก่อน ซาโตนากะคุง!! "

 

" นี่คือของขวัญค่ะ " ซาโตนากะได้เดินที่ทีรถก่อนจะวางจอและหยิบกล่องของขวัญขึ้นมาและเดินมามอบให้กับเอย์จิ

 

เอย์จิที่รับมาก่อนจะเปิดกล่องปรากฎเป็นเมดัลจาริเบอร์เล่มใหม่พร้อมแคนดรอยจำนวน6ชิ้นและเซลล์เมดัลจำนวนนึ่ง

 

" โอ้ะ...ดาบเล่มใหม่นิน่า "

 

" นี่ถือว่าสินน้ำใจเล็กน้อย เอาละพวกเราไม่รบกวนแล้วเห็นว่าเธอกำลังรีบอยู่....ถ้างั้นลากันแค่นี้ละ " โคงามิพูดจบหน้าตอได้ดับลงก่อนที่ซาโตนากะจะเดินไปที่รถของเธอ


" งั้นคุณฮิโนะ ชั้นขอกลับก่อนนะคะ "

 

" ครับ...กลับดีๆนะครับ " เอย์จิได้กล่าวบอกลาก่อนที่ซาโตนากะจะขับออกไปก่อนที่เอย์จิจะมองดูเวลา " เอ๋ย! ซวยแล้วจะไปทำงานพาร์ทไทม์สายแล้ว "  เอย์จิได้วิ่งไปที่ไรด์เวนเดอร์ที่ตั้งอยู่และหยอดเซลล์เมดัลเข้าไปก่อนจะกดให้เปลี่ยนเป็นไบค์โหมด


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kamen rider ooo ride vendor


เอย์จิก็ไ้ดขึ้นนั่วพร้อมสวมหมวกกันน็อคแล้วขับดิ่งออกไปอย่างเร่งรีบทันที

 

ด้านของโทวมะกับอินเด็กซ์ที่ยืนรอไฟจารจรอยู่นั้นก็ได้มองหนังสือในมือก่อนจะคอตกเมื่อนึ่งถึงเงินที่เสียไป

 

" เห้อ....ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่หนังสืออ้างอิ่งแต่กลับราคาตั้ง3พัน6ร้อยเยนเลยเหรอเนี่ย

 

" โทวมะ 3พัน6ร้อยเยน เนี่ยทำอะไรได้บางเหรอ?"

 

" อย่าถามเซ้าซี่น่า "

 

" เน่....โทวมะ!? ทำ....อะ....ไร...ได้....บ้าง " อินเด็กซ์ได้หันไปถามด้วยสายตาที่จ้องเขม่งใส่จนโทวมะทนความกดดันเอาไว้ไม่อยู่จนยอมแพ้

 

"  อ่าาา!!!รู้แล้วน่า!! ถ้าปกติตั้งใจเรียนก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้หรอก อ่าวอินเด็กซ์?"  โทวมะที่ตะโกนบ่นออกมาก่อนจะหันกับไม่เห็นอินเด็กซ์ที่คสรจะยืนอยู่ข้างๆก่อนจะหันไปเห็นอินเด็กซ์ที่ยืนมองป้ายไอศครีมที่บอกราคา326เยนก่อนจะเดินเข้าไปหาและมองป้ายตาม " เน่...ไม่มีใครเขาเอา3พัน6ร้อยเย็นไปซื้อไอติมหรอกนะ "

 

" หื้มม...โทวมะฉันยังไม่ได้พูดสักคำสักหน่อยนะว่าร้อนเหนื่อยหรือจะเป็นลมแดด แถมก็ไม่เคยคิดจะเอาเงินของคนอื่นมาใช้หรอกนะยะ "

 

" รู้แล้วละน่า....บอกกันตรงๆก็ได้ว่าอยากจะไปกินไอติมที่ร้านติดแอร์เย็นๆใช่มั้ยละ "

 

" โทวมะ! ชุดนี้คือสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าสรรสร้างขึ้น ฉันไม่ได้คิดเลยนะว่าชุดนี้มันทำให้ฉันร้อน หรือว่ารำคาญมันเลยสักนิดนะ ตัวฉันยังอยู่ในช่วงบำเพ็ญตนที่มีข้อห้ามไม่ให้เรียกหาสิ่งของที่มีค่าให้กับตัวเองนะ "

 

" เข้าใจแล้วๆ งั้น็ไม่เอาน่า...ถ้าไม่อยากกินละก็งั้นกลับกันเถอะ " โทวมะที่หันหลังกำลังจะเดินกลับก่อนจะถูกอินเด็กซ์กระโดเกาะหลังทีเผลอจนเกือบล้ม " เหว่อ!? "

 

" ถึงจะถูกห้ามเอาไว้แต่ตัวชั้นที่ยังอยู่ในการบำเพ็ญตนก็ต้องมีกรณียกเว้นที่จะผิดพลาดลงไปบางอะนะ " อินเด็กซ์ที่ดวงตาเป็นประกายก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ๆโทวมะเพื่ออ้อนให้พาไป " อันที่จริงจะให้เกิดผิดพลาดไม่ได้ที่จะปล่อยให้โอกาสที่ดีหลุดมือไปนะโทวมะ "

 

" เห้อ...ยอมรับแต่แรกก็จบเรื่องแล้วแท้ๆ "

 

" วู้ววว....เป็นการเดินควงที่น่าสนใจดีนิคามิยัง "

 

" ว่าแต่ว่า...น้องคนนั้นเป็นใครงั้นเหรอ? "

 

2คนที่เดินตรงเข้ามาทักทายกับโทวมะเป็นเพื่อนรวมห้องเดียวกันที่โรงเรียนชายผมสีฟ้าสวมเสื้อกักสีม่วงเข็มเสื้อยืดสีเหลืองกางเกงสามส่วนพร้อมรองเท้่สีเหลือชื่อว่า[ อาโอกามิ ปิอัส ] และอีกคนที่สวมแว่นกันแดดเสื้อฮาวายสีเขียวไม่ติดกระดุมเอามือล่วงกระเป๋ากางเกงรองเท้าสีแดงสลับเหลือง [ สึจิมิคาโดะ โมโตฮารุ ]


 


" เอ้ะ...อ่า? "

 

" อะไรกันอย่าทำอย่างกับว่าโดนแดดเผาจนความจำเสื่อมสิ "

 

" อ้ะ...เปล่าสักหน่อย "

 

" แม้ล้อเล่นหรอกน่า ไอ้ความจำเสื่อมเนี่ยมันเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสาวสวยมากกว่าเป็นนายหรอกน่า "

 

" ที่นี่ถามจริงๆเถอะน้องเปี๊ยกคนนั้นเป็ฯใครเหรอ? "

 

" คงจะเป็นสาวดุ้นแต่งหญิงมากกว่าหน้าอกแบนแบบนี้ก็แบนเกินไปที่จะเป็นผู้หญิงละมั้ง "

 

" อึ๋ย.... " อินเด็กซ์โดนแซวเรื่องหน้าอกก็ถึงกัดฟันแน่นหน้าแดงแจ้

 

" เห้ยๆๆ เดียวสิพวกนายไปว่าเธฮแบบนั้นได้ไงเนี่ย...รู้มั้ยว่าเธอเด็กแค่ไหน " โทวมะที่พูดเพื่อช่วยแต่กลับยิ่งทำให้อินเด็กซ์โกรธหนักกว่าเก่า

 

" โทวมะ!! " อินเด็กซ์ได้เรียกโทวมะเสียงแข็งจนเจ้าของชื่อๆค่อยหันกลับมาช้าก่อนจะเห็นออร่าแสงที่ออกมาจากตัวของอินเด็กซ์เหมือนเธอกำลังสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่ " ฉันเป็นแม่ชีฝึกหัดChurch of England ถ้ารู้สึกเหมือนว่าตัวเองทำอะไรผิดละก็จะสารภาพบาปกับชั้นก็ได้นะคะ "

 

หลังจากนั้นทั้ง4ก็ได้ไปกินไอติมร้านเดียวกันพอมาถึงร้านดันปิดไปทำเอาอินเด็กซ์รู้สึกโกรธเลยเปลี่ยนไปที่ร้านฟาสฟู้ดใกล้ๆแทน

 

" มิลล์เช็ค..เช็ค...เช็คสามแก้ว หึหึ "  อินเด็กซ์ที่เดินถือถาดที่มีมิลล์เช็ค3แก้วขึ้นไปทีนั่งชั้น2ของร้านด้วยสีหน้าที่กำลังดีใจก่อนที่พวกโทวมะจะเดินตามหลังมา


" โทษทีนะคามิยัง "

 

" ขอบใจที่เลี้ยงนะ "

 

" ให้ตายสิ สุดท้ายก็ให้เราออกคนเดียวเนี่ย ซวบจริงๆเลย " โทวมะได้แต่เดินคอตกขึ้นมาที่ชั้น2ก่อนที่อินเด็กซ์จะตะโกนเรียก

 

" โทวมะทางนี้ "

 

" ยังมีทีว่างเหลือนิ...เอ้? " โทวมะได้หันตามไปก็พบกับพวกอินด็กซ์ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะที่มีผู้หญิงใส่ชุดเมดนั่งพุบอยู่กับโต๊ะ 



" น่าสงสัย....น่าสงสัยเกินไปแล้ว "

 

" อื้มมม "

 

" อะ...เอิ่มเป็นอะไรไปเหรอ? " โทวมะได้เดินเข้าไปถามกับหญิงสาวคนนั้นที่ร้องออกมาอย่างทรมาณ

 

" กิ... "

 

" เอ้...ปวดตรงไหนหรือเปล่า? "

 

" กะ...กินมากเกินไป " พอมิโกะได้บอกสาเหตุก็ทำเอาพวกโทวมะนิ่งไปยกเว้นอินเด็กซ์ที่นั่งดูดมิลล์เช็คอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดไปแก้วนึ่ง

 

" ยั้ง ยิง เย้า ปักกะเป้า ยิงฉุบ " โทวมะ อาโอกามิและ โมโตฮารุได้เป่ายิงฉุบเพื่อหาคนเข้าไปช่วยมิโกะสาวคนนั้นและผู้แพ้ก็คือโทวมะ


" ยี้ฮ๋าห์ ชนะแล้ว "

 

" โถ้ววเอ๋ย " โทวมะที่เป็นผู้แพ้จึงเดินเข้าไปหามิโกะสาวคนนั้น " เอิ่มคือว่าที่บอกวว่ากินมากเกินที่ว่าคือ "

 

" แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นละ100เยน "

 

" ห๊า? "

 

" พอดีว่าได้คูปองฟรีมา...ก็เลยลองสั่งไป30ชิ้นดู "

 

" อึ๋ย...ถึงจะฟรีก็เกินไปแล้วมั้ง บ้ารึเปล่า " โทวมะที่เผลอพูดออกไปทำเอามิโกะสาวนั่นคกตกกว่าเดิม " อะ...เอิ่มเมื่อกี้แบบว่า "

 

" กินประชดนะ....ค่ารถไฟฟ้า600เยน "

 

" แล้วมันทำไมเหรอ? "

 

" มีเงินเหลืออยู่แค่500เยนเท่านั้น "

 

" สรุปก็คือ "

 

" ซื้อของเพลินไปหน่อย จนลืมดูเงินก็เลยกินประชดตัวเอง "

 

" แล้วทำไมไม่ขอยืมค่ารถไฟจากใครไปก่อนะล? "

 

" อ่อ....ถือว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลยละ " มิโกะสาวได้เงยหน้าขึ้นทำให้พวกโทวมะเห็นหน้าของเธอแบบชัดๆเป็นครั้งแรก


 


" โอ้ววว โห้วสวยปิ๊งไปเลยนิน่า "

 

" ขอสักแชะแล้วกัน " อาโอกามิได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปมิโกะสาวเอาไว้ก่อนที่มิโกะสาวที่ทำหน้านิ่งแบบนั้นแล้วหันไปมองโทวมะทำเอาเจ้าตัวตกใจเล็กน้อย


" อะ...อะไรเหรอ? ทำไมถึงมองมาทางนี้ละอีกอย่าง อย่ามองด้วยสายตาคาดหวังแบบนั้นสิ "

 

" 100เยนได้มั้ย "

 

"เอิ่ม...ไม่ได้อะ...ยังไงก็ให้ยืมไม่ได้  "

 

"ชิแค่100เยนยังให้ยืมไม่ได้เลย "

 

" แล้วใครกันที่โง่ขาดไปแค่100เยนไม่ยิ่งกว่ารึไง "

 

" เจอสาวสวยแบบนั้นแล้วยังพูดจาได้ฉะฉานแบบนี้ก้าวหน้าขึ้นเยอะแล้วนิคามิยัง "

 

" สาวสวยเหรอ....สาวสยขอยืมสัก100เยนทีนะ "

 

" โธ่ววว บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทางนนี้จ่ายฟาสฟู้ดไปตั้ง3หัวเหลือเงินไม่พอหรอก "

 

มิโกะสาวที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองทางพวกโมโตฮารุที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

" เย้ย..มองมาทางนี้แล้ว "

 

" 100เยน "

 

" เอ้ทางนี้ด้วยเหรอ "

 

" ถ่ายรูปไปแล้วนิน่า "

 

" เอ้...แค่นั้นก็คิดเงินเหรอเนี่ย? "


" หึ้มม...ไม่คิดเลยว่าเมืองนี้เองมิโกะก็ขายได้ด้วยนะเนี่ย " อินเด็กซ์ที่เริ่มหงุดหงิดก่อนจะพูดประชดออกมา

 

" ชั้นนะ...ไม่ใช่คุณมิโกะ "

 

" เอ้...ก็ใส่ชุดแบบนี้ดูยังไงก็มิโกะชัดๆ "

 

" ผิดแล้ว...ชั้นเป็นผู้ใช้เวทมนต์ต่างหาก "

 

" ว่าไงนะ ผู้ใช้เวทมนต์งั้นเหรอ!? " อินเด็กซ์พอรู้ว่ามิโกะตรงหน้าคือผู้ใช้เวทมนต์ก็ตีโต๊ะเต็มแรงและลุกขึ้นพูดใส่ทันที " ใช้เวทมนต์สายไหนกัน อย่ามาพูดมั่วๆดีกว่าน่า ถ้าเป็นจริงก็บอกสายเวทมนต์ของตัวเองให้ฟังหน่อยสิ ไหนจะชื่ออาคมหรือสังกัดด้วย แต่งตัวแบบนี้น่าจะเป็นนักโหราศาสตร์แนวตะวันออกสินะ งั้นลองพูโเกี่ยวกับดวงดาวให้หน่อยสิ "

 

" เป็นที่ว่านั้นก็ได้ "


"  หน่อย
! "

 

" อ่า...เอาเป็นว่าสรุปก็คือเป็นทั้งมิโกะและผู้ใช้เวทมนต์ก็พอแล้วละ "

 

" ว่าไงนะโทวมะที่ตอนชั้นบอกยังไม่เห็นเชื่อเลย "

 

" เอิ่มเรื่องนั้นมันก็....เอาเป็นว่าเชื่อตามนั่นเถอะ "


" แม้ที่ตอนที่พิสูจน์นายยังทำเอาจนเสื้อผ้าขาดหมดเลยนะ "


" ห๊าา....เมื่อกี้หมายความว่าไงนะคามิยัง " อาโอมิที่พอได้ยินอินเด็กซ์เสื้อผ้าขาดไหนจะเรื่องผู้ใช้เวทมนต์จึงหันไปถามกับโทวมะก่อนจะรู้สึกตัวว่ามีใครอยู่ข้างหลังก็หันไปมองพบชายใส่ชุดสูทจำนวนนึ่งได้รุมล้อมพวกเขาเอาไว้หมด



" แล้วพวกนี้เป็นใครนะ? "

 

มิโกะคนนั้นได้ลุกขึ้นแล้วเดินไปหากลุ่มชายสวมสูทคนนึ่งและยื่นมือขอก่อนที่อีกฝ่ายจะให้เงินมา100เยนดื้อๆ


" เดียวก่อนสินี้เธอรู้จักพวกเขางั้นเหรอ? "


" อื้ม..อาจารย์กวดวิชานะ "

 

" อาจารย์กวดวิชางั้นเหรอ? " โทวมะที่สงสัยก่อนที่มิโกะสาวคนนั้นจะเดินออกไปพร้อมกับกลุ่มชายสวมสูทจนเป็นเป้าสายตากับทุกคน

 

" ว่าแต่อาจารย์โรงเรียนกวดวิชาเนี่ยดูแลนักเรียนถึงขนาดนี้เลยเหรอ "

 

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงต่อมาโ?วะมกับอินเด็กซ์ก็ได้แยกกับอาโอกามิและโมโตฮารุกลับบ้านระหว่างทางโ?วมะก็ได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนอินเด็กซ์หันไปทางด้วยความสงสัย

 

" เห้อ.... "


" โทวมะ...เป็นอะไรเหรอ "

 

" คือว่าน่า....เธอดันไปบอกตอนเสื้อผ้าขาดดีแค่ไหนยังไม่ถามลึกไปกว่านั้นนะ "

 

" ก็แม้...แบบว่า "

 

" ให้ตายสิๆ ทำไมคามิโจว โทวมะมีแต่เพื่อนิสัยเสีย " โทวมะได้บ่นกับตัวเองอยู่แบบนั้นก่อนที่อินเด็กซ์จะทักขึ้นมา

 

" โทวมะดูนั่นสิ เอย์จิไม่ใช่เหรอ " อินเด็กซ์ได้ชี้ไปที่ทีใต้ต้นไม้โทวมะที่มองตามไปก็พบเอย์จิที่นั่งมองดูอะไรสักอย่างอยู่ทั้งสองจึงเดินเข้าไปหา


" อะ...คุณเอย์จิทำอะไรอยู่นะครับ "


" อ่าว โทวมะคุงกับอินเด็กซ์จังเองเหรอ....กำลังให้อาหารแมวอยู่นะ " เอย์จิได้หันมาพร้อมในมือที่ถือขนมปังอยู่

 

" แมวเหรอ "

 

" ว้าว...โทวมะดูนี่สิ น่ารักจังเลยงะ " อินเด็กซ์ได้ก้มมองดูลูกแมวที่อยู่ภายในกล่อง

 

" แมวถูกทิ้งนี่เอง "

 

" โทวมะฉันว่า "

 

" ไม่ได้....ยังไงก็ให้เลี้ยงไม่ได้หรอก " โทวมะที่รู้ว่าอินเด็กซ์จะพูดอะไรขึงพูโขัดขึ้นมาสะก่อน

 

" โทวมะ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ "

 

" เลี้ยงไม่ได้ "

 

" อื้ออ....ทำไมละ ทำไมถึงเลี้ยงสฟิงซ์ไม่ได้ละ? "

 

" หอพักนักเรียนนะ ห้ามเลี้ยงสัตว์แล้วก็สฟิงซ์นะ เอ้ เดียวสินี่เธอตั้งชื่อให้เสร็จเลยเหรอ? "

 

" ไม่อ้าวออ่า จะเลี้ยงๆๆๆๆ " อินเด็กซ์ที่ไม่ยอมจนทำตัวเหมือนเด็กๆที่อยากได้ของเล่น

 

" ก็บอกว่าไม่ได้ยังไงละ "

 

" จะเลี้ยงๆๆๆๆๆ "

 

" อ่า...เอาน่าทั้งสองคนอย่างน้อยอย่าพึ่งทะเลาะดีกว่านะ " เอย์จิที่พยายามห้ามทั้งสองให้หยุดทะเลาะก่อนที่แมวตัวนั่นกระโดดหนีออกจากกล่องไป

 

" อะ....อ้าวมันกลัวจนหนีไปแล้ว "

 

" เป็นความผิดของโทวมะนั่นแหละ "

 

" เอ้....ไหงฉันเป็นฝ่ายผิดละเนี่ย "

 

" ซามิเซนที่เป็นเครื่อวดนตรีสมัยก่อนยังต้องเอาหนังแมวมาทำประเทศนี้นะโหดร้ายกับแมวเกินไปแล้ว "

 

"เดียวสิถ้างั้นประเทศของเธอที่ล่าสุนัขจิ้งจอกก็ผิดเหมือนกันนิ "


" นั้นนะมันเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ต่างหากละยะ....เอ้ะ "
 อินเด็กซ์ที่กำลังเถียงกับโทวมะอยู่นั่นเธอก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่อยู่ใกล้ๆขึ้นมา " อะไรกันแถวนี้มีพลังเวทย์ไหลไปรวมกันอยู่ คุณสมบัติธาตุดินธาตุสีเขียว รูปแบบนี้มัน " อินเด็กซ์ที่พูดพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปตามกระแสเวทย์เธอสัมผัสได้

 

" เห้...อินเด็กซ์ "

 

" มีคนกำลังใช้วงสายเสทย์อยู่โทวมะกับไปก่อนเลยนะ "

 

" ถึงจะบอกให้กลับไปก่อนก็เถอะ "

 

" พวกเราเองก็น่าจะตามไปนะ " เอย์จิได้หันไปพูดกับโทวมะแต่ก็รู้สึกว่าเขาทั้งสองได้หลุดมาอยู่ในอาณาเขตรูนแบบเดียวกับตอนที่เจอคันซากิไปแล้ว

 

" อะไรกันนะ? "

 

" หรือวว่าอาณาเขตรูนงั้นเหรอ "

 

" รู้ดีเหมือนกันนิโอส " จู่ๆได้มีเสียงนึ่งทักทายขึ้นมาทำให้เอย์จิและโทวมะต่างหันไปหา " รูนที่ไว้ใช้สำหรับไล่ผู้คนยังไงละไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คามิโจว โทวมะ ฮิโนะ เอย์จิ "

 

" สเตล แม็กนัส "

 

" ใครกันเจ้านี้....อะ อินเด็กซ์ "

 

" ไม่ต้องห่วงเธอคนนั้นหรอก...แค่ไปตามหาจุดรวมพลังเวทย์เจอแล้วคงตรวจสอบต่อ "

 

" แล้วมีธุระอะไรกับพวกฉันงั้นเหรอ? " โทวมะที่จำสเตลไม่ได้ก็ได้แต่ทำตัวตามปกติเหมือนรู้จักมาก่อนไป

 

" เห้อ...ไม่ต้องมาทำเป็นยิ้มเลยเดียวก็เฉือดทิ้งสะหรอก " สเตลพูดจบก็ได้หยิบการ์ดรูนขึ้นและแปลเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแล้วโจมตีเข้าใส่พวกเอย์จิทันทีแต่โทวมะได้ใช้อิมาจินเบรคเกอร์เข้าลบล้างการโ๗มตีของสเตลเอาไว้ได้ทันจนรอดมาได้

 

" ขอบใจมากนะโทวมะคุง "

 

" แฮ่ก....แฮ่ก ครับแต่ว่า....เฉียดฉิวน่าดูเลยละ "

 

" ช่ายๆสีหน้าแบบนั้นแหละพวกเราเกี่ยวข้องกันแบบนี้แหละ....เพียงแค่รวมสู้กันครั้งเดียวอย่าคิดว่าฉันจะญาติด้วยละ " สเตลได้ยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะเอามือล่วงไปหยิบบางอย่างออกมาจากใต้เสื้อคลุมตัวเอง

 

" แล้วนี่คุณนะต้องการอะไรกันแน่ "

 

" หื้ม...แค่จะคุยเรื่องธุระกิจอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง "

 

" ห๊าา? " ทั้งสองต่างร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันก่อนที่สเตลจะหยิบแฟ้มเอกสารออกมาและชูขึ้นมาฟ้าก่อนที่จะมีกระดาษจำนวนมากออกมาจากเอกสารในมือแล้ววนล้อมเหนือหัวของเสตลเอาไว้

 

"  พอดีว่าฉันได้รับงานมานะ...พวกนายพอจะรู้จักโรงเรียนกวดวิชามิซาวะจูคุรึเปล่า?"

 

" มิซาวะจูคุเหรอ? "

 

" ที่นั่นมีเด็กผู้หญิงคนนึ่งถูกกักขังเอาไว้ "

 

" ว่าไงนะ? "

 

"ดูเหมือนว่าโรงเรียนกวดวิชานั่นจะกลายเป็นศูนย์รวมความเชื่อลัทธิบ้าๆนะ ดูเหมือนจะชื่อลัทธิวิทยาศาสตร์ ตามที่ได้ยินมาว่ามิซาวะจูคุถูกยึดครองไปแล้ว ด้วยฝีมือของผู้ใช้เวทมนต์ตัวจริงอะนะ....ไม่สิถ้าพูดให้ถูกต้องต้องเรียกว่านักเล่นแร่แปรธาตุสายธูรินมากกว่า "

 

" นักเล่นแร่แปรธาตุเหรอ? "

 

" ตัวจริงหมายความว่าไง?  "

 

"  ช่าย...ฉันเองก็ฟังยังไงก็ดูโม้ๆยังไงก็ไม่รู้ " สเตลที่กำลังอธิบายก็รู้สึกแปลกใจที่โทวมะนั่นกลับดูฟังกันง่ายๆเกินไปแปลกจึงทักขึ้นมา " เอ้ะ...เดียวก่อนนะนายดูจะฟังง่ายไปหน่อยมั้ย "

 

" ซวยลืมไปว่าโทวมะคุงความจำเสื่อมอาจจะจำคุณสเตลไม่ได้แน่ " เอย์จิได้แต่คิดในใจก่อนจะหันไปมองโ?วมะที่เหมือนจะคิดแบบเดียวกันก่อนจะตีหน้าสนิทตามปกติ

 

" เห้อ....อะไรของนายคนเขาอุตส่าห์ตั้งใจฟัง ต้องมีคนคอระหว่างพูดถึงจะสบายใจกันนะ "

 

" เอาเถอะพูดกันเข้าใจง่ายก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว...นักเล่นแร่แปรธาตุนั่นชื่อ เอาว์เลย์อูรูส อิซาส เห็นว่าหายสาบสูญไปเมื่อ3ปีก่อน ดูเหมือนจะไปทำอะไรมาสักอย่างแล้วก็ปรากฎตัวออกมา "

 

" เพื่ออะไรละ? "

 

"  อ่า.....นั้นละเหตุผลที่ฉันต้องมาหาพวกนายสองคนยังไงละ "สเตลพูดจบเหล่าเอกสารที่วนลอยอยู่ได้กลับมารวมเป็นอันเดียวที่มือของสเตล " เป้าหมายของหมอนั่นคือDeep Bloodที่อยู่ที่มิซาวะจูคุนั้นแหละ "

 

" แล้วมันคืออะไรละ Deep Bloodทีว่านะ "

 

Deep Blood คือผู้ที่มีความสามารถในการฆ๋าสิ่งมีชีวิตรูปแบบนึ่ง "

 

" สิ่งมีชีวิตทีว่านั้นคืออะไรละ "

 

" ก็มีชื่อเรียกอยู่หลายอย่าง...แต่ที่เรียกกันบ่อยๆก็คงจะเป็นผีดูดเลือด "

 

" ผีดูดเลือดหมายถึงแวมทไพร์นะเหรอ มันมีอยู่จริงงั้นเหรอ? "

 

" มีอยู่จริงหรือเปล่าแม้แต่ในหมู่ผู้ใช้เวทย์อย่างพวกผมนั่นก็ยังไม่รู้ถึงตัวตนของพวกมันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่ตามหลักแล้วDeep Bloodนั่นคือพลังที่ไว้ใช้ฆ่าผีดูดเลือดนั้นแหละ ถ้าอยากจะพิสูจน์เรื่องนั้นละก็จะต้องจับตัวDeep Bloodมาสะก่อน "

 

" ตกลงนายจะบอกอะไรกันแน่ "

 

" ภารกิจของผมคือการยุกเขาไปชิงตัวDeep Bloodออกมาจากมิซาวะจูคุไงหละ "

 

" งั้นเองเหรอ " เอย์จิได้ตอบกลับมาโดยที่โทวมะที่ยืนอยู่ก็พยักหน้าเข้าใจ

 

" ไม่ต้องมาตอบกันเหมือนเพื่อนหรือพยักหน้าเข้าใจหรอกเพราะพวกนายก็ต้องเข้าไปบุกชิงด้วยเหมือนกัน "

 

" ห๊าา?  "

 

" พวกนายไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธหรอก...ถ้าหากนายไม่รวมมือผมก็จะพาตัวอินเด็กซ์กลับไปChurch of England เท่านั้น และเนสเซสซาริอุสมอบหน้าที่ให้พวกนายเป็นตัวขัดขาอินเด็กซ์ถ้าพวกนายไม่ยอมรับก็ตามทีบอกนั้นแหละ "

 

" นี่แก...พูดออกมาเเบบนั้นได้ยังไงกัน "

 

" เรื่องแบบนั้นพวกเราไม่ยอมเด็ดชาด "

 

" หึ ผลลัพท์จะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของพวกนาย "  สเตลได้เดินจากไปก่อนที่ทั้งสองจะหลุดจากอาณาเขตของรูน

 

โทวมะที่ถูกยัดเหยียดภารกิจสเร็จก็ได้กลับมาที่หอของตัวเองก่อนจะเจอกับอินเด็กซ์ที่นั่งพุงป๋องอยู่ยนเตียง

 

" กลับมาแล้วหรอโทวมะ "


" โอ้วว...กลับมาแล้วเอิ่มคือว่านะ อินเด็กซ์"

 

" โทวมะคือว่า " ทั้งสองที่จู่แย่งพูดขึ้นก่อนจะเงียบไปและเป็นฝ่ายโทวมะได้ให้อินเด็กซ์พูดก่อน

 

" เชิญก่อนเลย "


" เอิ่มคือว่า....เหมือนว่าวันนี้ฉันจะอิ่มแล้วละ " อินเด็กซ์ที่พูดโดยที่มีบางอย่างปิดบังเอาไว้ก่อนที่ท้องของเธอจะขยับแปลกผิดสังเกตุและมันก็ค่อยๆเคลื่อนมาที่หน้าอกของเธอเหมือนมีอะไรอยู่ใต้ชุดของเธอ

 

" เห้....ไม่เจอหน้ากันแปปเดียว รูปร่างเธอดูดีขึ้นนะอินเด็กซ์"

 

" ก็แม้...อยู่ในวัยกำลังโตนิน่า " อินเด็กซ์ที่พูดจบปุปเสียงร้องเหมียวก็ดังออกมาโทวมะก็เดาออกได้ทันทีว่ามันคืออะไรก่อนจะพุ้งเข้าไปหาอินเด็กซ์อย่างรวดเร็วทันที

 

" บอกมาเดียวนี่เลยนะว่าซ่อนอะไรอยู่ในเสื้อนะ "

 

" มะ...ไม่มีอะไรสักน้อย ชะ...ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์ ซิสเตอร์นะไม่มีทางโกหกอยู่แล้วละน่า "  อินเด็กซ์ที่พูดสาบานโดยที่เบื่อนสายตาหนีจนสุดท้ายแมวที่เจอก่อนหน้าได้มุดออกมาจากคอเสื้อของเธอทำให้โทวมะจับได้คาหนังคาเขา

 

" ศรัทธาของเธอมีค่าแค่นี้เนี่ยนะ เอาแมวจรจัดนั้นไปปล่อยเดียวนี้เลยนะ "

 

" อะ สฟิงซ์ " อินเด็กซ์ที่หันไปตามแมวที่ถูกเรียกว่าสฟิงซ์ได้โดไปทีเตียงของโทวมะก่อนจะขึ้นไปบนเตียงและคว้ามันมากอด " โทวมะ ชุดของฉันเป็นโบสถ์เคลื่อนที่นะ "

 

" แล้วมันยังไงละ "

 

"โบสถ์นะจะต้องยื่นมือเข้าช่วยลูกแกะหลงทางโดยไม่แบ่งแยกและฉันเองก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือสฟิงซืที่กำลังหลงทางอยู่บนถนนยังไงละอาเมน"

 

" งั้นจะปล่อยให้มันกินนอนและถ่ายในนั้นก็ไม่เป็นไรก็ได้ใช่มั้ย "

 

" ช่างชั้นเถอะน่า....สฟิงซ์นะมีโบสถ์เคลื่อนที่อยู่แล้วละน่า "

 

" ไม่ได้คิดอะไรเลยอย่าเอาแต่คิดเองเออเองสิเฟ้ย "

 

" ช่างฉันเถอะน่า!! "

 

" เห้อ....ช่วยไม่ได้จะเลี้ยงก็ได้ตามใจ " โทวมะที่ชี้เกียจจะเถียงอินเด็กซ์จึงตัดใจยอมแพ้ไปก็ทำให้อินเด็กซ์ได้ยินยิ้มแย้มอย่างดีใจ


" พระบิดาที่สถิตอยู่บนสวรรค์ พระเมมตาของท่านได้ส่งต่อให้กับโทวมะผู้ป่าเถื่อนโหดเหี่ยมและเลือดเย็นแล้วละคะ"

 

" ให้ตายสิ...เธอเนี่ยนะ "

 

" อ่อจริงสิทางโทวมะเองก็มีอะไรจะพูดไม่ใช่เหรอ? "

 

" อะ..จริงด้วยพอดีฉันเผลอทำหนังสือเรียนตกไปตอนไหนไม่รู้เลยว่าจะออกไปตามหานะ ฝากเธอเฝ้าห้องด้วยแล้วกัน "

 

" อื้ม ได้สิ ฮ่าห์ๆๆ "

 

" ห้ามปล่อยเจ้าแมวนั่นออกไปข้างนอกเชียวละ "

 

ทางด้านของเอย์จิที่ยืนอยู่หน้าห้องของโทสมะได้โทรศัพท์ไปบอกเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจที่ต้องพาตัว Deep Bloodมาให้อังค์ฟัง

 

"  เห้ยเอย์จิ!! หวังว่าแกคงไม่คิดจะรวมมือกับไอ้หัวแดงนั่นจริงๆหรอกนะ "

 

" เบาๆหน่อยสิ....มันช่วยไม่ได้นิน่า ถ้าหากไม่ทำตามละก็อินเด็กซ์จังก็จะโดนพาตัวไปนิน่า "

 

" เหอะ....ใช่เด็กนั้นเป็นตัวประกันงั้นเหรอ...ช่างเถอะแต่ที่สำคัญกว่าไอ้เจ้านักเล่นแร่แปรธาตุ เอาว์เลย์อูรูส อิซาสนั่นหรือแม้แต่ ไอ้Deep Bloodมันก็ดูน่าสงสัยจริงๆ "

 

" จะว่าไปอังค์กรีดอย่างพวกนายก็ถูกสร้างขึ้นจากการเล่นแร่แปรธาตุใช่มั้ย "

 

" อ่าถูกต้อง....พวกเรากรีดได้ถูกสรรสร้างโดยการนำอัตลักษณ์ของสัตว์บนโลกมาสร้างก็อย่างทีนายรู้นั้นแหละ เอย์จิถ้านายจะไปละก็พยายามเลี่ยงอย่าใช้พลังของสุดยอดคอร์เมดัลมากเกินไปละ มันสร้างภาระให้นายหนักกว่าตอนใช้คอมโบแรกๆอีกนะ"

 

" เข้าใจแล้ว "  เอย์จิได้วางสายจากอังค์ก่อนที่โทวมะจะออกมาจากห้องพอดี " แล้วอินเด็กซ์จังละ "

 

" ตอนนี้คงเล่นอยู่กับแมวที่เก็บมานั้นแหละ "

 

" แมวจรจัดในตอนนั้นเหรอ "

 

" ให้ตายสิเอาแต่ใจเกินไปแล้วยัยนั่นนะ " ทั้งสองที่เดินไปตามทางเดินก่อนจะเห็นสเตลที่แปะการ์ดอักษรูนอยู่

 

" นั้นคุณสเตลกำลังทำอะไรอยู่เหรอ "


" กะว่าจะสร้างอินโนเคนทิอูสไว้คุ้มครองอินเด็กซ์นะ....ไม่มีอะไรรับประกันตอนที่เราไปที่มิซาวะจูคุว่าจะมีผู้ใช้เวทมนต์คนอื่นมาพาตัวอินเด็กซ์ไป ให้ตายสิชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย"

 

" นี่นายหรือว่าจะชอบอินเด็กซ์นะ "

 

" อะ...นี่ๆๆ นายพูดอะไรออกมานะ นั้นนะต้องเป้นคนที่ต้องดูแลเพราะน่าเป็นห่วงต่างหากละ " สเตลที่พอได้ยินโทวมะพูโแบบนั้นก็ถึงกับหน้าแดงจนบุหรี่ในปากตกลงพื้นและพูดตะกุกตะกักไปหมด " มะ..ไม่ใช่คิดแต่เรื่อง รักๆ ใคร่ๆนะ "

 

" หื้มงั้นเหรอ "

 

หลังจากนั้นทั้งสามก็ได้เดินทางมาอยู่ข้างหน้าของโรงเรียนกวดวิชามิซาวะจูคุเป็นที่เรียบร้อย



 

" ที่นี่นะเหรอมิซาวะจูคุ ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินิน่า "

 

" ที่นายบอกว่าไม่ผิดปกตินั่นนะตอนนี้ทั้งตึกถูกกางเขตอาคมของนักเล่นแร่แปรธาตุเอาไว้หมดแล้วนะ "

 

" คนคนนั้นเก่งมากเลยงั้นเหรอ? "

 

" เอาว์เลย์ริอูส อิสซาส เป็นผู้สืบทอดสายเลือดพาเซลซัสเชียวนะแล้วพวกนายรู้อะไรเกี่ยวกันนักเล่นแร่แปรธาตุบางละ "

 

" เอิ่ม เปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทอง ผสมยาอมตะไม่แกไม่ตาย "

 

" อื้ม....ก็ประมาณนั้นละมั้งแต่ว่าเป้าหมายสูงสุดของนักเล่นแร่แปรธาตุอีกอย่างนึ่งก็คือ การจำลองโลกทั้งใบขึ้นมา "

 

" แล้วมันคืออะไร? "

 

" ถ้าหากสามารถดึงสิ่งนึกคิดออกมาเป็นรูปร่างในความเป็นจริงได้ จะเกิดอะไรขึ้น "

 

"  เอาอะไรออกมาก็ได้งั้นเหรอ....แบบนั้นใครจะไปชนะได้ละ"

 

" แล้วจะทำยังไงละ หรือว่าพวกนายจะรออยู่ข้างนอกเฉยๆก็ได้นะ แต่ถ้าตั้งใจจะช่วยจริงๆละก็จำหน้าของผู้ที่เป็นDeep Bloodเอาไว้หน่อยละกัน " สเตลพูดจบก็โยนภาพให้กับเอย์จิ " บอกตามตรงผมยังแยกแยะหน้าตาของคนตะวันออกไมาได้เลยสักนิด "

 

" เห้....คนๆนี้เหรอ...แล้วชื่อละ  "

 

" ฮิเมกามิ ไอสะ "

 

" ฮิเมกามิ...ไอสะ " โทวมะที่จำชื่อก่อนจะมองดูภาพในมือของเอย์จิพอเห็นภาพก็ถึงกับตกใจเมื่อคนในรูปคือมิโกะสาวที่เขาเจอกันในร้านฟาสฟู้ดวันนี้

 

หลังจากที่จดจำกันเรียบร้อยทั้งสามก็ได้เดินเข้าไปข้างในของมิซาวะจูคุซึ่งภายในก็เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนมากมายที่มาเรียนกวดวิชากัน

 

" ดูยังไงก็ปกติดีนิน่า "

 

" ก็ต้องอย่างงั้นแหละ ฉากหน้าคือโรงเรียนกวดวิชาที่เปิดสอนอยู่นิ "

 

" เอ้นั่นมันอะไรนะ? " โทวมะที่เหมือนเห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่มุมเสาในสุดพอเดินเข้าไปใกล้กับพบว่าเป็นอัศวินที่ฟุบอยู่


 

" เจ้านี่มันอะไรหุ่นยนต์เหรอ? "

 

" อะไรที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว รีบไปจะดีกว่านะ " สเตลที่ปัดไม่สนใจและบอกให้ไปต่อแต่โทวมะกับเอย์จินั่นยังคงสนใจอัศวินตรงหน้าอยู่ " สำหรับพวกนายแล้วคงดูแปลกหูแปลกตาไปบ้าง "

 

" เดียวก่อนสิถ้าเป็นหุ่นยนต์ละก็ต้องเป็นฝั่งของวิทยาศาสตร์ไม่ใช่รึไง "

 

" ผิดแล้วละ โทวมะคุงที่เราเห้นตรงหน้าไม่ใช่หุ่นยนต์แต่เป็นศพต่างหาก " เอย์จิได้ตอบให้โทวมะได้กระจ่างก่อนที่โทวมะจะตั้งใจมองก็เห็นเลือดที่ไหลออกมาจากเกราะ

 

" หะ? "

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #11 Nazzga2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 19:22
    อยากถามนานแล้ว จะโคร์กันจนไปถึง"บทพันธสัญญาใหม่"เลยมั่ยท่าน?
    #11
    1
    • #11-1 Linkvrians(จากตอนที่ 8)
      7 มีนาคม 2563 / 19:23
      แล้วแต่ประสงค์ของอาร์ค
      #11-1